วัน: 22 สิงหาคม 2025

วันนอร์ ไม่วิจารณ์คดีทักษิณ ม.112 ชี้ยังมีขั้นตอน

“วันนอร์” ย้ำคดี ม.112 “ทักษิณ” เป็นอำนาจหน้าที่ตุลาการ ไม่เกี่ยวข้องนิติบัญญัติ ต้องเคารพศาล ไม่ขอวิจารณ์ ส่อนัยยะใดโยงสถานการณ์การเมืองไทย ชี้เรื่องยังอีกยาว แค่ศาลชั้นต้น ยังมีขั้นตอนอีก

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 22 สิงหาคม 2568 นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวที่อาคารรัฐสภา ถึงกรณีศาลอาญายกฟ้อง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีหมิ่นสถาบันฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 2560 จากการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่ต่างประเทศเมื่อปี 2558 ว่า เราต้องเคารพคำวินิจฉัยของศาล และฝ่ายนิติบัญญัติไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรในเรื่องนี้ เป็นเรื่องของนายทักษิณกับศาล เมื่อศาลยกฟ้อง หรือจะพิจารณาอย่างไร เป็นอำนาจหน้าที่ของฝ่ายตุลาการ ไม่เกี่ยวกับฝ่ายนิติบัญญัติ

ส่วนจะมองว่ามีนัยยะทางการเมืองอะไร และจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้หรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ในฐานะประธานสภาฯ ไม่สามารถพิพากษ์วิจารณ์ได้ เป็นเรื่องที่บ้านเมืองจะต้องมีกติกา เมื่อศาลได้วินิจฉัยไปแล้วก็เป็นเรื่องของฝ่ายตุลาการ เราก็ต้องรับฟัง แต่ขั้นตอนก็ยังมีอีก เพราะเป็นการพิจารณาของศาลชั้นต้น แต่ก็ต้องให้ความเคารพ ส่วนเหตุการณ์ของการเมืองก็เป็นเรื่องการเมือง ไม่เกี่ยวกับเรื่องของคำวินิจฉัยของศาล ถ้าเราไปวิพากษ์วิจารณ์คำวินิจฉัยของศาล บ้านเมืองก็จะยุ่งยาก จึงขอให้แยกกันทำหน้าที่ ฝ่ายนิติบัญญัติก็ทำหน้าที่ด้านนิติบัญญัติให้ดี.

วันนอร์ ไม่วิจารณ์คดี “ทักษิณ” ม.112 ชี้แค่ศาลชั้นต้น ยังมีขั้นตอนอีก

ประเด็นร้อนทางการเมืองที่หลายฝ่ายจับตามองคือ คดีความของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งคดีที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 112 ซึ่งเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและมีความสำคัญต่อสังคมไทย ในเรื่องนี้ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นโดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเคารพกระบวนการยุติธรรม และการแบ่งแยกอำนาจระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายตุลาการ

ความเห็นของวันนอร์ต่อคดี ม.112 ทักษิณ

นายวันนอร์ได้กล่าวอย่างชัดเจนว่า คดีของนายทักษิณที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 112 เป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจการพิจารณาของศาล และฝ่ายนิติบัญญัติไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการตัดสินคดีดังกล่าว การแสดงความเห็นของนายวันนอร์เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า สภาผู้แทนราษฎรจะไม่เข้าไปก้าวก่ายกระบวนการยุติธรรม และจะเคารพการตัดสินใจของศาล

นอกจากนี้ นายวันนอร์ยังได้กล่าวถึงขั้นตอนของคดีว่า ยังมีอีกหลายขั้นตอนที่จะต้องดำเนินการต่อไป เนื่องจากเป็นการพิจารณาของศาลชั้นต้นเท่านั้น การกล่าวถึงขั้นตอนที่ยังเหลืออยู่เป็นการเตือนสติให้ทุกฝ่ายไม่ด่วนสรุป และให้รอผลการพิจารณาในขั้นตอนต่อไป

โดยสรุปแล้ว ท่าทีของนายวันนอร์ต่อคดี วันนอร์ ไม่วิจารณ์คดี “ทักษิณ” ม.112 ชี้แค่ศาลชั้นต้น ยังมีขั้นตอนอีก ของนายทักษิณ คือ การเคารพกระบวนการยุติธรรม การแบ่งแยกอำนาจ และการรอผลการพิจารณาในขั้นตอนต่อไป ท่าทีดังกล่าวเป็นการแสดงออกถึงความเป็นกลาง และความมุ่งมั่นที่จะรักษาหลักการของประชาธิปไตย

วันนอร์ ไม่วิจารณ์คดี “ทักษิณ” ม.112 ชี้แค่ศาลชั้นต้น ยังมีขั้นตอนอีก และยังเน้นย้ำว่าการที่นักการเมืองหรือบุคคลภายนอกเข้าไปวิพากษ์วิจารณ์คำตัดสินของศาลนั้น อาจนำมาซึ่งความวุ่นวายในบ้านเมืองได้ ดังนั้น จึงควรให้แต่ละฝ่ายทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด โดยฝ่ายนิติบัญญัติก็มุ่งเน้นไปที่การออกกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน

ความเห็นของนายวันนอร์ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของสถานการณ์ทางการเมืองไทย และความสำคัญของการรักษาสมดุลระหว่างอำนาจของแต่ละฝ่าย การที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรออกมาแสดงความเห็นอย่างชัดเจนเช่นนี้ ย่อมมีผลต่อการรับรู้และความเข้าใจของประชาชนเกี่ยวกับคดีความที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 112 และกระบวนการยุติธรรมโดยรวม

ที่มา – “วันนอร์” ไม่วิจารณ์คดี “ทักษิณ” ม.112 ชี้แค่ศาลชั้นต้น ยังมีขั้นตอนอีก

เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เปิดบ้านดวล เชลซี ศึกลอนดอนดาร์บี้ พรีเมียร์ลีก

พรีวิว เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เปิดบ้านดวล เชลซี ศึกลอนดอน ดาร์บี้ พรีเมียร์ลีก นัดสอง คืนวันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม 2568 ทั้งสองทีมยังไร้ชัยและไร้ประตูแรกของซีซั่น เกมนี้ใครจะปลดล็อกสำเร็จ?

เวสต์แฮม ยูไนเต็ด

เวสต์แฮม ยูไนเต็ด – เชลซี (02:00 น.)

