วัน: 12 ธันวาคม 2025

ไทยยึดเนิน 677 ช่องอานม้า 100% จริงหรือ?

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นการควบคุมพื้นที่บริเวณช่องอานม้า ล่าสุดกระทรวงกลาโหมได้ออกมายืนยันถึงการเข้าควบคุมพื้นที่ดังกล่าวได้ 100% อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังคงตึงเครียดและมีการปะทะกันอย่างต่อเนื่อง

ก.กลาโหม ยันคุมช่องอานม้า 100%

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหมได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กยืนยันว่าสามารถควบคุมสถานการณ์บริเวณ “ช่องอานม้า 100%” พร้อมทั้งแสดงความขอบคุณและส่งกำลังใจให้กับทหารไทยที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดน

ก่อนหน้านี้ สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาทวีความรุนแรงขึ้นจากการปะทะกันระหว่างทหารทั้งสองฝ่าย บริเวณพื้นที่ภูผาเหล็ก-พลาญหินแปดก้อน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งส่งผลให้มีทหารไทยได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

โฆษก กห. เผยรายละเอียดเพิ่มเติม

พล.ร.ต.สุรสันต์ คงศิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม ได้แถลงถึงสถานการณ์ชายแดน โดยระบุว่าฝ่ายกัมพูชาเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีก่อน ทำให้ฝ่ายไทยต้องตอบโต้เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ และในการปะทะบริเวณช่องอานม้านั้น มีทหารไทยจากกรมรบพิเศษที่ 1 เสียชีวิต 1 นาย ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นวีรชนผู้เสียสละเพื่อชาติ

ถึงแม้จะสามารถยึดเนิน 677 บริเวณช่องอานม้าได้ 100% แต่สถานการณ์ยังไม่ยุติ เนื่องจากฝ่ายกัมพูชายังคงระดมยิงอาวุธเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ฝ่ายไทยต้องดำรงการยิงต่อต้านเพื่อสถาปนาพื้นที่และรักษาความปลอดภัยของกำลังพล

สถานการณ์โดยรวมและข้อควรพิจารณา

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงมีความผันผวนและไม่แน่นอน การยืนยันการควบคุมพื้นที่ช่องอานม้าได้ 100% เป็นสัญญาณที่ดี แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

ความสำคัญของช่องอานม้า

ทำไมการยึดเนิน 677 ที่ช่องอานม้าจึงมีความสำคัญ ช่องอานม้าเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญเนื่องจาก…

  • เป็นเส้นทางคมนาคมที่สำคัญ
  • เป็นจุดสังเกตการณ์ทางทหาร
  • มีทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ

สิ่งที่ต้องจับตาหลังไทยยึดช่องอานม้า 100%

หลังจากที่ไทยสามารถควบคุมพื้นที่ช่องอานม้าได้ 100% สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปคือ…

  • ท่าทีของรัฐบาลกัมพูชา
  • การเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหาชายแดน
  • การให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่

การแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและต้องใช้ความอดทนและความเข้าใจ การเจรจาและการรักษาสันติภาพเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน การให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบก็เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องดำเนินการควบคู่กันไป

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การรายงานข่าวที่ถูกต้องและเป็นกลางจะช่วยให้ประชาชนเข้าใจสถานการณ์และสนับสนุนการแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์

ที่มา – โฆษก กห. ยัน ไทยยึดเนิน 677 ที่ช่องอานม้าได้ 100% แต่ยังยิงต่อต้านเพื่อสถาปนาพื้นที่

กต. เร่งช่วยคนไทยในกัมพูชา: ทอ. ส่ง F-16 ถล่ม

โฆษกกลาโหม เผย กต. ยังเร่งประสานส่งคนไทยในกัมพูชากลับประเทศ แต่กัมพูชาไม่ให้ความร่วมมือ ขณะกองทัพอากาศ ส่ง F-16 ถล่มจุดบ้าน 3 หลังทำลายบังเกอร์ใต้ดิน

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงตึงเครียด กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เร่งประสานงานเพื่อส่งคนไทยในกัมพูชากลับประเทศอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่ได้รับการตอบสนองจากกัมพูชาเท่าที่ควร พล.ร.ต.สุรสันต์ คงศิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม ได้แถลงถึงความคืบหน้าล่าสุด โดยเน้นย้ำถึงความพยายามของ กต. ในการช่วยเหลือส่งคนไทยในกัมพูชากลับบ้านเกิด แม้ว่าสถานการณ์ตึงเครียดจะส่งผลต่อการประสานงานบ้าง แต่ก็ยังคงเดินหน้าต่อไป

ทบ.เผย ต้องปรับแนวรบบริเวณ บ้านคลองแผง

พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก ได้รายงานถึงปฏิบัติการทางทหาร โดยระบุว่ากองทัพไทยสามารถควบคุมพื้นที่สำคัญหลายแห่งได้แล้ว เช่น ซำแต ช่องจอม ช่องเปรอ และช่องระยี รวมถึงบ้านหนองหญ้าแก้ว อย่างไรก็ตาม บริเวณช่องอานม้าและช่องคนาซึ่งมีปราสาทคนาตั้งอยู่ ยังคงต้องใช้ความพยายามในการควบคุมพื้นที่ต่อไป

สถานการณ์ที่ปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์ ยังคงมีความท้าทาย แม้ว่ากองทัพไทยจะสามารถทำลายฐานทหารโดยรอบได้จำนวนมาก แต่ภูมิประเทศที่ยากลำบากทำให้การเข้าควบคุมพื้นที่เป็นไปอย่างยากเย็น บริเวณบ้านคลองแผง ใน อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว แม้จะมีการรายงานว่าสามารถเข้าควบคุมพื้นที่ได้แล้ว แต่การโจมตีอย่างต่อเนื่องจากฝ่ายกัมพูชา ทำให้ต้องมีการปรับแนวรบใหม่

กต. เร่งช่วยคนไทยในกัมพูชา

F-16 ถล่มจุดบ้าน 3 หลังทำลายบังเกอร์ใต้ดิน

น.อ.นรา คุณโฑถม ผู้ช่วยโฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองทัพอากาศได้ส่งเครื่องบิน F-16 เข้าโจมตีในพื้นที่บ้าน 3 หลัง ใน ต.ชำราก อ.เมือง จ.ตราด เนื่องจากตรวจพบการขุดสนามเพลาะและสร้างบังเกอร์ใต้ดิน การโจมตีดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อทำลายบังเกอร์ของฝ่ายกัมพูชา เพื่อลดภัยคุกคามและดำเนินการยึดครองพื้นที่ต่อไป ข่าวกรองระบุว่ากัมพูชาได้มีการเสริมกำลังเข้ามาในพื้นที่ ทำให้ไทยยังคงต้องปฏิบัติการทางทหารอย่างต่อเนื่อง

ความพยายามในการส่งคนไทยในกัมพูชากลับประเทศ

น.อ.นรา กล่าวเพิ่มเติมว่า ฝ่ายไทยสามารถทำลายยานเกราะและรถถังของฝ่ายกัมพูชาได้ 9 คัน โดรน 68 ลำ แอนตี้โดรน 1 ระบบ เสาสื่อสาร 3 จุด เครื่องยิงจรวด BM-21 1 ระบบ และยืนยันว่าทหารกัมพูชาเสียชีวิตไม่น้อยกว่า 165 ราย

สถานการณ์ชายแดนยังคงต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด การประสานงานเพื่อส่งคนไทยในกัมพูชากลับประเทศเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และกองทัพไทยยังคงต้องปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ

การดำเนินการของกองทัพอากาศในการส่ง F-16 เข้าโจมตีถือเป็นการตอบโต้ที่เด็ดขาดต่อการรุกล้ำอธิปไตย และแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของกองทัพไทยในการปกป้องดินแดน

กต. ยังคงต้องทำงานอย่างหนักต่อไปในการเจรจาและประสานงานกับฝ่ายกัมพูชา เพื่อให้มั่นใจว่าส่งคนไทยในกัมพูชากลับได้อย่างปลอดภัยและรวดเร็ว

ที่มา – โฆษกกลาโหม เผย กต. ยังเร่งประสานส่งคนไทยในกัมพูชากลับ ด้าน ทอ. ส่ง F-16 ถล่มจุดบ้าน 3 หลัง

ศึกชิงจ่าฝูง! สก็อตติช แชมเปี้ยนชิพ ถ่ายทอดสด

การแข่งขัน สก็อตติช แชมเปี้ยนชิพ: อายร์ ยูไนเต็ด พบ เซนต์ จอห์นสโตน กำลังจะระเบิดศึก!

