วัน: 25 กันยายน 2025

รัสเซียเตรียมทดลอง วัคซีน mRNA รักษามะเร็งผิวหนัง

ข่าวดีสำหรับผู้ป่วยมะเร็งผิวหนัง! รัสเซียเตรียมเริ่มการทดลองทางคลินิกของ วัคซีน mRNA รักษามะเร็งผิวหนังเมลาโนมา แบบเฉพาะบุคคลภายใน 6 สัปดาห์ข้างหน้า และหากสำเร็จ ประชาชนจะได้ใช้ฟรี

รัสเซียเตรียมเริ่มทดลอง วัคซีน mRNA รักษามะเร็งผิวหนังเมลาโนมา

วันที่ 23 กันยายน 2568 คณะนักวิทยาศาสตร์รัสเซียประกาศความพร้อมในการเริ่มการทดลองทางคลินิกเฟสแรกของวัคซีน mRNA ที่ออกแบบมาเพื่อรักษาโรคมะเร็งผิวหนังเมลาโนมา การทดลองนี้จะเน้นการรักษาแบบเฉพาะบุคคล โดยคาดว่าจะเริ่มขึ้นในอีก 1-1.5 เดือนข้างหน้า โดยมีผู้ป่วยมะเร็งผิวหนังเมลาโนมาจำนวน 60 รายเข้าร่วมในการทดลองนี้

การพัฒนานี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการต่อสู้กับโรคมะเร็งผิวหนังเมลาโนมา ซึ่งเป็นมะเร็งผิวหนังชนิดที่ร้ายแรงที่สุดชนิดหนึ่ง วัคซีน mRNA ทำงานโดยการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยให้โจมตีเซลล์มะเร็งโดยเฉพาะ ทำให้เป็นวิธีการรักษาที่ตรงเป้าหมายและอาจมีประสิทธิภาพมากกว่าการรักษาแบบดั้งเดิม

นักวิจัยได้รายงานผลการทดลองเบื้องต้นที่น่าประทับใจ โดยพบว่าขนาดของเนื้องอกลดลง และความก้าวหน้าของเนื้องอกช้าลงถึง 60-80% ขึ้นอยู่กับลักษณะของโรค นอกจากนี้ การศึกษายังแสดงให้เห็นว่าวัคซีนมีอัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

อเล็กซานเดอร์ กินท์สเบิร์ก หัวหน้าศูนย์ระบาดวิทยาและจุลชีววิทยาแห่งชาติกามาเลยา ผู้พัฒนาวัคซีน เปิดเผยว่าได้ยื่นเอกสารที่จำเป็นทั้งหมดไปยังกระทรวงสาธารณสุขของรัสเซียเพื่อรอการอนุมัติวัคซีนดังกล่าวแล้ว และพร้อมที่จะเริ่มผลิตวัคซีนชุดแรกทันทีหลังจากได้รับการอนุมัติ

หากสำเร็จประชาชนจะได้ใช้ วัคซีน mRNA รักษามะเร็งผิวหนังเมลาโนมา ฟรี

กินท์สเบิร์กยังเสริมอีกว่า ทีมงานได้คัดเลือกกลุ่มผู้ป่วยที่จะเข้าร่วมการทดลองแล้ว และได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลทางพันธุกรรมของผู้ป่วยเหล่านั้นอย่างละเอียด เพื่อให้การรักษามีความแม่นยำและเหมาะสมกับแต่ละบุคคลมากที่สุด หากการทดลองประสบความสำเร็จ วัคซีนนี้จะถูกนำไปใช้ในการรักษามะเร็งผิวหนังเมลาโนมาให้กับประชาชนชาวรัสเซียโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ผลการทดลองก่อนคลินิกแสดงให้เห็นว่า วัคซีนสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอก และลดโอกาสที่มะเร็งจะแพร่กระจายไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ทีมวิจัยกำลังพัฒนาวัคซีน mRNA รุ่นต่อไปเพื่อใช้กับผู้ป่วยมะเร็งปอดชนิดเซลล์ไม่เล็ก (NSCLC) ซึ่งเป็นมะเร็งปอดที่พบได้บ่อยที่สุด

เป้าหมายเบื้องต้นของการพัฒนาวัคซีน mRNA นี้คือมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาวัคซีนสำหรับมะเร็งกลิโอบลาสโตมา (glioblastoma) ซึ่งเป็นมะเร็งสมองชนิดที่รุนแรง และมะเร็งผิวหนังเมลาโนมาบางชนิด รวมถึงมะเร็งผิวหนังเมลาโนมาบริเวณดวงตา ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาขั้นสูงและมีความก้าวหน้าอย่างมาก นี่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัสเซียในการพัฒนาการรักษาโรคมะเร็งด้วยเทคโนโลยี mRNA ที่ล้ำสมัย

การพัฒนาวัคซีน mRNA รักษามะเร็งผิวหนังเมลาโนมา ไม่เพียงแต่เป็นความหวังใหม่สำหรับผู้ป่วยในรัสเซียเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการวิจัยและพัฒนาวัคซีน mRNA เพื่อรักษาโรคมะเร็งชนิดอื่น ๆ ทั่วโลกอีกด้วย ความสำเร็จของการทดลองนี้อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการรักษาโรคมะเร็งในอนาคต

ที่มา – รัสเซียเตรียมเริ่มทดลอง “วัคซีน mRNA” รักษามะเร็งผิวหนังเมลาโนมา หากสำเร็จแล้วจะให้ประชาชนใช้ฟรี

แบ่งงานตรวจราชการ: ธรรมนัสคุมเหนือตอนบนและใต้

การแบ่งงานตรวจราชการของรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดปัจจุบันมีความชัดเจนมากขึ้น ครม.ได้มีการแบ่งพื้นที่ความรับผิดชอบให้รองนายกฯ และรัฐมนตรีหลายท่าน โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้การบริหารราชการในระดับภูมิภาคเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่ละท่านได้รับมอบหมายให้กำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในเขตตรวจราชการที่แตกต่างกันไป

แบ่งงานตรวจราชการ ครั้งนี้ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ และมีการพิจารณาถึงความเหมาะสมและความเชี่ยวชาญของแต่ละท่าน เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นและบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