สนาม : ลอนดอน สเตเดี้ยม

เวสต์แฮม – แกรม พ็อตเตอร์ จะได้เจอทีมเก่าที่เคยคุมช่วงสั้น ๆ ระหว่างฤดูกาล 2022/23 ส่วนซีซั่นปัจจุบันหลังจากฟอร์มบู่ในเกมเยือน ซันเดอร์แลนด์ สก็มีแนวโน้มปรับเปลี่ยนผู้เล่นหลายตำแหน่ง โดย คัลลั่ม วิลสัน อาจได้ลงประเดิมตัวจริงสวนทาง นิคลาส ฟืลล์ครุก ตรงกลางสนามที่เคยทดลองใช้ กีโด้ โรดรีเกซ และ เจมส์ วอร์ด-พราวส์ อาจไม่ได้ลงเล่นด้วยกันอีกในเกมนี้ ทำให้ โทมัส ซูเช็ค และ แอนดี้ เออร์วิ่ง อยู่ในตัวเลือกสำหรับการออกสตาร์ท ส่วน เอ็ดสัน อัลวาเรซ กำลังจะย้ายไป เฟเนร์บาห์เช่ ในแนวรุก โมฮัมเหม็ด กูดุส ยังไม่มีตัวแทนเข้ามาเสริม และ คริเซนซิโอ ซัมเมอร์วิลล์ ยังคงบาดเจ็บ ทำให้ภาระในเกมรุกจะตกไปที่ จาร์ร็อด โบเวน กัปตันทีมที่ยิง 13 ประตูและทำอีก 8 แอสซิสต์ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่ผ่านมา

เชลซี – เอ็นโซ่ มาเรสก้า ประสบปัญหาแนวรับขาด ลีวาย โคลวิลล์ ที่บาดเจ็บ ACL พักยาว ส่วน เบอนัวต์ บาเดียชีล และ โทซิน อดาราบิโอโย่ ต่างไม่ฟิต ทำให้ดาวรุ่ง จอช อาเชียมปง จะได้ลงเล่นคู่กับ เทรโวห์ ชาโลบาห์ ขณะที่ เวสลีย์ โฟฟาน่า ยังไม่เต็มร้อย ด้าน นิโกลัส แจ็คสัน พ้นโทษแบน 3 นัดจากฤดูกาลก่อนเรียบร้อย กลับมาลงเล่นได้ แต่ ชูเอา เปโดร จะยังได้รับโอกาสเป็นตัวจริงในแนวรุก เจาะคู่แข่งที่เคยยิงได้สูงสุด 6 ประตูในชีวิตการค้าแข้ง พร้อมด้วย โคล พาลเมอร์, เปโดร เนโต้ คอยปั้นเกม รวมถึงเจ้าหนู เอสเตเวา ออกสตาร์ทแทนที่ เจมี่ กิทเท่นส์ ส่งผลให้ เลียม ดีแลป หอกใหม่อีกรายยังนั่งสำรองต่อไป ส่วน โรเมโอ ลาเวีย ยังคงบาดเจ็บเล็กน้อย และจะไม่ได้ลงเล่น ทำให้ยังคงต้องปรับตัวหลังจากฤดูกาล 2024-25 ที่มีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บและฟอร์มไม่สม่ำเสมอ

เวสต์แฮม ยูไนเต็ด – เชลซี (02:00 น.)
เวสต์แฮม ยังคงไม่มี หลุยส์ กีเญร์เม่ เป็นตัวเลือกเพราะพบกับอาการบาดเจ็บเล่นงานตั้งแต่ก่อนเกมเจอกับ ซันเดอร์แลนด์

นอกเหนือจากนั้นทุกคนก็พร้อมลงสนามรวมถึงได้ จอร์จ เอิร์ธตี้ กลับมาซ้อม นอกเหนือจากนี้ แกรห์ม พอตเตอร์ ยืนยันให้ มัดส์ เฮอร์มันเซ่น เฝ้าเสาต่อไป

ขณะที่ เชลซี จะได้ โทซิน อดาราบิโอโย่ กลับมาเป็นตัวเลือกในแนวรับอีกครั้ง เช่นเดียวกับ เวสลี่ย์ โฟฟาน่า เซ็นเตอร์แบ็คอีกคน

พวกเขายังคงไม่มี เบอนัวต์ บาเดียชิล และ โรเมโอ ลาเวีย ตามเดิม แถมสองกองหน้าแบบ คริสโตเฟอร์ เอ็นคุนคู และ นิโคลัส แจ๊คสัน ก็จะไม่มีชื่อในนัดนี้

เก็บตกสถิติเล็กน้อย

  • เวสต์แฮม เอาชนะ เชลซี ได้ 4 หนจากการเปิดรังเหย้าเจอกัน 8 นัดหลังสุดในลีก (เสมอ 2 แพ้ 2) แต่พวกเขาแพ้คาบ้าน 3-0 ตอนเจอกันในซีซั่นก่อน
  • กลับกัน เชลซี เป็นฝ่ายชนะ 5 จาก 7 เกมหลังสุดที่พบกับ เวสต์แฮม ในพรีเมียร์ลีกแบบทั้งเหย้าและเยือน (เสมอ 1 แพ้ 1)

11 ตัวจริงตามคาด

เวสต์แฮม (3-4-2-1) : แมดส์ เฮอร์มันเซ่น - ฌอง-แกลร์ก โตดิโบ, แม็กซ์ คิลแมน, นาเยฟ อาเกิร์ด - อารอน วาน-บิสซาก้า, เจมส์ วอร์ด-เพราส์, โทมัส ซูเช็ค, เอล ฮัดจิ มาลิค ดิยุฟ - จาร์ร็อด โบเว่น, ลูคัส ปาเกต้า - คัลลั่ม วิลสัน

เชลซี (4-2-3-1) : โรเบิร์ต ซานเชซ - รีซ เจมส์, จอช อาเชียมปง, เทรโวห์ ชาโลบาห์, มาร์ก กูกูเรย่า - เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ, มอยเสส ไกเซโด้ - เอสเตเวา, โคล พาลเมอร์, เปโดร เนโต้ - ชูเอา เปโดร



ผู้ตัดสิน : ไมเคิ่ล โอลิเวอร์

รวบ! ปลัด อบจ.มุกดาหาร รีดทรัพย์ผู้รับเหมา

“บิ๊กเต่า” นำทีมบุกรวบปลัด อบจ.มุกดาหาร คาห้องทำงาน หลังได้รับการร้องเรียนรีดทรัพย์ผู้รับเหมา แลกเซ็นอนุมัติเบิกจ่ายงบประมาณก่อสร้างถนน กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สะเทือนวงการราชการท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. พ.ต.อ.วิศิษฐ์ พลบม่วง ผกก.3 บก.ปปป. นำกำลังจับกุม ว่าที่ ร.อ.วัทธิกร ทรงยศวัฒนา ปลัด อบจ.มุกดาหาร ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 ข้อหา “เป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจโดยมิชอบ, ข่มขืนใจให้บุคคลอื่นมอบหรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ” โดยจับกุมตัวได้ภายในสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร

สืบเนื่องจากมีตัวแทนบริษัทรับเหมาก่อสร้างเอกชนแห่งหนึ่งเข้าแจ้งความกับทางตำรวจ บก.ปปป. ว่า ถูก ว่าที่ ร.อ.วัทธิกร ผู้ต้องหารายนี้ซึ่งมีตำแหน่งเป็นถึงปลัด อบจ.มุกดาหาร ข่มขู่เรียกเงินแลกกับการเซ็นอนุมัติเบิกจ่ายเงินงบประมาณ