สถานที่: สนามซัมเมอร์เซ็ท พาร์ค, อายร์ วันที่: วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม คิกออฟ: 19:45 GMT

การถ่ายทอดสด: BBC Scotland, BBC iPlayer และออนไลน์

สุดสัปดาห์นี้ถือเป็นช่วงครึ่งทางของฤดูกาล สก็อตติช แชมเปี้ยนชิพ โดยทีมท็อปโฟร์ทั้งหมดจะดวลกัน แต่คำถามสำคัญคือ – เซนต์ จอห์นสโตน จะรักษาตำแหน่งจ่าฝูงไว้ได้หรือไม่?

ทีมจากเมืองเพิร์ธ ซึ่งตกชั้นมาจากพรีเมียร์ชิพลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เป็นทีมที่ทำผลงานได้ดีที่สุดตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาล แต่สิ่งที่เคยดูเหมือนจะเป็นการเดินหน้าอย่างราบรื่น ตอนนี้กลับไม่ใช่แบบนั้นอีกต่อไป

ปัจจุบัน เซนต์ จอห์นสโตน มีคะแนนเท่ากับ พาร์ทิค ทิสเซิล – แม้ว่าจะมีผลต่างประตูได้เสียที่ดีกว่าก็ตาม

แต่พวกเขาแพ้ให้กับทีมจากกลาสโกว์เมื่อสามสัปดาห์ก่อน และไม่สามารถเอาชนะได้เลยในการแข่งขันสามนัดหลังสุด

รวมถึงการตกรอบ สก็อตติช คัพ โดยทีมจากลีกวันอย่าง โคฟ เรนเจอร์ส ซึ่งผู้จัดการทีม ซิโม วาลาคาริ ยอมรับว่าพวกเขาจะต้องปรับเปลี่ยนสไตล์การเล่น

“เรามีวิธีการเล่นของเราเมื่อเริ่มต้นฤดูกาล และบางทีคู่ต่อสู้ของเราอาจจะไม่คุ้นเคยกับมัน” เขากล่าว

“ตอนนี้พวกเขาเริ่มเห็นแล้วว่าเราต้องการเล่นอย่างไร พวกเขาจะหยุดมันได้อย่างไร เราต้องพัฒนาสิ่งที่เราสามารถตอบโต้สิ่งที่คู่ต่อสู้กำลังทำ”

“พื้นฐานและรากฐานของวิธีการที่เราทำสิ่งต่างๆ อยู่ในระดับที่ดี ตอนนี้เราต้องการการปรับแต่งเล็กน้อย – เมื่อเราโจมตี เราจะรักษาสมดุลในเกมรับได้อย่างไร การบุกเข้ากรอบเขตโทษ เราจะหาบอลสุดท้ายได้อย่างไร”

“พื้นฐานมีอยู่ รากฐานมีอยู่ หลักการมีอยู่”

ศึกชิงจ่าฝูง! สก็อตติช แชมเปี้ยนชิพ ถ่ายทอดสด

คืนนี้ เซนต์ จอห์นสโตน จะพบกับ อายร์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับสี่ ที่สนามซัมเมอร์เซ็ท พาร์ค ปัจจุบันตามหลังจ่าฝูงอยู่ 11 แต้ม ทีมของ สก็อตต์ บราวน์ ต้องการชัยชนะอย่างแน่นอน หากพวกเขาต้องการรักษาความหวังในการลุ้นแชมป์ไว้

ในขณะที่เกมกลางสัปดาห์ KDM Evolution ของ เซนต์ จอห์นสโตน กับ ฮาร์ทส์ บี ถูกเลื่อนออกไปเนื่องจากลมแรงในเอดินบะระ แต่เกมของ อายร์ กับ ปีเตอร์เฮด ยังคงดำเนินต่อไป โดยทีม “The Honest Men” ชนะ 2-1

ข่าวดีสำหรับ อายร์ คือประตูแรกของฤดูกาลสำหรับกองหน้า อันตอน ดาวด์ส ซึ่งพลาดการลงสนามไปหนึ่งปีหลังจากได้รับบาดเจ็บ ACL นักเตะวัย 29 ปีเพิ่งกลับมาลงสนามในเดือนกันยายน

ก่อนที่จะได้รับบาดเจ็บเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ดาวด์ส เป็นหนึ่งในกองหน้าที่ร้อนแรงที่สุดใน สก็อตติช แชมเปี้ยนชิพ และบราวน์หวังว่าเขาจะกลับมาอยู่ในฟอร์มเดิมได้นับจากนี้ไปจนจบฤดูกาล

พาร์ทิค ทิสเซิล จับตาดูศึกชิงจ่าฝูง สก็อตติช แชมเปี้ยนชิพ

ทิสเซิลจะจับตาดูเหตุการณ์ในเย็นวันนี้ด้วยความสนใจ หากเซนต์ส์พลาดท่า พวกเขาก็จะมีโอกาสคว้าตำแหน่งจ่าฝูงในวันเสาร์

อย่างไรก็ตาม สิ่งนั้นจะไม่ง่ายสำหรับ “The Jags” เพราะพวกเขาจะต้องเดินทางขึ้นเหนือไปพบกับ อาร์โบรธ ทีมอันดับสาม

เกมคืนนี้เป็นการวัดศักยภาพที่แท้จริงของเซนต์ จอห์นสโตน ว่าพวกเขามีดีพอที่จะกลับคืนสู่พรีเมียร์ชิพลีกได้หรือไม่ การบุกไปเยือนอายร์ ยูไนเต็ดไม่ใช่เรื่องง่าย และหากพวกเขาสามารถเก็บชัยชนะได้ จะเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังคู่แข่งว่าพวกเขายังคงเป็นตัวเต็ง

ที่มา – Top-of-table Scottish Championship showdown starts live on BBC

ทำไม Dewsbury-Hall รุ่งกับเอฟเวอร์ตัน หลังลาเชลซี

Kiernan Dewsbury-Hall เปลี่ยนจากตัวสำรองที่ เชลซี มาเป็นกำลังหลักในการสร้างทีมใหม่ของ เอฟเวอร์ตัน

นักเตะวัย 27 ปีจะกลับไปเยือนสแตมฟอร์ด บริดจ์ กับ เอฟเวอร์ตัน ในวันเสาร์ โดยทีมของเขาอยู่ในช่วงชนะ 4 จาก 5 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีก ขณะที่อดีตสโมสรกำลังกดดันและไม่ชนะใครเลยใน 4 เกมหลังสุดในทุกรายการ

นับตั้งแต่ David Moyes เข้ามาคุมทีมที่เมอร์ซีย์ไซด์ในเดือนมกราคม ไม่มีทีมใดในพรีเมียร์ลีกที่ชนะเกมเยือนได้มากกว่า ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้เชื่อว่า เอฟเวอร์ตัน สามารถแซงหน้า เชลซี ที่อยู่ในอันดับ 5 ในการไล่ล่าโควต้าไปเล่นในยุโรปเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2018 ได้

Dewsbury-Hall จะสามารถแทรกเข้าไปติดทีมชาติอังกฤษชุดฟุตบอลโลกได้หรือไม่?