แบ่งงานตรวจราชการ “ธรรมนัส” คุม 3 จชต.-เหนือตอนบน “พิพัฒน์” คุมโซนอันดามัน-อ่าวไทย

สรุปการแบ่งงานตรวจราชการที่สำคัญ:

  • นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ: ดูแลภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย (ชุมพร, นครศรีธรรมราช, พัทลุง, สุราษฎร์ธานี) และฝั่งอันดามัน (กระบี่, ตรัง, พังงา, ภูเก็ต, ระนอง, สตูล)
  • นายโสภณ ซารัมย์: รับผิดชอบภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและตอนล่าง
  • นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ: กำกับดูแลเฉพาะจังหวัดสงขลา
  • นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ: ดูแลกลุ่มจังหวัดปริมณฑล (นนทบุรี, ปทุมธานี, นครปฐม, สมุทรปราการ)
  • ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า: ควบคุมพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (นราธิวาส, ปัตตานี, ยะลา) และภาคเหนือตอนบน (เชียงใหม่, แม่ฮ่องสอน, ลำปาง, ลำพูน, เชียงราย, น่าน, พะเยา, แพร่)
  • นายสุชาติ ชมกลิ่น: รับผิดชอบภาคตะวันออก (ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด, นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว)
  • นายภราดร ปริศนานันทกุล: ดูแลภาคกลางตอนบน (ชัยนาท, พระนครศรีอยุธยา, ลพบุรี, สระบุรี, สิงห์บุรี, อ่างทอง)
  • น.ส.ศุภมาศ อิสรภักดี: รับผิดชอบภาคเหนือตอนล่าง 2 (กำแพงเพชร, นครสวรรค์, พิจิตร, อุทัยธานี)
  • นายนภินทร ศรีสรรพางค์: ควบคุมภาคกลางตอนล่าง (กาญจนบุรี, ราชบุรี, สุพรรณบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, เพชรบุรี, สมุทรสงคราม, สมุทรสาคร)
  • นายสันติ ปิยะทัต: ดูแลภาคเหนือตอนล่าง 1 (ตาก, พิษณุโลก, เพชรบูรณ์, สุโขทัย, อุตรดิตถ์)

ทำไมต้องแบ่งงานตรวจราชการ?

การแบ่งงานตรวจราชการมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแลและติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐในระดับภูมิภาค การแบ่งความรับผิดชอบที่ชัดเจนช่วยให้รัฐมนตรีแต่ละท่านสามารถโฟกัสและแก้ไขปัญหาในพื้นที่ที่ตนเองรับผิดชอบได้อย่างตรงจุด นอกจากนี้ยังเป็นการกระจายอำนาจและส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการพัฒนาประเทศ

การมอบหมายพื้นที่ให้รัฐมนตรีต่างๆ ดูแล สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม หรือสิ่งแวดล้อม การที่รัฐมนตรีลงพื้นที่ไปรับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชนโดยตรง จะช่วยให้การกำหนดนโยบายและการจัดสรรงบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

การตัดสินใจของ ครม. ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน และสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับประชาชนในทุกภูมิภาค การแบ่งงานตรวจราชการ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการทำงานอย่างหนักของรัฐบาลชุดนี้ และประชาชนสามารถคาดหวังถึงผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในอนาคตอันใกล้นี้

การที่ ร.อ.ธรรมนัส ได้รับมอบหมายให้ดูแลพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่รัฐบาลให้กับการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ดังกล่าว รวมถึงความเชื่อมั่นในความสามารถของ ร.อ.ธรรมนัส ในการนำพาความสงบสุขและความเจริญรุ่งเรืองมาสู่พื้นที่นี้

การแบ่งพื้นที่ตรวจราชการครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติจริง อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของการดำเนินงานขึ้นอยู่กับการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน การมีส่วนร่วมและให้ความร่วมมือซึ่งกันและกัน จะเป็นกุญแจสำคัญสู่การพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน

ที่มา – แบ่งงานตรวจราชการ “ธรรมนัส” คุม 3 จชต.-เหนือตอนบน “พิพัฒน์” คุมโซนอันดามัน-อ่าวไทย

เปิดสถิติหวย 1 ต.ค. เลขเด็ดออกซ้ำ นักเสี่ยงโชคต้องรู้!

เตรียมตัวให้พร้อม! สำหรับนักเสี่ยงโชคทั้งหลาย วันที่ 1 ตุลาคมนี้ กำลังจะมาถึง เรามาเปิดสถิติหวยออกวันที่ 1 ต.ค. ย้อนหลัง 10 ปี เพื่อเป็นแนวทางในการเสี่ยงโชคกันดีกว่า รับรองว่ามี “เลขเด็ด” ที่น่าสนใจเพียบ แถมบางเลขยังเคยออกซ้ำมาแล้วด้วยนะ!

เปิดสถิติหวย 1 ต.ค.

จากการรวบรวมสถิติหวยย้อนหลังไป 10 ปี พบว่ามีเลขที่น่าสนใจหลายเลข โดยเฉพาะ “เลขดัง” อย่าง 59 ที่เคยออกซ้ำมาแล้วถึง 3 งวด! นอกจากนี้ยังมี “เลขเบิ้ล” ที่ออกบ่อยในงวดวันที่ 1 ตุลาคมอีกด้วย เราลองไปดูรายละเอียดของแต่ละงวดกันเลยดีกว่า:

  • งวดวันที่ 1 ต.ค. 2567

รางวัลที่ 1 คือ 718665
เลขท้าย 2 ตัว 59
เลขหน้า 3 ตัว 053, 812
เลขท้าย 3 ตัว 079, 566

  • งวดวันที่ 1 ต.ค. 2566

รางวัลที่ 1 คือ 727202
เลขท้าย 2 ตัว 66
เลขหน้า 3 ตัว 355, 324
เลขท้าย 3 ตัว 426, 615

  • งวดวันที่ 1 ต.ค. 2565

รางวัลที่ 1 คือ 484669
เลขท้าย 2 ตัว 50
เลขหน้า 3 ตัว 206, 996
เลขท้าย 3 ตัว 278, 194

