วัน: 6 พฤศจิกายน 2025

บวรศักดิ์คาดพระเมรุมาศเสร็จ ต.ค. 69

“รองนายกฯ บวรศักดิ์” ประชุมคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สมเด็จพระพันปีหลวง เห็นชอบให้กรมศิลปากรออกแบบและประมาณราคาค่าก่อสร้าง คาดงานทั้งหมดแล้วเสร็จ ต.ค. 69

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ครั้งที่ 1/2568 พร้อมด้วย นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะรองประธานกรรมการฯ และนางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการฯ เข้าร่วมการประชุมด้วย

นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบแผนการดำเนินงาน ดังนี้ 1.แผนการดำเนินงานการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ งานพระราชพิธี ถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มอบหมายให้กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ดำเนินการออกแบบและประมาณราคาค่าก่อสร้าง รวมทั้งงานออกแบบภูมิทัศน์และสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน ม.ค. 69 และจะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนต.ค. 69

นายบวรศักดิ์ กล่าวต่อว่า 2.แผนการดำเนินงานการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ พระยานมาศ และเครื่องประกอบ มอบหมายให้กรมศิลปากร ร่วมกับกรมสรรพาวุธทหารบก กรมอู่ทหารเรือ กระทรวงกลาโหม ดำเนินงาน ได้แก่ งานซ่อมสงวนรักษาโครงสร้างช่วงล่างและระบบขับเคลื่อน โดยกรมสรรพาวุธทหารบก งานทำความสะอาดพื้นผิวราชรถ ราชยาน ด้วยกระบวนการงานทางวิทยาศาสตร์ โดยสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร งานบูรณะซ่อมแซมงานตกแต่งศิลปกรรมและประณีตศิลป์ โดย สำนักช่างสิบหมู่ งานจัดทำเชือกลากราชรถ โดยกองเรือพระราชพิธี กองทัพเรือ ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้บูรณาการการทำงานร่วมกัน โดยคาดว่างานทั้งหมดจะแล้วเสร็จในเดือนต.ค. 69 โดยเป็นไปอย่างถูกต้องตามโบราณราชประเพณี สวยงามและสมพระเกียรติยศทุกประการ

“บวรศักดิ์” คาดดำเนินการก่อสร้างพระเมรุมาศแล้วเสร็จอย่างสมพระเกียรติยศ ต.ค. 69

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับการจัดสร้างพระเมรุมาศสำหรับงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้มีการประชุมและวางแผนงานอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่นและสมพระเกียรติยศสูงสุด โดย “บวรศักดิ์” คาดดำเนินการก่อสร้างพระเมรุมาศแล้วเสร็จอย่างสมพระเกียรติยศ ต.ค. 69 ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ทุกฝ่ายมุ่งมั่นที่จะทำให้สำเร็จ

รายละเอียดแผนการดำเนินงานการจัดสร้างพระเมรุมาศ

จากที่ประชุมคณะกรรมการฯ ได้มีการมอบหมายให้กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการออกแบบและประมาณราคาค่าก่อสร้าง รวมถึงการออกแบบภูมิทัศน์และสิ่งก่อสร้างอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยมีเป้าหมายให้การออกแบบแล้วเสร็จภายในเดือนมกราคม 2569 และดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม 2569 ตามที่ “บวรศักดิ์” คาดดำเนินการก่อสร้างพระเมรุมาศแล้วเสร็จอย่างสมพระเกียรติยศ ต.ค. 69

นอกจากนี้ ยังมีแผนการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ พระยานมาศ และเครื่องประกอบ ซึ่งมอบหมายให้กรมศิลปากร ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ดำเนินงานซ่อมสงวนรักษาโครงสร้างช่วงล่างและระบบขับเคลื่อน ทำความสะอาดพื้นผิวราชรถ ราชยานด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ บูรณะซ่อมแซมงานตกแต่งศิลปกรรมและประณีตศิลป์ และจัดทำเชือกลากราชรถ โดยมีเป้าหมายให้งานทั้งหมดแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม 2569 เช่นเดียวกัน เพื่อให้ทุกอย่างพร้อมสำหรับงานพระราชพิธี

การดำเนินงานทั้งหมดนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ให้เป็นไปอย่างสมพระเกียรติยศและถูกต้องตามโบราณราชประเพณี การที่ “บวรศักดิ์” คาดดำเนินการก่อสร้างพระเมรุมาศแล้วเสร็จอย่างสมพระเกียรติยศ ต.ค. 69 จึงเป็นการแสดงถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจของทุกฝ่ายในการทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้

การบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การจัดสร้างพระเมรุมาศและงานบูรณปฏิสังขรณ์ต่างๆ สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี การใส่ใจในรายละเอียดและความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน จะส่งผลให้งานที่ออกมามีความงดงามและสมพระเกียรติยศอย่างสูงสุด สมกับความเคารพและเทิดทูนที่พสกนิกรชาวไทยมีต่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ที่มา – “บวรศักดิ์” คาดดำเนินการก่อสร้างพระเมรุมาศแล้วเสร็จอย่างสมพระเกียรติยศ ต.ค. 69

เหตุการณ์ McClean ‘จัดการแล้ว’ – กุนซือ Wrexham

Wrexham กล่าวว่าเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ James McClean ชกแฟนบอล Cardiff City ได้รับการ “จัดการแล้ว”

นักเตะวัย 36 ปีกล่าวว่าเขารู้สึก “ถูกคุกคาม” โดยผู้สนับสนุน Bluebirds บางคนก่อนการแข่งขัน EFL Cup ระหว่างทั้งสองทีมที่ Stok Cae Ras เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม

McClean กล่าวกับ Talksport ว่า “ผมอยู่ในที่ทำงานของผม และผมรู้สึกว่าไม่ควรถูกคุกคามในที่ทำงานนั้น… ผมไม่ได้รอให้เขาชกก่อน ดังนั้น ผมก็เลยทำ”

นักเตะทีมชาติไอร์แลนด์เสริมว่า “มีแฟนบอล Cardiff สี่คน อายุประมาณ 20 ปลายๆ ถึง 30 ต้นๆ”

“พวกเขาจำผมได้ [และ] เริ่มพูดจาใส่ผมทันที ผมไม่สนใจครั้งแรก”

“ครั้งที่สอง ผมตอบโต้และเผชิญหน้ากับพวกเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้”

“มีการพูดจากัน หนึ่งในนั้นเป็นชายร่างสูงใส่แว่น ทำท่าทีคุกคามผม”

