วัน: 7 พฤศจิกายน 2025

ประกาศแล้ว! พ.ร.บ.หวยเกษียณ ซื้อหวยเงินไม่หาย

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ พ.ร.บ.หวยเกษียณ คนไทยอายุ 15 ปี ซื้อสลาก กอช. ได้เงินคืนทั้งหมดเมื่ออายุ 60 ปี “เผ่าภูมิ” ลั่นเพื่อไทยทำสำเร็จแล้ว ซื้อหวยเงินไม่หาย

วันที่ 7 พ.ย. 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ พระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยกองทุนการออมแห่งชาติ พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 26 ประกอบกับมาตรา ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เหตุผลและความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้เพื่อให้การคืนเงินออมทรัพย์เพื่อการดำรงชีพในยามชราภาพให้แก่ทายาทของผู้ออมทรัพย์ และการบริหารจัดการทรัพย์สินของกองทุนการออมแห่งชาติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการตราพระราชบัญญัตินี้สอดคล้องกับเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรา 26 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้วจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา

โดยให้ยกเลิกความในวรรคสามของมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ. 2554 และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน “กองทุนมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการออมทรัพย์ของสมาชิกและเพื่อเป็นหลักประกันการจ่ายบำนาญและให้ประโยชน์ตอบแทนแก่สมาชิกเมื่อสิ้นสมาชิกภาพ รวมถึงเพื่อส่งเสริมการออมทรัพย์แก่ประชาชนสำหรับการดำรงชีพในยามชราภาพ”

ทั้งนี้ การออกและขายสลากออมทรัพย์เพื่อการดำรงชีพในยามชราภาพของกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) หรือหวยเกษียณ และสิทธิประโยชน์ของผู้ออมทรัพย์ ต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทยซึ่งมีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี และเมื่อผู้ออมทรัพย์มีอายุครบ 60 ปี ให้กองทุนคืนเงินออมทรัพย์ทั้งหมดแก่ผู้ออมทรัพย์

ดูต้นฉบับ

พ.ร.บ.หวยเกษียณ

ขณะที่ นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า พ.ร.บ. กองทุนการออมแห่งชาติ เป็นกฎหมายเพื่อให้อำนาจ กอช. ในการทำนโยบาย สลาก กอช. (หวยเกษียณ) ซึ่งเป็นนวัตกรรมการออมที่ใช้แรงจูงใจจากการลุ้นโชคเพื่อให้เกิดการออม เป็นการซื้อหวยที่ทุกบาทที่ซื้อจะกลายเป็นเงินออมยามเกษียณ ไม่ว่าจะถูกรางวัลหรือไม่ก็ตาม

จากนโยบายพรรคเพื่อไทย จากจุดเริ่มต้น วันนี้เราทำสำเร็จแล้ว ผมขอขอบคุณท่านนายกฯแพทองธาร ท่านนายกฯเศรษฐา คณะรัฐมนตรีในรัฐบาลเพื่อไทย สมาชิกรัฐสภา ที่ผลักดันทำให้หวยเกษียณพร้อมแล้วสำหรับปฏิบัติจริง และจะกลายเป็นเสาหลักการออมที่สำคัญของประเทศ

“หวยเกษียณ” จะเป็นหนึ่งในนโยบายของ “พรรคเพื่อไทย” ในครั้งนี้ แล้วเราจะกลับมาทำให้คนไทย ศุกร์ได้ลุ้น-สุขได้ออม ซื้อหวย-เงินไม่หาย-กลายเป็นเงินออม ไปด้วยกันครับ

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ หวยเกษียณ

พ.ร.บ. กองทุนการออมแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 หรือที่เรียกกันติดปากว่า “หวยเกษียณ” ถือเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมการออมเพื่อวัยเกษียณของคนไทย โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:

  • ผู้มีสิทธิ์: บุคคลสัญชาติไทย อายุ 15 ปีขึ้นไป
  • ลักษณะ: สลากออมทรัพย์ที่ออกโดยกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.)
  • ผลประโยชน์: เมื่ออายุครบ 60 ปี จะได้รับเงินออมทรัพย์ทั้งหมดคืน
  • จุดเด่น: สร้างแรงจูงใจในการออมด้วยการลุ้นรางวัล และเงินทุกบาทที่ซื้อจะกลายเป็นเงินออม

นอกจากนี้ยังมีประเด็นอื่นๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับ พ.ร.บ. หวยเกษียณ ที่ควรศึกษาเพิ่มเติม เช่น กลไกการทำงานของกองทุน, อัตราผลตอบแทน, ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง, และสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อให้เข้าใจและตัดสินใจได้อย่างรอบคอบ

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ หวยเกษียณ ควรศึกษาข้อมูลรายละเอียดจาก กอช. โดยตรง หรือจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เพื่อประเมินความเหมาะสมกับแผนการออมของตนเอง

การมีวินัยในการออมอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการวางแผนการเงินในวัยเกษียณ ไม่ว่าจะเป็นการออมผ่าน หวยเกษียณ หรือช่องทางอื่นๆ การเริ่มต้นออมตั้งแต่วันนี้ จะช่วยให้คุณมีชีวิตที่มั่นคงและมีความสุขในวัยเกษียณได้อย่างแน่นอน

ที่มา – โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศ “พ.ร.บ.หวยเกษียณ” แล้ว คนไทยซื้อหวยเงินไม่หาย

ลดพึ่งส่งออก! เน้น ศก.ภายในประเทศ ตามพรรคประชาชน

รองหัวหน้าพรรคประชาชน เสนอประเทศไทยต้องปรับยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ ลดพึ่งพาการส่งออก เพิ่มความสำคัญของเศรษฐกิจภายใน เชื่อมโลกเพื่อร่วมขบวนเศรษฐกิจใหม่

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน นำเสนอในเวที The Standard Economic Forum 2025 ให้ประเทศไทยปรับยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ เพื่อลดพึ่งพาการส่งออก ให้ความสำคัญ ศก. ภายในประเทศ สร้างประเทศไทยให้เป็น “เสือตัวที่ห้าที่วิ่งด้วยขาของตัวเอง” โดยระบุว่า ประเทศไทยมีการส่งออกต่อจีดีพีสูงกว่าจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สะท้อนความอ่อนแอของเศรษฐกิจภายใน โดยนายวีระยุทธ เริ่มต้นด้วยการเล่าว่าประเทศไทยใช้ยุทธศาสตร์การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการส่งออก หรือ Export-led growth model เหมือนกับ “เสือเศรษฐกิจแห่งเอเชียตะวันออก” อย่างเกาหลีใต้, ไต้หวัน, ญี่ปุ่น และจีน แต่ผ่านไปหลายทศวรรษ กลับพบว่าเราพึ่งพาการส่งออกถึง 70% ของจีดีพี สูงกว่าเอเชียตะวันออกที่มีสัดส่วนการส่งออกเพียง 20-40% ของจีดีพีเท่านั้น

นายวีระยุทธ กล่าวว่า ที่เป็นเช่นนี้ไม่ได้แปลว่าเราส่งออกเก่งกว่าจีนหรือญี่ปุ่น แต่เป็นเพราะเศรษฐกิจภายในของเราอ่อนแอเกินไป ทำให้การส่งออกทวีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ จนอนาคตของเศรษฐกิจไทยไปแขวนไว้กับความเปราะบางของสงครามการค้า ตลอดจนความผันผวนของราคาสินค้าในตลาดโลก

ลดพึ่งพาการส่งออก ให้ความสำคัญ ศก. ภายในประเทศ

สร้างสังคมสูงวัยที่มีความสุข

ทั้งนี้ เห็นว่า ถึงเวลาแล้วที่ไทยต้องปรับยุทธศาสตร์เศรษฐกิจอย่างจริงจัง เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจภายใน ซึ่งทำได้ผ่านแนวทางสำคัญ 3 ข้อ ได้แก่ (1) สนับสนุนให้เกิดการลงทุนภาคเอกชนที่เชื่อมโยงข้ามอุตสาหกรรม (2) การลงทุนภาครัฐจะต้องตรงจุดและส่งผลต่อเนื่องให้เอกชนพร้อมลงทุนต่อ และ (3) สนับสนุนการบริโภคในประเทศที่ช่วยยกระดับมาตรฐานการผลิต ใช้กลไกรัฐและกลไกตลาดสร้าง Hi-tech ecosystem และสังคมสูงวัยที่มีความสุข