  • งวดวันที่ 1 ต.ค. 2564

รางวัลที่ 1 คือ 578171
เลขท้าย 2 ตัว 83
เลขหน้า 3 ตัว 285, 361
เลขท้าย 3 ตัว 379, 449

  • งวดวันที่ 1 ต.ค. 2563

รางวัลที่ 1 คือ 837893
เลขท้าย 2 ตัว 59
เลขหน้า 3 ตัว 757, 594
เลขท้าย 3 ตัว 595, 110

  • งวดวันที่ 1 ต.ค. 2562

รางวัลที่ 1 คือ 691197
เลขท้าย 2 ตัว 59
เลขหน้า 3 ตัว 920, 392
เลขท้าย 3 ตัว 606, 797

  • งวดวันที่ 1 ต.ค. 2561

รางวัลที่ 1 คือ 452643
เลขท้าย 2 ตัว 99
เลขหน้า 3 ตัว 594, 726
เลขท้าย 3 ตัว 810, 561

  • งวดวันที่ 1 ต.ค. 2560

รางวัลที่ 1 คือ 880714
เลขท้าย 2 ตัว 52
เลขหน้า 3 ตัว 611, 726
เลขท้าย 3 ตัว 462, 952

  • งวดวันที่ 1 ต.ค. 2559

รางวัลที่ 1 คือ 887102
เลขท้าย 2 ตัว 33
เลขหน้า 3 ตัว 280, 194
เลขท้าย 3 ตัว 458, 017

  • งวดวันที่ 1 ต.ค. 2558

รางวัลที่ 1 คือ 594825
เลขท้าย 2 ตัว 07
เลขหน้า 3 ตัว 175, 918
เลขท้าย 3 ตัว 440, 799.

จากสถิติที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นได้ว่า เปิดสถิติหวย 1 ต.ค. มีเลขที่น่าสนใจมากมาย นักเสี่ยงโชคสามารถนำไปวิเคราะห์และพิจารณาเพื่อเป็นแนวทางในการซื้อหวยงวดที่จะถึงนี้ได้เลย อย่าลืมว่าการเสี่ยงโชคเป็นเพียงความเชื่อส่วนบุคคล ควรเล่นอย่างมีสติ และไม่ทำให้ตนเองเดือดร้อน

สำหรับใครที่กำลังมองหา “เลขเด็ด” เพิ่มเติม ลองพิจารณาจากสถิติเหล่านี้ดูนะคะ เผื่อว่าจะมีเลขที่ถูกใจ และนำพาโชคลาภมาให้ เปิดสถิติหวย 1 ต.ค. เป็นเพียงข้อมูลประกอบการตัดสินใจเท่านั้น ขอให้ทุกท่านโชคดีค่ะ!

ที่มา – เปิดสถิติหวย 1 ต.ค. นักเสี่ยงโชคยิ้มหวาน พบ “เลขเด็ด” เคยออกซ้ำมาแล้ว 3 งวด

ฮ่องกงฟื้นตัว: รากาซาถล่ม, ไต้หวันลดตาย

ฮ่องกงเริ่มฟื้นตัวแล้วในวันพฤหัสบดี หลังเผชิญผลกระทบจากซูเปอร์ไต้ฝุ่นรากาซาที่สร้างความเสียหายหนักเมื่อวันก่อน ขณะที่ ไต้หวันปรับลดจำนวนผู้เสียชีวิตเหลือ 14 ราย จากเดิมที่รายงานไว้ 17 ราย สถานการณ์ ฮ่องกงฟื้นตัว กำลังเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ฮ่องกงต้องหยุดชะงักเกือบทั้งเมืองตั้งแต่บ่ายวันอังคาร หลังซูเปอร์ไต้ฝุ่นรากาซาพัดเข้าพื้นที่ โดยทางการได้ประกาศสัญญาณเตือนไต้ฝุ่นระดับสูงสุด หรือระดับ 10 ตลอดทั้งวันพุธ ก่อนที่พายุจะขึ้นฝั่งที่เมืองหยางเจียง มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ผลกระทบจากพายุทำให้การใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนหยุดชะงัก แต่ความพยายามในการฟื้นฟู ฮ่องกงฟื้นตัว ก็เริ่มขึ้นทันทีหลังพายุสงบ

มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 100 คน ขณะที่คลื่นยักษ์ซัดชายฝั่งด้านตะวันออกและใต้ เกิดน้ำท่วมในหลายย่าน รวมถึงโรงแรมฟูลเลอร์ตันที่ถูกน้ำทะเลทะลักเข้ามาจนกระจกแตกและท่วมล็อบบี้ อย่างไรก็ตาม ไม่มีผู้บาดเจ็บ และโรงแรมยืนยันว่ายังคงเปิดให้บริการตามปกติ

ทั้งนี้ นับตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ (พฤหัสบดี 25 ก.ย.) สนามบินนานาชาติฮ่องกงกลับมาเปิดให้บริการแล้ว โดยสายการบินต่าง ๆ ทยอยกลับมาทำการบินตั้งแต่ 6 โมงเช้า และคาดว่าจะรองรับเที่ยวบินมากกว่า 1,000 เที่ยวตลอดวัน ขณะที่ระบบขนส่งสาธารณะและธุรกิจหลายแห่งกลับมาเปิดทำการ ยกเว้นโรงเรียนอนุบาลและบางโรงเรียนที่ยังคงปิดชั่วคราว

ด้านเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยกำลังเร่งซ่อมแซมถนนที่พังทลาย เก็บกวาดต้นไม้ล้มกว่า 1,000 ต้น และจัดการเหตุน้ำท่วมราว 85 จุดทั่วเมือง ความรวดเร็วในการจัดการกับความเสียหายเป็นสัญญาณบวกของการ ฮ่องกงฟื้นตัว

ขณะที่ ไต้หวันซึ่งเผชิญพายุรากาซาตั้งแต่วันจันทร์ ได้ปรับจำนวนผู้เสียชีวิตลงเหลือ 14 ราย หลังพบว่ามีการนับซ้ำจากตัวเลขเดิม 17 ราย โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดจากเหตุน้ำล้นทะเลสาบกั้นเขาในเขตฮวาเหลียน ส่งผลให้น้ำทะลักเข้าท่วมเมืองกวางฝู่

จำนวนผู้สูญหายล่าสุดอยู่ที่ 33 คน ลดลงจากตัวเลขที่สูงถึง 152 คนเมื่อวันก่อน  ซึ่งถึงแม้รัฐบาลไต้หวันจะมีระบบจัดการภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพ แต่ชาวบ้านบางส่วนวิจารณ์ว่า การเตือนภัยอพยพครั้งนี้ไม่เพียงพอ โดยมีเพียงการขอความร่วมมือไม่ได้บังคับอย่างจริงจัง โดยนายกรัฐมนตรีโช จุงไถ ประกาศตั้งคณะสอบสวนหาสาเหตุข้อบกพร่องในการอพยพครั้งนี้แล้ว.

