วัน: 19 กันยายน 2025

อาร์เซนอลเรียนรู้จากท่าดีใจของ Lewis-Skelly

มิเกล อาร์เตตา กล่าวว่า นักเตะอาร์เซนอลของเขาได้เรียนรู้จากประสบการณ์ หลังจากที่ ไมลส์ ลูอิส-สเคลลี เลียนแบบท่าดีใจของ เออร์ลิง ฮาลันด์ กองหน้าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในการพบกันเมื่อฤดูกาลที่แล้ว อาร์เซนอลเรียนรู้จากท่าดีใจ นั้นอย่างไร?

ทั้งสองทีมจะพบกันในวันอาทิตย์นี้ที่เอมิเรตส์ สเตเดียม ในเกมที่กลายเป็นคู่แข่งที่ดุเดือด ขณะที่พวกเขามุ่งมั่นที่จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก

อาร์เตตาไม่แพ้ใครในการพบกับซิตี้ 4 นัดหลังสุด โดยชนะ 2 นัดในบ้านและ 2 นัดนอกบ้าน และมีความบาดหมางและความขัดแย้งที่ไม่น่าพอใจในการเผชิญหน้ากันล่าสุด

ฮาลันด์บอกกับบอสของทีมปืนใหญ่ว่าเขาควร “ถ่อมตัว” หลังจากเสมอ 2-2 ที่สนามเอติฮัด สเตเดียม เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ขณะที่กองหน้าชาวนอร์เวย์มีปากเสียงกับลูอิส-สเคลลี ซึ่งขณะนั้นอายุ 17 ปี ในเกมเดียวกัน โดยถามว่า ‘คุณเป็นใคร?’ เมื่อผู้เล่นจากทั้งสองทีมปะทะกันเมื่อสิ้นเสียงนกหวีดหมดเวลาการแข่งขัน

จากนั้น ลูอิส-สเคลลี จำลองท่าดีใจของฮาลันด์ โดยนั่งลงบนพื้นและไขว่ห้าง หลังจากกองหลังซึ่งปัจจุบันอายุ 18 ปี ยิงประตูได้ในชัยชนะ 5-1 ของอาร์เซนอลในเดือนกุมภาพันธ์

เมื่อถูกถามว่าเขาได้แนะนำผู้เล่นของเขาให้ละเว้นจากการทำเช่นเดียวกันหรือไม่ อาร์เตตากล่าวว่า: “ถ้าทำไปแล้ว ก็แค่นั้น มันเป็นส่วนหนึ่งของมัน”

“มีการเฉลิมฉลองมากมายและไม่ได้เฉลิมฉลองจากอดีตจากหลายทีม นั่นก็แค่นั้น”

“ทุกประสบการณ์คือการเรียนรู้เช่นกัน และเราก็ได้เรียนรู้จากประสบการณ์นั้นอย่างแน่นอน”

อาร์เซนอลเรียนรู้จากท่าดีใจของ Lewis-Skelly

ด้วยชัยชนะ 3 นัดจาก 4 เกมลีกที่เปิดฤดูกาล อาร์เซนอลรั้งอันดับสองในตาราง และเสียไปเพียงประตูเดียว ซึ่งมาจากการยิงฟรีคิกอันน่าทึ่งของ Dominik Szoboszlai ในเกมที่พวกเขาแพ้ลิเวอร์พูล 1-0

พวกเขาลงทุนไปประมาณ 250 ล้านปอนด์ในทีมของพวกเขาในฤดูกาลนี้ ในขณะที่พวกเขามองหาถ้วยรางวัลแรกนับตั้งแต่ปี 2020

จากผลของความแข็งแกร่งและคุณภาพที่เพิ่มขึ้นนั้น อาร์เตตามีตัวเลือกมากขึ้นจากม้านั่งสำรอง และตัวสำรองอย่าง กาเบรียล มาร์ติเนลลี และ เลอันโดร ทรอสซาร์ ทำประตูได้ในเกมที่พวกเขาเอาชนะ แอธเลติก คลับ ในเกมแชมเปียนส์ลีกนัดเปิดสนามในฤดูกาลนี้

และผู้จัดการทีมอาร์เซนอลกล่าวเสริมว่า ทั้งคู่เป็นตัวเลือกในใจของเขาสำหรับตำแหน่งตัวจริงในการพบกับทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ซึ่งมีแต้มตามหลังอยู่ 3 แต้มในตาราง

“แน่นอน เพราะเมื่อผู้เล่นอยู่ในสภาพนั้น ฉันคิดว่าพวกเขาต้องถูกใช้งานและพวกเขาต้องได้รับการยอมรับ” อาร์เตตากล่าว

“แต่ก็มีผู้เล่นจำนวนมากอย่างเห็นได้ชัดที่อยู่ในช่วงเวลาที่ดีจริงๆ ทำผลงานได้ดีจริงๆ และนั่นคือสิ่งที่เราต้องการ”

“เมื่อใดก็ตามที่เราต้องการพวกเขา ฉันแน่ใจว่าพวกเขาจะอยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุด”

บทเรียนจากอดีต: อาร์เซนอลเรียนรู้จากท่าดีใจ

อาร์เซนอลนั้นกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้น พวกเขาได้ลงทุนอย่างหนักในทีม และพวกเขามีผู้เล่นที่สามารถสร้างความแตกต่างได้ อย่างไรก็ตาม พวกเขาต้องเรียนรู้จากข้อผิดพลาดในอดีต และต้องแน่ใจว่าพวกเขาไม่ได้ทำผิดพลาดแบบเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า การที่อาร์เซนอลเรียนรู้จากท่าดีใจของ Lewis-Skelly นั้นแสดงให้เห็นว่าพวกเขากำลังเติบโตและพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้า

การรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ อย่างมืออาชีพ และการไม่ตอบโต้การยั่วยุ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาความมุ่งมั่น และโฟกัสไปที่เป้าหมายหลัก นั่นคือการคว้าชัยชนะในสนาม

สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตสอนให้เรารู้ว่าการควบคุมอารมณ์ และการแสดงออกถึงความเคารพต่อคู่แข่งนั้นสำคัญเพียงใด ความสำเร็จที่แท้จริงไม่ได้มาจากการเอาชนะเพียงอย่างเดียว แต่มาจากการมีสปิริตนักกีฬา และความประพฤติที่น่ายกย่องด้วย