นายวีระยุทธ ยกตัวอย่างแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรม 2 ด้าน ด้านแรก คือ การสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมไฮเทคให้เกิดขึ้นในประเทศไทย เชื่อมโยงการผลิตจากความสามารถเดิมที่ไทยมีอยู่แล้วอย่างชิ้นส่วนยานยนต์ ไปสู่การผลิตเครื่องมือแพทย์และผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพที่ตอบโจทย์สังคมสูงวัย ในขณะเดียวกันก็ออกมาตรการผลักดันให้ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพิ่มสัดส่วนชิ้นส่วนสำคัญอย่างเซมิคอนดักเตอร์หรือเซ็นเซอร์ที่ผลิตในประเทศไทย

ยกระดับ SME ตอบโจทย์สังคมสูงวัย เพื่อลดพึ่งพาการส่งออก

ทั้งนี้ การสนับสนุนด้านภาษีและการผลิตไม่จำเป็นต้องให้กับบริษัทต่างชาติหรืออุตสาหกรรมใหญ่ๆ เท่านั้น ดังนั้น แนวทางอีกด้านที่ควรทำไปพร้อมกันคือ ผลักดันให้ SME ไทยสามารถยกระดับเพื่อตอบโจทย์ “สังคมสูงวัย” ที่ความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนไปจากเดิม ทั้งผลิตภัณฑ์ดูแลความงาม อุปกรณ์ไฟฟ้าเพื่อสุขภาพ รวมถึงเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ในบ้านที่ต้องยกระดับความปลอดภัยและติดตั้งระบบสัญญาณเตือนภัย

ร่วมขบวนเศรษฐกิจใหม่

นอกจากนี้ การเพิ่มความเชื่อมโยงระหว่างภาคการผลิตในไทยไม่ได้แปลว่าเราต้องตัดขาดจากโลก ตรงกันข้าม นายวีระยุทธเสนอให้ไทยเดินหน้าจับมือกับ “เสือเอเชียตะวันออก” เพื่อร่วมลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ โดยเข้าใจความต้องการของแต่ละประเทศที่แตกต่างกัน

เช่น ญี่ปุ่นขาดพื้นที่การทดลองภายในประเทศ เราจึงควรร่วมมือกับรัฐบาลและบริษัทญี่ปุ่นสร้าง joint sandbox ในเทคโนโลยีใหม่อย่างพลังงานไฮโดรเจนหรือรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ

ในขณะที่เกาหลีใต้ขาดพื้นที่สำหรับกระจายความเสี่ยงการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไทยควรหาจุดที่ไปเชื่อมต่อในซัพพลายเชนร่วมกับเวียดนามและมาเลเซีย

เปลี่ยนแปลงความเชื่อเดิม

นายวีระยุทธ กล่าวว่า การปรับยุทธศาสตร์ทั้งหมดนี้ ต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงความเชื่อเดิมด้วย เช่น (ก) เปลี่ยนจากการดีใจกับตัวเลขส่งออก มาสู่ความสนใจจุดแข็ง-จุดอ่อนของเศรษฐกิจภายใน (ข) เปลี่ยนจากการมุ่งแต่ดึงเงินใหม่ก้อนใหญ่จากต่างประเทศ มาสู่การสร้างเศรษฐกิจไทยที่คนในอยากลงทุน และ (ค) เปลี่ยนจากกรอบคิด Made in Thailand ที่อยากดึงซัพพลายเชนการผลิตให้มาตั้งที่ไทยทั้งห่วงโซ่ มาเป็น Made with Thailand ที่เน้นการหาจุดโฟกัสที่เราเก่งในแต่ละห่วงโซ่การผลิต เพื่อทำให้เป็นจุดที่โลกขาดไทยไม่ได้ การลดพึ่งพาการส่งออก ให้ความสำคัญ ศก. ภายในประเทศจึงเป็นสิ่งสำคัญ

การที่ประเทศไทยจะสามารถลดพึ่งพาการส่งออก ให้ความสำคัญ ศก. ภายในประเทศได้นั้น จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อสร้างเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและยั่งยืน

ที่มา – รองหัวหน้าพรรคประชาชน เสนอปรับยุทธศาสตร์ลดพึ่งพาการส่งออก ให้ความสำคัญ ศก. ภายในประเทศ

อโมริม คว้ารางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมประจำเดือนตุลาคม

รูเบน อโมริม ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้ารางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมของพรีเมียร์ลีกประจำเดือนตุลาคม เป็นครั้งแรกในอาชีพของเขา

อโมริม ซึ่งเข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีมยูไนเต็ดในเดือนพฤศจิกายน 2024 นำทีมคว้าชัยชนะในลีกสูงสุด 3 นัดเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อตัวเขาเอง หลังจากเริ่มต้นฤดูกาลได้ไม่ดีนัก

ยูไนเต็ดเริ่มต้นเดือนตุลาคมด้วยชัยชนะเหนือซันเดอร์แลนด์ ก่อนที่จะคว้าสามแต้มที่แอนฟิลด์ ซึ่งเป็นชัยชนะครั้งแรกของพวกเขาที่แอนฟิลด์นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2016 และต่อมาเอาชนะไบรท์ตัน 4-2

“เครดิตไม่ใช่ของผม แต่เป็นของผู้เล่นของผม” อโมริมกล่าว ซึ่งทีมของเขาตกรอบคาราบาวคัพ โดยแพ้ให้กับกริมสบี้ ทาวน์ จากลีกทูในเดือนสิงหาคม

“พวกเขาทำได้ดีมาก และเป้าหมายของเราคือการคว้า [รางวัล] ครั้งต่อไป เพราะมันหมายความว่าเราชนะเกมฟุตบอล และนั่นคือเป้าหมายของเรา”

นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้จัดการทีมของสโมสรโอลด์ แทรฟฟอร์ด คว้ารางวัลนี้ นับตั้งแต่เอริค เทน ฮาก ในเดือนพฤศจิกายน 2023

ทีมของอโมริมเสมอกับน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ในเกมล่าสุดเมื่อวันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน และอยู่อันดับที่แปดในพรีเมียร์ลีก

ไบรอัน เอ็มเบอูโม่ กองหน้าของยูไนเต็ด คว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเดือนตุลาคม หลังจากทำไป 3 ประตูและ 1 แอสซิสต์ ในชัยชนะ 3 นัดของทีม

อโมริม คว้ารางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมประจำเดือนตุลาคม

การที่รูเบน อโมริม ได้รับรางวัลอโมริม คว้ารางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมประจำเดือนตุลาคม นั้นแสดงให้เห็นถึงผลงานที่ยอดเยี่ยมของเขาในการนำทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับมาสู่ฟอร์มที่ดีได้อีกครั้ง หลังจากเริ่มต้นฤดูกาลที่ไม่ค่อยน่าประทับใจนัก ชัยชนะเหนือทีมใหญ่อย่างลิเวอร์พูลถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับทีมและแฟนบอล

เส้นทางสู่รางวัล ผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมประจำเดือนตุลาคม ของ อโมริม

การปรับแทคติกและการกระตุ้นลูกทีมของอโมริม ส่งผลให้ยูไนเต็ดเล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในเดือนตุลาคม เกมรุกมีความหลากหลายและเฉียบคม ในขณะที่เกมรับก็มีความเหนียวแน่นและเสียประตูน้อยลง นอกจากนี้ การที่ไบรอัน เอ็มเบอูโม่ กองหน้าตัวเก่ง โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทีมประสบความสำเร็จ

ชัยชนะ 3 นัดรวดในเดือนตุลาคม ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเก็บแต้ม แต่ยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับทีมและแฟนบอลยูไนเต็ดอีกด้วย ทุกคนเริ่มมีความหวังว่าทีมจะสามารถกลับมาอยู่ในเส้นทางที่ถูกต้องและลุ้นแชมป์ได้อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม อโมริมยังคงต้องทำงานหนักต่อไป เพื่อรักษาฟอร์มการเล่นที่สม่ำเสมอและพัฒนาทีมให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น การแข่งขันในพรีเมียร์ลีกนั้นสูงมาก และทุกทีมต่างก็ต้องการที่จะคว้าชัยชนะ

การที่ อโมริม คว้ารางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมประจำเดือนตุลาคม ถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และแฟนบอลทุกคน แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือการรักษาฟอร์มการเล่นที่ดีอย่างต่อเนื่อง และพัฒนาทีมให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อให้ทีมสามารถประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้

อโมริม คว้ารางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมประจำเดือนตุลาคม สมควรแล้ว เพราะเขาสามารถปลุกฟอร์มของแมนยูให้กลับมาสู่เส้นทางที่ควรจะเป็นได้ แต่อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ยังมีอะไรอีกมากมายที่เขาต้องพิสูจน์ตัวเองต่อไป