รวบปลัด อบจ.มุกดาหาร รีดทรัพย์ผู้รับเหมา แลกเซ็นอนุมัติงบสร้างถนน

หลังก่อนหน้านี้บริษัทดังกล่าวได้ชนะประมูลทำสัญญารับงานก่อสร้างโครงการปรับปรุงถนนกับ อบจ.มุกดาหาร รวม 7 โครงการ มูลค่า 12,773,000 บาท โดยมี ว่าที่ ร.อ.วัทธิกร ปลัด อบจ.มุกดาหาร เป็นผู้ลงนามในสัญญา ต่อมาหลังส่งมอบงานและเบิกเงินได้เพียง 2 โครงการ ว่าที่ ร.อ.วัทธิกร กลับบ่ายเบี่ยงไม่ให้เบิกเงินอีก 5 โครงการที่เหลือ โดยอ้างว่างานไม่เรียบร้อย ทั้งที่ในความเป็นจริงทางบริษัทได้ทำงานถูกต้องครบถ้วนและมีการเซ็นตรวจรับงานไปแล้ว

สถานการณ์เริ่มบานปลายเมื่อ ว่าที่ ร.อ.วัทธิกร ได้ยื่นข้อเสนอเรียกรับเงินค่าตอบแทนจำนวน 10% ของมูลค่าโครงการทั้งหมด ซึ่งคิดเป็นเงินประมาณ 700,000 บาท ผู้เสียหายซึ่งเกรงว่าหากไม่ยอมทำตามข้อเสนอจะไม่สามารถเบิกเงินค่าดำเนินการที่เหลือได้ จึงจำใจนำเงินสดจำนวน 500,000 บาท ไปส่งมอบให้กับ ว่าที่ ร.อ.วัทธิกร ตามจุดที่นัดหมายไว้

แต่เรื่องราวไม่จบเพียงเท่านั้น เมื่อ ว่าที่ ร.อ.วัทธิกร พบว่าเงินที่ได้รับนั้นไม่ครบตามจำนวนที่ตกลงกันไว้ จึงได้โทรศัพท์ทวงถามเงินส่วนที่เหลืออีก 200,000 บาท การกระทำดังกล่าวทำให้ผู้เสียหายตัดสินใจนำเรื่องเข้าแจ้งความกับตำรวจ บก.ปปป. ซึ่งนำไปสู่การออกหมายจับและนำกำลังเข้าจับกุมตัว ว่าที่ ร.อ.วัทธิกร ในที่สุด

ความคืบหน้าหลังการจับกุม ปลัด อบจ.มุกดาหาร

ภายหลังการจับกุม ว่าที่ ร.อ.วัทธิกร ยังคงให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจค้นหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมภายในห้องทำงานส่วนตัวของผู้ต้องสงสัย หลังจากเสร็จสิ้นการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งนำตัวผู้ต้องหาไปส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปปป. เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกระบวนการทางกฎหมายต่อไป

เหตุการณ์นี้ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้ข้าราชการทุกระดับพึงระลึกถึงจริยธรรมและคุณธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ การใช้อำนาจในทางมิชอบและการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวไม่เพียงแต่จะนำมาซึ่งความเดือดร้อนแก่ผู้อื่นเท่านั้น แต่ยังเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือขององค์กรและกระบวนการยุติธรรมอีกด้วย หากพบเห็นการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ ควรแจ้งเบาะแสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบเพื่อดำเนินการตรวจสอบและลงโทษผู้กระทำผิดต่อไป

ที่มา – รวบปลัด อบจ.มุกดาหาร รีดทรัพย์ผู้รับเหมา แลกเซ็นอนุมัติเบิกจ่ายงบฯ สร้างถนน

ญี่ปุ่นแนะ! จำกัดเวลาใช้สมาร์ทโฟน 2 ชั่วโมง

จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น ออกข้อแนะนำให้ประชาชนทุกเพศทุกวัย จำกัดเวลาใช้สมาร์ทโฟน 2 ชั่วโมงต่อวัน โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยลดปัญหาสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้งานมากเกินไป

ญี่ปุ่นเสนอจำกัดเวลาใช้สมาร์ทโฟน 2 ชั่วโมง หวังแก้ปัญหาสุขภาพกาย-ใจ

เมืองโตโยอาเกะ ในจังหวัดไอจิ ได้เสนอร่างข้อบัญญัติท้องถิ่นที่แนะนำให้ประชาชนทุกคน จำกัดเวลาใช้สมาร์ทโฟน 2 ชั่วโมงต่อวัน นอกเหนือจากเวลาทำงานและเวลาเรียน การจำกัดเวลานี้มุ่งเน้นไปที่การป้องกันปัญหาสุขภาพกายและใจ เช่น อาการนอนไม่หลับ ความเครียด และผลกระทบอื่นๆ ที่เกิดจากการติดสมาร์ทโฟน

นายกเทศมนตรีเมืองโตโยอาเกะ มาซาฟูมิ โคกิ ได้เน้นย้ำว่า ร่างข้อบัญญัตินี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อบังคับใช้เป็นกฎหมายที่ต้องมีบทลงโทษ แต่เป็นเพียงแนวทางเพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงผลเสียที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้สมาร์ทโฟนเป็นเวลานาน

ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมยังรวมถึงการกำหนดเวลาที่เหมาะสมสำหรับเด็กและเยาวชนในการหยุดใช้สมาร์ทโฟน โดยแนะนำว่าเด็กประถมศึกษาควรหยุดใช้หลังเวลา 21.00 น. และเด็กมัธยมศึกษาตอนต้นขึ้นไปควรเลิกใช้หลังเวลา 22.00 น.

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่มีการเผยแพร่ร่างข้อบัญญัติ ได้มีประชาชนชาวญี่ปุ่นจำนวนมากออกมาแสดงความคิดเห็นคัดค้าน โดยหลายคนมองว่าการจำกัดเวลาใช้สมาร์ทโฟน 2 ชั่วโมงต่อวันนั้นไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ ยังมีผู้ที่เห็นว่าการตัดสินใจเกี่ยวกับการจำกัดเวลาการใช้สมาร์ทโฟนควรเป็นเรื่องภายในครอบครัวมากกว่าการที่รัฐบาลจะออกกฎข้อบังคับ

ทำไมต้องจำกัดเวลาใช้สมาร์ทโฟน

กระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้นายกเทศมนตรีโคกิต้องออกมาเน้นย้ำอีกครั้งว่า ข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อบังคับใช้ทางกฎหมาย แต่เป็นเพียงคำแนะนำเชิงสร้างสรรค์ เขายังยอมรับว่าสมาร์ทโฟนเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในปัจจุบัน แต่การใช้งานอย่างเหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยงต่อสุขภาพได้

ร่างข้อบัญญัตินี้จะถูกนำเสนอต่อสภาเทศบาลเพื่อพิจารณาในสัปดาห์หน้า หากได้รับความเห็นชอบ ก็จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนตุลาคมนี้

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ญี่ปุ่นพยายามที่จะควบคุมเวลาการใช้อุปกรณ์ดิจิทัล ก่อนหน้านี้ ในปี 2020 จังหวัดคางาวะได้ออกข้อบัญญัติที่แนะนำให้เด็กเล่นเกมได้ไม่เกิน 1 ชั่วโมงในวันเรียน และไม่เกิน 90 นาทีในช่วงปิดเทอม พร้อมทั้งแนะนำให้เด็กอายุ 12-15 ปีหยุดใช้สมาร์ทโฟนหลัง 21.00 น. และเด็กอายุ 15-18 ปีเลิกใช้หลัง 22.00 น.

