วัน: 29 กันยายน 2025

“หมอวาโย” กลัว สว. ขู่กลางสภา หลังแฉคดีฮั้ว

ในเหตุการณ์ที่สร้างความฮือฮาในวงการการเมืองไทยล่าสุด “หมอวาโย” หรือ นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมาเปิดเผยความรู้สึกหลังจากถูกขู่อวดกลางสภา ระหว่างการอภิปรายนโยบายรัฐบาล โดยเฉพาะประเด็นคดีฮั้ว สว. ที่เขาพยายามนำเสนอข้อมูลสำคัญ แต่ถูกประท้วงและเบรกการพูดอย่างกะทันหัน เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความตึงเครียดในสภาฯ แต่ยังเป็นเครื่องชี้วัดถึงปัญหาความโปร่งใสในการเลือกตั้ง สว. ที่ยังค้างคาในใจประชาชน

“หมอวาโย” บอก ผมกลัว สว. ขู่กลางสภา หลังอภิปรายคดีฮั้ว สว.

เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 เวลา 17.00 น. ที่รัฐสภา นพ.วาโย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ดังกล่าว โดยยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า “ผมกลัว” เพราะตนเป็นผู้ชายตัวเล็กๆ ที่อาจล้มได้ง่ายหากถูกผลัก แม้จะพยายามชวนเพื่อนๆ ไปรอที่ห้องอาหารเพื่อความปลอดภัย แต่ สว. ที่ขู่อวดกลับไม่มาเจอหน้า เขายังเย้ยกลับว่าถ้าจะเจอให้ออกมานอกสภา แต่สุดท้ายก็ไม่เห็นวี่แวว นพ.วาโย ยืนยันว่าเนื้อหาการอภิปรายของเขาอยู่ในกรอบญัตติถามนโยบายรัฐบาล แต่ถูก สว. ประท้วงตั้งแต่ยังพูดไม่จบ จนประธานสภาตัดสินใจไม่ให้พูดต่อ ทำให้เขาต้องสรุปสั้นๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลเบื้องต้น

น่าเสียดายที่ข้อมูลที่เตรียมมาอย่างละเอียดกว่า 50% ยังไม่ได้นำเสนอ แต่ นพ.วาโย สัญญาว่าจะหาวาระใหม่เพื่อเปิดเผยข้อมูลชุดนี้ต่อไป โดยเฉพาะหลักฐานทางคณิตศาสตร์และวิเคราะห์ข้อมูลที่ชี้ถึงความผิดปกติในการเลือกตั้ง สว. เช่น โพยที่มีเลข 80 กว่าตัว ซึ่งกลายเป็น สว. ทุกคนราวกับเป็นการพยากรณ์อนาคต เขาตั้งสมมติฐานว่าการฮั้วครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่มีน้ำหนักจากข้อมูลหลายชั้นที่ซ้อนทับกันอย่างน่าประหลาด

ข้อมูลชั้นลึก: เส้นเงินและการโทรศัพท์ที่โยงใยคดีฮั้ว สว.

นพ.วาโย อธิบายเพิ่มเติมถึงข้อมูลที่ถูกเบรก โดยชี้ว่า ชั้นข้อมูลแรกคือโพยที่ประชาชนเข้าถึงได้ ชั้นที่สองคือเส้นทางการเงิน ชั้นที่สามคือบันทึกการโทรศัพท์ในรอบเดือน และชั้นที่สี่คือรูปแบบการโหวตที่ซ้ำกันแบบผิดปกติ เช่น 21 ใบโหวตเหมือนกันทั้งแผง ซึ่งความน่าจะเป็นต่ำกว่าการถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 เขาใช้เครื่องมือคณิตศาสตร์วิเคราะห์ข้อมูลดิบบางส่วนจาก iLaw และข้อมูลที่ประชาชนส่งมา รวมถึงภาพที่ชัดเจนกว่าของ กกต. ด้วย

สำหรับคำถามว่า ข้อมูลเหล่านี้โยงไปถึงพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นพ.วาโย ชี้ว่า จากข้อมูลที่มี ไม่ถึงขั้นนั้น แต่มีโพยหลายเวอร์ชันที่หลุดออกมา เช่น ในห้องน้ำ ซึ่งชี้ถึงความผิดปกติจริงๆ เขาเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล รับผิดชอบตามนโยบาย ไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม โดยคดีนี้อยู่ในขั้นตอนที่ 3 ของ กกต. แล้ว แต่สำนวนยังค้างอยู่

  • หลักฐานสำคัญ: โพยเลขที่ตรงกับ สว. ที่ได้เลือก
  • การวิเคราะห์: เส้นเงินและโทรศัพท์ที่ซ้อนทับ 4 ชั้น
  • ผลกระทบ: ชี้ถึงการฮั้วที่อาจมีน้ำหนักทางวิทยาศาสตร์

นพ.วาโย ยังย้ำว่า พรรคประชาชนพร้อมตรวจสอบต่อ หากนายกฯ ให้คำสัญญา และหวังว่าการยุบสภาจะเป็นทางออกให้ประชาชนได้เลือกตั้งใหม่เพื่อรัฐบาลที่มั่นคง แม้จะกังวลเรื่องการยุบคดี แต่เชื่อว่านโยบายรัฐบาลจะไม่เข้าไปยุ่ง

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงเป็นเรื่องส่วนตัวของ “หมอวาโย” แต่สะท้อนปัญหาใหญ่ของระบบการเมืองไทยที่ประชาชนควรติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและยุติธรรม

ในฐานะนักการเมืองรุ่นใหม่ นพ.วาโย แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญในการต่อสู้เพื่อความจริง หากคุณสนใจประเด็นการเมืองและคดีฮั้ว สว. นี้ ลองติดตามอัปเดตเพิ่มเติมจากเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญที่อาจเปลี่ยนแปลงอนาคตการเมืองไทย

ที่มา – “หมอวาโย” บอก ผมกลัว สว. ขู่กลางสภา หลังอภิปรายคดีฮั้ว สว. ยันเปิดข้อมูลต่อแน่

