วัน: 6 พฤศจิกายน 2025

บิ๊กต่าย ไม่เอ่ยชื่อ คนนอกโจมตีองค์กรตำรวจ

ท่าทีล่าสุดจาก “บิ๊กต่าย” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ต่อกรณีที่มี “คนนอก” ออกมาโจมตีองค์กรตำรวจ กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยบิ๊กต่ายเน้นย้ำถึงความรับผิดชอบในสิ่งที่พูด และขอให้ตำรวจก้มหน้าก้มตาทำงานเพื่อประชาชนต่อไป

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ตนไม่ขอเอ่ยชื่อใครที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์องค์กรตำรวจ แต่สิ่งที่สำคัญคือ ทุกคำพูดต้องมีความรับผิดชอบ เพราะอาจกระทบต่อจิตใจของข้าราชการตำรวจทั้งในและนอกราชการได้ ซึ่งเป็นสิทธิของแต่ละคนที่จะแสดงความคิดเห็น แต่ตนขอเลือกที่จะอดทนและทำงานเพื่อประชาชนต่อไป

บิ๊กต่าย ไม่เอ่ยชื่อ คนนอกโจมตีองค์กรตำรวจ

สำหรับกรณีที่มีอดีตนายตำรวจยื่นหนังสือต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มองว่าการแชร์ข้อมูลในลักษณะดังกล่าวเป็นการทำลายองค์กร พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ตนรับฟังทุกความคิดเห็น ทั้งเสียงสนับสนุนและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ แต่สิ่งที่ต้องการคือการทำงานอย่างเต็มที่เพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เช่น สแกมเมอร์และคอลเซ็นเตอร์

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ยังกล่าวถึงความรู้สึกของตำรวจที่ทำงานอย่างหนักเพื่อประชาชน โดยยกตัวอย่างตำรวจที่เสียสละจนพิการหรือล้มป่วยจากการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมตั้งคำถามว่า คนเหล่านี้สมควรถูกมองว่าเป็นสแกมเมอร์หรือไม่ และยืนยันว่าจะดำเนินการตามกฎหมายกับตำรวจที่กระทำผิดอย่างเด็ดขาด

ฝากถึง “คนนอก” ที่เคยอยู่ในกรมปทุมวัน

สิ่งที่บิ๊กต่ายฝากถึงคนที่เคยอยู่ในกรมปทุมวัน คือการสำนึกในบุญคุณขององค์กรตำรวจ ซึ่งเปรียบเสมือนบ้านที่ให้ที่พักพิง ที่อยู่อาศัย ที่กิน เงินเดือน และอาชีพ บิ๊กต่ายเน้นย้ำว่าตนเองเติบโตมาจากครอบครัวตำรวจและโรงเรียนเตรียมทหาร ซึ่งปลูกฝังวินัย ความซื่อสัตย์ และความรักชาติ รักสถาบัน และได้รับการฝึกอบรมจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ซึ่งหล่อหลอมอุดมคติของตำรวจให้ยึดมั่นในประชาชน

นอกจากนี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ยังกล่าวถึงการที่นายกรัฐมนตรีได้เปิดเวทีบันทึกความเข้าใจ (MOU) ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม

อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ยอมรับว่า การกล่าวหาต่อองค์กรตำรวจเป็นเรื่องร้ายแรงและกระทบต่อจิตใจของตำรวจทั้งประเทศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะหารือกันเพื่อพิจารณาว่าจะมีการดำเนินการตามกฎหมายหรือไม่ แต่ยืนยันว่าจะรับฟังทุกความคิดเห็นและนำไปปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้น

บิ๊กต่าย ไม่เอ่ยชื่อ คนนอกโจมตีองค์กรตำรวจ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการทำงานอย่างหนักเพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชน และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม

บิ๊กต่าย ไม่เอ่ยชื่อ คนนอกโจมตีองค์กรตำรวจ แต่สิ่งที่ตำรวจทุกคนต้องตระหนักคือการทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด และการรักษาเกียรติขององค์กรไว้

แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ บิ๊กต่าย ไม่เอ่ยชื่อ คนนอกโจมตีองค์กรตำรวจ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการมุ่งมั่นทำงานเพื่อประชาชน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคมต่อไป

ที่มา – “บิ๊กต่าย” ไม่ขอเอ่ยชื่อ “คนนอก” โจมตีองค์กรตำรวจ แต่ฝากอย่าทำร้ายบ้านตัวเอง

ด่วน! ไทยเตรียมปล่อย 18 เชลยศึกกัมพูชา 12 พ.ย.นี้

กองทัพบกประสานกองบัญชาการป้องกันชายแดน เตรียมปล่อย 18 เชลยศึกกัมพูชา ในวันที่ 12 พ.ย. 2568 ณ จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด จ.จันทบุรี ข่าวด่วนนี้ได้รับความสนใจจากหลายภาคส่วน

วันที่ 6 พ.ย. 2568 มีรายงานข่าวด่วนว่า กองทัพบกได้ประสานไปยังกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กป.ชต.) ให้เตรียมความพร้อมด้านสถานที่ ที่พัก และการดำเนินการต่างๆ เพื่อเตรียมการปล่อยตัว18 เชลยศึกกัมพูชา จำนวน 18 นาย ณ จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ในวันที่ 12 พ.ย. 2568 ที่จะถึงนี้ การเตรียมความพร้อมนี้แสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่ในรายละเอียดและขั้นตอนการดำเนินการที่เป็นระบบ

ด่วน! ไทยเตรียมปล่อย 18 เชลยศึกกัมพูชา 12 พ.ย.นี้

การปล่อยตัวเชลยศึกในครั้งนี้ ถือเป็นความร่วมมือระหว่างประเทศที่สำคัญ และแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามหลักมนุษยธรรมและข้อตกลงระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียดการปล่อยตัวเชลยศึก

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปล่อยตัว18 เชลยศึกกัมพูชา มีดังนี้:

  • วันและเวลา: 12 พฤศจิกายน 2568
  • สถานที่: จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี
  • หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง: กองทัพบก, กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กป.ชต.)
  • จำนวนเชลยศึก: 18 นาย

การเตรียมการในด้านต่างๆ ได้แก่ การจัดเตรียมสถานที่พัก การอำนวยความสะดวกในการเดินทาง และการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การปล่อยตัวเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมความพร้อมด้านการรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน

การปล่อยตัวในครั้งนี้จะเป็นไปตามกระบวนการที่ได้วางไว้ โดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนและความปลอดภัยของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้านและการแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยสันติวิธี

การปล่อยตัวเชลยศึกครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและการสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน การดำเนินการดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมความร่วมมือในด้านต่างๆ เช่น เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม เพื่อประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ

การดำเนินการครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การปล่อยตัวเชลยศึก แต่เป็นการสร้างสะพานเชื่อมความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดีระหว่างสองชาติ การให้ความสำคัญกับหลักมนุษยธรรมและความถูกต้องเป็นสิ่งที่ควรยกย่องและสนับสนุนอย่างยิ่ง

การที่ประเทศไทยแสดงออกถึงความเมตตาและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อเพื่อนบ้าน จะนำมาซึ่งไมตรีจิตและความร่วมมืออันดีในระยะยาว การสร้างสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาคเป็นเป้าหมายที่ทุกประเทศควรหันมาร่วมมือกันอย่างจริงจัง

การปล่อยตัวเชลยศึกในครั้งนี้ จึงเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าในการสร้างสันติภาพและความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการดำเนินการดังกล่าวจะเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือที่ยั่งยืนในอนาคต

