วัน: 21 ตุลาคม 2025

เอสเม มอร์แกน: ชัยชนะคือความรู้สึกเสพติด

เอสเม มอร์แกน: ชัยชนะคือความรู้สึกเสพติด

เอสเม มอร์แกน: ชัยชนะคือความรู้สึกเสพติด

เอสเม มอร์แกน นักเตะทีมชาติอังกฤษกล่าวว่า “ชัยชนะคือความรู้สึกเสพติด” และทัพสิงโตคำรามหญิงต้องการความสำเร็จมากยิ่งขึ้นเมื่อพวกเธอเตรียมตัวเผชิญหน้ากับบราซิลที่เวมบลีย์ในวันเสาร์นี้

นี่เป็นครั้งแรกที่ทีมกลับมารวมตัวกันอีกครั้งตั้งแต่พวกเขาได้รับชัยชนะในศึกยูโร 2025 ที่สวิตเซอร์แลนด์ในเดือนกรกฎาคม

เอสเม มอร์แกน: ชัยชนะคือความรู้สึกเสพติด

เอสเม มอร์แกน (Esme Morgan) กองหลังทีมชาติอังกฤษ กล่าวว่า “ชัยชนะคือความรู้สึกเสพติด” (Winning is an addictive feeling) ก่อนเกมที่ทีมชาติอังกฤษจะลงสนามพบกับทีมชาติบราซิลที่สนามเวมบลีย์ (Wembley) ในวันเสาร์นี้ การกลับมารวมตัวกันของทีมชาติอังกฤษหญิงชุดนี้ เป็นการรวมตัวกันครั้งแรกหลังจากการคว้าแชมป์ยูโร (Euro 2025) ที่สวิตเซอร์แลนด์เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

ทำไมชัยชนะถึงสำคัญ?

มอร์แกนเน้นย้ำว่า ชัยชนะคือความรู้สึกเสพติด ไม่ว่าจะเป็นเกมอุ่นเครื่องหรือเกมการแข่งขันจริง ความรู้สึกของการเป็นผู้ชนะนั้นเป็นแรงผลักดันให้พวกเธอต้องการที่จะพัฒนาและประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น เธอเสริมว่าทีมกำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเดินทาง และพวกเธอต้องการที่จะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการฟุตบอลหญิง

การเจอกับทีมชาติบราซิลถือเป็นบททดสอบที่สำคัญสำหรับทีมชาติอังกฤษ พวกเขาจะต้องเจอกับความท้าทายและแรงกดดันที่สูงขึ้น ซึ่งจะช่วยให้พวกเธอได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเองต่อไป มอร์แกนกล่าวว่าทีมของเธอพร้อมสำหรับความท้าทายนี้ และพวกเธอจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้รับชัยชนะ

นอกจากนี้ มอร์แกนยังกล่าวถึงความสำคัญของการสนับสนุนจากแฟนบอล เธอเชื่อว่าการมีแฟนบอลคอยให้กำลังใจนั้น จะเป็นแรงผลักดันที่สำคัญที่ช่วยให้ทีมสามารถก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ ไปได้ เธอกระตุ้นให้แฟนบอลเข้ามาชมเกมที่เวมบลีย์และส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจพวกเธออย่างเต็มที่

ทีมชาติอังกฤษหญิงกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่สดใส พวกเขามีผู้เล่นดาวรุ่งที่มีความสามารถมากมาย และมีทีมงานโค้ชที่มีประสบการณ์ พวกเขากำลังสร้างทีมที่แข็งแกร่งและมีเป้าหมายที่จะเป็นทีมที่ดีที่สุดในโลก การเจอกับทีมชาติบราซิลจะเป็นโอกาสที่ดีที่พวกเขาจะได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของทีม และแสดงให้เห็นว่าพวกเขาสามารถแข่งขันกับทีมชั้นนำของโลกได้อย่างสูสี การได้รับรู้ถึง ชัยชนะคือความรู้สึกเสพติด จะเป็นแรงผลักดันให้พวกเขามุ่งมั่นต่อไป

ชัยชนะนำมาซึ่งความมั่นใจและแรงบันดาลใจ และส่งผลให้ผู้เล่นแต่ละคนและทีมโดยรวมพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง การมีเป้าหมายที่ชัดเจนและการทำงานหนักเท่านั้นที่จะนำไปสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน ทีมชาติอังกฤษชุดนี้กำลังแสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขามีความมุ่งมั่นและศักยภาพที่จะทำเช่นนั้น

ในฐานะแฟนบอล เราควรให้กำลังใจและสนับสนุนพวกเธออย่างเต็มที่ เพื่อให้พวกเธอสามารถสร้างประวัติศาสตร์และนำความภาคภูมิใจมาสู่ประเทศของเรา

ที่มา – Winning is an addictive feeling – Morgan

ชัยชนะ & สามัคคี: โรห์ลตั้งเป้าหมายเรนเจอร์ส

แดนนี่ โรห์ล ส่งข้อความที่เรียบง่ายในการเปิดตัวในฐานะหัวหน้าโค้ชของเรนเจอร์ส: “เราต้องการชัยชนะและความสามัคคี

กุนซือชาวเยอรมันวัย 36 ปี เข้ามารับตำแหน่งแทนที่ รัสเซลล์ มาร์ติน ที่ออกจากไอบรอกซ์ หลังคุมทีมไป 17 นัด และชนะเพียง 5 นัดเท่านั้น

เรนเจอร์สตามหลัง ฮาร์ทส์ ผู้นำในลีกสกอตติช พรีเมียร์ชิพ อยู่ 13 แต้ม และตามหลังแชมป์เก่า เซลติก อยู่ 8 แต้ม

ในยูโรป้า ลีก มาร์ตินคุมทีมแพ้ในการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มสองนัดแรกของเรนเจอร์ส

“เรารู้ว่าเราอยู่ที่ไหนในตอนนี้” โรห์ลกล่าว “เราต้องการชัยชนะและความสามัคคี เราต้องการชัยชนะเพราะเราต้องการเปลี่ยนสถานการณ์ในตอนนี้ เราไม่มีความสุข”

“ผมมองหาสโมสรที่จะคว้าแชมป์ และสโมสรแห่งนี้มีทุกอย่างสำหรับเป้าหมายเหล่านี้ การได้เป็นส่วนหนึ่งของที่นี่เป็นเรื่องที่น่าทึ่งมาก”

ชัยชนะและความสามัคคี: โรห์ลตั้งเป้าหมายเรนเจอร์ส

โรห์ลให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวทางการเล่นของเขา เนื่องจากเรนเจอร์สมีปัญหาในเกมรับในฤดูกาลนี้ และยังไม่เฉียบคมในเกมรุกอีกด้วย

“สิ่งที่ผมโฟกัสคือตัวผมเอง สิ่งที่ผมสามารถนำมาสู่สโมสรฟุตบอลแห่งนี้ได้” อดีตบอสของ Sheffield Wednesday กล่าว “ผมเห็นศักยภาพมากมาย”

“ฟุตบอลของผม สิ่งที่ผมอยากเห็นในสนามคือความเข้มข้น การวิ่งเร็ว ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และสไตล์การเล่นที่มุ่งไปข้างหน้า เพราะเราต้องการสร้างโอกาส เราต้องการสร้างประตู”

“เราต้องเร่งเกมของเรา เราต้องการโจมตีแนวรับสุดท้าย ถ้าคุณทำอีกครั้ง เราจะสร้างโอกาสได้มากขึ้น และเราจะมีประตูมากขึ้น”

“เราต้องป้องกันเป็นกลุ่ม เป็นหน่วยเดียวกันให้ดีขึ้นมาก โดยมีความดุดันในการดวลกัน”