แห่ให้กำลังใจ “แอ้ม สโรชา พรอุดมศักดิ์” ล้มป่วยจากอาการข้างเคียงโรคมะเร็ง

ในวงการสื่อมวลชนไทย มีชื่อเสียงมากมายที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนนับไม่ถ้วน แต่เมื่อมีข่าวร้ายเกิดขึ้น มันก็ทำให้หัวใจของแฟนๆ เจ็บปวดไปด้วยกัน ล่าสุด แห่ให้กำลังใจ “แอ้ม สโรชา พรอุดมศักดิ์” ล้มป่วยจากอาการข้างเคียงโรคมะเร็ง ได้กลายเป็นประเด็นที่ชาวโซเชียลมีเดียให้ความสนใจอย่างล้นหลาม พิธีกรข่าวชื่อดังรายนี้ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร กำลังเผชิญกับความท้าทายด้านสุขภาพที่หนักหน่วง แต่กระแสการให้กำลังใจจากแฟนๆ ก็กำลังไหลทะลักเข้ามาไม่ขาดสาย

แห่ให้กำลังใจ “แอ้ม สโรชา พรอุดมศักดิ์” ล้มป่วยจากอาการข้างเคียงโรคมะเร็ง

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 ซึ่งทางเพจเฟซบุ๊กของ น.ส.สโรชา พรอุดมศักดิ์ หรือที่ทุกคนรู้จักในนาม “แอ้ม” ได้โพสต์ข้อความแจ้งข่าวด่วน โดยระบุว่าช่วงบ่ายของวันนั้น แอ้มมีอาการล้มป่วยจากอาการข้างเคียงของโรคมะเร็งที่ได้กระจายไปยังหลายจุดของร่างกาย ส่งผลให้เกิดอาการชักเกร็งและหมดสติไป ปัจจุบัน แอ้มนอนไม่รู้สึกตัวอยู่ที่บ้าน ซึ่งเป็นความประสงค์ของเธอเองที่ต้องการจากไปท่ามกลางความรักจากครอบครัว หากถึงเวลานั้นจริงๆ

ทางครอบครัวพรอุดมศักดิ์และญาติๆ ได้ขอร้องให้ทุกคนที่รักและห่วงใยแอ้ม ช่วยกันอธิษฐานและภาวนา ขอให้แอ้มจากไปอย่างสงบสุข หากถึงวาระ หรือหากยังไม่ถึงเวลา ขอให้เธอฟื้นตัวอย่างปาฏิหาริย์ โดยไม่มีอาการอัมพฤกษ์หรืออัมพาตตามที่ขอไว้ ข้อความนี้สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ติดตามจำนวนมาก จนเกิดกระแส แห่ให้กำลังใจ “แอ้ม สโรชา พรอุดมศักดิ์” ล้มป่วยจากอาการข้างเคียงโรคมะเร็ง ขึ้นอย่างรวดเร็ว

กระแสให้กำลังใจจากโซเชียลมีเดีย

หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ไม่นานก็มีคอมเมนต์และข้อความให้กำลังใจไหลทะลักเข้ามา ผู้คนจำนวนมากแสดงความเห็น ขอให้แอ้มหายจากอาการป่วยและกลับมามีสุขภาพแข็งแรงในเร็ววัน บางคนเล่าถึงความทรงจำดีๆ กับรายการของเธอที่เคยดูสมัยกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเคลื่อนไหว บุคลิกที่เฉียบคม ไหวพริบดี และการนำเสนอข่าวที่ตรงไปตรงมา ทำให้แอ้มเป็นที่รักของผู้ชมทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีคนดังและเพื่อนร่วมวงการสื่อที่เข้ามาแสดงความเห็น เช่น การแชร์โพสต์เพื่อขยายกระแสให้กำลังใจ หรือส่งข้อความส่วนตัวไปยังครอบครัว กระแสนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเสริมกำลังใจให้แอ้มเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงพลังของชุมชนออนไลน์ในการรวมใจกันสู้กับโรคร้าย

ประวัติและผลงานของแอ้ม สโรชา พรอุดมศักดิ์

สำหรับ น.ส.สโรชา พรอุดมศักดิ์ หรือ แอ้ม เธอเป็นพิธีกรข่าวที่โด่งดังมากในช่วงปี 2548 เมื่อได้ร่วมงานกับ นายสนธิ ลิ้มทองกุล เจ้าของสื่อในเครือผู้จัดการ โดยเฉพาะรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจรที่จัดสดจากสวนลุมพินี ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองร้อนระอุ เธอคู่กับนายสนธิในการวิเคราะห์สถานการณ์การเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯ ด้วยสไตล์การนำเสนอที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้ชื่อของแอ้มติดตรึงในใจผู้ชม

ผลงานของแอ้มไม่ได้จำกัดแค่รายการข่าวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเป็นนักข่าวและพิธีกรที่กล้าหาญในการนำเสนอข้อเท็จจริงที่สำคัญต่อสังคม ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักสื่อรุ่นใหม่หลายคน แม้จะเผชิญกับโรคมะเร็งมานาน แต่แอ้มก็ไม่เคยยอมแพ้ และยังคงอัปเดตข่าวสารบนโซเชียลมีเดียของตัวเองเพื่อเชื่อมต่อกับแฟนๆ

  • บุคลิกภาพที่โดดเด่น: ไหวพริบดี การวิเคราะห์ข่าวที่เฉียบคม
  • ผลงานสำคัญ: รายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร, ข่าวในเครือผู้จัดการ
  • การต่อสู้กับมะเร็ง: แอ้มเคยเปิดเผยการรักษาและให้กำลังใจผู้ป่วยคนอื่นๆ

การล้มป่วยครั้งนี้ทำให้หลายคนหันกลับมามองถึงความสำคัญของสุขภาพ และการให้กำลังใจซึ่งกันและกัน แห่ให้กำลังใจ “แอ้ม สโรชา พรอุดมศักดิ์” ล้มป่วยจากอาการข้างเคียงโรคมะเร็ง จึงไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว แต่เป็นการแสดงออกถึงความสามัคคีของสังคมไทย

