วัน: 30 กันยายน 2025

ประกาศสุดท้ายพายุบัวลอยเตือน34จังหวัดฝนตกหนัก

วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องที่หลายคนกำลังกังวลกันอยู่ นั่นคือ ประกาศฉบับสุดท้าย “พายุบัวลอย” เตือน 34 จังหวัด ได้รับผลกระทบจาก “ฝนตกหนัก” จากกรมอุตุนิยมวิทยา ที่เพิ่งออกมาเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568 ซึ่งเป็นฉบับที่ 15 และถือเป็นประกาศสุดท้ายสำหรับเหตุการณ์นี้เลยทีเดียว หย่อมความกดอากาศต่ำที่อ่อนกำลังลงจากพายุบัวลอย ปกคลุมบริเวณประเทศเมียนมาตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้ทั่วประเทศมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงต่างๆ

สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ใน 34 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ กรมอุตุฯ แนะนำให้เตรียมตัวรับมือกับฝนตกหนักที่อาจนำมาซึ่งน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และที่เคยน้ำท่วมขังมาก่อน ควรตรวจสอบสภาพแวดล้อมรอบบ้าน เก็บของมีค่าขึ้นที่สูง และหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านพื้นที่เสี่ยงในช่วงนี้

ประกาศฉบับสุดท้าย “พายุบัวลอย” เตือน 34 จังหวัด ได้รับผลกระทบจาก “ฝนตกหนัก”

ประกาศนี้ครอบคลุมหลายภาคทั่วประเทศ โดยวันที่ 30 กันยายน 2568 คาดว่าฝนจะตกหนักในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้บางส่วน มาดูรายชื่อจังหวัดกันแบบละเอียดเลยนะครับ

รายชื่อจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากประกาศฉบับสุดท้าย พายุบัวลอย

  • ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, เชียงราย, ลำพูน, ลำปาง, พะเยา, น่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, สุโขทัย, ตาก, กำแพงเพชร, พิษณุโลก, พิจิตร, เพชรบูรณ์ – พื้นที่เหล่านี้เสี่ยงน้ำป่าไหลหลากสูงมาก เนื่องจากเป็นภูเขาและลุ่มน้ำ
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย, หนองคาย, บึงกาฬ, หนองบัวลำภู, อุดรธานี, ชัยภูมิ – ฝนสะสมอาจทำให้เกิดน้ำท่วมในที่ราบ
  • ภาคกลาง: นครสวรรค์, อุทัยธานี, ชัยนาท, ลพบุรี, กาญจนบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล – กรุงเทพฯ เองก็เสี่ยงน้ำท่วมขังในซอยต่างๆ ควรเตรียมแผนสำรองการเดินทาง
  • ภาคตะวันออก: ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด – ชายฝั่งตะวันออกอาจมีลมแรงและคลื่นสูง
  • ภาคใต้: ระนอง, พังงา – ทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองสูงกว่า 3 เมตร

นอกจากนี้ ยังมีคำเตือนสำหรับชาวเรือด้วยนะครับ ทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง คลื่นสูง 2-3 เมตร และสูงมากกว่า 3 เมตรในจุดที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบน คลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงพื้นที่ฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กในทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งอีก 1 วัน

ประกาศฉบับสุดท้าย “พายุบัวลอย” เตือน 34 จังหวัด ได้รับผลกระทบจาก “ฝนตกหนัก” นี้เป็นสัญญาณว่าสถานการณ์กำลังคลี่คลาย แต่ก็ยังต้องเฝ้าระวังต่อไป กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเพื่อให้ประชาชนเตรียมพร้อม ลดความเสียหายจากภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้น ในช่วงฤดูฝนแบบนี้ การมีข้อมูลล่วงหน้าช่วยให้เราจัดการชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเลื่อนกิจกรรมกลางแจ้งหรือเตรียมเสบียงอาหาร

จากประสบการณ์ในอดีต พายุและฝนตกหนักมักนำมาซึ่งความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน แต่ด้วยเทคโนโลยีการพยากรณ์ที่ทันสมัยมากขึ้น อย่างเช่นดาวเทียมและแบบจำลองสภาพอากาศ เราสามารถรับมือได้ดีกว่าเดิม หากคุณอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ลองเช็คสภาพหลังคาบ้าน ระบบระบายน้ำ และมีแผนอพยพหากจำเป็น อย่าลืมติดตามข้อมูลอัปเดตจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ

เพื่อความปลอดภัย สิ่งสำคัญคือการเตรียมพร้อมส่วนบุคคล เช่น เก็บเอกสารสำคัญในที่สูง สวมเสื้อกันฝน และหลีกเลี่ยงการข้ามสะพานน้ำท่วม นอกจากนี้ รัฐบาลและหน่วยงานท้องถิ่นก็ควรทำงานร่วมกันในการจัดการน้ำและแจกจ่ายถุงยังชีพให้ผู้ประสบภัย

ในมุมมองของผม สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วแบบนี้เป็นผลจากภาวะโลกร้อน เราควรช่วยกันลดการปล่อยคาร์บอนเพื่อป้องกันพายุที่รุนแรงขึ้นในอนาคต หวังว่าประกาศนี้จะช่วยให้ทุกคนผ่านพ้นไปอย่างราบรื่น หากมีคำถามเพิ่มเติม สามารถคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยครับ หรือติดตามข่าวสาร气象เพิ่มเติมเพื่ออัปเดตสถานการณ์

ที่มา – ประกาศฉบับสุดท้าย “พายุบัวลอย” เตือน 34 จังหวัด ได้รับผลกระทบจาก “ฝนตกหนัก”

กองทัพภาคที่ 2 สร้างถนนภูมะเขือ ก้าวหน้า 70%

กองทัพภาคที่ 2 เดินหน้าสร้างถนนขึ้น “ภูมะเขือ” ในจังหวัดศรีสะเกษ อย่างต่อเนื่อง โดยโครงการนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก เนื่องจากจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตในพื้นที่ชายแดนให้ดีขึ้นอย่างมาก ไม่เพียงแต่รองรับการปฏิบัติทางทหารเท่านั้น แต่ยังเป็นประโยชน์โดยตรงต่อชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณนั้น ทำให้การเดินทางสะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น

กองทัพภาคที่ 2 เดินหน้าสร้างถนนขึ้น ภูมะเขือ ปัจจุบันก้าวหน้ากว่า 70%

ตามรายงานล่าสุดเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568 กองทัพบก โดยกองทัพภาคที่ 2 ได้ร่วมมือกับกองบัญชาการกองทัพไทย หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา สำนักงานพัฒนาภาคที่ 5 และหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 53 ในการเร่งก่อสร้างถนนเส้นนี้ ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ โครงการกองทัพภาคที่ 2 เดินหน้าสร้างถนนขึ้น ภูมะเขือ ปัจจุบันก้าวหน้ากว่า 70% แล้ว แม้จะเผชิญกับอุปสรรคจากฝนตกหนักที่ทำให้การถมดินและบดอัดลูกรังต้องชะลอตัวลง แต่ทีมงานยังคงยึดมั่นในมาตรฐานคุณภาพสูงสุด เพื่อให้ถนนเส้นนี้มีความแข็งแรงและใช้งานได้ยาวนาน

ภูมะเขือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญบริเวณชายแดน การมีถนนที่มั่นคงจะช่วยให้กำลังพลทางทหารสามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะเดียวกัน ชาวบ้านในพื้นที่ก็จะได้รับประโยชน์โดยตรง เช่น การขนส่งสินค้าเกษตรกรรมที่ง่ายดายขึ้น ลดต้นทุนและเวลาในการเดินทาง รวมถึงการเข้าถึงบริการสาธารณสุขและการศึกษาที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น โครงการนี้จึงไม่ใช่แค่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แต่ยังเป็นการสร้างความมั่นคงและความผาสุกให้กับชุมชนชายแดนอย่างแท้จริง

ความก้าวหน้าและอุปสรรคในโครงการกองทัพภาคที่ 2 เดินหน้าสร้างถนนขึ้น ภูมะเขือ

ในส่วนของความคืบหน้า บางช่วงของถนนได้แล้วเสร็จสมบูรณ์ถึง 100% แล้ว โดยทีมวิศวกรและกำลังพลจากกองทัพภาคที่ 2 ได้นำความเชี่ยวชาญมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบและก่อสร้าง เพื่อให้ถนนสามารถทนทานต่อสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วในภาคอีสาน อย่างไรก็ตาม ฝนที่ตกหนักในช่วงฤดูฝนได้ส่งผลกระทบไม่น้อย ทำให้ต้องหยุดงานชั่วคราวเพื่อป้องกันการทรุดตัวของพื้นดิน แต่เมื่อสภาพอากาศดีขึ้น ทีมงานจะเร่งรัดให้โครงการเสร็จสิ้นตามกำหนดเวลา

นอกจากนี้ กองทัพภาคที่ 2 ยังได้จัดประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบูรณาการแผนการพัฒนาอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การจัดการทรัพยากรน้ำ หรือแม้แต่การมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น เพื่อให้โครงการนี้เป็นที่ยอมรับและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทุกฝ่าย การใช้กำลังพลที่มีความรู้เฉพาะทางในจุดสำคัญ เช่น การเทคอนกรีตฐานรากหรือการติดตั้งระบบระบายน้ำ ทำให้มั่นใจได้ว่าถนนเส้นนี้จะรองรับทั้งภารกิจทางทหารและการใช้งานทั่วไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ

พื้นที่ชายแดนอย่างศรีสะเกษมีบทบาทสำคัญในการรักษาความมั่นคงของชาติ โครงการสร้างถนนขึ้นภูมะเขือจึงเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ที่ใหญ่กว่า ซึ่งรวมถึงการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ และการป้องกันภัยคุกคามจากภายนอก ชาวบ้านในอำเภอกันทรลักษ์หลายคนต่างแสดงความยินดีกับความก้าวหน้าของโครงการนี้ โดยเชื่อว่าจะช่วยแก้ปัญหาการเดินทางลำบากที่เป็นมานานหลายสิบปี นอกจากนี้ ยังมีโอกาสในการสร้างรายได้ใหม่จากธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องกับถนนเส้นนี้ เช่น ร้านค้าหรือจุดพักรถ

ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป หากประชาชนหรือองค์กรใดประสงค์จะสนับสนุนการก่อสร้าง ปรับปรุงเส้นทาง หรือพัฒนาด้านอื่นๆ ในพื้นที่ชายแดน กองทัพภาคที่ 2 ขอให้ประสานงานผ่านสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาเพื่อความมั่นคงในระดับพื้นที่ในเขตกองทัพภาคที่ 2 เพื่อให้การดำเนินงานเป็นระบบ รวบรวมทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหลีกเลี่ยงผลกระทบที่ไม่จำเป็น

กองทัพภาคที่ 2 ยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการผลักดันโครงการนี้ให้สำเร็จโดยเร็วที่สุด พร้อมรักษามาตรฐานการก่อสร้างให้สูงสุด เพื่อสร้างถนนที่แข็งแรงและยั่งยืน ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการรักษาความมั่นคงของชาติควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ด้วยความจริงใจและทุ่มเท กองทัพภาคที่ 2 เชื่อมั่นว่าทุกการพัฒนาจะนำมาซึ่งความผาสุกที่ยั่งยืนสำหรับทุกคนในพื้นที่

ในฐานะที่ติดตามข่าวสารการพัฒนาพื้นที่ชายแดนมาโดยตลอด ผมเชื่อว่าโครงการกองทัพภาคที่ 2 เดินหน้าสร้างถนนขึ้น ภูมะเขือ ปัจจุบันก้าวหน้ากว่า 70% นี้ จะเป็นตัวอย่างที่ดีของการผสานภารกิจทางทหารเข้ากับการพัฒนาชุมชน หากคุณสนใจอยากมีส่วนร่วมหรือติดตามความคืบหน้า สามารถติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ความช่วยเหลือได้เลย

ที่มา – กองทัพภาคที่ 2 เดินหน้าสร้างถนนขึ้น “ภูมะเขือ” ปัจจุบันก้าวหน้ากว่า 70%

“สุชาติ” เชื่อมั่นบริสุทธิ์ปมตึก SKYY9 จ่อลุยสระแก้วตรวจพื้นที่กัมพูชารุกป่า

ในวงการการเมืองไทยที่เต็มไปด้วยการตรวจสอบและข้อกล่าวหา นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ออกมาแสดงความมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตนเองท่ามกลางปมปัญหาการลงทุนซื้อตึก SKYY9 ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาอภิปรายในสภา โดยยืนยันว่าทุกอย่างผ่านกระบวนการตรวจสอบที่เข้มงวดมาแล้ว และพร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตอบคำถามหากมีข้อสงสัย นอกจากนี้ “สุชาติ” ยังเตรียมลงพื้นที่จังหวัดสระแก้วในสัปดาห์นี้ เพื่อตรวจสอบพื้นที่ที่ชาวกัมพูชาบุกรุกป่าไทย โดยมุ่งมั่นบังคับใช้กฎหมายเต็มที่เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ

“สุชาติ” เชื่อมั่นบริสุทธิ์ปมตึก SKYY9 จ่อลุยสระแก้วตรวจพื้นที่กัมพูชารุกป่า

วันที่ 30 กันยายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น ได้กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) อภิปรายเรื่องการลงทุนซื้อตึก SKYY9 ว่า เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยที่ทางน.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ชี้แจงไปหมดแล้ว เวทีสภาเป็นสถานที่แสดงผลงาน ซึ่ง ส.ส.ผู้ทรงเกียรติสามารถพูดได้ตามกระบวนการ แต่สำหรับตน มองว่าเรื่องนี้เป็นอดีตที่ผ่านมาครบถ้วนกระบวนการแล้วเมื่อ 1-2 ปีก่อน ดังนั้นไม่จำเป็นต้องขุดคุ้ยซ้ำซาก