“เราต้องเพรสซิ่งให้ดี เราต้องไล่ล่า เราต้องเข้าไปในการเพรสซิ่งโต้กลับ และเราต้องเล่นด้วยความเข้มข้น และมันเริ่มต้นจากกองหน้าไปจนถึงกองหลัง ถ้าคุณทำเป็นหน่วยเดียวกัน มันยากมากที่จะเอาชนะเรา และทำลายเรา”

“ในตอนแรกคุณต้องชนะเกมก่อน แล้วคุณค่อยพูดถึงการเล่นฟุตบอลที่น่าดึงดูด เราต้องการชัยชนะติดต่อกัน ด้วยชัยชนะติดต่อกัน คุณสามารถสร้างความมั่นใจในตนเองและความเชื่อมั่นอย่างเต็มที่ได้”

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โรห์ลดูเหมือนจะหมดโอกาสที่จะเข้าร่วมทีมเรนเจอร์ส หลังจากที่ สตีเวน เจอร์ราร์ด อดีตผู้จัดการทีมไอบรอกซ์ และอดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษ ถอนตัวออกจากกระบวนการสรรหา

เควิน มัสแคท ดูเหมือนจะเป็นตัวเต็ง แต่โอกาสในการทำข้อตกลงสำหรับชาวออสเตรเลียรายนี้ก็ล้มเหลวในวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นช่วงที่โรห์ลกลับมาอยู่ในความสนใจ

โรห์ลอธิบายว่าการประชุมกับผู้บริหารระดับสูงของเรนเจอร์สว่า “ยอดเยี่ยม” และกล่าวว่าเขา “ไม่เคยหยุดการสื่อสาร”

“มันเป็นความสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยมในทันทีระหว่างพวกเราทุกคนในการประชุม” เขากล่าว “ผมรู้สึกถึงความไว้วางใจ”

“คุณสามารถเป็นตัวเลือกแรก ตัวเลือกที่สอง หรือตัวเลือกที่สาม สิ่งสำคัญคือคุณต้องชนะในเกมต่อไป ผมไม่สามารถบอกคุณได้ว่าตัวเลือกไหน ผมบอกคุณได้แค่ว่าผมอยู่ที่นี่ และมันทำให้ผมเชื่อว่าผมเป็นตัวเลือกแรก”

ความสำคัญของชัยชนะและความสามัคคี

แอนดรูว์ คาวานาห์ ประธานสโมสร กล่าวเป็นคนแรกในการแถลงข่าวเมื่อวันอังคาร โดยกล่าวถึงช่วงเวลาสั้นๆ ที่มาร์ตินคุมทีม และความผิดหวังของผู้สนับสนุน

“เมื่อเราเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสโมสรแห่งนี้ในช่วงซัมเมอร์นี้ เราพูดถึงสองสิ่ง นั่นคือการชนะอย่างต่อเนื่องและการชนะอย่างยั่งยืน” คาวานาห์กล่าว

“สี่เดือนต่อมา มันไม่ได้เป็นไปตามที่เราคาดการณ์ไว้ เราไม่ได้คาดหวังว่ามันจะเป็นเรื่องง่าย แต่เราก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะมาอยู่ในจุดที่เราอยู่ในวันนี้”

“ส่วนหนึ่งของสิ่งนั้นคือการตัดสินใจที่เราทำในช่วงซัมเมอร์ที่จะแต่งตั้ง รัสเซลล์ เป็นหัวหน้าโค้ช มันไม่ได้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ รัสเซลล์เป็นคนดี เขาทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เขาต้องการที่จะชนะอย่างมาก และผมขอให้เขาโชคดี แต่ผลลัพธ์มันไม่เป็นอย่างที่ต้องการ”

“ถ้ามีบางอย่างไม่ได้ผล ผมคิดว่ามีสามสิ่งที่คุณต้องทำ คุณต้องยอมรับมัน คุณต้องเป็นเจ้าของมัน ซึ่งผมเชื่อว่าเราได้ทำไปแล้ว และคุณต้องแก้ไขมัน และวันนี้เป็นส่วนสำคัญในเรื่องนั้น”

“เรารู้ว่า[ผู้สนับสนุน]ผิดหวัง เรารับรู้ถึงสิ่งนั้น ทุกคนที่สโมสรจะทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อพาเรากลับไปสู่สิ่งที่ทุกคนต้องการอย่างมาก ซึ่งก็คือการชนะการแข่งขันฟุตบอล”

ชาวอเมริกันกล่าวถึงโรห์ลว่า “เรามีความสุขที่ได้ แดนนี่ มาเป็นหัวหน้าโค้ชของเราที่นี่ ผมคิดว่าแดนนี่จะประสบความสำเร็จอย่างเหลือเชื่อที่เรนเจอร์ส เราประทับใจอย่างมากกับความสามารถของเขาในการใช้กลยุทธ์และทำให้มันเกิดขึ้นจริงในสนาม”

“การจัดการคน ผมคิดว่าแดนนี่จะดึงสิ่งที่ดีที่สุดออกมาจากผู้เล่นทุกคนของเรา และเราจะได้เห็นผู้เล่นแต่ละคนในเวอร์ชันที่ดีที่สุดในเร็วๆ นี้”

“เขาเข้าใจและมีความสามารถในการสร้างความผูกพันกับผู้สนับสนุนของเรา ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก เขารู้ว่าการชนะคือทางเลือกเดียว เขารู้ว่าการชนะต้องเกิดขึ้นทันที และเขารู้ว่าเขาต้องสร้างความผูกพันนั้นกับผู้สนับสนุนของเรา”

“เขามีความมั่นใจ เขามีความสามารถทางเทคนิค นอกจากนี้เขายังมีขอบเล็กน้อย และผมคิดว่าสิ่งนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อเขา”

“เรายังคงมองโลกในแง่ดีอย่างเหลือเชื่อเกี่ยวกับสโมสรฟุตบอลแห่งนี้ เรายังมีทุกอย่างอยู่ข้างหน้าเราที่จะเล่นเพื่อในปีนี้ ผมคิดว่าเรายังไม่ได้เห็นสิ่งที่ดีที่สุดของทีมของเรา และผมตั้งตารอที่จะเห็นสิ่งที่แดนนี่สามารถดึงออกมาจากพวกเขาได้”

การแต่งตั้ง แดนนี่ โรห์ล ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของเรนเจอร์ส และแฟนบอลต่างคาดหวังว่าเขาจะนำพา ชัยชนะและความสามัคคี กลับคืนสู่ทีมได้

ที่มา – Winning & togetherness – Rohl sets out Rangers mission

ทีมอาทิตย์อวดโฉม! รวมอดีตแข้งพรีเมียร์ 1,800 นัด

คุณจะพัฒนาทีมระดับเทพที่มีนักเตะมากประสบการณ์ ซึ่งคว้าแชมป์มาครองได้ถึงสองสมัย รวมถึงดับเบิ้ลแชมป์ลีกคัพที่ชนะ 30 จาก 32 เกมได้อย่างไร?