ในฐานะที่เราทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของสังคมนี้ ลองนึกภาพดูว่าพลังของคำพูดดีๆ สามารถสร้างความหวังได้มากแค่ไหน หากคุณเป็นแฟนรายการของแอ้ม ลองส่งกำลังใจผ่านโซเชียลมีเดีย หรือแม้แต่ภาวนาให้เธอหายดีไวๆ มันอาจกลายเป็นปาฏิหาริย์ที่ช่วยให้เธอฟื้นตัวได้จริง

สุดท้ายนี้ ขอส่งกำลังใจให้แอ้ม สโรชา พรอุดมศักดิ์ และครอบครัว สู้ๆ นะคะ เรายังรอวันที่จะได้เห็นคุณกลับมาสดใสบนจออีกครั้ง

ที่มา – แห่ให้กำลังใจ “แอ้ม สโรชา พรอุดมศักดิ์” ล้มป่วยจากอาการข้างเคียงโรคมะเร็ง

อันดับสอง ‘แน่นอนอยู่แล้ว’ สำหรับ Hearts

อันดับสอง ‘แน่นอนอยู่แล้ว’ สำหรับ Hearts นี่คือคำกล่าวที่มาจากอดีตกัปตันของทีม Hearts อย่าง Christophe Berra ผู้ซึ่งเชื่อว่าคนสนับสนุน Hearts สามารถฝันถึงการคว้าแชมป์ Premiership ได้อย่างชอบธรรม แต่การจบอันดับสองและการแยกการครองอำนาจแบบดั้งเดิมของ Old Firm นั้นเป็นเรื่องที่สมจริงมากกว่า เนื่องจาก Rangers กำลัง “ไม่น่าเชื่อถือใคร”

ทีมจาก Tynecastle กำลังนำหน้าทีมแชมป์เก่า Celtic สองคะแนนที่ยอดนิยม โดยพวกเขาทำแต้มหลุดมือเพียงสองคะแนนจากหกนัดแรก

อันดับสอง ‘แน่นอนอยู่แล้ว’ สำหรับ Hearts: มุมมองจากอดีตกัปตัน

Berra ซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่ชนะแปดจากสิบนัดแรกในฤดูกาล 2005-06 ภายใต้ George Burley เชื่อว่าการรักษาตำแหน่งนำอาจเป็นเรื่องยากเกินไปในฤดูกาลแรกของเฮดโค้ช Derek McInnes

“เราข้าไม่โง่หรอก แต่เมื่อทุกอย่างกำลังไปได้สวย คุณต้องเพลิดเพลินกับมัน” Berra กล่าวกับ BBC Sport Scotland

“Celtic มีจุดเริ่มต้นที่ช้า แต่พวกเขาเคยเริ่มช้าแบบนี้มาก่อน และคุณคาดหวังว่าพวกเขาจะเร่งความเร็ว Rangers ทางตรงข้ามนั้นกำลังเปราะบางมาก พวกเขาไม่ได้โน้มน้าวใครเลย และ อันดับสอง ‘แน่นอนอยู่แล้ว’ สำหรับ Hearts เพื่อพยายามคว้ามัน”

“นัดต่อนัด แค่ทำให้แน่ใจว่าคุณเก็บแต้มสามแต้มหรือไม่แพ้ ถ้าคุณทำแบบนั้นต่อไป คุณจะให้โอกาสตัวเองที่ดีมาก”

ความฝันที่ใหญ่กว่า: การท้าชิงแชมป์ Premiership

คนสนับสนุน Hearts ที่มองโลกในแง่ดีมากกว่านั้นกำลังคิดใหญ่กว่าแค่อันดับสอง และ Berra ผู้ซึ่งเป็นผู้ชนะ Scottish Cup กับทีมจาก Edinburgh ในปี 2006 ไม่มีปัญหากับใครที่สวมเสื้อสีน้ำตาลและขาวที่กล้าฝันถึงการท้าชิงแชมป์

“ผมคิดว่าคุณสามารถฝันได้” อดีตเซ็นเตอร์ฮาล์ฟที่ติดทีมชาติสกอตแลนด์ 41 ครั้ง กล่าวเพิ่มเติม

“เราเพิ่งเล่นไปหกนัด ยังอีกยาวไกล อาจจะมาคุยกันอีกทีตอน 30 นัด ก่อน split”

“ผู้จัดการทีมไม่โง่ เขารู้ว่ามันเป็นฤดูกาลยาว เขาจะบอกพวกเขาว่าใจเย็นๆ รับแบบมีเกลือเล็กน้อย เพลิดเพลินแต่จงเล่นทีละนัด”

กัปตัน Lawrence Shankland ยิงสองประตูในชัยชนะเหนือ Rangers ล่าสุด และยิงอีกในชัยชนะ 3-0 เหนือ Falkirk เมื่อวันเสาร์

ดาวยิงวัย 30 ปีนี้ทำได้เจ็ดประตูในฤดูกาล ขณะที่นักเตะใหม่ Claudio Braga และ Alexandros Kyziridis ทำได้หกและสี่ประตูตามลำดับ

“มีผู้จัดการทีมที่มีประสบการณ์มากมายที่รู้จักลีกนี้ดี” Berra กล่าวถึง McInnes

“ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา พวกเขาพึ่งพา Shankland มาก เขายังคงทำประตู แต่ตอนนี้มีผู้เล่นรอบตัวเขาที่เป็นภัยคุกคามใหญ่และทำประตูได้ นั่นเพิ่มปัจจัยน่าเกรงขาม โดยเฉพาะเมื่อทีมอื่นมาเยือน Tynecastle”

การเริ่มต้นฤดูกาลที่แข็งแกร่งของ Hearts ทำให้แฟนๆ ตื่นเต้น พวกเขาไม่แพ้ใครในหกนัดแรก โดยมีชัยชนะเหนือคู่แข่งหลักอย่าง Rangers และ Celtic ยังคงตามหลัง การป้องกันที่แน่นหนาและการโจมตีที่เฉียบคมจาก Shankland และนักเตะใหม่ทำให้ทีมนี้ดูน่ากลัว

ในประวัติศาสตร์ Hearts เคยสร้างเซอร์ไพรส์มากมาย เช่น ในฤดูกาล 2005-06 ที่ Berra เล่น พวกเขานำไปนานก่อนที่จะหลุดมือ สิ่งนี้อาจเป็นแรงบันดาลใจให้ทีมปัจจุบัน