ที่มา – ด่วน ทางการไทย เตรียมปล่อย 18 เชลยศึกกัมพูชา 12 พ.ย. นี้

พริษฐ์จี้! รัฐบาลอย่าเอาเรื่องแก้รธน. มาเป็นตัวประกัน

“พริษฐ์ วัชรสินธุ” อัด รัฐบาลต้องไม่เอาเรื่องสัญญาแก้รัฐธรรมนูญมาเป็นตัวประกัน ยอมรับหากวันนี้ยุบสภา ประชามติจะไม่เกิด แถมชี้ชัดใช้อำนาจหนีการแก้ รธน.-การตรวจสอบ

วันที่ 6 พ.ย. 2568 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน เปิดเผยกับไทยรัฐออนไลน์ ถึงกรณีที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกมาระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะชิงยุบสภา หากมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น จะกระทบกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการทำประชามติหรือไม่ ว่า ณ เวลานี้ รัฐบาลมีการประกาศจะยุบสภา ภายใน 31 ม.ค. 2569 ดังนั้นภารกิจตอนนี้ที่สำคัญของรัฐบาลมี 2 เรื่อง คือการรักษาสัญญาเพื่อผลักดันเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่การทำประชามติ 2 คำถามที่จะเกิดขึ้นวันเดียวกันกับที่มีการเลือกตั้ง ซึ่งตอนนี้ในชั้นกรรมาธิการก็เริ่มเข้าสู่การพิจารณารายมาตราแล้ว และทุกฝ่ายก็พยายามจะเร่งทำให้เร็วที่สุดเพื่อจะทำให้การพิจารณาในวาระ 2 และ 3 เสร็จภายในสิ้นปีนี้ ส่วนภารกิจที่ 2 คือรัฐบาลจะต้องเดินหน้าแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใสต้องไม่ทำให้เกิดการตั้งคำถามในปัญหาที่รัฐบาลยังแก้ไม่ได้ เช่น เรื่องสแกมเมอร์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพราะความไม่เอาจริงเอาจังของรัฐบาล หรือมีเรื่องประโยชน์ทับซ้อนของคนในรัฐบาลหรือไม่ ที่รัฐบาลจะต้องทำ 2 เรื่องนี้คู่ขนานกัน โดยรัฐบาลจะต้องไม่เอาเรื่องแก้รธน. มาเป็นตัวประกันเพื่อดำรงอยู่ในการบริหารประเทศต่อไป

หากนายกฯ จะมีการชิงยุบสภาโดยที่ยังไม่ทำภารกิจเรื่องแก้รัฐธรรมนูญให้สำเร็จ หรือยุบสภาเพื่อหนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจก็จะเหมือนกับการเป็นบริษัทผู้รับเหมาที่ทิ้งงานหรือปิดกิจการเพื่อหนีการตรวจสอบ

เมื่อถามว่า สิ่งที่นายกฯ พูดว่า Play it by ear (ไม่มีแผนการตายตัว) พรรคประชาชนจะตั้งรับอย่างไร นายพริษฐ์ กล่าวว่า เรามี 2 หน้าที่คู่ขนาน คือการผลักดันการแก้รัฐธรรมนูญให้สำเร็จตามกรอบเวลา และตรวจสอบรัฐบาลจากวันนี้ไปจนถึงวันที่ 31 ม.ค. เพื่อไม่ให้ดำเนินนโยบายหรือกระทำการใดๆ ที่เสียหายต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน

เมื่อถามว่าหากมีการยุบสภาจริงๆ จะกระทบต่อการทำประชามติหรือไม่ นายพริษฐ์ ยอมรับว่า มีผลกระทบต่อการแก้รัฐธรรมนูญ แต่ตอนนี้ในที่ประชุม กมธ. พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าต้องการเดินหน้าเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เร็วที่สุด ซึ่งหากสามารถเสร็จทันวาระ 2-3 ช่วงการเปิดประชุมวิสามัญเพื่อพิจารณา โดยไม่ต้องรอประชุมสามัญ ถ้าทันก็คงจะเดินหน้าเช่นนั้น อีกทั้งนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า อาจจะมีการเปิดประชุมวิสามัญ ช่วงต้นเดือนธันวาคม เพื่อพิจารณาวาระ 2 ในการประชุมกรรมาธิการทุกฝ่ายพยายามร่วมมือกันในการทำให้เรื่องนี้คืบหน้าเร็วที่สุด

“หากยุบสภาวันนี้มันจะไม่มีประชามติ เพราะเรื่องรัฐธรรมนูญ รัฐสภาต้องมีมติ เนื่องจากคำถามที่ 1 ต้องมีความเห็นจากครม.ในการจัดทำประชามติ คำถามแรกว่าเห็นควรให้มีการจัดทำประชามติฉบับใหม่หรือไม่ ส่วนคำถามที่ 2 เรื่องกลไกการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มันจะเกิดขึ้นได้หลังจากที่รัฐสภาผ่านร่างในวาระ 3 ถึงจะสามารถส่งให้ครม.ทำในเรื่องนี้ได้ ถ้าหาก 2 เหตุนี้ยังไม่ได้เกิดขึ้น หากสมมุติว่าบ่ายนี้นายกฯ ยุบสภามันก็จะไม่มีประชามติรัฐธรรมนูญ ผมถึงย้ำว่า นายกฯ ต้องไม่ใช้อำนาจ ยุบสภา หนีความรับผิดชอบในการแก้รัฐธรรมนูญ หรือหนีการตรวจสอบ” นายพริษฐ์ กล่าว

เมื่อถามว่า เหมือนเขาใช้เกมนี้มากดดันฝ่ายค้านหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า นายกฯ ต้องไม่เอาเรื่องแก้รธน. มาเป็นตัวประกัน ไม่ให้ฝ่ายค้านทำหน้าที่ในการตรวจสอบ และเราก็ยืนยันในฐานะฝ่ายค้านจะทำ 2 อย่างคู่ขนาน คือร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้รัฐธรรมนูญให้สำเร็จและใช้ทุกกลไกของสภาในการตรวจสอบ

เมื่อถามว่า ทางพรรคประชาชนจะแก้เกมอย่างไร หากรัฐบาลชิงยุบสภา นายพริษฐ์ กล่าวว่า หากมีการยุบสภา ตอนนี้ มันก็ชัด คือการใช้อำนาจหนีการแก้รัฐธรรมนูญ และหนีการตรวจสอบ ตนเองเชื่อว่าพี่น้องประชาชนจะลงโทษในคูหาเลือกตั้ง

“ผมคิดว่านายกฯ ต้องคิดดีๆ ว่า ถ้าทำเช่นนั้น นายกฯ ใช้อำนาจยุบสภา หนีการตรวจสอบ หนีแก้รัฐธรรมนูญ ประชาชนก็คงจะลงโทษนายกฯ ผ่านคูหาเลือกตั้ง” นายพริษฐ์ กล่าว

เมื่อถามว่า นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ได้ออกมาระบุว่าการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ อาจจะเสี่ยงองค์ประชุมไม่ครบ นายพริษฐ์ กล่าวว่าอำนาจจะเปิดหรือไม่เปิดประชุมอยู่ที่ฝ่ายบริหาร ส่วนตัวคิดว่าหาก กมธ.พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ พิจารณาเสร็จแล้วสามารถส่งร่างไปให้รัฐบาลพิจารณาในช่วงปิดสมัยประชุมได้ หากฝากฝ่ายบริหารตัดสินใจเปิดประชุมสมัยวิสามัญ ก็คงไม่มีหน้าที่อะไรของสมาชิกรัฐสภาที่สำคัญไปกว่าการพิจารณาร่างกฎหมาย เมื่อถามว่าจะต้องมีการไปพูดคุยกับทางฝั่งรัฐบาลอีกหรือไม่ในเรื่องนี้ นายพริษฐ์ กล่าวว่ามีการพูดคุยในชั้นกรรมาธิการอยู่เพราะมีตัวแทนของทุกฝ่ายอยู่ ไม่ว่าจะเป็นสว. สส. ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลและคนจากรัฐบาล

นายพริษฐ์ ยังกล่าวถึงการประชุม กมธ.รัฐธรรมนูญ ในวันนี้ว่า มีความคืบหน้าเข้าสู่การพิจารณารายมาตราแล้ว แต่กำลังดูว่าจุดไหนมีการเห็นร่วมกันได้หรือไม่ แต่หากเห็นต่างกันจริงๆ ก็ต้องลงมติในชั้น กมธ. เมื่อร่างของพรรคประชาชนได้รับมอบเป็นร่างหลักก็พยายามจะอธิบายให้ กมธ. สัดส่วนอื่นได้เข้าใจและคล้อยตาม ส่วนสูตร ส.ส.ร. จะได้ข้อสรุปวันนี้หรือไม่ ต้องรอดูเป็นรายมาตรา ว่าไปถึงมาตราไหน เพราะเรื่ององค์กรผู้ร่างรัฐธรรมนูญคาบเกี่ยวหลายมาตรา ไม่ได้จะจบที่มาตราใดมาตราหนึ่ง

เมื่อถามว่าหากสูตร ส.ส.ร. ออกมาผสมกันระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชน หน้าตาจะเป็นแบบไหน นายพริษฐ์ กล่าวว่า คงคาดเดายาก เพราะในกรอบการทำงานไม่ใช่ร่างของพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชนอย่างเดียว แต่ความคิดเห็นของทุกฝ่าย รวมถึงเนื้อหาสาระของพรรคเพื่อไทยที่ไม่ผ่านในวาระ 1 ก็นำมาพิจารณาหมด ตนเองคิดว่าทุกฝ่ายเห็นตรงกัน แม้เราจะมีความเห็นที่แตกต่างในบางประเด็น แต่ถ้าร่างรัฐธรรมนูญจะสามารถผ่านในวาระ 3 ไปได้ แล้วประชาชนลงมติเห็นชอบมันก็ต้องเป็นฉันทามติจากทุกฝ่ายในระดับหนึ่ง

พริษฐ์จี้! รัฐบาลอย่าเอาเรื่องแก้รธน. มาเป็นตัวประกัน

ทำไมนายกฯ ถึงไม่ควรเอาเรื่องแก้รธน. มาเป็นตัวประกัน?

จากบทสัมภาษณ์ของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลว่ารัฐบาลอาจใช้ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมือง ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล

ประเด็นสำคัญที่นายพริษฐ์เน้นย้ำ:

  • รัฐบาลไม่ควรเอาเรื่องแก้รธน. มาเป็นตัวประกันเพื่อความอยู่รอดทางการเมือง
  • การยุบสภาเพื่อหนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจถือเป็นการทิ้งงานและหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ
  • หากมีการยุบสภาจริง จะส่งผลกระทบต่อการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ

ทางออกที่เป็นไปได้คือ รัฐบาลควรเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างโปร่งใส และเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านตรวจสอบการทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและประชาชน

การเมืองไทยยังคงต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าทีของรัฐบาลต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการตรวจสอบจากฝ่ายค้าน เพราะสิ่งเหล่านี้มีผลต่ออนาคตของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ที่มา – “พริษฐ์” จี้ รัฐบาลอย่าเอาเรื่องแก้รธน. มาเป็นตัวประกัน ชิงยุบสภา หนีการตรวจสอบ

กวาร์ดิโอล่า ชื่นชม โฟเด้น หลังแมนฯ ซิตี้ ชนะ



กวาร์ดิโอล่า ชื่นชม โฟเด้น หลังแมนฯ ซิตี้ ชนะ

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชื่นชม ฟิล โฟเด้น อย่างมาก หลังจบเกมที่ทีมของเขาเอาชนะ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ไปด้วยสกอร์ 4-1 ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก โดย ฟิล โฟเด้น ทำไปสองประตูในเกมนี้

กวาร์ดิโอล่า ชื่นชม โฟเด้น หลังแมนฯ ซิตี้ ชนะ

กวาร์ดิโอล่า กล่าวถึง โฟเด้น ว่า “เขามีพรสวรรค์ที่พิเศษ และเขาก็ทำงานหนักมากเพื่อทีม ผมดีใจที่เขาทำประตูได้ในเกมนี้”

ฟอร์มอันร้อนแรงของ ฟิล โฟเด้น

ฟิล โฟเด้น กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มที่ยอดเยี่ยม โดยเขายิงไปแล้ว 5 ประตู จาก 5 นัดหลังสุดให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งรวมถึง 2 ประตูในเกมล่าสุดที่พบกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ฟอร์มอันร้อนแรงของ โฟเด้น ทำให้เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักเตะดาวรุ่งที่ดีที่สุดในโลก

กวาร์ดิโอล่า กล่าวเพิ่มเติมว่า “ฟิล เป็นนักเตะที่ฉลาด เขาสามารถเล่นได้หลายตำแหน่ง และเขาก็มีทัศนคติที่ยอดเยี่ยม ผมเชื่อว่าเขายังสามารถพัฒนาได้อีกมาก”

นอกจากฟอร์มที่ยอดเยี่ยมของ โฟเด้น แล้ว แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ยังโชว์ฟอร์มได้อย่างแข็งแกร่งในฤดูกาลนี้ พวกเขานำเป็นจ่าฝูงในศึก พรีเมียร์ลีก และพวกเขาก็ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

กวาร์ดิโอล่า กล่าวว่า “ผมมีความสุขกับฟอร์มของทีม เรากำลังเล่นฟุตบอลที่ดี และเราก็กำลังทำงานหนักเพื่อที่จะคว้าแชมป์ให้ได้มากที่สุด”

ชัยชนะเหนือ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ พวกเขาจะพบกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในรอบต่อไป

ความสำเร็จของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในฤดูกาลนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการทำงานหนักของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีมชาวสเปน ได้นำทีมคว้าแชมป์มาแล้วมากมาย และเขาก็กำลังมองหาความสำเร็จเพิ่มเติมในฤดูกาลนี้

กวาร์ดิโอล่า กล่าวว่า “ผมมีความสุขที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสโมสรแห่งนี้ ผมรักแฟนบอล และผมก็รักนักเตะของผม ผมจะทำงานหนักต่อไปเพื่อที่จะนำความสำเร็จมาสู่สโมสร”

ฟิล โฟเด้น เองก็มีความสุขกับฟอร์มของตัวเองและทีม “ผมมีความสุขที่ยิงประตูได้และช่วยให้ทีมชนะ มันเป็นเกมที่ยาก แต่เราเล่นได้ดีและสมควรได้รับชัยชนะ ผมรอคอยที่จะลงเล่นในรอบต่อไป” โฟเด้นกล่าว

กวาร์ดิโอล่า ชื่นชม โฟเด้น เป็นอย่างมากหลังจบเกมนี้ และเชื่อว่าเขายังสามารถพัฒนาได้อีกมาก แฟนบอล แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เองก็มีความสุขกับฟอร์มของ โฟเด้น และหวังว่าเขาจะสามารถรักษาฟอร์มอันยอดเยี่ยมนี้ต่อไปได้

ชัยชนะครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของทีม โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟอร์มอันโดดเด่นของ ฟิล โฟเด้น ที่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเกมรุกของทีม

การที่ กวาร์ดิโอล่า ชื่นชม โฟเด้น หลังแมนฯ ซิตี้ ชนะ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ผู้จัดการทีมมีต่อลูกทีมคนนี้ และเชื่อว่า โฟเด้น จะเป็นกำลังสำคัญของทีมต่อไปในอนาคต

ที่มา – Guardiola praises Foden after Man City win

เขตฯ เสียใจเหตุเด็กถูกไฟช็อตดับ เร่งเยียวยา

จากกรณีที่น่าเศร้า เด็กชายวัย 5 ขวบถูกไฟฟ้าช็อตเสียชีวิตในสนามเด็กเล่นของโรงเรียนในจังหวัดบุรีรัมย์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 3 ได้ออกมาแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมทั้งกำชับให้ทุกสถานศึกษาเพิ่มความเข้มงวดด้านความปลอดภัย และเร่งดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดของเหตุการณ์ รวมถึงให้ความช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสียอย่างเต็มที่

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 เมื่อน้องโมเดล นักเรียนชั้นอนุบาล 2 ถูกไฟฟ้าช็อตขณะเล่นชิงช้าในสนามเด็กเล่นของโรงเรียน สร้างความโศกเศร้าและความกังขาให้กับชาวบ้านและครอบครัว เนื่องจากมีการอ้างว่าเคยมีเหตุการณ์ไฟฟ้าช็อตเกิดขึ้นในบริเวณเดียวกันมาก่อน แต่ยังไม่มีการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง

รอง ผอ.สำนักงานเขตฯ เสียใจเหตุ ด.ช. 5 ขวบ ถูกไฟช็อตดับในโรงเรียน กำชับเร่งเยียวยา

ทางโรงเรียนได้ให้ข้อมูลว่า จะดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาโดยการเบิกเงินประกันชีวิตอุบัติเหตุ แต่เมื่อสอบถามถึงสาเหตุและการแจ้งเตือนก่อนหน้านี้ ผู้อำนวยการโรงเรียนแจ้งว่าไม่เคยได้รับการแจ้งเตือนใดๆ

นายบรรพต สรวนรัมย์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 3 ได้กล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียที่เกิดขึ้น และยืนยันว่าสำนักงานเขตฯ จะรับผิดชอบตามกระบวนการ และหาทางช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวอย่างเต็มความสามารถ

เบื้องต้น เด็กชายจะได้รับเงินประกันชีวิตจากบริษัทประกันชีวิต ครูในโรงเรียน และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเขต 3 รวมเป็นเงินช่วยเหลือจำนวนหนึ่ง แต่ทางเขตฯ ยังคงพยายามหาแนวทางช่วยเหลือเพิ่มเติมเพื่อเป็นกำลังใจให้กับครอบครัว

มาตรการช่วยเหลือและดำเนินการหลังเกิดเหตุ รอง ผอ.สำนักงานเขตฯ เสียใจเหตุ ด.ช. 5 ขวบ ถูกไฟช็อตดับในโรงเรียน กำชับเร่งเยียวยา

สำหรับสาเหตุของการเกิดไฟรั่ว ทางสำนักงานเขตฯ จะทำการตรวจสอบอย่างละเอียด เนื่องจากโรงเรียนเป็นสถานที่เปิด และมักมีเยาวชนเข้ามาใช้บริการในช่วงเย็น ซึ่งอาจมีปัจจัยที่ทำให้เกิดความประมาทเลินเล่อในการปิดไฟ หรืออาจมีช่วงเวลาที่ไม่มีผู้ดูแล ทำให้เกิดช่องว่างจนนำไปสู่เหตุการณ์ดังกล่าว

หลังจากนี้ จะมีการกำชับให้ทุกโรงเรียนกวดขันเรื่องความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย โดยมาตรการความปลอดภัยของเด็กนักเรียนถือเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรก

ทางสำนักงานเขตฯ เน้นย้ำว่า ความปลอดภัยของเด็กและการจัดการเรียนการสอนเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกเสมอ และจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับนักเรียนทุกคน

เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการตรวจสอบและบำรุงรักษาสถานที่สาธารณะ โดยเฉพาะโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอ การป้องกันอุบัติเหตุร้ายแรงควรเริ่มต้นจากการใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ และการมีส่วนร่วมของทุกคนในชุมชน

นอกจากนี้ การให้ความรู้และฝึกอบรมเกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้ไฟฟ้าแก่เด็กนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษาก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้พวกเขาสามารถระบุความเสี่ยงและป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้

รอง ผอ.สำนักงานเขตฯ เสียใจเหตุ ด.ช. 5 ขวบ ถูกไฟช็อตดับในโรงเรียน กำชับเร่งเยียวยา พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ผู้ปกครอง และชุมชนในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับเด็กนักเรียน

การเยียวยาจิตใจของครอบครัวผู้สูญเสียและการให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้พวกเขาสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องของความประมาท แต่เป็นเรื่องของระบบที่ต้องได้รับการปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ปกครองและนักเรียนว่าโรงเรียนเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยและเอื้อต่อการเรียนรู้

ที่มา – รอง ผอ.สำนักงานเขตฯ เสียใจเหตุ ด.ช. 5 ขวบ ถูกไฟช็อตดับในโรงเรียน กำชับเร่งเยียวยา

กองทัพสร้างรั้วชายแดน บีบกัมพูชาเร่งถอนอาวุธ

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยล่าสุด พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ออกมาเน้นย้ำถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี ควบคู่ไปกับการดำเนินการเพื่อรักษาอธิปไตยของชาติ หนึ่งในมาตรการสำคัญคือการเร่งสร้างรั้วชายแดน ซึ่งเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

กองทัพสร้างรั้วชายแดน บีบกัมพูชาเร่งถอนอาวุธหนัก ไม่ใช่กำลังหากไม่จำเป็น

พล.อ.ณัฐพล ยืนยันว่าปราสาทตาควายยังคงอยู่ในเขตอธิปไตยของไทย และการแก้ไขปัญหาชายแดนจะดำเนินการโดยใช้หลักสันติวิธีเป็นอันดับแรก โดยผ่านกลไก JBC และ RBC อย่างไรก็ตาม การใช้กำลังอาจเกิดขึ้นได้ในกรณีที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น เพื่อปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชน

ประเด็นสำคัญที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเน้นย้ำคือ การเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชาถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่ชายแดน เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุและความสูญเสียต่อประชาชน นอกจากนี้ ยังมีการเรียกร้องให้กัมพูชาเร่งเก็บกู้ทุ่นระเบิด เนื่องจากมีกำลังพลไทยได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิด โดยฝ่ายไทยจะดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในเขตอธิปไตยของตนเองใน 5 พื้นที่นำร่องก่อน

ความจำเป็นในการสร้างรั้วชายแดน

เพื่อบริหารจัดการชายแดนและทวงคืนพื้นที่ตามข้อตกลงร่วมกัน ฝ่ายไทยจึงมีความจำเป็นต้องเริ่มกองทัพสร้างรั้วชายแดน บีบกัมพูชาเร่งถอนอาวุธหนัก ไม่ใช่กำลังหากไม่จำเป็น ในรูปแบบกึ่งถาวรตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาที่มีความยาว 798 กิโลเมตร รั้วดังกล่าวจะมีลักษณะทึบด้านล่างและโปร่งด้านบน พร้อมติดตั้งลวดหนาม เพื่อเพิ่มความมั่นคงและป้องกันการลักลอบข้ามแดน