คำตอบคือการดึงอดีตนักเตะอาชีพที่เคยโลดแล่นในระดับสูงสุดของสโมสรและฟุตบอลทีมชาติมาร่วมทีม เพื่อหวังจะกวาดถ้วยรางวัลให้มากขึ้นไปอีก

สโมสร Wythenshawe AFC ในเมืองแมนเชสเตอร์ มีทีมนักเตะรุ่นเก๋าที่มีอดีตนักเตะพรีเมียร์ลีกถึง 9 คนอยู่ในทีมชุดปัจจุบัน BBC Sport จะพาไปเจาะลึกทีมในฝันของลีกวันอาทิตย์นี้กัน

รวมพลอดีตแข้งดัง! ส่องทีมรวมอดีตแข้งพรีเมียร์ 1,800 นัด

ทีม Wythenshawe Vets Over-35s ตั้งอยู่ในเมืองแมนเชสเตอร์ตอนใต้ และลงเล่นใน Cheshire Vets League Premier Division ฤดูกาลนี้ พวกเขามีอดีตนักเตะพรีเมียร์ลีกถึง 9 คนในทีม ซึ่งมีสถิติลงเล่นรวมกันถึง 1,801 นัดในลีกสูงสุด นอกจากนี้ พวกเขายังยิงประตูในพรีเมียร์ลีกรวมกัน 222 ประตู และติดทีมชาติรวมกัน 325 นัด

ในทีมประกอบไปด้วย ปาปิสส์ ซิสเซ่ ที่ยิงไป 37 ประตูจากการลงเล่น 117 นัดให้กับนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด หลังจากย้ายมาจากไฟร์บวร์กในบุนเดสลีกาด้วยค่าตัว 9 ล้านปอนด์เมื่อเดือนมกราคม 2012 ซิสเซ่ลงประเดิมสนามให้กับ Wythenshawe ในเกมเหย้านัดล่าสุดที่พบกับแชมป์เก่า Collegiate Old Boys และยิงคนเดียว 6 ประตูในเกมที่ชนะ 6-2 รวมถึงแฮตทริกในครึ่งแรกภายใน 32 นาที

นอกจากนี้ ทีม Wythenshawe ยังมีอดีตนักเตะอาชีพชื่อดังอีกมากมาย เช่น เอมิล เฮสกีย์ อดีตกองหน้าทีมชาติอังกฤษและลิเวอร์พูล, จอร์จ บอยด์ อดีตปีกของฮัลล์และเบิร์นลีย์, อูมาร์ นิอาสส์ อดีตกองหน้าเอฟเวอร์ตัน, เมย์นอร์ ฟิเกรัว อดีตฟูลแบ็กวีแกน, สตีเฟน ไอร์แลนด์ และ เนดุม โอนูโอฮา อดีตคู่หูจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ รวมถึง โจลีอัน เลสค็อตต์ และ แดนนี ดริงค์วอเตอร์ สองนักเตะที่เคยคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาแล้ว รวมกันแล้ว อดีตนักเตะระดับท็อปเหล่านี้คว้าแชมป์รายการใหญ่มาแล้ว 15 รายการ และมีค่าตัวรวมกันประมาณ 123 ล้านปอนด์

Wythenshawe AFC: รวมดาวดังระดับประเทศและนานาชาติ

ไอร์แลนด์เริ่มเล่นให้กับทีมในช่วงปรีซีซั่นซัมเมอร์นี้ โดยได้รับการชักชวนจาก เบลก นอร์ตัน เพื่อนสนิทและผู้เล่นปัจจุบันของ Wythenshawe ก่อนที่อดีตกองกลางทีมชาติไอร์แลนด์จะชักชวนอดีตนักเตะอาชีพคนอื่นๆ ที่เล่นเกม 9 คนกลางสัปดาห์ด้วยกันให้มาร่วมทีม

อูมาร์ นิอาสส์ อดีตกองหน้าทีมชาติเซเนกัล ผู้ยิงไป 12 ประตูจากการลงเล่น 65 นัดในพรีเมียร์ลีกให้กับเอฟเวอร์ตัน และยังคงเข้าชมเกมเหย้าของทีม ก็ลงประเดิมสนามกับทีม Collegiate OB ด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นทีมจากลิเวอร์พูลที่ใส่ชุดฝึกซ้อมของเอฟเวอร์ตันลงทำการแข่งขัน

นิอาสส์กล่าวว่า “สตีเฟน ไอร์แลนด์ เพื่อนของผมชวนผมมาเล่น บอกว่ามันสนุกดี”

“จากนั้นเขาก็บอกผมว่าเรากำลังจะเจอกับทีมจากลิเวอร์พูล และผมก็ตกใจมากเมื่อเห็นพวกเขาใส่เสื้อเอฟเวอร์ตัน ผมบอกเลยว่านี่มันไม่ถูกต้องสำหรับผม!”

“เมื่อคุณยังรักฟุตบอลและรู้ว่าคุณยังสามารถทำได้ ไม่ว่าคุณจะเล่นฟุตบอลได้ที่ไหน คุณจะทำอะไร?”

“คนที่มาดูมีความสุข และการทำให้วันของใครบางคนสดใสขึ้นถ้าพวกเขาเห็นเราเล่นที่นั่นและถามคำถามเรา มันเหมือนกับความสุขที่เรามีที่ที่เราสามารถเล่นได้ โดยมีการจัดการที่ดี”

ด้วยขุมกำลังเชิงลึกของ Wythenshawe ทำให้ นิอาสส์ ได้ประเดิมสนามในตำแหน่งฟูลแบ็ก

“มันค่อนข้างแตกต่างออกไป แต่ผมชอบวิ่งและเข้าไปข้างใน ผมไม่ได้ป้องกันมากขนาดนั้น” เขากล่าว

“ผมบอกเซ็นเตอร์แบ็กของผมว่า ‘ฉันจะไม่คอยอยู่นะ’ และผมก็จะวิ่งต่อไป”

“การวิ่งคือสิ่งที่ผมมองหา มันสนุกดี”

นอกจากการยิง 6 ประตูของซิสเซ่ในการประเดิมสนามแล้ว ไอร์แลนด์ยังยิงไป 8 ประตูจากการลงเล่น 3 นัดให้กับ Wythenshawe ในขณะที่ บอยด์ ยิงไป 5 ประตูในการลงเล่นครั้งแรก และ เลสค็อตต์ ซึ่งปกติเล่นเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ก็ยิงแฮตทริกได้ในเกมหนึ่ง

ปัจจุบัน Wythenshawe นำเป็นจ่าฝูงของ Cheshire Veterans Premier Division ด้วยสถิติชนะ 3 นัดรวด และมีผลต่างประตูได้เสีย +19 พอล บาร์โรว์ วัย 38 ปี ซึ่งเล่นเป็นปีกให้กับ Collegiate Old Boys จากลิเวอร์พูล ต้องเผชิญหน้ากับ ฟิเกรัว อดีตฟูลแบ็กของวีแกน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา และต้องอธิบายให้ลูกชายวัย 9 ขวบของเขาฟังว่า เฮสกีย์ คือใคร

บาร์โรว์กล่าวว่า “มันแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วว่าพวกเขามีอดีตนักเตะพรีเมียร์ลีกเหล่านี้ทั้งหมด”

“ผมคิดว่าผมค่อนข้างจะตื่นเต้นที่ได้เจอกับ ฟิเกรัว พูดตามตรง”

“แม้แต่ เอมิล [เฮสกีย์] ก็ยังลงมาเล่น และเขาก็ติดทีมชาติอังกฤษไป 60 กว่านัด”

“เราทำได้ดีในช่วง 20 นาทีแรก แต่หลังจากนั้นเราก็โดนไล่ออก และมันก็ยาก”

“เราแทบจะไม่หยุดพูดถึงมันเลย ผมโทรหาแม่และพี่ชายระหว่างทางกลับบ้าน”

“พวกเขาทุกคนฟังดูดีมาก จับมือเราหลังจบเกม มันเหมือนกับการเล่นกับคนธรรมดาทั่วไป”

“ตอนนี้เราแทบรอไม่ไหวสำหรับการกลับมาเจอกันอีกครั้ง”

ทีมอาทิตย์อวดโฉมฟอร์มเทพ: ใครจะต้านอยู่?