ที่มา – Amorim wins manager of month award for October

อนุทินพบคนไทยในสิงคโปร์ ยันดูแลสิทธิ

นายกฯ อนุทิน พบชุมชนไทยในสิงคโปร์ ย้ำไทย – สิงคโปร์เดินหน้าความร่วมมือเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางอาหาร ส่งเสริมสุขภาพ ยันดูแลสิทธิประโยชน์ของคนไทยในต่างแดน

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 เมื่อเวลา 17.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่นสิงคโปร์ ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง) ณ ห้อง Bras Basah โรงแรม InterContinental Singapore นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ร่วมพบปะชุมชนไทย แรงงานไทย และกลุ่มนักเรียน นักศึกษาไทยในสิงคโปร์ กว่า 100 คน ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง

นายกรัฐมนตรีรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสมาพบพี่น้องชาวไทยและเพื่อนมิตรประเทศในสิงคโปร์ พร้อมย้ำว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญสูงสุดต่อการรักษาเสถียรภาพ ความมั่นคง และสันติภาพของภูมิภาค ประเทศไทยตั้งอยู่ในจุดศูนย์กลางของอาเซียน หากเกิดปัญหากับประเทศใดประเทศหนึ่ง ย่อมส่งผลกระทบต่อทั้งภูมิภาค ดังนั้น รัฐบาลจะบริหารสถานการณ์โดยยึดประโยชน์ของชาติเป็นหลัก รักษาอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของไทยอย่างถึงที่สุด พร้อมมุ่งแสวงหาสันติภาพและความร่วมมือ มากกว่าความขัดแย้ง ไทยยังคงทำงานร่วมกับประเทศสมาชิกอาเซียนเพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพ ความมั่นคง และความร่วมมือในภูมิภาค เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนทั่วโลก ผ่านการจัดงาน SET Government Roadshow 2025

นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า ไทยและสิงคโปร์ยังได้ลงนามบันทึกความร่วมมือด้านการค้าข้าว เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของภูมิภาค โดยไทยจะจัดสรรข้าวสำรองจำนวน 100,000 ตัน ให้แก่สิงคโปร์ เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินหรือวิกฤตอาหารในอนาคต ซึ่งไทยจะไม่เพียงมุ่งส่งออกข้าวในลักษณะสำรองเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมให้สิงคโปร์นำเข้าข้าวและอาหารแปรรูปจากไทยเพื่อการบริโภคจริง ซึ่งจะเป็นการต่อยอดความร่วมมือด้าน Food Security ให้เข้มแข็งและยั่งยืนยิ่งขึ้น และย้ำว่า พี่น้องชาวไทยในต่างแดนทุกท่านคือ “ทูตประชาชนของชาติ” ทุกครั้งที่กล่าวกับใครว่า “มาจากประเทศไทย” นั่นคือการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับบ้านเกิดของเรา โดยรัฐบาลจะดูแลสิทธิประโยชน์ของคนไทยในต่างแดน และสร้างโอกาสให้ทุกท่านมีชีวิตที่มั่นคงและปลอดภัย

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีได้อวยพรให้ประชาชนมีสุขภาพแข็งแรง ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานและขอให้มิตรภาพระหว่างประเทศไทยกับสิงคโปร์แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศ

ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วย ทีมประเทศไทย พร้อมด้วยนักวิชาการจากสถาบันชั้นนำและภาคเอกชนในสิงคโปร์ อาทิ ISEAS–Yusof Ishak Institute, National University of Singapore (NUS), Nanyang Technological University (NTU), A*STAR – Agency for Science, Technology and Research และ AMRO Asia รวมถึงผู้แทนจากภาคเทคโนโลยีและดิจิทัล เช่น Google, Meta, LinkedIn, TikTok, CapCut, Datadog, Elastic, Deel, Amazon, True Digital, CAD-IT และ Pico Art ตลอดจนภาคการเงินและการลงทุน ได้แก่ UOB, Schroders, BlackRock, Nomura, PTT Trading และ S&P Global ภาคอุตสาหกรรมและที่ปรึกษา เช่น Toyota Tsusho Mobility Informatics, Boyd Marine, AVEVA, Sumitomo Chemical Asia และ Terra Oleo รวมถึงภาคธุรกิจออกแบบและบริการ ได้แก่ Folks Collective, L’eSpace Design, Saviynt และ Brand200

นอกจากนี้ ยังมีตัวแทนสมาคมและองค์กรชุมชนไทยในสิงคโปร์ อาทิ สมาคมไทยในสิงคโปร์ คณะกรรมการอาสาสมัครแรงงานไทย (อสร.) และสมาคมนักเรียนไทยในสิงคโปร์ ตลอดจนนักเรียน นักศึกษาไทยจากสถาบันต่าง ๆ เช่น NUS, NTU, SUTD, SMU และมหาวิทยาลัยมหิดล (โครงการแลกเปลี่ยน) รวมถึงนักเรียนทุนอาเซียน รวมทั้งผู้ประกอบการและอาชีพอิสระในสิงคโปร์ ซึ่งต่างเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและให้การต้อนรับนายกรัฐมนตรีอย่างอบอุ่น

การที่ อนุทินพบคนไทยในสิงคโปร์ และย้ำถึงการดูแลสิทธิประโยชน์ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่รัฐบาลไทยมีต่อประชากรของตนในต่างแดน การสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับคนไทยในต่างประเทศเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

อนุทินพบคนไทยในสิงคโปร์ ยันดูแลสิทธิประโยชน์ของคนไทยในต่างแดน

สถานการณ์นี้ยังสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและสิงคโปร์ ซึ่งไม่เพียงแต่ในด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงทางอาหารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนของทั้งสองประเทศอีกด้วย

อนาคตและความคาดหวังในการดูแลคนไทยในต่างแดน

จากกรณีที่อนุทินพบคนไทยในสิงคโปร์ เราหวังว่าจะได้เห็นมาตรการที่เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้นในการสนับสนุนและคุ้มครองคนไทยในต่างแดน ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา การทำงาน หรือการใช้ชีวิต

การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลสิทธิประโยชน์ของคนไทยในต่างแดนเป็นเรื่องที่น่ายินดี และเป็นสิ่งที่ควรสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คนไทยทุกคนไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรีและได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม การพบปะพูดคุยและรับฟังปัญหาของคนไทยในต่างแดนโดยตรง ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการสร้างความเข้าใจและความไว้วางใจซึ่งกันและกัน

การเดินทางไปพบปะอนุทินพบคนไทยในสิงคโปร์ครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่ารัฐบาลไทยพร้อมที่จะรับฟังและแก้ไขปัญหาของคนไทยในต่างแดนอย่างจริงจัง หวังว่าการดูแลสิทธิประโยชน์ของคนไทยในต่างแดนจะเป็นนโยบายที่ยั่งยืนและได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ที่มา – “อนุทิน” พบคนไทยในสิงคโปร์ ยันดูแลสิทธิประโยชน์ของคนไทยในต่างแดน

มาเรสก้าแก้ต่างเรื่องโรเตชั่นหลังรูนีย์วิจารณ์


มาเรสก้าแก้ต่างเรื่องโรเตชั่นหลังรูนีย์วิจารณ์

เอ็นโซ มาเรสก้า ผู้จัดการทีมเชลซี ออกมาแก้ต่างนโยบายการโรเตชั่นนักเตะของเขา หลังถูกวิพากษ์วิจารณ์จาก เวย์น รูนีย์ อดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษ

รูนีย์กล่าวว่า ผู้เล่นอาวุโสควร “ตั้งคำถาม” เกี่ยวกับการเลือกทีมของมาเรสก้า หลังจากที่เขาทำการเปลี่ยนตัวผู้เล่นถึง 7 ตำแหน่งในเกมที่เสมอกับคาราบัก 2-2 ในแชมเปียนส์ลีกเมื่อวันพุธที่ผ่านมา

นี่เป็นเกมที่ 5 ติดต่อกันที่มาเรสก้าทำการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นตัวจริงอย่างน้อย 7 ตำแหน่ง

แต่เขากล่าวว่าความแข็งแกร่งของทีมทำให้เขาสามารถโรเตชั่นและรักษาสภาพความฟิตของทุกคนได้ใน “การวิ่งมาราธอน” ของฤดูกาล ซึ่งเริ่มต้นด้วยการคว้าแชมป์สโมสรโลกในช่วงซัมเมอร์

“เราอยู่ในยุคที่ใครๆ ก็สามารถพูดอะไรก็ได้ที่พวกเขาต้องการ” เขากล่าวถึงข้อสังเกตของรูนีย์