เหตุการณ์ McClean ‘จัดการแล้ว’ – กุนซือ Wrexham

Phil Parkinson ผู้จัดการทีม Wrexham เปิดเผยว่าเขาได้คุยกับวิงแบ็กสารพัดประโยชน์ในคืนเกิดเหตุ โดยเสริมว่าเรื่องนี้จบลงแล้วในส่วนของสโมสร

“ผมได้คุยกับ James ในเย็นวันนั้น และมันได้รับการจัดการแล้ว” Parkinson กล่าวหลังจบเกมที่ทีมของเขาเสมอ Portsmouth 0-0

“แค่นั้นแหละ ไม่มีอะไรจะพูดอีกแล้วในคืนนี้”

ตำรวจ North Wales กล่าวว่ายังไม่ได้รับรายงานใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว

McClean ถูกตัดชื่อออกจากทีมในเกมที่ Wrexham เสมอกับ Pompey เมื่อคืนวันพุธ เนื่องจากมีปัญหาที่สะโพก

“James ได้รับการฉีดเข้าไปในสะโพกของเขา เขาต้องทนกับอาการนี้มาหลายสัปดาห์แล้ว” Parkinson กล่าวเสริม

“เราจำเป็นต้องแก้ไขมัน เราตัดสินใจทำเช่นนั้นเมื่อวานนี้ (วันอังคาร) เพื่อให้เขาสามารถลงเล่นได้ในสุดสัปดาห์นี้”

Wrexham จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ Charlton Athletic ใน North Wales ในวันเสาร์ (15:00 GMT) ในเกมสุดท้ายก่อนช่วงพักเบรคทีมชาติครั้งสุดท้ายของปี

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ McClean ‘จัดการแล้ว’

เรื่องราวของ James McClean และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับแฟนบอล Cardiff City ยังคงเป็นที่สนใจของแฟนบอลและสื่อมวลชนอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าทาง Wrexham จะยืนยันว่าได้จัดการเรื่องนี้เป็นการภายในเรียบร้อยแล้วก็ตาม แม้ว่าตำรวจ North Wales จะไม่ได้เริิ่มการสอบสวนเนื่องจากไม่มีรายงานอย่างเป็นทางการ แต่ประเด็นนี้ก็ยังคงเป็นที่ถกเถียงในวงกว้าง

การตัดสินใจของ Phil Parkinson ที่จะให้ McClean พักรักษาอาการบาดเจ็บที่สะโพกก็เป็นอีกประเด็นที่น่าสนใจ เนื่องจาก McClean เป็นผู้เล่นคนสำคัญในทีม Wrexham การไม่มีเขาในเกมกับ Portsmouth ส่งผลกระทบต่อทีมอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ผลเสมอ 0-0 แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของ McClean ที่มีต่อทีม

แฟนบอลหลายคนแสดงความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของนักกีฬาในสนาม และเรียกร้องให้มีการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดมากขึ้น ควรมีมาตรการป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ และรับประกันว่านักกีฬาทุกคนจะรู้สึกปลอดภัยในขณะปฏิบัติหน้าที่

เหตุการณ์นี้ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการควบคุมอารมณ์และความยับยั้งชั่งใจ ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬาหรือแฟนบอล การใช้ความรุนแรงไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา และการเคารพซึ่งกันและกันเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างบรรยากาศที่ดีในการแข่งขันกีฬา

ในขณะที่ Wrexham เตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันกับ Charlton Athletic ในวันเสาร์นี้ ความสนใจจะอยู่ที่ว่า James McClean จะฟิตสมบูรณ์พร้อมลงสนามหรือไม่ และทีมจะสามารถกลับมาเก็บชัยชนะได้ หลังจากพลาดท่าเสมอในเกมล่าสุด

สถานการณ์โดยรวมแสดงให้เห็นถึงความท้าทายที่สโมสรฟุตบอลต้องเผชิญ ทั้งในและนอกสนาม ตั้งแต่การจัดการกับพฤติกรรมของนักกีฬาไปจนถึงการรับมือกับความคาดหวังของแฟนบอล และการพยายามสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเป็นมืออาชีพสำหรับทุกคนที่เกี่ยวข้องกับสโมสร

บทสรุป: เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ James McClean เป็นเครื่องเตือนใจว่าความรับผิดชอบและการจัดการปัญหาอย่างรวดเร็วเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในวงการกีฬา สโมสร Wrexham ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหา และมุ่งเน้นไปที่การแข่งขันที่จะมาถึง

เหตุการณ์ เหตุการณ์ McClean ‘จัดการแล้ว’ แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของการจัดการสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับนักกีฬาอาชีพและความสัมพันธ์กับแฟนบอล การตอบสนองของสโมสรและความโปร่งใสในการสื่อสารมีความสำคัญในการรักษาภาพลักษณ์และความไว้วางใจจากสาธารณชน

ที่มา – McClean incident ‘dealt with’ – Wrexham boss Parkinson

รางวัลสันติภาพ FIFA คืออะไร?


FIFA ได้เปิดตัว ‘รางวัลสันติภาพ’ (Peace Prize) รางวัลที่มอบให้เพื่อยกย่องบุคคลที่กระทำการเพื่อสันติภาพและความสามัคคี

รางวัลนี้จะมอบให้เป็นประจำทุกปี แก่บุคคลที่ “ดำเนินการพิเศษและพิเศษเพื่อสันติภาพ” และ “รวมผู้คนทั่วโลก”

ผู้ชนะคนแรกจะได้รับรางวัลจากประธาน FIFA จานนี อินฟานติโน ในวันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม ระหว่างการจับสลากฟุตบอลโลก 2026 ที่วอชิงตัน ดี.ซี.

“ในโลกที่วุ่นวายและแตกแยกมากขึ้น การตระหนักถึงคุณูปการที่โดดเด่นของผู้ที่ทำงานอย่างหนักเพื่อยุติความขัดแย้งและนำผู้คนมารวมกันในจิตวิญญาณแห่งสันติภาพเป็นสิ่งสำคัญ” อินฟานติโนกล่าวในแถลงการณ์ของ FIFA

อินฟานติโนกล่าวเสริมว่า ฟุตบอล “ยืนหยัดเพื่อสันติภาพ” และรางวัลนี้จะ “ตระหนักถึงความพยายามอย่างมากของบุคคลเหล่านั้นที่รวมผู้คนเข้าด้วยกัน นำความหวังมาสู่คนรุ่นหลัง”

รางวัลสันติภาพ FIFA คืออะไร?

อินฟานติโนและประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ปรากฏตัวร่วมกันในการตั้งค่าสาธารณะหลายครั้งตั้งแต่สหรัฐฯ ได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2026 เรื่องนี้อาจทำให้หลายคนสงสัยว่าใครจะเป็นผู้ได้รับ รางวัลสันติภาพ FIFA คืออะไร และมีเกณฑ์การพิจารณาอย่างไร

“เรามีความสัมพันธ์ที่ดี” อินฟานติโนกล่าว “ฉันโชคดีมาก ฉันมีความสัมพันธ์ที่ดีกับประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งฉันถือว่าเขาเป็นเพื่อนสนิท”

ทรัมป์พลาดรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งมอบให้กับ มาเรีย โคRINa Machado แห่งเวเนซุเอลา

เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวกล่าวว่า คณะกรรมการโนเบล “ให้ความสำคัญกับการเมืองมากกว่าสันติภาพ”

FIFA ยังไม่ได้ประกาศผู้ชนะ และอินฟานติโนปฏิเสธที่จะบอกว่าทรัมป์จะได้รับการประกาศให้เป็นผู้รับรางวัลในเดือนธันวาคม

เมื่อถูกถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ที่ America Business Forum ในไมอามี อินฟานติโนกล่าวว่า “คุณจะได้เห็น”

ทำไมรางวัลสันติภาพ FIFA คือสิ่งที่สำคัญ

รางวัลนี้เป็นมากกว่าแค่การมอบรางวัล แต่เป็นการเน้นย้ำถึงบทบาทที่กีฬาสามารถมีได้ในการสร้างความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก ในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญกับความขัดแย้งและความแตกแยก รางวัลสันติภาพ FIFA คือสัญลักษณ์แห่งความหวังและแรงบันดาลใจให้ทุกคนร่วมกันสร้างโลกที่สงบสุขและยุติธรรมยิ่งขึ้น

เกณฑ์การพิจารณา รางวัลสันติภาพ FIFA คืออะไร? ยังไม่ชัดเจนว่า FIFA จะใช้เกณฑ์ใดในการพิจารณาผู้ที่สมควรได้รับรางวัลนี้ แต่คาดว่าจะพิจารณาจากผลงานที่โดดเด่นในการส่งเสริมสันติภาพ ความสามัคคี และความเข้าใจระหว่างผู้คนจากวัฒนธรรมและภูมิหลังที่แตกต่างกัน

บทความนี้เป็นบทความล่าสุดจากทีม Ask Me Anything ของ BBC Sport

Ask Me Anything คืออะไร?

Ask Me Anything เป็นบริการที่อุทิศตนเพื่อตอบคำถามของคุณ

เราต้องการตอบแทนเวลาของคุณด้วยการบอกสิ่งที่คุณไม่รู้และเตือนคุณถึงสิ่งที่คุณรู้

ทีมงานจะค้นหาทุกสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้และสามารถเรียกใช้เครือข่ายผู้ติดต่อรวมถึงผู้เชี่ยวชาญและผู้เชี่ยวชาญของเรา

เราจะตอบคำถามของคุณจากใจกลางห้องข่าวของ BBC Sport และไปเบื้องหลังในงานกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในโลก

การรายงานข่าวของเราจะครอบคลุมเว็บไซต์ แอป โซเชียลมีเดีย และบัญชี YouTube ของ BBC Sport ตลอดจน BBC TV และวิทยุ

คำถามเพิ่มเติมที่ตอบแล้ว…

การมอบรางวัลสันติภาพ FIFA เป็นการแสดงให้เห็นว่า FIFA ไม่ได้เป็นเพียงองค์กรที่กำกับดูแลฟุตบอลเท่านั้น แต่ยังเป็นองค์กรที่มุ่งมั่นที่จะใช้กีฬาเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในโลกให้ดีขึ้น ถึงแม้ว่าเกณฑ์การตัดสินและผลลัพธ์อาจเป็นที่ถกเถียง แต่ความตั้งใจที่จะส่งเสริมสันติภาพและความสามัคคีนั้นเป็นสิ่งที่น่ายกย่อง

ที่มา – What is the Fifa Peace Prize?

สุขกาย สบายกระเป๋า: ลดค่าใช้จ่ายผู้ป่วยได้จริง!

โครงการ สุขกาย สบายกระเป๋า คืบหน้า! กรมการค้าภายในลงพื้นที่ติดตามผล พบโรงพยาบาลเอกชนและร้านขายยาพร้อมให้บริการแล้ว ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยได้จริงหลังทดลองใช้บริการ นี่เป็นข่าวดีสำหรับประชาชนที่กำลังมองหาทางเลือกในการลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน พร้อมด้วย เภสัชกรเลิศชาย เลิศวุฒิ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลพระราม 9 และร้านขายยาที่เข้าร่วมโครงการ “สุขกาย สบายกระเป๋า” อาทิ ร้านขายยา Top Care, Boots, Watsons ที่เซ็นทรัล พระราม 9 เพื่อตรวจสอบความพร้อมและรับฟังความคิดเห็น

นายวิทยากร กล่าวว่า การลงพื้นที่โรงพยาบาลพระราม 9 เพื่อตรวจความพร้อมโครงการ “สุขกาย สบายกระเป๋า” พบว่าโครงการได้รับผลตอบรับที่ดี เริ่มมีประชาชนทยอยเข้าร่วมโครงการแล้ว ตัวอย่างเช่นที่โรงพยาบาลพระราม 9 มีประชาชนร่วมโครงการแล้ว ท่านอธิบดีได้ทดลองตรวจโรคความดัน มีค่าใช้จ่ายทั้งหมด 11,680 บาท แต่เมื่อแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการ โดยขอซื้อยานอกโรงพยาบาล ทำให้มีค่าใช้จ่ายลดลงเหลือประมาณ 1,680 บาท อย่างไรก็ตาม ยาบางชนิดที่เป็นยาควบคุมพิเศษจะไม่สามารถซื้อนอกโรงพยาบาลได้

ท่านอธิบดีฝากถึงประชาชนให้สังเกตโลโก้ร้านยา “สุขกาย สบายกระเป๋า” ก่อนรับบริการ โดยมีโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ 345 แห่ง และ 3,400 ร้านยา ท่านยืนยันว่าระบบหรือแอปพลิเคชันมีเสถียรภาพ สามารถตรวจสอบสาขาที่เข้าร่วมผ่าน Google Maps ได้

กรณีจังหวัดนครสวรรค์ที่มีบางโรงพยาบาลไม่เข้าร่วมโครงการ แต่มีร้านยาเข้าร่วมโครงการ อธิบดีกรมการค้าภายในกล่าวว่าจะตรวจสอบรายละเอียดและเชิญชวนให้ทุกโรงพยาบาลเข้าร่วม โดยเครือข่ายโรงพยาบาลใหญ่ ๆ ได้ตอบรับเข้าร่วมเกือบหมดแล้ว