ดังนั้น การที่ อาร์เซนอลเรียนรู้จากท่าดีใจ ของนักเตะเยาวชน จึงเป็นสัญญาณที่ดีว่าทีมกำลังพัฒนาไปในทิศทางที่ถูกต้อง และพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายที่รออยู่ข้างหน้าอย่างมั่นใจ

ที่มา – Arsenal learn from Lewis-Skelly’s Man City celebration

ประวัติ โสภณ ซารัมย์ คัมแบ็กนั่งรองนายกฯ

เปิดประวัติ โสภณ ซารัมย์ อดีตรัฐมนตรีหลายสมัย คนสนิทเนวิน ชิดชอบ ได้คัมแบ็กเป็นรองนายกฯ ใน ครม.อนุทิน 1 หลังจากห่างหายจากเก้าอี้รัฐมนตรีไปนาน

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และให้มีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยนายโสภณ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์หลายสมัย ได้ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ใน ครม.อนุทิน 1 ครั้งนี้

ประวัติ โสภณ ซารัมย์

สำหรับนายโสภณ ซารัมย์ เกิดเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2502 ปัจจุบันอายุ 66 ปี เป็นชาวลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยกำเนิด บิดาคือ นายสนั่น ซารัมย์ มีอาชีพเป็นกำนัน มีพี่ชาย 1 คน คือ นายสมบูรณ์ ซารัมย์ ส.ส.เขต 3 บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ที่ถูกแฉปมเสียบบัตรแทนกัน แต่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตีตกเนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ ทางด้านการศึกษา นายโสภณ เรียนจบครุศาสตรบัณฑิต สาขาการประถมศึกษา จากวิทยาลัยครูบุรีรัมย์

ขณะที่นายโสภณ มีชีวิตสมรสกับนางอารีญาภรณ์ ซารัมย์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลลำปลายมาศ มีบุตรด้วยกัน 3 คน หนึ่งในนั้นคือนายอาณัตพณ ซารัมย์ อดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตเมื่อปี 2560 ขณะอายุ 30 ปี โดยหลังจากบุตรชายเสียชีวิต จึงได้ก่อตั้งมูลนิธิขึ้น และดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิอาณัตพณ ซารัมย์ (ลูกเติ้ง) เพื่อคอยช่วยเหลือสังคม

นายโสภณ เข้าสู่เส้นทางการเมือง โดยรับราชการครูมาก่อน จากนั้นในปี 2544 ได้ลงสมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ ในนามพรรคชาติไทย และได้รับการเลือกตั้ง ต่อมาในปี 2548 ได้ย้ายมาสังกัดพรรคไทยรักไทย และยังคงได้รับการเลือกตั้ง ส.ส. ก่อนจะย้ายมาสังกัดพรรคพลังประชาชน เมื่อพรรคไทยรักไทยถูกยุบพรรค แต่พรรคพลังประชาชนก็ถูกตัดสินยุบพรรคอีกครั้ง

ทำให้ในปี 2550 นายโสภณ ซารัมย์ ที่ถือเป็นคนใกล้ชิดนายเนวิน ชิดชอบ ได้ย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทย ที่แยกจากพรรคพลังประชาชน มารวมกับ ส.ส. จากพรรคมัชฌิมาธิปไตย เพื่อสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ ให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี

ส่วนตำแหน่งทางการเมืองที่สำคัญของนายโสภณ ซารัมย์ เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เคยเป็นประธานคณะกรรมาธิการคมนาคมในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ส่วนปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการศึกษาธิการ และล่าสุดได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ใน ครม.อนุทิน 1 ในครั้งนี้

เส้นทางการเมืองของ โสภณ ซารัมย์

การกลับมาครั้งนี้ของโสภณ ซารัมย์ นับเป็นการคืนสู่ตำแหน่งบริหารระดับสูงอีกครั้ง หลังจากที่ห่างหายไปนาน การได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริหารพรรคและรัฐบาลมีต่อประสบการณ์และความสามารถของเขา

การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ การกลับมาของบุคคลที่มีประสบการณ์จึงอาจนำมาซึ่งมุมมองใหม่ ๆ และการขับเคลื่อนนโยบายที่น่าสนใจต่อไปในอนาคต

ที่มา – ประวัติ โสภณ ซารัมย์ คนสนิทเนวิน บ้านบุรีรัมย์ คัมแบ็กนั่งรองนายกฯ

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการในพระองค์ ฝ่ายตำรวจชั้นนายพล

ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการในพระองค์ ฝ่ายตำรวจชั้นนายพล พลตำรวจเอก พรเทพ จันทร์ชิดฟ้า

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศแต่งตั้งข้าราชการในพระองค์ฝ่ายตำรวจชั้นนายพล โดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งข้าราชการในพระองค์ฝ่ายตำรวจชั้นนายพล

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 15 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ประกอบมาตรา 4 และมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560 มาตรา 9 มาตรา 10 มาตรา 13 และมาตรา 15 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560 มาตรา 54 และมาตรา 55 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลตำรวจเอก พรเทพ จันทร์ชิดฟ้า ตำแหน่ง รองผู้บัญชาการกองบัญชาการนายตำรวจราชองครักษ์ประจำพระองค์ (2) สำนักงานผู้บังคับบัญชา กองบังคับการ และกองบังคับการยุทธวิธีและควบคุม กองบัญชาการนายตำรวจราชองครักษ์ประจำพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลตำรวจเอก) ดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการกองบัญชาการนายตำรวจราชองครักษ์ประจำพระองค์ (1) สำนักงานผู้บังคับบัญชา กองบังคับการ และกองบังคับการยุทธวิธีและควบคุม กองบัญชาการนายตำรวจราชองครักษ์ประจำพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลตำรวจเอก)

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2568 ประกาศ ณ วันที่ 12 กันยายน พุทธศักราช 2568 เป็นปีที่ 10 ในรัชกาลปัจจุบัน

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการในพระองค์ ฝ่ายตำรวจชั้นนายพล

การโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการในพระองค์ ฝ่ายตำรวจชั้นนายพลครั้งนี้ ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการบริหารราชการในพระองค์ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการในพระองค์ ฝ่ายตำรวจชั้นนายพล