จากการสำรวจของ Children and Families Agency ซึ่งเผยแพร่ในเดือนมีนาคม 2025 พบว่าเยาวชนญี่ปุ่นใช้เวลาออนไลน์เฉลี่ยมากกว่า 5 ชั่วโมงต่อวันในวันเรียน ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตแนะนำ

เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การจำกัดเวลาอาจจะไม่ใช่ทางออกเดียว แต่การตระหนักถึงผลกระทบและสร้างสมดุลในการใช้งาน คือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับทุกคน

ที่มา – ญี่ปุ่นเสนอจำกัดเวลาใช้สมาร์ทโฟน 2 ชั่วโมงต่อวัน หวังแก้ปัญหาสุขภาพกาย-ใจ

เรย์นเดอร์สต้องมีไหม? ประเด็น FPL

การเปิดตัวที่ยอดเยี่ยมของ Tijjani Reijnders ให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้กลายเป็นประเด็นร้อนในหมู่ผู้จัดการทีม Fantasy Premier League

กองกลาง (ราคา 5.6 ล้านปอนด์) ทำประตูและแอสซิสต์ในเกมที่ซิตี้เอาชนะวูล์ฟส์ 4-0 ทำให้คนที่โชคดีพอที่จะเลือกเขารับไป 10 แต้มเต็ม

หลังจากผ่านไปเพียงสัปดาห์เดียว และราคายังต่ำอยู่ เขาเป็นผู้เล่นที่ต้องมีใน Fantasy หรือยัง?

ผู้เชี่ยวชาญ FPL Gianni Buttice และทีมงานจาก The FPL Podcast ของ BBC Sport ถกเถียงกันถึงประเด็น FPL ในสัปดาห์นี้

‘คุณต้องมีเขา’ – กรณีของเรย์นเดอร์ส (Reijnders)

Statman Dave: คุณควรพิจารณาเรย์นเดอร์ส (Reijnders) ถ้าเขาเล่นให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้อย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งฤดูกาล เขาจะทำได้อย่างน้อย 10 ประตูในพรีเมียร์ลีก อาจจะถึง 15 ประตูด้วยซ้ำ เขาเป็นคนที่คุณต้องการในทีมของคุณ พื้นที่ที่เขาเล่นนั้นสมบูรณ์แบบ Kevin de Bruyne ไม่อยู่แล้ว เขาเล่นในพื้นที่เดียวกันนั้นเลย

John Acres: ถ้าฉันไม่มีเขา ฉันคงรีบซื้อก่อนที่ราคาจะขึ้น เขาดูเหมือนจะยึดตัวจริงได้แล้วนะ เขาดูเหมือนเป็นคนที่คุณต้องมี และรู้สึกว่าเมื่อถึงสัปดาห์ที่หกหรือเจ็ด ทุกคนจะมีเขา

Gianni Buttice: ก่อนเกมอุ่นเครื่องปรีซีซั่นของแมนเชสเตอร์ ซิตี้กับปาแลร์โม ซึ่งเรย์นเดอร์ส (Reijnders) ทำไปสองประตูในการลงเล่น 45 นาที ชาวดัตช์รายนี้มีเจ้าของใน FPL น้อยกว่า 5% ตอนนี้เขากำลังจะลงเล่นในสุดสัปดาห์นี้ในหนึ่งในสามทีม

แฟนบอลเอซี มิลานคงตกใจที่ FPL ตั้งราคาชาวดัตช์รายนี้ไว้ที่ 5.5 ล้านปอนด์ กองกลางแห่งปีของกัลโช่ เซเรีย อา ทำไป 10 ประตูและ 5 แอสซิสต์ในลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้วให้กับทีมมิลานที่ผลงานไม่ดีและจบอันดับนอกโซนยุโรป

‘ระวังการหมุนเวียนของ Guardiola’ – กรณีที่ไม่ควรมีเรย์นเดอร์ส (Reijnders)

Gianni Buttice: การซื้อเรย์นเดอร์ส (Reijnders) ดูเหมือนจะเป็นสิ่งเดียวที่ผู้จัดการทีม FPL เห็นพ้องกันก่อนเข้าสู่สัปดาห์นี้ และก็สมควรแล้ว แต่เพื่อความสมดุล นี่คือเหตุผล (แม้จะมีน้อย) ที่คุณอาจต้องการลังเลก่อนที่จะย้ายเขาเข้ามา

Pep Guardiola มักจะมีช่วง ‘ผู้เล่นที่ถูกใจ’ กับผู้เล่นเกมรุก กองกลาง และกองหน้าตัวริมเส้น หลังจากมาถึงในเดือนมกราคม Omar Marmoush ได้ออกสตาร์ท 14 จาก 16 เกมลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เขาถูกโยนลงสนามและทำผลงานได้ดีทันที เหมือนกับเรย์นเดอร์ส (Reijnders) จากนั้น ในความประหลาดใจของหลายๆ คน Guardiola ไม่ได้เลือกกองหน้ารายนี้ที่มีเจ้าของ 10% ในเกมกับวูล์ฟส์

เมื่อแชมเปี้ยนส์ลีกใกล้เข้ามา บางคนอาจกังวลเกี่ยวกับการหมุนเวียนของเรย์นเดอร์ส (Reijnders) โดย Guardiola มีตัวเลือกในแดนกลางมากมาย แต่จากสิ่งที่เราได้เห็นมาจนถึงตอนนี้ และสิ่งที่เราได้เห็นที่เอซี มิลาน เรย์นเดอร์ส (Reijnders) น่าจะรักษามาตรฐานการเล่นที่สูงของเขาไว้ได้

สรุปแล้ว เรย์นเดอร์ส (Reijnders) คุ้มค่าที่จะเสี่ยงหรือไม่?

การตัดสินใจว่าจะซื้อ เรย์นเดอร์ส (Reijnders) หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์และงบประมาณของคุณ ถ้าคุณต้องการผู้เล่นราคาถูกที่มีศักยภาพในการทำคะแนนสูง และไม่กลัวการหมุนเวียนผู้เล่น เรย์นเดอร์ส (Reijnders) อาจเป็นตัวเลือกที่ดี

อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณต้องการผู้เล่นที่การันตีการลงเล่นอย่างสม่ำเสมอและทำคะแนนได้แน่นอนกว่า อาจจะต้องมองหาตัวเลือกอื่น

สุดท้ายนี้ ไม่มีคำตอบที่ถูกต้องหรือผิด การตัดสินใจขึ้นอยู่กับคุณ!