นพ.สมชัย ลีลาศิริวงศ์ ปรึกษาผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระราม 9 ระบุว่า หลังเริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ป่วยบางรายมีความประสงค์ซื้อยานอกโรงพยาบาล โรงพยาบาลมีความเข้าใจถึงความจำเป็นโดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจ และยอมรับว่ารายได้ของโรงพยาบาลลดลง แต่เชื่อว่าจะมีประชาชนมาใช้บริการโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น

เภสัชกรเลิศชาย ระบุว่า ร้านขายยาในระบบของ อย. ได้รับการประเมินในเรื่องสถานที่ตั้ง การจัดเก็บยา และการให้คำปรึกษา โดยจะต้องมีเภสัชกรอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่ายาที่ซื้อจากร้านขายยามีคุณภาพทัดเทียมกับยาที่ได้รับจากโรงพยาบาล

จากนั้นกรมการค้าภายในพร้อมคณะ ได้เดินทางมายังศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 9 เพื่อตรวจเยี่ยมร้านขายยา Top Care, Boots และ Watsons พบว่า ร้านขายยามีความพร้อมให้บริการประชาชนจากโครงการ “สุขกาย สบายกระเป๋า” แล้ว

สุขกาย สบายกระเป๋า

โครงการสุขกาย สบายกระเป๋าคืออะไร?

โครงการนี้เป็นนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งหวังให้ประชาชนสามารถเข้าถึงยาและเวชภัณฑ์ได้ในราคาที่ถูกลง โดยสามารถซื้อยาบางชนิดจากร้านขายยาที่เข้าร่วมโครงการ แทนการซื้อจากโรงพยาบาลเพียงอย่างเดียว

โครงการสุขกาย สบายกระเป๋า ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ลองตรวจสอบสิทธิ์และเงื่อนไขของโครงการ และพิจารณาว่าโครงการนี้เหมาะสมกับความต้องการของคุณหรือไม่

ที่มา – “สุขกาย สบายกระเป๋า” เห็นผล ลดภาระค่าใช้จ่ายผู้ป่วย เอกชน-ร้านยา พร้อมให้บริการ

โฆษกรัฐบาลไทย ตอกกลับกัมพูชา ย้ำปฏิบัติตาม 4 ข้อตกลง

โฆษกรัฐบาลไทย ตอกกลับข่าว “สำนักโฆษกกัมพูชา” ให้ข่าวไม่สร้างสรรค์ ย้ำ “ไทย” ยึดกรอบข้อตกลง ควรปฏิบัติตาม 4 ข้อตกลงอย่างเคร่งครัด

วันที่ 6 พ.ย. 2568 นายสิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผย เป็นกังวลหลังสำนักโฆษกกัมพูชาสื่อสารข้อกล่าวหาที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ในประเด็นเรื่องการที่ไทยจะใช้กำลัง และการทวงถามเรื่องการปล่อยทหารกัมพูชา ที่ถูกจับกุมทั้ง 18 ราย จึงขอชี้แจงว่า รัฐบาลไทย ทุกหน่วยงานทั้งด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ เดินหน้าโดยยึดตามถ้อยแถลงร่วม ฯ และทุกอย่างอยู่ในกระบวนการ โดยนายกรัฐมนตรียังดำริให้จัดตั้ง คณะกรรมการ เพื่อติดตามการดำเนินการต่าง ๆ ตามถ้อยแถลงร่วมด้วย

ทั้งนี้ ถ้อยแถลงร่วม ฯ ซึ่งผู้นำทั้งสองประเทศได้ลงนามร่วมกันเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 ยืนยันชัดเจนว่า ทั้งสองฝ่ายมีเจตนารมณ์เดียวกันที่จะรักษาสันติภาพ ความมั่นคง และความร่วมมือ เพื่อประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศ โดยอ้างอิงเจตนารมณ์เดิมที่ประกาศไว้ ณ เมืองปุตราจายา เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา

โฆษกรัฐบาลยืนยันว่า หน่วยงานด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ ร่วมแถลงข่าว เมื่อวันจันทร์ที่ 3 พ.ย. ที่ผ่านมา มีความชัดเจนว่า ไทยได้ยึดมั่นปฏิบัติตามสาระสำคัญของถ้อยแถลงร่วม ที่ระบุให้ทั้งสองประเทศละเว้นการคุกคามหรือใช้กำลังในการแก้ไขข้อพิพาททางพรมแดน ยึดมั่นในหลักสันติวิธี เคารพต่อเขตแดนและกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อสร้างสันติภาพ เสถียรภาพ และความรุ่งเรืองร่วมกันในภูมิภาค ซึ่งไทยได้ยึดมั่นและปฏิบัติตาม 4 ข้อตกลงโดยเคร่งครัดมาโดยตลอดและขอให้ฝั่งกัมพูชาได้ดำเนินการตามข้อตกลง โดยเฉพาะเรื่อง หลักทั้ง 4 ข้อ อย่างเคร่งครัด

โฆษกรัฐบาลไทย ตอกกลับ “สำนักโฆษกกัมพูชา” ย้ำควรปฏิบัติตาม 4 ข้อตกลง

สถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและกัมพูชาในช่วงหลังมานี้มีความละเอียดอ่อน การสื่อสารที่ผิดพลาด หรือการให้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง อาจส่งผลกระทบต่อความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างประเทศได้ การที่โฆษกรัฐบาลไทยออกมาเน้นย้ำให้ปฏิบัติตาม 4 ข้อตกลงนั้น จึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ

ทำไมการปฏิบัติตาม 4 ข้อตกลงจึงสำคัญ?