  • จุดแข็งของ Hearts: การป้องกันที่แข็งแกร่งและการทำประตูจากหลายคน
  • ความท้าทาย: Celtic และ Rangers ที่จะเร่งฟอร์ม
  • โอกาส: ถ้าคงฟอร์มต่อไป อันดับสองเป็นไปได้แน่นอน

McInnes ผู้ซึ่งมีประสบการณ์ในลีกสกอตติช จะต้องจัดการทีมให้สมดุลระหว่างความทะเยอทะยานและความระมัดระวัง ฤดูกาลยังยาว และการบาดเจ็บหรือฟอร์มตกอาจเปลี่ยนทุกอย่าง

อย่างไรก็ตาม สำหรับแฟน Hearts ตอนนี้คือเวลาฝันใหญ่ ถ้าคุณเป็นแฟนฟุตบอลสกอตติช อย่าลืมติดตามการแข่งขันของ Hearts และแบ่งปันความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง! คุณคิดว่า Hearts จะจบอันดับไหนในฤดูกาลนี้?

ที่มา – Second place ‘definitely there’ for Hearts

แค้นแพ้คดีซ่อมรถ

แค้นแพ้คดีซ่อมรถ บุกยิงเจ้าของอู่เจอคว้าปืนสวนเกิดการดวลกันสนั่น สิ้นเสียงตาย 1 เจ็บ 2

บุกยิงเจ้าของอู่ซ่อมรถ เกิดการดวลปืนสนั่น สุดท้ายเจอสวนดับคาที่ ส่วนเจ้าของอู่ กับ ลูกน้อง บาดเจ็บ คาดปมแค้นเคยฟ้องร้องกันเรื่องซ่อมรถเก่า แล้วแพ้คดี

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 29 ก.ย.2568 พ.ต.อ.วิโรจน์ ตัสโส ผกก.สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ รับแจ้งเหตุชายใช้อาวุธปืนยิงกันมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย ภายในอู่ซ่อมรถยนต์ ซอยศรีสมิตร ต.เทพารักษ์ อ.เมือง สมุทรปราการ จึงประสานแพทย์ พิสูจน์หลักฐาน แล้วรุดไปตรวจสอบพร้อมกำลังตำรวจสายตรวจ ฝ่ายสืบสวน และหน่วยกู้ภัยร่วมกตัญญูและสมาคมกู้ภัยสมุทรปราการ

ที่เกิดเหตุภายในอู่ซ่อมรถ พบศพนายไตรรัตน์ อายุประมาณ 40 ปี นอนตะแคงเสียชีวิตอยู่ข้างล้อรถที่จอดซ่อม มีบาดแผลกระสุนปืนยิงเข้าลำตัวหลายนัด ส่วนผู้บาดเจ็บทราบชื่อคือ นายเอนก อายุ 37 ปี เจ้าของอู่ ถูกยิงเข้าที่สะโพก อาการสาหัสถูกนำตัวส่งรพ.สินแพทย์ ไปก่อนแล้ว และนายกิตติ์ธเนศ ลูกน้องในอู่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย โดยมีอาวุธปืนขนาด 9 ม.ม.ตกอยู่ 2 กระบอก พร้อมแมกกาซีนและปลอกกระสุนปืนหลายสิบปลอกกระจายเกลื่อนพื้นที่

แค้นแพ้คดีซ่อมรถ บุกยิงเจ้าของอู่เจอคว้าปืนสวนเกิดการดวลกันสนั่น สิ้นเสียงตาย 1 เจ็บ 2

สอบสวนพยานทราบว่า ก่อนหน้านี้นายไตรรัตน์ และนายเอนก เคยมีคดีฟ้องร้องกันเรื่องการซ่อมรถ โดยศาลมีคำพิพากษาให้นายเอนก ชนะคดีทำให้นายไตรรัตน์เกิดความโกรธแค้น ก่อนเกิดเหตุบุกเข้ามาในอู่พร้อมอาวุธปืนแล้วยิงใส่นายเอนก ซึ่งคว้าปืนยิงตอบโต้จนเกิดการดวลปืนกันขึ้น สิ้นเสียงปืนนายไตรรัตน์ ถูกกระสุนปืนเสียชีวิต ส่วนนายเอนก ได้รับบาดเจ็บสาหัส

แค้นแพ้คดีซ่อมรถ บุกยิงเจ้าของอู่เจอคว้าปืนสวนเกิดการดวลกันสนั่น สิ้นเสียงตาย 1 เจ็บ 2

โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมานายเอนก เคยร้องสื่อมวลชน ว่านายไตรรัตน์ ขับรถมาจอดหน้าอู่แล้วเดินถือปืนเข้ามาถามหา แต่ไม่นายเอนกไม่อยู่จึงไม่เจอกัน โดยกล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้ได้จนกระทั่งวันนี้นายไตรรัตน์ บุกเข้ามาอีกรอบแล้วเกิดการยิงกันขึ้น

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำศพส่งนิติเวช พร้อมเร่งสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

มาแล้ว เลขเด็ดคำชะโนด

มาแล้ว เลขเด็ดคำชะโนด ลุ้นรวยก่อนออกพรรษา ฮือฮาเลขพญางูใต้ศาลปู่-ขันน้ำมนต์ ตรงกันเป๊ะ นักเสี่ยงโชค นักแสวงบุญ ไม่หวั่นพายุบัวลอย

วันที่ 29 ก.ย.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เกาะคำชะโนด วังนาคินทร์ ดินแดนพญานาคราช สิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อ บ้านโนนเมือง หมู่ 11 ต.บ้านม่วง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ยังคงมีนักท่องเที่ยวเดินทางกราบไหว้ปู่ศรีสุทโธและย่าประทุมมาตลอดทั้งวัน แม้วันนี้ยังมีฝนตกจากพายุบัวลอย แต่ไม่หวั่นสำหรับคนศรัทธาพ่อปู่และแม่ย่า

