วัน: 2 กันยายน 2025

เตรียมขุดเปิดหน้าดินหาร่าง 2 เด็กชายเหยื่อดินถล่มปางอุ๋ง

ความคืบหน้าล่าสุดเหตุการณ์ดินโคลนถล่มที่บ้านปางอุ๋ง จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่เตรียม ขุดเปิดหน้าดินหาร่าง 2 เด็กชายเหยื่อดินถล่มปางอุ๋ง ที่ยังสูญหายไป เพื่อนำร่างกลับคืนสู่ครอบครัว

จากเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ที่บ้านปางอุ๋ง ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2568 สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน นายดุสิต พงศาพิพัฒน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการค้นหาผู้สูญหายและการช่วยเหลือผู้ประสบภัย

เตรียมขุดเปิดหน้าดินหาร่าง 2 เด็กชายเหยื่อดินถล่มปางอุ๋ง จ.เชียงใหม่

สถานการณ์โดยรวมพบว่า มีประชาชนได้รับผลกระทบในพื้นที่ 4 ตำบล 15 หมู่บ้าน รวม 769 ครัวเรือน คิดเป็น 2,816 คน มีบ้านเรือนเสียหาย 157 หลัง มีผู้เสียชีวิต 8 ราย ได้รับบาดเจ็บ 15 ราย และยังคงมีผู้สูญหายอีก 2 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการค้นหาอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนที่จะ ขุดเปิดหน้าดินหาร่าง 2 เด็กชายเหยื่อดินถล่มปางอุ๋ง ที่คาดว่าจะถูกฝังอยู่ใต้ซากดินโคลน

ความหวังในการพบร่างผู้สูญหาย

ทีมค้นหาได้กำหนดพื้นที่เป้าหมายและเตรียมเครื่องมือหนักเพื่อ ขุดเปิดหน้าดินหาร่าง 2 เด็กชายเหยื่อดินถล่มปางอุ๋ง อย่างระมัดระวัง โดยคาดหวังว่าจะสามารถพบร่างของผู้สูญหายได้ในเร็ววัน เพื่อให้ครอบครัวได้นำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา

นอกจากการค้นหาผู้สูญหายแล้ว ทางจังหวัดยังได้ดำเนินการช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ ผู้เสียชีวิตจะได้รับการเยียวยาตามระเบียบของทางราชการ ส่วนบ้านเรือนที่เสียหายทั้งหลังจำนวน 33 หลัง จะได้รับการสร้างใหม่ในพื้นที่ที่ปลอดภัย ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการสำรวจและประเมินพื้นที่ที่เหมาะสม

ทุกภาคส่วนได้ร่วมมือกันอย่างแข็งขันในการให้ความช่วยเหลือ ทั้งกำลังพล เครื่องจักรกล และทรัพยากรต่างๆ ถูกระดมเข้ามาในพื้นที่เพื่อเคลียร์เศษซากปรักหักพัง ทำความสะอาด และฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับสู่สภาพเดิมโดยเร็วที่สุด

การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การให้ความช่วยเหลือในระยะสั้นเท่านั้น แต่เป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนในระยะยาว โดยการสร้างบ้านใหม่ในพื้นที่ที่ปลอดภัย การให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัยพิบัติ และการสร้างระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ชุมชนสามารถรับมือกับภัยพิบัติในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น

เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการวางแผนการจัดการภัยพิบัติ การสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชน และการเตรียมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน การร่วมมือกันของทุกภาคส่วนเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการลดผลกระทบจากภัยพิบัติและสร้างสังคมที่เข้มแข็ง

ถึงแม้ว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจะมากมาย แต่ด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่าย เราเชื่อมั่นว่าชุมชนบ้านปางอุ๋งจะสามารถฟื้นตัวจากเหตุการณ์ครั้งนี้ได้อย่างรวดเร็ว และกลับมาเป็นชุมชนที่เข้มแข็งและมีความสุขอีกครั้ง

ที่มา – เตรียมขุดเปิดหน้าดินหาร่าง 2 เด็กชายเหยื่อดินถล่มปางอุ๋ง จ.เชียงใหม่

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง สราวุธ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และ ณรงค์ กกต.

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “สราวุธ ทรงศิวิไล” เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และ “ณรงค์ กลั่นวารินทร์” เป็นกรรมการการเลือกตั้งแล้วตั้งบัดนี้ ประกาศ ณ 30 สิงหาคม 2568

วันที่ 2 กันยายน 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีเนื้อหาว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า ตามที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายปัญญา อุดชาชน เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตามประกาศลงวันที่ 26 พฤศจิกายน 2558 นั้น ต่อมา นายปัญญา อุดชาชน ได้พ้นจากตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากครบวาระการดำรงตำแหน่ง เป็นเหตุให้ตำแหน่งว่างลง

บัดนี้ วุฒิสภาได้ให้ความเห็นชอบ นายสราวุธ ทรงศิวิไล ผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 200 (5) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 200 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบมาตรา 8 และมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายสราวุธ ทรงศิวิไล เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 30 สิงหาคม พุทธศักราช 2568 เป็นปีที่ 10 ในรัชกาลปัจจุบัน นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

ขณะเดียวกัน ยังมีการเผยแพร่ พระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้งกรรมการการเลือกตั้ง มีเนื้อหาว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า ตามที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายปกรณ์ มหรรณพ เป็นกรรมการการเลือกตั้ง ตามประกาศลงวันที่ 12 สิงหาคม 2561 นั้น ต่อมา นายปกรณ์ มหรรณพ ได้พ้นจากตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง เนื่องจากมีอายุครบ 70 ปี เป็นเหตุให้ตำแหน่งว่างลง

บัดนี้ วุฒิสภาได้ให้ความเห็นชอบ นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง ตามมาตรา 222 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 222 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบมาตรา 8 และมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ เป็นกรรมการการเลือกตั้ง

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 30 สิงหาคม พุทธศักราช 2568 เป็นปีที่ 10 ในรัชกาลปัจจุบัน นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง สราวุธ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และ ณรงค์ กกต.

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2568 ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งบุคคลสำคัญสองท่านในตำแหน่งสำคัญของประเทศ ได้แก่ นายสราวุธ ทรงศิวิไล เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และ นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ เป็นกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) การแต่งตั้งทั้งสองท่านนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตามกระบวนการทางกฎหมายและรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

รายละเอียดการแต่งตั้ง โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง สราวุธ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และ ณรงค์ กกต.

ในการแต่งตั้งนายสราวุธ ทรงศิวิไล เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั้น สืบเนื่องมาจากตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญว่างลง เนื่องจากนายปัญญา อุดชาชน ครบวาระการดำรงตำแหน่ง วุฒิสภาจึงได้ให้ความเห็นชอบนายสราวุธ ทรงศิวิไล ซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด เพื่อดำรงตำแหน่งดังกล่าว การแต่งตั้งนี้เป็นไปตามมาตรา 200 (5) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561

ในส่วนของการแต่งตั้งนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ เป็นกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นั้น สืบเนื่องมาจากตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้งว่างลง เนื่องจากนายปกรณ์ มหรรณพ มีอายุครบ 70 ปี วุฒิสภาจึงได้ให้ความเห็นชอบนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด เพื่อดำรงตำแหน่งดังกล่าว การแต่งตั้งนี้เป็นไปตามมาตรา 222 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560

การโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง สราวุธ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และ ณรงค์ กกต. มีผลตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม พุทธศักราช 2568 เป็นต้นไป โดยมีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

การแต่งตั้งบุคคลทั้งสองท่านนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินงานขององค์กรที่เกี่ยวข้อง โดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่ในการพิจารณาและตัดสินคดีที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีผลกระทบต่อการเมืองการปกครองของประเทศ ในขณะที่กรรมการการเลือกตั้งมีหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของระบอบประชาธิปไตย

ดังนั้น การโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง สราวุธ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และ ณรงค์ กกต. จึงเป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการรักษากฎหมายและส่งเสริมประชาธิปไตยในประเทศไทย

การแต่งตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และ กกต. ครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับสถาบันทางการเมือง และกระบวนการยุติธรรมของไทย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทั้งสองท่านจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และเป็นธรรม เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและประเทศชาติ

ที่มา – โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “สราวุธ” เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และ “ณรงค์” เป็น กกต.

