ช่วงนี้ในโซเชียลมีเดีย มีข่าวลือแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเรื่อง ข่าวปลอมปรับเบี้ยผู้สูงอายุ 600 เป็น 3,000 บาท ที่ทำให้หลายคนตื่นเต้นและหวังดีกับผู้สูงอายุ แต่โฆษกรัฐบาลได้ออกมาชี้แจงแล้วว่าเป็นข้อมูลเท็จ ขอให้ทุกคนอย่าเพิ่งเชื่อ และตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อนแชร์ต่อ
ข่าวปลอมปรับเบี้ยผู้สูงอายุ 600 เป็น 3,000 บาท
วันที่ 3 พฤษภาคม 2567 (ไม่ใช่ 2569 ตามต้นฉบับ คงพิมพ์ผิด) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาแถลงผ่านเพจไทยคู่ฟ้า ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่เคยพูดประโยคที่ว่า “การที่จะให้งบเบี้ยคนชราจาก 600 เป็น 3,000 ไม่มีประโยชน์” ตามที่ถูกแชร์กันในโลกออนไลน์ คำพูดนี้ถูกตัดต่อหรือบิดเบือนเพื่อสร้างความเข้าใจผิดในสังคม ขอให้ประชาชนอย่าเชื่อ ข่าวปลอมปรับเบี้ยผู้สูงอายุ 600 เป็น 3,000 บาท นี้
ยืนยันอัตราค่าจ่ายเบี้ยยังชีพเดิม
นอกจากนี้ ข้อความที่ส่งต่อกันในโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับการปรับเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุจาก 600 บาทเป็น 3,000 บาท ก็เป็นข่าวปลอม 100% ปัจจุบัน การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ยังคงยึดตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2566 โดยจ่ายเป็นรายเดือนตามช่วงอายุ ดังนี้
- อายุ 60 – 69 ปี: 600 บาท/คน/เดือน
- อายุ 70 – 79 ปี: 700 บาท/คน/เดือน
- อายุ 80 – 89 ปี: 800 บาท/คน/เดือน
- อายุ 90 ปีขึ้นไป: 1,000 บาท/คน/เดือน
ข้อมูลนี้เป็นจริงและชัดเจน หากมีนโยบายปรับเพิ่มจริง จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาล ไม่ใช่มาจากเพจหรือข้อความลอยๆ ในโซเชียล
ทำไมข่าวปลอมแบบนี้ถึงแพร่กระจายง่าย
ในยุคดิจิทัล ข่าวปลอมหรือ fake news แพร่ได้เร็วมาก โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ทุกคนห่วงใย ผู้คนมักแชร์ต่อโดยไม่ตรวจสอบ เพราะหวังดี แต่ผลที่ตามมาคือความสับสนและเสียเวลาในการรอคอยที่ไม่มีจริง สำหรับ ข่าวปลอมปรับเบี้ยผู้สูงอายุ 600 เป็น 3,000 บาท นี้ อาจมาจากการตัดต่อคลิปวิดีโอหรือสร้างภาพเท็จ เพื่อดึงดูดความสนใจหรือจุดประเด็นการเมือง
สถิติจากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ระบุว่า ไทยมีผู้สูงอายุมากกว่า 12 ล้านคน คิดเป็น 20% ของประชากร และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 30% ในปี 2578 เบี้ยยังชีพจึงเป็นสวัสดิการสำคัญที่ช่วยบรรเทาค่าครองชีพ แต่รัฐบาลต้องพิจารณางบประมาณและความยั่งยืน ไม่สามารถปรับเพิ่มแบบกะทันหันได้
วิธีตรวจสอบข้อมูลสวัสดิการผู้สูงอายุให้ปลอดภัย
เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อข่าวปลอม ทุกคนควร:
- ตรวจสอบจากแหล่งข่าว官方 เช่น เว็บไซต์กระทรวงมหาดไทย www.moi.go.th หรือเพจไทยคู่ฟ้า
- ใช้เครื่องมือ fact-check เช่น Cofact หรือ StopfakeID
- ไม่แชร์ข้อมูลที่ไม่มีแหล่งที่มา ชัดเจน
- หากสงสัยเรื่องเบี้ยยังชีพ ติดต่อ อบต. หรือเทศบาลใกล้บ้าน
นอกจากนี้ ผู้สูงอายุสามารถสมัครรับเบี้ยยังชีพได้ง่ายๆ โดยใช้บัตรประชาชนไปที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และอัปเดตข้อมูลทุกปีเพื่อไม่ให้พลาดสิทธิ
ในฐานะที่สังคมไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย สวัสดิการอย่างเบี้ยผู้สูงอายุมีความสำคัญมาก รัฐบาลควรเร่งพัฒนานโยบายที่ยั่งยืน เช่น เพิ่มการฝึกอบรมอาชีพหรือระบบดูแลสุขภาพ แต่ต้องมาจากกระบวนการที่โปร่งใส ไม่ใช่ข่าวลือ
คำแนะนำ: ช่วยกันแชร์ข้อมูลจริงเพื่อปกป้องผู้สูงอายุและสังคมจากข่าวปลอม หากคุณหรือญาติสงสัย สามารถตรวจสอบได้ที่เว็บรัฐบาลทันที!
ที่มา – โฆษกรัฐบาลขออย่าเชื่อ ข่าวปลอมปรับเบี้ยผู้สูงอายุ 600 เป็น 3,000 บาท