จู่ๆ งูเหลือม 2 ตัวก็ปรากฏใต้ศาลฯ ทุกคนต่างพากันขนลุก เชื่อว่าปู่ศรีสุทโธและย่าประทุมมาท่านรับรู้ให้งานจัดไปอย่างราบรื่นและยิ่งใหญ่ แต่ตอนนี้ทางคณะกรรมการไม่อนุญาตให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวขึ้นไปบนศาลปู่ฯ เพราะหวั่นเกิดอันตราย

พ่อพรามหณ์ชวการ คำวันสา พ่อพรามหณ์หรือพ่อจ้ำคำชะโนด บอกว่า เชื่อว่างูเหลือม 2 ตัวที่ปรากฎว่าใต้ศาลปู่ศรีสุทโธเป็นนิมิตรหมายที่ดี ปู่ท่านรับรู้ จากวันนั้นถึงวันนี้งูทั้ง 2 ยังไม่ไปไหน เชื่อว่าท่านคงจะอยู่ไปจนถึงวันจัดงานคำชะโนดมรดกโลกแน่นอน อันนี้เป็นความเชื่อ งูเป็นตระกูลเดียวกับกับพญานาค

ส่วนที่คอหวยรอคอยใจจดใจจ่อเลขเด็ดคำชะโนด มากันแล้วเลขเด็ดคำชะโนด วันนี้มา 4 แหล่งความรวยเลยที่เดียวจากคำชะโนด และก็สุดฮือฮา 4 สำนักเลขเดียวกันเป๊ะ เริ่มจากเลขขันน้ำมนต์จากนักธุรกิจจากกรุงเทพฯ ได้จัดพิธีบวงสรวงฯ เลขในขันน้ำมนต์, เลขจากธูปมงคล, เลขเด็ดจากพ่อพราหมณ์ชวการ คำวันสา และเลขพญานาค ตรงกันเป๊ะ

มาแล้ว เลขเด็ดคำชะโนด ลุ้นรวยก่อนออกพรรษา ฮือฮาเลขพญางูใต้ศาลปู่-ขันน้ำมนต์ ตรงกันเป๊ะ นักเสี่ยงโชค นักแสวงบุญ ไม่หวั่นพายุบัวลอย

โดยเลขจากขันน้ำมนต์พิธีบวงสรวง เห็นเป็นเลข 206 209 629 62 เลขธูปมงคล 296 เลขขันน้ำมนต์พ่อพราหมณ์ 209 692 ส่วนเลขงูเหลือมใต้ศาลปู่ศรีสุทโธ 62 26 ลุ้นรวยโชคใหญ่ก่อนวันออกพรรษา

มาแล้ว เลขเด็ดคำชะโนด

ทั้งนี้นายสุริยนต์ ดอนสมจิตร นายอำเภอบ้านดุง เผยว่า การจัดงานคำชะโนดโลกจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-12 ต.ค.68 ซึ่งเป็นช่วงวันออกพรรษาพอดี จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาร่วมงาน มีกิจกรรมมากมายตั้งแต่การทำบุญตักบาตร,แห่พญานาคใหญ่ที่ยาวที่สุดในโลก,ขบวนแห่จ้างหนัง,การแสดงแสงสีแสงตำนานคำชะโนด,พิธีบวงสรวงขอพรด้านการงาน สุขภาพ พิธีต่อดวง พลิกดวง ความรัก เมตตามหานิยม ซึ่งในงานยังมีดารานักแสดงอย่างเพนเค้กเดินทางมาร่วมพิธีรำบวงสรวงในงานด้วย

ส่วนในช่วงการจัดงานคำชะโนดมรดกโลก หลายคนเป็นห่วงที่พักราคาแพง ขอยืนยันมีที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวไว้พร้อมสรรพไม่มีการฉวยโอกาสชาร์ทราคาเรื่องที่พักหรืออาหารเครื่องดื่มเพิ่ม ยังคงเป็นราคาเดิม ส่วนเรื่องพ่อค้าแม่ค้าล็อตเตอร์รี่จะตามตื๊อนักท่องเที่ยวคงไม่มีอีกแล้วเพราะเราขอความร่วมมือทุกคน พร้อมเป็นเจ้าภาพต้อนรับนักท่องเที่ยวมาเยือนคำชะโนดอีกครั้งให้ประทับใจและอบอุ่นได้บุญได้กุศลกลับไป นายอำเภอบ้านดุงกล่าวตอนท้าย

รองแม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมบนภูมะเขือ

รองแม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยมความเป็นอยู่ของกำลังพลบน “ภูมะเขือ”

ในวันที่ 29 กันยายน 2568 พล.ต.วีระยุทธ รักศิลป์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความเป็นอยู่ของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ภูมะเขือ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา การเยี่ยมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่มีข่าวลือในโซเชียลมีเดียแพร่สะพัดว่าทหารในพื้นที่ได้รับอาหารเพียงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและปลากระป๋องเท่านั้น เนื่องจากฝนตกหนักทำให้รถเสบียงไม่สามารถส่งได้ตามปกติ

รองแม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยมความเป็นอยู่ของกำลังพลบน “ภูมะเขือ” เพื่อยืนยันว่ากองทัพภาคที่ 2 ได้ดูแลกำลังพลอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหาร น้ำดื่ม หรือสิ่งของจำเป็นอื่นๆ เสบียงมีเพียงพอ ไม่ขาดแคลนตามที่ถูกกล่าวอ้าง แม้เส้นทางบางจุดจะลำบากจากสภาพอากาศฝนตกหนัก แต่กองทัพยืนยันว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

รองแม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม

รองแม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยมความเป็นอยู่ของกำลังพลบน “ภูมะเขือ”

การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการตรวจสอบข้อเท็จจริงเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย พื้นที่ภูมะเขือเป็นภูเขาสูงชันและห่างไกล ทำให้การขนส่งเสบียงต้องอาศัยความพยายามอย่างมาก โดยเฉพาะในฤดูฝนที่ทำให้ถนนลื่นและน้ำท่วมขัง รองแม่ทัพได้พูดคุยกับกำลังพลโดยตรง เพื่อรับฟังปัญหาและให้กำลังใจ โดยย้ำว่ากองทัพภาคที่ 2 มีระบบสนับสนุนที่แข็งแกร่ง