แฟนบอลโกรธ, ผู้จัดการทีมผิดหวัง: เซลติกมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร?

ความเคลื่อนไหวของเซลติกในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะครั้งนี้ “เหม็นไปด้วยความไร้ความสามารถ” มันคือ “ความน่าอับอายอย่างที่สุด” แฟนบอล “ไม่รู้สึกประหลาดใจอีกต่อไป เพียงแค่ผิดหวัง” บอร์ดบริหารของแชมป์สก็อตติช พรีเมียร์ชิพ “กำลังบริหารจัดการความเสื่อมถอยอย่างแข็งขัน” และความล้มเหลวในการเสริมทัพอย่างมีนัยสำคัญ “ให้ความรู้สึกเหมือนการทำลายตัวเอง”

ทีมจากกลาสโกว์ “พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่าพวกเขาไม่ใช่สโมสรฟุตบอลที่จริงจัง” และผู้จัดการทีม เบรนแดน ร็อดเจอร์ส “คงมีเหตุผลที่จะออกจากทีมในครั้งนี้”

การบอกว่าแฟนบอลเซลติกไม่มีความสุขกับช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมานั้นยังไม่ใกล้เคียงกับความโกรธที่ถาโถมเข้ามาในฝั่งตะวันออกของเมืองในตอนนี้

แฟนบอลกำลังต่อต้านบอร์ดบริหารที่ไม่ยอมลงทุน ผู้จัดการทีมได้เหน็บแนมนายใหญ่ของเขาในเรื่องเดียวกัน และเมื่อสัญญาของร็อดเจอร์สกำลังจะหมดลงเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล รอยร้าวเหล่านั้นดูเหมือนจะนำไปสู่ผลลัพธ์เพียงอย่างเดียว

ในด้านของฟอร์มในสนาม การตกรอบแชมเปียนส์ลีกที่น่าขายหน้าและผลงานที่อ่อนแอในเกมโอลด์เฟิร์มทำให้ความโกรธเพิ่มขึ้นไปอีก วันสุดท้ายของการซื้อขายนักเตะที่น่าผิดหวังอีกครั้งเป็นการดูถูกครั้งสุดท้ายสำหรับแฟนบอลจำนวนมาก แต่เซลติกมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร และอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป?

ความเคลื่อนไหวในวันสุดท้ายของการซื้อขายนักเตะ

การเซ็นสัญญาที่ร็อดเจอร์สและแฟนบอลเซลติกต้องการในวันสุดท้ายของการซื้อขายนักเตะไม่เป็นผลสำเร็จ มีผู้เล่นเพียงคนเดียว – เซบาสเตียน ตูเน็กติ ปีกชาวตูนิเซีย – ที่ย้ายมาร่วมทีม ในขณะที่อดัม ไอดาห์ ได้รับอนุญาตให้ย้ายไปร่วมทีมสวอนซี แม้ว่าร็อดเจอร์สจะยืนกรานเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ว่ากองหน้ารายนี้จะไม่ได้ไปไหนทั้งนั้น เว้นแต่จะมีการหากองหน้าเข้ามาแทน

เมื่อเคียวโงะ ฟุรุฮาชิ ยังไม่มีใครเข้ามาแทนที่อย่างเหมาะสมหลังจากการย้ายออกไปของเขาในเดือนมกราคม เซลติกจำเป็นต้องมีกองหน้าหนึ่งคนอยู่แล้ว ตอนนี้พวกเขากำลังขาดแคลนอยู่สองคน

การย้ายมาร่วมทีมของ เคเลชี อิเฮียนาโช กองหน้าอดีตนักเตะของเลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งตอนนี้เป็นฟรีเอเยนต์หลังจากถูกยกเลิกสัญญากับเซบียา จะไม่สามารถบรรเทาความโกรธของแฟนบอลได้มากนัก

เซลติกหวังที่จะบรรลุข้อตกลงสำหรับ แคสเปอร์ ดอลเบิร์ก กองหน้าของอันเดอร์เลชท์ด้วยค่าตัว 8 ล้านปอนด์ แต่พลาดโอกาสคว้าตัวนักเตะชาวเดนมาร์กผู้นี้ไป ซึ่งดูเหมือนว่าจะกลับไปร่วมทีมอาแจ็กซ์

นั่นทำให้แชมป์สก็อตติชต้องเร่งรีบในช่วงเวลาสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะ เดวิด ดาโทร โฟฟานา กองหน้าของเชลซี ถูกรายงานว่าเมินพวกเขาเพื่อย้ายไปร่วมทีมชาร์ลตันในลีกวันของอังกฤษ ซึ่งสุดท้ายแล้วการย้ายทีมนั้นก็ล้มเหลวไป เซกู มาร่า ของสตราสบูร์ก เป็นอีกหนึ่งกองหน้าที่ถูกเชื่อมโยง แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเช่นกัน ดังนั้นเมื่อเรื่องราวการซื้อขายนักเตะในช่วงซัมเมอร์ของเซลติกสิ้นสุดลงและตลาดปิดตัวลง มันค่อนข้างจะเป็นจุดจบที่ไม่น่าพอใจสำหรับผู้สนับสนุนที่ผิดหวัง

ใครบ้างที่เซลติกเซ็นสัญญาในช่วงซัมเมอร์นี้?

เซลติกเซ็นสัญญากับผู้เล่น 11 คนในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะครั้งนี้ แต่มีเพียงสี่คนที่ดูเหมือนว่าจะเป็นตัวจริงใน 11 ผู้เล่นตัวจริงที่แข็งแกร่งที่สุดของร็อดเจอร์ส เคียแรน เทียร์นีย์ จะได้ลงเล่นเมื่อฟิตสมบูรณ์ ในขณะที่ตูเน็กติ, เบนจามิน นีเกรน และมิเชล-แองเจ บาลิควิชา ล้วนดูเหมือนว่าจะถูกดึงตัวมาร่วมทีมโดยมีเป้าหมายที่จะเป็นตัวหลัก

ส่วนที่เหลือเป็นผู้เล่นที่ยืมตัวมา, ผู้เล่นดาวรุ่ง, หรือตัวสำรอง เมื่อพิจารณาว่าสมาชิกในทีมชุดใหญ่ 11 คน – และเยาวชนอีก 12 คน – ได้ออกจากทีมไปในช่วงซัมเมอร์นี้ อาจกล่าวได้ว่ามันมีความสมดุลกันแล้ว แต่ตูเน็กติ, นีเกรน หรือบาลิควิชา สามารถแทนที่นิโคลัส คุห์น และโจต้าที่ได้รับบาดเจ็บระยะยาวได้หรือไม่? เทียร์นีย์ และมาร์เซโล่ ซาราชชี ที่ยืมตัวมานั้นเป็นการอัปเกรดจาก เกร็ก เทย์เลอร์ และเจฟฟรีย์ ชลุปป์ ในตำแหน่งแบ็คซ้ายหรือไม่? และใครจะมาแทนที่ไอดาห์และเคียวโงะ?