เมื่อฤดูกาลที่แล้ว Enzo Maresca ผู้จัดการทีม เชลซี ยอมรับว่า Dewsbury-Hall กำลังดิ้นรนในบทบาทที่ไม่สม่ำเสมอในลอนดอนตะวันตก แม้ว่าจะได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมภายใต้การนำของเขาในช่วงแคมเปญที่เลสเตอร์ ซิตี้ เลื่อนชั้นในแชมเปี้ยนชิพเมื่อปีก่อน

มันเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ Dewsbury-Hall เป็นตัวสำรองที่ไม่ได้ใช้งานกับท็อตแนมและ เบรนท์ฟอร์ด และไม่ได้อยู่ในทีมสำหรับการเดินทางไปเยือน เอฟเวอร์ตัน ด้วยซ้ำ

เขาถูกเก็บตัวไว้สำหรับการเดินทางไปอัสตานาในคาซัคสถานซึ่งใช้เวลาเดินทางไปกลับ 7,000 ไมล์ เพื่อเล่นในเกมรอบแบ่งกลุ่มคอนเฟอเรนซ์ลีกที่ไม่มีความหมายในอุณหภูมิ -10 องศาเซลเซียส

Dewsbury-Hall สลัดความผิดหวังใดๆ ทิ้งไปอย่างน่าประทับใจเพื่อลงเล่นในเกมที่ เชลซี ชนะในรอบชิงชนะเลิศคอนเฟอเรนซ์ลีกและสโมสรโลก ซึ่งเป็นรางวัลสำหรับความเป็นมืออาชีพของเขา แม้ว่าเขาจะรู้ว่าเขาอาจจะออกจากทีมในไม่ช้าหลังจากนั้น

บุคลิกนั้นเป็นส่วนหนึ่งของความคิดเห็นเชิงบวกที่ เอฟเวอร์ตัน และ Moyes ซึ่ง พยายามเซ็นสัญญากับเขาเพื่อไปร่วมทีมเวสต์แฮม เมื่อหลายเดือนก่อน ได้รับจากการปฏิบัติการสอดแนม ทำให้ Dewsbury-Hall กลายเป็นเป้าหมายหลักของพวกเขาในช่วงซัมเมอร์

Dewsbury-Hall ได้ออกสตาร์ทในพรีเมียร์ลีกทุกนัดในฤดูกาลนี้ ยกเว้นนัดเดียวเนื่องจากการถูกแบนจากการโดนใบเหลือง 5 ใบ

รอยขีดข่วนและสนุกเกอร์

“สำหรับการออกจากสโมสรเก่าของผม เชลซี มันต้องเป็นสิ่งที่พิเศษ โครงการที่ผมเชื่อมั่นอย่างแท้จริง” Dewsbury-Hall กล่าวหลังจากเข้าร่วมทีม เอฟเวอร์ตัน

กองกลางรายนี้มีผู้สนใจรายอื่นและเปิดใจที่จะอยู่กับ เชลซี แต่รู้สึกว่าโอกาสที่จะได้เล่นให้กับ เอฟเวอร์ตัน ภายใต้การบริหารของเจ้าของทีมชาวอเมริกันรายใหม่ที่สนาม Hill Dickinson Stadium แห่งใหม่นั้นดีเกินกว่าจะปฏิเสธได้

ทอฟฟี่สีน้ำเงินคว้าตัวเป้าหมายของพวกเขาด้วยค่าตัว เบื้องต้น 24 ล้านปอนด์ บวกกับส่วนเสริมอีก 3 ล้านปอนด์ ในสัญญา 5 ปีที่ตกลงกันในช่วงซัมเมอร์

หลังจากเกมปรีซีซั่นนัดแรกกับโรมา Dewsbury-Hall บอกกับ BBC Radio Merseyside ว่าเขามี “รอยขีดข่วน” และต้องการแสดงให้แฟนๆ ของเขาเห็นถึงความเต็มใจที่จะ “ต่อสู้”

มันช่วยได้ที่ Dewsbury-Hall เข้าถึงง่ายและมักจะเห็นเขาออกไปเล่นสนุกเกอร์ซึ่งเป็นกีฬาโปรดอันดับสองของเขาเพื่อผ่อนคลายใน ลิเวอร์พูล

เขายังชื่นชอบกีฬากอล์ฟและละครเพลงผ่านทางคู่หูของเขา กำลังเรียนหลักสูตรผู้อำนวยการกีฬาผ่านสมาคมนักฟุตบอลอาชีพ และเป็นหนึ่งในผู้ที่เต็มใจที่จะอาสาสมัครสำหรับโครงการการกุศลในชุมชนที่ เอฟเวอร์ตัน

เช่นเดียวกับที่ เชลซี และเลสเตอร์ Dewsbury-Hall กล่าวกันว่าเข้ากันได้ดีกับทุกคนในห้องแต่งตัว และบางคนก็เริ่มคาดการณ์ว่าเขาจะเป็นกัปตันทีมในอนาคต

เขาสร้างความสัมพันธ์เป็นพิเศษกับ Jack Grealish นักเตะที่ยืมตัวมาจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งเขารู้จักผ่านเพื่อนร่วมวงการฟุตบอล

Leon Osman อดีตกัปตันทีม เอฟเวอร์ตัน บอกกับ BBC Sport ว่า “ฟอร์มของเขาตอนนี้ยอดเยี่ยมมาก เขาถูกโยกย้ายไปทั่วแดนกลาง และไม่ว่าเขาจะเล่นตรงไหน ผลงานของเขาก็เหมือนเดิม

เขามีเท้าซ้ายอยู่ตรงกลางสนาม ซึ่งให้ความสมดุลอย่างมาก ระยะการจ่ายบอลของเขาดีมาก และวิสัยทัศน์ของเขายอดเยี่ยม แต่ผมคิดว่าสิ่งที่ทำให้เขาแตกต่างคือพลังงานและระยะทางที่เขาครอบคลุม”

ภายในสโมสร พวกเขากำลังเรียกกองกลางตัวรุกของพวกเขาอย่าง Dewsbury-Hall, Grealish และ Iliman Ndiaye ว่าเป็น “Holy Trinity” ชุดใหม่ ซึ่งเป็นชื่อเล่นที่เคยสงวนไว้สำหรับ Howard Kendall, Alan Ball และ Colin Harvey สามตำนานในยุค 1960 และ 70

ทำไมเชลซีถึงขาย Dewsbury-Hall

Dewsbury-Hall ส่วนใหญ่เล่นในตำแหน่งหมายเลข 10 ที่เขาถนัดที่ เอฟเวอร์ตัน แต่ก็เต็มใจที่จะเติมเต็มตำแหน่งที่ลึกกว่าเมื่อมีการบาดเจ็บหรือถูกแบน

อย่างไรก็ตาม ที่ เชลซี เขาแทบไม่มีโอกาสที่จะเข้ามาแทนที่ Cole Palmer กองหน้าระดับสตาร์ในตำแหน่งนั้นได้ ขณะที่ Enzo Fernandez ซึ่งเป็นสถิติการซื้อตัวนักเตะชาวอังกฤษด้วยค่าตัว 107 ล้านปอนด์ ก็ชอบที่จะเล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรุกเช่นกัน

ตั้งแต่นั้นมา João Pedro และ Estevao Willian ชาวบราซิลก็ย้ายมาร่วมทีม ซึ่งทั้งคู่สามารถเล่นในตำแหน่งเดียวกันได้

การแข่งขันในระดับนั้นทำให้ Dewsbury-Hall แทบไม่มีที่ว่างให้เติบโต และเขาได้ออกสตาร์ทในพรีเมียร์ลีกเพียงนัดเดียวเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ทำให้เขาถูกลดบทบาทลงไปอยู่ใน ‘ทีม B’ ซึ่งส่วนใหญ่จะลงเล่นในถ้วยต่างๆ และคอนเฟอเรนซ์ลีก

‘ผมสามารถเล่นให้ทีมชาติอังกฤษได้’

แทนที่จะได้ประเดิมสนามให้กับทีมชาติอังกฤษ สาธารณรัฐไอร์แลนด์ได้ติดต่อ Dewsbury-Hall เนื่องจากเชื้อสายของครอบครัวของเขา และ Seamus Coleman กัปตันทีม เอฟเวอร์ตัน ก็ได้ถามเขาเกี่ยวกับการเปลี่ยนไปเล่นให้กับทีมชาติไอร์แลนด์ด้วย