นายสุชาติ ย้ำชัดว่าการเป็นนักการเมืองหรือรัฐมนตรีต้องพร้อมรับการตรวจสอบเสมอ และตนเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ 100% หากมีข้อกล่าวหาจริง คงไม่สามารถผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานกว่า 10 แห่งได้ โดยเฉพาะการตรวจคุณสมบัติรัฐมนตรีที่เข้มข้นมากในครั้งนี้ หากใครข้องใจเรื่องปมตึก SKYY9 สามารถส่งหนังสือไปสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงได้เลย ซึ่งจะได้รับคำตอบที่ชัดเจนและเป็นกลางมากกว่าที่ตนจะตอบเอง

การจัดการข้อกล่าวหาด้วยความโปร่งใส

“ขอย้ำว่าผมเชื่อมั่นว่าบริสุทธิ์ทุกเรื่อง และเชื่อว่าการกล่าวหาทุกอย่างนั้นเป็นเรื่องการเมือง กล่าวหาได้ พูดลอยๆ ได้ แต่สุดท้ายถ้าผลลัพธ์ไม่เป็นอย่างนั้นใครจะรับผิดชอบ สำหรับผมไม่อยากทะเลาะกับใครแล้ว มุ่งหน้าทำงานดีกว่า เพราะมีเวลาแค่ 4 เดือน ไม่อยากจะไปถกเถียงกับใคร เพราะถ้าผมไปก็จะไม่จบ ฉะนั้นปล่อยให้ รมว.แรงงาน พูดไปเลย ทำไปเลยให้เต็มที่ตามกฎหมายใด ถ้าสงสัยในหน่วยงานใดก็ทำหนังสือไปถามเลย เชื่อว่าจะให้คำตอบที่แท้จริง แต่ถ้าให้ผมไปถาม ผมว่ามันจะเป็นเรื่องตลก เพราะผมรู้ตัวอยู่แล้วว่าไม่ได้ทำอะไรผิด” นายสุชาติ กล่าวอย่างหนักแน่น

ส่วนประเด็นการฟ้องร้อง นายสุชาติ ระบุว่าไม่ต้องการขยายความขัดแย้งอีก เนื่องจากตนเป็นผู้บริหารประเทศที่ต้องมุ่งเน้นการทำงานมากกว่าการต่อสู้ทางกฎหมาย แม้ที่ผ่านมาเคยฟ้องร้องเพื่อปกป้องสิทธิ์ส่วนบุคคลและครอบครัว แต่ครั้งนี้มองว่าการฟ้องร้องอาจไม่ก่อประโยชน์ โดยปล่อยให้ประชาชนตัดสินใจเองจากข้อเท็จจริง

เตรียมลงพื้นที่สระแก้ว จัดการบุกรุกป่าชายแดน

นอกจากประเด็นปมตึก SKYY9 แล้ว นายสุชาติ ยังประกาศความพร้อมในการลงพื้นที่จังหวัดสระแก้วสัปดาห์นี้ ร่วมกับนางชญานันท์ ภักดีจิตต์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอธิบดีกรมป่าไม้ เพื่อติดตามกรณีชาวกัมพูชาบุกรุกพื้นที่ป่าไทย โดยจะหารือกับนายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว และให้กำลังใจข้าราชการผู้ปฏิบัติงาน ในฐานะรองนายกฯ ที่กำกับดูแลเขตตรวจราชการภาคตะวันออก

นายสุชาติ ชี้แจงว่ากรมป่าไม้ได้ปักป้ายแสดงสิทธิ์พื้นที่ไทยไว้แล้ว และจะดำเนินการตามกฎหมายป่าไม้ที่มีโทษจำคุกหลายปี โดยประสานงานกับฝ่ายความมั่นคงเนื่องจากเป็นพื้นที่ชายแดนที่มีความอ่อนไหว “การบุกรุกป่าถือว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมาย เมื่อเราปักป้ายแสดงสิทธิ์ไว้แล้วเราต้องรักษาอธิปไตยของไทย รวมถึงต้องพิทักษ์สิทธิ์และดำเนินการตามกฎหมายของเรา และจะพูดคุยกับฝ่ายความมั่นคง เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ชายแดนที่เกิดเหตุปะทะสู้รบกัน ต้องสอบถามฝ่ายความมั่นคง เพื่อที่เราจะได้เข้าไปเสริม”

นอกจากนี้ นายสุชาติ ยังรับนโยบายจากนายกรัฐมนตรีให้เตรียมพื้นที่อุทยานและป่าชายแดนสำหรับเป็นที่พักพิงประชาชนในกรณีฉุกเฉินจากเหตุปะทะไทย-กัมพูชา โดยไม่กระทบวิถีชีวิตสัตว์ป่า และจัดเจ้าหน้าที่ช่วยเคลื่อนย้ายประชาชนให้ปลอดภัย โดยทุกหน่วยงานในกระทรวงทรัพยากรฯ พร้อมสนับสนุนเต็มที่

เมื่อถามถึงกรอบการผลักดันชาวกัมพูชาออกจากพื้นที่ก่อน 3 ตุลาคม นายสุชาติ ยืนยันว่ากระทรวงฯ สนับสนุนฝ่ายความมั่นคงเป็นหลัก โดยใช้กฎหมายกระทรวงฯ ร่วมดำเนินการ “เหตุการณ์นี้ไม่ใช่การบุกรุกทั่วไป เราจึงต้องรักษาสิทธิ์ของเราเอาไว้ โดยการบังคับใช้กฎหมาย เราไม่ยอมอยู่แล้ว ขนาดคนไทยที่บุกรุกเรายังไม่ยอม แล้วกรณีของคนต่างชาติที่มีปัญหากับเราจะไม่ดำเนินคดีได้อย่างไร ขอย้ำว่าเราต้องบังคับใช้กฎหมายและขอให้ทุกคนมั่นใจว่าเราทำเต็มที่และไม่ยอมแน่นอน”

จากสถานการณ์ดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและชายแดน ซึ่งประชาชนควรติดตามการดำเนินการต่อไป หากคุณสนใจประเด็นการเมืองและสิ่งแวดล้อม ลองแชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อให้เราได้แลกเปลี่ยนมุมมองกัน

  • สรุปประเด็นสำคัญ: นายสุชาติ ยืนยันความบริสุทธิ์ในปมตึก SKYY9
  • การลงพื้นที่สระแก้วเพื่อจัดการบุกรุกป่า
  • นโยบายเตรียมพร้อมพื้นที่ชายแดนสำหรับประชาชน

ที่มา – “สุชาติ” เชื่อมั่นบริสุทธิ์ปมตึก SKYY9 จ่อลุยสระแก้วตรวจพื้นที่กัมพูชารุกป่า

Thelin ยังคงได้รับการสนับสนุนจากบอร์ดที่ Aberdeen

Thelin ยังคงได้รับการสนับสนุนจากบอร์ดที่ Aberdeen

ในวงการฟุตบอลสกอตแลนด์ ชื่อของ Jimmy Thelin กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างมาก โดยเฉพาะประเด็นที่ Thelin ยังคงได้รับการสนับสนุนจากบอร์ดที่ Aberdeen แม้ทีมจะประสบปัญหาในฤดูกาลนี้ ชื่อเสียงของผู้จัดการทีมชาวสวีเดนรายนี้ยังคงมั่นคง ด้วยการหนุนหลังจากประธานสโมสร Dave Cormack ที่กำลังบินกลับสกอตแลนด์เพื่อช่วยพลิกฟื้นฟอร์มของทีม Aberdeen Live รายงานว่าการเดินทางครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ Thelin มีโอกาสแก้ไขสถานการณ์ที่ Pittodrie สเตเดี้ยม โดยเฉพาะก่อนการแข่งขันในรายการยูโรปา