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมย้ำว่า ไทยยังคงยึดมั่นในแนวทางสันติวิธี เนื่องจากเป็นสิ่งที่นานาชาติยอมรับและชื่นชม การใช้กำลังจะเกิดขึ้นในกรณีที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนและความมั่นคงของชาติเป็นสำคัญ

การตัดสินใจของกองทัพสร้างรั้วชายแดน บีบกัมพูชาเร่งถอนอาวุธหนัก ไม่ใช่กำลังหากไม่จำเป็น เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการรักษาอธิปไตยและความมั่นคงของชาติ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน การแก้ไขปัญหาชายแดนด้วยสันติวิธีเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งและการสูญเสียที่ไม่จำเป็น

การดำเนินการสร้างรั้วชายแดน ควบคู่ไปกับการเจรจาและการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี จะช่วยสร้างความมั่นคงและความสงบสุขตามแนวชายแดน ซึ่งเป็นผลดีต่อทั้งสองประเทศ การให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน และการสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างกัน จะเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาความสัมพันธ์และความร่วมมือในอนาคต

การที่กองทัพสร้างรั้วชายแดน บีบกัมพูชาเร่งถอนอาวุธหนัก ไม่ใช่กำลังหากไม่จำเป็น นั้นเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าประเทศไทยให้ความสำคัญกับความมั่นคงตามแนวชายแดน และพร้อมที่จะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีและการเจรจา ยังคงเป็นแนวทางหลักที่ประเทศไทยยึดมั่น เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้านและส่งเสริมความสงบสุขในภูมิภาค

ที่มา – กองทัพสร้างรั้วชายแดน บีบกัมพูชาเร่งถอนอาวุธหนัก ไม่ใช่กำลังหากไม่จำเป็น

รู้จัก Hybrid-Electric System จาก Honda

Honda เผยแพลตฟอร์มสำหรับรถยนต์ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ ที่มาพร้อมกับ Hybrid-Electric System เทคโนโลยีเจเนอเรชันใหม่ๆ ที่จะได้เห็นปี 2027

บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด หรือ Honda ได้พัฒนาสมรรถนะของระบบไฮบริด และแพลตฟอร์มไฮบริด ให้ก้าวล้ำยิ่งขึ้น โดยมีแผนเริ่มนำมาใช้ในกลุ่มรถยนต์ไฮบริดรุ่นใหม่ ที่จะเปิดตัวสู่ตลาดตั้งแต่ปี ค.ศ. 2027 เป็นต้นไป

สำหรับแพลตฟอร์มเจเนอเรชันใหม่นี้ ได้รับการพัฒนาโดยผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยหลากหลายด้าน เพื่อให้ได้ทั้งโครงสร้างตัวถังที่มีความแข็งแกร่งและน้ำหนักเบาในระดับสูง รวมถึงแนวคิดการออกแบบที่แบ่งระบบหรือผลิตภัณฑ์ออกเป็นโมดูล ที่ช่วยเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนร่วมกันได้ในหลายรุ่นให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทำให้ฮอนด้าสามารถยกระดับ ความสนุกในการขับขี่ อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจสไตล์สปอร์ตและสนุกสนานยิ่งกว่าเดิม

ทั้งนี้เพื่อกำหนดมาตรฐานใหม่ด้านเสถียรภาพในการขับขี่ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อสมรรถนะของตัวรถ ฮอนด้าได้พัฒนาแนวทางใหม่ในการจัดการความแข็งแรงของตัวถัง เพื่อเพิ่มความมั่นคงในการขับขี่ โดยการปรับสมดุลความแข็งแกร่งของตัวถังให้เหมาะสม ซึ่งจะช่วยให้น้ำหนักโดยรวมของตัวรถลดลง 

พร้อมทั้งสร้างลักษณะการทรงตัวของรถให้มีความยืดหยุ่นขณะเข้าโค้ง ซึ่งจะสามารถควบคุมแรงกดบนยางแต่ละเส้นและเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนน ผลลัพธ์ คือ รถยนต์ EV รุ่นใหม่จะมอบเสถียรภาพในการขับขี่ที่เหนือความคาดหมาย พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สปอร์ตและสนุกเร้าใจยิ่งขึ้น

รู้จัก Hybrid-Electric System เทคโนโลยีเจเนอเรชันใหม่จาก Honda

น้ำหนักแพลตฟอร์มของรถไฮบริด จะลดลงถึง 90 กิโลกรัม (198 ปอนด์) เมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มรุ่นปัจจุบัน โดยมีการปรับปรุงโครงสร้างตัวถังและนำวิธีการออกแบบทางวิศวกรรมรูปแบบใหม่มาใช้ ด้วยแพลตฟอร์มรุ่นใหม่นี้ ฮอนด้ามุ่งมั่นที่จะพัฒนารถยนต์ไฮบริดรุ่นใหม่ที่มอบทั้งความสนุกในการขับขี่และประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมันที่ยอดเยี่ยมไปพร้อมกัน

โดยแนวคิดการออกแบบที่แบ่งระบบหรือผลิตภัณฑ์ออกเป็นโมดูล จะถูกนำมาใช้เพื่อให้ชิ้นส่วนสามารถใช้ร่วมกันได้หลายรุ่น โดยแยกชิ้นส่วนเป็นโมดูลที่ใช้ร่วมกันได้ เช่น ห้องเครื่องยนต์และโครงสร้างใต้ท้องรถส่วนหลัง และโมดูลเฉพาะส่วน เช่น ห้องโดยสารด้านหลัง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนารถรุ่นใหม่ 

ฮอนด้าตั้งเป้าให้ชิ้นส่วนต่าง ๆ สามารถใช้ร่วมกันได้มากกว่า 60% ในทุกรุ่นที่ใช้แพลตฟอร์มนี้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตรถยนต์และความหลากหลายของรุ่นรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถควบคุมต้นทุนการผลิตได้ ช่วยยกระดับประสิทธิภาพทั้งในด้านการพัฒนาและการผลิตให้เพิ่มขึ้น

จากการพัฒนาแพลตฟอร์ม ฮอนด้าได้นำเทคโนโลยีใหม่ที่ช่วยให้ผู้ขับควบคุมรถได้ตามต้องการมาใช้ เช่น ระบบ Motion Management ที่ต่อยอดองค์ความรู้และต้นแบบด้านการควบคุมท่าทาง การพัฒนาหุ่นยนต์เทคโนโลยีต้นแบบ 

นอกจากนี้ ยังเพิ่มเทคโนโลยี Pitch Control เข้าไปในระบบ Agile Handling Assist ซึ่งเป็นระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ที่ช่วยให้รถมีพฤติกรรมการเข้าโค้งที่ราบรื่น ซึ่งได้ถูกติดตั้งแล้วใน Accord และ Prelude เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้อย่างแม่นยำในทุกสถานการณ์ โดยไม่ถูกจำกัดด้วยสภาพถนน ด้วยเทคโนโลยีเหล่านี้ ฮอนด้ามุ่งมั่นที่จะยกระดับ ความสนุกในการขับขี่  ให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

ทำความรู้จัก Hybrid-Electric System ของ Honda ให้มากขึ้น

ฮอนด้าได้เผยเทคโนโลยีหลักของระบบไฮบริดขนาดใหญ่เจเนอเรชันใหม่ ซึ่งประกอบด้วย เครื่องยนต์ V6 ที่พัฒนาขึ้นใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด รวมถึง ชุดขับเคลื่อน และชุดแบตเตอรี่ที่พัฒนาขึ้นใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายทั้งด้านประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมและต้นทุนต่ำ