“ผมมองว่าตัวเองเป็นคนอังกฤษและมีความคิดว่าผมสามารถเล่นให้ทีมชาติอังกฤษได้” Dewsbury-Hall บอกกับช่องทางของสโมสร เอฟเวอร์ตัน “ผมไม่อยากชี้นำผู้คนเกี่ยวกับสิ่งที่ผมต้องการทำ เพราะผมเคารพชาวไอริชและแฟนๆ

ผมแค่อยากให้โอกาสตัวเองได้เล่นให้ทีมชาติอังกฤษ ซึ่งเป็นความฝันตลอดชีวิต ผมกำลังเล่นให้กับสโมสรใหญ่ที่กำลังเติบโต และผมยังเชื่อว่าผมทำได้”

ความเชื่อนั้นได้รับการสนับสนุนจากหลักฐาน Dewsbury-Hall เป็นผู้ทำประตูสูงสุดร่วมของ เอฟเวอร์ตัน ในพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ ร่วมกับ Ndiaye โดยทำไป 4 ประตู ซึ่งมากเท่ากับที่เขาทำได้จากการลงเล่น 62 นัดก่อนหน้านี้รวมกันให้กับเลสเตอร์ เชลซี และทอฟฟี่สีน้ำเงิน

การจ่ายบอลให้เพื่อนร่วมทีมทำประตู 2 ครั้งทำให้เขาขึ้นนำร่วมกับ Ndiaye และ Grealish ในด้านการมีส่วนร่วมในการทำประตู ขณะที่ Grealish เพียงคนเดียวเท่านั้นที่สร้างโอกาสได้มากกว่าและแย่งบอลกลับมาในพื้นที่สุดท้ายได้บ่อยกว่าสำหรับ เอฟเวอร์ตัน ในลีกฤดูกาลนี้

Dewsbury-Hall สร้างโอกาสได้มากกว่า แย่งบอลกลับมาได้มากกว่า และเข้าสกัดได้มากกว่าในลีกฤดูกาลนี้ มากกว่าผู้เล่นหมายเลข 10 ที่เพิ่งถูกใช้งานของอังกฤษ เช่น Morgan Rogers, Phil Foden, Jude Bellingham, Morgan Gibbs-White และ Palmer

Palmer และ Bellingham ต่างก็มีอาการบาดเจ็บ แต่มีเพียง Foden เท่านั้นที่ทำประตูได้มากกว่า (6 ประตู) และมีเพียง Rogers เท่านั้นที่จ่ายบอลให้เพื่อนร่วมทีมทำประตูได้มากกว่า (3 ครั้ง) มากกว่า Dewsbury-Hall

“ผลงานของเขาจะแจ้งเตือน Thomas Tuchel แล้ว” Osman กล่าวซึ่งลงเล่น 437 นัดในตำแหน่งกองกลางตัวกลางให้กับ เอฟเวอร์ตัน

“James Garner และ Grealish ก็พยายามที่จะเข้าไปติดทีมชาติอังกฤษเช่นกัน แต่ผลงานของ Dewsbury-Hall ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาอาจทำให้เขาเป็นผู้สมัครที่โดดเด่นที่สุด

เมื่อคุณกำลังพูดถึงการเข้าไปเล่นในทัวร์นาเมนต์ คุณมีผู้เล่นที่สามารถครอบคลุมสามหรือสี่บทบาทและโดดเด่นในทุกบทบาท”

รายงานเพิ่มเติมโดย Matthew Hobbs

โดยรวมแล้ว ทำไม Dewsbury-Hall รุ่งกับเอฟเวอร์ตัน หลังลาเชลซี ก็เพราะโอกาสที่ได้รับและการปรับตัวเข้ากับระบบของทีมได้เป็นอย่างดี ทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นคนสำคัญของเอฟเวอร์ตันอย่างรวดเร็ว

ทำไม Dewsbury-Hall รุ่งกับเอฟเวอร์ตัน หลังลาเชลซี เป็นคำถามที่แฟนบอลหลายคนสงสัย และบทความนี้ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนแล้ว

ทำไม Dewsbury-Hall รุ่งกับเอฟเวอร์ตัน หลังลาเชลซี

ทำไม Dewsbury-Hall รุ่งกับเอฟเวอร์ตัน หลังลาเชลซี แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการได้รับโอกาสที่เหมาะสมและสไตล์การเล่นที่เข้ากับผู้เล่น

ที่มา – Why Dewsbury-Hall is thriving at Everton after Chelsea exit

“กัณวีร์” ลาออก เปิดตัวพรรคพลวัต พร้อมเป็นรัฐบาล

“กัณวีร์ สืบแสง” ยื่นใบลาออกจากสมาชิกพรรคเป็นธรรม เตรียมเปิดตัวพรรคพลวัต นั่งแคนดิเดตนายก ยันพร้อมเป็นรัฐบาลเท่านั้น ไม่ว่าใครเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล

วันที่ 12 ธ.ค. 2568 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายกัณวีร์ สืบแสง สมาชิกพรรคเป็นธรรม เดินทางไปยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเป็นธรรม ต่อกกต. พร้อมให้สัมภาษณ์ว่า ตนมาลาออกในวันนี้เพราะเลือกที่จะไปอยู่พรรคการเมืองใหม่ และจะไปยื่นเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใหม่ ชื่อว่า พรรคพลวัต โดยเป็นการรวมตัวกันของกลุ่มคนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน เป็นนักปฏิบัติ มีตนนั่งเป็นหัวหน้าพรรคเองและมีเพื่อนๆ มาร่วมกัน ตอนนี้ได้มีการจดทะเบียนพรรคการเมืองเรียบร้อยแล้วที่จังหวัดสุพรรณบุรีพร้อมที่จะส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง สส. ใน 300 เขต ซึ่งจะมีการเปิดตัวพรรคอย่างเป็นทางการในวันที่ 15 ธ.ค.นี้ ณ ที่ทำการพรรคจังหวัดสุพรรณบุรี หลังจากนั้นจะมีการเปิดตัวที่กรุงเทพมหานครอีกครั้งหนึ่ง

นายกัณวีร์ กล่าวว่า ที่ทำให้ตนตัดสินใจลาออกจากพรรคเป็นธรรม แล้วมาตั้งพรรคการเมืองใหม่ โดยไม่ร่วมกับพรรคการเมืองใดทั้งสิ้น เพราะ 2 ปีเศษที่ผ่านมาไม่เห็นว่าพรรคการเมืองใดตอบโจทย์ของตนได้ อุดมการณ์ที่ตนมีหรือผู้ปฏิบัติงานในเวทีระหว่างประเทศ ก็ไม่เห็นว่าพรรคการเมืองไหนจะสามารถทำตรงนี้ได้ จึงมาตั้งพรรคการเมืองเล็กๆ พรรคหนึ่งและมั่นใจว่าจะสู้ได้ มั่นใจว่า พี่น้องประชาชนจะมองเห็น โดยจะมีอดีต สส. ชุดที่ 26 มาร่วมด้วย ซึ่งเป็นคนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน ทำงานและเป็นนักปฏิบัติจริงๆ เราจะไม่เอา สส. ที่แตกต่าง หรือไม่เคยปฏิบัติงาน มาร่วมกับพรรค และตนจะนั่งเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีด้วย

“กัณวีร์” ลาออกพรรคเป็นธรรม จ่อเปิดตัวพรรคพลวัต พร้อมเป็นรัฐบาลเท่านั้น

“ยืนยันว่า พรรคพลวัตไม่ใช่พรรคทางเลือก แต่เราจะเป็นพรรคทางรอดของประเทศ นำพาประเทศไทยไปสู่จุดมุ่งหมาย ที่คนไทยทั่วประเทศได้ให้ความสำคัญเอาไว้ พรรคของเราชัดเจนว่าจะเดินหน้าไปสู่การเป็นฝ่ายบริหาร ธงของเราคือการต้องร่วมกับฝ่ายบริหาร เพราะพี่น้องประชาชนรออยู่ การเป็นฝ่ายค้านอย่างเดียวไม่เพียงพอจริงๆ ความคาดหวังของเราคือการร่วมรัฐบาล ทั้งนี้จุดที่จะใช้ในการตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลก็คงต้องดูผลของการเลือกตั้งด้วย ถึงเราจะเป็นพรรคเล็ก แต่เราก็มั่นใจ เดี๋ยววันที่เปิดตัวพรรคและเปิดตัวผู้ร่วมอุดมการณ์ของพรรค จะเห็นว่าเค้าทำงานอะไรได้บ้างและประสบความสำเร็จอะไรมาบ้าง” นายกัณวีร์ ระบุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศที่สำนักงาน กกต.ตลอดทั้งวันมีสมาชิกพรรคการเมืองต่างๆ ทยอยเดินทางมายื่นหนังสือลาออกจากพรรคต้นสังกัดเพื่อไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใหม่เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น เช่น นายโกศล ปัทมะ ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย โดยจะไปสมัครเป็นสมาชิกที่พรรคภูมิใจไทย.