ฮ่องกงฟื้นตัว หลังซูเปอร์ไต้ฝุ่นรากาซาพัดถล่ม – ไต้หวันปรับยอดผู้เสียชีวิตเหลือ 14 ราย

ความคืบหน้าล่าสุด: ฮ่องกงฟื้นตัว

สถานการณ์โดยรวมชี้ให้เห็นถึงความ resilience ของทั้งฮ่องกงและไต้หวันในการเผชิญหน้ากับภัยพิบัติทางธรรมชาติ การฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของฮ่องกงเป็นสิ่งที่น่ายกย่องและแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการจัดการภัยพิบัติ และถึงแม้ว่าไต้หวันจะต้องเผชิญกับความสูญเสีย แต่การปรับปรุงระบบเตือนภัยและการอพยพจะช่วยลดความเสียหายในอนาคตได้

การเร่งฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานเป็นสิ่งสำคัญในการทำให้ ฮ่องกงฟื้นตัว กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

ที่มา – ฮ่องกงฟื้นตัว หลังซูเปอร์ไต้ฝุ่นรากาซาพัดถล่ม – ไต้หวันปรับยอดผู้เสียชีวิตเหลือ 14 ราย

คนงานเหมืองทองรอดตาย! หลังเหมืองถล่ม

ปาฏิหาริย์ช่วยชีวิต! คนงานเหมืองทอง 23 ชีวิต รอดตายราวปาฏิหาริย์ในโคลอมเบีย หลังติดอยู่ใต้ดินนานถึง 43 ชั่วโมง จากเหตุเหมืองถล่มที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน

เจ้าหน้าที่กู้ภัยทำงานแข่งกับเวลาเพื่อช่วยเหลือคนงานที่ติดอยู่ใต้ดินออกมาได้อย่างปลอดภัย ท่ามกลางความดีใจของครอบครัวและเพื่อนฝูงที่รอคอยอยู่ด้านนอก รายงานข่าวระบุว่าคนงานบางส่วนสามารถเดินออกจากปล่องเหมืองถล่มได้ด้วยตนเอง โดยปีนขึ้นมาตามเชือกด้วยความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่

เหตุการณ์เหมืองถล่มเกิดขึ้นเนื่องจากความผิดพลาดทางธรณีวิทยา ทำให้ปากทางเข้าหลักของเหมืองทองคำแห่งนี้พังทลายลงเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้คนงานต้องติดอยู่ใต้ดินในสภาวะที่ยากลำบาก

บริษัท Aris Mining Corp. จากประเทศแคนาดา ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่เหมืองดังกล่าว ได้ออกมาให้ข้อมูลว่า พวกเขาได้ร่วมมือกับสหกรณ์ท้องถิ่นในการดำเนินงาน และได้จัดส่งอาหาร น้ำดื่ม และระบบระบายอากาศลงไปในเหมือง เพื่อช่วยเหลือคนงานที่ติดอยู่ให้สามารถประคองชีวิตอยู่ได้จนกว่าการช่วยเหลือจะสำเร็จ

เหมืองแห่งนี้มีพนักงานประมาณ 60 คน และเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของการผลิตทองคำทั้งหมดในพื้นที่ บริษัท Aris Mining Corp. มีสัมปทานเหมืองแร่ในประเทศโคลอมเบีย 2 แห่ง และสามารถผลิตทองคำได้ประมาณ 6.6 ตันในปีที่ผ่านมา

จากข้อมูลของรัฐบาล โคลอมเบียสามารถผลิตทองคำได้ประมาณ 67 ตันต่อปี โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากราคาทองคำที่สูงขึ้นในตลาดโลก

อย่างไรก็ตาม รายงานด้านสิทธิมนุษยชนในปี 2023 ชี้ให้เห็นว่า การทำเหมืองทองคำในโคลอมเบียกว่า 80% เป็นการทำเหมืองที่ผิดกฎหมาย ไม่มีใบอนุญาต และถูกควบคุมโดยกลุ่มต่างๆ ทั้งชาวบ้านและกลุ่มกบฏติดอาวุธ ส่งผลให้สภาพการทำงานมีความอันตรายและเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงอยู่บ่อยครั้ง

เหตุการณ์เหมืองถล่มครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่มีรายงานการพบร่างคนงาน 7 รายในเหมืองทองคำผิดกฎหมายในจังหวัดกาวกา ซึ่งใช้เวลาในการค้นหานานถึง 9 วัน สะท้อนให้เห็นถึงมาตรฐานความปลอดภัยที่ยังต่ำในอุตสาหกรรมเหมืองทองคำของประเทศโคลอมเบีย

คนงานเหมืองทองรอดปาฏิหาริย์ หลังติดอยู่ในเหมืองถล่มนาน 43 ชั่วโมง

เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงที่คนงานเหมืองต้องเผชิญ และความสำคัญของการมีมาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวดในการทำเหมืองทุกประเภท เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมเช่นนี้ขึ้นอีก

ความปลอดภัยในเหมือง: สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ

เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ ควรมีมาตรการและความใส่ใจในด้านต่างๆ ดังนี้:

  • การตรวจสอบโครงสร้างเหมืองอย่างสม่ำเสมอ: เพื่อตรวจจับสัญญาณเตือนล่วงหน้าของความเสี่ยงที่จะเกิดการถล่ม
  • การฝึกอบรมคนงาน: ให้มีความรู้และทักษะในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงการใช้อุปกรณ์ความปลอดภัย
  • การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด: เพื่อให้มั่นใจว่าทุกเหมืองปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยที่กำหนด
  • การสนับสนุนเทคโนโลยี: การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการตรวจสอบและจัดการความเสี่ยง