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการในพระองค์ ฝ่ายตำรวจชั้นนายพลในครั้งนี้ สามารถติดตามได้จากประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งระบุถึงรายละเอียดเกี่ยวกับตำแหน่งที่ได้รับการแต่งตั้ง รวมถึงอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง การทำความเข้าใจในรายละเอียดเหล่านี้ จะช่วยให้ประชาชนได้รับทราบถึงความเปลี่ยนแปลงและความต่อเนื่องในการบริหารราชการในพระองค์

  • ความสำคัญของการแต่งตั้งข้าราชการในพระองค์
  • บทบาทของข้าราชการตำรวจชั้นนายพล
  • การบริหารราชการในพระองค์

การได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ถือเป็นเกียรติประวัติและความภาคภูมิใจอย่างสูงสุดของข้าราชการทุกท่าน และเป็นเครื่องยืนยันถึงความสามารถและความทุ่มเทในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์ การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและมีความรับผิดชอบ จะเป็นสิ่งที่ข้าราชการทุกท่านพึงยึดมั่นและปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งในครั้งนี้ คาดว่าจะส่งผลให้การปฏิบัติงานของกองบัญชาการนายตำรวจราชองครักษ์ประจำพระองค์เป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เนื่องจาก พลตำรวจเอก พรเทพ จันทร์ชิดฟ้า เป็นผู้ที่มีประสบการณ์และความสามารถเป็นที่ประจักษ์ การได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยให้ดำรงตำแหน่งสำคัญนี้ จึงเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของท่านอย่างแท้จริง

การติดตามข่าวสารราชสำนักและพระราชกรณียกิจต่างๆ เป็นสิ่งที่ประชาชนชาวไทยควรให้ความสนใจ เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์

ที่มา – โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการในพระองค์ ฝ่ายตำรวจชั้นนายพล

โปรดเกล้าฯ พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง โอนเป็นข้าราชการในพระองค์

ข่าวสำคัญวันนี้! มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร. ปรับโอนไปสังกัด หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ถือเป็นข่าวที่ได้รับความสนใจอย่างมากในแวดวงตำรวจและประชาชนทั่วไป

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศเรื่อง “ให้รับโอนข้าราชการตำรวจเป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายตำรวจ” ซึ่งระบุถึงการมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้รับโอนข้าราชการตำรวจเป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายตำรวจ โดยอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

ใจความสำคัญของประกาศนี้คือ การที่ พลตำรวจเอก ไกรบุญ ทรวดทรง ตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (อัตรา พลตำรวจเอก) ได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ปรับโอนมาสังกัด หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการกองบัญชาการนายตำรวจราชองครักษ์ประจำพระองค์ (2) สำนักงานผู้บังคับบัญชา กองบังคับการและกองบังคับการยุทธวิธีและควบคุม กองบัญชาการนายตำรวจราชองครักษ์ประจำพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลตำรวจเอก)

ทั้งนี้ พระบรมราชโองการดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน พุทธศักราช 2568 เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 12 กันยายน พุทธศักราช 2568

โปรดเกล้าฯ พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง โอนเป็นข้าราชการในพระองค์

การปรับโอน พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง ในครั้งนี้ ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และเป็นเกียรติประวัติอย่างสูงแก่ตัวท่านและวงศ์ตระกูล การได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยให้ดำรงตำแหน่งสำคัญในหน่วยงานที่ถวายความปลอดภัยแด่พระองค์ ถือเป็นภารกิจที่สำคัญและต้องอาศัยความรู้ความสามารถเป็นอย่างยิ่ง

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง

พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง เป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์และความสามารถเป็นที่ยอมรับในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ท่านได้ดำรงตำแหน่งสำคัญๆ มาแล้วมากมาย และเป็นที่รู้จักในฐานะนายตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และมีคุณธรรม

การปรับโอนท่านมาดำรงตำแหน่งในหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ จึงเป็นสิ่งที่เหมาะสมและเชื่อมั่นได้ว่าท่านจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มความสามารถ เพื่อถวายความปลอดภัยแด่พระองค์และราชวงศ์

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถอ่านประกาศฉบับเต็มได้จากเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา [คลิกที่นี่] เพื่อศึกษาในรายละเอียดเกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการปรับโอนข้าราชการในครั้งนี้

การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการบริหารงานบุคคลในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มีการพิจารณาถึงความสามารถ ความเหมาะสม และประสบการณ์ของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งต่างๆ เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ

หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับทุกท่านที่ติดตามข่าวสารบ้านเมือง และขอเป็นกำลังใจให้ พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งใหม่ด้วยความสำเร็จและเป็นที่สรรเสริญต่อไป

ที่มา – โปรดเกล้าฯ “พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง” ปรับโอนเป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายตำรวจ

พระราชทานยศ กองอาสารักษาดินแดน ภูมิธรรม-ธีรรัตน์-เดชอิศม์

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกฯ เรื่อง พระราชทานยศ กองอาสารักษาดินแดน ให้แก่ “ภูมิธรรม-ธีรรัตน์-เดชอิศม์” เป็นกรณีพิเศษ

วันที่ 19 ก.ย. 68 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานยศ กองอาสารักษาดินแดน เป็นกรณีพิเศษ ระบุว่า มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานยศ กองอาสารักษาดินแดน ชั้นยศ นายกองใหญ่ เป็นกรณีพิเศษ ให้แก่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการ กองอาสารักษาดินแดน และชั้นยศ นายกองเอก เป็นกรณีพิเศษ ให้แก่ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดน ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาระดับสูงในกองบัญชาการ กองอาสารักษาดินแดน จะต้องปฏิบัติภารกิจเกี่ยวกับการปกครองบังคับบัญชาเจ้าหน้าที่และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน รวม 3 ราย ดังนี้

1. ว่าที่นายกองใหญ่ ภูมิธรรม เวชยชัย เป็น นายกองใหญ่
2. ว่าที่นายกองเอก ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ เป็น นายกองเอก
3. ว่าที่นายกองเอก เดชอิศม์ ขาวทอง เป็น นายกองเอก

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2568 เป็นต้นไป 

นอกจากนี้ ยังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานยศกองอาสารักษาดินแดน ให้แก่สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน สังกัดกองร้อยรักษาดินแดน อำเภอสุไหงโก-ลก ที่ 6 กองบังคับการ กองอาสารักษาดินแดน จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ จำนวน 2 ราย ดังนี้

