สวัสดีเพื่อนๆ ชาวนักดื่มเบียร์คราฟท์ทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องร้อนๆ ในวงการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทยกันดีกว่า ล่าสุดกรมสรรพสามิตออกประกาศใหม่ที่กำลังสร้างความฮือฮาและความกังวลให้กับผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะ ขึ้นภาษีขายปลีก ธุรกิจคราฟท์เบียร์อาจอยู่ไม่ไหว อย่างที่ “เท่าพิภพ” หรือนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.พรรคประชาชน ชี้ว่ารัฐกำลัง “รีดเลือดกับปู” มาดูกันว่าประกาศนี้มีอะไรบ้าง และทำไมถึงกระทบหนักขนาดนี้
ขึ้นภาษีขายปลีก ธุรกิจคราฟท์เบียร์อาจอยู่ไม่ไหว “เท่าพิภพ” ชี้รัฐ รีดเลือดกับปู
ประกาศกรมสรรพสามิตฉบับนี้ เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 16 มีนาคม 2567 (พ.ศ. 2569 ในเนื้อหา?) โดยยกเลิกประกาศเก่า และกำหนดหลักเกณฑ์ใหม่ในการสำรวจ เก็บข้อมูลราคาขายปลีกสินค้าประเภทสุรา ยาสูบ เครื่องดื่ม น้ำหอม เพื่อคำนวณราคาฐานนิยมและราคาขายปลีกแนะนำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สิ่งสำคัญคือ เปลี่ยนวิธีอ้างอิงราคาจากที่ผู้ผลิตแจ้ง มาเป็นราคาขายจริงหน้าร้าน (ไม่รวม VAT) ซึ่งสำหรับธุรกิจคราฟท์เบียร์ที่ราคาสูงอยู่แล้ว นี่คือหายนะชัดๆ!
ขึ้นภาษีขายปลีกกระทบธุรกิจคราฟท์เบียร์อย่างไร
เพื่อนๆ ที่ชอบลองคราฟท์เบียร์ไทย คงเคยสงสัยว่าทำไมราคาต่อกระป๋องถึงแพง 2-3 เท่าเบียร์ตลาดทั่วไป? นอกจากต้นทุนผลิตสูงเพราะผลิตน้อย (ไม่มี Economies of Scale) แล้ว ภาษียังเป็นตัวการใหญ่! ปกติภาษีสรรพสามิตเบียร์คิด 2 ทาง: 22% ของราคาขายปลีกแนะนำ + 430 บาท/ลิตรแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ ตกกระป๋องละ 30 บาท รวมภาษีท้องถิ่น สมทบกองทุน VAT อีก 7% จากราคาสุทธิ
ประกาศใหม่บังคับให้สำรวจราคาจากร้านค้าปลีกหลายประเภท โดยแบ่งเป็น:
- ประเภท ก: ห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์ สะดวกซื้อ ร้านเฉพาะอย่าง (ยกเว้นบางประเภท)
- ประเภท ข: ร้านขายของชำขนาดเล็ก ไม่จด VAT
- ประเภท ค: ร้านอาหาร ภัตตาคาร โรงแรม สถานบริการ
- ประเภท ง: ร้านขายรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ แบตเตอรี่
- ประเภท จ: ร้านค้าออนไลน์
ข้อมูลต้องใส่ในระบบ Excise Price Survey เชื่อมระบบมาตรฐานราคาภาษีสรรพสามิต ถ้าพบราคาแจ้งต่ำกว่า 95% ของราคาฐานนิยม (ราคาที่พบมากสุดในร้านนั้นๆ) จะถือว่าไม่สอดคล้อง ต้องปรับ! ผลคือ ผู้ผลิตคราฟท์เบียร์ที่ส่งโรงงานราคาต่ำ แต่ร้าน markup ขายแพง ภาษีจะคำนวณจากราคาหน้าร้าน สูงขึ้นจาก 30 เป็น 50 บาท/กระป๋อง ธุรกิจรายย่อยอยู่ยากแน่!
“เท่าพิภพ” โพสต์เฟซบุ๊กชัดเจน รัฐรายจ่ายสูง หาเงินโดยขึ้นภาษี รีดเลือดประชาชน แถมธุรกิจคราฟท์เบียร์เพิ่งเริ่มโตหลังแก้กฎหมาย แต่ภาษีแบบนี้จะทำให้ล้มหายตายจาก เขาเสนอให้ปรับระบบภาษีใหม่ เหมือนสหรัฐฯ ที่มีอัตราพิเศษให้ craft brewer 3.5 ดอลลาร์/บาร์เรลแรกๆ (ถูกกว่ารายใหญ่ 5 เท่า) และคิดแค่ตามปริมาณแอลกอฮอล์ ไม่ตามมูลค่า แฟร์กว่ามาก!
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องภาษี แต่กระทบอุตสาหกรรมทั้งห่วงโซ่ ผู้ผลิตรายย่อยที่ใช้วัตถุดิบไทย สร้างงาน สร้างเอกลักษณ์ไทย จะหายไปหมด เหลือแต่ยักษ์ใหญ่เท่านั้น เพื่อนๆ ลองคิดดู ถ้าคราฟท์เบียร์หายไป รสชาติใหม่ๆ จะเหลืออะไร?
ในมุมผม การ ขึ้นภาษีขายปลีก ธุรกิจคราฟท์เบียร์อาจอยู่ไม่ไหว จริงๆ รัฐควรทบทวน ช่วย SME ด้วยการลดภาษีตามปริมาณผลิต เหมือนประเทศพัฒนาแล้ว จะได้โตพร้อมกัน อย่าปล่อยให้รีดเลือดจนธุรกิจไทยล้มทั้งยวง
คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้? ควรปรับภาษีคราฟท์เบียร์ยังไงให้แฟร์ ลองคอมเมนต์บอกกันด้านล่างเลยนะ สนับสนุนคราฟท์ไทยด้วยกัน!
ที่มา – ขึ้นภาษีขายปลีก ธุรกิจคราฟท์เบียร์อาจอยู่ไม่ไหว “เท่าพิภพ” ชี้รัฐ รีดเลือดกับปู