เหตุการณ์คนงานเหมืองทองรอดปาฏิหาริย์ หลังติดอยู่ในเหมืองถล่มนาน 43 ชั่วโมง เป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่เราไม่ควรมองข้ามปัญหาเชิงโครงสร้างที่ยังคงมีอยู่ในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ การให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของคนงาน และการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง จะช่วยป้องกันโศกนาฏกรรมที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต

ที่มา – คนงานเหมืองทองรอดปาฏิหาริย์ หลังติดอยู่ในเหมืองถล่มนาน 43 ชั่วโมง

อัปเดต! พายุรากาซา และบัวลอย ต้องติดตาม

สถานการณ์พายุมีการเปลี่ยนแปลง! กรมอุตุนิยมวิทยาอัปเดตล่าสุดเกี่ยวกับพายุไต้ฝุ่น “รากาซา” และพายุโซนร้อน “บัวลอย” ซึ่งจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น มาอัปเดตสถานการณ์พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” กับ พายุโซนร้อน “บัวลอย” ต้องติดตามเป็นระยะ ไปพร้อมๆ กัน

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กถึงสถานการณ์พายุล่าสุด โดยระบุว่า พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนแล้ว โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่บริเวณมณฑลกวางสี ทางตอนใต้ของประเทศจีน และกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตก คาดว่าจะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศเวียดนามตอนบนในวันนี้ (25 กันยายน 2568) และจะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม พายุนี้ไม่ได้เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง

ส่วนพายุโซนร้อน “บัวลอย” ที่อยู่ทางตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ คาดว่าจะเคลื่อนผ่านตอนกลางของประเทศฟิลิปปินส์ ลงสู่ทะเลจีนใต้ในวันที่ 27 กันยายน 2568 และจะเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ มุ่งหน้าไปยังอ่าวตังเกี๋ย ซึ่งยังคงต้องติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ขอให้ใช้ข้อมูลนี้เป็นแนวทางในการติดตามและวางแผนรับมือในช่วงปลายฤดูฝนนี้

อัปเดตสถานการณ์พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” กับ พายุโซนร้อน “บัวลอย” ต้องติดตามเป็นระยะ

สถานการณ์พายุมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างรวดเร็ว ดังนั้นการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เราสามารถเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที

ทำไมต้องติดตามสถานการณ์ พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” กับ พายุโซนร้อน “บัวลอย” ต้องติดตามเป็นระยะ

  • ความไม่แน่นอน: ทิศทางและความรุนแรงของพายุสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา การติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจะช่วยให้เราทราบถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นและสามารถปรับแผนการรับมือได้อย่างเหมาะสม
  • ผลกระทบต่อประเทศไทย: แม้ว่าพายุ “รากาซา” จะไม่เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่พายุ “บัวลอย” ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศในประเทศไทยได้
  • การเตรียมพร้อม: การทราบข้อมูลล่วงหน้าจะช่วยให้เรามีเวลาเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น การเตรียมสิ่งของจำเป็น การวางแผนอพยพ หรือการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับบ้านเรือนและทรัพย์สิน

กรมอุตุนิยมวิทยาแนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างสม่ำเสมอ และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินในช่วงฤดูฝนนี้

สถานการณ์ พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” กับ พายุโซนร้อน “บัวลอย” ต้องติดตามเป็นระยะ อย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในประเทศไทย แม้ว่า “รากาซา” จะอ่อนกำลังลงและไม่เข้าไทย แต่ “บัวลอย” ยังคงต้องจับตา

อย่าลืมติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดนะครับ เพื่อที่จะได้เตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” กับ พายุโซนร้อน “บัวลอย” ต้องติดตามเป็นระยะ ที่อาจเกิดขึ้นได้ทันท่วงที

ที่มา – อัปเดตสถานการณ์พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” กับ พายุโซนร้อน “บัวลอย” ต้องติดตามเป็นระยะ

พายุรากาซาลดกำลัง! ฝนตกหนักบางพื้นที่

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 11 แจ้งข่าว พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” ลดกำลังลงแล้ว ทั่วไทยบางพื้นที่ ฝนตกหนักมาก แม้ว่าพายุจะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่ก็ส่งผลกระทบทำให้หลายพื้นที่ต้องเผชิญกับฝนตกหนักถึงหนักมาก

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 11 เรื่อง พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” ลดกำลังลงแล้ว ทั่วไทยบางพื้นที่ ฝนตกหนักมาก โดยระบุว่าเมื่อเวลา 01.00 น. พายุไต้ฝุ่นรากาซาได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรง และเมื่อเวลา 04.00 น. ศูนย์กลางของพายุอยู่ที่บริเวณตอนใต้ของมณฑลกวางสี ประเทศจีน ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางอยู่ที่ประมาณ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

พายุกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และคาดว่าจะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศเวียดนามตอนบนในวันนี้ หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากมีมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมในช่วงวันที่ 25-26 กันยายน 2568 โดยพายุนี้ไม่ได้เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง

ผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่น “รากาซา” ลดกำลังลงแล้ว ทั่วไทยบางพื้นที่ ฝนตกหนักมาก

แม้ว่าพายุจะไม่เข้าไทย แต่ด้วยอิทธิพลของ พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” ลดกำลังลงแล้ว ทั่วไทยบางพื้นที่ ฝนตกหนักมาก ส่งผลให้ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 25-26 กันยายน 2568 ทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่

ดังนั้น ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขัง นอกจากนี้ คลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 25-26 กันยายน 2568

สิ่งที่ต้องระวังจาก พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” ลดกำลังลงแล้ว ทั่วไทยบางพื้นที่ ฝนตกหนักมาก

  • น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก: เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง
  • คลื่นลมแรง: ชาวเรือควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีคลื่นลมแรง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง
  • ติดตามข่าวสาร: ติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” ลดกำลังลงแล้ว ทั่วไทยบางพื้นที่ ฝนตกหนักมาก ถึงแม้ว่าพายุจะไม่ได้เข้าประเทศไทยโดยตรง แต่ก็ยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์และเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและครอบครัว

ที่มา – ประกาศฉบับ 11 พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” ลดกำลังลงแล้ว ทั่วไทยบางพื้นที่ ฝนตกหนักมาก

พี่น้องเฮสกีย์เปิดตัวให้แมนซิตี้ พ่อแม่ภูมิใจ

เมื่อแฟนบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่เดินทางไปชมเกมที่ฮัดเดอร์สฟิลด์ร้องเพลงชื่อของยาย่า และโคโล่ ตูเร่ ในบรรดาเพลงสำหรับอดีตนักเตะ พวกเขาอาจไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นชุดพี่น้องอีกคู่หนึ่งก้าวลงสู่สนามในยอร์กเชอร์ไม่นานหลังจากนั้น

อย่างไรก็ตาม หลังจากทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่าขึ้นนำ 2-0 เหนือเจ้าภาพในลีกวันอย่างฮัดเดอร์สฟิลด์ในศึกคาราบาว คัพ กุนซือใหญ่หันไปเรียกตัวจากม้านั่งสำรอง และโบกมือเชื้อเชิญให้ พี่น้องเฮสกีย์ ซึ่งเป็นลูกชายของอดีตกองหน้าทีมชาติอังกฤษ เอมิล เฮสกีย์

หลังจากรับคำสั่งจากม้านั่งที่รวมตัวโคโล่ ตูเร่ ซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของทีมงานสต๊าฟฟ์ของซิตี้ และ 10 ปีหลังจากที่พ่อเอมิลลงเล่นในเอฟเอ คัพครั้งสุดท้าย แฟนบอลได้เห็นลูกชายของเขาประเดิมสนามชุดใหญ่ให้สโมสร

“วันนี้ มีผู้เล่นจากอะคาเดมี่ 6 คนติดstarting XI” กวาร์ดิโอล่ากล่าว “อีกสองคนที่ลงมา คือ พี่น้องเฮสกีย์ ผมคิดว่าพ่อและแม่ของพวกเขาจะภูมิใจในลูกๆ มาก นั่นเจ๋งมากๆ”

ไรแกน วัย 17 ปี ถูกบรรยายในเว็บไซต์ของซิตี้ว่าเป็น “ปีกเจ้าเล่ห์ที่เฉียบคม” ซึ่งเป็นน้องชายที่อายุน้อยกว่า ส่วนเจเดนซึ่งโตกว่า 2 ปี ถูกมองว่าเป็น “กองกลางบ็อกซ์-ทู-บ็อกซ์ที่โตเต็มวัยขยันขันแข็ง”

ทั้งคู่เป็นตัวหลักในทีมอะคาเดมี่ของซิตี้ โดยเจเดนมักสวมปลอกแขนกัปตันในแมตช์พรีเมียร์ลีก 2 ในปี 2024 เขายิงประตูให้ซิตี้ถล่มลีดส์ 4-0 คว้าแชมป์เอฟเอ ยูธ คัพ

“พวกเขาเหมือนผม” เฮสกีย์ บอกกับเมล์ ในเดือนสิงหาคม “ทั้งคู่มีร่างกายที่เก่งมาก

“ไอ้ตัวเล็กวิ่งเร็วมาก ตัวโตนี่เหมือนผม เป็นสัตว์ร้าย

“ทั้งคู่มีคุณสมบัติคล้ายกัน”

ในการพบฮัดเดอร์สฟิลด์ เจเดนได้ลงเล่น 14 นาที แทนที่นิโก้ โอ’ไรลลี่ ซึ่งเป็นเด็กอะคาเดมี่เช่นกัน ส่วนไรแกนลงแทนซาวินโญ่ไม่นานหลังจากนั้น

โฟเด้น ‘หยุดไม่อยู่เมื่อฟอร์มดีที่สุด’

ก่อนหน้านั้น ฟิล โฟเด้น ซึ่งน่าจะเป็นเด็กปั้นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของซิตี้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คือคนที่ดึงดูดสายตาอีกครั้ง

กองกลางรายนี้ กล่าวเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ว่าความยากลำบากของเขามาจากปัญหานอกสนามและการบาดเจ็บ ซึ่งทำให้เขาไม่ยิงได้ใน 20 นัดติด

แต่ดาวเตะวัย 25 ปีดูเหมือนกำลังกลับมาสู่ฟอร์มที่ทำให้เขาได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งฤดูกาลและนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมนักเขียนฟุตบอลในปี 2024

ใน 5 นัดฤดูกาลนี้ โฟเด้นยิง 2 ประตูและแอสซิสต์อีก 2 ครั้ง โดยมีบทบาทสำคัญในการชนะเมื่อวันพุธที่แอคคู สเตเดี้ยม

กวาร์ดิโอล่ากล่าว: “เราเห็นฟิลในนัดล่าสุดกับอาร์เซนอล นาโปลี และ [แมนฯ] ยูไนเต็ด เขาดีมาก

“เมื่อทีมเล่นดีขึ้น ทุกคนจะแสดงศักยภาพ แต่ไม่ใช่แค่วันนี้

“เขาลงเล่นในช่องว่างได้สมบูรณ์แบบ แต่เมื่อเขาเล่นแบบอิสระ เขาจะให้สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์”

แม้จะเป็นคู่แข่งลีกวัน แต่โฟเด้นดูเหนือชั้นกว่าทุกคนในสนาม

ประตูที่เขายิงใส่ทีมเทอร์เรียร์มีลายเซ็นของนักเตะที่เต็มเปี่ยมด้วยความมั่นใจ โดยแลกเปลี่ยนパスกับดิวาไรน์ มูคาสะ ซึ่งเป็นตัวเปิดตัวอีกคน และยิงเข้าไปอย่างแม่นยำ

ดาวเตะวัย 25 ปีลงเล่นนัดที่สี่ใน 11 วัน และมุ่งมั่นที่จะโชว์พรสวรรค์ โดยควบคุมเกมด้วยการกระจายบอลให้เพื่อนร่วมทีม

เขาแสดงการรับรู้ที่ยอดเยี่ยมในการวางบอลให้ซาวินโญ่ยิงลูกที่สองและล็อกตั๋วเข้ารอบสี่ของรายการ ซึ่งซิตี้จะไปเยือนสวอนซีในแชมเปี้ยนชิพ

“ฟิล โฟเด้นเป็นตัวหลักในทุกอย่างที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ทำ” สุ สมิธ อดีตนักเตะทีมชาติอังกฤษกล่าวในบีบีซี เรดิโอ 5 ไลฟ์

“ดีใจที่เห็นเขากลับมาและเล่นในระดับนี้ ฤดูกาลที่แล้วยากสำหรับเขากับอาการบาดเจ็บและเรื่องอื่นๆ แต่เมื่อเขาดีที่สุด เขาหยุดไม่อยู่”

ริโก้ ลูอิส เพื่อนร่วมทีมบอกบีบีซี เรดิโอ 5 ไลฟ์ ว่าความสุขของโฟเด้นช่วยให้เขาประสบความสำเร็จในสนาม

“ทุกคนเห็นในปีก่อนๆ ว่าเขาเก่งแค่ไหน” ลูอิสกล่าว “สิ่งสำคัญคือเขากลับมามีความมั่นใจ และประตูจะตามมา

“เขาต้องทำต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีความสุข เพราะเมื่อสุข เขาเล่นดี”

ซิตี้จะรับบาร์นลีย์ในวันเสาร์ ตามด้วยเกมเยือนโมนาโกและเบรนต์ฟอร์ดก่อนพักเบรกทีมชาติ และโฟเด้นหวังจะโชว์ฟอร์มเพื่อเรียกตัวกลับทีมชาติอังกฤษของโธมัส ทูเคิ่ล

โฟเด้นมี 45 นัดให้ทีมสิงโตคำราม ล่าสุดคือเดือนมีนาคมกับลัตเวีย

ในขณะเดียวกัน คัลวิน ฟิลลิปส์ มิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษที่ถูกลืม ก็กลับมาลงสนามให้ซิตี้ครั้งแรกตั้งแต่ 19 ธันวาคม 2023 ในคลับ เวิลด์ คัพ ซึ่งกวาร์ดิโอล่าเรียกว่า “ช่วงเวลาที่ดี”

ฟิลลิปส์เดินทางจากลอนดอนไปฮัดเดอร์สฟิลด์หลังจากเพิ่งกลายเป็นพ่อคนที่สอง ลูกชายชื่ออาร์ริ

พี่น้อง Heskey เปิดตัวให้แมนซิตี้: ก้าวแรกสู่ความสำเร็จ

การเปิดตัวของ พี่น้องเฮสกีย์ ถือเป็นไฮไลต์ที่แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของอะคาเดมี่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่เพียงช่วยเสริมทีม แต่ยังสานต่อมรดกจากพ่อเอมิลที่เคยเป็นดาวยิงชื่อดัง ทั้งไรแกนและเจเดนมีศักยภาพสูง โดยเฉพาะเจเดนที่เคยเป็นกัปตันและยิงประตูในรายการเยาวชนสำคัญ การได้ลงเล่นภายใต้การคุมทีมของกวาร์ดิโอล่าจะเป็นประสบการณ์ quý giá สำหรับพวกเขา

ทั้ง พี่น้องเฮสกีย์ และฟิลลิปส์ต่างหวังจะได้ลงสนามเพิ่มในนัดต่อไปที่สวอนซี เพื่อพิสูจน์ตัวเองในระดับสูงขึ้น

สุดท้ายแล้ว การพัฒนาเยาวชนแบบนี้คือหัวใจของความสำเร็จยั่งยืนสำหรับแมนซิตี้ แฟนบอลควรจับตาดูอนาคตของพวกเขาให้ดี เพราะนี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของดาวรุ่งคนใหม่

ที่มา – ‘Their parents will be proud’ – Heskey brothers make Man City debuts

ร็อดเจอร์ส ‘ความสมจริง’ ชี้เซลติกยุคใหม่ยูโรปาลีก

“เราอยู่ตรงจุดนี้ และนี่คือแต้มที่ดีสำหรับกลุ่มนักเตะชุดนี้”

ปฏิกิริยาเบื้องหลังหลังเกมของเบรนแดน ร็อดเจอร์ส ต่อผลเสมอในยูโรปา ลีก เปิดสนามเยือนเรด สตาร์ เบลเกรด อาจเป็นสัญญาณของความปกติใหม่สำหรับเซลติก

เมื่อสิบสองเดือนก่อน ในคืนก่อนเปิดม่านแชมเปียนส์ ลีก พบสโลวัน บราติสลาวา กุนซือรายนี้บอกว่าเขาอยู่ใน “จุดที่ดีที่สุด” ที่สโมสร

หลังจากพ่ายแพ้ในรอบเพลย์ออฟอย่างเจ็บปวดต่อไกรัต อัลมาตี จบความหวังเข้าร่วมการแข่งขันชั้นนำอีกครั้งในฤดูกาลนี้ แชมป์สกอตติช – หลังจากถูกวิจารณ์หนัก – ถูกส่งลงแข่งยูโรปา ลีก

การกลับมาสู่การแข่งขันระดับสองครั้งนี้เริ่มต้นอย่างอ่อนแอ แต่การส่งเคเลชี่ อิเฮอะนาโช้ ผู้ทำประตู ลงสนามจุดประกายการเล่น และมอบ “ฐานที่มั่นยอดเยี่ยม” ในการได้แต้มแรกตามที่ร็อดเจอร์สกล่าว

จากความรู้สึก “พร้อมที่สุด” สำหรับแชมเปียนส์ ลีกเมื่อปีที่แล้ว สู่การเรียกร้อง “ความสมจริง” ในยูโรปา ลีก ร็อดเจอร์ส ‘ความสมจริง’ ชี้เซลติกยุคใหม่ในยูโรปาลีก กำลังเป็นอย่างไร?