ในแนวรุก ร็อดเจอร์สเหลือเพียง ชิน ยามาดะ ที่เพิ่งย้ายมาร่วมทีม, คัลลัม ออสมานด์ – ที่เล่นให้กับทีม B – และจอห์นนี เคนนี ผู้เล่นริมเส้นวัย 22 ปี เป็นตัวเลือกกองหน้าคนอื่นๆ ของเขา นอกเหนือจาก ไดเซน มาเอดะ ที่จะต้องถูกย้ายจากปีกซ้ายเพื่อเติมเต็มตำแหน่งที่ว่าง นอกจากนี้ การได้ตัวตูเน็กติยังก่อให้เกิดคำถาม ร็อดเจอร์สถูกอ้างว่าปีกรายนี้สามารถ “เล่นได้ทั้งสองฝั่ง” แต่ดาวเตะวัย 23 ปีรายนี้ชอบเล่นทางฝั่งซ้ายอย่างชัดเจน โดยลงเล่นไป 70 นัดในฝั่งนั้น เทียบกับเพียง 8 นัดในฝั่งขวา

เมื่อพิจารณาว่าบาลิควิชาที่เพิ่งเซ็นสัญญา – ซึ่งดูเหมือนจะไม่เต็มใจที่จะเลี้ยงบอลผ่านผู้เล่นคนอื่นๆ ในเกมดาร์บีแมตช์ที่เสมอที่ไอบรอกซ์เมื่อวันอาทิตย์ – และมาเอดะก็เล่นทางฝั่งซ้ายเช่นกัน ตอนนี้มีความไม่สมดุลหรือไม่ที่เซลติกมีผู้เล่นมากเกินไปในฝั่งนั้นและขาดแคลนในฝั่งขวา?

เมื่อคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดแล้ว มีเหตุผลที่แข็งแกร่งที่จะกล่าวได้ว่าเซลติกออกจากตลาดซื้อขายนักเตะด้วยทีมที่อ่อนแอกว่าเมื่อตลาดเปิดทำการ

มันมีความหมายอย่างไรสำหรับร็อดเจอร์ส

หลังจากเรียกร้องให้เสริมทัพซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นเวลาหลายเดือน ตอนนี้ร็อดเจอร์สต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างมากในการพยายามสร้างทีมที่สามารถแข่งขันได้ในระดับสูงสุด ความต้องการในยูโรป้าลีกและในประเทศที่เข้มงวดกำลังรออยู่ข้างหน้า และผู้จัดการทีมอาจได้รับการอภัยหากเขาประเมินสถานการณ์และทีมของเขาก่อนที่จะสรุปว่าเขาสามารถทำร้ายชื่อเสียงของเขาได้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

สิ่งใดก็ตามที่ไม่ใช่แชมป์ลีกสมัยที่ 14 จาก 15 ฤดูกาลจะไม่เป็นที่ยอมรับ แต่ชายผู้ซึ่งมีความสุขกับฟุตบอลแชมเปียนส์ลีกในช่วงไม่กี่ครั้งที่ผ่านมาจะรู้สึกเติมเต็มกับการครองความยิ่งใหญ่ในประเทศอีกครั้งหรือไม่?

การคุมทีมครั้งแรกของเขาสิ้นสุดลงในช่วงกลางฤดูกาลที่สาม โดยชาวไอร์แลนด์เหนือออกจากทีมเพื่อไปร่วมทีมเลสเตอร์ ซิตี้ และในขณะที่ร็อดเจอร์สยังคงยืนกรานว่าเขาจะทำตามสัญญา 3 ปีของเขาในครั้งนี้ เขาอาจพิจารณาถึงข้อดีของการทำเช่นนั้นอีกครั้งเมื่อพิจารณาว่าช่วงซัมเมอร์นี้เป็นอย่างไร

แฟนบอลคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับสถานการณ์ของเซลติก?

แฟนบอลเซลติกจำนวนมากไม่พอใจกับผลงานของสโมสรในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะที่ผ่านมา พวกเขารู้สึกว่าบอร์ดบริหารไม่ได้ลงทุนในทีมอย่างเพียงพอ และทีมกำลังอ่อนแอลง

จอห์น: ไม่ดีพอ และเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ ฉันจะไม่ยอมรับข้อแก้ตัวใดๆ พวกเขามีเวลามากพอที่จะเซ็นสัญญาและหาคนมาแทน แต่พวกเขารอจนถึงนาทีสุดท้ายเหมือนเคยเพื่อตัวเลือกราคาถูกและล้มเหลว ฉันกลัวว่าฤดูกาลแห่งความไม่พอใจและการเปลี่ยนแปลงกำลังจะมาถึง ทั้งหมดเป็นเพราะพวกเขาจะไม่ยอมใช้เงินจำนวนที่สมเหตุสมผลในการเสริมสร้างทีม เราไม่ได้ขอให้จ่ายเงินจนหมดบัญชี แต่อย่างน้อยก็เปิดกระเป๋าเงินแล้วดูหน่อย!

แมตต์: เหตุผลของความไม่พอใจที่เซลติกนั้นหยั่งรากลึกกว่าฟุตบอลไปมาก เป็นเวลาหลายปีแล้วที่ช่องว่างเกิดขึ้นระหว่างผู้ที่บริหารสโมสรและผู้สนับสนุน ไม่มีความพยายามที่จะเชื่อมช่องว่างนี้ สิ่งนี้ซ้ำเติมจากการลดทอนความสำคัญอย่างตรงไปตรงมาในการประชุมสามัญประจำปีที่มุ่งเป้าไปที่อีกด้านหนึ่งของ Old Firm ผู้สนับสนุนเซลติกที่ชาญฉลาดเห็นว่านี่คืออะไร – เป็นเพียงวิธีเบี่ยงเบนความสนใจโดยการปลุกปั่นความแตกแยก มันถือว่าเราโง่ เราไม่ใช่

โจ: การประวิงเวลาและความไม่เด็ดขาดตามปกติของบอร์ด – เหมือนทุกปี ควรทำธุรกิจให้เสร็จสิ้นเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน มันทำให้พวกเขาเสียเงินไป 40 ล้านปอนด์ ไม่รู้สึกประหลาดใจอีกต่อไป แค่ผิดหวังอีกครั้ง

แคม: แนวทางของเซลติกในตลาดซื้อขายนักเตะคือ “การเสี่ยงโชค” ในบางครั้ง แนวทางในการเสริมสร้างทีมขาดความทะเยอทะยานตลอดทั้งตลาดซื้อขายนักเตะ ในขณะที่ในความเป็นจริงควรมีผลบังคับใช้ก่อนที่ตลาดซื้อขายนักเตะจะเปิดขึ้น ขอบเขตที่กว้างกว่าทีมและผู้จัดการทีม มันเป็นปัญหาระดับสโมสร

เอ็ด: สิ่งที่น่าตกใจจริงๆ สำหรับฉันก็คือแฟนๆ ประหลาดใจ นี่คือประวัติศาสตร์ที่ซ้ำรอยตัวเอง ใช่ มันเป็นกรณีที่แย่กว่าเล็กน้อย แต่เราทุกคนรู้ว่าสิ่งนี้เคยเกิดขึ้นมาก่อนสองสามครั้ง น่าละอายในระดับบอร์ด

จอร์จ: เบรนแดนจะไปอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นตอนนี้หรือเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล และไม่มีใครสามารถตำหนิเขาได้ ผู้ที่ตระหนี่ถี่เหนียวของบอร์ดกำลังทำให้สโมสรผิดหวัง พวกเขาเอาแต่ให้เล็กน้อย คือสิ่งที่ดูเหมือนในตอนนี้ เราจ่ายเงินจำนวนมากสำหรับตั๋วปีและต้องนั่งทน