ที่มา – Is Reijnders a must-have? The FPL talking point

“นฤมล” มั่นใจ ดัน พ.ร.บ.การศึกษา สำเร็จในสภาฯ

“นฤมล” เปิดสมัชชาการศึกษา ครั้งที่ 3 ลั่น ปฏิรูปการศึกษาต้องร่วมมือทุกส่วน มั่นใจ ดัน พ.ร.บ.การศึกษา สำเร็จในสภาฯ ชุดนี้ ขอช่วยกันดูแลสุขภาพจิตเด็กยุคออนไลน์

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 22 ส.ค.2568 ที่โรงแรม ที.เค.พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมสมัชชาสภาการศึกษาระดับชาติ ครั้งที่ 3 (𝟑𝐫𝐝 𝐍𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧𝐚𝐥 𝐄𝐝𝐮𝐜𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧 𝐀𝐬𝐬𝐞𝐦𝐛𝐥𝐲) ภายใต้หัวข้อ “𝐅𝐮𝐭𝐮𝐫𝐞 𝐋𝐞𝐚𝐫𝐧 𝐅𝐮𝐭𝐮𝐫𝐞 𝐄𝐚𝐫𝐧 เรียนรู้เพื่อก้าวสู่อนาคต” โดยมีผู้แทนองค์กรทุกภาคส่วนจากทั่วประเทศ ประกอบด้วย สมัชชาหรือสภาการศึกษาจังหวัด หน่วยงานด้านการศึกษาภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน ภาคศาสนา ภาควิชาการและวิชาชีพ ภาคประชาสังคม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชน เข้าร่วมการประชุมเสวนาฯ

“นฤมล” มั่นใจ ดัน พ.ร.บ.การศึกษา สำเร็จในสภาฯ ชุดนี้

ศ.ดร.นฤมล ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง Flexible Education การศึกษาที่ยืดหยุ่นเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต ระบุว่า วันนี้ถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายและแผนการขับเคลื่อนงานด้านการศึกษาของประเทศไทย ซึ่งการปฏิรูปการศึกษาไม่ใช่เรื่องที่พรรคการเมืองหรือนักการเมืองจะสามารถกำหนดได้ เราเป็นเพียงส่วนในการช่วยขับเคลื่อนเท่านั้น เช่น ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติอยู่ทั้งหมด 7 ร่าง ประกอบด้วยร่างของกระทรวงศึกษาธิการ ร่างจากฝ่ายรัฐบาล ร่างฝ่ายค้าน และร่างที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเรื่องนี้ทางฝ่ายการเมืองจะต้องร่วมกันผลักดันให้ร่างกฎหมายดังกล่าวสำเร็จภายในสภาชุดนี้ พร้อมทั้งเปิดรับข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนเพื่อให้กฎหมายมีความสมบูรณ์ ครอบคลุม และตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ

รมว.ศึกษาธิการ ยังกล่าวต่อว่า ยังกล่าวถึงความสำคัญของการจัดสมัชชาการศึกษา ที่ได้ดำเนินการต่อเนื่องมาแล้วกว่า 3 ปี และจัดครบแล้ว 15 จังหวัด โดยตั้งเป้าจะจัดให้ครบทั้ง 77 จังหวัด เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกพื้นที่ได้สะท้อนความคิดเห็น ได้ถกเถียง และร่วมกันกำหนดทิศทางการศึกษาไทย เพราะทุกท่านคือกำลังสำคัญในการปฏิรูปการศึกษา ไม่ว่าจะเป็น เครือข่ายการศึกษา ครู นักเรียน และภาคประชาชน

“ดิฉันเห็นว่าการมีความเห็นต่างถือเป็นเรื่องดีในสังคมประชาธิปไตย เพราะนำไปสู่การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่สร้างสรรค์ และช่วยตกผลึกนโยบายการศึกษาที่ทุกคนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

ศ.ดร.นฤมล ยังกล่าวต่อถึง การวัดผลการเรียนรู้ของเด็กไทยว่า ไม่ควรยึดติดกับการท่องจำอีกต่อไป แต่ควรพัฒนาเครื่องมือ และวิธีการใหม่ ๆ โดยอาศัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีอยู่มากมาย เพื่อให้การประเมินสะท้อนถึงการเรียนรู้จริง ประสบการณ์จริง และการทำงานได้จริง เช่นเดียวกับวิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง ที่ตนเคยพูดไปว่าเป็นหัวใจสำคัญที่อยากให้เด็กไทยได้เรียนรู้ ตั้งแต่ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยไม่ใช่เพียงการจำเนื้อหา แต่ต้องเปิดโอกาสให้เด็กคิด วิเคราะห์ ตั้งคำถาม และถกเถียงในห้องเรียน เพื่อเข้าใจเหตุผลของการตัดสินใจทางประวัติศาสตร์ และเรียนรู้รากฐานระบอบประชาธิปไตยแบบไทย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้งทางความคิดในสังคมได้

นอกจากนี้ ศ.ดร.นฤมล ยังกล่าวถึงปัญหาของครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยเฉพาะเรื่องภาระหนี้สินครู ที่เป็นอุปสรรคต่อการทุ่มเทเวลาและพลังให้กับการสอน โดยเปิดเผยว่า วานนี้ (21 ส.ค.) ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ได้เห็นชอบแนวทางการตั้งสหกรณ์กลางเพื่อรวมหนี้ครูและหาแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบ รวมถึงการเร่งขับเคลื่อนปรับเกณฑ์วิทยฐานะครูให้มีความสมเหตุสมผลและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น

“นฤมล” มั่นใจ ดัน พ.ร.บ.การศึกษา สำเร็จในสภาฯ ชุดนี้ ช่วยดูแลเด็กยุคออนไลน์

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวอีกว่า อีกสิ่งหนึ่งที่น่าห่วงไม่แพ้กันคือ สุขภาพจิตและความเข้มแข็งทางอารมณ์ของเด็กยุคใหม่ ที่ต้องเผชิญแรงกดดันและการตัดสินบนโลกออนไลน์ ซึ่งส่งผลให้หลายคนมีความเปราะบางทางอารมณ์มากกว่าเด็กยุคก่อน ในส่วนนี้กระทรวงศึกษาฯ ได้มีมาตรการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางอารมณ์ และจัดนักจิตวิทยาเพื่อช่วยดูแลเด็กอย่างจริงจังแล้ว

