ไต้ฝุ่น “คัลแมกี” ถล่มเวียดนามซ้ำเติม!
ไต้ฝุ่น “คัลแมกี” ได้พัดขึ้นฝั่งประเทศเวียดนาม สร้างความเสียหายซ้ำเติม หลังพายุลูกนี้ได้สร้างความเสียหายอย่างหนักในฟิลิปปินส์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ทางการเวียดนามได้สั่งปิดสนามบิน และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์อย่างเต็มที่
เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 ไต้ฝุ่น “คัลแมกี” หรือที่ฟิลิปปินส์เรียกว่า “ติโน” ได้เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งประเทศเวียดนาม ในช่วงค่ำ สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้สร้างความเสียหายร้ายแรงในฟิลิปปินส์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 114 ราย และเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกาะเซบู
รัฐบาลเวียดนามได้ระดมกำลังทหารและเจ้าหน้าที่กว่า 260,000 นาย พร้อมด้วยอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ กว่า 6,700 รายการ รวมถึงเครื่องบิน 6 ลำ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการช่วยเหลือผู้ประสบภัย นอกจากนี้ สนามบิน 6 แห่งทั่วประเทศได้ถูกสั่งปิดชั่วคราว ส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินจำนวนมาก
นายกรัฐมนตรี ฟาม มินห์ จิ๋ง ของเวียดนาม ได้จัดการประชุมออนไลน์เพื่อกำชับให้หน่วยงานท้องถิ่นเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ถูกตัดขาด และให้ความสำคัญกับการป้องกันไม่ให้มีผู้เสียชีวิตจากความอดอยากหรือสภาพอากาศหนาวเย็น
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของเวียดนาม ได้รายงานว่า ไต้ฝุ่น “คัลแมกี” ได้พัดขึ้นฝั่งในจังหวัดดั๊กลัก และซายลาย พร้อมทั้งเตือนว่าอีกกว่า 7 จังหวัดมีความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มในช่วง 6 ชั่วโมงข้างหน้า จังหวัดดั๊กลัก ซึ่งอยู่ห่างจากโฮจิมินห์ซิตี้ประมาณ 350 กิโลเมตร ได้รับการร้องขอความช่วยเหลือจำนวนมาก เนื่องจากบ้านเรือนได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม
แรงลมจากไตฝุ่นทำให้ต้นไม้หักโค่น หลังคาบ้านปลิวว่อน และหน้าต่างของโรงแรมแตกกระจายในเมืองกวีเญินและจังหวัดอื่นๆ ที่ตั้งอยู่ริมชายฝั่ง นอกจากนี้ คลื่นในทะเลจีนใต้มีแนวโน้มที่จะสูงถึง 8 เมตร ในขณะที่พื้นที่ท่องเที่ยวที่สำคัญหลายแห่งในเวียดนาม เช่น เมืองเว้ และฮอยอัน กำลังเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมอันเนื่องมาจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ประชาชนต้องใช้เรือในการเดินทางภายในเมือง
ก่อนหน้านี้ในฟิลิปปินส์ ไต้ฝุ่น “คัลแมกี” ได้ทำให้เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 24 ชั่วโมง ซึ่งเทียบเท่ากับปริมาณน้ำฝนโดยเฉลี่ยทั้งเดือนบนเกาะเซบู กระแสน้ำที่รุนแรงได้พัดพาเอารถยนต์ เรือคอนเทนเนอร์ และบ้านเรือนไปตามกระแสน้ำ ส่งผลให้ประชาชนกว่าแสนคนต้องอพยพออกจากพื้นที่ และหลายชุมชนเหลือเพียงซากปรักหักพังและโคลนจำนวนมาก
ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ของฟิลิปปินส์ ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศ เพื่อเร่งระดมความช่วยเหลือไปยังผู้ประสบภัย ในส่วนของประเทศไทยเองก็เตรียมรับมือกับผลกระทบจากอิทธิพลของพายุเช่นกัน โดยหน่วยงานท้องถิ่นได้แจ้งเตือนให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก ดินถล่ม และน้ำล้นตลิ่งในหลายจังหวัดของภาคเหนือและภาคอีสานในช่วงระยะต่อไป
ไต้ฝุ่น “คัลแมกี” ถล่มเวียดนามต่อ หลังทำฝนตกหนัก น้ำท่วม คร่าชีวิตประชาชน 114 ศพในฟิลิปปินส์
ผลกระทบจากไต้ฝุ่น “คัลแมกี” ที่เวียดนาม
ผลกระทบจาก ไต้ฝุ่น “คัลแมกี” ที่เวียดนามนั้นรุนแรงอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายต่อบ้านเรือน การปิดสนามบิน และความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่ม การเตรียมพร้อมรับมือของทางการเวียดนามจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
การรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติเช่น ไต้ฝุ่น “คัลแมกี” ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อลดผลกระทบและความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น การเตรียมพร้อมที่ดีและการให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีเป็นสิ่งสำคัญในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ
ที่มา – ไต้ฝุ่น “คัลแมกี” พัดถล่มเวียดนามต่อ หลังทำฝนตกหนัก น้ำท่วม คร่าชีวิตประชาชน 114 ศพในฟิลิปปินส์

