แกรี่: น่าอายเมื่อสโมสรขนาดเซลติกไม่สามารถรั้งผู้เล่นที่ดีที่สุดของพวกเขาไว้ได้ และที่แย่กว่านั้นคือ ดูเหมือนพวกเขาจะไม่สามารถหาคนมาแทนที่ได้เมื่อพวกเขาถูกขายออกไปทำกำไร ขาดความทะเยอทะยานในระดับสูงสุดและเบรนแดนจะมีเหตุผลที่จะลาออกจากตำแหน่งในครั้งนี้

เจมส์: เซลติกพิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่าพวกเขาไม่ใช่สโมสรฟุตบอลที่จริงจัง ฉันเคยคิดว่าเป็นเพราะบอร์ดขาดความทะเยอทะยาน ที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ เป็นที่ชัดเจนว่าพวกเขายังขาดความสามารถอีกด้วย น่าเสียดายที่จะไม่มีผลที่ตามมา จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

ชาร์ลี: ผิดหวัง แต่ไม่แปลกใจ นี่ไม่ใช่ความก้าวหน้า มันไม่ใช่แม้แต่การรวมทีม

เจมส์: ฉันคิดว่าควรบอกผู้สนับสนุนว่าทำไมสโมสรถึงอยู่ในสถานะที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ร็อดเจอร์สมีอำนาจเต็มที่ในการเซ็นสัญญาหรือไม่? และถ้าเป็นเช่นนั้น เขาต้องรับผิดชอบและอธิบายว่าทำไมการเซ็นสัญญาครั้งใหญ่ของเขาถึงไม่เป็นผลสำเร็จ ต้องมีความโปร่งใสมากขึ้นระหว่างบอร์ด ผู้จัดการทีม ผู้เล่น และผู้สนับสนุน

กอร์ดี: มีคำเดียวเท่านั้น – น่าตกใจ เรามีเวลาตลอดช่วงซัมเมอร์ในการหาคนมาแทนที่ผู้เล่นที่เรารู้ว่าจะจากไป มันทำให้สโมสรอยู่ในสถานการณ์ที่น่าขัน ซึ่งเรามีฐานผู้สนับสนุนที่ยอดเยี่ยม สนามกีฬาที่ยอดเยี่ยม และผู้จัดการทีมที่ธรรมดามาก (ที่ไม่ผลักดันบอร์ดในสิ่งที่เขารู้ว่าเขาต้องการ) บอร์ดและทีมสรรหาบุคลากรน่าละอายที่ปล่อยให้เราอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้

สตีเฟน: ทีมสรรหาบุคลากรและบอร์ดทำให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับสโมสรผิดหวัง การตัดสินใจปล่อยให้ไอดาห์จากไป หลังจากเริ่มวันด้วยการรู้ว่าเราจำเป็นต้องเพิ่มตัวเลือกในแดนหน้า เหนือความเชื่อและให้ความรู้สึกเหมือนเป็นการทำลายตัวเอง อับอายและผิดหวังที่เป็นแฟนเซลติกในวันนี้

เบนนี่: จะเริ่มจากตรงไหนดี? ความไร้ความสามารถ? โชคไม่ดี? ไม่ มันคือการบริหารจัดการที่ผิดพลาดและความหยิ่งผยองจากบอร์ดที่มีประวัติสำหรับความไม่เชี่ยวชาญที่น่าอับอายนี้ ผู้จัดการทีมจะมีเหตุผลมากกว่าที่จะเดินจากไป น่าละอายและน่าอับอายคือคำเดียวที่จะอธิบายตลาดซื้อขายนักเตะครั้งนี้และครั้งอื่นๆ ฉันกลัวการแข่งขันยูโรปาลีกที่กำลังจะมาถึงกับทีมชุดปัจจุบันนี้

พอล: เราอยู่ในตำแหน่งเดิมทุกปี ความต้องการการเสริมทัพที่พร้อมสำหรับ 11 ผู้เล่นตัวจริง แทนที่เราจะได้รับการยืมตัว, มืออาชีพที่ล่วงเลยไปแล้ว และผู้เล่นดาวรุ่ง บอร์ดเป็นเรื่องน่าอับอาย พวกเขาให้ความสำคัญกับบัญชีธนาคารที่ยอดเยี่ยมอย่างต่อเนื่องโดยเสียค่าใช้จ่ายของทีมที่ดี

การที่เซลติกต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้ ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับทิศทางของสโมสรในอนาคต แฟนบอลจำนวนมากเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงในระดับบอร์ดบริหาร ในขณะที่คนอื่นๆ เชื่อว่าร็อดเจอร์สควรได้รับโอกาสในการสร้างทีมใหม่

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น สิ่งหนึ่งที่แน่นอนก็คืออนาคตของเซลติกยังคงไม่แน่นอน และอนาคตอันใกล้นี้จะเป็นช่วงเวลาที่สำคัญสำหรับสโมสรและแฟนบอล

ที่มา – Irate fans, upset manager & weakened squad – how did Celtic find themselves here?

“พรรคประชาชน” เตรียมแถลง โหวตนายกฯ คนที่ 32

พรรคประชาชน เตรียมแจ้งผลการตัดสินใจของคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) กรณีการโหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ในเช้าวันพรุ่งนี้ที่รัฐสภาฯ คาดการณ์ว่าจะสนับสนุนพรรคเพื่อไทยหรือพรรคภูมิใจไทย

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ของพรรคประชาชน ปรากฏว่ายังไม่มีมติเรื่องการโหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ให้กับแคนดิเดตจากพรรคเพื่อไทยหรือพรรคภูมิใจไทย และได้ปฏิเสธกระแสข่าวการจับมือกับพรรคภูมิใจไทย โดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคประชาชน และนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ และประธานคณะกรรมการพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ได้แถลงต่อสื่อมวลชนว่า ในวันนี้เป็นเพียงการให้ความเห็นเท่านั้น ยังไม่มีการลงมติใดๆ และการตัดสินใจจะขึ้นอยู่กับการประชุมของคณะกรรมการบริหารพรรคประชาชนในวันพรุ่งนี้ (3 กันยายน) ซึ่งจะมีการลงมติในเรื่องการโหวตนายกรัฐมนตรี

ล่าสุดเมื่อเวลา 19.29 น. ที่ผ่านมา พรรคประชาชนได้แจ้งว่า ในวันพุธที่ 3 กันยายน 2568 เวลา 09.30 น. ณ อาคารรัฐสภา จะมีการแถลงข่าวผลการประชุมและมติของคณะกรรมการบริหารพรรคเกี่ยวกับการโหวตนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องจับตามองคือ ทิศทางการโหวตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาชน ซึ่งมีจำนวน สส. มากถึง 143 เสียง จะมีมติสนับสนุนพรรคเพื่อไทยหรือพรรคภูมิใจไทย หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติม จะรายงานให้ทราบต่อไป

“พรรคประชาชน” เตรียมแถลง โหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ 32

การตัดสินใจของพรรคประชาชนในการโหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ถือเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งในการกำหนดทิศทางทางการเมืองของประเทศ เนื่องจากพรรคมีจำนวน สส. มากที่สุดในสภาฯ ดังนั้น มติของพรรคจึงมีผลต่อการจัดตั้งรัฐบาลอย่างมีนัยสำคัญ การที่พรรคยังไม่ตัดสินใจว่าจะสนับสนุนพรรคใด ทำให้สถานการณ์ทางการเมืองยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