1. นายหมู่ใหญ่ มูฮำหมัดสาบรี นะสวัน เป็น นายหมวดตรี
2. สมาชิกทศพล ผายพิม เป็น นายหมวดตรี

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2568 เป็นต้นไป

โดยมี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระราชโองการ

พระราชทานยศ กองอาสารักษาดินแดน ภูมิธรรม-ธีรรัตน์-เดชอิศม์

รายละเอียดการพระราชทานยศ กองอาสารักษาดินแดน

การพระราชทานยศ กองอาสารักษาดินแดนครั้งนี้ เป็นกรณีพิเศษสำหรับผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญในกระทรวงมหาดไทย และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละในพื้นที่เสี่ยงภัย การได้รับพระราชทานยศถือเป็นเกียรติประวัติและความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง

รายชื่อผู้ได้รับพระราชทานยศเป็นกรณีพิเศษ:

  • นายกองใหญ่ ภูมิธรรม เวชยชัย
  • นายกองเอก ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์
  • นายกองเอก เดชอิศม์ ขาวทอง

นอกจากนี้ ยังมีการพระราชทานยศให้แก่สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นการแสดงความขอบคุณและยกย่องเชิดชูเกียรติในความกล้าหาญและความเสียสละของพวกเขา

การพระราชทานยศครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของกองอาสารักษาดินแดนในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของประเทศ รวมถึงการให้ความสำคัญกับเจ้าหน้าที่และสมาชิกที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเทและเสียสละ

ทางทีมงานขอแสดงความยินดีกับทุกท่านที่ได้รับการพระราชทานยศ กองอาสารักษาดินแดนในครั้งนี้ และขอสดุดีวีรกรรมของผู้ที่เสียสละชีวิตเพื่อชาติบ้านเมือง

ที่มา – พระราชทานยศ กองอาสารักษาดินแดน “ภูมิธรรม-ธีรรัตน์-เดชอิศม์” เป็นกรณีพิเศษ

ฟัง 2 มุม! แม่ค้าหน้าโรงเรียน ให้เด็กผ่อนของเล่น

ดราม่าร้อนๆ หน้าโรงเรียน! เรื่องราวของ “แม่ค้าหน้าโรงเรียน” ให้เด็กนักเรียนประถมผ่อนของเล่น กลายเป็นประเด็นถกเถียง เมื่อผู้ปกครองบางรายไม่พอใจและต้องการเอาเรื่องให้ถึงที่สุด มาฟังสองมุมจากทั้งฝั่งผู้ปกครองและแม่ค้ากันค่ะ

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในขอนแก่น ผู้อำนวยการโรงเรียนและคณะครูได้เชิญผู้ปกครองและนักเรียนกว่า 100 คน มาประชุมด่วน หลังได้รับข้อมูลว่ามีแม่ค้าของเล่นหน้าโรงเรียน เปิดโอกาสให้เด็กๆ ผ่อนของเล่นได้ แต่กลับเกิดปัญหา เมื่อเด็กหลายคนผ่อนครบแล้วแต่ไม่ได้รับของ หรือบางคนต้องจ่ายเงินเพิ่มจากที่ตกลงกันไว้ถึงจะได้ของเล่น แถมบางรายอยากได้เงินคืน แม่ค้าก็บ่ายเบี่ยงไม่ยอมคืน

นอกจากนี้ ผู้ปกครองยังพบว่าของเล่นที่เด็กๆ ผ่อนซื้อนั้น มีราคาแพงเกินจริงไปมาก เมื่อเรื่องแดงขึ้น ผู้ปกครองหลายคนจึงรวมตัวกันเตรียมแจ้งความดำเนินคดีกับแม่ค้าที่ สภ.เมืองขอนแก่น

ทางด้านผู้อำนวยการโรงเรียน เผยว่า หลังทราบเรื่องก็ได้เรียกนักเรียนมาสอบถามถึงรายละเอียดการผ่อนของเล่นกับแม่ค้าหน้าโรงเรียน พร้อมทั้งแนะนำให้นักเรียนเลือกซื้อสินค้าที่เป็นประโยชน์ โรงเรียนเน้นเรื่องการอำนวยความสะดวกด้านจราจรหน้าโรงเรียนเป็นหลัก ส่วนการเลือกซื้อสินค้าของนักเรียนนั้น เป็นอิสระ ทางโรงเรียนไม่ได้ติดตามดูแล จนกระทั่งมาทราบเรื่องจากผู้ปกครองจึงรีบทำการตรวจสอบ และให้ครูประจำชั้นสำรวจว่ามีนักเรียนคนไหนที่ผ่อนซื้อของเล่นหน้าโรงเรียนบ้าง

จากการสำรวจ พบว่ามีนักเรียนประมาณ 50 คน ที่มีการผ่อนรายวัน ทางโรงเรียนได้ประสานไปยังผู้ปกครอง เพื่อสอบถามว่าต้องการให้โรงเรียนช่วยเหลือในด้านใดบ้าง เนื่องจากเด็กยังไม่บรรลุนิติภาวะ การตัดสินใจจึงขึ้นอยู่กับผู้ปกครอง และเรื่องนี้เกิดขึ้นนอกโรงเรียน ทำให้ควบคุมได้ยาก ซึ่งผู้ปกครองบางส่วนจะทำการอบรมสั่งสอนลูกที่บ้าน ส่วนผู้ปกครองที่ต้องการเอาความ ทางโรงเรียนจะพาไปแจ้งความ เพื่อให้ร้านค้าตระหนักถึงผลเสียของการปล่อยให้นักเรียนผ่อนของเล่น ทางโรงเรียนจะออกหนังสือไปยังพ่อค้าแม่ค้าบริเวณหน้าโรงเรียนอีกครั้ง ว่าพฤติกรรมดังกล่าวอาจเข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมาย

เด็กหญิงเอ (นามสมมติ) นักเรียนชั้น ป.3 เล่าว่า เธอซื้อคีย์บอร์ดมีไฟกับคุณป้าแม่ค้า โดยจ่ายเป็นรายวัน วันละ 10-20 บาท จนครบ 140 บาท จึงได้ของเล่นมา เธอบอกว่าการผ่อนของเล่นเป็นเรื่องดี เพราะถ้าเงินไม่พอก็ยังสามารถมีของเล่นได้ แต่ก็มีเพื่อนบางคนบอกว่าโดนโกง ผ่อนเงินครบแล้วแต่ไม่ได้ของ