แอนดี้ เคอร์บี เป็นผู้จัดการทีม Collegiate vets ร่วมกับ พอล แม็กไกวร์ ซึ่งเป็นทีมที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ดิวิชั่นเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

“เราขึ้นนำ 1-0 และมีโอกาสที่จะทำให้เป็น 2-0 แต่เมื่อเราโดนไล่ออก เราก็ต้องเจอกับงานหนัก และสี่ประตูรวดก็ทำให้เกมจบลงสำหรับเรา” เคอร์บีกล่าว

“จากที่เราเคยอยู่ในวงการฟุตบอลสมัครเล่นในท้องถิ่น สู่การคว้าแชมป์ลีก การได้เข้าชิง County Cup ถือเป็นปรากฏการณ์สำหรับพวกเรา”

“ผมเชื่อว่าเราน่าจะแพ้แค่ประตูเดียวถ้าเราไม่โดนไล่ออก และเรายังคิดว่าเราจะคว้าแชมป์ลีกให้ได้!”

นักเตะค่าตัวหลายล้านจ่ายค่าสมัครสมาชิกทีม!

คาร์ล บาร์รัตต์ เป็นประธานของ Wythenshawe AFC และเข้าร่วมสโมสรเมื่อ 24 ปีที่แล้ว เมื่อลูกชายของเขาเริ่มเล่นให้กับทีมเยาวชน

จากนั้นก็พัฒนาจาก 5 ทีม กลายเป็นการดำเนินการ 70 ทีม รวมถึงทีมชายและหญิงชุดใหญ่ที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งเล่นใน North West Counties และ National League ตามลำดับ

“เรามีคนมาดูที่นี่ 178 คนเมื่อวันอาทิตย์ และจำนวนนั้นก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ” บาร์รัตต์กล่าว

“ทีมสัตวแพทย์ประสบความสำเร็จมาโดยตลอด และมีฤดูกาลที่ดีมากเมื่อปีที่แล้ว”

“สิ่งที่ตลกที่สุดคือผู้เล่นเหล่านี้มีมูลค่าหลายล้าน และภรรยาของผมได้ส่งจดหมายถึงพวกเขาเพื่อตั้งค่าการสมัครสมาชิกสำหรับค่าสมาชิกของพวกเขา”

“เธอมาหาผมและบอกว่า ‘เราเซ็นสัญญากับใครบางคนชื่อ เอมิล เฮสกีย์’ และจากนั้นเราก็ขอเงินเขา 15 ปอนด์ต่อสัปดาห์”

บาร์รัตต์ได้ดูแลการพัฒนาที่สำคัญในสโมสร และเชื่อว่าการมีส่วนร่วมของอดีตผู้เล่นพรีเมียร์ลีกจะมีผลกระทบเชิงบวกต่อพื้นที่นี้

“Wythenshawe เป็นชุมชนเล็กๆ ที่มีประชากร 110,000 คน” เขากล่าวเสริม

“สิ่งหนึ่งที่นำทุกคนมารวมกันที่นี่คือฟุตบอล”

การรวมตัวของอดีตนักเตะดังในลีกสมัครเล่น ไม่เพียงแต่สร้างสีสันและความสนุกสนานให้กับวงการฟุตบอลระดับรากหญ้า แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักเตะรุ่นใหม่ และสร้างความคึกคักให้กับชุมชนอีกด้วย หากคุณมีโอกาส ลองแวะไปชมเกมการแข่งขัน รับรองว่าคุณจะได้สัมผัสกับบรรยากาศฟุตบอลที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและความเป็นกันเองอย่างแน่นอน ทีมอาทิตย์อวดโฉมเหล่านี้ จะสร้างความทรงจำดีๆ ให้กับคุณอย่างแน่นอน!

ที่มา – Meet the Sunday League team with 1,800 Premier League appearances

“พีระพันธุ์” ย้ำ เฟ้นผู้สมัครใหม่ สู้ศึกเลือกตั้ง

“พีระพันธุ์” ย้ำความมั่นคงอยู่เหนือประชานิยม ยืนยันพรรคยังมี DNA “ลุงตู่” เตรียมเฟ้นผู้สมัครเลือดใหม่สู้ศึกเลือกตั้ง

วันที่ 21 ตุลาคม 2568 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการสีสันการเมือง แบบ เด้งเด้ง ทาง Youtube โดยเปิดเผยถึงจุดยืนของพรรครวมไทยสร้างชาติว่า นโยบายที่เป็นธงนำของพรรคก็คือการกำกับดูแลและเสริมสร้าง “ความมั่นคง” ของชาติในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นความมั่นคงด้านพลังงาน ความมั่นคงในการดำรงชีวิต ความมั่นคงในเรื่องเศรษฐกิจโดยเฉพาะเศรษฐกิจฐานราก ความมั่นคงด้านเกษตรกรรม ไปจนถึงความมั่นคงในด้านการศึกษา พร้อมเน้นย้ำว่า ความมั่นคงมีความสำคัญและยั่งยืนมากกว่านโยบายประชานิยม

“จะมีประโยชน์อะไรถ้ามีประชานิยมแต่ไม่มีความมั่นคง แล้วประชานิยมจะช่วยให้ประเทศชาติยั่งยืนได้แค่ไหน?” นายพีระพันธุ์ตั้งคำถาม พร้อมได้ยกตัวอย่างความมั่นคงด้านพลังงานว่า “ช่วงที่ผมบริหารกระทรวงพลังงานตั้งแต่วันแรก ผมบอกกับทุกคนเลยว่าภารกิจของกระทรวงนี้เกี่ยวข้องกับประชาชนมาก แต่ที่ผ่านมาประชาชนไม่ได้รู้สึกถึงความสำคัญของกระทรวงพลังงาน เพราะฉะนั้นกระทรวงพลังงานต้องกลับมามุ่งเน้นในเรื่องของประชาชน ไม่ใช่มุ่งเน้นในเรื่องของธุรกิจการลงทุน และในระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมาผมทำให้ประชาชนเห็นแล้วว่ากระทรวงพลังงานมีความสำคัญกับชีวิตของประชาชนแค่ไหน”

พูดมากบอกโหน พูดน้อยบอกลืม

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า “ทุกวันนี้พรรคก็ยังเป็น DNA ของ “ลุงตู่” แต่เมื่อผมพูดถึงมาก ก็กล่าวหาว่าผมไปโหน “ลุงตู่” แต่พอไม่พูด ก็กล่าวหาว่าผมลืมลุงไปแล้ว นี่เป็นตัวอย่างของคนที่หาเรื่อง ท่านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับคนรักชาติบ้านเมือง คนตั้งใจทำงาน จุดนี้คือสิ่งที่ต้องเก็บรักษาไว้ให้เป็น DNA ของลุงตู่ในพรรครวมไทยสร้างชาติ และเป็นแนวทางของพรรคตั้งแต่เริ่มต้นอยู่แล้ว”

เตรียมหาผู้สมัครสู้เลือกตั้ง

นายพีระพันธุ์ ยังมั่นใจเหตุผลที่ถูกโจมตีมาตลอด เพราะมีเบื้องหลังคือมาจากการที่ต่อสู้ในเรื่องของราคาพลังงาน ทำในสิ่งที่ต้องทำ และทำในสิ่งที่ถูกต้องเสมอ ยืนยันการเข้าสู่เส้นทางทางการเมืองของตน ไม่ใช่เพราะอยากเป็นนักการเมือง เมื่อลาออกจากผู้พิพากษาเพื่อมาทำงานการเมือง ไม่ได้มาเล่นการเมือง  ส่วนการแยกตัวของสมาชิก ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเข้าใจ ไม่ได้ทะเลาะเบาะแว้งกัน ตนเคารพในความคิดของทุกคน ทุกคนมีสิทธิตัดสินใจอนาคตของตนเอง ทุกคนมีแนวทางที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง ก็ต้องเคารพการตัดสินใจของเขา ซึ่งในตอนนี้ตนก็รู้สึกสบายใจเพราะสามารถบริหารจัดการพรรคได้อย่างที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ต้น และกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งครั้งถัดไป