Thelin ยังคงได้รับการสนับสนุนจากบอร์ดที่ Aberdeen

การสนับสนุนจากบอร์ดบริหารถือเป็นหัวใจสำคัญสำหรับผู้จัดการทีมทุกคน โดยเฉพาะในยามที่ทีมกำลังเผชิญความยากลำบาก Dave Cormack วางแผนจะเข้าร่วมชมการแข่งขันสำคัญ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในวิสัยทัศน์ของ Thelin แม้ Aberdeen จะผลงานไม่ดีนักในลีก แต่การยืนยันนี้ช่วยลดแรงกดดันและเปิดโอกาสให้ทีมปรับตัว นอกจากนี้ ยังมีข่าวลือในวงการที่อาจส่งผลต่อทีมอื่นๆ ในสกอตแลนด์ เช่น Celtic และ Rangers ที่กำลังจับตานักเตะฝรั่งเศสมิดฟิลด์ Pierre Ekwah ผู้ซึ่งอ้างว่าสัญญากับ St Etienne ถูกยกเลิกแล้ว Inside Futbol ระบุว่า ทั้งสองทีมใหญ่ได้รับข้อเสนอสำหรับนักเตะรายนี้ ซึ่งเคยเล่นให้ Sunderland มาก่อน

ข่าวลือและการย้ายทีมในวงการสกอตแลนด์

นอกจากประเด็นของ Thelin แล้ว ยังมีข่าวน่าสนใจอื่นๆ ที่แฟนบอลสกอตแลนด์ไม่ควรพลาด สำหรับ Rangers กองหลัง Clinton Nsiala ที่ยังไม่เคยลงเล่นในทีมชุดใหญ่ฤดูกาลนี้ โพสต์ข้อความ “still here” บนโซเชียลมีเดีย ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของความมุ่งมั่นหรือคำเตือนถึงอนาคต Daily Record รายงานว่าฟอร์มของเขายังไม่โดดเด่น ทำให้โอกาสน้อยลง ขณะที่ Celtic มีข่าวจาก Maik Nawrocki กองหลังที่ย้ายไปยืมตัวกับ Hannover 96 ในลีก 2. Bundesliga แต่เกือบสามเดือนแล้วยังไม่เดบิวต์ The Herald ชี้ว่าการปรับตัวยังเป็นปัญหาใหญ่

สำหรับ Dundee United คู่กองกลาง Will Ferry และ Zac Sapsford ได้รับแจ้งว่าอยู่ในลิสต์ยาวสำหรับทีมชาติสาธารณรัฐไอร์แลนด์และออสเตรเลียตามลำดับ The Courier รายงานว่านี่เป็นโอกาสทองในการพัฒนาตัวเอง ในส่วนของ Dundee กัปตัน Simon Murray คาดว่าจะกลับมาซ้อมวันนี้ หลังพลาดเกมกับ St Mirren เนื่องจากป่วย ผู้จัดการ Steven Pressley มองว่านี่เป็นข่าวดีสำหรับทีมที่ต้องการแต้ม

Hibernian เองก็มีเป้าหมายชัดเจน โดย Kevin Thomson อดีตมิดฟิลด์มองว่าทีมควรเล็งอันดับสามเหมือนฤดูกาลที่แล้ว และเกมแดร์บี้กับ Hearts สุดสัปดาห์นี้คือเวทีที่สมบูรณ์แบบ Daily Record วิเคราะห์ว่าชัยชนะในเกมนี้จะช่วยให้ Hibs ไต่ขึ้นตารางได้อย่างรวดเร็ว

  • Thelin ยังคงได้รับการสนับสนุนจากบอร์ดที่ Aberdeen ช่วยเสริมความมั่นใจให้ทีม
  • ข่าวเสนอ Ekwah สู่ Celtic และ Rangers อาจเปลี่ยนโฉมมิดฟิลด์
  • Nsiala และ Nawrocki กำลังเผชิญความท้าทายในอาชีพ
  • Dundee United นักเตะมีโอกาสทีมชาติ
  • Hibs หวังใช้แดร์บี้พลิกเกม

จากมุมมองของผู้เขียน การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากบอร์ดคือกุญแจสู่ความสำเร็จในฟุตบอล โดยเฉพาะกับ Aberdeen ที่มีศักยภาพสูง หาก Thelin ได้เวลามากพอ ทีมนี้จะกลับมาท้าชิงแชมป์ได้แน่นอน แฟนบอลควรติดตามพัฒนาการต่อไป

คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์ของ Thelin? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามบล็อกเพื่อข่าวฟุตบอลสกอตแลนด์ล่าสุด!

ที่มา – Thelin retains board backing at Aberdeen – gossip

อิทธิพลพายุบัวลอย ถล่มแม่สะเรียง ดับ 1 ศพ

จากเหตุการณ์ อิทธิพลพายุบัวลอย ถล่มแม่สะเรียง น้ำป่าไหลหลาก-ดินสไลด์ ดับ 1 ศพ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ส่งผลกระทบรุนแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจำนวนมาก ฝนตกหนักต่อเนื่องทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มในหลายจุด โดยเฉพาะอำเภอแม่สะเรียงที่ได้รับผลกระทบหนักสุด

อิทธิพลพายุบัวลอย ถล่มแม่สะเรียง น้ำป่าไหลหลาก-ดินสไลด์ ดับ 1 ศพ

นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง ได้สั่งการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้สนธิกำลังเข้าช่วยเหลือประชาชนทันที โดยตั้งโรงทานเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้ประสบภัย ในวันที่ 30 กันยายน 2568 เวลา 09.30 น. ยังคงมีฝนตกหนัก น้ำป่าไหลลงสู่แม่น้ำยวม ทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นและเอ่อท่วมพื้นที่เกษตร บ้านเรือน และสิ่งก่อสร้างสาธารณะ เช่น สะพานและสถานที่ราชการ ได้รับความเสียหายในหลายหมู่บ้าน

นอกจากนี้ ยังมีบางพื้นที่ห่างไกลที่ติดต่อสื่อสารไม่ได้ เสาไฟฟ้าหักโค่น และเกิดดินสไลด์ทับบ้านเรือนใกล้โรงฆ่าสัตว์หลัง อบต.แม่คง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย หน่วยงานกำลังเร่งตรวจสอบและช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

ภาพน้ำท่วมแม่สะเรียง

อำเภอแม่สะเรียงประสานปลัดอำเภอ สมาชิก อส. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าตรวจสอบพื้นที่ พร้อมกำลังทหาร ตำรวจ และหน่วยราชการสนับสนุน โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก

ผลกระทบในพื้นที่บ้านพะมอลอและบ้านสบหาร

ที่บ้านพะมอลอ ต.บ้านกาศ อ.แม่สะเรียง น้ำป่าไหลหลากลงสู่น้ำยวม เอ่อท่วมทั้งหมู่บ้าน ชาวบ้านต้องเคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยงขึ้นที่สูง และโรงเรียนพะมอลอต้องปิดเรียน 2 วัน ถนนทางเข้าหมู่บ้านถูกปิด นอกจากนี้ ที่บ้านสบหาร ม.2 ต.บ้านกาศ คอสะพานหน้าโรงเรียนสบหารขาด รถกระบะถูกน้ำพัดเสียหาย 1 คัน และบ้านเรือนประชาชนราว 15 หลังได้รับผลกระทบ

ภาพดินสไลด์แม่สะเรียง

แม่น้ำยวมเอ่อท่วมบ้านเรือน ชาวบ้านเร่งขนย้ายทรัพย์สินและจัดตั้งโรงทาน ชุมชนร่วมมือกันดูแลผู้ประสบภัย ขณะที่หน่วยงานกำลังติดตามสถานการณ์

ภาพช่วยเหลือผู้ประสบภัย

กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน รายงานว่า อิทธิพลพายุบัวลอยทำให้ฝนตกหนักวันที่ 29-30 กันยายน 2568 เกิดน้ำป่าไหลหลาก ดินถล่ม และน้ำเอ่อล้นใน 7 ตำบลของอำเภอแม่สะเรียง เช่น ต.บ้านกาศ, ต.แม่คง, ต.แม่ยวม เป็นต้น มีบ้านเรือน พื้นที่เกษตร สถานศึกษา ถนน และคอสะพานเสียหาย ผู้เสียชีวิต 1 ราย (หญิง อายุ 38 ปี) หน่วยงานเร่งช่วยเหลือและสำรวจความเสียหาย

  • พื้นที่ได้รับผลกระทบ: 7 ตำบลในอำเภอแม่สะเรียง
  • ความเสียหายหลัก: น้ำท่วม ดินสไลด์ ถนนขาด
  • ผู้เสียชีวิต: 1 ราย
  • มาตรการช่วยเหลือ: ตั้งโรงทาน สนับสนุนจากทหาร ตำรวจ

เหตุการณ์นี้เตือนใจให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมตัวรับมือพายุฤดูฝนให้ดี หากพบน้ำป่าหรือดินถล่ม ควรรีบอพยพและแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อลดความสูญเสีย

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดตามข่าวสารล่าสุดได้ที่เว็บไซต์ข่าวท้องถิ่น หรือติดต่อหน่วยช่วยเหลือในพื้นที่ เพื่อให้ได้ความช่วยเหลือที่รวดเร็ว

ที่มา – อิทธิพลพายุบัวลอย ถล่มแม่สะเรียง น้ำป่าไหลหลาก-ดินสไลด์ ดับ 1 ศพ

มาแล้ว! หวยปฏิทินจีน 1/10/68 เลขเด็ดงวดนี้

เคยให้โชคมาแล้วหลายงวด คอหวยคึกคัก แห่ส่อง “เลขดังงวดนี้” จาก “หวยปฏิทินจีน 1/10/68” เพื่อซื้อ “ลอตเตอรี่” ไปลุ้นโชคงวดนี้

วันที่ 30 ก.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศในการซื้อขาย “สลากกินแบ่งฯ” งวด 1/10/68 นั้นเป็นไปอย่างคึกคัก ขณะที่ เฟซบุ๊กแม่จำเนียร ได้เผยข้อมูลแนวทางตัวเลขขายดีประจำงวด 1 ตุลาคม 2568 โดยพบว่ามี “เลขปฏิทินจีน” ที่เคยให้โชคคอหวยมาแล้วหลายงวด คือ เลข 45, 36, 60, 456, 360

สำหรับงวดวันที่ 1 ตุลาคม 2568 นี้ เหล่านักเสี่ยงโชคต่างก็จับจ้องไปที่ หวยปฏิทินจีน 1/10/68 เพื่อหาเลขเด็ดไปเสี่ยงโชคกันอย่างมากมาย หลายคนเชื่อว่าปฏิทินจีนนั้นมีความแม่นยำ และสามารถให้โชคลาภได้จริง ทำให้เลขจากปฏิทินจีนกลายเป็นที่ต้องการของบรรดาคอหวยเป็นอย่างมาก

หวยปฏิทินจีน 1/10/68 เลขเด็ดงวดนี้

การหาเลขเด็ดจาก หวยปฏิทินจีน 1/10/68 นั้นมีหลากหลายวิธี บางคนใช้วิธีการตีความจากภาพในปฏิทิน บางคนนำตัวเลขที่ปรากฏในปฏิทินมาผสมรวมกัน หรือบางคนอาจจะใช้เซนส์ส่วนตัวในการเลือกเลขที่ตนเองชื่นชอบ

ไม่ว่าวิธีการจะเป็นอย่างไร สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเสี่ยงโชคอย่างมีสติ และไม่ควรที่จะทุ่มเงินทั้งหมดไปกับการซื้อหวย เพราะการพนันมีความเสี่ยงเสมอ

เลขเด็ด หวยปฏิทินจีน 1/10/68 ที่น่าจับตามอง

ถึงแม้ว่าตัวเลขที่ปรากฏใน หวยปฏิทินจีน 1/10/68 จะมีมากมาย แต่ก็มีเลขบางชุดที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษจากบรรดาคอหวย ซึ่งเลขเหล่านั้นมักจะเป็นเลขที่เคยออกรางวัลมาแล้ว หรือเป็นเลขที่มีความหมายมงคล

อย่างไรก็ตาม การเลือกเลขเด็ดนั้นขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล และไม่มีใครสามารถรับประกันได้ว่าเลขที่เลือกนั้นจะถูกรางวัล ดังนั้นควรใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ และเสี่ยงโชคแต่พอดี

สำหรับใครที่กำลังมองหาแนวทางในการซื้อหวยงวดวันที่ 1 ตุลาคม 2568 นี้ หวยปฏิทินจีน 1/10/68 ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ แต่อย่าลืมว่าการเสี่ยงโชคเป็นเพียงความบันเทิง และควรเล่นอย่างมีสติ เพื่อไม่ให้ตนเองและครอบครัวเดือดร้อน

นอกจากเลขจากปฏิทินจีนแล้ว ยังมีเลขเด็ดจากแหล่งอื่นๆ อีกมากมายที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นเลขจากความฝัน เลขจากทะเบียนรถ หรือเลขจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ลองศึกษาข้อมูลและพิจารณาดูว่าเลขใดที่ตรงกับความรู้สึกของท่านมากที่สุด

ขอให้ทุกท่านโชคดีกับการเสี่ยงโชคในงวดนี้ และอย่าลืมที่จะทำบุญทำทาน เพื่อเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต

ทั้งนี้ สามารถชม “ถ่ายทอดสดการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล” งวดประจำวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ผ่านไทยรัฐทีวี และไทยรัฐออนไลน์ ได้ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป หรือตรวจหวย 1 ตุลาคม 2568 ทุกรางวัลได้ที่ไทยรัฐออนไลน์.