เด็กหญิงบี (นามสมมติ) นักเรียนชั้น ป.3 อีกราย เล่าว่า เธอเคยผ่อนซองใส่ภาพวงบัส ราคา 100 บาท โดยจ่ายไปแล้ว 80 บาท แต่พอจะไปจ่ายส่วนที่เหลือ แม่ค้าไม่อยู่ เมื่อกลับมาอีกวัน แม่ค้าก็ไม่มาขายของ เธอจึงเปลี่ยนใจไม่อยากได้ของแล้ว แต่แม่ค้าไม่ยอมคืนเงินให้ แถมบอกว่าเธอได้รับของเล่นไปแล้ว ทำให้เธอเสียใจมาก

น.ส.ณัฐนันท์ (สงวนนามสกุล) ผู้ปกครองนักเรียนชั้น ป.3 เล่าว่า ลูกบอกว่าไปผ่อนของเล่นมาราคา 40 บาท ผ่อนวันละ 20 บาท ซึ่งเธอเห็นว่าของเล่นไม่น่าจะราคาสูงขนาดนั้น จึงห้ามลูกไม่ให้ไปผ่อนอีก เพราะของเล่นที่ได้มาอย่างมากก็ราคาแค่ 10 บาท

ต่อมา ผู้ปกครองได้เข้าไปพูดคุยกับแม่ค้าขายของเล่น อายุ 53 ปี หลังจากที่ลูกสาวบอกว่าซื้อตุ๊กตาในราคาผ่อน 80 บาท แต่ไม่ได้สินค้า เมื่อขอเงินคืน แม่ค้าก็ไม่ยอมคืน ทำให้ผู้ปกครองต้องร้องเรียนกับโรงเรียนและแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ผู้ปกครองยืนยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

ทางด้านแม่ค้าขายของเล่น เผยว่า เธอขายของเล่นที่กำลังเป็นที่นิยม และเห็นว่าของเล่นบางอย่างมีราคาสูงเกินกว่าที่นักเรียนจะซื้อได้ จึงเปิดโอกาสให้เด็กๆ ผ่อนจ่ายได้ แต่เมื่อเกิดปัญหา พ่อแม่ไม่พอใจ อยากได้เงินคืน ก็สามารถมารับเงินคืนได้ทันที เธอยืนยันว่าสินค้าที่ขายมีราคาไม่แพง และเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต่อไปจะไม่ให้นักเรียนผ่อนจ่ายอีกเด็ดขาด

ฟัง 2 มุม ดราม่า “แม่ค้าหน้าโรงเรียน” ให้เด็กนักเรียนประถมผ่อนของเล่น

ทำไมถึงเกิดดราม่า แม่ค้าหน้าโรงเรียน ให้เด็กนักเรียนประถมผ่อนของเล่น?

สรุปแล้ว ดราม่า “แม่ค้าหน้าโรงเรียน” ให้เด็กนักเรียนประถมผ่อนของเล่น เกิดจากหลายปัจจัย ทั้งเรื่องราคาสินค้าที่ไม่เป็นธรรม การผิดสัญญา และการที่เด็กยังไม่มีวุฒิภาวะในการตัดสินใจซื้อสินค้าเอง ผู้ปกครองจึงต้องเข้ามาดูแลและปกป้องสิทธิของบุตรหลาน

เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์ให้กับทั้งผู้ปกครอง โรงเรียน และผู้ประกอบการ ให้ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลเอาใจใส่เด็กนักเรียน และการทำธุรกิจอย่างมีจริยธรรม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต

ที่มา – ฟัง 2 มุม ดราม่า “แม่ค้าหน้าโรงเรียน” ให้เด็กนักเรียนประถมผ่อนของเล่น

ก้าวต่อไปของ Gray’s Hibs คืออะไร?

พรีเมียร์ สปอร์ตส์ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ: เรนเจอร์ส พบ ฮิเบอร์เนียน

สนาม: ไอบรอกซ์ สเตเดียม, กลาสโกว์ วันที่: เสาร์ที่ 20 กันยายน เวลา: 17:45 BST

การถ่ายทอดสด: รับฟังการบรรยายการแข่งขันทาง Sportsound และติดตามการอัปเดตข้อความสดบนเว็บไซต์และแอป BBC Sport

พฤศจิกายนปีที่แล้ว ทีมฮิเบอร์เนียนที่กำลังตกต่ำทำประตูขึ้นนำดันดี ขณะที่พวกเขากำลังค้นหาชัยชนะครั้งที่สองในสกอตติช พรีเมียร์ชิพของฤดูกาลอย่างสิ้นหวัง

แต่หลังจากเหลือผู้เล่น 10 คน ทีมต้องการคำแนะนำทางยุทธวิธีจากข้างสนาม ขณะที่พยายามดึงตัวเองออกจากอันดับสุดท้ายของตาราง

ในช่วงพักเกมหลังจากใบแดงของจอร์แดน โอบิตา เอลี ยูอานแสดงทักษะการเดาะบอลที่อีกฝั่งของสนาม

ช่วงเวลาที่ถูกจอห์น แมคกินน์, ไมเคิล สจวร์ต และมาร์วิน บาร์ตลีย์วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก อดีตสามผู้เล่นของฮิเบอร์เนียนชี้ให้เห็นว่านี่คือลักษณะของทัศนคติที่ไม่ใส่ใจในทีมของเดวิด เกรย์ ซึ่งต่อมาพ่ายแพ้ 4-1 ที่ Dens Park

ใน 10 เดือนต่อมา ลูกทีมของเกรย์แพ้เพียงสามเกมในลีก แต่ความอกหักในยุโรปและการเริ่มต้นฤดูกาลที่ตะกุกตะกักก็ตามมาด้วยการฟื้นตัวที่น่าทึ่งจนจบอันดับสามในฤดูกาลที่แล้ว

ดังนั้น ด้วยโอกาสในการจองที่นั่งรอบรองชนะเลิศ พรีเมียร์ สปอร์ตส์ คัพ ในวันเสาร์นี้ที่สนามของเรนเจอร์สที่กำลังระส่ำระสาย ก้าวต่อไปของ Gray’s Hibs คืออะไร?

