ตัดวงจรสแกมเมอร์ ข้อมูลประชาชนหลุด 9 ล้านรายชื่อ
กระทรวงดีอีร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแถลงการณ์ถึงการตัดวงจรสแกมเมอร์ หลังพบข้อมูลส่วนตัวของประชาชนทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่และเสียชีวิตไปแล้วกว่า 9 ล้านรายชื่อรั่วไหล และถูกนำไปขายในโลกออนไลน์ สร้างความเสียหายแล้วกว่า 290 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกับศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การอำนวยการของ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานต่างๆ ได้ร่วมกันแถลงข่าวถึงความคืบหน้าในการตัดวงจรสแกมเมอร์
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นผลมาจากการทำงานเชิงรุกของหน่วยงาน PDPC (Personal Data Protection Committee) หรือที่เรียกว่า PDPC Eagle Eye ซึ่งมีการเฝ้าระวังและตรวจสอบการซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเข้มงวด จนกระทั่งพบการซื้อขายข้อมูล PDPA ของประชาชนทั่วไป รวมถึงข้อมูลของผู้ที่เสียชีวิตไปแล้วบนแพลตฟอร์มออนไลน์แห่งหนึ่ง จึงได้ส่งข้อมูลให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จนนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิดได้ทั้งหมด 6 ราย
ข้อมูลที่ถูกซื้อขายนั้นเป็นข้อมูลของประชาชนกว่า 9 ล้านรายชื่อ และมีประชาชนที่ถูกหลอกลวงและได้รับความเสียหายแล้วกว่า 4,000 คน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 290 ล้านบาท การระงับข้อมูลจำนวนมากได้ทันท่วงที ถือเป็นการตัดวงจรสแกมเมอร์ครั้งใหญ่ เพราะหากข้อมูลเหล่านี้หลุดรอดออกไป อาจสร้างความเสียหายได้อีกมหาศาล
ตัดวงจรสแกมเมอร์ ช็อกข้อมูลประชาชนหลุด 9 ล้านรายชื่อ
ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการร่วมมือกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) โดยเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 8 แห่ง ในจังหวัดต่างๆ ได้แก่ เชียงราย, อุดรธานี, สระบุรี, ปทุมธานี, สมุทรสาคร, ประจวบคีรีขันธ์, ชลบุรี และภูเก็ต พร้อมจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับรวม 6 ราย ได้แก่ นายจิรวุธ, นายผดุงเกียรติ, นายบุณยสิทธิ์, น.ส.ปรีดาวรรณ์, น.ส.สุภัคชญา และนายจิรกร
เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลางเป็นจำนวนมาก รวมถึงเครื่องคอมพิวเตอร์, โทรศัพท์มือถือ, อุปกรณ์สำรองข้อมูล, สมุดบัญชีธนาคาร และอุปกรณ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ตรวจพบพฤติการณ์ของกลุ่มคนร้ายที่มักทราบข้อมูลส่วนตัวของผู้เสียหายก่อนทำการหลอกลวง ไม่ว่าจะเป็นชื่อ-สกุล, ที่อยู่, หมายเลขโทรศัพท์, หรือหมายเลขบัญชีธนาคาร จึงเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายเหล่านี้มีข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนอยู่ในครอบครองก่อนที่จะนำไปใช้ในการกระทำความผิด
การสืบสวนเพื่อตัดวงจรสแกมเมอร์
กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม (CIB) ได้สืบสวนจนพบว่ามีการประกาศขายข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวบนเพจเฟซบุ๊กชื่อ “การตลาดสายเทา” โดยมีการเสนอขายข้อมูลในราคาประมาณ 3,000-5,000 บาท ต่อ 100,000 รายชื่อ
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการล่อซื้อข้อมูลจากสมาชิกของเพจดังกล่าว และพบว่าเป็นข้อมูลจริง โดยมีปริมาณรวมกันมากกว่า 2.3 ล้านรายชื่อ เมื่อนำรายชื่อเหล่านี้ไปตรวจสอบกับระบบแจ้งความออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่าเป็นรายชื่อของผู้เสียหายในคดีที่ถูกหลอกลวงออนไลน์และได้แจ้งความไว้แล้ว จำนวน 4,630 คดี รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 298 ล้านบาท
จากการสอบสวน ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ข้อมูลส่วนใหญ่ได้มาจากกลุ่มลักลอบทำเว็บพนันออนไลน์, แอปพลิเคชันกู้เงินออนไลน์ และแอปพลิเคชันหลอกลวงขอข้อมูลผิดกฎหมาย แล้วนำมาขายต่อให้กับมิจฉาชีพในตลาดมืดออนไลน์
พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวว่า ได้มีการประสานงานกับ Facebook เพื่อปิดกลุ่มดังกล่าวแล้ว และยังไม่พบว่ามีนักการเมืองหรือบุคคลมีชื่อเสียงอยู่เบื้องหลังเครือข่ายนี้
ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่ายังสามารถทำธุรกรรมได้ตามปกติ เนื่องจากมีกฎหมาย PDPA ควบคุมดูแลข้อมูลส่วนบุคคลให้ปลอดภัย และมีโทษหากไม่สามารถควบคุมดูแลข้อมูลได้
พร้อมกันนี้ ได้เตือนกลุ่มบุคคลที่ลักลอบนำข้อมูลส่วนบุคคลไปขายว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างแน่นอน
นายไชยชนก ชิดชอบ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ติดต่อบุคคลที่ข้อมูลรั่วไหลกว่า 9 ล้านราย เพื่อให้ระมัดระวังตัวและดำเนินการเปลี่ยนข้อมูลเท่าที่จำเป็น พร้อมทั้งหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางป้องกันข้อมูลรั่วไหล
พ.ต.อ.สุรพงศ์ กล่าวว่า PDPC จะตรวจสอบที่มาของข้อมูลที่รั่วไหล และย้ำว่าการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปขายเพื่อก่ออาชญากรรม มีโทษตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2568
การรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงในยุคดิจิทัล การตระหนักถึงความสำคัญของการปกป้องข้อมูลส่วนตัวจึงเป็นสิ่งจำเป็น เราทุกคนควรตรวจสอบและอัปเดตข้อมูลส่วนตัวอยู่เสมอ รวมถึงระมัดระวังในการให้ข้อมูลกับเว็บไซต์และแอปพลิเคชันต่างๆ เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกลวงและป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
ที่มา – ตัดวงจรสแกมเมอร์ ช็อกข้อมูลประชาชนหลุด 9 ล้านรายชื่อ ความเสียหาย 290 ล้าน