การดูแลกำลังพลในพื้นที่ห่างไกล

กองทัพภาคที่ 2 มีการวางแผนการส่งเสบียงอย่างรอบคอบ โดยใช้เฮลิคอปเตอร์และทีมลำเลียงพิเศษในกรณีฉุกเฉิน เพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนได้รับอาหารสดใหม่ น้ำสะอาด และอุปกรณ์ป้องกันภัยธรรมชาติ นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสุขภาพและให้คำปรึกษาทางจิตใจ เพื่อให้กำลังพลสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • อาหารและเสบียง: มีเมนูหลากหลาย ไม่ใช่แค่บะหมี่หรือปลากระป๋อง แต่รวมถึงข้าว เนื้อสัตว์ และผักผลไม้
  • ที่พักอาศัย: มีเต็นท์กันน้ำและอุปกรณ์กันหนาวสำหรับสภาพอากาศเย็นบนภูเขา
  • การสื่อสาร: มีระบบวิทยุและดาวเทียมเพื่อติดต่อกับฐานหลัก

แม้จะมีข่าวลือในโซเชียลมีเดีย แต่事实แสดงให้เห็นว่ากองทัพให้ความสำคัญกับสวัสดิการของกำลังพลเสมอมา การตรวจเยี่ยมครั้งนี้ช่วยคลี่คลายความเข้าใจผิดและเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

ภาพการตรวจเยี่ยม
ภาพกำลังพลบนภูมะเขือ

ในมุมมองของผู้เขียน การกระทำเช่นนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกองทัพไทยในการปกป้องชายแดนและดูแลลูกหลานของชาติอย่างดีที่สุด แม้ในสภาวะที่ยากลำบาก หากคุณสนใจเรื่องราวการทหารและสวัสดิการกำลังพล สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ข่าวท้องถิ่น เพื่อให้เราเข้าใจและสนับสนุนทหารไทยมากขึ้น

ที่มา – รองแม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยมความเป็นอยู่ของกำลังพลบน “ภูมะเขือ”

อดีตบอสลิเวอร์พูล เบียร์ด พบแขวนคอ

อดีตบอสลิเวอร์พูล เบียร์ด พบแขวนคอ: เรื่องราวเศร้าที่สะเทือนใจวงการฟุตบอล

ข่าวร้ายจากวงการฟุตบอลหญิงสั่นสะเทือนหัวใจแฟนบอลทั่วโลก เมื่อ อดีตบอสลิเวอร์พูล เบียร์ด พบแขวนคอ ที่บ้านพักของเขาเอง ตามที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบการตายเปิดเผยในศาล Ruthin ทางตอนเหนือของเวลส์ การสูญเสียครั้งนี้ไม่เพียงแต่ทำให้ครอบครัวและเพื่อนฝูงเศร้าโศก แต่ยังจุดประกายการสนทนาเรื่องสุขภาพจิตในกีฬาอาชีพ

อดีตบอสลิเวอร์พูล เบียร์ด พบแขวนคอ: รายละเอียดเหตุการณ์

แมตต์ เบียร์ด อดีตผู้จัดการทีมหญิงของลิเวอร์พูล วัย 47 ปี ถูกพบในสภาพแขวนคอที่บ้านพักในเมือง Deeside เขต Flintshire พารามีดิคได้รับแจ้งเหตุและรีบนำตัวเขาไปยังโรงพยาบาล แต่สุดท้ายเขาก็เสียชีวิตในเวลา 21:15 น. ตามเวลาสหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 20 กันยายน การไต่สวนเบื้องต้นถูกเลื่อนออกไปเพื่อรอการสอบสวนเต็มรูปแบบในภายหลัง

เบียร์ดเป็นโค้ชที่มีชื่อเสียงในวงการฟุตบอลหญิง โดยเขานำลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ Women’s Super League (WSL) สองสมัยติดต่อกันในปี 2013 และ 2014 หลังจากนั้น เขากลับมาคุมทีมลิเวอร์พูลอีกครั้งในปี 2021 แต่ถูกปลดจากตำแหน่งในเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ ก่อนหน้าที่จะเสียชีวิต เบียร์ดเพิ่งลาออกจากตำแหน่งที่เบิร์นลีย์เมื่อเดือนมิถุนายน หลังจากรับงานได้เพียงสองเดือน

ผลงานและมรดกของแมตต์ เบียร์ด

แม้ชีวิตโค้ชของเบียร์ดจะจบลงอย่างน่าเศร้า แต่ผลงานของเขายังคงเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักฟุตบอลหญิงหลายคน นอกจากความสำเร็จกับลิเวอร์พูล เขายังมีส่วนสำคัญในการพัฒนาฟุตบอลหญิงในอังกฤษ โดยเฉพาะการสร้างทีมที่แข็งแกร่งและมีเอกลักษณ์

  • นำลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ WSL สองสมัย (2013, 2014)
  • กลับมาคุมทีมในปี 2021 เพื่อฟื้นฟูผลงาน
  • รับงานที่เบิร์นลีย์ก่อนลาออกอย่างกะทันหัน
  • เป็นที่รักของนักเตะและเพื่อนร่วมอาชีพ

การจากไปของเขาสร้างความช็อกให้กับชุมชนฟุตบอล โดยเฉพาะใน WSL ที่ซึ่งเขาเคยเป็นส่วนสำคัญ

การไว้อาลัยและการสนับสนุนจากวงการ

หลังจากข่าว อดีตบอสลิเวอร์พูล เบียร์ด พบแขวนคอ แพร่กระจาย มีการแสดงความไว้อาลัยอย่างล้นหลามจากทั่วโลกกีฬา ก่อนเริ่มการแข่งขันใน WSL และ WSL2 ทุกนัดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน มีการยืนไว้อาลัยนาทีเงียบเพื่อรำลึกถึงเบียร์ด แม้แต่การแข่งขันของลิเวอร์พูลกับแอสตัน วิลล่าก็ถูกเลื่อนออกไป