ฮอนด้ามุ่งมั่นที่จะพัฒนาอัตราการประหยัดน้ำมันของรถยนต์ไฮบริดขนาดใหญ่เจเนอเรชันใหม่ให้ดีขึ้นมากกว่า 30% เมื่อเทียบกับรถยนต์สันดาปที่จำหน่ายอยู่ในเซกเมนต์เดียวกัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ ฮอนด้าจะผสานเครื่องยนต์ V6 รุ่นใหม่ ที่พัฒนาในเรื่องความประหยัดน้ำมันให้ดียิ่งขึ้น เข้ากับชุดขับเคลื่อนประสิทธิภาพสูงเจเนอเรชันใหม่ พร้อมทั้งนำระบบควบคุมพลังงานอัจฉริยะรุ่นใหม่มาใช้ เพื่อปรับโหมดการขับขี่ให้เหมาะสมกับทุกสภาพการขับขี่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันได้ดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ทรงพลังให้เหมาะสมกับรถยนต์ไฮบริดขนาดใหญ่ ฮอนด้ามุ่งมั่นที่จะ ปรับปรุงสมรรถนะด้านอัตราเร่งและการเร่งความเร็วเมื่อเหยียบคันเร่งแบบเต็มกำลังให้ดีขึ้นมากกว่า 10% เมื่อเทียบกับรถยนต์สันดาปที่จำหน่ายอยู่ในเซกเมนต์เดียวกัน โดยการเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องยนต์และชุดขับเคลื่อนแต่ละส่วน รวมถึงการใช้พลังงานเสริมจากแบตเตอรี่อีกด้วย

ภาพรวมของเทคโนโลยีไดนามิก สำหรับรถ Compact EV ต้นแบบ Super-ONE

รถยนต์รุ่นผลิตจริงที่พัฒนาขึ้นจากรถต้นแบบ Super-ONE เผยโฉมเป็นครั้งแรกในโลก ณ งาน Japan Mobility Show 2025 มีกำหนดเริ่มวางจำหน่ายที่ประเทศญี่ปุ่นในปี  2026 เป็นประเทศแรก ตามมาด้วยสหราชอาณาจักรและประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย ที่มีความต้องการรถ Compact EV สูง ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด e: Dash BOOSTER 

 โดยสร้างสรรค์ให้เป็นรถไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับการเดินทางในชีวิตประจำวัน ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่สนุกสนาน น่าตื่นเต้น มาพร้อมหลากหลายฟังก์ชันการใช้งานที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับความสุขภายในห้องโดยสารและการขับขี่ 

แพลตฟอร์มน้ำหนักเบาที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากรถในกลุ่ม Honda N Series โดยมีการขยายความกว้างของตัวรถด้วยการใช้พื้นฐานโครงสร้างแชสซีส์ที่มีการขยายระยะห่างระหว่างล้อและซุ้มล้อมาใช้

นอกจากนี้ ยังรวมตำแหน่งของชิ้นส่วนที่มีน้ำหนักมากให้อยู่ในจุดเดียว และลดจุดศูนย์ถ่วงให้ต่ำลง ด้วยการติดตั้งแบตเตอรี่แบบบาง ซึ่งเป็นชิ้นส่วนหลักของรถ EV ไว้ที่ศูนย์กลางใต้ท้องรถ ด้วยวิธีการนี้ รถต้นแบบ Super-ONE จึงมีน้ำหนักเบาที่สุดรุ่นหนึ่งในกลุ่มรถยนต์ EV ในระดับ A-segment  

และมีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำกว่ารถยนต์สันดาปขนาด Compact ทั่วไป ซึ่งจากจุดต่าง ๆ เหล่านี้ช่วยให้รถต้นแบบ Super-ONE มีการตอบสนองต่อการควบคุมของผู้ขับได้อย่างฉับไว และมอบการควบคุมที่สมดุลและมั่นคงแม้ในขณะเข้าโค้ง โดยให้สมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม ตอบสนองได้อย่างแม่นยำ และมั่นใจตลอดการขับขี่

รถรุ่นผลิตจริงที่พัฒนาขึ้นจากรถต้นแบบ Super-ONE จะมาพร้อมกับฟังก์ชัน Boost Mode ที่ พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษสำหรับรุ่นนี้โดยเฉพาะ จะช่วยเพิ่มกำลังขับเคลื่อนให้เครื่องยนต์สามารถมอบสมรรถนะได้อย่างเต็มกำลัง พร้อมผสานการทำงานกับระบบจำลองเกียร์ 7 สปีด และระบบ Active Sound Control เพื่อสร้างเสียงเครื่องยนต์ที่ทรงพลังและให้ความรู้สึกการเปลี่ยนเกียร์ที่เฉียบคม เสมือนกำลังขับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปที่มีระบบเกียร์หลายจังหวะแบบดั้งเดิม

ระบบจำลองเกียร์ 7 สปีด จะมีการคำนวณความเร็วรอบเครื่องยนต์จำลองและตำแหน่งเกียร์แบบเรียลไทม์  โดยอิงจากการควบคุมของผู้ขับ เช่น การเหยียบคันเร่ง สภาพการขับขี่ ความเร็วของรถ รวมถึงพฤติกรรมของรถขณะเข้าโค้ง ด้วยการควบคุมกำลังการขับขี่และการตอบสนองอย่างเหมาะสม ผู้ขับจึงสามารถเพลิดเพลินกับการขับขี่ พร้อมกับรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับรถ 

นอกจากนี้ ระบบเกียร์จำลอง 7 สปีด ยังจำลองแรงกระชากจากการ คิกดาวน์ ขณะเร่งความเร็ว และจำลองพฤติกรรมของรถขณะเกิด fuel cut  ซึ่งเป็นการตัดการจ่ายเชื้อเพลิงชั่วคราวเพื่อปกป้องเครื่องยนต์และควบคุมรอบเครื่องให้เหมาะสม ด้วยเทคโนโลยีเหล่านี้ ฮอนด้าจะสามารถถ่ายทอดอารมณ์และเอกลักษณ์การขับขี่ที่มุ่งมั่นพัฒนามาตลอดหลายปีในยุครถสันดาป เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่การพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ

โดยรวมแล้ว Hybrid-Electric System ของ Honda ถือเป็นการพัฒนาที่น่าจับตามอง เพราะเป็นการผสมผสานเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์การขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่ประหยัดน้ำมันและขับสนุก รถยนต์ที่ใช้เทคโนโลยี Hybrid-Electric System อาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคุณ

ที่มา – รู้จัก Hybrid-Electric System เทคโนโลยีเจเนอเรชันใหม่จาก Honda

ทีมที่ชนะฮิเบอร์เนียนนำยูโรปาลีกได้อย่างไร?

ทีมที่ชนะฮิเบอร์เนียนนำยูโรปาลีกได้อย่างไร?