ลั่นอยากได้คนรุ่นใหม่

“พรรครวมไทยสร้างชาติอยู่ระหว่างเตรียมคนอยู่ ซึ่งผมพูดตรง ๆ เลยว่า ผมอยากได้คนใหม่ คนที่ไม่ใช่นักการเมือง และเป็นคนที่ตั้งใจทำงานเพื่อชาวบ้าน เพื่อประชาชน ในทุก ๆ ครั้งของการสำรวจมีคนไม่ตัดสินใจเยอะที่สุด ทำไมคนไม่ตัดสินใจ เพราะว่าคนเบื่อการเมือง คนเบื่อนักการเมืองเก่า ๆ คนอยากได้นักการเมืองอีกแบบหนึ่ง ซึ่งผมพร้อมที่จะเป็นนักการเมืองที่ไม่ได้เล่นการเมืองแบบเก่า ๆ แต่ทั้งหมดอยู่ที่ประชาชน ถ้าประชาชนต้องการเห็นพรรคการเมืองที่มาทำงาน ก็สนับสนุนพรรครวมไทยสร้างชาติ” นายพีระพันธุ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เมื่อช่วงค่ำวันจันทร์ที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมาซึ่งเป็นวันหลักของการเฉลิมฉลองเทศกาลดิวาลี นายพีระพันธุ์ พร้อมด้วยนายพลัฏฐ์ ศิริกุลพิสุทธิ์ สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ เข้าร่วมชมงาน “Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2025” ณ ย่านพาหุรัดและคลองโอ่งอ่าง ระหว่างการเข้าชมงานในครั้งนี้ นายพีระพันธุ์ได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์และกิจกรรมการแสดงทางวัฒนธรรมประจำเทศกาลอย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังได้พบปะพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าที่ออกร้านจำหน่ายสินค้าหลากหลายชนิด อาทิ ขนมหวานอินเดีย และอาหารสตรีทฟู้ด รวมถึงแวะชมกิจกรรมสาธิตทางวัฒนธรรม เช่น การเพ้นท์เฮนน่า ด้วย

“พีระพันธุ์” ย้ำความมั่นคงอยู่เหนือประชานิยม เตรียมเฟ้นผู้สมัครเลือดใหม่สู้ศึกเลือกตั้ง

“พีระพันธุ์” เน้นเฟ้นผู้สมัครใหม่ สู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ย้ำถึงความมุ่งมั่นในการเฟ้นหาผู้สมัครเลือดใหม่เพื่อลงสู้ศึกในการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยเน้นย้ำว่าพรรคต้องการคนรุ่นใหม่ที่ไม่ใช่นักการเมืองอาชีพ แต่มีความตั้งใจจริงที่จะทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

การเฟ้นหาผู้สมัครใหม่ สู้ศึกเลือกตั้ง ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของพรรครวมไทยสร้างชาติในการสร้างความเปลี่ยนแปลงและตอบสนองความต้องการของประชาชนที่เบื่อหน่ายนักการเมืองแบบเดิมๆ พรรคจึงมุ่งเน้นไปที่การค้นหาบุคคลที่มีความสามารถ มีความรู้ความสามารถ และมีความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาของประเทศชาติอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ นายพีระพันธุ์ยังได้กล่าวถึงความสำคัญของความมั่นคงในทุกมิติ ซึ่งถือเป็นนโยบายหลักของพรรค และยืนยันว่าพรรครวมไทยสร้างชาติยังคงยึดมั่นใน DNA ของ “ลุงตู่” พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองอย่างเต็มที่ การเฟ้นหาผู้สมัครใหม่ สู้ศึกเลือกตั้ง จึงเป็นการผสมผสานระหว่างคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถ และประสบการณ์จากนักการเมืองรุ่นเก่าที่ยึดมั่นในอุดมการณ์

การเฟ้นหาผู้สมัครใหม่ สู้ศึกเลือกตั้ง ที่กำลังจะมาถึงจึงเป็นสิ่งที่น่าจับตามองว่าพรรครวมไทยสร้างชาติจะสามารถดึงดูดคนรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพเข้ามาทำงานการเมืองได้หรือไม่ และจะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศชาติได้มากน้อยเพียงใด

ที่มา – “พีระพันธุ์” ย้ำความมั่นคงอยู่เหนือประชานิยม เตรียมเฟ้นผู้สมัครเลือดใหม่สู้ศึกเลือกตั้ง

13 หมู่ป่าเยี่ยม ลุงสุรทิน ช่างเจาะบาดาลถ้ำหลวง

ตัวแทนสมาชิกทีม 13 หมู่ป่า เข้าเยี่ยม “สุรทิน ชัยชมภู” ช่างเจาะบาดาล หนึ่งในฮีโร่ถ้ำหลวง หลังประสบอุบัติเหตุ ป่วยติดเตียงมากว่า 5 เดือน เผย รู้สึกตื้นตันใจในความเสียสละของลุง และความยากลำบากของทุกคนที่ช่วยเหลือพวกตนออกมา

จากกรณีที่นายสุรทิน ชัยชมภู อายุ 59 ปี หรือ ช่างขวัญ หนึ่งในฮีโร่จิตอาสาผู้อยู่เบื้องหลังภารกิจช่วยเหลือนักฟุตบอล 13 หมูป่าออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เมื่อปี 2561 ได้ประสบอุบัติเหตุจนกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้มานานเกือบ 5 เดือน โดยมีภรรยาและครอบครัวคอยดูแลอย่างใกล้ชิดที่บ้านพักในตำบลบ้านสหกรณ์ อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ นั้น

ล่าสุด วันที่ 21 ตุลาคม 2568 นายภานุมามาศ แสงดี (น้องมิกซ์) นายสมพงค์ ใจวงค์ (น้องพงค์) นายเอกรัฐ วงค์สุขจันทร์ (น้องบิว) และนายชรินทร์ วิบูรณ์รุ่งเรือง (น้องไตตัน) ตัวแทนสมาชิก 13 หมู่ป่าฯ พร้อมผู้ปกครอง ได้นำกระเช้าเข้าเยี่ยมให้กำลังใจกับลุงสุรทิน ที่บ้านพักในตำบลบ้านสหกรณ์ อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ พร้อมกันนี้ได้นำเงินมามอบให้จำนวนหนึ่งเพื่อใช้ในการรักษาอาการป่วย ซึ่งขณะที่ตัวแทนน้องๆ จากทีม 13 หมู่ป่าได้เข้าเยี่ยม ลุงสุรทินได้เล่าถึงเหตุการณ์วันที่ทีมงานได้ทำการเจาะบาดาล เพื่อระบายน้ำออกจากถ้ำหลวงในวันที่เกิดเหตุ จนเจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือน้องๆ 13 หมู่ป่าออกจากถ้ำหลวงได้สำเร็จ