อนาคตของพรรคพลวัต และการเป็นรัฐบาลของ “กัณวีร์”

การลาออกจากพรรคเป็นธรรมของนายกัณวีร์และการเตรียมเปิดตัวพรรคพลวัต สร้างความสนใจอย่างมากในแวดวงการเมือง พรรคพลวัตภายใต้การนำของนายกัณวีร์ วางเป้าหมายที่จะเป็น “ทางรอด” ของประเทศ และมุ่งมั่นที่จะเข้าร่วมรัฐบาลเพื่อผลักดันนโยบายต่างๆ ให้เป็นจริง

ความชัดเจนในจุดยืนที่จะเป็นรัฐบาลเท่านั้น แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศอย่างจริงจัง การตัดสินใจครั้งนี้ของนายกัณวีร์และทีมงานจะเป็นอย่างไรต่อไป คงต้องติดตามดูกันต่อไปในการเลือกตั้งครั้งหน้า

การลาออกของนายกัณวีร์ สืบแสง และการเปิดตัวพรรคพลวัต สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงและการปรับตัวของนักการเมืองในยุคปัจจุบัน การที่นายกัณวีร์เน้นย้ำถึงความพร้อมที่จะเป็นรัฐบาลเท่านั้น บ่งบอกถึงความมุ่งมั่นในการที่จะนำพาประเทศไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น

“กัณวีร์” ลาออกพรรคเป็นธรรม จ่อเปิดตัวพรรคพลวัต พร้อมเป็นรัฐบาลเท่านั้น ถือเป็นข่าวใหญ่ที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในแวดวงการเมืองไทย อนาคตของพรรคพลวัต และบทบาทของนายกัณวีร์ในการเมืองไทยจะเป็นอย่างไรต่อไป จะเป็นสิ่งที่น่าติดตามอย่างใกล้ชิด

สถานการณ์การเมืองไทยยังคงมีความผันผวน การเกิดขึ้นของพรรคการเมืองใหม่ๆ สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของประชาชนที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงและความหวังใหม่ๆ ในอนาคต การเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่าพรรคการเมืองใดจะสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง

สำหรับผู้ที่สนใจติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของพรรคพลวัต สามารถติดตามได้จากช่องทางต่างๆ ของพรรค และร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับประเทศไทย

ดังนั้น การตัดสินใจของ “กัณวีร์” ที่จะลาออกจากพรรคเดิมและเปิดตัวพรรคใหม่ที่มีเป้าหมายชัดเจนที่จะเป็นรัฐบาลเท่านั้น ถือเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจและอาจมีผลต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองของไทยในอนาคตอันใกล้นี้

ที่มา – “กัณวีร์” ลาออกพรรคเป็นธรรม จ่อเปิดตัวพรรคพลวัต พร้อมเป็นรัฐบาลเท่านั้น

อภิสิทธิ์ ดักทางรัฐบาลรักษาการ ต้องยึดกฎหมาย

“อภิสิทธิ์” ลั่น พรรคประชาธิปัตย์พร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง เสียดายชิงยุบสภาก่อนแก้ปัญหาชายแดน-น้ำท่วม ดักทางรัฐบาลรักษาการลากยาวเลือกตั้งต้องยึดกฎหมาย สับสนฝ่ายอยากแก้ รธน. กลับเลือกทางจบแบบนี้

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 12 ธ.ค. 2568 ที่พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความพร้อมในการเลือกตั้ง หลังรัฐบาลประกาศยุบสภา ว่า พรรคมีความพร้อม ไม่มีปัญหา เราเป็นพรรคการเมืองในระบบรัฐสภา การเลือกตั้งเกิดขึ้นได้เสมออยู่แล้ว ตนกำชับผู้บริหารทุกคนตั้งแต่ต้นว่า เราทำงานแข่งขันกับเวลา แต่ยอมรับว่ามีข้อจำกัดหลายเรื่อง แต่ก็มั่นใจ เราเร่งทำทั้งนโยบายที่ตอบโจทย์ประเทศ และการคัดผู้สมัครก็เร่งรัดทำตามขั้นตอนและเจตนารมณ์ของกฎหมายอย่างครบถ้วน ซึ่งมีคนรุ่นใหม่ที่สนใจเข้ามาทำการเมืองแบบสุจริตจำนวนมาก จึงต้องกลั่นกรองและคัดเลือกให้เหมาะสมที่สุด ส่วนจะสามารถเปิดตัวผู้สมัครได้เมื่อไหร่นั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เราทำตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด คือ ต้องเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากสาขา และตัวแทนจังหวัด ตามกฎหมายบังคับ ซึ่งจะเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และหลังจากได้รับฟังความคิดเห็นมาแล้วคณะกรรมการสรรหาก็จะเร่งประชุมเพื่อเสนอคณะกรรมการบริหาร(กก.บห.)พรรคอนุมัติ ส่วนจะส่งตัวผู้สมัครครบทั้ง 400 เขตหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่ทราบ แม้ว่าจะมีผู้ยื่นความจำนงมาแล้ว จะต้องคัดกรองอีกครั้งหนึ่ง

เสียดายชิงยุบสภาก่อนแก้ปัญหาชายแดน-น้ำท่วม

“อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พรรคห่วงใย ซึ่งได้ออกแถลงการณ์ไปตั้งแต่เมื่อคืน ที่ต้องยอมรับว่า ปัญหาของประเทศในขณะนี้ มีทั้งการสู้รบตามแนวชายแดน และการฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วม หากการเมืองมีเอกภาพ มีพลังและมีอำนาจเต็ม จะสามารถผ่านสถานการณ์เหล่านี้ไปได้ด้วยดี ซึ่งยอมรับว่า รู้สึกเสียดาย ในการชิงไหวชิงพริบทางการเมือง ที่ทำให้เกิดการชะงักงัน ทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญและร่างกฎหมายที่ค้างในสภา ต้องตกไปทั้งหมดเมื่อยุบสภา สิ่งที่ตนอยากจะเรียกร้องถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ต้องมุ่งมั่นในการดำเนินภารกิจทั้ง 2 เรื่องให้เสร็จสิ้นด้วยดี แม้ว่าจะมีการเลือกตั้ง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า แม้กระทั่งรัฐบาลหรือตัวนายกรัฐมนตรี ต้องมาใช้เวลากับการรณรงค์หาเสียง การที่รัฐบาลไม่มีอำนาจเต็ม และต้องรักษาการจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่เข้ามา การตัดสินใจในนโยบายใหม่ๆ ก็คงทำไม่ได้ และอาจจะมีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ เพราะเมื่อเข้าสู่การเลือกตั้ง จะมีเรื่องของ กกต. มาเกี่ยวด้วย ถ้าเริ่มต้นวันนี้นายกรัฐมนตรีกับรัฐบาล จะดูแลภารกิจเหล่านี้ว่าจะไม่กระทบ หรือได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ส่วนเรื่องการเลือกตั้งก็ว่าไปตามกระบวนการของพรรคการเมือง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ดักทางรัฐบาลรักษาการลากยาวเลือกตั้งต้องยึดกฎหมาย