การเสี่ยงโชคเป็นเรื่องของความเชื่อและความหวัง แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการใช้ชีวิตอย่างมีสติ และรู้จักประมาณตนเอง ขอให้ทุกท่านโชคดีและมีความสุขครับ

ที่มา – มาแล้ว หวยปฏิทินจีน 1/10/68 คอหวยตามส่องแนวทาง “เลขดังงวดนี้” ไปลุ้นโชค

สศอ. เผย พิษเงินบาทแข็ง-ยอดผลิตรถยนต์ทรุด ฉุดดัชนีอุตฯ ส.ค.68 หดตัว 4.19%

สศอ. เผย พิษเงินบาทแข็ง-ยอดผลิตรถยนต์ทรุด ฉุดดัชนีอุตฯ ส.ค.68 หดตัว 4.19%

ในช่วงเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยความท้าทาย สถานการณ์อุตสาหกรรมไทยกำลังเผชิญกับแรงกดดันที่ชัดเจน สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม หรือ สศอ. ได้เปิดเผยข้อมูลล่าสุดที่สะท้อนภาพรวมของภาคอุตสาหกรรมในเดือนสิงหาคม 2568 ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) อยู่ที่ระดับ 92.13 ซึ่งหดตัวลง 4.19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนสินค้าส่งออกพุ่งสูง กระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในตลาดโลก

สศอ. เผย พิษเงินบาทแข็ง-ยอดผลิตรถยนต์ทรุด ฉุดดัชนีอุตฯ ส.ค.68 หดตัว 4.19%

นายภาสกร ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการ สศอ. วิเคราะห์ว่าปัจจัยหลักที่ทำให้ดัชนีหดตัวคือค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นจากกระแสเงินทุนไหลเข้าและทิศทางดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ที่ลดลง สิ่งนี้ทำให้สินค้าส่งออกของไทยมีราคาแพงขึ้นเมื่อเทียบกับคู่แข่ง นอกจากนี้ อุตสาหกรรมยานยนต์ยังคงเผชิญปัญหาหนัก หลังจากผู้ผลิตรายใหญ่หยุดสายการผลิตชั่วคราวเพื่อปรับเปลี่ยนไปยังโรงงานใหม่ โรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ก็หยุดซ่อมบำรุงประจำปี ส่งผลให้ปริมาณการผลิตลดลง ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชะลอตัวก็กระทบอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง เช่น อาหารแช่แข็ง กระเป๋าเดินทาง และเครื่องดื่ม

แม้จะมีแรงกดดันเหล่านี้ อัตราการใช้กำลังการผลิตยังคงอยู่ที่ 57.19% ซึ่งแสดงถึงศักยภาพที่ยังเหลืออยู่ แต่ผู้ประกอบการต้องปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจโลก

อุตสาหกรรมที่เติบโตท่ามกลางวิกฤต

ไม่ใช่ทุกภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบเชิงลบ ในเดือนสิงหาคม 2568 มีอุตสาหกรรมหลักที่ขยายตัว เช่น เหล็กและเหล็กกล้าขั้นมูลฐาน ซึ่งเติบโต 22.74% จากฐานต่ำปีก่อนและการขยายตลาดในประเทศ สินค้าอย่างเหล็กแผ่นรีดร้อน ท่อเหล็กกล้า และเหล็กเส้นข้ออ้อย เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก

ส่วน คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง ขยายตัว 19.14% นำโดย Hard Disk Drive ที่ได้รับอานิสงส์จากเทรนด์ AI คลาวด์ และ Data Center ที่ต้องการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลมากขึ้น

ชิ้นส่วนและแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ เติบโต 6.42% ตามการฟื้นตัวของตลาดอิเล็กทรอนิกส์โลก โดย PCBA และชิ้นส่วนอื่นๆ เป็นกำลังสำคัญ

อุตสาหกรรมที่หดตัวและสาเหตุ

ด้านที่ได้รับผลกระทบหนักคือ ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม หดตัว 7.98% จากการหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่น ส่งผลต่อน้ำมันดีเซล น้ำมันเครื่องบิน และน้ำมันเบนซิน

ยานยนต์ หดตัว 8.09% โดยเฉพาะรถบรรทุกปิคอัพ รถยนต์ไฮบริด และรถยนต์นั่ง จากการหยุดผลิตเพื่อปรับสายการผลิต

เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ หดตัว 11.58% เนื่องจากปัญหาด่านชายแดนไทย-กัมพูชา และประเด็นเครื่องหมายการค้าที่ทำให้การผลิตสะดุด

ระบบการเตือนภัยเศรษฐกิจอุตสาหกรรมในเดือนกันยายน 2568 ส่งสัญญาณเฝ้าระวัง โดยปัจจัยภายในปกติแต่ปัจจัยภายนอกยังซบเซา การส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ช่วยพยุง แต่ภาคการผลิตโลกยังอ่อนแอ

สำหรับปี 2568 สศอ. วางแผนยกระดับอุตสาหกรรมสู่แห่งอนาคต ผ่านการปรับโครงสร้าง แผน HEV/MHEV การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมฮาลาล Green Steel และความร่วมมือระหว่างประเทศ เช่น กับญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เพื่อเสริมความแข่งขันในยุคพลังงานสะอาด

นอกจากนี้ ยังพัฒนา Eco-System ในพื้นที่ SEC พัฒนาอุตสาหกรรมแลนด์บริดจ์ และโครงการความร่วมมือคาร์บอนต่ำ รวมถึงยกระดับข้อมูลเศรษฐกิจเพื่อเตือนภัยได้แม่นยำยิ่งขึ้น

  • ยกระดับความสามารถแข่งขันผ่านแผนบูรณาการ
  • ส่งเสริมอุตสาหกรรมฮาลาลกับประเทศมุสลิม
  • ปกป้องอุตสาหกรรมเหล็กด้วยนโยบายห้ามขยายโรงงาน
  • ผลักดันอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าอุตสาหกรรมไทยต้องเร่งปรับตัว โดยเฉพาะในด้านนวัตกรรมและความยั่งยืน ผู้ประกอบการควรติดตามข่าวสารเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดและวางแผนรับมือกับความผันผวนของค่าเงิน หากทำได้ดี โอกาสในการฟื้นตัวก็จะมาถึงในไม่ช้า

คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์ดัชนีอุตสาหกรรมเดือนนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองกันนะครับ

ที่มา – สศอ. เผย พิษเงินบาทแข็ง-ยอดผลิตรถยนต์ทรุด ฉุดดัชนีอุตฯ ส.ค.68 หดตัว 4.19%

ยูทูบยอมจ่ายเกือบ 800 ล้าน ยุติคดีทรัมป์

ในโลกโซเชียลมีเดียที่เต็มไปด้วยการเมืองและอิทธิพล ยูทูบยอมจ่ายเกือบ 800 ล้าน ยุติคดี ทรัมป์ ฟ้องกรณีระงับบัญชีหลังเหตุจลาจลรัฐสภา ได้กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สะท้อนถึงความขัดแย้งระหว่างเทคโนโลยียักษ์ใหญ่กับนักการเมืองชื่อดัง

