สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังระอุขึ้นอีกครั้ง เมื่อล่าสุดทางการเตหะรานได้ออกมาส่งสัญญาณเตือนอย่างชัดเจนว่า อิหร่านเตือนพร้อมตอบโต้สหรัฐฯ เร็วขึ้น หนักขึ้น และเจ็บปวดกว่าเดิม หลังจากเหตุการณ์ปะทะกันทางทหารที่ยืดเยื้อมาตลอดทั้งสัปดาห์ ส่งผลให้ทั่วโลกต่างจับตามองท่าทีของทั้งสองมหาอำนาจอย่างใกล้ชิด
อิหร่านเตือนพร้อมตอบโต้สหรัฐฯ เร็วขึ้น หนักขึ้น และเจ็บปวดกว่าเดิม
นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ได้ออกมาประกาศกร้าวผ่านสื่อทางการว่า กฎของเกมในขณะนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว โดยเขาย้ำว่าสหรัฐฯ ควรทำความเข้าใจสถานการณ์นี้ให้ดีก่อนที่จะสายเกินไป เพราะการตอบโต้จากฝ่ายอิหร่านต่อจากนี้ไปจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ชนวนเหตุจากความขัดแย้งในอ่าวเปอร์เซีย
ความตึงเครียดครั้งนี้ทวีความรุนแรงขึ้นหลังจากเกิดการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย โดยสหรัฐฯ อ้างว่าเป็นการตอบโต้ที่อิหร่านพยายามยิงขีปนาวุธใส่เรือรบของสหรัฐฯ ด้านอิหร่านก็โต้กลับว่าได้ทำลายโดรนของสหรัฐฯ ที่รุกล้ำเข้ามา อย่างไรก็ตามทางกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (Centcom) ได้ออกมาปฏิเสธรายงานดังกล่าวโดยระบุว่าเป็นเรื่องโกหก
- ข้อตกลงหยุดยิง 60 วันสิ้นสุดลงแล้ว
- การสู้รบขยายวงกว้างไปยังหลายพื้นที่ รวมถึงฐานทัพในจอร์แดนและบาห์เรน
- ช่องแคบฮอร์มุซกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ฝ่ายอิหร่านใช้เป็นเครื่องมือต่อรอง
เป็นที่ชัดเจนว่าการที่ อิหร่านเตือนพร้อมตอบโต้สหรัฐฯ เร็วขึ้น หนักขึ้น และเจ็บปวดกว่าเดิม นั้นไม่ใช่แค่การข่มขู่ในเชิงวาทกรรม แต่สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของสถานการณ์ในปัจจุบัน ที่พร้อมจะบานปลายกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบได้ทุกเมื่อ
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง การที่ทั้งสองฝ่ายยังคงไม่มีท่าทีลดราวาศอก และไม่มีการเจรจาที่เป็นรูปธรรม สัญญาณเตือนนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่ในความขัดแย้งที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราคงต้องเฝ้าระวังกันต่อไปว่าทางออกของวิกฤตนี้จะจบลงอย่างไร หรือโลกจะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้ายกว่าเดิม
ที่มา – อิหร่านเตือนพร้อมตอบโต้สหรัฐฯ เร็วขึ้น หนักขึ้น และเจ็บปวดกว่าเดิม