มาร์ค สกินเนอร์ ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เรียกเบียร์ดว่าเป็น “ไอคอน” ของวงการ ขณะที่ฟาร่า วิลเลียมส์ ตำนานทีมชาติอังกฤษ กล่าวว่า เบียร์ดเป็นคน “ไม่เหมือนใครและมีจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์ที่สุด” นอกจากนี้ จัคกี โอทลีย์ นักข่าวกีฬา ยังเปิดแคมเปญระดมทุนเพื่อช่วยเหลือครอบครัวของเบียร์ด ซึ่งระดมทุนได้มากกว่า 50,000 ปอนด์แล้ว

เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นถึงปัญหาสุขภาพจิตที่นักกีฬาและโค้ชเผชิญ โดยเฉพาะแรงกดดันจากผลงานและการเปลี่ยนแปลงในอาชีพ วงการฟุตบอลควรให้ความสำคัญกับการสนับสนุนด้านนี้มากขึ้น

บทเรียนจากโศกนาฏกรรม

การสูญเสียแมตต์ เบียร์ดไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเปราะบางของมนุษย์ในวงการกีฬา เราเห็นได้จากตัวอย่างหลายคนที่เผชิญปัญหาคล้ายกัน หากคุณหรือคนรอบข้างกำลังเผชิญความทุกข์ทรมาน อย่าลังเลที่จะขอความช่วยเหลือ

ในฐานะแฟนฟุตบอล เราสามารถร่วมไว้อาลัยโดยการสนับสนุนครอบครัวของเขาและส่งเสริมสุขภาพจิตในชุมชนกีฬา ลองเข้าร่วมแคมเปญระดมทุนหรือแบ่งปันเรื่องราวเพื่อสร้างความตระหนัก

สุดท้ายนี้ การจากไปของเบียร์ดเตือนใจว่าเบื้องหลังความสำเร็จมีมนุษย์ที่ต้องการการดูแล หากเราร่วมมือกัน เราสามารถสร้างวงการฟุตบอลที่เอื้อต่อสุขภาพจิตได้มากขึ้น

หากคุณได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ สามารถเยี่ยมชม BBC Action Line เพื่อขอข้อมูลและการสนับสนุน

ที่มา – Former Liverpool boss Beard found hanged – coroner

DSI ทลายเครือข่าย

DSI ทลายเครือข่าย เว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์ เชื่อมโยงเว็บพนัน เสียหายหลายร้อยล้านบาท

วันที่ 29 ก.ย.2568 พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ รับรายงานจาก ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผอ.กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ นำกำลังเจ้าหน้าที่กองคดีเทคโนโลยี
และสารสนเทศ เจ้าหน้าที่กองปฏิบัติการพิเศษ พร้อมสนธิกำลังกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กว่า 40 นาย เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายจุดดักรับสัญญาณการถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฯ ในจังหวัดนนทบุรี 4 จุด และกรุงเทพมหานคร 2 จุด ตามหมายค้นศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง

กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากการร้องทุกข์ของบริษัท ทรู วิชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด และสมาคมผู้สร้างภาพยนตร์ แห่งสหรัฐอเมริกา (MPA) พบว่าเว็บไซต์ inwiptv ลักลอบดักรับและแปลงสัญญาณการถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก และงานภาพยนตร์ของบริษัท วอร์เนอร์ บราเธอร์ส เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด

โดยมีสมาชิกกว่า 100,000 ราย สร้างรายได้ปีละกว่า 200 ล้านบาท และเชื่อมโยงโดยตรงกับเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์รายใหญ่ ที่มีรายได้กว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งนำไปสู่การอนุมัติเป็นคดีพิเศษที่ 80/2568

DSI ทลายเครือข่าย เว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์ เชื่อมโยงเว็บพนัน เสียหายหลายร้อยล้านบาท

ผลการสืบสวนยังพบว่า กลุ่มเครือข่ายมีความสัมพันธ์กับธุรกิจ “เทพ IPTV” และ “FW Esports” ใช้โกดังดังกล่าวเป็นฐานปฏิบัติการหลัก จัดทำระบบสมาชิกหลายระดับ ทั้งรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน และรายปี ให้บริการทั้งรายการโทรทัศน์ ภาพยนตร์ สื่ออนาจาร และที่สำคัญคือ แบนเนอร์โฆษณาเว็บพนันออนไลน์

ไม่ว่าจะเป็น บาคาร่า ไฮโล รูเล็ต หรือทายผลกีฬา ซึ่งเป็นช่องทางชักจูงผู้ชมให้เข้าสู่การพนันอย่างเป็นระบบ การปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางเพิ่มเติมจากทีมงานแอดมินเว็บพนันออนไลน์ ได้แก่ คอมพิวเตอร์แม่ข่าย โทรศัพท์มือถือ และบัญชีม้า ซึ่งถูกใช้ในการหมุนเวียนเงินจำนวนมากเพื่อปกปิดที่มาที่ไป

การละเมิดลิขสิทธิ์ไม่เพียงสร้างความเสียหายต่อผู้สร้างสรรค์ผลงานและเศรษฐกิจของประเทศ แต่ยังเป็นช่องทางสำคัญในการสนับสนุนอาชญากรรมไซเบอร์ โดยเฉพาะเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ที่แฝงโฆษณาในเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์ และหากเงินที่ได้จากการกระทำผิดถูกหมุนเวียนผ่านบัญชีต่าง ๆ ก็อาจเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงิน ซึ่งมีโทษร้ายแรงตามกฎหมาย

โดย สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (USTR) ประกาศสถานการณ์คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา
ของประเทศคู่ค้ารายสำคัญ ภายใต้กฎหมายการค้าสหรัฐ มาตรา301 พิเศษ (Special 301) ประจำปี 2568 มีประเทศที่ต้องจับตามอง 18 ประเทศอยู่ในบัญชี WL ได้แก่ ไทย อัลจีเรีย บาร์เบโดส เบลารุส บัลแกเรีย โบลิเวีย บราซิล แคนาดา โคลอมเบีย เอกวาดอร์ อียิปต์ กัวเตมาลา ปากีสถาน ปารากวัย เปรู ตุรกี ตรินิแดดและโตเบโกและเวียดนาม