ขณะเดียวกันนายอภินันท์ เลาหะกุล ปลัดอาวุโส อ.แม่ออน รักษาราชการแทนนายอำเภอแม่ออน พร้อมด้วย นายประเสริฐ ตันคำ นายก อบต.บ้านสหกรณ์ ได้เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจลุงสุรทิน พร้อมได้กำชับให้นายก อบต.จัดเจ้าหน้าที่และรถกู้ชีพอำนวยความสะดวกช่วยเหลือลุงสุรทิน กรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน รวมถึงจัดรถรับส่งไปโรงพยาบาล ตามนัดของแพทย์ ซึ่งทางองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านสหกรณ์ ได้มีการจัดเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ รถกู้ชีพอำนวยความสะดวกให้กับลุงสุรทิน ตามคำร้องขออยู่แล้ว นอกจากนี้ยังได้จัดของใช้ประจำวันเช่นผ้าอ้อมผู้ใหญ่ นม มามอบให้เป็นประจำตามสิทธิ์ของผู้ป่วยอีกด้วย

ด้านนายชรินทร์ วิบูรณ์รุ่งเรือง หรือ น้องไตตัน 1 ใน 13 สมาชิกหมูป่าฯ เปิดเผยว่า หลังจากที่ตนและเพื่อนๆ สมาชิก 13 หมูป่า ทราบว่าลุงสุรทิน ช่างเจาะน้ำบาดาลหนึ่งในฮีโร่เหตุการณ์ถ้ำหลวง ล้มป่วยกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง ก็ได้มีการติดต่อประสานงานกับเพื่อนๆ ในกลุ่ม ซึ่งส่วนใหญ่เรียนระดับมหาวิทยาลัย อยู่ต่างจังหวัดบ้าง บางคนติดสอบบ้าง ตนและเพื่อนๆ อีก 3 คน จึงได้เป็นตัวแทนเพื่อนๆ มาเยี่ยมให้กำลังใจลุงสุรทิน และมีโอกาสได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกับลุงสุรทิน เรื่องที่ทีมงานของลุงได้ไปช่วยในวันเกิดเหตุเมื่อปี 2561 ทำให้รู้สึกตื้นตันใจในความเสียสละของลุง และความยากลำบากของทุกคนในการช่วยเหลือพวกเราให้ออกจากถ้ำหลวง

ซึ่งทำให้พวกเราเกิดแรงบันดาลใจในความเสียสละของลุงสุรทิน เพื่อสังคมโดยไม่หวังผลตอบแทน ซึ่งเราจะปฏิบัติตนเป็นเยาวชนที่ดี เพื่อตอบแทนสังคมในอนาคตต่อไป ส่วนเพื่อนๆ สมาชิก 13 หมูป่าได้ฝากส่งกำลังใจมาให้ลุงสุรทิน ถ้าหากทำภารกิจการเรียนเสร็จก็จะได้มีการนัดกันมาเยี่ยมให้กำลังใจลุงสุรทินในโอกาสต่อไป

13 หมู่ป่าเยี่ยม ลุงสุรทิน ช่างเจาะบาดาลถ้ำหลวง

เรื่องราวของ 13 หมู่ป่าเยี่ยม ลุงสุรทิน ช่างเจาะบาดาลถ้ำหลวง แสดงให้เห็นถึงความผูกพันและความกตัญญูที่งดงาม แม้เวลาจะผ่านไป แต่ความช่วยเหลือและความเสียสละที่ได้รับยังคงอยู่ในความทรงจำเสมอ

กำลังใจจาก 13 หมู่ป่าถึงลุงสุรทิน ช่างเจาะบาดาลถ้ำหลวง

การที่สมาชิก 13 หมู่ป่าเดินทางไปเยี่ยมและให้กำลังใจลุงสุรทิน ช่างเจาะบาดาลถ้ำหลวงที่ป่วยติดเตียง แสดงให้เห็นถึงความกตัญญูและความผูกพันที่พวกเขามีต่อผู้ที่เคยช่วยเหลือพวกเขาในเหตุการณ์ถ้ำหลวงเมื่อปี 2561 เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราเห็นถึงความสำคัญของการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และการตอบแทนผู้มีพระคุณ

ความเสียสละของลุงสุรทินและทีมงานเจาะบาดาล เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ภารกิจช่วยเหลือ 13 หมูป่าสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี การที่น้องๆ 13 หมูป่าไม่ลืมบุญคุณและยังคงให้ความช่วยเหลือลุงสุรทินในยามที่ท่านต้องการ เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง

เหตุการณ์ครั้งนี้ยังแสดงให้เห็นถึงน้ำใจของคนไทยที่ไม่เคยทอดทิ้งกัน ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ความช่วยเหลือและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ยังคงเป็นสิ่งที่สังคมไทยยึดมั่นเสมอ การเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจ 13 หมู่ป่าเยี่ยม ลุงสุรทิน ช่างเจาะบาดาลถ้ำหลวง ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงความกตัญญู แต่ยังเป็นการส่งต่อกำลังใจและความหวังให้กับผู้ที่กำลังเผชิญกับความยากลำบากอีกด้วย

เราหวังว่าเรื่องราวของ 13 หมู่ป่าเยี่ยม ลุงสุรทิน ช่างเจาะบาดาลถ้ำหลวง จะเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายๆ คนหันมาใส่ใจและให้ความช่วยเหลือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ และร่วมกันสร้างสังคมที่อบอุ่นและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มากยิ่งขึ้น

ที่มา – สมาชิก “13 หมู่ป่า” เข้าเยี่ยม “ลุงสุรทิน” ช่างเจาะบาดาลถ้ำหลวง หลังป่วยติดเตียง

ประกาศฉบับ 9: พายุเฟิงเฉิน แรงขึ้น! ฝนตกหนัก

สถานการณ์น่าเป็นห่วง! กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 9 เตือนเรื่อง พายุเฟิงเฉิน ที่มีแนวโน้มทวีกำลังแรงขึ้น แม้ว่าจะไม่ได้เคลื่อนเข้าประเทศไทยโดยตรง แต่ก็ส่งผลกระทบทำให้บางจังหวัดมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ต้องระวังกันด้วยนะครับ!

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเกี่ยวกับ พายุเฟิงเฉิน ฉบับที่ 9 อย่างเป็นทางการ โดยระบุว่า เมื่อเวลา 16.00 น. พายุโซนร้อนเฟิงเฉินอยู่ในบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ห่างจากเมืองดานัง ประเทศเวียดนามไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 430 กิโลเมตร โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางอยู่ที่ประมาณ 85 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้อย่างช้าๆ

ข่าวร้ายคือ พายุเฟิงเฉิน มีแนวโน้มที่จะทวีกำลังแรงขึ้นอีก และจะเคลื่อนเข้าใกล้ตอนใต้ของเกาะไหหลำ ประเทศจีน และชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 22-23 ตุลาคม 2568 หลังจากนั้น พายุจะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากมีมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมบริเวณดังกล่าว โชคดีที่พายุนี้ไม่ได้เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง

อย่างไรก็ตาม จากอิทธิพลของ พายุเฟิงเฉิน ทำให้ในช่วงวันที่ 22-23 ตุลาคม 2568 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยจะมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง และภาคใต้จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง เนื่องจากมีร่องมรสุมกำลังปานกลางพาดผ่านภาคใต้ตอนกลาง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขัง

นอกจากนี้ คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันจะมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

พายุเฟิงเฉิน: ประกาศฉบับ 9 เตือนฝนตกหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยาเน้นย้ำให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ของกรมอุตุนิยมวิทยา หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

รับมือพายุเฟิงเฉินอย่างไรดี?