“ตั้งแต่ผมเข้าร่วมสโมสร มุมมองของผมคือการโรเตชั่นผู้เล่น ไม่มีใครบ่นเมื่อคุณชนะ เมื่อคุณไม่ชนะ ผมเข้าใจได้ว่าไม่มีใครเห็นด้วย”

“ผมชอบการโรเตชั่นในฐานะผู้เล่น ฟุตบอลแตกต่างจากเมื่อหลายปีก่อนในแง่ของสภาพร่างกายและความเข้มข้น มันเป็นไปไม่ได้ที่จะเล่นกับผู้เล่นชุดเดิม 65 เกมในหนึ่งฤดูกาล”

“ถ้าคุณมองฤดูกาลเหมือนกับการวิ่งมาราธอน เมื่อคุณอยู่ในเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม ซึ่งเป็นการวิ่ง sprint ช่วงสุดท้าย คุณต้องคิดในรูปแบบที่แตกต่างออกไป แต่มันเป็นการแข่งขันที่ยาวนาน”

ทำไมมาเรสก้าถึงต้อง มาเรสก้าแก้ต่างเรื่องโรเตชั่นหลังรูนีย์วิจารณ์

มาเรสก้ายังปกป้องการตัดสินใจของเขาในการส่ง ยอร์เรล ฮาโต ลงเล่นในบากู หลังจากที่กองหลังดาวรุ่งรายนี้เป็นต้นเหตุของการเสียทั้งสองประตูของคาราบัก

“เมื่อการโรเตชั่นคือ อันเดรย์ ซานโตส นักเตะทีมชาติบราซิล และ ยอร์เรล ฮาโต นักเตะทีมชาติเนเธอร์แลนด์ และ เอสเตเวา นักเตะทีมชาติบราซิล นั่นไม่ใช่เรื่องของการโรเตชั่น” เขากล่าว

“พวกเขาเก่ง พวกเขาหนุ่ม เมื่อพวกเขายังเด็ก คุณต้องให้โอกาสพวกเขาทำผิดพลาด”

“แต่เมื่อคุณไม่ชนะเกม ปัญหาคือ มาเรสก้าแก้ต่างเรื่องโรเตชั่นหลังรูนีย์วิจารณ์

การ มาเรสก้าแก้ต่างเรื่องโรเตชั่นหลังรูนีย์วิจารณ์นี้ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในปรัชญาการทำทีมของเขา แม้ว่าจะต้องเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็ตาม มาเรสก้ายังคงยืนหยัดในแนวทางการบริหารจัดการทีมที่เขาเชื่อว่าจะนำไปสู่ความสำเร็จในระยะยาว

ฤดูกาลที่ยาวนานและความเข้มข้นของเกมสมัยใหม่ ทำให้การโรเตชั่นผู้เล่นมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อรักษาสภาพความฟิตและความสดของผู้เล่นทุกคนภายในทีม การที่มาเรสก้าให้โอกาสผู้เล่นดาวรุ่งได้ลงสนาม ก็เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของสโมสรเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ความสมดุลระหว่างการโรเตชั่นและการรักษาความสม่ำเสมอของทีมเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ การเปลี่ยนแปลงทีมมากเกินไป อาจส่งผลกระทบต่อความเข้าใจและการประสานงานระหว่างผู้เล่นในสนามได้

การที่มาเรสก้าออกมาชี้แจงและอธิบายถึงเหตุผลในการโรเตชั่นผู้เล่น แสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและความมุ่งมั่นในการสร้างความเข้าใจกับทั้งผู้เล่นและแฟนบอล ในขณะที่ผลการแข่งขันในสนามยังคงเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่สุด การสื่อสารที่ชัดเจนและการมีแนวทางการบริหารทีมที่ชัดเจน ก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการสร้างความสำเร็จในระยะยาว

ท้ายที่สุดแล้ว การตัดสินใจของมาเรสก้าในการโรเตชั่นผู้เล่น จะพิสูจน์ได้ด้วยผลงานของทีมในสนาม แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ เขาเชื่อมั่นในปรัชญาการทำทีมของตนเองและพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายที่รออยู่

ที่มา – Maresca defends rotation after Rooney criticism

สแกมเมอร์เอ็ฟเฟ็กต์ ทุนเทาแทรกซึมการเมืองไทย

Newsroom Special Series Ep.3 สแกมเมอร์เอ็ฟเฟ็กต์ ทุนเทาแทรกซึมการเมืองไทย “น.ต.ศิธา” เปรียบเหมือนมะเร็งระยะสุดท้าย “วิโรจน์” เชื่อกระสุนบ้านใหญ่ยังสะเทือน

วันที่ 7 พ.ย. 68 ในรายการ Newsroom Special Series Ep.3 ทางไทยรัฐทีวีช่อง 32 มีการนำเสนอเรื่องราวของ “ทุนเทา” ในตอน “สแกมเมอร์เอ็ฟเฟ็กต์ ปอกเปลือกการเมืองเทา นายกฯ เอาไง?” พบกับ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร กรรมาธิการ การทหาร และ น.ต.ศิธา ทิวารี อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มาพูดคุยถึงสแกมเมอร์เอ็ฟเฟ็กต์ ที่ทยอยปอกเปลือกการเมืองสีเทาของไทย รัฐบาลอนุทินจะรอดด่านนี้ไปได้อย่างไร หรือสุดท้ายต้องจบที่การยุบสภาล้างกระดาน นำไปสู่การเลือกตั้งฟ้าผ่าต้องมาฟัง

เมื่อถามว่าถ้าปล่อยให้ทุนเทาอยู่ในสังคม แทรกซึมเข้าไปในการเมืองไทย จะส่งผลอย่างไรบ้าง นายวิโรจน์ เผยว่า ทุนเทา เป็นเงินที่ได้มาจากการหลอกคนทั้งโลก ในเฉพาะประเทศไทย ปีหนึ่งเสียหายกว่าแสนล้าน เฉลี่ยต่อวัน 316 ล้าน แต่เงินสกปรกถ้าไม่ได้ถูกการฟอกให้สะอาด กลายเป็นเงินที่มีที่มาที่ไป แม้จะยอมขาดทุน จะนำมาใช้จ่ายไม่ได้ เบื้องต้นพบว่ามีการนำไปซื้อธุรกิจ เพื่อใช้ฟอกเงิน ซึ่งอาจมีการตัดราคา ทำโปรโมชั่น เพื่อให้เกิดกระแส สร้างเงินสดได้เร็ว หรือเป็นเครดิตระยะสั้น เป็นเหตุให้ธุรกิจที่ถูกกฎหมายอยู่ไม่ได้ ธุรกิจเจ๊ง แต่ด้วยเม็ดเงินที่มหาศาล จึงนำเงินเทาแปรสภาพเข้าไปในกลไกของตลาดหลักทรัพย์ ไปซื้อหุ้น ตราสารหนี้ หรือประกันภัย ซึ่งก็หนีไม่พ้นหุ้นกลุ่มพลังงาน หุ้นสาธารณูปโภค หรือที่เกี่ยวกับไฟฟ้า ซึ่งต้องยอมรับว่านโยบายทางการเมือง มีผลต่อราคาหุ้น และผลประกอบการ ดังนั้นใครเป็นคนกำหนดนโยบาย ขับเคลื่อนนโยบาย ก็คือ นักการเมือง

และเมื่อมีการซื้อหุ้นแล้ว ขั้นตอนต่อไป คือการปั่น คือการสร้างสตอรี่จากนโยบายของภาครัฐที่เอื้อให้ไปถึงธุรกิจที่ถือครองเงินเหล่านี้ ด้วยการนำเงินไปให้กลุ่มการเมืองซื้อเสียง เพื่อให้นำวัยรุ่นสร้างตัว หรือคนของเรา ไปเป็น สส. ให้ได้ แล้วส่งนักการเมืองสีเทาไปเป็นรัฐมนตรี จากนั้น เจียดเงินส่วนหนึ่งมาซื้อตำแหน่งให้ข้าราชการที่เป็นคนของเรา คอยเป็นมือเป็นไม้ นี่คือการยึดประเทศแล้ว ยิ่งถ้าข้าราชการฝ่ายปกครองเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ยิ่งสบาย