ที่นี่ บีบีซี สกอตแลนด์วิเคราะห์ปีแห่งความวุ่นวายและดูว่าสโมสร Leith สามารถพัฒนาไปได้อย่างไร

สิ่งที่ตัวเลขบอกเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของ Hibs

อาจมีมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับเอดินบะระมากกว่าที่คู่แข่งร่วมเมืองอย่างฮาร์ทส์ ซึ่งปัจจุบันมีคะแนนเท่ากับเซลติกที่ด้านบนของพรีเมียร์ชิพ

แต่ถึงแม้จะเสมอสามในสี่เกมแรกในลีก ฮิเบอร์เนียนก็ไม่แพ้ใครในอันดับสามและเล่นน้อยกว่าสองทีมนำอยู่หนึ่งเกม

ในระยะเดียวกันของฤดูกาลที่แล้ว พวกเขากำลังมองหาชัยชนะครั้งแรกด้วยสองคะแนน

และเมื่อถึงจุดสิ้นสุดของค่ำคืนที่น่าสลดใจในดันดี พวกเขาอยู่ท้ายตารางโดยมีชัยชนะเพียงครั้งเดียวจาก 13 นัด

ลูกทีมของเกรย์ชนะ 15 เสมอ 11 และแพ้เพียงสามเกมจาก 29 นัดในลีก รวมถึงสถิติไม่แพ้ใคร 17 เกม

จาก 10 สโมสรที่เคยเล่นในพรีเมียร์ชิพในฤดูกาลนี้และฤดูกาลที่แล้ว ไม่มีทีมใดแพ้น้อยกว่าในช่วงเวลาดังกล่าว

เซลติก (71) เป็นทีมเดียวที่มีคะแนนรวมดีกว่าฮิบส์ที่ 56 คะแนนในช่วงเวลานั้น

นั่นสะท้อนถึงฟอร์มของฮาร์ทส์ ซึ่งเล่นห้านัดสุดท้ายในลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้วในหกอันดับสุดท้าย และเรนเจอร์ส ซึ่งเล่นมากกว่าสองเกมในช่วงเวลาเดียวกัน

มีเพียงเซลติกเท่านั้นที่มีอัตราการเปลี่ยนลูกยิงที่ดีกว่า ขณะที่แชมป์พรีเมียร์ชิพและฮาร์ทส์เป็นเพียงทีมเดียวที่เสียประตูน้อยกว่า

และทั้งสองสโมสร Old Firm เป็นเพียงทีมเดียวที่มีคะแนน Expected Goals (xG) สูงกว่า

ฮิบส์ยังสร้าง xG ได้มากที่สุดในลีกในฤดูกาลนี้ ถึงแม้จะเป็นหนึ่งในสี่ทีมที่เล่นสี่เกม พวกเขาเสีย xG น้อยที่สุดเป็นอันดับสอง

ความต่อเนื่อง & ความลึกซึ้งคือกุญแจสู่ความก้าวหน้า

ข้อผิดพลาดส่วนบุคคลกำลังฆ่าฮิบส์ในเวลานี้เมื่อปีที่แล้ว โดยโจเซฟ บูร์ซิก ผู้รักษาประตูที่ยืมตัวมาก็สร้างความผิดพลาดร้ายแรง

แนวรับด้านหน้าเขาก็ไม่ได้แสดงผลงานที่น่าประทับใจเช่นกัน แต่การเปลี่ยนรูปแบบจาก 4-3-3 เป็น 3-5-2 ช่วยกระตุ้นทีม

จอร์แดน สมิธมอบมือที่ปลอดภัยกว่าในประตู และร็อกกี บุชิรีคืนชีพอาชีพฮิบส์ของเขาตรงกลางของแนวรับสามคน

โดยมีแจ็ค ไอเรเดลและวอร์เรน โอ’ฮาราเล่นทั้งสองข้างของบุชิรี และพี่น้องฝาแฝดคริสและนิกกี แคดเดนครองตำแหน่งวิงแบ็ค ทีมมีความแข็งแกร่งมากขึ้นมาก

ในส่วนบนสุด กลุ่มที่หมุนเวียนกัน รวมถึงมาร์ติน บอยล์ เอเวอร์กรีน, ดไวท์ เกย์ล, จูเนียร์ ฮอยเล็ตต์ และยูอาน มอบภัยคุกคามในการโจมตี

เกรย์โชคดีพอที่จะรักษาส่วนใหญ่ของตัวเลือกในทีมชุดแรกของเขาไว้ได้ แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปคือในแดนกลาง

การไม่สามารถนำเนคทาเรียส ไตรอันติสกลับมาได้ถือเป็นความเสียหาย แต่โจช มัลลิแกน, เจมี แม็กแกรธ และมิเกล ไชวาดูเหมือนจะเป็นส่วนเสริมที่ชาญฉลาด

แกรนต์ แฮนลีย์ กองหลังมากประสบการณ์ของสกอตแลนด์ก็มาถึงเพื่อเสริมแนวรับเช่นกัน ขณะที่ธิโบต์ คลิดย์ถูกเซ็นสัญญาด้วยค่าตัวเป็นประวัติการณ์เพื่อปรับปรุงเกมรุก

“พวกเขามีตัวสำรองในบางตำแหน่งแล้ว” สก็อตต์ อัลลัน อดีตกองกลางของฮิบส์กล่าวกับ พอดคาสต์ฟุตบอลสกอตแลนด์ของ BBC

“แฮนลีย์โดดเด่นสำหรับสกอตแลนด์เมื่อเร็วๆ นี้ แต่เขาไม่ได้อยู่ในทีมตัวจริงด้วยซ้ำ เนื่องจากบุชิรีทำได้ดีแค่ไหน”

“และไชวา ผมเห็นเขามาแล้วสองสามครั้ง และผมคิดว่าเขาอาจเป็นผู้เล่นที่โดดเด่นสำหรับฮิบส์ในฤดูกาลนี้”

“ดังนั้น ตอนนี้พวกเขามีตัวสำรองแล้ว และนั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในตลาดซื้อขายนักเตะครั้งนี้ พวกเขาจะสามารถดึงตัวผู้เล่นที่สามารถเพิ่มศักยภาพให้กับทีมได้หรือไม่? พวกเขาทำได้อย่างแน่นอน”

ทำไม Bowie ถึงเป็นกุญแจสู่ความหวังของ Hibs

แต่เป็นบทบาทที่โดดเด่นมากขึ้นสำหรับ Kieron Bowie ที่ทำให้แนวรุกของฮิบส์มีชีวิตชีวาขึ้น

