ตำรวจ สภ.ลำดวน ควบคุมตัวร้อยเอก BHQ ทหารกัมพูชา ส่งเข้าเรือนจำบุรีรัมย์ทันที หลังศาลจังหวัดบุรีรัมย์ไม่อนุญาตให้ประกันตัวในคดี พ.ร.บ.อาวุธปืน และข้อหาเข้าเมืองผิดกฎหมาย เรื่องราวของร้อยเอก BHQ กำลังเป็นที่สนใจอย่างมากในขณะนี้
เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2568 เวลา 10.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจ สภ.ลำดวน อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ได้ควบคุมตัวนายวิน ดา อายุ 36 ปี ชาวกัมพูชา ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นสายลับกัมพูชา นำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ในความผิดเบื้องต้นตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน และข้อหาเข้าเมืองผิดกฎหมาย ศาลพิจารณาแล้วไม่อนุญาตให้ประกันตัว ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องควบคุมตัวนายวินส่งเข้าเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ในทันที
การจับกุมดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากตำรวจ สภ.ลำดวน ได้เข้าควบคุมตัวนายวินได้ที่บ้านโคกสูง หมู่ที่ 9 ต.ศรีภูมิ อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 5 ส.ค. 68 ซึ่งเป็นบ้านของ น.ส.จอย (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี ภรรยาของนายวิน ทั้งสองมีบุตรด้วยกัน 1 คน อายุ 1 ปี 2 เดือน การตรวจสอบเกิดขึ้นเนื่องจากก่อนหน้านี้พบว่าเป็นชาวต่างชาติ ซึ่งต้องมีการตรวจสอบตามคำสั่งของหน่วยความมั่นคง
จากการตรวจค้นภายในบ้านพัก พบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (ลูกซองสั้น) จำนวน 1 กระบอก และชุดทหารกัมพูชายศร้อยเอก พร้อมติดตราสัญลักษณ์ BHQ องครักษ์พิทักษ์ฮุนเซน อีกหลายชุด ทำให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่านายวินอาจเข้ามาแฝงตัวเป็นสายลับ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่าผู้ต้องหาน่าจะมาแฝงตัวเป็นสายลับ เพื่อแอบส่งความเคลื่อนไหวทางการทหารของไทยให้แก่ฝ่ายกัมพูชา ซึ่งนำไปสู่การสอบสวนเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ทั้งกองทัพภาค 2 หน่วยความมั่นคง และตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์
แม้ว่านายวินจะปฏิเสธข้อกล่าวหา และยอมรับเพียงว่าเคยเป็นทหารมาก่อนหน้านี้ 9 เดือน แต่ทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากมีหลักฐานเชื่อมโยงหลายอย่าง เช่น การโพสต์บนเฟซบุ๊กส่วนตัวที่แสดงความชื่นชมการทำงานของฮุนเซน นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลในโทรศัพท์มือถือรวม 3 เครื่อง และพบว่ามีการใช้ชื่อถึง 4 ชื่อในประเทศไทย ได้แก่ ชื่อในบัตรประชาชน นายวิน ดา อายุ 36 ปี ชื่อในพาสปอร์ต MEAS SOMONCHANNAK (เมียะฮ์ โซมอนจันนะ) ชื่อทางทหาร ร้อยเอก ซน กิม ไอ กองบัญชา BHQ และชื่อในบัตรที่ทำงาน (ซึ่งยังไม่ทราบชื่อที่แน่ชัด)
จากหลักฐานที่พบมีความเป็นไปได้ว่าข้อมูลเหล่านี้มีการเชื่อมโยงกัน อย่างไรก็ตาม จะต้องมีการสอบสวนอย่างละเอียดเพื่อความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร และยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดได้ในขณะนี้ หากพบว่าเป็นความจริง ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายไทยต่อไป
ร้อยเอก BHQ ถูกคุมตัวเข้าเรือนจำ
การตัดสินใจของศาลที่ไม่ให้ประกันตัวร้อยเอก BHQ ทำให้เกิดคำถามมากมายถึงความร้ายเเรงของคดีเเละความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นหากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว
ความเชื่อมโยงของร้อยเอก BHQ กับการเป็นสายลับ
ถึงเเม้จะยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัด แต่หลักฐานที่พบก็บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่ร้อยเอก BHQ จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเป็นสายลับ การดำเนินการสอบสวนอย่างละเอียดถี่ถ้วนจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง
คดีนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการรักษาความมั่นคงของชาติ และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด การที่เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้อย่างรวดเร็ว ถือเป็นผลงานที่น่าชื่นชม
การดำเนินคดีกับร้อยเอก BHQ จะเป็นไปในทิศทางใด? สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายกำลังจับตามอง และหวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะดำเนินการไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม
การที่ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวร้อยเอก BHQ แสดงให้เห็นถึงความหนักแน่นในการพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติ และอาวุธปืน ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง
ในท้ายที่สุด หวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะนำมาซึ่งความกระจ่าง และความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในคดี ร้อยเอก BHQ นี้
คดีของ ร้อยเอก BHQ ยังคงเป็นที่จับตามอง และต้องติดตามกันต่อไปว่าผลสรุปจะเป็นอย่างไร ร้อยเอก BHQ จะสามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองได้หรือไม่?
ที่มา – คุมตัวร้อยเอก BHQ ส่งเข้าเรือนจำบุรีรัมย์ทันที หลังศาลไม่ให้ประกันตัว