เมื่อถามว่า การเข้ามาของทุนเทาในสมัยนี้ กับสมัยก่อนต่างกันหรือไม่ น.ต.ศิธา ทิวารี เผยว่า ก่อนหน้าเราเคยได้ยินเรื่องทุจริตธรรมดา รับเงินใต้โต๊ะ ต่อมามีคำว่า ทุจริตเชิงนโยบาย คือ ออกนโยบายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ธุรกิจได้ประโยชน์จากตรงนั้น หรือนโยบายการผูกขาด และคนเหล่านั้นก็จะส่งกลับมาให้นักการเมือง ไม่ว่าจะเป็นพวกพ้อง หรือกลุ่มที่สนับสนุนกันมา แต่ ณ วันนี้มันถึงสเตจท้ายๆ แล้ว ถ้าเปรียบก็เหมือนมะเร็งระยะ 4 ก่อนหน้านักการเมืองอาจจะเรียกนายทุนว่านาย เพราะเป็นเจ้าของเงินที่จะนำมาใช้ ซึ่งต้องยอมรับว่า ประเทศเรา ณ เวลานี้ มีกระแสกระสุนบ้านใหญ่ พรรคเดียวที่ใช้กระแสเต็มๆ คือ พรรคประชาชน ที่เหลือก็เป็นกระสุนบ้านใหญ่ทั้งนั้น ทำให้ประชาชนเกิดความนิยมชมชอบ แล้วก็เลือกเข้าไปบริหารประเทศ

ซึ่งสเตจที่ 4 นี้ เงินไม่ได้มาจากนายทุน ไม่ได้มาจากธุรกิจ แต่กลายเป็นเงินที่มาจากธุรกิจสีเทา หรือ สีดำ แล้วเข้ามาชุบตัวในการเมือง โดยเป็นการชุบตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของเงิน และเมื่อทุนเทาเข้ามาในการเมือง มีผลกระทบอย่างไรบ้าง ตนก็จะบอกว่า ถ้ายังปล่อยให้เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องธรรมดา แล้วรุ่นลูก รุ่นหลานเรา จะเป็นอย่างไรต่อไป จะทำอะไรที่ผิดๆ ก็ได้ ถ้าไม่โดนจับก็โดนเข้าการเมือง ทุกวันนี้ความภูมิใจที่ได้เกิดบนแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง กลายเป็น เรากำลังจะมอบแผ่นดินเทาให้ลูกหลาน ซึ่งมันเป็นแบบนี้จริงๆ ทุกพรรคที่เข้าไปก็อยากจะเป็นรัฐบาล เพื่อเข้าสู่อำนาจ และเป็นการเข้าสู่อำนาจแบบที่ไม่ได้เอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นตัวตั้ง

จากประโยคที่ว่าเราต้องแยกสแกมเมอร์ออกจากเว็บพนันก่อน นายวิโรจน์ เผยว่า เหมือนโจรสองกลุ่ม ที่ตนมองว่ามีความชั่วร้ายเหมือนกัน แต่พฤติการณ์ และการจัดการไม่เหมือนกัน สแกมเมอร์ หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่โทรมาหลอก นับว่ามีความเลวร้ายมาก ไม่ใช่แค่มาตุ๋น แล้วหลอกเงิน แต่มันจะหลอกสร้างความสัมพันธ์จนตายใจ จากนั้นก็จะหลอกให้ลงทุนจนหมดตัว ใครที่ไม่ใช่แค่สูญเงิน แต่ยังสูญเสียความภาคภูมิใจของตัวเองจนหลายคนมีปัญหาเรื่องสุขภาพจิตไปเลย และที่ทั่วโลกให้ความสำคัญกับสแกมเมอร์ เพราะเป็นศูนย์รวมของความชั่วร้าย มีการหลอกคนไปค้ามนุษย์ ไปกักกันอยู่ที่ศูนย์กักกันแรงงานสแกมเมอร์ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 60 แห่งในกัมพูชา มีการทรมาน สมัครใจบ้าง ไม่สมัครใจบ้าง มีเรื่องยาเสพติด การก่อการร้าย การพัวพันสิ่งผิดกฎหมายต่างๆ มีความสูญเสียประมาณปีละกว่าแสนล้านบาท

แต่สำหรับพนันออนไลน์ จากการประเมิน พบว่ามีความเสียหายประมาณ 19,000-20,000 ล้านบาท โดยมีพฤติกรรมที่ต่างกันคือ ความเสียหายของพนันออนไลน์ คือเป็นบ่อนทำลายเยาวชน บ่อนทำลายคนวัยทำงานให้เสพติดการฉ้อโกงทรัพย์ในรูปแบบที่เรียกว่าพนัน แต่ตนไม่เรียกว่าพนัน เพราะพนันมีได้มีเสีย แต่การพนันออนไลน์ โปรแกรม หรือ AI จะบันดาลให้ผู้เล่น ได้กี่ตาก็ได้ จะเสียตาไหนก็ได้ จากนั้น AI จะเรียนรู้พฤติกรรม และเริ่มจัดการให้เล่นจนเสียหมดตัว เพราะฉะนั้นการเล่นพนันออนไลน์ที่เป็นอยู่ตอนนี้ ตนเรียกว่า การฉ้อโกงออนไลน์ มันจึงเลวร้ายต่างกัน แต่ทั้งสองกลุ่มนี้ ก็ต้องปราบให้สิ้น เพราะถ้าปล่อยไว้จะกลายเป็นบ่อนทำลาย เกิดปัญหาอาชญากรรมตามมา

“ตอนนี้บ้านใหญ่ก็เหนื่อย เจอกระสุนทุนเทาวิสัยไกลจากกัมพูชา เพราะเงินเทามหาศาล เอาง่ายๆ ทุนเทาที่เอาเงินไปลงทุนในร้านอาหาร ผับ บาร์ ที่มีการขายยาเสพติด ก็จ่ายเงินให้ตำรวจของตัวเองไปเป็นผู้กำกับ และถ้าอยากได้ผลงาน ก็ชี้เป้าสั่งให้ไปจับผับคู่แข่งที่เป็นคนไทย ซึ่งได้ผลงาน ได้กล่องด้วย และกำจัดคู่แข่งให้ทุนเทาด้วย ธุรกิจที่เป็นเจ้าพ่อคนไทย หรือผู้มีอิทธิพลคนไทย ธุรกิจที่ผิดกฎหมายของคนไทยทุกวันนี้ก็ถูกทำลายไปด้วย กระสุนบ้านใหญ่ตอนนี้จะไม่เหลือแล้ว เจอกระสุนทุนเทาวิสัยไกลเข้าไป จะเห็นว่าทำไมบ้านใหม่ ถึงมีทุนสู้กับบ้านใหญ่ได้จนบ้านใหญ่ฟีบ เพราะบ้านใหม่หลายบ้านก็เป็นเงินมาจากทุนเทา” นายวิโรจน์ กล่าว

นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์ว่าเลือกตั้งครั้งหน้า เงินซื้อเสียงอาจจะเพิ่มขึ้น ซึ่งหลายคนมองว่า ค่าเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 5,000 บาท ดังนั้นการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ไม่ว้าวแล้ว เลือกตั้งบ่อยๆ จะดีกว่า

น.ต.ศิธา เผยต่อว่า กระสุนบ้านใหญ่ กระสุนคือ เงินที่ใช้ซื้อเสียง แต่กระสุนจะใช้ได้ต่อเมื่อมีคนเล็ง ซึ่งก็คือบ้านใหญ่ ที่จะมีช่องทางที่จะปล่อยกระสุนลงไป จัดระบบไว้หมดแล้ว ที่เรียกว่าระบบจัดตั้ง มีหัวคะแนน มีคนนั้นคนนี้เป็นเครือข่าย ถึงเวลาก็กดปุ่มให้กระสุนไหลลงมา ซึ่งมันสัมพันธ์กัน

ขณะที่สแกมเมอร์ทุนเทา ซึ่งจะเป็นเรื่องการพนัน หรือธุรกิจอะไรก็แล้วแต่ คนที่รับกรรม คือคนที่สมัครใจก้าวขาเข้าไป แต่ปัจจุบันสแกมเมอร์ใช้ AI ในการเลียนเสียงคนในครอบครัว บอกกำลังเจ็บป่วย อยู่โรงพยาบาลนั้น โรงพยาบาลนี้ เป็นใครก็โอน เพราะเชื่อว่าเป็นเสียงคนในครอบครัว และก็สร้างสถานการณ์ให้เหมือนจริงขึ้นเรื่อยๆ ตรงนี้เป็นคนบริสุทธิ์ที่โดนหลอก มันชั่วร้ายกว่าหลายเท่า