ดาวเตะวัย 22 ปีรายนี้กำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในเรื่องราวของฤดูกาลด้วยผลงาน 4 ประตูในฤดูกาลนี้ รวมถึงการยิงประตูสุดสวยอย่างแท้จริงในการพบกับปาร์ติซาน เบลเกรดในรอบคัดเลือกคอนเฟอเรนซ์ ลีก

กองหน้าทำผลงานได้อย่างน่าทึ่งสำหรับลูกทีมของเกรย์ในค่ำคืนนั้น หลังจากนำทีมได้อย่างยอดเยี่ยมในเลกเยือน

เขาก็ทำเช่นเดียวกันที่ Legia Warsaw ก่อนที่จะต้องทนทุกข์ทรมานกับความปวดใจร่วมกับเพื่อนร่วมทีมที่เหลือในการแพ้ในช่วงต่อเวลาพิเศษที่บีบหัวใจ จบความฝันในคอนเฟอเรนซ์ ลีก

ความพยายามที่น่าประทับใจในยุโรปเหล่านั้นแสดงให้เห็นว่าฮิบส์และกองหน้าหนุ่มของพวกเขาสามารถทำอะไรได้บ้างเมื่อเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่มีความสามารถสูง แต่พวกเขายังมีส่วนร่วมในการเริ่มต้นพรีเมียร์ชิพที่ตะกุกตะกักของทีม

อัลลันกล่าวว่าตอนนี้โบวีเป็น “จุดสนใจของทีม” ด้วยสิ่งที่เกมรอบด้านของเขามอบให้

เขายิงได้ 6 ประตูจากการออกสตาร์ทในลีกเพียง 5 นัดในฤดูกาลที่แล้วที่ได้รับบาดเจ็บ และดูเหมือนว่าจะเป็นส่วนสำคัญต่อความหวังของฮิบส์ในฤดูกาลนี้

แนวรับที่เปราะบางของเรนเจอร์สจะไม่ตั้งตารอที่จะเผชิญหน้ากับกองหน้าตัวเป้าที่ไอบรอกซ์ที่อาจเป็นพิษในวันเสาร์นี้

เป็นลูกโหม่งท้ายเกมของGray ที่พบกับทีม Govan ที่ปิดผนึกชัยชนะสกอตติช คัพ อันน่าทึ่งในปี 2016

ด้วย Easter Road icon ที่อยู่ใน dugout ตอนนี้ การเข้าใกล้ถ้วยรางวัลแรกของสโมสรนับตั้งแต่วันที่โด่งดังนั้นด้วยชัยชนะในรอบแปดทีมสุดท้ายในกลาสโกว์จะเป็นก้าวต่อไปที่น่าสังเกต – และสมจริง – สำหรับทีมที่น่าตื่นเต้นนี้

ก้าวต่อไปของ Gray’s Hibs คืออะไร? อาจจะเป็นการคว้าแชมป์!

ที่มา – What’s the next step for Gray’s Hibs?

ศศิธร ลูกสาวโกหงวน นั่ง รมช.มหาดไทย

เปิดประวัติ “ศศิธร กิตติธรกุล” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยป้ายแดง ในครม.อนุทิน 1 ดีกรี ลูกสาว “โกหงวน” นายกฯ อบจ.กระบี่ เครือญาติ “กิตติ กิตติธรกุล” สส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย ผงาดเป็น รมต.หญิงคนแรกของจังหวัด

วันที่ 19 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และให้มีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดย น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล ทายาทบ้านใหญ่แห่งเมืองกระบี่ ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในครม.อนุทิน 1 ครั้งนี้

ประวัติ ศศิธร กิตติธรกุล

สำหรับ น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล มีชื่อเล่นว่า ก้อย เป็นบุตรสาวของ นายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ หรือ “โกหงวน” และเป็นญาติของ นายกิตติ กิตติธรกุล สส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย คนกระบี่มักเรียกเธอว่า นายกก้อย เพราะเคยดำรงตำแหน่ง นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ส่วนการศึกษาเรียนจบปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัย Louisiana State University ในสาขา B.S. International Trade and Finance ประเทศสหรัฐอเมริกา จากนั้นต่อปริญญาโท ที่ University of La Verne ในสาขา MBA. In Supply Chain Management ที่สหรัฐอเมริกาเช่นเดียวกัน

เส้นทางการเมืองของ ศศิธร กิตติธรกุล เริ่มต้นจากการทำงานในภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยวและพัฒนาธุรกิจในจังหวัดกระบี่ ก่อนที่จะเข้าสู่การเมืองท้องถิ่นและได้รับความไว้วางใจจากประชาชนชาวกระบี่ ด้วยความสามารถและวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ทำให้เธอได้รับโอกาสในการทำงานในระดับประเทศในที่สุด การได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ถือเป็นก้าวสำคัญในชีวิตทางการเมืองของเธอ และเป็นความภาคภูมิใจของชาวจังหวัดกระบี่

โดยก่อนจะมานั่งตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เคยดำรงตำแหน่ง ประธานเขตพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามันสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นอกจากนี้เธอยังเป็นอดีตที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เคยมีตำแหน่งเป็นกรรมการวิทยาเขตผู้ทรงคุณวุฒิ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตกระบี่ และอีกหลายกรรมการในจังหวัดกระบี่ อีกทั้งยังเคยเป็นเลขานุการนายกสมาคมแม่บ้านองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ รวมถึงยังเป็นคณะทำงานอีกหลายคณะ เช่น คณะทำงานติดตามประเมินการประกอบกิจการและวิถีชีวิตของประชาชนระดับจังหวัด เพื่อศึกษามาตรการเฝ้าระวังป้องกันโรค คณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดกระบี่ (ศปก.ก.กบ.) และคณะทำงานการควบคุมกำกับการดำเนินงาน Big Cleaning Week จังหวัดกระบี่

จนล่าสุดได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาลอนุทิน ซึ่งถือเป็นรัฐมนตรีหญิงคนแรกของจ.กระบี่ด้วย

ศศิธร กิตติธรกุล ถือเป็นบุคคลที่น่าจับตามองในแวดวงการเมืองไทย โดยเฉพาะบทบาทของเธอในกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีส่วนสำคัญในการพัฒนาท้องถิ่นและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

บทบาทสำคัญของ ศศิธร กิตติธรกุล

การเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยของ ศศิธร กิตติธรกุล สร้างความหวังและความคาดหวังให้กับประชาชนชาวจังหวัดกระบี่และประชาชนทั่วประเทศ เนื่องจากเธอเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ และมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า