การแถลงข่าวในวันพรุ่งนี้จึงเป็นที่จับตามองของทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นสื่อมวลชน นักวิเคราะห์การเมือง รวมถึงประชาชนทั่วไป ต่างก็ต้องการทราบว่าพรรคประชาชนจะมีท่าทีอย่างไร และจะตัดสินใจสนับสนุนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคใด

ปัจจัยที่อาจมีผลต่อการตัดสินใจของพรรคประชาชนในการโหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ 32

  • ข้อตกลงทางการเมือง: อาจมีการเจรจาและตกลงเงื่อนไขระหว่างพรรคประชาชนกับพรรคเพื่อไทยหรือพรรคภูมิใจไทย เพื่อแลกกับการสนับสนุนในการโหวตนายกรัฐมนตรี
  • นโยบายของพรรค: พรรคประชาชนอาจพิจารณานโยบายของแต่ละพรรค และเลือกสนับสนุนพรรคที่มีนโยบายสอดคล้องกับอุดมการณ์และเป้าหมายของพรรค
  • ความเห็นของสมาชิกพรรค: การตัดสินใจของพรรคอาจขึ้นอยู่กับความเห็นของสมาชิกพรรค รวมถึง สส. และกรรมการบริหารพรรค

การตัดสินใจของพรรคประชาชนในการโหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 จะส่งผลกระทบต่อการเมืองไทยอย่างมาก ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ก็ย่อมนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายใหม่ๆ ต่อไป

การเมืองไทยยังคงต้องจับตามองต่อไปอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไปในทิศทางที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม

ที่มา – “พรรคประชาชน” จ่อแถลงมติ กก.บห. โหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 เช้าพรุ่งนี้ที่สภาฯ

อาร์เซนอลมีทีมแล้ว! ลุ้นแชมป์ WSL เหนือเชลซี

สเตฟานี แคตลีย์ กองหลังอาร์เซนอลกล่าวว่า “ไม่มีข้อแก้ตัว” หากทีมแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกไม่สามารถท้าทายเชลซีเพื่อแย่งแชมป์วีเมนส์ซูเปอร์ลีก (WSL) ในฤดูกาลนี้ได้

การครองความยิ่งใหญ่ของเชลซีส่งผลให้พวกเขาคว้าแชมป์ลีก 6 สมัยติดต่อกัน

ครั้งสุดท้ายที่อาร์เซนอลซึ่งครั้งหนึ่งเคยยิ่งใหญ่คว้าแชมป์ WSL คือปี 2019

แม้จะเป็นทีมอังกฤษทีมเดียวที่เคยคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกถึงสองครั้ง แต่พวกเขากลับตกต่ำในประเทศในช่วงไม่กี่ฤดูกาลที่ผ่านมา

ตอนนี้ ด้วยแรงบันดาลใจจากการคว้าแชมป์ยุโรปในเดือนพฤษภาคม แคตลีย์กล่าวว่าทัพปืนใหญ่สามารถไล่ตามคู่แข่งร่วมเมืองอย่างเชลซีใน WSL ได้

“ทันทีที่คุณชนะอะไรที่ยิ่งใหญ่ [อย่างแชมเปียนส์ลีก] คุณจะมีเป้าอยู่บนหลัง” แคตลีย์กล่าวในพอดแคสต์ Women’s Football Weekly ของ BBC Radio 5 Live

“มีความคาดหวังว่าคุณควรจะทำสิ่งที่น่าทึ่งต่อไป ในประเทศ เราไม่ได้ชนะมากเท่าที่เราน่าจะทำได้ และเราน่าจะทำได้มากกว่านี้”

“ไม่มีข้อแก้ตัวจริงๆ เรามีทีม เรามีทุกอย่างพร้อมแล้ว สิ่งสำคัญคือการนำสิ่งเหล่านั้นมาประกอบกันในสนามและทำตามความคาดหวังเหล่านั้นให้ได้”

แคตลีย์มองว่าความสม่ำเสมอเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ และเป็นสิ่งที่อาร์เซนอลกำลังสร้างเมื่อฤดูกาลที่แล้ว การเริ่มต้นฤดูกาลที่ไม่ดีส่งผลให้ โยนาส ไอเดวัลล์ ผู้จัดการทีมต้องออกจากตำแหน่ง โดย เรเน สเลเกอร์ส ได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้าโค้ชชั่วคราว

สเลเกอร์สประสบความสำเร็จอย่างมากและได้รับการแต่งตั้งอย่างถาวรก่อนที่ทีมจะคว้าแชมป์ยุโรปด้วยการเอาชนะบาร์เซโลนาในลิสบอน

แคตลีย์กล่าวว่าผู้เล่นของอาร์เซนอล “ทำงานอย่างหนัก” กับสเลเกอร์สในช่วงซัมเมอร์นี้เพื่อทำความเข้าใจว่าอะไรทำให้พวกเขาแข็งแกร่ง

“เป้าหมายของเราคือการมีความสม่ำเสมอตั้งแต่รอบแรกและรักษาไว้ให้ได้ ในประเทศ คุณไม่สามารถ [ฟอร์มตก] ได้” แคตลีย์กล่าวเสริม

“เชลซีสร้างนิสัยในการเอาชนะได้แม้ว่าพวกเขาอาจจะไม่ได้เล่นฟุตบอลที่ดีที่สุด และฉันคิดว่านั่นเป็นสิ่งที่เราสามารถเรียนรู้จากพวกเขาได้”

“ฟุตบอลของเราดูยอดเยี่ยมเกือบตลอดเวลา แต่มันทำให้เราชนะอย่างสม่ำเสมอหรือไม่? มันอาจจะไม่เคยเป็นเช่นนั้นในอดีต”

‘เราต้องการแก้ไขสิ่งนั้นในฤดูกาลนี้’

ช่วงซัมเมอร์นี้ประสบความสำเร็จอย่างมากสำหรับสมาชิกหลายคนในทีมอาร์เซนอล รวมถึงทีมสิงโตสาวที่ป้องกันแชมป์ในยูโร 2025

เบธ มีด ปีกทีมชาติอังกฤษกล่าวว่าความสำเร็จกับสโมสรและประเทศจะช่วยให้ผู้เล่นเติบโต

“การได้รับประสบการณ์นั้น และการทำความเข้าใจว่าอะไรที่ทำให้ทีมนี้ทำผลงานได้ดีเป็นสิ่งสำคัญ ตอนนี้เราต้องทำมันในประเทศ” มีดกล่าว

“เราต้องการคว้าแชมป์ทุกรายการ แน่นอนว่าเราต้องการ นั่นต้องเป็นเป้าหมายของทีมอาร์เซนอล เราต้องหยุดพูดและทำมันในสนามทุกสัปดาห์”

อเลสเซีย รุสโซ กองหน้าทีมชาติอังกฤษ ซึ่งครองตำแหน่งดาวซัลโว WSL ร่วมกับ คาดิยา ชอว์ ของแมนเชสเตอร์ซิตี้เมื่อฤดูกาลที่แล้ว หลังจากทำไป 12 ประตูเท่ากัน กล่าวว่าทีม “ได้รับการกระตุ้น” จากความสำเร็จในแชมเปียนส์ลีก

“การคว้าแชมป์แชมเปียนส์ลีกเป็นสิ่งที่ฉันใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็ก เมื่อคุณคว้าแชมป์ คุณจะกระหายมากขึ้น” รุสโซกล่าว

“เราทุกคนมีแรงจูงใจอย่างมากที่จะเริ่มต้นฤดูกาลอย่างแข็งแกร่ง แน่นอน [เดิมพันสูงขึ้น] และฉันหวังว่าแฟนๆ จะคาดหวังเช่นนั้นเพราะเราคาดหวังเช่นนั้น