นายวิโรจน์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เหยื่อแก๊งสแกมเมอร์ ถ้าเป็นกลุ่มเด็ก วัยทำงาน ความเสียหายจะอยู่ที่ 70,000-80,000 บาทต่อกรณี แต่สำหรับผู้สูงอายุ จะอยู่ราว 400,000 บาทต่อราย หมายความว่า เป้าหมายหลักการโจมตีของกลุ่มสแกมเมอร์จะพุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้สูงอายุ เพราะมีความอ่อนแอ การรับรู้ด้านเทคโนโลยีมีจำกัด และไปเล่นกับความรู้สึก ถือว่าอำมหิตและเป็นปัญหาสังคมที่ใหญ่มาก

นายวิโรจน์ เผยต่อว่า สำหรับการเซ็น MOU ของภาครัฐ ทั้ง 15 หน่วยงานปกติก็ทำงานร่วมกันอยู่แล้ว แต่วันนี้ตนมีโอกาสไปคุยกับผู้แทนสถานทูต 2-3 แห่ง ทุกแห่งถามตนว่า ใครคือเจ้าภาพของในครั้งนี้ เพราะแต่ละหน่วยงานก็มีสโคปในการทำงาน แต่ถ้าไม่มีเจ้าภาพในการทำงาน มันจะเกิดปัญหาต่างคนต่างทำงาน ต่างคนต่างสร้างเงื่อนไข โยนกันไปมา เพราะไม่มีเจ้าภาพในการคลี่คลายเงื่อนไข หรือข้อจำกัดในการทำงาน สุดท้ายถึงมี MOU ก็ไม่มีประโยชน์ 

สแกมเมอร์เอ็ฟเฟ็กต์ ทุนเทาแทรกซึมการเมืองไทย

สถานการณ์สแกมเมอร์เอ็ฟเฟ็กต์ ทุนเทาแทรกซึมการเมืองไทย นับวันยิ่งทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วนของสังคมไทย การปล่อยให้กลุ่มทุนสีเทาเหล่านี้เข้ามามีบทบาทในการเมือง จะนำพาประเทศไปสู่ความเสื่อมโทรมและบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของระบบ

ผลกระทบจากสแกมเมอร์เอ็ฟเฟ็กต์ที่มีต่อการเมืองไทย

การเข้ามาของสแกมเมอร์เอ็ฟเฟ็กต์ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในภูมิทัศน์ทางการเมืองของไทย ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มอำนาจของกลุ่มอิทธิพลใหม่ หรือการบิดเบือนกลไกการเลือกตั้ง การทำความเข้าใจและหาทางรับมือกับปรากฏการณ์นี้จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ถึงเวลาแล้วที่เราทุกคนต้องร่วมมือกันเพื่อต่อต้านสแกมเมอร์เอ็ฟเฟ็กต์ ทุนเทาแทรกซึมการเมืองไทย เพื่อสร้างสังคมที่โปร่งใสและเป็นธรรมสำหรับทุกคน

ที่มา – สแกมเมอร์เอ็ฟเฟ็กต์ ทุนเทาแทรกซึมการเมืองไทย เชื่อกระสุนบ้านใหญ่ยังสะเทือน

บัตแลนด์รับ ‘ยากยอมรับ’ คำตัดสินกรณีทรัสตี้

แจ็ค บัตแลนด์ ผู้รักษาประตูของเรนเจอร์ส ยอมรับว่าเขารู้สึก “ยากที่จะยอมรับ” การตัดสินใจที่ไม่ไล่ ออสตัน ทรัสตี้ กองหลังเซลติก ออกจากสนามในเกมรอบรองชนะเลิศ สก็อตติช ลีก คัพ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ดูเหมือนว่าสตั๊ดของทรัสตี้จะสัมผัสกับศีรษะของบัตแลนด์ ก่อนที่ผู้ตัดสิน นิค วอลช์ จะให้ใบเหลือง โดยไม่มีการแทรกแซงจาก VAR

การตัดสินดังกล่าวทำให้เรนเจอร์ส “กังวล” ขณะที่เซลติกเป็นฝ่ายชนะ 3-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ

“มีเจตนาร้ายมากมายเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่?” บัตแลนด์ถาม

“ไม่จำเป็นเสมอไป คุณอยากจะคิดว่าคุณได้รับการปกป้องในแง่หนึ่งจากสิ่งต่างๆ เช่นนั้น”

“เมื่อได้เห็นภาพหลังจากนั้น มันอาจจะช้ากว่าที่ผมคิดในเวลาจริงด้วยซ้ำ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่จะยอมรับ”

ยากที่จะยอมรับ ว่านั่นอาจเป็นแบบอย่างที่จะดำเนินต่อไป หากเป็นสถานการณ์ที่คล้ายกันกับทีมใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม”

“แน่นอนว่าด้วยความช่วยเหลือทั้งหมดที่ผู้ตัดสินอาจได้รับในปัจจุบัน เราทำได้เพียงหวังว่าการตัดสินใจที่ถูกต้องจะเกิดขึ้น และทุกอย่างจะยุติธรรมที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”

บัตแลนด์กล่าวหลังจากที่เรนเจอร์สประสบความพ่ายแพ้ในยูโรป้า ลีกเป็นครั้งที่สี่ของฤดูกาล ในเกมที่แพ้โรม่า 2-0 คาบ้าน

ผลการแข่งขันดังกล่าวทำให้พวกเขาอยู่อันดับสุดท้ายของตารางโดยไม่มีคะแนน หลังจากแพ้ในเกมยุโรป 7 นัดหลังสุด

“เราไม่สามารถยอมรับสถานการณ์ที่เราเป็นอยู่ในขณะนี้ได้” เขากล่าว “เป็นสิ่งที่เราต้องรับไปเป็นการส่วนตัว และเป็นสิ่งที่เราต้องทำให้ดีขึ้นในอีกสี่เกมที่เหลือ และดูว่ามันจะพาเราไปที่ใด”

“มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่มันเป็นช่วงเวลาที่คุณมีโอกาสที่จะยืนหยัด สโมสรจะอยู่ภายใต้กล้องจุลทรรศน์เสมอ มันเกี่ยวกับการยืดอกและก้าวต่อไป เผชิญหน้ากับความท้าทาย และทำให้ดีขึ้น”

“ผมคิดว่ามันเป็นโอกาสสำหรับเราที่จะทำกับกลุ่มนี้ คือการพิสูจน์ให้หลายๆ คนเห็นว่าพวกเขาคิดผิด”

บัตแลนด์รับ ‘ยากยอมรับ’ คำตัดสินกรณีทรัสตี้

การที่แจ็ค บัตแลนด์ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึก “ยากที่จะยอมรับ” ต่อการตัดสินใจของผู้ตัดสินในเกมกับเซลติกนั้น แสดงให้เห็นถึงความผิดหวังและความไม่พอใจของเขาที่มีต่อมาตรฐานการตัดสินในปัจจุบัน นอกจากนี้ เขายังเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่เรนเจอร์สจะต้องพัฒนาผลงานในเกมยุโรปที่เหลืออยู่ เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีของสโมสร

ทำไมบัตแลนด์ถึง ‘ยากยอมรับ’ คำตัดสิน?

เหตุผลที่บัตแลนด์ ‘ยากยอมรับ’ คำตัดสิน คือ การที่ผู้ตัดสินไม่ไล่ ออสตัน ทรัสตี้ ออกจากสนาม แม้ว่าการเข้าสกัดของทรัสตี้จะดูอันตรายและอาจเป็นอันตรายต่อผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามได้ มุมมองของบัตแลนด์สะท้อนถึงความกังวลทั่วไปเกี่ยวกับความสม่ำเสมอและความโปร่งใสของการตัดสินใจของ VAR ในฟุตบอลสมัยใหม่

จากเหตุการณ์นี้ สิ่งที่เห็นได้ชัดคือความสำคัญของการตัดสินใจที่ถูกต้องและยุติธรรมในเกมฟุตบอล การตัดสินที่ผิดพลาดอาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อผลการแข่งขันและสร้างความเสียหายต่อขวัญกำลังใจของผู้เล่นและแฟนบอล หวังว่าในอนาคต ผู้ตัดสินจะสามารถตัดสินใจได้อย่างแม่นยำและเป็นธรรมมากขึ้น เพื่อให้เกมฟุตบอลเป็นไปอย่างราบรื่นและยุติธรรม

ที่มา – Butland finds Trusty decision ‘difficult to accept’

รางวัลฟีฟ่าเบสต์คืออะไร? ทำความรู้จัก

รางวัลฟีฟ่าเบสต์คืออะไร? หลายคนอาจสงสัยเกี่ยวกับรางวัลอันทรงเกียรติที่มอบให้แก่บุคคลากรในวงการฟุตบอล วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับรางวัลนี้ให้มากขึ้น

รางวัลฟีฟ่าเบสต์คืออะไร?