การปฏิบัติตาม 4 ข้อตกลงแสดงให้เห็นถึงความเคารพซึ่งกันและกัน และความตั้งใจจริงที่จะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี ซึ่งเป็นหลักการสำคัญในการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขในภูมิภาค การที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งละเลยข้อตกลง อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิด ความไม่ไว้วางใจ และอาจบานปลายกลายเป็นความขัดแย้งที่รุนแรงยิ่งขึ้นได้

นอกจากนี้ การปฏิบัติตาม 4 ข้อตกลงยังเป็นการส่งสัญญาณที่ดีต่อประชาคมโลก ว่าทั้งสองประเทศมีความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี และให้ความสำคัญกับกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของทั้งสองประเทศในเวทีโลก

ข้อตกลงเหล่านี้เป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างความเข้าใจอันดี และความร่วมมือระหว่างประเทศ การสื่อสารที่ชัดเจน ตรงไปตรงมา และการยึดมั่นในข้อตกลง เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายควรให้ความสำคัญ เพื่อรักษาความสัมพันธ์อันดี และสร้างสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค

รัฐบาลไทยได้แสดงจุดยืนที่ชัดเจนในการยึดมั่นในหลักการสันติวิธี และการปฏิบัติตาม 4 ข้อตกลงอย่างเคร่งครัด หวังว่าฝ่ายกัมพูชาจะให้ความร่วมมือในการดำเนินการตามข้อตกลง เพื่อประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ

การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศต้องอาศัยความอดทน การเจรจา และความเข้าใจซึ่งกันและกัน การยึดมั่นในหลักการสากล และความเคารพในข้อตกลง จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในระยะยาวอย่างแน่นอน

ที่มา – โฆษกรัฐบาลไทย ตอกกลับ “สำนักโฆษกกัมพูชา” ให้ข่าวไม่สร้างสรรค์ ย้ำควรปฏิบัติตาม 4 ข้อตกลง

แม่ทัพภาคที่ 2 ยัน ปราสาทตาควายเป็นของไทย

แม่ทัพภาคที่ 2 ยืนยันหนักแน่น “ปราสาทตาควาย” เป็นของไทย กองทัพมีแผนยึดคืนแน่นอน พร้อมทั้งนำคณะกราบขอพร “หลวงปู่เสน ปัญญาธโร” เพื่อความเป็นสิริมงคล

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 เวลา 14.10 น. พล.ท.วีรยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมคณะ เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ไปยังวัดราษฎร์สงเคราะห์ หรือ วัดป่าหนองแซง อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี เพื่อเข้ากราบขอพรจากหลวงปู่เสน ปัญญาธโร อายุ 90 ปี นอกจากนี้ ยังได้เข้ารับมอบเครื่องอุปโภคบริโภค อุปกรณ์ และรถแบคโฮ จำนวน 3 คัน เพื่อสนับสนุนการสร้างถนนและรั้วตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

บรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่น โดยมีลูกศิษย์ของหลวงปู่เสนและชาวบ้านหนองแซงให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น มีการผูกผ้าขาวม้าให้กับแม่ทัพภาคที่ 2 รองแม่ทัพภาคที่ 2 และที่ปรึกษาแม่ทัพภาคที่ 2 ตามประเพณีอีสาน บริเวณประตูทางเข้าฐานองค์พระพุทธไตรโลกนาถศาสดา หรือ หลวงพ่อสมประสงค์ ซึ่งชาวบ้านต่างชื่นชมแม่ทัพภาคที่ 2 ว่าตัวจริงหล่อกว่าในรูปภาพ

หลังจากนั้น คณะได้เข้ากราบองค์พระประธาน ก่อนเข้ากราบหลวงปู่เสนและสนทนาธรรมประมาณ 15 นาที หลวงปู่เสนได้มอบพระพุทธรูป 3 องค์ และเหรียญปลุกเสกให้แม่ทัพภาคที่ 2 เพื่อนำไปมอบให้แก่ทหารกล้าตามแนวชายแดน เป็นขวัญและกำลังใจให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง

พล.ท.วีรยุทธ ได้เข็นรถวีลแชร์ให้หลวงปู่เสนไปยังลานด้านหน้าองค์พระพุทธไตรโลกนาถศาสดา ซึ่งลูกศิษย์ทั่วประเทศร่วมกันบริจาคให้หลวงปู่เสน เพื่อมอบให้กับกองทัพภาคที่ 2 นำไปใช้ประโยชน์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งการสนับสนุนนี้มีมาตั้งแต่สมัยที่ประเทศไทยและกัมพูชามีความขัดแย้งเรื่องเขตแดน หรือตั้งแต่สมัยที่ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง ดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 2 ส่วนรถแบคโฮทั้ง 3 คัน มูลค่าคันละ 1,400,000 บาท จะทำการมอบในวันที่ 6 ธันวาคม 2568 ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 91 ปีของหลวงปู่เสน

หลังจากการรับมอบสิ่งของจากหลวงปู่เสน พล.ท.วีรยุทธ ได้กล่าวขอบคุณหลวงปู่เสนและลูกศิษย์ทั่วประเทศที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนในการปกป้องอธิปไตยของชาติ ปกป้องผืนแผ่นดินไทยที่บรรพบุรุษได้รักษาไว้ให้ลูกหลานได้อยู่อาศัยและทำมาหากิน

หลวงปู่เสนได้ให้พรแก่คณะแม่ทัพภาคที่ 2 และลูกศิษย์ที่มาร่วมทำบุญ ก่อนที่จะร่วมกันถ่ายภาพเป็นที่ระลึก และแม่ทัพภาคที่ 2 ได้เข็นรถวีลแชร์ให้หลวงปู่เสนกลับไปยังใต้ฐานองค์พระพุทธไตรโลกนาถศาสดา ก่อนที่จะกราบลาและเดินทางกลับนครราชสีมา

พล.ท.วีรยุทธ ยังได้ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยกล่าวว่าหลังจากที่ทั้งสองประเทศได้ทำการขนย้ายอาวุธหนักออกจากพื้นที่ชายแดนแล้ว ทางกองทัพก็ไม่ได้มีความกังวลใดๆ เนื่องจากได้ปฏิบัติตามข้อตกลงที่ได้ทำร่วมกันไว้ก่อนหน้านี้ และกองทัพภาคที่ 2 ก็มีความพร้อมเต็มที่ 100% พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ หากทางกัมพูชาไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง

นอกจากนี้ พล.ท.วีรยุทธ ยังได้ตอบโต้หนังสือจากกัมพูชาที่กล่าวอ้างว่าฝ่ายไทยเตรียมใช้กำลังเพื่อยึด

แม่ทัพภาคที่ 2 ยัน “ปราสาทตาควาย” เป็นของไทย

ยืนยัน ปราสาทตาควายเป็นของไทยแน่นอน

พล.ท.วีรยุทธ ยืนยันว่าไม่มีการใช้กำลังในการยึดคืน “ปราสาทตาควาย” เป็นของไทย และทางกองทัพได้เตรียมความพร้อมและวางแผนในการดำเนินการไว้แล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากเป็นยุทธวิธีทางทหารที่เป็นความลับ

สำหรับวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 ที่ภาคประชาชนจะเดินทางไปรวมตัวกันเพื่อทวงคืน “ปราสาทตาควาย” เป็นของไทย นั้น แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวขอบคุณพี่น้องชาวไทยที่จะเดินทางไปให้กำลังใจทหาร แต่ขอให้ระมัดระวังเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากบริเวณชายแดนยังมีโดรนและทุ่นระเบิดจำนวนมาก อีกทั้งทหารกัมพูชาก็ยังไม่ได้เข้าร่วมในการเก็บกู้ทุ่นระเบิด เนื่องจากมีจำนวนมากนับพันลูก ทางกองทัพภาคที่ 2 จึงมีความห่วงใยในความปลอดภัยของทหารและผู้ใต้บังคับบัญชาที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน

สถานการณ์ชายแดนยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด กองทัพยังคงตรึงกำลังและเฝ้าระวัง เพื่อรักษาอธิปไตยและความมั่นคงของชาติ การเจรจาและใช้สันติวิธี ยังคงเป็นแนวทางหลักในการแก้ไขปัญหา

ที่มา – แม่ทัพภาคที่ 2 ยัน “ปราสาทตาควาย” เป็นของไทย กองทัพมีวิธียึดคืน วางแผนไว้แล้ว

อีแวน เฟอร์กูสัน ติดทีมชาติไอร์แลนด์!

เฮมีร์ ฮัลล์กริมส์สัน ผู้จัดการทีมชาติไอร์แลนด์ ประกาศรายชื่อผู้เล่นชุดทำศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โดยมีชื่อของ อีแวน เฟอร์กูสัน แม้จะมีปัญหาอาการบาดเจ็บข้อเท้าก็ตาม

กองหน้าดาวรุ่งที่ยืมตัวไปเล่นให้กับโรมาจากไบรท์ตัน ซึ่งทำประตูชัยในเกมที่เอาชนะอาร์เมเนีย 1-0 เมื่อเดือนตุลาคม ได้รับบาดเจ็บในเกมกับปาร์มาเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม อย่างไรก็ตาม เขายังคงมีชื่ออยู่ในทีม 25 คน สำหรับเกมรอบคัดเลือกสองนัดสุดท้าย โดยจะเปิดบ้านพบกับโปรตุเกสในวันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน (19:45 GMT) ก่อนจะไปเยือนฮังการีในวันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน (14:00 GMT)

ทีมของฮัลล์กริมส์สันอยู่ในอันดับสามของกลุ่ม F ตามหลังฮังการีอยู่หนึ่งแต้ม โดยฮังการีจะไปเยือนอาร์เมเนียในเกมแรก และรู้ดีว่าการเข้ารอบฟุตบอลโลก 2026 อาจหลุดลอยไป หากพวกเขาแพ้ให้กับโปรตุเกส

เกมดังกล่าวจะไม่มี ไจสัน โมลุมบี และ ไรอัน แมนนิง เนื่องจากติดโทษแบน แต่ทั้งคู่ก็ยังมีชื่ออยู่ในทีม

มาร์ค ไซเกส กลับมาอยู่ในทีมอีกครั้ง แม้ว่าสโมสรบริสตอล ซิตี้ ของเขาจะเปิดเผยว่าเขาจะพลาดการลงเล่นในสองเกมถัดไป หลังจากได้รับบาดเจ็บที่ขาในเกมที่แพ้แบล็กเบิร์น โรเวอร์ส 1-0

เมื่อ คัลลัม โอ’ดาวดา ไม่พร้อมใช้งาน จิมมี่ ดันน์ จึงยังคงอยู่ในทีม หลังจากเข้ามาเป็นตัวแทนในช่วงท้ายของเกมทีมชาติเมื่อเดือนตุลาคม ในขณะที่ เควิน โอ’ทูล นักเตะวัย 26 ปีที่เกิดในอเมริกา ได้รับการเรียกตัว โดยผู้เล่นจากนิวยอร์ก ซิตี้ มีสิทธิ์เล่นให้ไอร์แลนด์ผ่านทางปู่ของเขา

อย่างไรก็ตาม ไม่มีชื่อของ จอห์นนี่ เคนนี่ จากเซลติก แม้ว่าจะทำไปแล้วสามประตูในสองเกมล่าสุด รวมถึงประตูเบิกร่องในเกมลีกคัพ รอบรองชนะเลิศ ที่เอาชนะเรนเจอร์ส เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ว่า ฮัลล์กริมส์สัน จะไม่มี ซัมมี่ ซมอดิคส์ ที่ได้รับบาดเจ็บก็ตาม

รายชื่อผู้เล่นทีมชาติไอร์แลนด์

ทำความรู้จักกับ อีแวน เฟอร์กูสัน!

ผู้รักษาประตู: ควีมีน เคลเลเฮอร์ (เบรนท์ฟอร์ด), กาวิน บาซูนู (เซาแธมป์ตัน), มาร์ค ทราเวอร์ส (เอฟเวอร์ตัน)

กองหลัง: เชมัส โคลแมน (เอฟเวอร์ตัน), เจค โอ’ไบรอัน (เอฟเวอร์ตัน), ดารา โอ’เช (อิปสวิช ทาวน์), นาธาน คอลลินส์ (เบรนท์ฟอร์ด), เลียม สเกลส์ (เซลติก), จอห์น อีแกน (ฮัลล์ ซิตี้), ไรอัน แมนนิง (เซาแธมป์ตัน), จิมมี่ ดันน์ (ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส), เควิน โอ’ทูล (นิวยอร์ก ซิตี้)

กองกลาง: จอช คัลเลน (เบิร์นลีย์), แจ็ค เทย์เลอร์ (อิปสวิช ทาวน์), ไจสัน โมลุมบี (เวสต์บรอมวิช อัลเบียน), ฟินน์ อาซาซ (เซาแธมป์ตัน), คอเนอร์ โคเวนทรี (ชาร์ลตัน แอธเลติก), มาร์ค ไซเกส (บริสตอล ซิตี้), แอนดรูว์ โมแรน (ลอสแอนเจลิส เอฟซี)

กองหน้า: อีแวน เฟอร์กูสัน (เอเอส โรมา), ทรอย แพร์ร็อตต์ (อาแซด อัลค์มาร์), อดัม อิดาห์ (สวอนซี ซิตี้), ไมกี้ จอห์นสตัน (เวสต์บรอมวิช อัลเบียน), ชีโดซี่ อ็อกเบเน (เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด), เฟสตี้ อีโบเซเล (อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์)

การมีชื่อของ อีแวน เฟอร์กูสัน ในทีมชาติไอร์แลนด์ชุดนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเขาที่จะลงเล่นเพื่อชาติ แม้จะมีอาการบาดเจ็บรบกวนก็ตาม เป็นกำลังใจให้ อีแวน เฟอร์กูสัน หายเจ็บกลับมาโชว์ฟอร์มเก่งได้ไวๆนะครับ!