ความสำเร็จของ ศศิธร กิตติธรกุล เป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงหลายๆ คนที่ต้องการเข้ามามีบทบาทในแวดวงการเมือง และแสดงให้เห็นว่าผู้หญิงก็สามารถประสบความสำเร็จได้เช่นเดียวกับผู้ชาย หากมีความมุ่งมั่นตั้งใจและมีความสามารถ

ที่มา – ประวัติ “ศศิธร” ลูกสาว “โกหงวน” เมืองกระบี่ ผงาดนั่ง รมช.มหาดไทย ครม.อนุทิน 1

หนุ่มฉุนถูกด่า แทงแม่ 19 แผล ดับ! รวบตัวได้

เกิดเหตุสลด หนุ่มคลั่ง หนุ่มฉุนถูกด่า แทงแม่ 19 แผล เสียชีวิตคาบ้านพักที่กาญจนบุรี ก่อนหลบหนีไปพร้อมทองปลอมเพื่อนำไปจำนำ แต่สุดท้ายตำรวจตามรวบตัวได้ อ้างโมโหที่ถูกดุด่า อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การ

จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นเมื่อกลางดึกวันที่ 18 กันยายน ร.ต.อ.นิพนธ์ เข็มเอก รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุ สภ.ศรีสวัสดิ์ ว่ามีผู้ถูกอาวุธมีดแทงเสียชีวิตภายในบ้านพักใน ต.หนองเป็ด อ.ศรีสวัสดิ์ บ้านหลังดังกล่าวตั้งอยู่บริเวณชายเขาท้ายหมู่บ้าน

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงที่เกิดเหตุ พบศพ น.ส.การะเกต (สงวนนามสกุล) อายุ 62 ปี นอนคว่ำหน้าจมกองเลือดเสียชีวิตอยู่กับพื้น ตรวจสอบพบอาวุธมีดปลายแหลม ยาวประมาณ 20 เซนติเมตร ปักอยู่กลางหลัง สภาพศพถูกแทงตามร่างกายรวม 19 แผล เจ้าหน้าที่ได้เก็บมีดไว้เป็นหลักฐานและนำร่างผู้เสียชีวิตไปชันสูตรอย่างละเอียดที่ รพ.ท่ากระดาน ผู้ต้องสงสัยในคดีนี้คือ นายศราวุฒิ (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี ลูกชายของผู้เสียชีวิต ซึ่งมีประวัติป่วยทางจิตเวช หลังก่อเหตุได้หลบหนีไป

นายนพดล ลูกชายของผู้เสียชีวิตอีกคน ให้การว่า ปกติแม่จะอาศัยอยู่กับตนที่บ้านใน ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ และในเวลาประมาณ 12.00 น. ของทุกวัน แม่จะนำข้าวและอาหารมาส่งให้กับนายศราวุฒิ ซึ่งเป็นลูกชายคนละพ่อที่ป่วยจิตเวช ที่บ้านหลังเกิดเหตุเป็นประจำ แต่ในวันเกิดเหตุ เย็นแล้วแม่ก็ยังไม่กลับบ้าน ตนและภรรยาจึงตัดสินใจไปตามหาที่บ้านหลังเกิดเหตุ และพบว่าแม่เสียชีวิตแล้ว

เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ทำการติดตามตัวผู้ต้องสงสัยตลอดทั้งคืน และได้รับเบาะแสหลายทาง จนกระทั่งในช่วงเช้าของวันที่ 19 กันยายน เจ้าของร้านทองแห่งหนึ่งใน ต.ลาดหญ้า แจ้งว่ามีคนนำทองมาจำนำที่ร้าน แต่เป็นทองปลอม เจ้าหน้าที่จึงไปตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่ามีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับผู้ต้องสงสัย จึงคาดว่าน่าจะนำทองไปจำนำที่ร้านทองในตลาดเขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรี จึงแบ่งกำลังกันออกติดตามหา

กระทั่งเวลา 10.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ภ.จว.กาญจนบุรี พบชายต้องสงสัยเดินอยู่บริเวณถนนหน้าสถานีอุตุนิยมวิทยากาญจนบุรี จึงแสดงตัวเข้าจับกุม และนำตัวไปสอบปากคำที่ กองกำกับการสืบสวน กก.สส.ภ.จว.กาญจนบุรี พบว่ามีอาการป่วยทางจิตเวช

ในตอนแรกผู้ต้องสงสัยปฏิเสธ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่พูดคุยด้วยความเป็นกันเอง นายศราวุฒิ จึงยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุแทงแม่จนเสียชีวิตจริง หลังก่อเหตุได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและหลบหนี โดยนั่งรถโดยสารมาลงในพื้นที่ ต.ลาดหญ้า จากนั้นนั่งรถไปที่ อ.หนองปรือ โดยอ้างว่าไปหาคนรู้จัก และในเช้าวันต่อมาได้นั่งรถโดยสารมาลงที่ตลาด ต.ลาดหญ้า อีกครั้ง เพื่อนำทองไปจำนำ แต่ปรากฏว่าเป็นทองปลอม จึงนั่งรถมาลงที่ตลาดในเขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรี ก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้

เบื้องต้น นายศราวุฒิ อ้างว่าแรงจูงใจในการก่อเหตุคือ หนุ่มฉุนถูกด่า แทงแม่ 19 แผล เพราะโมโหที่ถูกแม่ดุด่า แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ และจะนำตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

หนุ่มฉุนถูกด่า แทงแม่ 19 แผล

สาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์ หนุ่มฉุนถูกด่า แทงแม่ 19 แผล คืออะไร?

คดีนี้เป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์ที่สะท้อนปัญหาด้านสุขภาพจิตและความรุนแรงในครอบครัว การที่ผู้ก่อเหตุมีประวัติป่วยทางจิตเวชยิ่งเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ การให้ความช่วยเหลือและดูแลผู้ป่วยจิตเวชอย่างใกล้ชิด รวมถึงการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งภายในครอบครัวอย่างสันติวิธี เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เศร้าสลดเช่นนี้อีก

ที่มา – หนุ่มฉุนถูกด่า แทงแม่ 19 แผล ดับคาบ้าน ถูกรวบหลังนำทองปลอมไปจำนำที่ร้าน