รางวัลฟีฟ่าเบสต์ (The Best Awards) เป็นรางวัลที่จัดขึ้นและมอบโดยฟีฟ่า (Fifa) ให้แก่ผู้เล่น, ผู้รักษาประตู และผู้ฝึกสอน ทั้งชายและหญิง ที่มีความโดดเด่น

รางวัลนี้จะมอบให้โดยพิจารณาจากผลงานในช่วงระหว่างวันที่ 11 สิงหาคม 2024 ถึง 2 สิงหาคม 2025

ฟีฟ่า ซึ่งเป็นองค์กรปกครองฟุตบอลโลก กล่าวว่า รางวัลนี้พิจารณาจาก “ผลงานในสนามและการปฏิบัติตนโดยทั่วไปทั้งในและนอกสนาม” สำหรับผู้เล่น และ “ผลงานในสนามและพฤติกรรมทั่วไปของทีมทั้งในและนอกสนาม” สำหรับผู้ฝึกสอน

ผู้ได้รับการเสนอชื่อจะถูกรวบรวมโดยฟีฟ่าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในวงการฟุตบอล จากนั้นผู้เชี่ยวชาญด้านฟุตบอลของฟีฟ่าจะทำการตรวจสอบรายชื่อ และเผยแพร่รายชื่อผู้เข้าชิงรอบสุดท้ายบนเว็บไซต์ของฟีฟ่า

ในปี 2024 วินิซิอุส จูเนียร์ และ ไอทาน่า บอนมาติ ได้รับรางวัลผู้เล่นชายและหญิงยอดเยี่ยม

ใครเป็นผู้ตัดสินรางวัลฟีฟ่าเบสต์คืออะไร?

ผู้ชนะจะได้รับการคัดเลือกโดยคณะกรรมการตัดสินระหว่างประเทศ ซึ่งประกอบด้วย:

  • ผู้ฝึกสอนปัจจุบันของทีมชาติชายทุกทีม (หนึ่งคนต่อทีม)
  • กัปตันทีมปัจจุบันของทีมชาติชายทุกทีม (หนึ่งคนต่อทีม)
  • นักข่าวผู้เชี่ยวชาญจากแต่ละประเทศที่ทีมชาติเป็นตัวแทน
  • แฟนบอลจากทั่วโลกที่ลงทะเบียนบนเว็บไซต์ของฟีฟ่า

แต่ละกลุ่มผู้ลงคะแนนทั้งสี่กลุ่มจะมีน้ำหนักในการลงคะแนนเท่ากัน คือคิดเป็นหนึ่งในสี่ของคะแนนเสียงทั้งหมด

แต่ละกลุ่มผู้ลงคะแนนจะต้องเลือกผู้เล่น, ผู้รักษาประตู และผู้ฝึกสอนสามอันดับแรกของตน

ผู้เล่น, ผู้ฝึกสอน และผู้รักษาประตูที่ได้รับการเสนอชื่อทั้งสามคน จะได้รับคะแนนห้า, สาม หรือหนึ่งคะแนน ตามลำดับ ขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาได้รับการเลือกเป็นอันดับแรก, อันดับสอง หรืออันดับสาม

คะแนนเสียงของโค้ช, กัปตันทีม และนักข่าวแต่ละคน จะถูกเผยแพร่บนเว็บไซต์ของฟีฟ่า

บุคคลที่มีคะแนนมากที่สุดจะได้รับรางวัล

กฎการลงคะแนนสำหรับรางวัลฟีฟ่าเบสต์คืออะไร?

  • กัปตันทีมชาติอาจลงคะแนนให้โค้ชจากทีมชาติที่ตนเป็นตัวแทนได้
  • กัปตันทีมและโค้ชของทีมชาติอาจลงคะแนนให้ผู้เล่นจากทีมชาติที่ตนเป็นตัวแทนได้
  • กัปตันทีมและโค้ชที่ได้รับการเสนอชื่อไม่อนุญาตให้ลงคะแนนให้ตนเอง
  • นักข่าวผู้เชี่ยวชาญอาจลงคะแนนให้ผู้เล่น, โค้ช และผู้รักษาประตูที่เป็นคนชาติเดียวกัน หรือเป็นตัวแทนสโมสรที่เกี่ยวข้องกับประเทศของตนได้
  • แฟนบอลที่ลงทะเบียนบนเว็บไซต์ของฟีฟ่าอาจลงคะแนนให้ผู้เล่น, โค้ช และผู้รักษาประตูฟุตบอลชายและหญิงใดก็ได้ หากการลงคะแนนนั้นเป็นไปอย่างยุติธรรมและสอดคล้องกับกฎการจัดสรรเหล่านี้

ใครคือผู้ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลฟีฟ่าเบสต์คืออะไร?

ผู้เล่นชาย: อุสมาน เดมเบเล (ฝรั่งเศสและเปแอสเช), อัชราฟ ฮาคิมี (โมร็อกโกและเปแอสเช), แฮร์รี่ เคน (อังกฤษและบาเยิร์น มิวนิก), คีเลียน เอ็มบัปเป้ (ฝรั่งเศสและเรอัลมาดริด), นูโน่ เมนเดส (โปรตุเกสและเปแอสเช), โคล พาลเมอร์ (อังกฤษและเชลซี), เปดรี (สเปนและบาร์เซโลน่า), ราฟินญ่า (บราซิลและบาร์เซโลน่า), โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (อียิปต์และลิเวอร์พูล), วิตินญ่า (โปรตุเกสและเปแอสเช), ลามีน ยามาล (สเปนและบาร์เซโลน่า)

ผู้รักษาประตูชาย: อลิสซอน เบ็คเกอร์ (บราซิลและลิเวอร์พูล), ติโบต์ กูร์กตัวส์ (เบลเยียมและเรอัลมาดริด), จานลุยจิ ดอนนารุมม่า (อิตาลีและเปแอสเช/แมนเชสเตอร์ ซิตี้), เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ (อาร์เจนตินาและแอสตัน วิลล่า). มานูเอล นอยเออร์ (เยอรมนีและบาเยิร์น มิวนิก), ดาบิด รายา (สเปนและอาร์เซนอล), ยานน์ ซอมเมอร์ (สวิตเซอร์แลนด์และอินเตอร์ มิลาน), วอยเชียค เชสนี (โปแลนด์และบาร์เซโลน่า)

ผู้ฝึกสอนชาย: ฆาเวียร์ อากีร์เร (เม็กซิโก), มิเกล อาร์เตต้า (อาร์เซนอล), หลุยส์ เอ็นริเก้ (เปแอสเช), ฮันซี่ ฟลิค (บาร์เซโลน่า), เอ็นโซ่ มาเรสก้า (เชลซี), โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ (โปรตุเกส), อาร์เน่ สล็อต (ลิเวอร์พูล)

ผู้เล่นหญิง: แซนดี้ บัลติมอร์ (ฝรั่งเศสและเชลซี), นาตาลี บียอร์น (สวีเดนและเชลซี), ไอทาน่า บอนมาติ (สเปนและบาร์เซโลน่า), ลูซี่ บรอนซ์ (อังกฤษและเชลซี), มาริโอน่า กัลเดนเตย์ (สเปนและอาร์เซนอล), เทมวา ชาวิงก้า (มาลาวีและแคนซัส ซิตี้ เคอร์เรนท์), ดิญานี่ คาดิดิอาตู (ฝรั่งเศสและลียง), เมลชี ดูมอร์เนย์ (เฮติและลียง), ปาตรี กุยฮาร์โร่ (สเปนและบาร์เซโลน่า), ลินด์เซย์ ฮีปส์ (สหรัฐอเมริกาและลียง), ลอเรน เจมส์ (อังกฤษและเชลซี), โคลอี เคลลี่ (อังกฤษและแมนเชสเตอร์ ซิตี้/อาร์เซนอล), อีวา ปาจอร์ (โปแลนด์และบาร์เซโลน่า), คลอเดีย ปิน่า (สเปนและบาร์เซโลน่า), อเล็กเซีย ปูเตยาส (สเปนและบาร์เซโลน่า), อเลสเซีย รุสโซ่ (อังกฤษและอาร์เซนอล), เลอาห์ วิลเลียมสัน (อังกฤษและอาร์เซนอล)

ผู้รักษาประตูหญิง: แอนน์-แคทริน เบอร์เกอร์ (เยอรมนีและกอตแฮม เอฟซี), คาตา คอลล์ (สเปนและบาร์เซโลน่า), คริสเตียน เอนด์เลอร์ (ชิลีและลียง), ฮันนาห์ แฮมป์ตัน (อังกฤษและเชลซี), แอนนา มัวร์เฮาส์ (อังกฤษและออร์แลนโด ไพรด์), เชียมาก้า เอ็นนาโดซี (ไนจีเรียและปารีส เอฟซี/ไบรท์ตัน), ฟาลลอน ทัลลิส-จอยซ์ (สหรัฐอเมริกาและแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

ผู้ฝึกสอนหญิง: โซเนีย บอมปาสเตอร์ (เชลซี), โจนาตัน กิรัลเดซ (วอชิงตัน สปิริต/ลียง), เซ็บ ไฮนส์ (ออร์แลนโด ไพรด์), เรเน่ สเลเกอร์ส (อาร์เซนอล), ซารีน่า วีคแมน (อังกฤษ)

พิธีมอบรางวัลฟีฟ่าเบสต์คืออะไร? จัดขึ้นเมื่อไหร่?