ยูทูบยอมจ่ายเกือบ 800 ล้าน ยุติคดี ทรัมป์ ฟ้องกรณีระงับบัญชีหลังเหตุจลาจลรัฐสภา

รายงานจากเอกสารของศาลเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ระบุว่ายูทูบ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มวิดีโอชั้นนำภายใต้บริษัท Alphabet ได้บรรลุข้อตกลงยอมความในคดีความมูลค่า 24.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 792 ล้านบาท กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในกรณีที่ยูทูบระงับการใช้งานบัญชีของเขา หลังเกิดเหตุการณ์จลาจลที่อาคารรัฐสภาสหรัฐฯ เมื่อเดือนมกราคม 2564 เหตุการณ์นี้เป็นจุดเริ่มต้นของความตึงเครียดระหว่างโซเชียลมีเดียกับการเมืองอเมริกัน

ข้อตกลงนี้ทำให้ Google ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของยูทูบ กลายเป็นบริษัทเทคโนโลยีรายสุดท้ายจากสามยักษ์ใหญ่ที่ยอมความในคดีฟ้องร้องที่ทรัมป์ยื่นตั้งแต่กรกฎาคม 2564 โดยกล่าวหาว่าบริษัทเหล่านี้ปิดกั้นมุมมองของฝ่ายอนุรักษ์นิยมอย่างไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก่อนหน้านี้ Meta เจ้าของ Facebook และ X (เดิมคือ Twitter) ก็ได้ตกลงจ่ายเงินเพื่อยุติคดีในลักษณะเดียวกันไปแล้วในช่วงต้นปีนี้ การตัดสินใจเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์ของแพลตฟอร์มในการหลีกเลี่ยงการพิจารณาคดีที่ยาวนาน

รายละเอียดข้อตกลงและการกระจายเงิน

ภายใต้ข้อตกลงยอมความของยูทูบ เงินจำนวน 22 ล้านดอลลาร์ จะถูกจ่ายในนามของทรัมป์ให้กับ Trust for the National Mall ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร เอกสารระบุชัดเจนว่าเงินนี้จะนำไปใช้ในการก่อสร้างห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่กว่า 8,361 ตารางเมตร มูลค่ารวม 200 ล้านดอลลาร์ ที่ทรัมป์กำลังพัฒนาขึ้นบริเวณทำเนียบขาว โครงการนี้ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่จัดงาน แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของมรดกการเมืองของเขา

ส่วนเงินที่เหลืออีก 2.5 ล้านดอลลาร์ จะถูกจัดสรรให้กับโจทก์รายอื่นๆ ในคดีนี้ เช่น American Conservative Union ผู้สนับสนุนการประชุม Conservative Political Action Conference (CPAC) และนาโอมิ วูลฟ์ นักเขียนชื่อดังชาวอเมริกันที่มักวิพากษ์วิจารณ์สื่อกระแสหลัก การกระจายเงินเช่นนี้ช่วยให้คดีจบลงโดยไม่ต้องยอมรับความผิดจากฝ่ายยูทูบ

แม้จะมีการจ่ายเงินจำนวนมหาศาล แต่ยูทูบยืนยันว่าไม่ได้ยอมรับว่ากระทำความผิดใดๆ และจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์หรือนโยบายใดๆ ภายใต้ข้อตกลงนี้ ในปี 2564 บัญชี YouTube ของทรัมป์ไม่ได้ถูกลบอย่างถาวร แต่ถูกระงับการอัปโหลดวิดีโอใหม่เท่านั้น ก่อนที่บัญชีจะถูกกู้คืนในปี 2566 ซึ่งสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายของแพลตฟอร์มหลังจากทรัมป์กลับมาลงสมัครชิงตำแหน่งอีกครั้ง

บริบทจากคดีอื่นๆ

ก่อนหน้านี้ Meta ได้ตกลงจ่ายเงินประมาณ 25 ล้านดอลลาร์เพื่อยุติคดีในเดือนมกราคม โดย 22 ล้านดอลลาร์ถูกกำหนดให้เป็นกองทุนสำหรับห้องสมุดประธานาธิบดีของทรัมป์ในเมืองไมอามี รัฐฟลอริดา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ทรัมป์ให้ความสำคัญ ส่วน X ได้จ่ายเงินราว 10 ล้านดอลลาร์เพื่อยุติคดีในเดือนกุมภาพันธ์ การเคลื่อนไหวนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของกระแสฟ้องร้องที่ใหญ่ขึ้นจากนักการเมืองที่รู้สึกถูกเซ็นเซอร์

เหตุการณ์จลาจลรัฐสภาเมื่อ 6 มกราคม 2564 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับโซเชียลมีเดีย บริษัทต่างๆ ต้องเผชิญแรงกดดันในการควบคุมเนื้อหาที่อาจปลุกปั่นความรุนแรง ทรัมป์ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนในการยุยงให้เกิดเหตุการณ์นี้ผ่านโพสต์บนแพลตฟอร์มต่างๆ ส่งผลให้บัญชีของเขาถูกลดทอนหรือระงับชั่วคราว นี่คือตัวอย่างของความท้าทายที่แพลตฟอร์มเผชิญในการบาลานซ์ระหว่างเสรีภาพในการแสดงออกและความรับผิดชอบทางสังคม

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ คดีเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อนโยบายของแพลตฟอร์มในอนาคต โดยเฉพาะในยุคที่การเลือกตั้งสหรัฐฯ กำลังร้อนระอุ คำถามสำคัญคือ การจ่ายเงินเพื่อยุติคดีจะช่วยลดความเสี่ยงทางกฎหมายหรือจะเปิดช่องให้มีการฟ้องร้องเพิ่มเติมจากบุคคลอื่นๆ ที่รู้สึกถูกกีดกัน

  • ยูทูบจ่าย 24.5 ล้านดอลลาร์ โดย 22 ล้านไปที่โครงการของทรัมป์
  • Meta จ่าย 25 ล้านดอลลาร์ สำหรับห้องสมุดประธานาธิบดี
  • X จ่าย 10 ล้านดอลลาร์ เพื่อปิดคดี

การพัฒนาเรื่องนี้ชี้ให้เห็นถึงพลังของโซเชียลมีเดียในการกำหนดวาระการเมือง หากคุณสนใจข่าวเทคโนโลยีและการเมือง ติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด และแบ่งปันความคิดเห็นของคุณในช่องคอมเมนต์ด้านล่าง

ที่มา – ยูทูบยอมจ่ายเกือบ 800 ล้าน ยุติคดี ทรัมป์ ฟ้องกรณีระงับบัญชีหลังเหตุจลาจลรัฐสภา

จำคุกครูใหญ่ อรรถพล 3 ปี คดี ม.112

ในเหตุการณ์ล่าสุดของคดีทางการเมืองที่กำลังเป็นประเด็นร้อน จำคุก “ครูใหญ่ อรรถพล” 3 ปี คดี ม.112 พิพากษายืน คุก “ลูกเกด” อนุญาตประกันตัว ได้กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความฮือฮาในสังคมไทย โดยเฉพาะในแวดวงนักกิจกรรมและผู้สนใจสิทธิเสรีภาพ การตัดสินใจของศาลในคดีเหล่านี้สะท้อนถึงการบังคับใช้กฎหมายมาตรา 112 ที่ยังคงเป็นหัวข้อถกเถียงอย่างต่อเนื่อง