ยูโรปาลีก: มิดทิลลันด์ พบ เซลติก

สนาม: MCH Arena, Herning วันที่: พฤหัสบดี, 6 พฤศจิกายน เวลา: 17:45 GMT

การถ่ายทอดสด: รับฟังทาง BBC Radio Scotland FM & Sounds, รายงานสดทางเว็บไซต์และแอป BBC Sport

หลังจากเริ่มต้นเส้นทางในยุโรปด้วยความยากลำบากในการเอาชนะฮิเบอร์เนียนในรอบคัดเลือกรอบสองของยูโรปาลีก คงกล่าวได้ว่ามิดทิลลันด์เป็นทีมที่สร้างความประหลาดใจในฐานะผู้นำของรายการหลังผ่านไปสามนัด

แม้ว่าฮิเบอร์เนียนจะเล่นได้ดีในสองเกมดังกล่าว โดยแพ้เพียงลูกจักรยานอากาศสุดสวยของ Junior Brumado ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บที่ Easter Road แต่ทีมจากเดนมาร์กก็ดูธรรมดามากในช่วงเดือนกรกฎาคม

อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่เคยมองย้อนกลับไปนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยแพ้เพียงครั้งเดียวตลอดทั้งฤดูกาล ในขณะที่พวกเขาทะลุผ่านรอบคัดเลือกที่เหลือได้อย่างง่ายดาย โดยเอาชนะเฟรดริกสตัด 5-1 และ KuPS 6-0 เพื่อเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม

ผลเสมอ 1-1 ในบ้านเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมากับจ่าฝูงลีกในประเทศอย่างอาร์ฮุส ทำให้พวกเขายังคงตามหลังอยู่สองแต้ม ดังนั้นทีมที่เซลติกจะเผชิญหน้าในวันพฤหัสบดีนี้ดูเหมือนจะเข้าที่เข้าทางแล้ว

แล้วอะไรคือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป? อย่างแรกเลยคือผู้จัดการทีม

ก้าวไปข้างหน้า ไมค์ ทูลเบิร์ก อดีตนักเตะที่ยืมตัวมาจากฮาร์ทส์ (จำเขาได้ไหม?) เข้ามาแทนที่ โทมัส โธมัสเบิร์ก ซึ่งอาจมองว่าตัวเองโชคร้ายที่ถูกปลดออกจากตำแหน่งหลังจากเริ่มต้นฤดูกาลโดยไม่แพ้ใครเลย

แต่หลังจากคว้าตั๋วยูโรปาลีกได้แล้ว เขาก็ถูกไล่ออกจากตำแหน่งเป็นครั้งที่สอง และถูกแทนที่ด้วยทูลเบิร์กวัย 39 ปี ซึ่งมาจากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ซึ่งเขาใช้เวลาหกปีกับทีมเยาวชนชุดต่างๆ

เขาได้รับเลือกจากความสามารถในการพัฒนาเยาวชนไปพร้อมๆ กับการได้ผลการแข่งขัน ตามคำกล่าวของผู้อำนวยการฟุตบอล ยาค็อบ ลาร์เซน

เกมแรกที่เขาคุมทีมคือความพ่ายแพ้ 1-0 ที่นอร์ดสเยลลันด์ ซึ่งเป็นการพลิกล็อกครั้งแรกและครั้งเดียวจนถึงปัจจุบัน หลังจากนั้นทูลเบิร์กก็เปลี่ยนจากแผนกองหลังสี่คนเป็นสามคน ซึ่งใช้มาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ยกเว้นเกมยูโรปาลีกที่เปิดบ้านชนะสตูร์ม กราซ

มิดทิลลันด์ชนะทุกเกม ยกเว้นสองเกมจาก 11 เกมตั้งแต่ความพ่ายแพ้นั้น โดยชัยชนะที่สำคัญคือที่ City Ground เมื่อพวกเขาช่วยให้มั่นใจว่าการครองอำนาจของ Ange Postecoglou ที่น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ด้วยชัยชนะที่ยอดเยี่ยม 3-2

ใครคือทีมที่ชนะฮิเบอร์เนียนและนำยูโรปาลีกบ้าง?

นอกเหนือจากการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเล่นแล้ว ยังมีการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นบางส่วนนับตั้งแต่เอาชนะฮิเบอร์เนียน

อุสมาเน่ ดิเยา กองหลังดาวรุ่งชาวเซเนกัล และ โช กยู-ซอง กองหน้าชาวเกาหลีใต้ หายจากอาการบาดเจ็บและป่วย ตามลำดับ กลับมาสู่ตำแหน่งตัวจริงอีกครั้ง ในขณะที่ เอเลียส โอโลฟส์สัน ซึ่งลงมาจากม้านั่งสำรองที่ Easter Road สำหรับการดวลจุดโทษที่กำลังจะเกิดขึ้น ได้รักษาตำแหน่งผู้รักษาประตูของเขาไว้

พวกเขายังใช้เงินไปบ้าง มาร์ติน เออร์ลิช กองหลังจากโครเอเชียย้ายมาจากโบโลญญาด้วยค่าตัว 4.4 ล้านปอนด์ แม้ว่าเขาจะเข้าๆ ออกๆ จาก 11 ตัวจริง

ฟิลิป บิลลิง เข้าร่วมทีมด้วยค่าตัวที่ใกล้เคียงกันจากบอร์นมัธ หลังจากถูกยืมตัวไปที่นาโปลีในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลที่แล้ว เขาได้ออกสตาร์ททุกเกมตั้งแต่เซ็นสัญญา ทำให้หนึ่งในตำแหน่งกองกลางตัวกลางเป็นของเขาเอง

นอกจากนี้ ยังมีดาวดังที่มีอยู่แล้ว เช่น ดาริโอ โอโซริโอ และ อารัล ซิมเซอร์ กองกลางตัวรุกดาวรุ่ง ซึ่งสร้างความประทับใจและทำประตูได้ทั้งคู่ในเกมที่พบกับฮิเบอร์เนียน และ ฟร็องคูลิโน่ กองหน้าทีมชาติกินี-บิสเซา ผู้ทำประตูมากมาย ซึ่งทำไป 17 ประตูจาก 24 นัดในฤดูกาลนี้ และคุณเริ่มเข้าใจว่าทำไมทีมที่ชนะฮิเบอร์เนียนถึงครองตำแหน่งสูงเช่นนี้ในตารางยูโรปาลีก

พวกเขาไม่แพ้ใครในบ้านมาตั้งแต่เดือนมีนาคม โดยชนะ 13 จาก 17 นัด นับตั้งแต่แพ้เบรอนด์บี้ 2-0 ดังนั้น งานของเซลติกจึงไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างแน่นอน ในขณะที่พวกเขาพยายามที่จะขยายสถิติชนะติดต่อกันภายใต้การคุมทีมของมาร์ติน โอนีล

เป็นเรื่องน่าสนใจที่จะได้เห็นว่าเซลติกจะสามารถสร้างเซอร์ไพรส์และเก็บแต้มสำคัญในการแข่งขันยูโรปาลีกได้หรือไม่ การเปลี่ยนแปลงทีมและแท็คติกของมิดทิลลันด์ทำให้พวกเขาเป็นคู่ต่อสู้ที่น่าเกรงขามอย่างแท้จริง

ที่มา – How are team who edged out Hibs leading Europa League table?