ฟีฟ่ายังไม่ได้ประกาศวันที่สำหรับพิธีมอบรางวัล

การลงคะแนนสำหรับรางวัลจะสิ้นสุดในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2025 เวลา 23:59 CET (22:59 GMT)

รางวัลฟีฟ่าเบสต์คืออะไรจึงมีความสำคัญ? รางวัลนี้ไม่เพียงแต่เป็นเกียรติยศส่วนตัว แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้เล่นและผู้ฝึกสอนพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมและเป็นที่ยอมรับในระดับโลก

ที่มา – What are the Fifa Best Awards?

ผบช.ภ.9 เผยผลสอบเพิ่มคดีเว็บพนันนักการเมือง

(แฟ้มภาพ)

ผบช.ภ.9 ยังไม่ส่งผลสอบเพิ่มคดีเว็บพนัน “นักการเมือง” กลับมาให้ อสส. ชี้ขาด เผยทาง ผบ.ตร. มีคำสั่งเร่งรัดให้รีบสรุปสำนวนคดีเว็บพนัน “นักการเมือง” นี้ให้เร็วที่สุด

วันที่ 7 พ.ย. 68 จากกรณีมีกระแสข่าวว่า ตำรวจภูธรภาค 9 ยังไม่ส่งผลสอบเพิ่มคดีเว็บพนัน “นักการเมือง” รายหนึ่งกลับมาให้อัยการสูงสุดชี้ขาด เบื้องต้นได้สอบถามข้อเท็จจริงไปยัง พลตำรวจโท ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เปิดเผยว่า สำหรับกรณีที่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา ทั้ง 6 นาย ดำเนินการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงจนสามารถแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีกับนักการเมืองรายหนึ่งกับพวกทั้งหมด 3 คดี ก่อนที่จะสรุปสำนวนส่งฟ้องไปยังพนักงานอัยการ

แต่ต่อมามี 1 สำนวนคดีที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง และทางพนักงานสอบสวนเองก็ไม่ได้มีความเห็นแย้ง สำหรับในเรื่องนี้ช่วงแรกทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการสั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงพนักงานสอบสวนทั้ง 6 นาย เกี่ยวกับเรื่องการทำสำนวนคดีที่เร่งรีบ บกพร่องขาดความรอบคอบ จนทำให้พนักงานอัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง จึงได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง จนคณะกรรมการจเรตำรวจแห่งชาติ มีมติว่า ให้นายตำรวจทั้ง 6 นาย มีความผิดฐานกระทำผิดวินัย และมีการลงโทษทางวินัยกับตำรวจทั้ง 6 นายเรียบร้อยแล้ว

ก่อนที่ต่อมาผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลาในขณะนั้น ได้ลงนามในหนังสือรายงานผลการดำเนินการทางวินัย  โดยมีคำสั่งให้ยุติเรื่องการดำเนินการทางวินัย ว่ากล่าวตักเตือน และลงโทษภาคทัณฑ์ สำหรับนายตำรวจทั้ง 6 นาย

จึงถือว่าการดำเนินการลงโทษทางวินัยพนักงานสอบสวนทั้ง 6 นายเสร็จสิ้นแล้ว ยังคงเหลือเพียงรายละเอียดในส่วนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติสั่งการมาให้ตรวจสอบว่าสาเหตุใดที่อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ที่ดำรงตำแหน่งขณะนั้นไม่เห็นแย้ง ในความเห็นของอัยการ 

ซึ่งหากว่าทางตำรวจกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 มีความเห็นแย้งก็จะต้องส่งเรื่องไปที่อธิบดีอัยการสูงสุด แต่ในเมื่อก่อนที่อัยการจะมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง ทางตำรวจไม่เห็นแย้งเป็นอันว่าคดีถึงสิ้นสุด จึงเป็นเหตุให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติสั่งการมาให้ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเหตุใดจึงไม่เห็นแย้ง เนื่องจากมีพยานหลักฐานที่ชัดเจนสามารถเอาผิดกับผู้ต้องหาได้

สำหรับในคดีเว็บพนัน “นักการเมือง” ในสมัยนั้นตนเองยังไม่ได้มาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 จึงไม่ทราบในข้อเท็จจริงว่าเหตุใดรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ท่านนั้นจึงไม่มีความเห็นแย้งต่ออัยการ ซึ่งหากมีการตรวจสอบจนทราบข้อเท็จจริงแล้วว่าสาเหตุที่ทางรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ดังกล่าวนั้นไม่มีความเห็นแย้งเพราะเป็นไปตามหลักกฎหมายที่ถูกต้องก็ถือว่าเป็นอันสิ้นสุด

สามารถสรุปได้ว่าสำหรับในส่วนของคดีนี้จากพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวนทั้ง 6 คนเห็นว่าสามารถส่งฟ้องได้ แต่ท้ายสุดแล้วอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง แต่ภายหลังจากที่อัยการสั่งไม่ฟ้องแล้วก็ได้ส่งสำนวนกลับมาที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เผื่อว่าจะทำความเห็นแย้งหรือไม่แย้ง ปรากฏว่ามี 1 คดีจากจำนวน 3 คดีที่ทางพนักงานสอบสวนไม่มีความเห็นแย้ง ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้ให้ตรวจสอบว่าเหตุใด ทางพนักงานสอบสวนจึงไม่มีความเห็นแย้งในความเห็นของอัยการ

นอกจากนี้หลังจากที่ตนเองมาดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 แล้วก็ยังคงเหลืออีก 2 สำนวนคดีที่ขณะนี้อยู่ในชั้นอัยการและมีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติม ตนเองก็เห็นแย้งทั้งหมด ขณะนี้ก็ยังคงอยู่ในระหว่างที่อัยการสูงสุดให้มีการสอบสวนเพิ่มเติม

สำหรับตนเองหลังจากที่ย้ายมาดำรงตำแหน่งก็เห็นว่าทั้ง 2 สำนวนที่อยู่ในชั้นอัยการขณะนี้มีพยานหลักฐานครบถ้วนจนสามารถเอาผิดได้ จึงมีความเห็นแย้งและตอนนี้ทางอัยการได้มีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติม ซึ่งก็ถือว่าสำหรับอีก 2 สำนวนคดีนี้ยังไม่สิ้นสุดถึงขั้นส่งฟ้อง ยังอยู่ในขั้นตอนของการสอบสวนเพิ่มเติมตามคำสั่งของอัยการ

ตอนนี้จึงถือว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ทั้ง 3 คดี ซึ่งสำหรับใน 1 คดีนี้อัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องไปแล้วจึงถือว่าสิ้นสุด ส่วนอีก 2 สำนวนคดี อัยการสูงสุดมีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติม ซึ่งทางพลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติก็ได้มีคำสั่งเร่งรัดโดยตรงมายังตนเองแล้วว่าต้องเร่งรีบในการสรุปสำนวนคดีนี้เพิ่มเติมตามคำสั่งของอัยการให้แล้วเสร็จ ก่อนจะเสนอส่งกลับไปที่อัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาโดยเร็วที่สุด.

ผบช.ภ.9 เผยผลสอบเพิ่มคดีเว็บพนัน “นักการเมือง”

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับคดีเว็บพนันนักการเมือง

สถานการณ์คดีเว็บพนัน “นักการเมือง” ยังคงเป็นที่จับตามองของสังคม ต้องติดตามกันต่อไปว่าผลสรุปของการสอบสวนเพิ่มเติมจะเป็นอย่างไร และจะมีการดำเนินการทางกฎหมายต่อไปหรือไม่

ที่มา – ผบช.ภ.9 เผยผลสอบเพิ่มคดีเว็บพนัน “นักการเมือง” ยังไม่ส่งกลับให้ อสส. ชี้ขาด