เมื่อถามว่า คิดว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ ที่รัฐบาลจะอาศัยช่วงนี้เป็นรัฐบาลรักษาการยาว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จะไปลากยาวด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่ได้ ยกเว้นเท่าที่กฎหมายให้อำนาจไว้ อย่างกรณีที่ก่อนหน้านี้ที่มีการเลื่อนเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดศรีสะเกษ ก็เป็นไปตามกฎหมาย คือ กกต. เห็นแล้วว่าการจะเลือกตั้งในพื้นที่เหล่านั้น มันไม่สามารถจัดได้ เพราะต้องทำให้เกิดความมั่นใจว่าประชาชนมีส่วนร่วมด้วย เป็นอำนาจของ กกต. ที่จะเลื่อนการเลือกตั้ง แต่การเลือกตั้งทั่วไป ยังมองไม่เห็นว่ากฎหมายจะอนุญาตอย่างไร ส่วนที่เคยมีคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งทั่วไปต้องเลือกตั้งพร้อมกันทั่วประเทศ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนเข้าใจว่า มีบทบัญญัติที่พยายามมาปรับ เพื่อแก้สถานการณ์ตรงนั้นอยู่ว่าในกรณีบางพื้นที่ ส่วนวิธีการจะเป็นอย่างไรก็คงเป็นหน้าที่และอำนาจของ กกต. ที่จะวินิจฉัย

อภิสิทธิ์ชี้ รัฐบาลรักษาการต้องยึดกฎหมาย

นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความเป็นไปได้ที่รัฐบาลรักษาการจะอยู่ในตำแหน่งยาวนาน โดยย้ำว่าการดำเนินการใด ๆ ต้องเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย

สับสน ฝ่ายอยากแก้ รธน. กลับเลือกทางจบแบบนี้

เมื่อถามว่าการชิงยุบสภากะทันหันมองว่าพรรคภูมิใจไทยเอาเปรียบเพื่อนหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนก็ไม่อยากถกเถียงว่า ใครเป็นคนผิดข้อตกลง แต่น่าเสียดายตามที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ออกแถลงการณ์ไปว่า ถ้าพรรคการเมืองจะพยายามหาทางออกร่วมกันผลักดันสิ่งที่เป็นเป้าหมายร่วมกันสักนิดก็จะหลีกเลี่ยงที่จะทำให้บางปัญหาที่เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศต้องได้รับผลกระทบไปด้วย ความได้เปรียบเสียเปรียบ มีอยู่แล้วตามเงื่อนไข เราให้ความเป็นธรรมกับนายกฯ เพราะนายกฯพูดมาตลอดว่าถ้าขยับอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อไหร่ เขาก็จะยุบสภา เพียงแต่ว่า ก่อนหน้านี้พรรคประชาชนก็ไม่ได้บอกว่า จะอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะเคยถูกสอบถามก็บอกว่ารัฐบาลยังไม่มีความผิดร้ายแรง แต่พอมีปัญหาเรื่องตกลงกันไม่ได้ เรื่องสาระของรัฐธรรมนูญเลยทำให้เป็นเหตุขึ้นมา ในใจผมก็นึกว่าถ้าเราเอาเรื่องที่เป็นปัญหาใหญ่มาเป็นตัวตั้งของประเทศแล้วคุยกันเสีย เผื่อหาทางออกได้มันก็น่าจะดีกว่านี้ แต่เมื่อถึงจุดนี้ก็ต้องเดินไปตามกระบวนการ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

เมื่อถามว่าเสียดายหรือไม่ที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นๆ ที่ค้างอยู่ในสภาฯ ไม่สามารถออกมาได้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ทำให้ตนมีความรู้สึกสับสนนิดหน่อยว่าฝ่ายที่ต้องการผลักดันแก้ไขเพิ่มเติม หรือจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อยู่ดีๆ ก็เลือกเส้นทางทำให้มันจบลง แม้ว่าจะมีการเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้ทำประชามติ แต่จริงๆ แล้วตรงนี้ไม่ได้ช่วยให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญง่ายขึ้น เพราะจริงๆ แล้วก่อนหน้านี้คำถามที่ไปถามประชาชนจะไปถามพร้อมกับตัวร่างรัฐธรรมนูญที่เปิดโอกาสให้จัดทำใหม่ แม้มีการทำประชามติไปพร้อมกับการเลือกตั้งแล้วผ่าน ก็ยังต้องไปทำประชามติอีกรอบอยู่ดีในวันที่ไปแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 256 จริงๆ แล้วก็แปลกใจอยู่ว่าแทนที่จะพยายามหาทางออกก็ไปเลือกเส้นทางที่เหมือนกับมาตั้งต้นกันใหม่

สรุปแล้ว นายอภิสิทธิ์ได้กล่าวถึงความพร้อมของพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งที่จะมาถึง พร้อมทั้งแสดงความเสียดายต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนการยุบสภา และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการยึดหลักกฎหมายในการดำเนินการของรัฐบาลรักษาการ การดักทางรัฐบาลรักษาการลากยาวเป็นสิ่งที่สำคัญ และต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป

ที่มา – “อภิสิทธิ์” ดักทางรัฐบาลรักษาการลากยาวต้องยึดกฎหมาย ปชป. พร้อมเลือกตั้ง

ลดอุบัติเหตุปี 69 คุมเข้ม 7 วันอันตรายปีใหม่

“พิพัฒน์” ประชุมคณะกรรมการ นปถ. ขับเคลื่อนแผนลดอุบัติเหตุปี 69 ด้าน มท.3 ย้ำผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด รณรงค์ใช้รถใช้ถนนปลอดภัย 7 วันอันตรายปีใหม่ 30 ธ.ค. 68 – 5 ม.ค. 69 เข้มดื่มไม่ขับ-สวมหมวกนิรภัย

เวลา 10.00 น. วันที่ 12 ธันวาคม 2568 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติ (นปถ.) ครั้งที่ 2/2568 โดยมี นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วยผู้บริหารกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) คณะกรรมการ นปถ. และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาและเห็นชอบแผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลและช่วงวันหยุด พ.ศ. 2569 โดยกำหนดแนวทางดำเนินการในช่วงปีใหม่ วันที่ 30 ธันวาคม 2568 – 5 มกราคม 2569 และเทศกาลสงกรานต์ วันที่ 10-16 เมษายน 2569 โดยมีมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน 5 มาตรการ ได้แก่ 1. ด้านบริหารจัดการ 2. ด้านการลดปัจจัยเสี่ยงด้านถนนและสภาพแวดล้อม 3. ด้านการลดปัจจัยเสี่ยงด้านยานพาหนะ 4. ด้านผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย และ 5. ด้านการช่วยเหลือหลังเกิดอุบัติเหตุ

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบการขับเคลื่อน “ปฏิญญามาร์ราเกซ” (Marrakech Declaration) เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ และมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในฐานะสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ประสานดำเนินงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงคมนาคม กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการคลัง เพื่อนำปฏิญญาดังกล่าวไปเป็นแนวทางดำเนินการร่วมกัน เพื่อบรรลุตามที่ประเทศไทยได้ตั้งเป้าหมายไว้

นอกจากนี้ นายศักดิ์ดา ยังได้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ได้รณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ “วันที่ 21 มกราคม วันปลอดภัยของผู้ใช้ถนน” ในทุกช่องทางการสื่อสาร เพื่อสร้างความตระหนักถึงความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ในห้วง 7 วันอันตรายช่วงเทศกาลวันปีใหม่ 2569 นี้ ขอให้ทุกจังหวัดกำชับกวดขันผู้ใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ ให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เข้มงวดดื่มไม่ขับ โดยให้ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ช่วยกันสร้างความรับรู้และตระหนัก ในเรื่องดื่มไม่ขับ เพื่อช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุได้.

