อัปเดต! เงื่อนไข “คนละครึ่งพลัส” ใครได้บ้าง?
อัปเดตความคืบหน้า “คนละครึ่ง 2568” หรือ “คนละครึ่งพลัส” เช็กเงื่อนไขล่าสุด แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ใครมีสิทธิบ้าง
ภายหลัง “รัฐบาลอนุทิน” ประกาศฟื้นคืน โครงการคนละครึ่ง หรือ “คนละครึ่งพลัส” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น ซึ่งคนละครึ่งในรอบใหม่อาจจะมีเรื่องสิทธิประโยชน์ที่มากขึ้น
โดยล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงโครงการคนละครึ่ง ระบุว่า มีประโยชน์ เพราะมีส่วนร่วมกับประชาชนโดยมีการแชร์กัน รัฐบาลจะทำโครงการคนละครึ่งพลัส เป็นแรงจูงใจให้คนที่เสียภาษี 60:40 และมั่นใจว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจให้เร็ว รัฐบาลมีเวลาไม่มาก แต่อาจทำทุกอย่างที่ค้างท่อโดยเร่งปัจจัยทั้งหลายให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุดเท่าที่เวลาที่เรามี รัฐบาลเสียงข้างน้อยไม่มีปัญหา พรรคร่วมไม่มีการไม่สนับสนุนกัน ทุกอย่างเป็นประโยชน์กับประเทศถือว่าเป็นบิ๊กวิน (Big Win) ของประเทศ
อัปเดตเงื่อนไข “คนละครึ่งพลัส” หรือ “คนละครึ่ง 2568”
หากย้อนกลับก่อนหน้านี้ “โครงการคนละครึ่ง” ที่ผ่านมา จะกำหนดเงื่อนไขการใช้จ่ายคือ ประชาชนจะได้รับสิทธิภาครัฐร่วมจ่ายร้อยละ 50 สำหรับค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป และค่าบริการ (นวด สปา ทำผม ทำเล็บ ค่าเดินทางโดยบริการขนส่งสาธารณะหรือขนส่งมวลชนสาธารณะ) ยกเว้นสลากกินแบ่ง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ โดยใช้สิทธิผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” จำกัดสิทธิไม่เกิน 150 บาท/วัน
โดยผู้ที่สามารถลงทะเบียน คนละครึ่ง ได้นั้น จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้
- อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
- มีสัญชาติไทย
- ไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
“คนละครึ่งรอบใหม่” แบ่งสิทธิเป็น 2 กลุ่ม
สำหรับโครงการคนละครึ่งรอบใหม่ จะให้สิทธิประชาชนคนไทยทุกคน โดยแบ่งสิทธิออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ดังนี้
- ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะได้รับสิทธิพิเศษ “รัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่ายเอง 40%” หรือรูปแบบ 60:40 โดยกลุ่มนี้จะมีผู้ได้รับสิทธิ ประมาณ 11 ล้านคน
- ส่วนประชาชนทั่วไปและผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับสิทธิจ่ายคนละครึ่ง หรือรูปแบบ 50:50 โดยประชาชนจ่าย 50% และรัฐช่วยจ่ายอีก 50%
นอกจากนี้ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยังได้เปิดเผยถึง นโยบายคนละครึ่งล่าสุด ระบุว่า แม้จะยังไม่ได้มีการประกาศรายละเอียดอย่างเป็นทางการ แต่มีแนวทางเบื้องต้นว่า ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้รับสิทธิในลักษณะ top up เช่น หากบัตรสวัสดิการให้สิทธิ 300 บาท รัฐบาลจะเติมให้อีก 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาท เพื่อไม่ให้น้อยกว่าประชาชนทั่วไป
ขณะเดียวกันยังมีการพิจารณามอบสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมแก่ผู้ที่อยู่ในระบบภาษี เช่น อาจได้รับสิทธิ 1,200 บาทต่อคน แทน 1,000 บาท จากนี้ต้องไปดูขั้นตอนทางเทคนิค แต่นโยบายนี้ปฏิบัติแน่ เพราะหารือกันมาถึงแนวทางการปฏิบัติแล้ว
อย่างไรก็ตามโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ยังอยู่ภายใต้แนวคิดปรับปรุงรูปแบบให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน ซึ่งยังต้องรอความชัดเจนจากรัฐบาลอีกครั้ง หากมีความคืบหน้าอย่างไร “ไทยรัฐออนไลน์” จะรีบรายงานให้ทราบต่อไป.
จับตาเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ของ “คนละครึ่งพลัส”
โครงการ “คนละครึ่งพลัส” ที่กำลังจะมาถึงนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่น่าสนใจ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ควรรอติดตามรายละเอียดและเงื่อนไขอย่างเป็นทางการจากรัฐบาล เพื่อไม่ให้พลาดสิทธิประโยชน์ที่ท่านพึงจะได้รับ โครงการคนละครึ่งพลัสนี้ มีเงื่อนไขที่แตกต่างจากเดิมพอสมควร โดยเฉพาะการแบ่งกลุ่มผู้มีสิทธิออกเป็นสองกลุ่ม ซึ่งจะทำให้ผู้เสียภาษีได้รับสิทธิประโยชน์ที่มากขึ้น แต่ก็ต้องรอดูรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ เพิ่มเติม
หากคุณเป็นผู้ที่อยู่ในกลุ่มผู้เสียภาษี อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษจากโครงการ”คนละครึ่งพลัส” นี้ เพราะอาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติมที่ต้องพิจารณา เช่น เกณฑ์รายได้ หรือเงื่อนไขอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเสียภาษีประจำปี
สำหรับผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก็ไม่ต้องกังวล เพราะรัฐบาลจะเติมเงินให้เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ที่ไม่น้อยกว่าประชาชนทั่วไป ถือเป็นข่าวดีที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับประชาชนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมกัน
อย่างไรก็ตาม การวางแผนการใช้จ่ายอย่างรอบคอบยังคงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เงินที่ได้รับจากโครงการ “คนละครึ่งพลัส” นี้ สามารถนำไปใช้จ่ายได้อย่างคุ้มค่า และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ คนละครึ่งพลัส จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้อีกมาก
ที่มา – อัปเดตเงื่อนไข “คนละครึ่ง” สู่ “คนละครึ่งพลัส” แบ่ง 2 กลุ่มใหญ่ ใครได้บ้าง