“อนาคตของชาติขึ้นอยู่กับการที่เด็กมีทั้งความรู้ ความเข้มแข็งทางอารมณ์ และสุขภาพจิตที่ดี หากละเลยปล่อยให้เด็กมีสุขภาพจิตที่ย่ำแย่ ก็จะส่งผลต่อประเทศในอนาคตด้วย” ศ.ดร.นฤมล กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ การประชุมสมัชชาสภาการศึกษาระดับชาติ มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนในสังคมมีส่วนร่วมจัดการการศึกษาที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนและพื้นที่ สร้างการรับรู้ ความเข้าใจ ผ่านการมีส่วนร่วมของภาคีที่เข้าใจปัญหาและมีฐานทุนในพื้นที่ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาที่ทุกคนมีส่วนร่วมกับการศึกษาอย่างแท้จริง

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ มั่นใจว่าจะสามารถผลักดัน พ.ร.บ.การศึกษาให้สำเร็จในสภาชุดนี้ได้ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการปฏิรูปการศึกษา และการดูแลสุขภาพจิตของเด็กในยุคดิจิทัล เพื่อสร้างอนาคตที่ดีให้กับประเทศ

การผลักดัน พ.ร.บ.การศึกษาให้สำเร็จในสภาฯ ชุดนี้ ไม่ได้เป็นเพียงเป้าหมายทางการเมืองเท่านั้น แต่เป็นการลงทุนในอนาคตของชาติ หวังว่าทุกฝ่ายจะร่วมมือกันเพื่อให้กฎหมายนี้เป็นจริงและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อเยาวชนไทย

ที่มา – “นฤมล” มั่นใจ ดัน พ.ร.บ.การศึกษา สำเร็จในสภาฯ ชุดนี้ ขอช่วยกันดูแลสุขภาพจิตเด็กยุคออนไลน์

กมธ.ทหาร เปิดตัว “รองเท้านิลมังกร” ลดสูญเสียทหาร

คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหาร วุฒิสภา เปิดตัวนวัตกรรม “รองเท้านิลมังกร” หรือ Spider Boots ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยลดความสูญเสียของทหารแนวหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนตามตะเข็บชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีความหวังว่าจะสามารถลดอัตราการสูญเสียขาและอวัยวะอื่นๆ ของกำลังพลกองทัพภาคที่ 2 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 นายวุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะกรรมาธิการการทหาร และประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านไซเบอร์ เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ วุฒิสภา ได้แถลงถึงรายละเอียดของต้นแบบรองเท้านิลมังกร (Spider Boots) ซึ่งมีจุดประสงค์หลักเพื่อลดความสูญเสียที่เกิดจากแรงระเบิดสังหารบุคคล โดยนายวุฒิพงศ์กล่าวว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ทำให้ทหารไทยจำนวนมากต้องสูญเสียขาจากทุ่นระเบิดสังหารบุคคลที่ถูกวางไว้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสะเทือนใจและส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของทหาร

จากข้อมูลที่มีการเผยแพร่เกี่ยวกับรองเท้าที่ทหารต่างชาติใช้ในสงครามรัสเซีย-ยูเครน พบว่าเป็นรองเท้าสไปเดอร์บูท (Spider Boots) ที่ถูกคิดค้นขึ้นตั้งแต่ก่อนปี ค.ศ. 2000 โดยประเทศแคนาดา และกองทัพยูเครนได้นำไปใช้ในสนามรบจริง ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถลดการสูญเสียอวัยวะและการบาดเจ็บล้มตายได้อย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่ทหารยูเครนและประชาชนทั่วไปต้องสูญเสียขาไปประมาณ 20,000 คนต่อปี แต่เมื่อนำสไปเดอร์บูทมาใช้ ทำให้จำนวนผู้สูญเสียขาลดลงอย่างมาก เหลือไม่ถึง 10 คนต่อปี

รองเท้านิลมังกร: นวัตกรรมเพื่อทหารไทย

“เราจึงได้ทำการถอดแบบจากสิ่งประดิษฐ์ดังกล่าว โดยใช้เทคโนโลยีการพิมพ์แบบสามมิติ และประสานงานกับโรงงานที่มีศักยภาพในการพิมพ์ระบบสามมิติ ซึ่งได้รับการตอบรับและความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยทางโรงงานยินดีที่จะสนับสนุนการออกแบบและการประกอบเป็นรูปร่างโดยไม่คิดมูลค่า คาดว่าจะได้ต้นแบบตัวจริงภายในหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งจะมีการติดตั้งคราดที่มีความแข็งแรงเพื่อต้านทานแรงระเบิด” นายวุฒิพงศ์กล่าว

อธิบายเพิ่มเติมว่า หากทหารสวมรองเท้าคอมแบททั่วไป เมื่อเหยียบถูกระเบิดสังหารบุคคลชนิดฝังกลบในดิน มักจะถูกตัดที่ข้อเท้าพอดี แต่รองเท้านิลมังกรนี้ ถูกออกแบบให้ยกพื้นสูงขึ้นจากพื้นดินที่เหยียบ ทำให้หน่วยลาดตระเวนที่สวมใส่จะไม่ได้รับบาดเจ็บ หรือหากได้รับบาดเจ็บก็จะลดความรุนแรงลง และหากนำไปใช้กับทหารที่เดินนำแถว จะสามารถลดแรงกระแทกได้ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในการลดความสูญเสีย

ลดการสูญเสียด้วยรองเท้านิลมังกร

นายวุฒิพงศ์กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ว่าการสวมใส่ในช่วงแรกอาจจะยังไม่คุ้นชินและต้องฝึกเดินให้เกิดความชำนาญก่อนที่จะนำไปใช้ในการลาดตระเวนในพื้นที่สุ่มเสี่ยง แต่สิ่งประดิษฐ์นี้จะช่วยสร้างขวัญและกำลังใจให้กับทหารแนวหน้า และทำลายขวัญของศัตรูที่วางทุ่นระเบิด เนื่องจากรองเท้านิลมังกรจะช่วยลดประสิทธิภาพของทุ่นระเบิด

หลังจากที่ได้ต้นแบบสามมิติเสร็จสมบูรณ์แล้ว จะมีการนำแบบไปแจกจ่ายให้กับโรงงานต่างๆ ที่มีความพร้อมในการผลิต ซึ่งหลายโรงงานได้ยืนยันแล้วว่าจะให้การสนับสนุน โดยจะส่งต้นแบบไปที่กองทัพภาคที่ 2 เพื่อทำการทดสอบการใช้งานต่อไป

รองเท้านิลมังกร ถือเป็นอีกหนึ่งความหวังในการช่วยปกป้องทหารไทยที่ปฏิบัติหน้าที่เสี่ยงภัยตามแนวชายแดน การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและลดความสูญเสียเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้ทหารเหล่านี้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ที่มา – กมธ.ทหาร วุฒิสภา เปิดตัว “รองเท้านิลมังกร” หวังช่วยลดความสูญเสียทหารลาดตระเวน

“ภูมิธรรม” ไม่เดา กัมพูชารับ 3 ข้อเสนอฝ่ายไทยหรือไม่?