ส่วนประเทศที่อยู่ในบัญชี PWL ได้แก่ จีน อินเดีย อินโดนีเซีย รัสเซีย อาร์เจนตินา ชิลี เม็กซิโก
และเวเนซุเอลา ทั้งนี้ การประกาศสถานะการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญามีความสำคัญ เนื่องจากเป็นปัจจัยที่รัฐบาลสหรัฐฯ ใช้ประกอบการเจรจาการค้ากับประเทศคู่ค้า จะเห็นได้ว่าคงสถานะไทยอยู่ในบัญชีประเทศที่ต้องจับตามอง (WatchList : WL) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 นับตั้งแต่ปี 2560

หลังจากที่เคยอยู่ในบัญชีต้องจับตามองพิเศษ (Priority Watch List: PWL) ตั้งแต่ปี 2550 แม้ประเทศไทยจะคาดหวังว่าจะหลุดพ้นจาก WL ในปีนี้ โดยรายงานระบุว่า ในปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีความก้าวหน้าในการพัฒนาระบบป้องกันและคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดมากขึ้น ส่งผลให้สร้างความพึงพอใจแก่เจ้าของสิทธิ์อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญายังคงเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก

คนละครึ่ง บัตรคนจน โอนเงินก้อนรอบเดียว

ในยุคที่เศรษฐกิจยังคงผันผวน โครงการช่วยเหลือจากรัฐบาลอย่าง “คนละครึ่ง” กลับมาเป็นที่จับตามองอีกครั้ง โดยเฉพาะสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจน ที่จะได้รับเงินก้อนเข้าบัญชีแบบไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ วันนี้เราจะมาพูดถึงรายละเอียดสำคัญของโครงการนี้ ที่จะช่วยบรรเทาค่าครองชีพให้กับประชาชนจำนวนมาก

คนละครึ่ง ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ได้สิทธิพิเศษอย่างไร

โครงการคนละครึ่งหรือคนละครึ่งพลัส เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลไทย โดยนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีอนุมัติไว้ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงที่ค่าครองชีพสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย เช่น ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือที่รู้จักกันในชื่อบัตรคนจน นอกจากนี้ยังครอบคลุมถึงผู้อยู่ในระบบภาษีและผู้อยู่นอกระบบอีกด้วย

สำหรับ คนละครึ่ง บัตรคนจน ที่เป็นกลุ่มหลักจำนวนกว่า 13 ล้านคน จะได้รับเงินสนับสนุนเพิ่มเติม 1,700 บาทต่อเดือน รวมกับเงินเดิม 300 บาท ทำให้ได้รวม 2,000 บาทต่อเดือน โดยเงินจะถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารที่ผูกกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในงวดเดียว ไม่ต้องยุ่งยากลงทะเบียนใหม่ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ที่อาจไม่ถนัดใช้อินเทอร์เน็ตหรือแอปพลิเคชัน

นอกจากนี้ โครงการนี้ยังช่วยกระตุ้นการจับจ่ายในชุมชน โดยเงินที่ได้รับสามารถใช้ซื้อสินค้าและบริการจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าปลีก ตลาดสด หรือร้านอาหาร ซึ่งจะช่วยให้เงินไหลเวียนในระดับฐานราก สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการรายย่อย

ตรวจสอบสิทธิคนละครึ่ง บัตรคนจน ง่ายๆ ด้วยบัตรประชาชน

หากคุณเป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถตรวจสอบสิทธิได้ทันที โดยเข้าไปที่เว็บไซต์ของกรมบัญชีกลาง https://govwelfare.cgd.go.th/welfare/check กรอกหมายเลขบัตรประชาชน 13 หลัก แล้วระบบจะแสดงสิทธิที่คุณได้รับ รวมถึงเงินช่วยเหลือจากโครงการคนละครึ่ง หากคุณเคยลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและยืนยันตัวตนสำเร็จภายในวันที่ 26 ธันวาคม 2567 คุณมีสิทธิ์แน่นอน

สำหรับกลุ่มที่ 2 คือผู้อยู่ในระบบภาษีจำนวน 11 ล้านคน จะได้รับการปรับเปลี่ยนสัดส่วนจาก 50/50 เป็น 60/40 โดยรัฐสมทบ 2,400 บาท และประชาชนเติมเงิน 2,000 บาท สามารถใช้จ่ายได้วันละไม่เกิน 200 บาท ช่วยให้การซื้อของมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วนกลุ่มที่ 3 ผู้อยู่นอกระบบภาษี 9 ล้านคน จะได้รับเงินเติม 2,000 บาท โดยรวมแล้ว โครงการนี้ครอบคลุมประชาชนกว่า 33 ล้านคน ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างมีนัยสำคัญ

การเปิดลงทะเบียนใหม่สำหรับคนละครึ่งพลัส จะเริ่มในช่วงต้นเดือนตุลาคม 2568 ดังนั้น ผู้ที่สนใจควรเตรียมตัวให้พร้อม โดยเฉพาะการผูกบัญชีธนาคารเพื่อรับเงิน โครงการนี้ไม่เพียงช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย แต่ยังส่งเสริมให้ประชาชนใช้จ่ายอย่างมีสติ ช่วยเหลือเศรษฐกิจท้องถิ่น

  • สิทธิสำหรับบัตรคนจน: 2,000 บาทต่อเดือน ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่
  • กลุ่มภาษี: สมทบ 60/40 ใช้จ่ายวันละ 200 บาท
  • กลุ่มนอกระบบ: เติมเงิน 2,000 บาท

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ โครงการคนละครึ่งนี้จะเป็นตัวเร่งสำคัญในการกระตุ้นการบริโภค โดยเฉพาะในไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งจะช่วยให้ GDP โตได้ตามเป้า หากคุณเป็นหนึ่งในผู้มีสิทธิ์ อย่าลืมตรวจสอบและใช้สิทธิให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อช่วยตัวเองและชุมชน

สุดท้ายนี้ แนะนำให้ติดตามข่าวสารจากช่องทาง официальный เพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด และใช้จ่ายอย่างชาญฉลาดเพื่อเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

ที่มา – “คนละครึ่ง” ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรคนจน โอนเงินก้อนเข้าบัญชีรอบเดียว