  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฝนตกหนัก น้ำท่วม
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัย
  • ตรวจสอบบ้านเรือนให้อยู่ในสภาพแข็งแรง
  • เตรียมอุปกรณ์จำเป็น เช่น ไฟฉาย น้ำดื่ม ยา

สถานการณ์ พายุเฟิงเฉิน เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองและคนที่เรารัก อย่าประมาทและติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่องนะครับ

ที่มา – ประกาศฉบับ 9 “พายุเฟิงเฉิน” มีแนวโน้มทวีกำลังแรงขึ้น กระทบบางจังหวัดฝนตกหนักมาก

ภูมิใจไทย เปิดตัว 3 ว่าที่ผู้สมัคร สส.หนองคาย

พรรคภูมิใจไทยเตรียมเปิดตัวสุดยิ่งใหญ่ในวันที่ 22 ตุลาคมนี้ เปิดตัว 3 ว่าที่ผู้สมัคร สส.หนองคาย ได้แก่ “พล.ต.ท.ไพศาล ลือสมบูรณ์ – จิดาภา สุนทรธนากุล – ศักดิ์ดา จันทรสุวรรณ”

วันที่ 21 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่น่าจับตามอง ภายหลังจากที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้ทยอยเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งใหญ่ที่กำลังจะมาถึง ในวันที่ 22 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00 น. ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย จะมีการจัดงานสำคัญ โดยมีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะแกนนำคนสำคัญของพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย นพ.มารุต มัสยวาณิช อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีต สส.บัญชีรายชื่อของพรรคภูมิใจไทย ให้เกียรติมาร่วมต้อนรับและเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

ภูมิใจไทยเปิดตัว 3 ว่าที่ผู้สมัคร สส.หนองคาย อย่างเป็นทางการ

การเปิดตัวในครั้งนี้เป็นที่สนใจของประชาชนชาวหนองคายเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นการเปิดตัว 3 ว่าที่ผู้สมัคร สส.หนองคาย ที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่หลากหลาย ซึ่งแต่ละท่านล้วนเป็นบุคคลที่ได้รับการยอมรับและเชื่อมั่นจากประชาชนในพื้นที่

ว่าที่ผู้สมัคร สส.หนองคาย ทั้ง 3 ท่าน ประกอบด้วย:

  • เขต 1: พล.ต.ท.ไพศาล ลือสมบูรณ์ (ผู้การเต๋อ)
  • เขต 2: ทพญ.จิดาภา สุนทรธนากุล
  • เขต 3: นายศักดิ์ดา จันทรสุวรรณ

พล.ต.ท.ไพศาล ลือสมบูรณ์ หรือที่รู้จักกันดีในนาม “ผู้การเต๋อ” เป็นบุคคลที่คร่ำหวอดในวงการตำรวจมาอย่างยาวนาน มีความเชี่ยวชาญด้านการสืบสวนสอบสวน และเป็นที่รักใคร่ของลูกน้องและเพื่อนร่วมงาน ด้วยบุคลิกที่เข้าถึงง่าย จริงใจ และพร้อมช่วยเหลือประชาชน ทำให้ “ผู้การเต๋อ” ได้รับความไว้วางใจจากชาวหนองคาย เขต 1 เป็นอย่างมาก

ทพญ.จิดาภา สุนทรธนากุล เป็นทันตแพทย์หญิงที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการช่วยเหลือผู้ป่วย และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ด้วยความรู้ความสามารถทางการแพทย์ ผนวกกับจิตใจที่โอบอ้อมอารี ทำให้ ทพญ.จิดาภา ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนในเขต 2 อย่างล้นหลาม

นายศักดิ์ดา จันทรสุวรรณ เป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ที่มีความคิดสร้างสรรค์ และมองการณ์ไกล ด้วยประสบการณ์ในการบริหารธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ประกอบกับความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาจังหวัดหนองคายให้เจริญก้าวหน้า ทำให้ นายศักดิ์ดา ได้รับความสนใจจากประชาชนในเขต 3 เป็นอย่างมาก

การเปิดตัว 3 ว่าที่ผู้สมัคร สส.หนองคาย ของพรรคภูมิใจไทยในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า พรรคภูมิใจไทยมีความพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับการเลือกตั้งใหญ่ที่กำลังจะมาถึง และมีความมุ่งมั่นที่จะนำพาจังหวัดหนองคายไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง

พรรคภูมิใจไทย มั่นใจว่า ด้วยศักยภาพของว่าที่ผู้สมัครทั้ง 3 ท่าน จะสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนชาวหนองคายได้อย่างตรงจุด และพร้อมที่จะทำงานอย่างหนักเพื่อพัฒนาจังหวัดหนองคายให้ก้าวหน้าทัดเทียมนานาชาติ

การเลือกตั้งครั้งหน้าที่จะมาถึงนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีที่ประชาชนชาวหนองคาย จะได้เลือกผู้แทนที่ตั้งใจจริง เข้าไปทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวมอย่างแท้จริง อย่าลืมติดตามข่าวสารและข้อมูลของผู้สมัครแต่ละท่าน เพื่อประกอบการตัดสินใจในการเลือกตั้งครั้งนี้

การเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.หนองคายของพรรคภูมิใจไทย แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาจังหวัดหนองคายให้ดียิ่งขึ้น หวังว่าผู้สมัครทั้ง 3 ท่าน จะได้รับโอกาสในการเข้าไปรับใช้ประชาชนและพัฒนาจังหวัดของเราต่อไป

ที่มา – ภูมิใจไทยเตรียมเปิด 3 ว่าที่ผู้สมัคร สส.หนองคาย “ผู้การเต๋อ-จิดาภา-ศักดิ์ดา”

รัฐบาลหนุนทำลายล้างยาเสพติด ขอบคุณเจ้าหน้าที่

นายกรัฐมนตรี แถลงผลปฏิบัติยุทธการทำลายล้างเครือข่ายยาเสพติด แค่ 12 วัน จับ 10 คดี ยึดยาบ้า 33.84 ล้านเม็ด ไอซ์ 800 กิโลกรัม ยาเค 500 กก. อายัดทรัพย์สินเพียบ ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทำเพื่อประชาชน

วันที่ 21 ตุลาคม 2568 เมื่อเวลา 16.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงผลปฏิบัติ “ยุทธการทำลายล้างเครือข่ายยาเสพติด ทำลายจุดพัก ทุบคลัง ปิดเส้นลำเลียง” สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมงาน ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.)

นายอนุทิน กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้ติดตามขยายผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญอย่างต่อเนื่อง เป็นไปตามหนึ่งในนโยบายหลักของรัฐบาลในการจัดการกับภัยสังคม ผลการปฏิบัติในช่วงวันที่ 9-20 ตุลาคม 2568 สามารถจับกุมได้ 10 คดี ผู้ต้องหา 16 คน ของกลางยาบ้า 33,840,000 เม็ด ไอซ์ 800 กิโลกรัม เคตามีน 500 กิโลกรัม และอายัดทรัพย์สินได้หลายรายการซึ่งอยู่ระหว่างขยายผล

ทั้งนี้ ขอยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมจะให้การสนับสนุนการปฏิบัติอย่างเต็มกำลัง รวมทั้งจะช่วยเหลือ ปกป้องคุ้มครองเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานโดยสุจริต ขอให้ทุกท่านร่วมกันทำงาน และยกระดับการจัดการปัญหายาเสพติด ตลอดจนแสวงหาความร่วมมือระหว่างประเทศ ให้ครบทุกมิติ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้ฝากหน่วยงานต่างๆ ถึงการแก้ปัญหาเรื่องสแกมเมอร์และอาชญากรรมทางเทคโนโลยีด้วย ขอให้มั่นใจว่ารัฐบาลจะเป็นศัตรูกับสิ่งเหล่านี้แน่นอน

“ผมขอขอบคุณและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกนายที่ได้ร่วมกันปฏิบัติงานด้วยความทุ่มเท เสียสละ เสี่ยงชีวิต เพื่อความปลอดภัยและความสงบสุขของพี่น้องประชาชน และขออวยพรให้ทุกท่านปฏิบัติภารกิจต่อไป ด้วยความราบรื่น ปลอดภัย สำเร็จลุล่วงด้วยดี และขอฝากพี่น้องสื่อมวลชน ช่วยกันเผยแพร่ข่าวออกไปอย่างกว้างขวาง เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงาน และเพื่อให้อาชญากรทั้งหลายเกิดความยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมืองต่อไปด้วย”

รัฐบาลไทยแสดงความมุ่งมั่นในการสนับสนุน ยุทธการทำลายล้างยาเสพติด อย่างเต็มที่ โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ และเสี่ยงอันตรายเพื่อความสงบสุขของประชาชน

การแถลงผลปฏิบัติการครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ พร้อมของกลางจำนวนมหาศาล ซึ่งเป็นผลมาจากการทำงานอย่างหนักของตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลพร้อมหนุนยุทธการทำลายล้างยาเสพติด ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุ่มเทเพื่อประชาชน

ยุทธการทำลายล้างยาเสพติด ถือเป็นวาระสำคัญของชาติที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการปราบปรามยาเสพติดในทุกมิติ ทั้งการจับกุม การยึดทรัพย์สิน และการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยา

รัฐบาลขอบคุณเจ้าหน้าที่ในการทำลายล้างยาเสพติด

การทำงานของเจ้าหน้าที่ในการ ยุทธการทำลายล้างยาเสพติด ไม่เพียงแต่เป็นการจับกุมผู้กระทำผิด แต่ยังเป็นการช่วยเหลือผู้เสพให้กลับคืนสู่สังคม และสร้างความปลอดภัยให้กับชุมชน

ผลสำเร็จจากการ ยุทธการทำลายล้างยาเสพติด แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการทำงานของรัฐบาล และความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง การจับกุมครั้งใหญ่และจำนวนยาเสพติดที่ยึดได้นั้น เป็นสัญญาณที่ดีว่ารัฐบาลกำลังเดินหน้าอย่างถูกทิศทาง

การสนับสนุนจากรัฐบาลมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ การมีทรัพยากรที่เพียงพอ การคุ้มครองความปลอดภัย และการให้กำลังใจ จะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหายาเสพติดไม่ใช่เรื่องง่าย และต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน การสร้างความตระหนักถึงโทษภัยของยาเสพติด การป้องกันไม่ให้เยาวชนเข้าไปเกี่ยวข้อง และการช่วยเหลือผู้ที่ต้องการเลิกยา เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้สังคมไทยปลอดจากยาเสพติดได้อย่างยั่งยืน

รัฐบาลควรเดินหน้า ยุทธการทำลายล้างยาเสพติด อย่างต่อเนื่อง และพัฒนาแนวทางการแก้ไขปัญหาให้มีความครอบคลุมและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยและน่าอยู่สำหรับทุกคน

ที่มา – รัฐบาลพร้อมหนุนยุทธการทำลายล้างยาเสพติด ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุ่มเทเพื่อประชาชน

ธงทอง นั่งประธาน คกก.ปฏิรูปกฎหมายระยะเร่งด่วน

“นายกฯ อนุทิน” เซ็นคำสั่งแต่งตั้ง คกก.ปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วน “ธงทอง” นั่งเป็นประธาน พร้อมมือกฎหมาย-ผู้เชี่ยวชาญรอบด้าน ขับเคลื่อนแก้อุปสรรค ควบคู่วางรากฐานพัฒนาประเทศ

วันที่ 21 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงนามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 6/2568 เรื่อง แต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการดำเนินการปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วน ด้วยประเทศไทยกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนรอบด้าน ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และภูมิรัฐศาสตร์ของโลก ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศและโอกาสในการสร้างรายได้ของพี่น้องประชาชน จึงจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อให้มีการปฏิรูปกฎหมาย กฎระเบียบ ที่เป็นอุปสรรคและสร้างภาระที่ไม่จำเป็นแก่ประชาชนและภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการวางรากฐานในการขับเคลื่อนการพัฒนาความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนการสร้างระบบเศรษฐกิจที่โปร่งใส เป็นธรรม และยั่งยืน

อาศัยอำนาจตามความในข้อ 4 (1) และ (4) ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขับเคลื่อนการปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วน พ.ศ. 2563 จึงมีคำสั่งแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการดำเนินการปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วน ดังต่อไปนี้

1. ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ การได้รับแต่งตั้งของศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ในตำแหน่งประธานกรรมการ ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการขับเคลื่อนการปฏิรูปกฎหมายให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่ท่านสั่งสมมา จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการผลักดันกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย

2. ศาสตราจารย์พิเศษ กาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์ อดีตที่ปรึกษาสำนักงานศาลปกครอง และอดีต สว.

3. ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)

4. รองศาสตราจารย์ ชโยดม สรรพศรี อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

5. นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ผู้อำนวยการสถาบันธรรมรัฐ เพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม

6. นายแบ๊งค์ งามอรุณโชติ ผู้อำนวยการสถาบันนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม

7. ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม

8. นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ (TDRI)

9. นายอภิชน จันทรเสน ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายกฎหมาย ธนาคารแห่งประเทศไทย

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 21 ตุลาคม 2568

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในวันที่ 22 ตุลาคม 2568 เวลา 14.00 น. นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี จะมีการแถลงเรื่องกฎหมายที่สำคัญ ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล.

ธงทอง นั่งประธาน คกก.ปฏิรูปกฎหมายระยะเร่งด่วน

การแต่งตั้งคณะกรรมการชุดนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัยและเอื้อต่อการพัฒนาประเทศในทุกด้าน การมีผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขาอาชีพจะช่วยให้การพิจารณากฎหมายมีความรอบคอบและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น การเร่งปฏิรูปกฎหมายถือเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประชาชน

ความสำคัญของการปฏิรูปกฎหมายระยะเร่งด่วน

การปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ เนื่องจากกฎหมายที่ล้าสมัยหรือไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันอาจเป็นอุปสรรคต่อการลงทุน การประกอบธุรกิจ และการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชน การปรับปรุงกฎหมายให้มีความทันสมัยและเป็นสากลจะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน

  • ลดอุปสรรคในการทำธุรกิจ
  • ส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ
  • เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
  • สร้างความเป็นธรรมและความโปร่งใสในสังคม

การที่ ธงทอง ได้รับความไว้วางใจให้นั่งเป็นประธาน คกก.ปฏิรูปกฎหมายระยะเร่งด่วนนี้ จะเป็นแรงผลักดันสำคัญในการแก้ไขปัญหาและพัฒนากฎหมายไทยให้ดียิ่งขึ้น การมีส่วนร่วมของผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาอาชีพ จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่ากฎหมายที่ออกมาจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง

การแต่งตั้ง ธงทอง ให้เป็นประธาน คกก.ปฏิรูปกฎหมายระยะเร่งด่วนในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาความล้าสมัยของกฎหมาย และมุ่งมั่นที่จะพัฒนากฎหมายให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนและภาคธุรกิจได้อย่างแท้จริง รอดูกันว่าคณะกรรมการชุดนี้จะสร้างผลงานที่จับต้องได้มากน้อยแค่ไหน

ที่มา – “ธงทอง” นั่งประธาน คกก.ปฏิรูปกฎหมายระยะเร่งด่วน ขับเคลื่อนแก้อุปสรรค-พัฒนาประเทศ