“ภูมิธรรม” มอง กัมพูชาไม่ได้ผิดนัดประชุม RBC จะเที่ยงคืนตี 1 ได้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับความพร้อม ไม่ขอเดา กัมพูชารับ 3 ข้อเสนอฝ่ายไทยหรือไม่  ชี้เรื่องเขตแดนไม่จบง่ายต้องหาทางออกที่ดีทั้ง 2 ฝ่าย วันที่ 22 สิงหาคม 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคไทย–กัมพูชา (Regional Border Committee – RBC) กองทัพภาคที่ 1 ของไทย และภูมิภาคทหารที่ 5 ของกัมพูชา

โดยฝ่ายไทยได้ยื่นข้อเสนอ 3 ข้อ คือ ให้เก็บกู้ทุ่นระเบิดร่วมกัน, ร่วมปราบสแกมเมอร์ และจัดสรรพื้นที่ชายแดนให้ถูกต้อง มีแนวโน้มว่ากัมพูชารับ 3 ข้อเสนอฝ่ายไทยหรือไม่ ว่าตนไม่ขอเดา ขอให้มีการพูดคุยกันไม่ต้องเดา ซึ่งเมื่อคืน(21 ส.ค. 2568)เป็นการพูดคุยรายละเอียดฝ่ายเลขาฯ และการประชุม RBC เป็นเรื่องที่แม่ทัพคุยกันไม่มีอะไรที่น่ากังวล ไม่ว่าจะนัดเวลาใด ตี 1 หรือเที่ยงคืนก็ได้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละฝ่าย ส่วนวันนี้ (22 ส.ค.) คือวันประชุมจริงก็ขอให้แม่ทัพได้พูดคุยกันอย่าไปเดาอะไร ซึ่งไทยก็มีเหตุผลของไทยที่จะมีข้อเสนอต่างๆ ว่ามีความจำเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้น 3 ข้อที่ไทยเสนอไปเป็นเงื่อนไข เป็นปัญหา และเป็นประโยชน์กับไทยที่น่าจะทำได้ ถือเป็นความเหมาะสมถูกต้องที่เราต้องเสนอเพื่อพิจารณาร่วมกัน แต่ตอนนี้คงต้องรอให้พูดคุยกันก่อน

“ภูมิธรรม” มอง กัมพูชารับ 3 ข้อเสนอฝ่ายไทยหรือไม่

นายภูมิธรรมยังกล่าวถึงเรื่องเขตแดนว่า ความเป็นจริงต้องเตรียมใจไว้ว่าเรื่องนี้คงไม่จบง่ายๆ เพราะในโลกนี้ยังไม่มีอันไหนที่จบง่าย ก็ต้องว่ากันไปและหาทางออกให้ดีสำหรับทุกฝ่าย เพื่อไม่ให้กระทบกับอธิปไตยของทั้ง 2 ประเทศ หรือจะมีการใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างไรก็ต้องไปดู อย่าพึ่งไปคิดว่าจะต้องจบเร็ว

ทำไมต้องรอฟังผลการพูดคุยเรื่อง กัมพูชารับ 3 ข้อเสนอฝ่ายไทยหรือไม่?

เมื่อถามย้ำว่าการประชุม RBC วานนี้ (21 ส.ค.) ฝ่ายกัมพูชาไม่ได้มาตามนัดหมาย นายภูมิธรรมกล่าวว่า บอกไปแล้วว่าเป็นไปตามเวลานัดหมาย ที่เขานัดกันตรงกัน เวลาเรานัดหรือเขานัด ถ้ามีอะไรที่ขัดข้องเขาก็รอกัน ไม่ใช่เรื่องเกี่ยงนู่นเกี่ยงนี่ ถ้าเขายังไม่ได้ข้อสรุปมาก็คุยกันไม่ได้ อย่าไปจับจุดเล็กจุดน้อยให้เอาเรื่องใหญ่ๆ

ส่วนเมื่อวานนี้ (21 ส.ค.) ที่ประชุมสภาฯ มีการพูดถึงการยกเลิก MOU 43 และ MOU 44 รัฐบาลมีท่าทีเรื่องนี้อย่างไร นายภูมิธรรมระบุว่า MOU ทั้งสองฉบับอย่าพึ่งไปตัดสินใจอะไร ยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีอะไรที่แอบแฝง ทำให้เป็นปัญหา ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องไปพูดคุย และเฉพาะบุคคลที่มีปัญหาสามารถมาพูดคุยกันได้ว่าผลอะไรเป็นอย่างไร เพราะเรื่องนี้หากไปพูดเป็นสาธารณะเขาก็จะรู้เราหมด ดังนั้นอะไรที่เป็นประโยชน์ หรือเป็นประโยชน์ก็ให้มาพูดคุยกันกับตนเองหรือกระทรวงการต่างประเทศก็ได้ เพราะไม่ใช่ผลประโยชน์ของนายกรัฐมนตรีหรือของตนเอง แต่เป็นเรื่องที่ต้องดูแลผลประโยชน์ของประเทศชาติอยู่แล้ว 

นายภูมิธรรม กล่าวด้วยว่า นี่คือจุดยืนที่จะไม่ยอมเสียอธิปไตยและผลประโยชน์ของประเทศชาติไป เพราะฉะนั้นเรื่องเหล่านี้ที่ได้ถามกันหรือมีปัญหา หลายฝ่ายเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย กฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงผลที่จะเกิดขึ้น มาหลายเรื่องซึ่งทุกคำถามที่ถามรัฐบาลมาหลายเรื่อง บอกได้เพียงว่ารัฐบาลจะทำให้ดีที่สุด เหมือนกับตั้งคำถามว่าทำไมรัฐบาลถึงไม่ฟ้องศาลระหว่างประเทศกับผู้นำกัมพูชา ซึ่งเรื่องนี้มีหลายมุมมอง จึงไม่อยากให้มองแค่มุมเดียว และอยากให้สื่อลองพิจารณาและไปศึกษาดูว่าอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ หากพูดไปก็จะเป็นปัญหา

เมื่อถามว่าไม่ควรมาพูดว่ายกเลิกใช่หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า พูดไปก็ดีแล้ว ตระหนักแล้วแต่ถ้าอยากรู้รายละเอียดที่ลึกก็ให้มาถามตนไม่ใช่ถามตามหน้าสื่อ และต้องไปถามองค์กรหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง

ส่วนกรณีที่นายรังสิมันต์ โรม สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เสนอให้มีการตั้งกรรมาธิการศึกษาการยกเลิก MOU 43 และ MOU 44 นายภูมิธรรมกล่าวว่า ให้เป็นเรื่องของสภา ส่วนรัฐบาลก็บริหารตามหลักการที่เราคิดว่าประเทศได้ประโยชน์สูงสุด