ที่มา – Ferguson included in Republic of Ireland squad

นายกฯ สั่งรับมือพายุ “คัลแมกี” เตือนน้ำท่วม!

นายกรัฐมนตรี สั่งการทุกหน่วยงาน เตรียมพร้อมรับมือพายุ “คัลแมกี” เตือนพื้นที่ภาคเหนือ อีสาน กลาง ภาคใต้ และ กทม. อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง และคลื่นลมแรง ช่วงวันที่ 7 – 9 พ.ย. นี้ สถานการณ์ นายกรัฐมนตรีสั่งทุกหน่วยเตรียมรับมือพายุ “คัลแมกี” เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง

วันที่ 6 พ.ย. 2568 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์พายุไต้ฝุ่น “คัลแมกี” ซึ่งคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนาม ก่อนอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนและพายุดีเปรสชั่น เคลื่อนผ่านประเทศลาวเข้าสู่จังหวัดอุบลราชธานีในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 อาจส่งผลให้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง น้ำท่วมขัง และคลื่นลมแรง ในช่วงวันที่ 7 – 9 พ.ย. 2568

นายกรัฐมนตรีสั่งทุกหน่วยเตรียมรับมือพายุ “คัลแมกี”

เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน

นางสาวอัยรินทร์ กล่าวด้วยว่า ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมขัง ดังนี้

ภาคเหนือ จำนวน 17 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และจังหวัดอุทัยธานี

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 20 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และจังหวัดอุบลราชธานี

ภาคกลาง จำนวน 23 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และจังหวัดสมุทรปราการ

ภาคใต้ จำนวน 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และจังหวัดสตูล

และกรุงเทพมหานคร ขอให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมขัง

ภาคใต้คลื่นลมแรง

สำหรับพื้นที่เฝ้าระวังคลื่นลมแรง ในระหว่างวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 ได้แก่พื้นที่บริเวณภาคใต้ จำนวน 6 จังหวัด ดังนี้ จังหวัดระนอง (อำเภอเมืองระนอง อำเภอสุขสำราญ และอำเภอกะเปอร์) จังหวัดพังงา (อำเภอเกาะยาว อำเภอตะกั่วทุ่ง อำเภอท้ายเหมือง อำเภอตะกั่วป่า และอำเภอคุระบุรี) จังหวัดภูเก็ต (ทุกอำเภอ) จังหวัดกระบี่ (อำเภอเมืองกระบี่ อำเภอคลองท่อม อำเภอเกาะลันตา อำเภอเหนือคลอง และอำเภออ่าวลึก) จังหวัดตรัง (อำเภอกันตัง อำเภอสิเกา อำเภอปะเหลียน และอำเภอหาดสำราญ) และจังหวัดสตูล (อำเภอเมืองสตูล อำเภอละงู อำเภอท่าแพ และอำเภอทุ่งหว้า)

การเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์พายุ “คัลแมกี”

“นายกรัฐมนตรีสั่งการทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์และผลกระทบจากพายุ “คัลแมกี” เน้นให้การช่วยเหลือเรื่องความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมกำชับให้จัดทีมปฏิบัติการและเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำพื้นที่เสี่ยงเพื่อเข้าเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันทีที่เกิดภัย โดยเฉพาะพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมบ่อยครั้ง และพื้นที่ที่ยังมีสถานการณ์น้ำท่วมอยู่ ให้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อลดผลกระทบจากเหตุอุทกภัยให้ได้มากที่สุด รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้า และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนปฏิบัติตามประกาศแจ้งเตือนภัยจากทางราชการอย่างเคร่งครัด” นางสาวอัยรินทร์ กล่าว

สถานการณ์ นายกรัฐมนตรีสั่งทุกหน่วยเตรียมรับมือพายุ “คัลแมกี” เป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ควรติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน นอกจากนี้ การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น จัดเตรียมสิ่งของจำเป็นและวางแผนอพยพ ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

การรับมือกับพายุ “คัลแมกี” ไม่ใช่แค่หน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐ แต่เป็นความร่วมมือของทุกคนในสังคม การตระหนักถึงความเสี่ยงและเตรียมพร้อมรับมืออย่างเหมาะสม จะช่วยลดผลกระทบจากภัยพิบัติและทำให้เราสามารถผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้อย่างปลอดภัย ดังนั้น ขอให้ทุกคนร่วมมือร่วมใจกัน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับตนเองและสังคม

ดังนั้น การ นายกรัฐมนตรีสั่งทุกหน่วยเตรียมรับมือพายุ “คัลแมกี” จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนต้องใส่ใจและร่วมมือกัน

ที่มา – นายกรัฐมนตรีสั่งทุกหน่วยเตรียมรับมือพายุ “คัลแมกี”เตือนทุกภาคอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน 7-9 พ.ย.นี้

“โรม” เย้ย MOU ปราบสแกมเมอร์แค่พิธีการ

“โรม” เย้ย นายกฯ ทำ MOU ผนึก 14 หน่วยงาน ปราบอาชญากรรมทางเทคโนโลยี แค่พิธีการ ประชาชนหวังเห็นผลลัพธ์มากกว่า ลั่นคนทั้งโลกสงสัย “ธรรมนัส” ถ้าไม่ปลด รัฐบาลยากที่จะมีความเชื่อมั่น 

วันที่ 6 พ.ย. 2568 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส. บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะ ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึง กรณีที่นายกรัฐมนตรี เป็นประธานลงนาม MOU เรื่องการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีว่า เรื่องการทำ MOU ประเด็นสำคัญมันไม่ได้อยู่ที่การทำ MOU ที่เป็นแค่พิธีการ แต่พิธีการเหล่านี้จะมีความหมาย หรือไม่ ก็อยู่ที่การปฏิบัติหน้าที่จริงๆ แต่ถ้าไม่มีการปฏิบัติหน้าที่แล้วก็ไปเอาในเรื่องของการสอบสวน ในเรื่องของเส้นเงินต่างๆมา เพื่อดำเนินคดีเอาผิดกับบุคคลต่างๆ ตนคิดว่าเป็นไปไม่ได้เลย ในการที่จะปราบสแกมเมอร์ การลงนาม MOU เพียงแค่มารวมพลังกันนี้ ตนคิดว่ามันยังไม่เห็นผลในการปฏิบัติ อาจจะมีดีอยู่บ้างที่จะได้เห็นภาพการทำงานร่วมกัน มันก็ได้แค่นี้ แต่สิ่งที่สังคมคาดหวัง คือการได้ผลลัพธ์ที่ดี คือการจัดการกับพวกทุนสีเทา และนับตั้งแต่เรื่องนี้ที่มีการตรวจสอบคนในรัฐบาลอย่างเข้มแข็ง เราก็มักจะเห็นข่าวมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าเจ้าหน้าที่ไปจับกุมเว็บนั้น ทลายเว็บนี้ ซึ่งจริงๆเราก็ยังไม่รู้ ว่าจะนำไปสู่การจัดการตัวคีย์แมนจริงๆ อย่างไร แต่อย่างน้อยที่สุด เราก็มีข้อมูลอยู่ในมือ ซึ่งเป็นตัวคีย์แมนระดับโลกอย่างปริ้นซ์ กรุ๊ป ก็ยังไม่มีความคืบหน้าตรงนี้เลย หรือก๊กอาน ที่บอกว่าออกหมายจับ ก็ต้องชี้แจงให้ชัดว่ามีการดำเนินการอย่างไร หรือนายลี ยงพัด ที่บอกว่ามีการยึดทรัพย์ ก็น้อยมาก 

