ลิซา คุก ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติสหรัฐฯ เตรียมฟ้องร้องเพื่อท้าทายคำสั่งของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะไล่เธอออกจากตำแหน่ง โดยทนายของเธอย้ำว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่มีอำนาจที่จะไล่ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายเอบเบ โลเวลล์ ทนายความของนางลิซา คุก ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ประกาศในวันอังคารที่ 26 ส.ค. 2568 ว่าเขากำลังยื่นฟ้องร้องเพื่อท้าทายความพยายามของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะปลดนางคุกออกจากตำแหน่งเมื่อช่วงเย็นวันจันทร์ที่ผ่านมา
“ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่มีอำนาจในการปลดผู้ว่าการธนาคารกลาง ลิซา คุก ออกจากตำแหน่ง ความพยายามของเขาที่จะไล่เธอออก บนพื้นฐานจากจดหมายอ้างอิงเพียงฉบับเดียวนั้น ขาดทั้งข้อเท็จจริงใดๆ และพื้นฐานทางกฎหมาย เราจะยื่นฟ้องร้องดำเนินคดีเพื่อท้าทายการกระทำที่ผิดกฎหมายนี้” นายโลเวลล์ระบุในแถลงการณ์ที่ส่งให้สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น
ประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนายทรัมป์โพสต์ภาพจดหมายซึ่งจ่าหน้าถึงนางคุกผ่าน Truth Social เพื่อแจ้งให้เธอทราบว่าเขามี “เหตุผลเพียงพอ” ที่จะไล่เธอออกจากตำแหน่ง
ทั้งนี้ นางคุกกำลังถูกโจมตีอย่างหนักจากทั้งนายทรัมป์และสมาชิกรัฐบาลของเขา ซึ่งกล่าวหาว่าเธอฉ้อโกงสินเชื่อที่อยู่อาศัย แต่เธอไม่ได้ถูกตั้งข้อหาว่ากระทำผิดใดๆ ขณะเดียวกัน ทนายความของเธอยังเป็นตัวแทนให้กับ เลทิเทีย เจมส์ อัยการรัฐนิวยอร์ก ซึ่งกำลังถูกสำนักงานสืบสวนกลาง (FBI) สืบสวนเรื่องฉ้อโกงสินเชื่อที่อยู่อาศัยเช่นเดียวกันด้วย
อนึ่ง นายโลเวลล์เป็นทนายให้กับบุคคลสำคัญหลายคนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รวมถึงอิวานกา ลูกสาวของโดนัลด์ ทรัมป์ กับจาเรด คุชเนอร์ สามีของเธอ ในการสู้คดีใช้อีเมลส่วนตัวในการทำธุระอย่างเป็นทางการของทำเนียบขาว และเคยเป็นทนายให้ฮันเตอร์ ไบเดน ลูกชายของโจ ไบเดน สู้คดีภาษีด้วย
เมื่อสัปดาห์ก่อน นางคุกออกแถลงการณ์ระบุว่าเธอจะไม่ยอม “ถูกรังแกให้ลาออก” และเธอได้รวบรวมข้อมูลที่แม่นยำเพื่อตอบคำถามที่ถูกต้องทางกฎหมายใดๆ และข้อเท็จจริงทุกอย่าง
ต่อมาในคืนวันจันทร์ นางคุกออกมาย้ำว่าเธอจะอยู่ในตำแหน่งผู้ว่าการแบงก์ชาติสหรัฐฯ ต่อไป หลังจากนายทรัมป์โพสต์จดหมายดังกล่าว
“ประธานาธิบดีทรัมป์ตั้งใจที่จะไล่ฉันออกโดยมี ‘เหตุผล’ ทั้งที่ไม่มีเหตุผลใดๆ ภายใต้กฎหมาย และเขาไม่มีอำนาจจะทำเช่นนั้น” นางคุกระบุในแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา “ฉันจะไม่ลาออก ฉันจะปฏิบัติหน้าที่นี้เพื่อช่วยเหลือเศรษฐกิจของอเมริกาต่อไป อย่างที่ฉันทำมาตั้งแต่ปี 2565”
สถานการณ์ระหว่าง โดนัลด์ ทรัมป์ และ ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติสหรัฐฯ ลิซา คุก กำลังทวีความตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ การที่นางคุกตัดสินใจฟ้องร้องเพื่อท้าทายคำสั่งของทรัมป์ แสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งอย่างรุนแรงระหว่างทั้งสองฝ่าย
ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติสหรัฐฯ เตรียมฟ้องค้านทรัมป์สั่งไล่ออกจากตำแหน่ง
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางข้อกล่าวหาเรื่องการฉ้อโกงสินเชื่อที่อยู่อาศัยต่อนางคุก ซึ่งเธอปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวอย่างหนักแน่น ทนายความของเธอเองก็กำลังเผชิญกับการสอบสวนในประเด็นเดียวกัน ทำให้เรื่องนี้มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ?
การเผชิญหน้ากันระหว่างประธานาธิบดีและผู้ว่าการธนาคารกลางเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก และอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นของตลาดและเศรษฐกิจโดยรวม หากทรัมป์สามารถปลดนางคุกออกจากตำแหน่งได้สำเร็จ จะเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ที่น่ากังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระของธนาคารกลาง
สิ่งที่น่าสนใจคือการที่ทนายความของนางคุกเคยเป็นตัวแทนให้กับบุคคลสำคัญหลายราย รวมถึงคนในครอบครัวของทรัมป์เองและลูกชายของโจ ไบเดน นี่แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของระบบกฎหมายและการเมืองในสหรัฐฯ
การต่อสู้ทางกฎหมายนี้อาจยาวนานและซับซ้อน และผลลัพธ์ที่ได้จะส่งผลกระทบอย่างมากต่ออนาคตของธนาคารกลางสหรัฐฯ และความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายบริหารและสถาบันการเงินอิสระ
อนาคตของผู้ว่าฯ แบงก์ชาติสหรัฐฯ จะเป็นอย่างไรต่อไป? การฟ้องร้องครั้งนี้จะนำไปสู่ข้อตกลงที่ยอมรับได้ทั้งสองฝ่าย หรือจะกลายเป็นการต่อสู้ที่ยืดเยื้อในชั้นศาล? สิ่งเหล่านี้เป็นคำถามที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
โดยรวมแล้ว คดีนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจและมีความซับซ้อน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการเมืองของสหรัฐฯ ในระยะยาว การที่ ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติสหรัฐฯ ตัดสินใจที่จะต่อสู้กับประธานาธิบดี แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะรักษาความเป็นอิสระของธนาคารกลาง และเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าเธอจะไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดันทางการเมือง ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรก็ตาม เราจะติดตามความคืบหน้าของคดีนี้อย่างใกล้ชิดต่อไป
ที่มา – ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติสหรัฐฯ เตรียมฟ้องค้านทรัมป์สั่งไล่ออกจากตำแหน่ง


