วัน: 30 กันยายน 2025

สหรัฐฯ จ่อชัตดาวน์ หลังทรัมป์–เดโมแครตเจรจาล้มเหลว

สหรัฐฯ จ่อชัตดาวน์ หลังทรัมป์–เดโมแครตเจรจาล้มเหลว

สหรัฐอเมริกากำลังเผชิญกับสถานการณ์ตึงเครียดทางการเมืองครั้งใหญ่ เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และผู้นำพรรคเดโมแครตในสภาคองเกรส ไม่สามารถหาข้อตกลงเรื่องงบประมาณได้ ส่งผลให้รัฐบาลกลางใกล้เข้าสู่ภาวะ สหรัฐฯ จ่อชัตดาวน์ หลังทรัมป์–เดโมแครตเจรจาล้มเหลว ในคืนวันอังคารนี้ การปิดหน่วยงานรัฐบาลบางส่วนอาจเกิดขึ้น หากไม่มีการแก้ไขทันเวลา

สหรัฐฯ จ่อชัตดาวน์ หลังทรัมป์–เดโมแครตเจรจาล้มเหลว: สาเหตุหลักจากจุดยืนที่แข็งกร้าว

หลังจากการประชุมฉุกเฉินที่ทำเนียบขาว รองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยระบุว่า “เรากำลังมุ่งหน้าสู่การชัตดาวน์ เพราะพรรคเดโมแครตไม่ยอมทำสิ่งที่ถูกต้อง” เขายังกล่าวหาว่าพรรคเดโมแครตกำลังใช้กลยุทธ์ขู่ปิดรัฐบาลเพื่อบีบบังคับให้ได้ตามต้องการ ซึ่งถือเป็นการ “จ่อปืนที่ศีรษะของชาวอเมริกัน”

ในขณะเดียวกัน ชัค ชูเมอร์ ผู้นำวุฒิสภาจากพรรคเดโมแครต ยืนยันว่ายังคงมีความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ระหว่างสองฝ่าย โดยไม่มีสัญญาณใดๆ ที่บ่งชี้ว่าจะหลีกเลี่ยงการชัตดาวน์ได้ สถานการณ์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องงบประมาณ แต่เป็นการต่อสู้ทางการเมืองที่เข้มข้น

จุดยืนของแต่ละพรรคในเหตุการณ์สหรัฐฯ จ่อชัตดาวน์ หลังทรัมป์–เดโมแครตเจรจาล้มเหลว

พรรครีพับลิกัน ซึ่งสนับสนุนทรัมป์ ต้องการขยายเวลาการใช้งบประมาณในระดับปัจจุบันออกไปแบบชั่วคราว เพื่อ “เตะถ่วง” ปัญหาให้ล่วงหน้า พวกเขาพอใจกับการลดการใช้จ่ายที่รัฐบาลทรัมป์ดำเนินการเอง โดยไม่ต้องผ่านสภาคองเกรส ซึ่งรวมถึงการตัดงบประมาณในหลายโครงการ

ส่วนพรรคเดโมแครตยืนกรานที่จะยุติการปฏิบัติแบบนี้ และเรียกร้องข้อตกลงที่ชัดเจนเพื่อต่ออายุเงินอุดหนุนประกันสุขภาพสำหรับผู้มีรายได้น้อย ซึ่งจะหมดอายุในปลายปีนี้ พรรครีพับลิกันยังคงลังเลที่จะยอมรับประเด็นนี้ ทำให้การเจรจาติดขัด

  • รีพับลิกัน: มุ่งเน้นการลดค่าใช้จ่ายและงบประมาณชั่วคราว
  • เดโมแครต: เน้นสิทธิสุขภาพและข้อตกลงระยะยาว
  • ผลกระทบ: ชาวอเมริกันหลายล้านคนอาจได้รับผลกระทบจากบริการสาธารณะที่หยุดชะงัก

การต่อสู้นี้มีรากฐานมาจากการเมืองมากกว่านโยบาย พรรครีพับลิกันเชื่อว่าสามารถได้เปรียบ หากเดโมแครตถูกมองว่าเป็นฝ่ายเรียกร้องเงื่อนไขมากเกินไป ซึ่งมักนำไปสู่การตำหนิจากสาธารณชนเมื่อเกิดชัตดาวน์ แต่เดโมแครตมองว่าประเด็นสุขภาพเป็นจุดแข็งของพวกเขา และต้องการให้การถกเถียงมุ่งไปที่การสูญเสียความคุ้มครองประกันสุขภาพของประชาชน

ความซับซ้อนเพิ่มขึ้นเมื่อรีพับลิกันจำนวนมากดูเหมือนพอใจกับการชัตดาวน์ที่อาจยืดเยื้อ นายรัสส์ วอยต์ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณทำเนียบขาว ได้เผยแพร่บันทึกภายในที่ระบุว่ารัฐบาลทรัมป์จะใช้โอกาสนี้ลดค่าใช้จ่ายและการจ้างงานในระยะยาว โดยอาจปิดหน่วยงานหรือโครงการที่ไม่จำเป็นอย่างถาวร ซึ่งเชื่อมโยงกับนโยบาย “Doge” หรือกระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม ผู้นำเดโมแครตอย่างชูเมอร์ มองว่านี่เป็นเพียงกลยุทธ์ข่มขู่ โดยเรียกมันว่า “ความพยายามข่มขู่” และกล่าวหาทรัมป์ว่าพยายามไล่เจ้าหน้าที่รัฐตั้งแต่แรกเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง

回顾การชัตดาวน์ครั้งก่อนในวาระแรกของทรัมป์ ซึ่งยาวนานถึง 35 วัน ถือเป็นสถิติยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ สิ้นสุดลงด้วยการประท้วงของเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศที่ทำงานฟรี ส่งผลกระทบต่อการเดินทางทั่วประเทศ การชัตดาวน์ครั้งนี้ยังคงคาดเดาไม่ได้ และอาจนำไปสู่ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่รุนแรงยิ่งขึ้น

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ สถานการณ์ สหรัฐฯ จ่อชัตดาวน์ หลังทรัมป์–เดโมแครตเจรจาล้มเหลว สะท้อนถึงความแตกแยกทางการเมืองที่ลึกซึ้งในสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก หากยืดเยื้อ ชาวอเมริกันควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเข้าใจผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตประจำวัน

สุดท้ายนี้ การชัตดาวน์ไม่ใช่แค่ปัญหาภายใน แต่เป็นบทเรียนสำหรับการเมืองโลก หากคุณสนใจประเด็นนี้ อย่าลืมติดตามข่าวสารเพิ่มเติมและแบ่งปันความคิดเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อให้เราได้แลกเปลี่ยนมุมมองกัน

ที่มา – สหรัฐฯ จ่อชัตดาวน์ หลังทรัมป์–เดโมแครตเจรจาล้มเหลว

10 อันดับ เลขเด็ด 1/10/68: เลขดังงวดนี้ มาแรง!

มาแล้ว! 10 อันดับ “เลขเด็ด” ขายดีงวด 1 ตุลาคม 2568 คอหวยแห่ซื้อ “เลขดังงวดนี้” เกลี้ยงแผง พ่อค้าแม่ค้าบอกเลขมงคลก็ขายดีสุดๆ

วันที่ 30 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวไทยรัฐออนไลน์สำรวจแผงลอตเตอรี่ในกรุงเทพฯ และสอบถามพ่อค้าแม่ค้า พบว่าบรรยากาศการซื้อขาย “สลากกินแบ่ง” คึกคักเป็นพิเศษ ก่อนการออกรางวัลงวดวันที่ 1 ตุลาคม 2568 จากสำนักงานสนามบินน้ำ

“เลขดังงวดนี้” รวมถึง “เลขมงคล” เป็นที่ต้องการอย่างมาก ราคาพุ่งสูงจนหมดเกลี้ยงแผง เรามาดูกันว่า 10 อันดับลอตเตอรี่เลขท้าย 2 ตัวที่ได้รับความนิยมในโลกโซเชียลมีอะไรบ้าง:

  • 54
  • 32
  • 59
  • 68
  • 24
  • 18
  • 57
  • 92
  • 47
  • 09

10 อันดับ “เลขเด็ด” 1/10/68 เลขดังงวดนี้ ที่คอหวยตามหา

นอกจากนี้ ยังมีเลขอื่นๆ ที่น่าสนใจ ดังนี้:

เลขมงคล: 12, 73, 10 , 28, 728, 495, 904, 973, 972, 475, 902

เลขที่เกี่ยวข้องกับนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 (อนุทิน ชาญวีรกูล): 32, 13, 09, 58, 59, 311, 509, 333

เลขจากข่าวถนนทรุดหน้า รพ.วชิรพยาบาล: 45, 54, 854, 845, 32, 34, 432

เลขจากข่าวคนถูกหวยรางวัลที่ 1 มาแก้บน: 68, 86, 086

เลขเสี่ยงทาย “พญาบึ้ง”: 25, 72, 725

เลขปฎิทินจีน: 45, 36, 60, 456, 360

หวยไทยรัฐ: 6, 3, 1, 4, 2

วิเคราะห์ “เลขเด็ด” 1/10/68 และ “เลขดังงวดนี้”

จากข้อมูลที่รวบรวมมา จะเห็นได้ว่าเลข 32 และตระกูลเลข 4, 5, และ 9 มาแรงมากเป็นพิเศษ คอหวยหลายท่านอาจจะนำไปวิเคราะห์ต่อยอด หรือจะเลือกซื้อตามที่ชอบก็ได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลควรทำอย่างมีสติ และอยู่ในกำลังทรัพย์ที่เหมาะสม

สำหรับใครที่อยากชม “ถ่ายทอดสดการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล” งวดประจำวันที่ 1 ตุลาคม 2568 สามารถติดตามได้ทางไทยรัฐทีวี และไทยรัฐออนไลน์ ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป หรือจะตรวจผลรางวัลได้ที่ไทยรัฐออนไลน์เช่นกัน ขอให้ทุกท่านโชคดี!

การหา เลขเด็ด 1/10/68 และ เลขดังงวดนี้ เป็นเพียงความเชื่อส่วนบุคคล ควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน

ที่มา – 10 อันดับ “เลขเด็ด” 1/10/68 คอหวยกว้านซื้อ “เลขดังงวดนี้” หมดเกลี้ยงแผงแล้ว

รถหกล้อเสียหลัก พุ่งข้ามเลนชนประสานงากระบะ ตาย 1 เจ็บ 2 ราย

รถหกล้อเสียหลัก พุ่งข้ามเลนชนประสานงากระบะ ตาย 1 เจ็บ 2 ราย

อุบัติเหตุรุนแรงเกิดขึ้นบนถนนสุขุมวิทสายเก่า มุ่งหน้าบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อรถบรรทุกหกล้อเสียหลัก พุ่งข้ามเกาะกลางถนนชนประสานงากับรถกระบะที่ขับสวนมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 2 ราย เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้เห็นเหตุการณ์และญาติของผู้ประสบภัย

รถหกล้อเสียหลัก พุ่งข้ามเลนชนประสานงากระบะ ตาย 1 เจ็บ 2 ราย

เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 30 กันยายน 2568 พ.ต.ท.สมศักดิ์ ปวงสุข สว.(สอบสวน) สภ.บางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเหตุรถชนกันรุนแรงที่เส้นทางสุขุมวิทสายเก่า บริเวณหน้าเกษตรรุ่งเรือง หมู่ 11 ตำบลบางปะกง อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เจ้าหน้าที่รีบนำกำลังพลและหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา รวมถึงอุปกรณ์ตัดถ่าง เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที

ที่เกิดเหตุ พบรถบรรทุกหกล้อยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียนจังหวัดสมุทรปราการ พลิกคว่ำตะแคงขวางถนนทุกช่องทาง สภาพรถเสียหายหนัก โดยผู้ขับขี่คือนายกมล ผาสุก อายุ 45 ปี และน.ส.ลัดดาวัลย์ สิงแสง อายุ 43 ปี ซึ่งเป็นภรรยานั่งมาด้วยกัน ได้รับบาดเจ็บสาหัส หน่วยกู้ภัยได้ช่วยเหลือทั้งสองคนนำส่งโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 11 เพื่อรับการรักษาอาการบาดเจ็บทันที

ภาพอุบัติเหตุรถหกล้อเสียหลัก พุ่งข้ามเลนชนประสานงากระบะ ตาย 1 เจ็บ 2 ราย

ใกล้เคียงกัน พบรถกระบะยี่ห้อมาสด้า ไฟเตอร์ สีแดง ทะเบียนจังหวัดชลบุรี สภาพด้านหน้าพังยับเยินเป็นเศษเหล็ก น.ส.ระย้า อายุ 56 ปี ซึ่งเป็นผู้ขับ เสียชีวิตติดค้างอยู่ในซากรถ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องตัดถ่างช่วยนำร่างออกมาเพื่อชันสูตรเบื้องต้นที่โรงพยาบาลบางปะกง ระหว่างนั้นมีญาติที่นั่งรถผ่านมาพอดี รีบวิ่งข้ามถนนมาดู ก่อนจะร้องไห้โฮและเป็นลมไปด้วยความเสียใจ

สาเหตุเบื้องต้นของอุบัติเหตุรถหกล้อเสียหลัก พุ่งข้ามเลนชนประสานงากระบะ

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายกมล ผู้ขับรถบรรทุกหกล้อ ให้การว่าตนกำลังขับรถไปส่งสินค้า แต่พอมาถึงจุดเกิดเหตุ รถเกิดเสียหลักไม่ทราบสาเหตุ พุ่งข้ามเลนไปชนกับรถกระบะที่ขับสวนมาของน.ส.ระย้า ซึ่งเพิ่งกลับจากตลาดและกำลังมุ่งหน้ากลับบ้านที่สองคลอง แต่เกิดอุบัติเหตุก่อนถึงจุดหมาย ส่วนน.ส.ระย้าเสียชีวิตก่อนที่จะได้กลับบ้านอย่างน่าเศร้า

เหตุการณ์รถหกล้อเสียหลัก พุ่งข้ามเลนชนประสานงากระบะ ตาย 1 เจ็บ 2 ราย นี้ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความอันตรายบนท้องถนน โดยเฉพาะเส้นทางสุขุมวิทสายเก่าที่มีรถหนาแน่นและสภาพถนนที่อาจเสื่อมโทรม สาเหตุนี้อาจเกิดจากความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ การยึดเกาะของยางรถที่ไม่ดี หรือปัจจัยอื่นๆ เช่น ฝนตกหรือพื้นถนนลื่น

  • ความสำคัญของการตรวจสภาพรถ: ก่อนออกเดินทาง ควรตรวจเช็คยางรถ เบรก และระบบช่วงล่างให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันรถเสียหลัก
  • การขับขี่อย่างมีสติ: ผู้ขับขี่ควรพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์ขณะขับ และรักษาระยะห่างที่ปลอดภัย
  • การสวมเข็มขัดนิรภัย: ช่วยลดความรุนแรงของการบาดเจ็บในอุบัติเหตุรุนแรงแบบนี้

อุบัติเหตุบนถนนในประเทศไทยเกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยข้อมูลจากกรมทางหลวงขนส่งทางบก ระบุว่าปีละมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรนับหมื่นราย เหตุการณ์รถหกล้อเสียหลัก พุ่งข้ามเลนชนประสานงากระบะ ตาย 1 เจ็บ 2 ราย นี้ เตือนใจให้เราทุกคนตระหนักถึงความปลอดภัยในการขับขี่มากขึ้น การปฏิบัติตามกฎจราจรและการดูแลสภาพรถยนต์เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงได้

นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งปรับปรุงสภาพถนนสุขุมวิทสายเก่าให้มีเกาะกลางที่แข็งแรงและป้ายเตือนเพิ่มเติม เพื่อป้องกันอุบัติเหตุในอนาคต สำหรับผู้ที่สนใจเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน สามารถติดตามบทความเพิ่มเติมจากเราได้ เพื่อรับข้อมูลการขับขี่ที่ปลอดภัยและเคล็ดลับป้องกันอุบัติเหตุ

สุดท้ายนี้ ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และหวังว่าบทเรียนจากเหตุการณ์นี้จะช่วยให้ทุกคนขับขี่อย่างระมัดระวังมากขึ้น หากคุณมีประสบการณ์หรือคำแนะนำเกี่ยวกับอุบัติเหตุรถหกล้อเสียหลัก พุ่งข้ามเลนชนประสานงากระบะ ตาย 1 เจ็บ 2 ราย แชร์ให้เราฟังในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย

ที่มา – รถหกล้อเสียหลัก พุ่งข้ามเลนชนประสานงากระบะ ตาย 1 เจ็บ 2 ราย

นิโคล คิดแมน-คีธ เออร์บัน แยกทางกันแล้ว

นิโคล คิดแมน-คีธ เออร์บัน แยกทางกันแล้ว ปิดฉากชีวิตสมรส 19 ปี

ข่าวช็อกวงการบันเทิงโลกเมื่อสื่อหลายแห่งรายงานว่า นิโคล คิดแมน นักแสดงหญิงชื่อดังเจ้าของรางวัลออสการ์ และคีธ เออร์บัน นักร้องคันทรีชื่อดัง ได้ตัดสินใจแยกทางกันแล้ว หลังจากใช้ชีวิตสมรสด้วยกันมานานถึง 19 ปี การประกาศข่าวนี้ทำให้แฟนๆ ช็อกและเศร้าใจอย่างมาก เพราะทั้งคู่ถือเป็นคู่รักตัวอย่างในฮอลลีวูด

นิโคล คิดแมน-คีธ เออร์บัน แยกทางกันแล้ว ปิดฉากชีวิตสมรส 19 ปี

เว็บไซต์ TMZ เป็นสื่อที่รายงานข่าว นิโคล คิดแมน-คีธ เออร์บัน แยกทางกันแล้ว เป็นรายแรก โดยอ้างแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยตัวตน ระบุว่าทั้งคู่เริ่มแยกกันอยู่ตั้งแต่ช่วงต้นฤดูร้อน คีธ เออร์บันย้ายออกจากบ้านพักครอบครัวในเมืองแนชวิลล์ รัฐเทนเนสซี และไปซื้อบ้านใหม่ในเมืองเดียวกัน นิตยสาร People รายงานเพิ่มเติมว่านิโคล คิดแมน วัย 58 ปี ไม่เห็นด้วยกับการแยกทาง และพยายามต่อสู้เพื่อรักษาครอบครัวไว้ แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ

สำนักข่าว Reuters ยังไม่สามารถยืนยันข่าวนี้ได้ ขณะที่ตัวแทนประชาสัมพันธ์ของทั้งคู่ยังเงียบ ไม่แสดงความเห็นใดๆ ทำให้ข่าวนี้ยังคงเป็นข่าวลือที่กำลังร้อนแรงในโซเชียลมีเดีย

เส้นทางรักของนิโคล คิดแมนและคีธ เออร์บัน

นิโคล คิดแมนและคีธ เออร์บันพบกันครั้งแรกในเดือนมกราคมปี 2005 ที่งานอีเวนต์โปรโมตออสเตรเลียในฮอลลีวูด ทั้งคู่มีสองสัญชาติคืออเมริกาและออสเตรเลีย ก่อนเข้าพิธีสมรสที่ซิดนีย์ในปีถัดมา ชีวิตสมรสของพวกเขาดูอบอุ่น มีลูกสาวด้วยกัน 2 คน คือ ซันเดย์ โรส วัย 17 ปี และเฟธ มาร์กาเร็ต วัย 14 ปี นอกจากนี้ นิโคลยังมีบุตรบุญธรรม 2 คนจากแต่งงานครั้งก่อนกับทอม ครูซ

แม้จะมีข่าวลือการแยกทาง แต่ทั้งคู่เพิ่งโพสต์ภาพคู่ล่าสุด นิโคลโพสต์ฉลองครบรอบแต่งงานในเดือนมิถุนายน ขณะที่คีธโพสต์หลังงาน Academy of Country Music Awards ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเขาได้รับรางวัล ACM Triple Crown

  • นิโคล คิดแมน: ได้รับออสการ์จากบทเวอร์จิเนีย วูล์ฟ ใน The Hours ล่าสุดกำลังถ่ายทำ Practical Magic ภาคต่อกับแซนดร้า บูลล็อก
  • คีธ เออร์บัน: วัย 57 ปี กำลังทัวร์คอนเสิร์ตโปรโมตอัลบั้ม High ชุดที่ 11

การแยกทางครั้งนี้อาจมาจากตารางงานที่ยุ่งเหยิงของทั้งคู่ ที่ต้องเดินทางบ่อยและอยู่ห่างกันนานๆ แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด มันก็เป็นบทเรียนให้เห็นว่าชีวิตฮอลลีวูดไม่ง่าย

ข่าว นิโคล คิดแมน-คิดแมน-คีธ เออร์บัน แยกทางกันแล้ว ทำให้เราคิดถึงความสำคัญของการสื่อสารในความสัมพันธ์ หากคุณเป็นแฟนคลับ ลองติดตามอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดข่าวบันเทิงล่าสุด

ในมุมมองของผม การแยกทางหลัง 19 ปีไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นการเริ่มต้นใหม่ที่อาจนำมาซึ่งความสุขที่แท้จริงให้ทั้งคู่ ขอให้พวกเขาพบทางที่ดีที่สุดต่อไป

ที่มา – นิโคล คิดแมน-คีธ เออร์บัน แยกทางกันแล้ว ปิดฉากชีวิตสมรส 19 ปี

คาด เข้าไทยปีหน้า MAZDA CX-6e ชาร์จเต็มวิ่งไกล 600 กิโลเมตร

คาด เข้าไทยปีหน้า MAZDA CX-6e ชาร์จเต็มวิ่งไกล 600 กิโลเมตร

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวรถยนต์ไฟฟ้า! วันนี้เรามีข่าวดีมาบอกสำหรับคนที่กำลังมองหารถ SUV ไฟฟ้าคันใหม่ ในที่สุด Mazda ก็เตรียมส่ง MAZDA CX-6e เข้าตลาดไทยปีหน้าแล้วนะ คาดว่า คาด เข้าไทยปีหน้า MAZDA CX-6e ชาร์จเต็มวิ่งไกล 600 กิโลเมตร จะเป็นหนึ่งในรถที่หลายคนรอคอย เพราะมันมาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยจากความร่วมมือระหว่าง Mazda และ Changan รถคันนี้เปิดตัวครั้งแรกในจีนปี 2025 และพร้อมบุกตลาดโลก รวมถึงไทยด้วย ด้วยราคาเริ่มต้นที่จับต้องได้ แถมวิ่งไกลแบบไม่ต้องห่วงแบต

สเปกเด็ดของ MAZDA CX-6e ที่ทำให้ใจละลาย

มาดูรายละเอียดกันเลย สำหรับรุ่น PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) ที่มีทั้งไฟฟ้าล้วนและเครื่องยนต์ช่วย Mazda CX-6e ใช้เครื่องเบนซิน 1.5 ลิตร 4 สูบ กำลัง 98 แรงม้า ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้า 255 แรงม้า รวมพลังทะลุ 258 แรงม้า แรงบิด 320 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหลัง RWD แบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาด 31.73 kWh ชาร์จเต็มวิ่งไฟฟ้าล้วนได้ 160 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) ถังน้ำมัน 45 ลิตร ทำให้รวมๆ แล้ววิ่งไกลสุดๆ

ส่วนรุ่น EV ไฟฟ้าล้วนยิ่งน่าตื่นเต้น! แบตเตอรี่ใหญ่ 77.94 kWh (หรือ 80 kWh ตามสเปก) มอเตอร์ 255 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 175 กม./ชม. และที่สำคัญ ชาร์จเต็มวิ่งไกล 600 กิโลเมตร ตามที่ Mazda เคลม ทำให้เหมาะกับการเดินทางไกลในไทยโดยไม่ต้องชาร์จบ่อยๆ รุ่นย่อยมี Base EV ราคา 139,900 หยวน (ราว 631,550 บาท), Pro 149,900 หยวน (676,490 บาท) และ Max 160,900 หยวน (726,090 บาท) ราคาในจีนนะ แต่คาดว่าไทยจะปรับตามภาษีรถ EV จากจีนที่ลดลง

  • มิติตัวถัง: ยาว 4,850 มม., กว้าง 1,935 มม., สูง 1,620 มม., ฐานล้อ 2,902 มม.
  • ห้องโดยสาร: กว้างขวาง นั่งได้ 5 คน พับเบาะหลังได้ 350-2,306 ลิตร
  • เทคโนโลยี: จอกลาง 26.5 นิ้ว ความละเอียด 5K, HUD 100 นิ้ว, กล้องมองข้างแทนกระจก

รูปลักษณ์ภายนอกของ Mazda CX-6e มาในสไตล์ครอสโอเวอร์กลาง คล้าย CX-30 แต่ใหญ่กว่า ด้านหน้าโฉบเฉี่ยวตามเอกลักษณ์ Mazda ภายในแตกต่างจากรถญี่ปุ่นทั่วไป มีจอใหญ่ๆ ที่ทั้งคนขับและผู้โดยสารใช้งานได้สะดวก แถมระบบอินโฟเทนเมนต์ล้ำๆ ทำให้ขับสนุกและปลอดภัย

ทำไม Mazda CX-6e ถึงเหมาะกับตลาดไทย?

ในไทยที่กำลังบูมรถ EV Mazda CX-6e ตอบโจทย์เพราะราคาไม่แพง เริ่มต้นราว 5 แสนบาทในจีน และด้วยภาษีนำเข้าจากจีนที่ลดลง คาดว่าราคาไทยจะแข่งขันได้ดีกับคู่แข่งอย่าง BYD หรือ MG วิ่งไกล 600 กม. เหมาะกับถนนไทยที่ยาวไกล แถมเป็น RWD ขับมันส์ นอกจากนี้ยังมีรุ่น PHEV สำหรับคนกลัวแบตหมดระหว่างทาง

การส่งออกไปทั่วโลกเริ่มปี 2026 และไทยอยู่ในแผนแน่นอน เพราะรัฐบาลสนับสนุน EV จากจีน ถ้าคุณกำลังมองหารถไฟฟ้าที่ผสมผสานความหรูญี่ปุ่นกับราคาจีน Mazda CX-6e คือตัวเลือกที่น่าจับตา

ส่วนตัวผมคิดว่า Mazda CX-6e จะเปลี่ยนเกมในตลาด SUV ไฟฟ้าไทย เพราะมันไม่ใช่แค่รถ แต่เป็นอนาคตที่ขับง่าย ประหยัด และเท่ ถ้าสนใจ อย่าลืมติดตามอัปเดตจากเรา จะมีรีวิวจริงๆ เมื่อเข้าไทยนะ!

ที่มา – คาด เข้าไทยปีหน้า MAZDA CX-6e ชาร์จเต็มวิ่งไกล 600 กิโลเมตร

แห่ขอเลขเด็ดท้าวเวสสุวรรณ แม่ตะเคียน 1/10/68

ชาวบ้านแห่ขอเลขเด็ดท้าวเวสสุวรรณ แม่ตะเคียน วัดไร่ตาพุฒ ที่เพชรบูรณ์ เสี่ยงโชคงวด 1/10/68 หลังงวดที่แล้วได้โชคติดไม้ติดมือกันไปหลายราย

เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 29 กันยายน 2568 ที่วัดไร่ตาพุฒ ตำบลสามแยก อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้มีชาวบ้านจำนวนมากเดินทางมาไหว้ขอโชคลาภจากเจ้าแม่ตอตะเคียนสองคนโอบ และท้าวเวสสุวรรณที่ประดิษฐานอยู่ภายในวัด หลังจากงวดก่อนหน้านี้ มีผู้โชคดีได้เลขเด็ด “46” และนำไปเสี่ยงโชคจนได้รับทรัพย์กันไปถ้วนหน้า

แห่ขอเลขเด็ดท้าวเวสสุวรรณ แม่ตะเคียน

เมื่อเดินทางไปถึงวัด ก็พบกับภาพของชาวบ้านจำนวนมากที่กำลังจุดธูปกราบไหว้ขอโชคลาภจากเจ้าแม่ตะเคียนตอใหญ่ หลายคนนำแป้งมาลูบเพื่อขอเลขเด็ด ซึ่งบางคนก็เห็นเป็นเลข 54 แล้วแต่ดวงของแต่ละคน จากนั้นก็มีการอธิษฐานเสี่ยงเซียมซีจากเจ้าแม่ตะเคียน ซึ่งได้เลข 833 ทำเอาบรรดาคอหวยต่างรีบจดใส่กระดาษเพื่อนำไปเสี่ยงโชคกันอย่างคึกคัก

หลังจากนั้น ชาวบ้านได้ร่วมกันจุดธูปบูชาไหว้ท้าวเวสสุวรรณ ขอให้เปิดทรัพย์ ปลดทุกข์ ดับโศก และให้ตัวแทนจำนวนสามคนทำการล้วงไหตัวเลข คนละหนึ่งใบ ซึ่งเลขที่ได้คือ 311

จากการสอบถาม นายวิชัย อุ่ณชาติ อายุ 65 ปี ชาวบ้านตำบลสามแยก ได้เล่าว่า ในงวดที่แล้ว ตนเองได้รับโชคจากการถูกเลขท้าย 2 ตัว ทำให้ในงวดนี้ ตนและชาวบ้านใกล้เคียงจึงได้เดินทางมาขอโชคลาภกันอีกครั้ง เพราะหวังว่าจะมีโชคลาภเป็นงวดที่สองติดต่อกัน

แห่ขอเลขเด็ดท้าวเวสสุวรรณ แม่ตะเคียน

แห่ขอเลขเด็ดท้าวเวสสุวรรณ แม่ตะเคียน

ทำไมผู้คนถึงแห่ขอเลขเด็ดท้าวเวสสุวรรณ แม่ตะเคียน?

การแห่ขอเลขเด็ดท้าวเวสสุวรรณ แม่ตะเคียน สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อและความหวังของผู้คนในการแสวงหาโชคลาภ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจไม่แน่นอน หลายคนมองหาที่พึ่งทางใจ และความเชื่อทางไสยศาสตร์ก็เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน การได้เลขเด็ดจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือ จึงเป็นเหมือนการเติมเต็มความหวัง และสร้างกำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไป

นอกจากนี้ การที่วัดไร่ตาพุฒมีชื่อเสียงในเรื่องของการให้โชคลาภ ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดให้ผู้คนจากทั่วสารทิศเดินทางมาเพื่อแห่ขอเลขเด็ดท้าวเวสสุวรรณ แม่ตะเคียน กันอย่างไม่ขาดสาย บรรยากาศที่คึกคัก และเรื่องราวของผู้ที่เคยได้รับโชค ก็ยิ่งเป็นแรงกระตุ้นให้ผู้คนอยากจะลองเสี่ยงโชคด้วยตัวเอง

สำหรับใครที่กำลังมองหาเลขเด็ดงวด 1/10/68 ก็ลองพิจารณาเลขที่ได้จากวัดไร่ตาพุฒดูนะครับ แต่ก็อย่าลืมว่าการเสี่ยงโชคเป็นเพียงส่วนหนึ่งของชีวิต การทำงานหนัก และการใช้ชีวิตอย่างมีสติ ก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน ขอให้ทุกท่านโชคดีครับ

ที่มา – แห่ขอเลขเด็ดท้าวเวสสุวรรณ แม่ตะเคียน เสี่ยงโชคงวด 1/10/68 หลังได้โชคงวดที่ผ่านมา

“เอกนิติ” เผย “คนละครึ่ง” ไม่ทัน ครม.วันนี้

“เอกนิติ” เผย “คนละครึ่ง” ไม่ทัน ครม.วันนี้ ยัน ดำเนินการในตุลาคมแน่นอน

ในสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังคงท้าทายสำหรับประชาชนชาวไทย โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่าง “คนละครึ่ง” ถือเป็นหนึ่งในมาตรการที่หลายคนเฝ้ารอคอย เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ ล่าสุด มีข่าวอัปเดตสำคัญจากนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการนี้ โดยยืนยันว่าจะเริ่มดำเนินการได้แน่นอนในเดือนตุลาคมนี้ แม้จะไม่ทันพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ก็ตาม

“เอกนิติ” เผย “คนละครึ่ง” ไม่ทัน ครม.วันนี้

เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 30 กันยายน 2567 นายเอกนิติ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่รัฐสภา ระหว่างการประชุมครม.ในช่วงเย็นของวันเดียวกัน โดยชี้แจงว่า “เอกนิติ” เผย “คนละครึ่ง” ไม่ทัน ครม.วันนี้ เนื่องจากขั้นตอนการพิจารณายังไม่สมบูรณ์พอที่จะนำเข้าสู่ที่ประชุมได้ทันเวลา แต่คาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาในสัปดาห์หน้า แม้จะมีสาเหตุบางประการที่ทำให้ล่าช้า แต่รัฐบาลยืนยันชัดเจนว่าโครงการจะคิกออฟได้ภายในเดือนตุลาคมนี้ โดยไม่กระทบต่อกำหนดการหลัก

โครงการคนละครึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังโควิด-19 ที่รัฐบาลไทยเคยประสบความสำเร็จในเฟสก่อนๆ โดยช่วยให้ประชาชนสามารถซื้อสินค้าและบริการในราคาที่ถูกลง โดยรัฐช่วยแบ่งชำระบางส่วน สิ่งนี้ไม่เพียงช่วยเหลือประชาชนชั้นล่างและรายได้ปานกลาง แต่ยังช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะร้านค้าขนาดเล็กและตลาดนัดท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดใหญ่

ความคืบหน้าและสาเหตุที่ล่าช้า

สำหรับสาเหตุที่ “คนละครึ่ง” ไม่ทันพิจารณาในครม.วันนี้ นายเอกนิติระบุว่าต้องรอการชี้แจงเพิ่มเติม แต่จากข้อมูลเบื้องต้น คาดว่าอาจเกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างงบประมาณและการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้เร่งรัดกระบวนการเพื่อให้ทันตามกำหนด โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวจากอัตราเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น

นอกจากนี้ ในที่ประชุมครม.วันนี้ ยังมีวาระสำคัญอื่นๆ ที่จะพิจารณา โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณประจำปี 2568 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของปีงบประมาณปัจจุบัน รัฐบาลจะนำงบประมาณเหล่านี้ไปใช้ในหลายส่วน เช่น การรักษาวินัยการเงินการคลัง การคืนหนี้ให้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และการสนับสนุนโครงการต่างๆ ที่ช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อย สิ่งเหล่านี้ล้วนเชื่อมโยงกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างคนละครึ่ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

การที่ “เอกนิติ” เผย “คนละครึ่ง” ไม่ทัน ครม.วันนี้ แต่ยันว่าจะดำเนินการในตุลาคมแน่นอน ถือเป็นสัญญาณบวกสำหรับประชาชนที่กำลังรอคอย โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่หวังพึ่งพามาตรการนี้ในการลดค่าใช้จ่ายประจำวัน จากข้อมูลในอดีต โครงการคนละครึ่งเฟสก่อนหน้าเคยช่วยหมุนเวียนเงินในระบบเศรษฐกิจกว่า 100,000 ล้านบาท และสร้างรายได้ให้ร้านค้าท้องถิ่นนับไม่ถ้วน หากเฟสใหม่นี้เริ่มต้นตามกำหนด คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการบริโภคช่วงปลายปีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจแนะนำให้ประชาชนเตรียมตัวโดยลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังให้พร้อม เพื่อไม่ให้พลาดสิทธิ์ นอกจากนี้ ยังควรติดตามข่าวสารจากช่องทางอย่างเป็นทางการ เพื่ออัปเดตเงื่อนไขและขอบเขตล่าสุดของโครงการ

  • ลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อรับสิทธิ์ทันที
  • ตรวจสอบร้านค้าที่เข้าร่วมใกล้บ้าน
  • ใช้จ่ายอย่างมีสติเพื่อประโยชน์สูงสุด

ในมุมมองของผู้เขียน โครงการนี้ไม่เพียงช่วยเศรษฐกิจระยะสั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างฐานะมั่นคงให้ประชาชน หากรัฐบาลสามารถจัดการขั้นตอนได้รวดเร็วตามที่ยืนยัน จะช่วยเสริมภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือของนโยบายเศรษฐกิจไทยได้อย่างมาก สุดท้าย ชวนทุกท่านติดตามความคืบหน้าและแบ่งปันประสบการณ์การใช้โครงการคนละครึ่งในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกันนะคะ

ที่มา – “เอกนิติ” เผย “คนละครึ่ง” ไม่ทัน ครม.วันนี้ ยัน ดำเนินการในตุลาคมแน่นอน

ศาลนัดสืบพยานโจทก์คดียิง “ลิม กิมยา” อดีต สส.ฝ่ายค้านกัมพูชา

ศาลนัดสืบพยานโจทก์คดียิง “ลิม กิมยา” อดีต สส.ฝ่ายค้านกัมพูชา

ในวันที่ 30 กันยายน 2568 เวลา 09.00 น. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ ได้มีการนัดสืบพยานโจทก์ในคดีสำคัญที่กำลังเป็นที่สนใจของสาธารณชน นั่นคือคดีที่นายเอกลักษณ์ แพน้อย หรือที่รู้จักในชื่อ จ่าเอ็ม ถูกกล่าวหาว่าใช้อาวุธปืนยิงนายลิม กิมยา อดีตสมาชิกรัฐสภาฝ่ายค้านจากพรรคกู้ชาติกัมพูชา วัย 74 ปี จนเสียชีวิต ณ บริเวณตรงข้ามวัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2568 เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่สร้างความสะเทือนใจให้กับชุมชนชาวกัมพูชาที่อาศัยอยู่ในไทยเท่านั้น แต่ยังจุดประกายให้เกิดการถกเถียงเกี่ยวกับความมั่นคงและสิทธิทางการเมืองข้ามพรมแดน

ศาลนัดสืบพยานโจทก์คดียิง “ลิม กิมยา” อดีต สส.ฝ่ายค้านกัมพูชา

การนัดสืบพยานโจทก์ในครั้งนี้เริ่มต้นอย่างเป็นทางการเวลา 10.00 น. โดยนางแอนาลิม อนิ ภรรยาของผู้เสียชีวิต ได้เดินทางมาที่ศาลพร้อมกับทีมทนายความ เพื่อให้การในฐานะพยานหลัก คดีนี้ถูกติดตามอย่างใกล้ชิดจากทั้งสื่อไทยและสื่อต่างประเทศ เนื่องจากนายลิม กิมยา เป็นนักการเมืองฝ่ายค้านที่มีบทบาทสำคัญในการต่อต้านรัฐบาลกัมพูชา และการลอบสังหารเขาได้รับการมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการปราบปรามฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง

จากข้อมูลเบื้องต้น จ่าเอ็ม ถูกจับกุมหลังจากเกิดเหตุทันที และยอมรับสารภาพต่อตำรวจว่าได้รับการว่าจ้างจากกลุ่มบุคคลที่ไม่เปิดเผยตัว แต่รายละเอียดเพิ่มเติมยังคงเป็นปริศนาที่รอการคลี่คลายในศาล การสืบพยานครั้งนี้คาดว่าจะมีพยานสำคัญหลายปาก รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าจับกุม และผู้เห็นเหตุการณ์ ซึ่งอาจช่วยเชื่อมโยงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เช่น กระสุนปืนและรอยนิ้วมือบนอาวุธ

บริบทของคดีและผลกระทบต่อชุมชน

คดีศาลนัดสืบพยานโจทก์คดียิง “ลิม กิมยา” อดีต สส.ฝ่ายค้านกัมพูชา นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมืองในกัมพูชา พรรคกู้ชาติกัมพูชา ซึ่งนายลิม กิมยา เป็นสมาชิก ได้ถูกยุบพรรคโดยรัฐบาลเมื่อปี 2566 ทำให้สมาชิกหลายคนต้องลี้ภัยไปยังไทยและประเทศอื่นๆ เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดคำถามถึงความปลอดภัยของนักกิจกรรมทางการเมืองที่ลี้ภัย และบทบาทของเจ้าหน้าที่ไทยในการปกป้องสิทธิของพวกเขา

นอกจากนี้ คดีนี้ยังสะท้อนถึงปัญหาการลักลอบใช้อาวุธปืนในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นประเด็นที่หน่วยงานความมั่นคงต้องเร่งแก้ไข ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายชี้ว่าหากศาลพิสูจน์ได้ว่ามีการสมรู้ร่วมคิดจากต่างประเทศ คดีนี้อาจขยายวงไปสู่การสอบสวนระดับนานาชาติ

  • หลักฐานสำคัญในคดี: ภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณวัดบวรนิเวศวิหาร
  • บทบาทของพยาน: ภรรยาและเพื่อนร่วมพรรค
  • ผลกระทบ: เสริมสร้างความตระหนักเรื่องสิทธิผู้ลี้ภัย

การพิจารณาคดีครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการแสวงหาความยุติธรรมสำหรับนายลิม กิมยาเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสในการตรวจสอบระบบยุติธรรมไทยว่าสามารถจัดการกับคดีข้ามชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ ชาวชุมชนชาวกัมพูชาในไทยหลายคนได้รวมตัวกันหน้าศาล เพื่อเรียกร้องให้เกิดความโปร่งใสในกระบวนการ

ในมุมมองของผู้เขียน คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าความขัดแย้งทางการเมืองไม่ควรลุกลามมาถึงการสูญเสียชีวิต และไทยในฐานะประเทศเพื่อนบ้านควรมีมาตรการป้องกันที่เข้มงวดยิ่งขึ้น หากคุณสนใจติดตามพัฒนาการของคดีนี้ อย่าลืมติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัย

ที่มา – ศาลนัดสืบพยานโจทก์คดียิง “ลิม กิมยา” อดีต สส.ฝ่ายค้านกัมพูชา

อ.พิมาย ปักธงแดง เตือนน้ำท่วมหลังพายุบัวลอย

อ.พิมาย ปักธงแดง แจ้งเตือนน้ำท่วม หลังพายุบัวลอยทำอ่างหลายแห่งล้นสปิลเวย์

อ.พิมาย จังหวัดนครราชสีมา กำลังเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมที่รุนแรง หลังจากพายุดักบัวลอยพัดผ่าน ทำให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำหลายแห่งล้นสปิลเวย์ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้ประกาศแจ้งเตือนโดยการปักธงแดง สัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุด เพื่อให้ประชาชนเตรียมตัวรับมือกับน้ำท่วมที่อาจกระทบต่อบ้านเรือน โบราณสถาน และเศรษฐกิจท้องถิ่น

จากรายงานล่าสุดในวันที่ 30 กันยายน 2568 พายุดักบัวลอยได้นำฝนตกหนักมาสู่พื้นที่ ทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนพิมายเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันน้ำในเขื่อนมีปริมาณ 4,257,000 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเกินความจุเก็บกักถึง 117.97% เจ้าหน้าที่จึงต้องเร่งระบายน้ำออกสู่ลำน้ำมูลด้านท้ายเขื่อน เพื่อป้องกันการล้นทะลักที่อาจเกิดขึ้น หากมวลน้ำก้อนใหม่ยังคงไหลบ่ามาอย่างต่อเนื่อง

ภาพน้ำล้นเขื่อนพิมาย

ผลกระทบจากฝนที่ตกสะสมเหนือเขื่อน ทำให้ระดับน้ำเริ่มเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ชุมชน โดยเฉพาะในเขตเทศบาลตำบลพิมาย ชาวบ้านหลายครัวเรือนเริ่มได้รับผลกระทบ เจ้าหน้าที่จากกองช่างเทศบาลจึงรีบนำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่มาติดตั้ง เพื่อสูบน้ำออกจากพื้นที่เสี่ยง มาตรการนี้มุ่งปกป้องแหล่งเศรษฐกิจสำคัญ เช่น ตลาดและร้านค้า รวมถึงโบราณสถานหินพิมายและพิพิธภัณฑ์แห่งชาติพิมาย ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ไม่สามารถเสียหายได้

อ.พิมาย ปักธงแดง แจ้งเตือนน้ำท่วม หลังพายุบัวลอยทำอ่างหลายแห่งล้นสปิลเวย์

นายก้องเกียรติ วิชชาพิณ นายกเทศมนตรีตำบลพิมาย ได้ออกประกาศอย่างเป็นทางการ โดยใช้ธงแดงเป็นสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุด แจ้งให้ประชาชนในพื้นที่ทราบถึงความเสี่ยงน้ำท่วมที่เพิ่มขึ้น ประชาชนควรติดตามประกาศจากทางการอย่างใกล้ชิด และเตรียมย้ายสิ่งของมีค่าขึ้นที่สูง รวมถึงหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม

ภาพเครื่องสูบน้ำที่พิมาย

มาตรการป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่พิมาย

นอกจากการติดตั้งเครื่องสูบน้ำแล้ว เจ้าหน้าที่ยังได้วางแผนขุดลอกคูคลองเพื่อเพิ่มการไหลของน้ำ และประสานงานกับหน่วยงานชลประทานในการควบคุมการระบายน้ำจากเขื่อนใหญ่ใกล้เคียง พื้นที่เกษตรกรรมซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของชาวบ้าน ก็ได้รับคำแนะนำให้เก็บเกี่ยวผลผลิตล่วงหน้า หากฝนยังคงตกหนักต่อไป สถานการณ์อาจรุนแรงยิ่งขึ้น ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวที่พึ่งพาปราสาทหินพิมายเป็นหลัก

ในช่วงฤดูฝนแบบนี้ พื้นที่ภาคอีสานอย่างนครราชสีมา มักเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมจากพายุหมุนเขตร้อน การเตรียมพร้อมของชุมชนจึงเป็นสิ่งสำคัญ ชาวบ้านในอ.พิมายต่างร่วมมือกัน โดยบางครัวเรือนได้ช่วยกันเสริมคันดินรอบบ้านเพื่อป้องกันน้ำไหลบ่า นอกจากนี้ หน่วยกู้ภัยท้องถิ่นยังคงเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง เพื่อให้ความช่วยเหลือทันท่วงทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน

ภาพประกาศเตือนน้ำท่วมภาพผลกระทบนน้ำท่วมพิมาย

  • ติดตามพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างสม่ำเสมอ
  • เตรียมถุงทรายและอุปกรณ์ป้องกันน้ำท่วม
  • หลีกเลี่ยงเส้นทางเสี่ยงและเก็บเอกสารสำคัญไว้ในที่ปลอดภัย

สถานการณ์น้ำท่วมในอ.พิมายนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงผลกระทบจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ผู้ประกอบการท่องเที่ยวควรปรับแผนเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว หากคุณอาศัยในพื้นที่ใกล้เคียง แนะนำให้ตรวจสอบระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำท้องถิ่น และเตรียมแผนอพยพหากจำเป็น เพื่อลดความเสียหายให้เหลือน้อยที่สุด

สุดท้ายนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่พิมายและใกล้เคียงช่วยกันเฝ้าระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ หากมีข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติม เราจะนำเสนอให้ทราบต่อไป

ที่มา – อ.พิมาย ปักธงแดง แจ้งเตือนน้ำท่วม หลังพายุบัวลอยทำอ่างหลายแห่งล้นสปิลเวย์