เขื่อนภูมิพล ปรับแผนรับมือพายุคัลแมกี

สทนช. ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำเขื่อนภูมิพล จ.ตาก เตรียมแผนการระบายน้ำแบบขั้นบันได ตั้งรับพายุ “คัลแมกี” ย้ำจัดการน้ำอย่างรอบคอบ ไม่กระทบประชาชน-ตุนไว้ใช้ในหน้าแล้ง

วันที่ 6 พ.ย. 68 นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำและการวางแผนการบริหารจัดการน้ำเขื่อนภูมิพล โดยมีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ได้แก่ จังหวัดตาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กรมชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมประชาสัมพันธ์ และองค์การบริหารส่วนจังหวัดตาก เข้าร่วมประชุม 

จากนั้น คณะผู้ร่วมประชุมได้เดินทางไปติดตามสถานการณ์น้ำบริเวณโดยรอบเขื่อนภูมิพล โดยนายไพฑูรย์ เปิดเผยว่า จากการที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ “พายุคัลแมกี” ซึ่งจากอิทธิพลของพายุจะส่งผลให้ในช่วงวันที่ 7-9 พ.ย. 68 ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ โดยจะเริ่มจากบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือ 

ในเรื่องนี้ สทนช. ได้ร่วมกับทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์ฝน สถานการณ์น้ำท่า และปริมาณน้ำในเขื่อนแต่ละแห่งอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเขื่อนขนาดใหญ่ซึ่งอยู่ในแนวพื้นที่รับฝนจากพายุคัลแมกี ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนอุบลรัตน์ ที่ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในเขื่อนเกือบ 100% จึงต้องมีการวางแผนพร่องระบายน้ำจากแต่ละเขื่อนอย่างรอบคอบรัดกุม 

โดยจากการติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พบว่าเขื่อนสิริกิติ์และเขื่อนอุบลรัตน์ สถานการณ์ยังไม่น่าเป็นห่วงและสามารถรองรับปริมาณฝนที่จะตกมาเพิ่มได้  ในวันนี้ สทนช. จึงได้เดินทางมาเขื่อนภูมิพล เพื่อดูข้อมูลจริงในพื้นที่และได้ร่วมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ วางแผนบริหารจัดการรองรับสถานการณ์พายุให้ดีที่สุด และส่งผลกระทบต่อประชาชนให้น้อยที่สุด  

รองเลขาธิการ สทนช. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับสถานการณ์น้ำในเขื่อนภูมิพลวันนี้ มีปริมาณน้ำกักเก็บ 13,195 ล้าน ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็น 98.02% ของความจุเก็บกัก ระดับน้ำสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ที่ 259.14 เมตร (เต็มที่ สูงสุด ที่ 260 เมตร รทก.) มีพื้นที่ว่างรองรับน้ำได้อีก 266.92 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 1.98 เปอร์เซ็นต์ ปัจจุบันมีการระบายน้ำอยู่ที่ 25 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน 

ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาได้รายงานข้อมูลพยากรณ์ฝน 7 วันล่วงหน้า คาดว่าจะมีปริมาณฝนในพื้นที่เขื่อน 80 มม. ทำให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนสะสม 301.92 ล้าน ลบ.ม. หากปรับเพิ่มปริมาณการระบายน้ำแบบขั้นบันได เป็น 30 ล้าน ลบ.ม./วัน (เดิมตามแผน 25 และ 30) พบว่าในอีก 7 วันจะมีปริมาตรน้ำ 13,323 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 99% ของความจุเก็บกัก โดยที่ประชุมได้เห็นชอบให้ กฟผ. วางแผนปรับเพิ่มการระบายน้ำแบบขั้นบันไดตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ในอัตรา 30 ล้าน ลบ.ม./วัน ขยับไปที่ 40 และ 45 ล้าน ลบ.ม./วัน สูงสุดไม่เกิน 60 ล้าน ลบ.ม./วัน ปริมาณน้ำที่ระบายออกจากเขื่อนดังกล่าวจะส่งผลให้ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนฯ เพิ่มสูงขึ้นไม่เกิน 20 เซนติเมตร โดยมวลน้ำจากเขื่อนจะไหลลงสู่แม่น้ำปิง ผ่านจังหวัดตาก จังหวัดกำแพงเพชร และจังหวัดนครสวรรค์ จนถึงเขื่อนเจ้าพระยาใช้เวลาอีก 8-9 วัน ซึ่งจะไม่ส่งผลให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น โดยขอให้ กฟผ. พิจารณาปรับการระบายน้ำให้เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของเขื่อน และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อด้านท้ายน้ำเป็นสำคัญ 

พร้อมให้มีการสื่อสารประชาสัมพันธ์กับพื้นที่และประชาชนล่วงหน้าอย่างต่อเนื่องเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ได้ทัน ซึ่งน้ำที่ระบายจากเขื่อนภูมิพลนี้ก็จะส่งต่อไปพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่ง ณ วันนี้ ที่สถานี C.2 จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,988 ลบ.ม./วินาที คาดการณ์ว่าช่วงวันที่ 6 – 14 พ.ย. ปริมาณน้ำที่จุดนี้จะอยู่ในช่วง 2,833 – 3,110 ลบ.ม.ต่อวินาที และมีปริมาณน้ำที่มาจากลุ่มน้ำสะแกกรัง (side flow) ไหลเข้าเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 336 ลบ.ม.ต่อวินาที จึงได้วางแผนระบายน้ำท้ายเขื่อนที่เจ้าพระยาให้คงอยู่ในอัตรา 2,700 ลบ.ม./วินาที และวางแผนผันไปฝั่งตะวันออกและตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาให้สมดุลกันเพื่อเร่งระบายออกสู่อ่าวไทยให้เร็วที่สุด

“ปี 2568 นี้ มีปริมาณฝนที่ตกสะสมค่อนข้างสูงอย่างเห็นได้ชัด พบว่า ณ วันที่ 3 พ.ย.68 มีปริมาณฝนสะสม 1,600 มม. มากกว่าค่าปกติ 8% ขณะที่ปี 2567 ปริมาณฝนสะสม 1,705 มม. มากกว่าค่าปกติ 5% สำหรับในปีที่มีฝนตกปริมาณสูงเป็นพิเศษ เช่น ปี 2565 พบว่าปริมาณฝนสะสม 2,012 มม. มากกว่าค่าปกติ 24% และปี 2554 มีปริมาณฝนสะสม 1,974.9 มม. มากกว่าค่าปกติ 20% จากสถานการณ์ฝนที่ได้คาดการณ์และเกิดขึ้นจริง ทุกหน่วยงานจะต้องวางแผนร่วมกันเพื่อกักเก็บน้ำในเขื่อนแต่ละแห่งให้ได้เกือบเต็มความจุเก็บกักซึ่งได้ดำเนินการล่วงหน้าตั้งแต่ต้นปี 2568 เพื่อให้มีน้ำในเขื่อนมากที่สุดเพื่อใช้เป็นน้ำต้นทุนสำหรับใช้ประโยชน์ในช่วงฤดูแล้ง ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน ตามปฏิทินการบริหารจัดการน้ำในภาพรวม อย่างไรก็ตาม สทนช. และทุกหน่วยงานก็ยังคงต้องเฝ้าระวังปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ ที่จะได้รับอิทธิพลจากพายุในช่วงถัดจากนี้ไปอย่างเข้มข้น โดยต้องวางแผนจัดการจราจรน้ำในแต่ละพื้นที่แบบเป็นกลุ่มลุ่มน้ำเพื่อให้สอดคล้องและสัมพันธ์กันและช่วยบรรเทาผลกระทบในแต่ละพื้นที่ให้ได้มากที่สุด” รองเลขาธิการ สทนช. กล่าว

เขื่อนภูมิพลกับการรับมือพายุคัลแมกี

แผนการระบายน้ำของเขื่อนภูมิพล

การปรับแผนการระบายน้ำของเขื่อนภูมิพลเป็นแบบขั้นบันได ถือเป็นมาตรการที่รอบคอบ เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการป้องกันน้ำท่วมและการสำรองน้ำไว้ใช้ในอนาคต การติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนนี้

ที่มา – “เขื่อนภูมิพล” ปรับแผนการระบายน้ำ เป็นแบบขั้นบันได รับพายุ “คัลแมกี”