เมื่อถามว่าวานนี้(21 ส.ค. 2568) สภาฯปิดการประชุมก่อนที่จะมีการหารือเรื่อง MOU 43 และ MOU 44 นายภูมิธรรมกล่าวว่า เรื่องนี้นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ได้ชี้แจงไปแล้วว่าไม่มีวาระ ก็ต้องว่ากันตามวาระ เรื่องของงานสภา ไม่ใช่อยู่ๆ ประธานสภาหรือรองประธานสภาจะใส่วาระอะไรเข้าไปก็ได้เพราะต้องว่ากันตามกฎเกณฑ์

การที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการพูดคุยและความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาและความร่วมมือในทุกๆด้าน การรอผลการเจรจาจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่ายอย่างแท้จริง

ที่มา – “ภูมิธรรม” ไม่เดา กัมพูชา รับ 3 ข้อเสนอฝ่ายไทยหรือไม่ รอแม่ทัพคุยกัน ชี้เรื่องเขตแดนไม่จบง่าย

ฮูเลี่ยน อัลวาเรซ แตกหักภายใน.! ชี้อาจคิดผิดที่ย้ายมาซบ แอต มาดริด!

ฮูเลี่ยน อัลวาเรซ กองหน้า แอตเลติโก้ มาดริด กำลังมีรอยร้าวเกิดขึ้นกับสโมสร หลังไม่ได้รับการปกป้องในการซื้อขายนักเตะ

ฮูเลี่ยน อัลวาเรซ

ฮูเลี่ยน อัลวาเรซ กองหน้าตัวเก่งของ แอตเลติโก้ มาดริด ทีมชื่อดังในศึกลาลีกา สเปน กำลังตกเป็นข่าวว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับต้นสังกัดที่อาจมีรอยร้าวเกิดขึ้น หลังไม่พอใจในการรับการปกป้องในการทำการซื้อขายนักเตะ

อย่างไรก็ดีในเวลานี้ทางทีมงานที่ใกล้ชิดของ อัลวาเรซ กำลังเกิดการไม่พอใจ ที่นักเตะของเขาไม่ได้ถูกมองว่าเป็นตัวหลักแบบ “ห้ามแตะต้อง” ในสายตาของ ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ จนมีการตั้งคำถามว่า การย้ายทีมเมื่อปี 2024 นั้นเป็นการตัดสินใจที่ถูกหรือไม่

อย่างไรก็ตามทางทีมงานของ อัลวาเรซ พูดว่า “เขาไม่เคยได้รับตำแหน่งที่คิดว่าควรได้ ทั้งที่ฤดูกาลก่อนยิงเกือบ 30 ประตู แต่กลับถูกจับไปยืนริมเส้นไล่บี้ฟูลแบ็ค หรือถูกเปลี่ยนออกตั้งแต่ครึ่งเวลา”

“คุณจะโทษซิเมโอเน่ไม่ได้หรอก เพราะเขาไม่เคยชินกับการดูแลสตาร์ระดับโลก แบบนี้ถือเป็นความผิดของเราเองที่ตัดสินใจพาเขาไปอยู่ที่นั่น เราพลาดที่เลือกทีมของซิเมโอเน่”

และคำพูดดังกล่าวทำให้ บาร์เซโลน่า จับตามองทันที เพราะพวกเขามองว่า อัลวาเรซ คือคนที่เหมาะจะมารับไม้ต่อจาก โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ โดยมีแผนดึงตัวในปี 2026 ซึ่งตอนนั้น แอตฯ มาดริด อาจเปิดไฟเขียวขายออก แต่กลับกันทาง รูเบน อูเรีย นักข่าวชื่อดังได้ออกมาหักล้าง โดยบอกว่าเขายังมีความสุขดีกับชีวิตที่ “ตราหมี” และกำลังเจรจาสัญญาใหม่กับสโมสร แถมยังมีความสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยมกับ ซิเมโอเน่ อีกด้วย

ปัจจุบัน อัลวาเรซ ถูกยกให้เป็นหัวใจเกมรุกเบอร์หนึ่งของ แอตเลติโก้ มาดริด ที่เบียดแย่งตำแหน่ง อ็องตวน กรีซมันน์ ดังนั้นสำหรับสโมสร การรั้งเขาไปอีกนานคือสิ่งที่สำคัญสุดๆ โดยเฉพาะถ้าเจ้าตัวยังมีความสุขที่จะอยู่กับสโมสรต่อไป

ฮูเลี่ยน อัลวาเรซ ตกเป็นข่าวว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับต้นสังกัด แอตเลติโก้ มาดริด อาจมีรอยร้าวเกิดขึ้น

ทีมงานใกล้ชิดของดาวยิงอาร์เจนไตน์ออกมาให้สัมภาษณ์กับ El Chiringuito ว่า อัลวาเรซ ไม่พอใจที่ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นตัวหลักแบบ “ห้ามแตะต้อง” ในสายตาของ ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ จนมีการตั้งคำถามว่า การย้ายทีมเมื่อปี 2024 นั้นเป็นการตัดสินใจที่ถูกหรือไม่

ทีมงานของเขาพูดว่า “เขาไม่เคยได้รับตำแหน่งที่คิดว่าควรได้ ทั้งที่ฤดูกาลก่อนยิงเกือบ 30 ประตู แต่กลับถูกจับไปยืนริมเส้นไล่บี้ฟูลแบ็ค หรือถูกเปลี่ยนออกตั้งแต่ครึ่งเวลา”

“คุณจะโทษซิเมโอเน่ไม่ได้หรอก เพราะเขาไม่เคยชินกับการดูแลสตาร์ระดับโลก แบบนี้ถือเป็นความผิดของเราเองที่ตัดสินใจพาเขาไปอยู่ที่นั่น เราพลาดที่เลือกทีมของซิเมโอเน่”

คำพูดดังกล่าวทำให้ บาร์เซโลน่า จับตามองทันที เพราะพวกเขามองว่า อัลวาเรซ คือคนที่เหมาะจะมารับไม้ต่อจาก โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ โดยมีแผนดึงตัวในปี 2026 ซึ่งตอนนั้น แอตฯ มาดริด อาจเปิดไฟเขียวขายออก

แต่ฝั่งนักข่าวดังอย่าง รูเบน อูเรีย กลับออกมาหักล้าง โดยบอกว่า อัลวาเรซ ยังมีความสุขดีกับชีวิตที่ “ตราหมี” และกำลังเจรจาสัญญาใหม่กับสโมสร แถมยังมีความสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยมกับ ซิเมโอเน่ อีกด้วย

ปัจจุบัน อัลวาเรซ ถูกยกให้เป็นหัวใจเกมรุกเบอร์หนึ่งของ แอตฯ มาดริด เบียดแย่ง อ็องตวน กรีซมันน์ ดังนั้นสำหรับสโมสรการรั้งสตาร์วัย 25 ปีไปอีกนานคือสิ่งที่สำคัญสุด ๆ โดยเฉพาะถ้าเจ้าตัวยังแฮปปี้ที่จะอยู่ต่อ