หากผลเสมอนี้เกิดในแชมเปียนส์ ลีก คำชมอาจถาโถมเข้ามา

แต่ขณะที่เซลติกเผชิญหายนะในอัลมาตี เรด สตาร์ก็อับอายจากแชมป์ไซปรัส พาโฟส ในรอบเพลย์ออฟ

แฟนบอลทั้งสองฝ่ายต่างผิดหวังกับการตกรอบของทีมตัวเอง และแฟนเรด สตาร์ อดีตแชมป์ยุโรปต่างแสดงความไม่พอใจด้วยที่นั่งว่างเปล่ามากมายรอบสนาม

อย่างไรก็ตาม ป้ายนอกสนามเขียนว่า ‘ยินดีต้อนรับสู่เฮลเกรด’ และไม่ใช่เรื่องล้อเล่น

ทว่า แบ็คขวาวัยรุ่นคอลบี้ ดอนโฟวัน ไม่หวั่นเกรง ขณะที่ปีกเซบาสเตียน เทาเนคติ้ ยังโชว์ทริคในนัดยุโรปแรกสำหรับแชมป์สกอตติช

ทั้งสองเป็นใบหน้าใหม่เพียงสองคนจากทีมที่ตกรอบในคาซัคสถาน และแม้แข่งในรายการต่างกัน แต่การเดินทางนี้ยากกว่าอย่างแน่นอน

ความแตกต่างชัดเจนจากอัลมาตีคือความสามารถของร็อดเจอร์สในการเรียกตัว No.9 ธรรมชาติอย่างอิเฮอะนาโช้

มีเสียงปรบมือน้อยนิดจากอัฒจันทร์เมื่อฟรีเอเย่นต์ย้ายมาร่วมพาร์คเฮด แต่เขาพิสูจน์คุณค่าในเบลเกรด โดยมอบจุดโฟกัสให้เซลติกและตัวเลือกให้ร็อดเจอร์ส

อดีตดาวยิงแมนเชสเตอร์ ซิตี้และเลสเตอร์ ซิตี้ เป็นตัวสำรองเพียงคนเดียวที่วอร์มอัพช่วงพักครึ่ง และถูกส่งลงช่วงครึ่งหลัง

ร็อดเจอร์ส ‘ความสมจริง’ ชี้เซลติกยุคใหม่ในยูโรปาลีก

ร็อดเจอร์สกล่าวว่าเขา “อาจเปลี่ยนตัวสองสามคน” แต่สุดท้ายเลือกเปลี่ยนเพียงคนเดียว

อีกสี่คนจากม้านั่งสำรองตามลงในครึ่งหลัง แต่ไม่มีใครเทียบ冲击ของชาวไนจีเรีย

ร็อดเจอร์สเล่นไพ่ที่ถูกแจก ซึ่งไม่มีตัวแทนดาวดังจากแคมเปียนส์แชมเปียนส์ ลีกเก่าๆ อย่างเกียวโกะ ฟูรุฮาชิ นิโคลัส คุน และโจต้า

อดีตย้ายออกเดือนมกราคม ล่าสุดบาดเจ็บยาวหลังกลับมา ขณะที่คุนถูกตั้งโปรแกรมให้ไป – โดยเฉพาะจากดาวรุ่งบนเวทีใหญ่ – แต่เซลติกยังล้มเหลวในการเติมช่องว่าง

นั่นคือเหตุผลที่ร็อดเจอร์สรู้สึก “ว่างเปล่า” หลังซัมเมอร์ย้ายทีมอันขาดแคลน และแฟนบอล ประท้วง ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

มีแรงกดดันรุนแรงจากอัฒจันทร์ และก่อนเดินทางสู่นครเบลเกรดด้วยซ้ำ

จึงเป็นเหตุผลที่ร็อดเจอร์สเรียกร้อง “ความสมจริง” ในการวิเคราะห์ผล กับพื้นหลังสามปีในแชมเปียนส์ ลีกที่สิ้นสุดลง

“ผมคิดว่าเราอยู่ตรงจุดนี้ และคืนนี้คือแต้มดี” ชาวไอริชเหนือบอก TNT Sports

“คุณคงไม่ชนะทั้งแปดนัดหรอก ดังนั้นต้องมี ‘ความสมจริง’ นิดหน่อย “

“นี่คือแต้มดีสำหรับทีมชุดนี้ และสำหรับเราที่มาที่นี่ “

“จะมีคำวิจารณ์เสมอ แต่ถ้ามาเบลเกรดแล้วได้แต้มจากทีมที่ชนะเจ็ดจากเจ็ดในลีก เราก็โฟกัสที่ตัวเองเท่านั้น”

แฟนบอลพูดอะไรบ้าง?

วอลเตอร์: ผลดีเยือนที่ยาก เซลติกสร้างต่อจากนี้ได้

เบซ: แต้มสุดยอดเยือนบ้าน ทีมจัดระเบียบดีมาก

โจ: ทีมเก่าและอ่อนไอเดีย ขาดพลังและความมั่นใจ

มาร์ค: ยอมรับเสมอก่อนเกม แต่โอกาสเราสวยงาม อิเฮอะนาโช้ทำแฮตทริกได้

จิม: ผลยุติธรรม การแข่งขันดีแต่ทั้งคู่ขาดคุณภาพ

ร็อบบี้: น่าอับอายสำหรับเซลติกและฟุตบอลสกอต ถ้าเซลติกดีที่สุด เราห่างระดับไกล ไม่อยากเชื่อว่ามีคนคิดว่าพวกเขาทำได้ดีคืนนี้

จอห์นนี่: เซลติกเก่าๆ แคมเปียนยุโรปเดิมๆ การผ่านรอบกลุ่มดูยาก

เอโมส: จริงๆ แล้วเราคาดหวังอะไร? เซลติกอ่อนกว่าเมื่อปีที่แล้วจากขาดการเซ็นสัญญาและเสียผู้เล่นดีๆ

มีส่วนร่วมของคุณ

ให้ความเห็นของคุณเกี่ยวกับผลเสมอของเซลติกเยือนเรด สตาร์ เบลเกรดที่นี่

ร็อดเจอร์ส ‘ความสมจริง’ ชี้เซลติกยุคใหม่ในยูโรปาลีก ทำให้เห็นว่าทีมต้องปรับตัวกับความท้าทายใหม่ ลองมองบวกและสนับสนุนทีมต่อไปเพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่า

ที่มา – Rodgers’ ‘realism’ hints at Celtic’s new normal in Europa League