เรียกร้องปลด  “ธรรมนัส”

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า แม้กระทั่งนายเบน สมิธ เอายังไง ยิม เลียก เอายังไง นี่คือสิ่งที่เรายังไม่ได้เห็นในส่วนนี้ แล้วมากไปกว่านั้นความเชื่อมั่นที่รัฐบาลจะต้องมอบให้ประชาชนคือการปลดร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ออกจากรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตนคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ถ้ายังอุ้มกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ คิดว่ารัฐบาลนี้ยากที่จะมีความเชื่อมั่นได้

สังคมสงสัยเชื่อมโยง เบน สมิธ

เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีได้ถามกับผู้สื่อข่าววันนี้ว่าการปลดร้อยเอกธรรมนัส เกี่ยวอะไรกับการปราบสแกมเมอร์ นายรังสิมันต์ กล่าวว่าวันนี้ต้องยอมรับว่าร้อยเอกธรรมนัส เป็นส่วนหนึ่งที่ถูกสังคมและกรรมาธิการสงสัยว่ามีความเชื่อมโยง กับนายเบน สมิธ ซึ่งตนเชื่อว่านายกรัฐมนตรีมีทักษะภาษาอังกฤษ ผู้ช่วยคนไหนก็ได้ ไปเปิดดู ร่างกฎหมายสภาคองเกรส ที่เขาเสนอกันได้ระบุชื่อใครบ้าง หนึ่งในนั้นคือนายเบน สมิธ ถามว่าถึงขนาดนี้จะไม่ให้เราสงสัย ถึงความสัมพันธ์ระหว่างร้อยเอกธรรมนัส กับนายเบน สมิธ ได้อย่างไร ซึ่งร้อยเอกธรรมนัสก็เป็นคนพูดเองว่ารู้จัก ถ้าจนถึงตอนนี้เรายังไม่เห็นผลประโยชน์ที่มันทับซ้อน กันและกัน ถ้านายกฯไม่สงสัย ก็เป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมาก

รับไม่ได้นายกฯยังอุ้ม

นายรังสิมันต์ กล่าวด้วยว่า ดังนั้นเราเห็นรูปแบบถึงการพึ่งพาช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ระหว่างนายเบน สมิธ กับร้อยเอกธรรมนัส และร้อยเอกธรรมนัสคือคนที่ทั้งโลก สงสัยอยู่ว่าเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ ถ้านายกฯจะมาอุ้มชูร้อยเอกธรรมนัส แบบนี้ตนรับไม่ได้ เรื่องนี้น่าผิดหวัง ถ้าจะมาปกป้องร้อยเอกธรรมนัส กันแบบนี้และ “ผมก็อยากให้นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ช่วยบอกนายกรัฐมนตรีหน่อยว่า ตกลงใครเป็นโจร ช่วยไปชี้ให้หน่อย เพราะท่านชาดารู้ดีว่าใครเป็นใคร” 

พบนักการเมืองเอี่ยมเส้นเงิน

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่ารายละเอียดในเอกสารที่พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์นำมามอบให้กับคณะกรรมาธิการนั้นมีเนื้อหาอย่างไรบ้าง ซึ่งทางนายรังสิมันต์ เปิดเผยเพียงสั้นๆว่าเท่าที่ดูผ่านๆ ก็เป็นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินว่าเงินจำนวนเท่าไร ไหลเข้าไปสู่บัญชีของใครบ้าง ซึ่งจากการที่ดูในรายละเอียดคร่าวๆ ก็เห็นว่า ตามเอกสารเส้นทางการเงินปรากฏชื่อของบุคคล ในระดับผู้บังคับบัญชาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้าไปเกี่ยวข้องอีกหลายคน รวมถึง ผู้บังคับบัญชาระดับสูงทั้งในอดีตและปัจจุบันของกองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และนอกจากนี้ก็ยังพบว่ามีนักการเมืองจากพรรคการเมืองอื่น นอกจากพรรคกล้าธรรมเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องเหล่านี้ด้วย

“โรม” เย้ย นายกฯ ทำ MOU ผนึก 14 หน่วยงาน ปราบสแกมเมอร์แค่พิธีการ

ความคืบหน้าล่าสุดในการปราบสแกมเมอร์

จากกรณีที่นายรังสิมันต์ โรม ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำ MOU ของรัฐบาลในการปราบสแกมเมอร์ ทำให้เกิดคำถามถึงความจริงจังในการแก้ไขปัญหา และประสิทธิภาพของมาตรการที่ออกมา

  • การลงนาม MOU เป็นเพียงพิธีการหรือไม่?
  • รัฐบาลมีความจริงใจในการจัดการกับปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีแค่ไหน?
  • ประชาชนจะได้รับประโยชน์อะไรจากการปราบปรามสแกมเมอร์?

ขณะที่สังคมกำลังจับตาดูการดำเนินการของรัฐบาลในการปราบสแกมเมอร์ เราก็ต้องไม่ลืมที่จะตรวจสอบข้อมูล และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าการแก้ไขปัญหานี้เป็นไปอย่างโปร่งใส และมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง

สิ่งที่เกิดขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงความไม่เชื่อมั่นของประชาชนต่อการทำงานของรัฐบาลในเรื่องการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ การสร้างความเชื่อมั่นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการ

ที่มา – “โรม” เย้ย นายกฯ ทำ MOU ผนึก 14 หน่วยงาน ปราบสแกมเมอร์แค่พิธีการ รับข้อมูลเส้นเงินโยงนักการเมือง