“เรามีทีมที่มีความสามารถมาก เรารู้ว่าเราไม่ได้แข่งขันอย่างที่เราต้องการในลีกและบอลถ้วย และเราต้องการแก้ไขสิ่งนั้นในฤดูกาลนี้”

ป้อมปราการเอมิเรตส์ ‘ข้อได้เปรียบมหาศาล’

อาร์เซนอลเสริมความแข็งแกร่งในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะ โดยทำลายสถิติของอังกฤษด้วยการทำให้ โอลิเวีย สมิธ กองหน้าทีมชาติแคนาดา เป็นผู้เล่นคนแรกในวงการฟุตบอลหญิงที่มีค่าตัว 1 ล้านปอนด์

พวกเขายังได้เซ็นสัญญาถาวรกับ โคลอี เคลลี นักเตะทีมชาติอังกฤษ และดึงตัว เทย์เลอร์ ไฮนด์ส อดีตรองกัปตันทีมลิเวอร์พูลในแนวรับ

มีดจะต้องแข่งขันเพื่อแย่งตำแหน่งใน 11 ตัวจริงกับ เคลลี และ สมิธ

“มันเป็นฤดูกาลใหม่ บทใหม่ และเรามีผู้เล่นที่ดีมากในทีมและในตำแหน่งที่ฉันเล่น” มีดกล่าว

“ฉันมาที่นี่เพื่อแข่งขัน ฉันเล่นฟุตบอลได้ดีที่สุดเมื่อฉันมีโอกาสแข่งขัน เราจะทำให้กันและกันเก่งขึ้นในฐานะผู้เล่น”

“ในอดีต เมื่อ โทบิน ฮีธ และ นิกิต้า พาร์ริส เซ็นสัญญาในฤดูกาลเดียวกัน มันเป็นอีกครั้งที่คุณต้องเร่งเครื่อง”

“เรเน [สเลเกอร์ส] หวังว่าจะมีอาการปวดหัวและต้องทำการตัดสินใจมากมาย”

อีกสิ่งที่ช่วยเสริมอาร์เซนอลในฤดูกาลนี้คือการยืนยันว่าเอมิเรตส์สเตเดียมจะเป็นบ้านของพวกเขาสำหรับการแข่งขัน WSL ทุกนัด รวมถึงเกมยุโรปด้วย

“มันทำให้คุณฮึกเหิม จำนวนคนที่มาที่นั่น แฟนบอลของเราอยู่ในระดับสูงสุด เราโชคดีมากที่มีพวกเขา คุณจะชินกับสิ่งนั้น” แคตลีย์กล่าว

“มันจะเป็นข้อได้เปรียบอย่างมากสำหรับเรา มันเหมือนกับป้อมปราการและไม่มีใครอยากมาเล่นที่นั่น มันไม่ดีสำหรับพวกเขา”

“สนามนั้นวิเศษมากสำหรับเราในการเล่นฟุตบอลที่ดี ไม่มีข้อแก้ตัว”

อาร์เซนอลมีทีมแล้ว พร้อมลุยศึกหนัก!

การที่อาร์เซนอลเสริมทัพได้อย่างแข็งแกร่งขนาดนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ในวงการฟุตบอลหญิงอีกครั้ง การมีผู้เล่นที่มีคุณภาพในทุกตำแหน่ง ทำให้โค้ชมีตัวเลือกมากมายในการจัดทัพ และสร้างความหลากหลายในการเล่น

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จไม่ได้มาง่ายๆ อาร์เซนอลจะต้องทำงานหนักอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างทีมเวิร์คที่แข็งแกร่ง และรักษาความสม่ำเสมอในการเล่น หากทำได้ พวกเขาก็มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

การแข่งขันใน WSL ฤดูกาลนี้จึงน่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง เพราะมีหลายทีมที่พัฒนาขึ้นมา และพร้อมที่จะท้าทายเชลซี อาร์เซนอลจะต้องโชว์ฟอร์มให้ดีที่สุด เพื่อพิสูจน์ว่าพวกเขามีทีมที่แข็งแกร่งพอที่จะคว้าแชมป์ได้

ที่มา – ‘We have the team’ – now Arsenal want Chelsea’s WSL crown

รวบ! “หมอทหาร” ทุจริตหลอกฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ปลอม

กลายเป็นข่าวใหญ่ เมื่อร้อยโท ทหารแพทย์ประจำโรงพยาบาลสนาม ถูกจับกุมในข้อหาทุจริต โดยหลอกลวงกำลังพลกว่า 200 นายในเซาท์ซูดานว่าฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ แต่ความจริงกลับเป็นวัคซีนปลอม! เรื่องราวการทุจริตหลอกฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ปลอมนี้สร้างความเสียหายและความเสื่อมเสียอย่างมากต่อกองทัพ

วันที่ 2 กันยายน 2568 พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป. ร่วมกับ นายจรงค์ เกราะเหมาะ ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ และนายไพโรจน์ นิยมเดชา ผู้อำนวยการกลุ่มสืบสวนและปฏิบัติการข่าว 2 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เข้าจับกุม ร้อยโท จิณณวัตร ตามหมายจับศาลทหารกรุงเทพ ที่ 263/2568 ลงวันที่ 30 พฤษภาคม 2568 ในข้อหา “เป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต” การจับกุมเกิดขึ้นที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ริมถนนกิ่งแก้ว ตำบลราชาเทวะ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

เบื้องหลังการจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากพฤติกรรมของ ร้อยโท จิณณวัตร ขณะดำรงตำแหน่งนายแพทย์โรงพยาบาลสนาม ระดับ 1 ของกองร้อยทหารช่างเฉพาะกิจ ไทย/เซาท์ซูดาน เขาได้หลอกลวงผู้บังคับบัญชาและกำลังพลให้เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ โดยอ้างว่าเป็นคำสั่งของนายแพทย์ประจำภารกิจ เพื่อเบิกเงินค่าวัคซีนจากผู้บัญชาการกองร้อย เป็นจำนวนเงินสูงถึง 5,800 ดอลลาร์สหรัฐ

แต่แล้วความจริงก็ปรากฏ เมื่อมีการตรวจสอบพบว่า สารที่ ร้อยโท จิณณวัตร นำมาฉีดให้กับกำลังพลนั้น ไม่ใช่วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่อย่างที่กล่าวอ้าง หากแต่เป็นสารประเภทอื่นที่มีต้นทุนต่ำกว่ามาก การกระทำดังกล่าวถือเป็นการทุจริตหลอกฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ปลอมที่ร้ายแรง จึงนำไปสู่การตรวจสอบและดำเนินคดีในที่สุด คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ร้อยโท จิณณวัตร ว่ากระทำความผิดฐานละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และขออำนาจศาลออกหมายจับ จนนำมาสู่การจับกุมตัวได้ในที่สุด

รวบ “หมอทหาร” ทุจริตหลอกฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ปลอม

ในการสอบสวน ร้อยโท จิณณวัตร ได้ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด และไม่ขอให้การใดๆ เพิ่มเติมในชั้นสอบสวน เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้นำตัว ร้อยโท จิณณวัตร ส่งไปยังอัยการศาลทหารกรุงเทพ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ผลกระทบจากการทุจริตหลอกฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ปลอม

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายทางการเงิน แต่ยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและความศรัทธาที่กำลังพลมีต่อผู้บังคับบัญชาและระบบราชการ การทุจริตหลอกฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ปลอมครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ต้องมีการตรวจสอบและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต

  • ความเสียหายทางการเงิน: การเบิกจ่ายงบประมาณที่ไม่ถูกต้อง
  • ผลกระทบต่อสุขภาพ: กำลังพลไม่ได้รับการป้องกันโรคอย่างถูกต้อง
  • ความเสื่อมเสียต่อองค์กร: ความเชื่อมั่นในกองทัพลดลง

การกระทำของ ร้อยโท จิณณวัตร เป็นการกระทำที่ขัดต่อจริยธรรมและหลักการของวิชาชีพแพทย์อย่างร้ายแรง การทุจริตในลักษณะนี้ไม่ควรเกิดขึ้นในทุกวงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวงการแพทย์ที่ต้องยึดมั่นในจริยธรรมและผลประโยชน์ของผู้ป่วยเป็นสำคัญ

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า การตรวจสอบและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริตในทุกรูปแบบ และสร้างสังคมที่โปร่งใสและเป็นธรรม

ที่มา – รวบ “หมอทหาร” ทุจริตหลอกฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ปลอมให้กำลังพล

ครม. มอบหมายหน้าที่รองนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 มีมติสำคัญหลายเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการมอบหมายหน้าที่ให้รองนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีในกรณีที่นายกฯ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ นอกจากนี้ ยังมีการอนุมัติร่างกฎหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอุตสาหกรรมเป้าหมายอีกด้วย

ครม. เห็นชอบมอบหมายหน้าที่รองนายกฯ 4 ลำดับ ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี

นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงภายหลังการประชุมว่า ครม. ได้พิจารณาและอนุมัติคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การมอบหมายหน้าที่รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี โดยมีการเรียงลำดับดังนี้:

  1. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
  2. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
  3. นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
  4. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีทั้ง 4 ท่าน จะปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีตามลำดับ ในกรณีที่นายกรัฐมนตรีไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ รวมถึงมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีที่กล่าวมานั้น และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่เช่นเดียวกับที่ผ่านมา

การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง

นอกจากเรื่องการมอบหมายหน้าที่รองนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีแล้ว ครม. ยังมีมติแต่งตั้งข้าราชการการเมืองเท่าที่จำเป็น โดยให้มีข้าราชการการเมืองประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่ประสานงานและรับเอกสาร รวมถึงการแต่งตั้งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อาทิ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ดำรงตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ ดำรงตำแหน่งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

อนุมัติร่างกฎหมายเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

ที่ประชุม ครม. ยังได้อนุมัติร่างพระราชบัญญัติการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสิทธิประโยชน์ในการให้เครดิตทางด้านภาษี เพื่อดึงดูดบริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ร่างกฎหมายนี้จะถูกส่งต่อให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อตรวจพิจารณา ก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาต่อไป การผลักดันกฎหมายฉบับนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

ข้อห่วงใยเรื่องการจ้างงานคนพิการ

ครม. รับทราบข้อห่วงใยและความวิตกกังวลของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพคนพิการ พ.ศ. 2550 แม้ว่ากฎหมายดังกล่าวและมติ ครม. จะกำหนดเป้าหมายให้หน่วยงานต่างๆ เปิดโอกาสให้คนพิการเข้าทำงานอย่างทั่วถึง แต่ในปัจจุบันมีคนพิการจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับการจ้างงาน ครม. จึงมีมติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำแนกประเภทของคนพิการให้ชัดเจน พร้อมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนให้คนพิการเข้าทำงานมากขึ้น เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ การมอบหมายหน้าที่รองนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการบริหารราชการแผ่นดิน ยังมีประเด็นทางสังคมที่รัฐบาลให้ความสำคัญเช่นกัน

โดยสรุปแล้ว การประชุม ครม. ครั้งนี้มีการพิจารณาในหลายประเด็นที่สำคัญต่อการบริหารประเทศ ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม การมอบหมายหน้าที่รองนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อความต่อเนื่องในการบริหารราชการแผ่นดิน การผลักดันกฎหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเป็นการวางรากฐานสำหรับอนาคต และการแก้ไขปัญหาการจ้างงานคนพิการเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม

การตัดสินใจเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการพัฒนาประเทศในทุกมิติ และเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับอนาคตของประเทศไทย หวังว่าการดำเนินนโยบายต่างๆ จะเป็นไปอย่างราบรื่นและส่งผลดีต่อประชาชนทุกคน

ที่มา – ครม. เห็นชอบมอบหมายหน้าที่รองนายกฯ 4 ลำดับ ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี

พาสมอร์ คุมเลสเตอร์ ซิตี้ (หญิง) ชั่วคราว

ริค พาสมอร์ อดีตผู้ช่วยผู้จัดการทีมเวสต์แฮม ยูไนเต็ด จะเข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าโค้ชชั่วคราวของเลสเตอร์ ซิตี้ ในขณะที่พวกเขากำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดฤดูกาล วีเมนส์ ซูเปอร์ลีก (WSL)

ทัพ “ขุนค้อน” ยืนยันการลาออกของเขาเมื่อวันอังคาร หลังจากเข้าร่วมทีมในเดือนกันยายน 2566 และเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมงานโค้ชของ Rehanne Skinner

ในแถลงการณ์ที่เวสต์แฮมเผยแพร่ พาสมอร์กล่าวว่า “ด้วยสัญญาที่เหลืออีก 12 เดือนกับเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ผมต้องตัดสินใจอย่างยากลำบากที่จะก้าวลงจากบทบาทของผมที่สโมสรด้วยเหตุผลทางครอบครัว”

อดีตบอสของน็อตส์ เคาน์ตี้ และลีดส์ ยูไนเต็ด จะเข้ารับตำแหน่งต่อจาก อามองดีน มิเกล ซึ่งถูก เลสเตอร์ ซิตี้ ปลดออกจากตำแหน่ง เพียง 10 วันก่อนเปิดฤดูกาล WSL ใหม่

มิเกล วัย 41 ปี พาทีมเลสเตอร์จบอันดับที่ 10 เมื่อฤดูกาลที่แล้ว โดยมี 20 แต้ม จาก 22 เกม ซึ่งมากกว่าคริสตัล พาเลซ ที่ตกชั้นไป 10 แต้ม

เธอชนะ 5 จาก 22 เกมในลีก และเก็บได้แต้มมากกว่าฤดูกาล 2023-24 สองแต้ม

เลสเตอร์จะเดินทางไปเยือนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเกมเปิดลีกในวันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน (12:00 BST)

พาสมอร์ คุมเลสเตอร์ ซิตี้ (หญิง) ชั่วคราว

การแต่งตั้ง พาสมอร์ คุมเลสเตอร์ ซิตี้ (หญิง) ชั่วคราว เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สำคัญสำหรับสโมสร การเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมก่อนเปิดฤดูกาลอาจส่งผลต่อขวัญกำลังใจและความพร้อมของทีม แต่ด้วยประสบการณ์ของพาสมอร์ เชื่อว่าจะสามารถเข้ามาช่วยประคองทีมในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ได้

ความท้าทายของพาสมอร์ในการคุมเลสเตอร์ ซิตี้ (หญิง)

แน่นอนว่าการเข้ามาคุมทีมในช่วงเวลาที่กระชั้นชิดเช่นนี้ พาสมอร์ คุมเลสเตอร์ ซิตี้ (หญิง) ชั่วคราว จะต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการทำความเข้าใจกับทีม การปรับแผนการเล่น และการสร้างความมั่นใจให้กับนักเตะ อย่างไรก็ตาม ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมา เชื่อว่าเขาสามารถรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ได้

หนึ่งในความท้าทายที่สำคัญคือการปรับตัวเข้ากับผู้เล่นอย่างรวดเร็ว พาสมอร์ต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจจุดแข็งและจุดอ่อนของแต่ละคน เพื่อให้สามารถจัดทีมและวางแผนการเล่นที่เหมาะสมได้ นอกจากนี้ เขายังต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับนักเตะ เพื่อให้พวกเขามั่นใจและพร้อมที่จะทุ่มเทให้กับทีม

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือรูปแบบการเล่นที่พาสมอร์จะนำมาใช้ เขาเป็นที่รู้จักในฐานะโค้ชที่เน้นการเล่นเกมรุกที่ดุดันและมีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่เลสเตอร์ ซิตี้ ต้องการเพื่อยกระดับผลงานของทีมให้ดีขึ้น

การแข่งขันใน WSL ฤดูกาลนี้มีความเข้มข้นสูง ทุกทีมต่างก็มีการเสริมทัพและเตรียมความพร้อมมาเป็นอย่างดี เลสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้การนำของ พาสมอร์ คุมเลสเตอร์ ซิตี้ (หญิง) ชั่วคราว จะต้องทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะสามารถแข่งขันกับทีมชั้นนำอื่นๆ ในลีกได้

ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร การเข้ามาของพาสมอร์ในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับเลสเตอร์ ซิตี้ ที่จะได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเอง หวังว่าเขาจะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกให้กับทีม และพาทีมประสบความสำเร็จในอนาคต

สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความผันผวนในวงการฟุตบอลหญิง การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และทีมต่างๆ ต้องพร้อมที่จะปรับตัวอยู่เสมอ การมีผู้นำที่สามารถนำทีมผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

แฟนบอลเลสเตอร์ ซิตี้ คงต้องให้กำลังใจและสนับสนุนทีมต่อไป เพื่อให้พวกเขาสามารถก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ และประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

ที่มา – Passmoor to be Leicester Women interim head coach

เศรษฐาบอกเดี๋ยวส่งไป! ทหารแนวหน้าต้องการเตาแก๊ส

จากกรณีที่ทหารแนวหน้าบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาต้องการสิ่งของจำเป็นในการดำรงชีพอย่างเตาแก๊สและเครื่องซักผ้า ล่าสุด นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาตอบรับถึงความต้องการดังกล่าวผ่านทางโซเชียลมีเดีย โดยระบุว่า “เดี๋ยวส่งไป” สร้างความดีใจให้กับเจ้าหน้าที่ทหารและประชาชนเป็นอย่างมาก

สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา พื้นที่ชายแดน อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ประสบปัญหาฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้เสื้อผ้าและเครื่องแบบของเจ้าหน้าที่ทหารที่ซักตากไว้ไม่สามารถแห้งได้ทัน ส่งผลให้เกิดกลิ่นอับและสร้างความลำบากในการปฏิบัติหน้าที่ บางส่วนต้องเสียค่าใช้จ่ายในการใช้บริการเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ

เมื่อชาวบ้านในพื้นที่ทราบถึงความเดือดร้อนของทหาร จึงได้ร่วมกันช่วยเหลือด้วยการซื้อเครื่องซักผ้าแบบ 2 ถัง มอบให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อใช้ในการซักและปั่นแห้งเครื่องแบบให้แห้งได้รวดเร็วยิ่งขึ้น นางศรีแพร ตาบุดดา ผู้จัดการร้านจันจิรา กล่าวว่า ยอดขายเครื่องซักผ้ายังคงมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่เป็นการซื้อเพื่อนำไปมอบให้กับทหาร

นอกจากเครื่องซักผ้าแล้ว สิ่งที่ทหารแนวหน้าต้องการไม่แพ้กันคือ แก๊สปิกนิก ซึ่งมีราคาประมาณ 1,000 กว่าบาทต่อชุด ทางร้านค้าในพื้นที่ได้ให้ความร่วมมือด้วยการลดราคา แจก แถม และเติมแก๊สให้โดยไม่คิดกำไร เพื่อเป็นการขอบคุณทหารที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาอธิปไตยของประเทศ

นางศรีแพร กล่าวเพิ่มเติมว่า รู้สึกดีใจและอุ่นใจที่มีทหารมาอยู่เป็นเพื่อนชาวอำเภอน้ำยืน พร้อมทั้งอวยพรให้ทหารทุกท่านมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ด้านเจ้าหน้าที่ทหารนายหนึ่งเปิดเผยว่า ได้ซื้อแก๊สปิกนิกเพื่อนำไปประกอบอาหารบนฐานปฏิบัติการ เนื่องจากช่วงนี้ฝนตกหนักไม่สามารถก่อไฟได้ และเพื่อความปลอดภัยจากการถูกตรวจพบ

นายทหารรายนี้กล่าวอีกว่า ทางหน่วยงานมีครัวกลางอยู่แล้ว แต่แก๊สปิกนิกที่ซื้อเพิ่มเป็นสำหรับทำอาหารเล็กๆ น้อยๆ เช่น ต้มมาม่า พร้อมทั้งขอบคุณร้านค้าและพี่น้องชาวอำเภอน้ำยืนที่ดูแลทหารเป็นอย่างดี

เศรษฐาบอกเดี๋ยวส่งไป! ทหารแนวหน้าต้องการเตาแก๊ส

ล่าสุด นายเศรษฐา ทวีสิน ได้แชร์ภาพข่าวเกี่ยวกับความต้องการของทหาร พร้อมข้อความสั้นๆ ว่า “ได้ครับ เดี๋ยวผมส่งไป” สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่ได้เห็นเป็นอย่างมาก

ทำไมทหารแนวหน้าถึงต้องการเตาแก๊สและเครื่องซักผ้า?

ความต้องการเตาแก๊สและเครื่องซักผ้าของทหารแนวหน้าสะท้อนให้เห็นถึงสภาพความเป็นอยู่ที่ยากลำบากในการปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ชายแดนที่ห่างไกลและมีข้อจำกัดด้านสิ่งอำนวยความสะดวก เตาแก๊สมีความจำเป็นสำหรับการประกอบอาหารในสภาวะที่การก่อไฟเป็นไปได้ยากหรือไม่ปลอดภัย ในขณะที่เครื่องซักผ้าช่วยอำนวยความสะดวกในการทำความสะอาดเสื้อผ้าและเครื่องแบบ ลดปัญหาความอับชื้นและสุขอนามัย

เรื่องราวนี้แสดงให้เห็นถึงน้ำใจของคนไทยที่พร้อมช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เสียสละเพื่อส่วนรวม การตอบรับของนายเศรษฐา ทวีสิน ก็เป็นสิ่งที่น่ายกย่องและเป็นการแสดงออกถึงความใส่ใจต่อผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละ

การสนับสนุนและให้กำลังใจทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะพวกเขากำลังปกป้องอธิปไตยและรักษาความสงบสุขของประเทศชาติ การช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ อย่างการบริจาคสิ่งของจำเป็น หรือการส่งกำลังใจ ก็สามารถสร้างขวัญและกำลังใจให้กับพวกเขาในการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมาก

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่ายังมีผู้ที่เสียสละตนเองเพื่อประโยชน์ส่วนรวมอยู่เสมอ และเราควรให้ความสำคัญและสนับสนุนพวกเขาให้มากที่สุด

มาร่วมกันส่งกำลังใจให้ทหารกล้าของเรา และสนับสนุนพวกเขาในทุกวิถีทางที่เราสามารถทำได้ เพื่อให้พวกเขามีกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติของเราต่อไป

ความต้องการเตาแก๊สและเครื่องซักผ้าของทหารแนวหน้าเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ

ที่มา – “เศรษฐา” บอกเดี๋ยวส่งไป หลังทหารแนวหน้าต้องการเตาแก๊ส-เครื่องซักผ้า