จำคุก “ครูใหญ่ อรรถพล” 3 ปี คดี ม.112 พิพากษายืน คุก “ลูกเกด” อนุญาตประกันตัว

วันที่ 30 กันยายน 2568 ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ห้องพิจารณาคดี 404 ถนนเจริญกรุง ศาลได้นัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ.107/2568 โดยพนักงานอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ 3 เป็นโจทก์ฟ้องนายอรรถพล บัวพัตน์ หรือที่รู้จักกันในนาม “ครูใหญ่” นักกิจกรรมทางการเมือง ในข้อหา contravene มาตรา 112 จากการปราศรัยในการชุมนุมที่แยกราชประสงค์เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2563 เนื้อหาการปราศรัยนั้นเกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์และการปกครองพระสงฆ์ ซึ่งถูกมองว่าเป็นการดูหมิ่น

ก่อนหน้านี้ นายอรรถพลถูกควบคุมตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ หลังจากศาลจังหวัดภูเขียวพิพากษาจำคุก 2 ปีในคดีมาตรา 112 อีกคดีหนึ่ง และถูกย้ายจากเรือนจำกลางชัยภูมิมาฟังคำพิพากษานัดนี้ ศาลพิจารณาหลักฐานจากน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ อดีต ส.ส.ราชบุรี ผู้ร้องทุกข์ โดยคดีถูกโอนมาจาก สภ.โพธาราม จ.ราชบุรี สู่ สน.ลุมพินี และแจ้งข้อกล่าวหาเมื่อ 18 พฤศจิกายน 2563

รายละเอียดคำพิพากษาคดีครูใหญ่ อรรถพล

หลักฐานของโจทก์ประกอบด้วยซีดีบันทึกการปราศรัย พยานบุคคลจากนักวิชาการกฎหมาย ผู้เกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์ ซึ่งศาลเห็นว่าน่าเชื่อถือ พยานฝั่งจำเลยไม่สามารถหักล้างได้ ศาลจึงพิพากษาว่า การกระทำของจำเลยเป็นการดูหมิ่น อาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ตามมาตรา 112 ส่งผลให้จำคุก 3 ปี นับต่อจากคดีอื่นๆ คือ คดีหมายเลขแดง อ.2038/2566 ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ตัดสินจำคุก 9 เดือน และคดีแดง อ.1155/2567 ของศาลจังหวัดภูเขียวจำคุก 2 ปี

คดีนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ “ครูใหญ่” ต้องเผชิญกับข้อหาตามมาตรา 112 เขาเป็นนักกิจกรรมที่ต่อสู้เพื่อสิทธิพลเมืองมานาน โดยเฉพาะในขบวนการชุมนุมปี 2563 ที่เรียกร้องประชาธิปไตยและปฏิรูปสถาบัน อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจของศาลครั้งนี้ยิ่งทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับเสรีภาพในการแสดงออกในสังคมไทย

ในอีกมุมหนึ่ง ที่ศาลจังหวัดธัญบุรี มีการนัดอ่านคำพิพากษาจากศาลอุทธรณ์ภาค 1 ในคดีที่พนักงานอัยการฟ้องน.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือ “ลูกเกด” ส.ส.ปทุมธานี พรรคประชาชน ในข้อหาตามมาตรา 112 จากการปราศรัยและชุมนุมเรียกร้องปล่อยตัวผู้ต้องขังคดีการเมืองหน้าศาลจังหวัดธัญบุรีเมื่อ 11 กันยายน 2564 เนื้อหาพาดพิงสถาบันกษัตริย์

คำพิพากษายืนจำคุก “ลูกเกด” และการประกันตัว

ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 2 ปีโดยไม่รอลงอาญา จำเลยอุทธรณ์ แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 เห็นว่าศาลชั้นต้นชอบแล้ว จึงพิพากษายืน อย่างไรก็ดี หลังจากนั้นจำเลยยื่นขอประกันตัวพร้อมหลักทรัพย์ ศาลจังหวัดธัญบุรีอนุญาตปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา โดยตีราคาประกัน 150,000 บาท ทำให้ “ลูกเกด” สามารถกลับไปปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ได้ชั่วคราว

คดีของ “ลูกเกด” สะท้อนถึงสถานการณ์ของนักการเมืองรุ่นใหม่ที่กล้าพูดในประเด็นอ่อนไหว การอนุญาตประกันตัวครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณบวกสำหรับผู้ที่ต่อสู้ทางกฎหมาย แต่ก็ยังคงทิ้งคำถามว่ากฎหมายมาตรา 112 จะถูกใช้อย่างไรในอนาคต

จากทั้งสองคดีนี้ เราสามารถเห็นได้ว่าการบังคับใช้มาตรา 112 ยังคงเข้มข้น โดยเฉพาะในคดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมและการปราศรัย นักกิจกรรมหลายคนต้องเผชิญกับการจำคุกและการต่อสู้ยาวนาน เพื่อให้เกิดความเข้าใจมากขึ้น ลองมาดูประเด็นสำคัญๆ ในคดีมาตรา 112:

  • หลักฐานหลัก: มักมาจากบันทึกวิดีโอหรือพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน
  • บทลงโทษ: สูงสุดจำคุก 15 ปี แต่ในคดีเหล่านี้อยู่ที่ 2-3 ปี
  • สิทธิประกันตัว: ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจศาล โดยบางคดีอนุญาต บางคดีปฏิเสธ
  • ผลกระทบต่อสังคม: สร้างความกังวลเรื่องเสรีภาพการแสดงออก

นอกจากนี้ คดีเหล่านี้ยังเชื่อมโยงกับการเมืองไทยในภาพรวม โดยเฉพาะหลังการชุมนุมปี 2563 ที่นำไปสู่การเลือกตั้งและการเปลี่ยนแปลงพรรคการเมือง สิ่งที่น่าสนใจคือ การที่ศาลอนุญาตประกันตัว “ลูกเกด” แสดงให้เห็นว่าศาลบางครั้งก็คำนึงถึงสถานะและหน้าที่สาธารณะของจำเลย

ในมุมมองของผู้เขียน คดีจำคุก “ครูใหญ่ อรรถพล” 3 ปี คดี ม.112 พิพากษายืน คุก “ลูกเกด” อนุญาตประกันตัว ถือเป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการปฏิรูปกฎหมาย เพื่อให้สมดุลระหว่างการปกป้องสถาบันและเสรีภาพประชาชน หากคุณสนใจประเด็นนี้ ลองติดตามข่าวสารเพิ่มเติมและเข้าร่วม讨论ในโซเชียลมีเดีย เพื่อสร้างความตระหนักรู้ร่วมกัน

ที่มา – จำคุก “ครูใหญ่ อรรถพล” 3 ปี คดี ม.112 พิพากษายืน คุก “ลูกเกด” อนุญาตประกันตัว