ลดอุบัติเหตุปี 69 กำชับ 7 วันอันตรายปีใหม่ เข้มดื่มไม่ขับ-สวมหมวกนิรภัย

เทศกาลปีใหม่ใกล้เข้ามาแล้ว หลายคนคงกำลังวางแผนเดินทางกลับบ้านหรือท่องเที่ยวพักผ่อน แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือความปลอดภัยในการเดินทาง รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างเร่งออกมาตรการเพื่อ ลดอุบัติเหตุปี 69 ในช่วง 7 วันอันตรายปีใหม่ โดยเน้นย้ำเรื่องการดื่มไม่ขับและการสวมหมวกนิรภัย

จากข่าวการประชุมคณะกรรมการนโยบายการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติ (นปถ.) ที่ผ่านมา มีการพิจารณาแผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุปี 69 ทั้งช่วงเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์ โดยมีมาตรการครอบคลุมในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการ การปรับปรุงถนนและสภาพแวดล้อม การตรวจสอบยานพาหนะ การรณรงค์ให้ผู้ใช้รถใช้ถนนปฏิบัติตามกฎจราจร และการช่วยเหลือหลังเกิดอุบัติเหตุ

มาตรการสำคัญเพื่อ ลดอุบัติเหตุปี 69

หนึ่งในมาตรการที่ถูกเน้นย้ำเป็นพิเศษคือการควบคุมพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ขับขี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดื่มแล้วขับ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน นอกจากนี้ การสวมหมวกนิรภัยขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะสามารถช่วยลดความรุนแรงของการบาดเจ็บหากเกิดอุบัติเหตุได้

  • ดื่มไม่ขับ: หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนและขณะขับรถ หากจำเป็นต้องดื่ม ควรให้เพื่อนหรือคนในครอบครัวที่ไม่ดื่มเป็นคนขับ หรือใช้บริการขนส่งสาธารณะ
  • สวมหมวกนิรภัย: ผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถจักรยานยนต์ทุกคนต้องสวมหมวกนิรภัยที่ได้มาตรฐาน เพื่อป้องกันศีรษะจากการบาดเจ็บ
  • ตรวจสอบสภาพรถ: ตรวจสอบสภาพรถให้พร้อมใช้งานก่อนออกเดินทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบเบรก ยาง และไฟส่องสว่าง
  • พักผ่อนให้เพียงพอ: หากต้องขับรถระยะทางไกล ควรพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อป้องกันอาการง่วงซึมและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ
  • ขับรถด้วยความระมัดระวัง: ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ไม่ขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และรักษาระยะห่างจากรถคันหน้า

การ ลดอุบัติเหตุปี 69 ไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นความรับผิดชอบของทุกคนที่ใช้รถใช้ถนน การปฏิบัติตามกฎจราจรและการมีวินัยในการขับขี่ จะช่วยให้เราทุกคนเดินทางได้อย่างปลอดภัยในช่วงเทศกาลปีใหม่

เทศกาลปีใหม่เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและการเฉลิมฉลอง แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในการเดินทาง เพื่อให้ทุกท่านได้กลับบ้านอย่างปลอดภัยและมีความสุขกับการเริ่มต้นปีใหม่

ที่มา – ลดอุบัติเหตุปี 69 กำชับ 7 วันอันตรายปีใหม่ เข้มดื่มไม่ขับ-สวมหมวกนิรภัย

ลูกยิงสุดสวยของบรอนซ์ ติดประตูยอดเยี่ยม UWCL

ลูกยิงสุดสวยของบรอนซ์ ติดประตูยอดเยี่ยม UWCL

ประตูสุดสวยจากการยิงของ ลูซี่ บรอนซ์, ลินดา ไกเซโด้ และ เมลชี่ ดูมอร์เนย์ ติดอันดับประตูยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์ของศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกหญิง

ลูกยิงสุดสวยของบรอนซ์ ติดประตูยอดเยี่ยม UWCL แสดงให้เห็นถึงความสามารถเฉพาะตัวและทักษะที่ยอดเยี่ยมของนักฟุตบอลหญิงเหล่านี้ แต่ละประตูมีความโดดเด่นและแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการทำประตูของทีม

ลองมาดูรายละเอียดของแต่ละประตูกัน:

ลูกยิงของลูซี่ บรอนซ์

ลูซี่ บรอนซ์ แบ็กขวาทีมชาติอังกฤษของบาร์เซโลน่า โชว์ทักษะชั้นยอดด้วยการชิพบอลข้ามตัวผู้รักษาประตูเข้าไปอย่างสวยงาม ลูกยิงนี้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และความแม่นยำในการยิงประตูของเธอ ทำให้ ลูกยิงสุดสวยของบรอนซ์ ติดประตูยอดเยี่ยม UWCLอย่างไม่ต้องสงสัย

ลูกยิงของลินดา ไกเซโด้

ลินดา ไกเซโด้ กองหน้าดาวรุ่งของเรอัล มาดริด สร้างความฮือฮาด้วยการเลี้ยงบอลหลบผู้เล่นหลายคน ก่อนที่จะซัดด้วยขวาบอลพุ่งเสียบเสาเข้าไปอย่างสวยงาม ลูกยิงนี้แสดงให้เห็นถึงความเร็ว ความคล่องแคล่ว และทักษะการทำประตูที่ยอดเยี่ยมของเธอ

ลูกยิงของเมลชี่ ดูมอร์เนย์

เมลชี่ ดูมอร์เนย์ กองหน้าของโอลิมปิก ลียง ทำประตูได้อย่างเฉียบคมด้วยการยิงลูกเรียดผ่านมือผู้รักษาประตูเข้าไปอย่างเด็ดขาด ลูกยิงนี้แสดงให้เห็นถึงความเฉียบคมในการจบสกอร์และความใจเย็นในการทำประตูของเธอ

การที่ ลูกยิงสุดสวยของบรอนซ์ ติดประตูยอดเยี่ยม UWCL ร่วมกับประตูอื่นๆ แสดงให้เห็นถึงมาตรฐานที่สูงขึ้นของฟุตบอลหญิงในปัจจุบัน นักเตะแต่ละคนมีความสามารถและความมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกมการแข่งขันมีความสนุกและน่าติดตามมากยิ่งขึ้น

ประตูเหล่านี้ไม่เพียงแต่สวยงาม แต่ยังมีความสำคัญต่อทีมในการเพิ่มโอกาสในการชนะการแข่งขัน การมีนักเตะที่มีความสามารถในการทำประตูที่หลากหลายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทีมที่ต้องการประสบความสำเร็จในระดับสูง

  • ประตูเหล่านี้เป็นแรงบันดาลใจให้กับนักฟุตบอลหญิงรุ่นใหม่
  • แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของฟุตบอลหญิง
  • สร้างความตื่นเต้นและสนุกสนานให้กับแฟนบอล

โดยรวมแล้ว ประตูเหล่านี้เป็นไฮไลท์สำคัญของสัปดาห์ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกหญิง และแสดงให้เห็นถึงความสวยงามและความน่าตื่นเต้นของเกมกีฬาชนิดนี้ หากคุณเป็นแฟนฟุตบอล อย่าพลาดชมประตูเหล่านี้และติดตามข่าวสารเกี่ยวกับฟุตบอลหญิงอย่างต่อเนื่อง

ที่มา – Bronze’s ‘beautiful’ chip features in UWCL goals of the week

ศศิธร ประชุมรัฐมนตรีอาเซียน**ขจัดความยากจน**

“รมช.มหาดไทย ศศิธร” เป็นประธานประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านพัฒนาชนบทและ**ขจัดความยากจน** ครั้งที่ 14 (AMRDPE) ย้ำความร่วมมืออาเซียนผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในภูมิภาคอย่างมั่นคงและยั่งยืน

วันที่ 12 ธ.ค. 2568 เวลา 09.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการพัฒนาชนบทและ**ขจัดความยากจน** ครั้งที่ 14 (14th AMRDPE) ณ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ

น.ส.ศศิธร กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาของการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการพัฒนาชนบทและ**ขจัดความยากจน** ครั้งที่ 14 (14th AMRDPE) และการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านการพัฒนาชนบทและขจัดความยากจน ครั้งที่ 22 (22nd SOMRDPE) ทำให้ประเทศไทยซึ่งมีกระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าภาพการจัดประชุม ได้รับแรงบันดาลใจอย่างยิ่งจากความทุ่มเทและเป้าหมายร่วมกันที่ผู้แทนทุกประเทศสมาชิกได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็นและประสบการณ์ของทุกท่าน อันสะท้อนว่า “เมื่ออาเซียนยืนหยัดเคียงข้างกัน พลังอันยิ่งใหญ่ของเราจะสามารถยกระดับชุมชนชนบท และเปิดเส้นทางแห่งโอกาสใหม่ให้กับประชาชนหลายล้านคนได้อย่างแท้จริง”

“ข้อเสนอแนะที่ได้ร่วมกันพิจารณาในวันนี้จะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนกรอบแผนปฏิบัติการของอาเซียนสู่ความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรมและยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ทั้งยังเป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของพวกเราในการสร้างภูมิภาคที่มีความเข้มแข็ง มั่งคั่ง และยั่งยืน ที่ซึ่งทุกคนโดยเฉพาะพี่น้องในชนบท สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรีและความหวัง” โดยในนามของรัฐบาลไทย ขอแสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้งต่อรัฐมนตรี เจ้าหน้าที่อาวุโส สมาชิกสำนักเลขาธิการอาเซียน และทุกฝ่าย ที่มีส่วนร่วมให้การประชุมครั้งนี้ประสบความสำเร็จ และจะได้รายงานผลการประชุมพร้อมความคืบหน้าและความสำเร็จที่เราร่วมกันสร้างสรรค์ ให้ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีประเทศไทยได้รับทราบต่อไป”

น.ส.ศศิธร กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้เรายังคงไว้ซึ่งจิตวิญญาณแห่งความร่วมมือที่ได้แสดงออก ณ ที่นี้ และร่วมกันผลักดันให้แนวคิดต่าง ๆ แปรเปลี่ยนเป็นการปฏิบัติจริง เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนได้ขยายโอกาส และทำให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีผู้ใดในอาเซียนถูกทอดทิ้งไว้เบื้องหลัง ด้วยพลังร่วมกันของเรา เราจะสามารถสร้างอนาคตที่ประชาชนในชนบทของอาเซียนไม่เพียงได้รับการดูแล แต่ยังได้รับการเสริมพลังให้ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงร่วมกันตลอดไป

การประชุมในครั้งนี้มีหัวหน้าผู้แทน (Head of Delegate) ระดับรัฐมนตรี (AMRDPE) จากประเทศสมาชิกอาเซียน ประกอบด้วย นายอาหมัด ซาฮิด บิน ฮามิดี (H.E. Ahmad Zahid bin Hamidi) รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาชนบทและภูมิภาค ประเทศมาเลเซีย นายนัซมี บิน ฮาจี โมฮามัด (H.E. Nazmi bin Haji Mohamad) รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม เยาวชน และกีฬา ประเทศบรูไน นายโลเป บี ซานโตส ที่สาม (H.E. Lope B. Santos III) เลขาธิการคณะกรรมาธิการต่อต้านความยากจนแห่งชาติ ประเทศฟิลิปปินส์ นายมาซากอส ซุลกิฟิ (H.E. Masagos Zulkifli) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและครอบครัว ประเทศสิงคโปร์ นายจันทเนตร บูรพา (H.E. Chanthanet BOULAPHA) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสิ่งแวดล้อม ประเทศ สปป.ลาว นายไท้ก โซ (H.E. Thaik Soe) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสหกรณ์และการพัฒนาชนบท ประเทศเมียนมา ดร.ฟลาวิโอ บรันเดา (H.E. Dr. FLAVIO BRANDAO) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประเทศติมอร์เลสเต นายหวอ วัน หุ่ง (H.E. Vo Van Hung) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและการพัฒนาชนบท ประเทศเวียดนาม ดร.ฟาฮัด ฆอลิบ อัตตะมีมี (H.E. Dr. Fahad Ghalib Attamimi) ที่ปรึกษาพิเศษของรัฐมนตรี ด้านความร่วมมือต่างประเทศ การลงทุน และการพัฒนาเศรษฐกิจ ประเทศอินโดนีเซีย นายซาน ลวิน (Mr. San Lwin) รองเลขาธิการอาเซียน ด้านประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน และนายเพ็ญ พิชสาลี (H.E. Pen Pichsaly) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพัฒนาชนบท ประเทศกัมพูชา บางส่วนซึ่งประชุมผ่านระบบออนไลน์

นอกจากนี้ มีเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายข้าราชการประจำระดับสูงจากประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าร่วมประชุม ได้แก่ นายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (ผู้แทนปลัดกระทรวงมหาดไทย) นางนอร์ อาชิกิน โจฮารี ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เยาวชน และกีฬา ประเทศบรูไน นายบีโต้ วิกานโตซา ที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญระดับรัฐมนตรีและการปฏิรูประบบราชการ ประเทศอินโดนีเซีย ดร.วงสะหวัน วงไกสอน รองอธิบดีกรมพัฒนาชนบทและลดความยากจน ประเทศ สปป.ลาว นายแคร์ รัซมาน อันนูอาร์ ปลัดกระทรวงการพัฒนาชนบทและภูมิภาค ประเทศมาเลเซีย นายเต็ง ลวิน อธิบดีกรมการพัฒนาชนบท ประเทศเมียนมา น.ส.แมรี่ โรส ซี. วิลลาฟลอร์ ผู้กำกับดูแลและรองผู้อำนวยการใหญ่ คณะกรรมาธิการแห่งชาติว่าด้วยการต่อต้านความยากจน ประเทศฟิลิปปินส์ นางสาวซารา อับดุลละห์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการอาวุโส/ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ประเทศสิงคโปร์ นายฟีลีเป การ์โดซู วีเอยรา อธิบดีกรมการพัฒนาชนบท ประเทศติมอร์เลสเต นายดิ่ง ฝ่าม เหียน เจ้าหน้าที่อาวุโสกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงเกษตรและสิ่งแวดล้อม ประเทศเวียดนาม นางสาวโรโดร่า บาบาราน ผู้อำนวยการฝ่ายการพัฒนามนุษย์ กรมประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน รวมถึงอธิบดีศูนย์นานาชาติเพื่อการลดความยากจนในจีน ประเทศจีน และนายโทรู คาจิวาระ อัครราชทูตและหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เข้าร่วมประชุม โดยนายสก วิศาล รองปลัดกระทรวงพัฒนาชนบท ประเทศกัมพูชา และนางฮวัง เฮ จอง รองเลขานุการ ผู้แทนสาธารณรัฐเกาหลีประจำอาเซียน เข้าร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์

ศศิธร ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนขจัดความยากจน

เป้าหมายสำคัญของการประชุมขจัดความยากจน

การประชุมในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของประเทศสมาชิกอาเซียนในการแก้ไขปัญหาความยากจนและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในภูมิภาค การแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความคิดเห็นระหว่างประเทศสมาชิกเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้สามารถพัฒนากลยุทธ์และแผนงานที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพในการ**ขจัดความยากจน**อย่างยั่งยืน

ความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนมีความสำคัญอย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหาความยากจน ซึ่งเป็นปัญหาที่ซับซ้อนและเชื่อมโยงกับปัจจัยหลายด้าน การทำงานร่วมกันจะช่วยให้สามารถแบ่งปันทรัพยากร ความรู้ และเทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนการพัฒนาในด้านต่างๆ เช่น การศึกษา สุขภาพ และการสร้างงาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการ**ขจัดความยากจน**

การประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสอันดีที่จะได้ทบทวนความคืบหน้าของการดำเนินงานที่ผ่านมา และกำหนดทิศทางในอนาคตเพื่อการ**ขจัดความยากจน**อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อาเซียนมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างภูมิภาคที่ทุกคนมีโอกาสเข้าถึงการศึกษา สุขภาพ และงานที่มั่นคง ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนและครอบคลุม

ที่มา – “ศศิธร” ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนขจัดความยากจน เผยพร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน