วัน: 15 กุมภาพันธ์ 2026

ภาคประชาชนจัดประชามติจำลองถอดถอน กกต. คึกคักปทุมวัน

ภาคประชาชนจัดประชามติจำลองถอดถอน กกต. กลายเป็นกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ที่ได้รับความสนใจอย่างมากในวันนี้ วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 กลุ่มตัวแทนนักศึกษาและประชาชนทั่วไปได้รวมตัวกันที่สกายวอล์กสี่แยกปทุมวัน ใกล้หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร เพื่อชวนทุกคนออกเสียงในคำถามสำคัญว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรถอดถอนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกจากตำแหน่งหรือไม่” บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักตั้งแต่ช่วงบ่าย ประชาชนทยอยมาร่วมกิจกรรมจำนวนมาก สะท้อนถึงความกังวลต่อการทำงานของ กกต. จากปัญหาที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ประชามติจำลองถอดถอน กกต. เริ่มต้นอย่างไร

กิจกรรมนี้ถูกจัดขึ้นตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป แต่ก่อนหน้านั้นตั้งแต่ 16.00 น. ประชาชนบางส่วนก็เริ่มเดินทางมารอที่จุดรวมพลหน้าหอศิลป์แล้ว สื่อมวลชนต่างก็ปักหลักรอทำข่าวเช่นกัน ทำให้พื้นที่รอบๆ คึกคักตั้งแต่เนิ่นๆ การจัดตั้งคูหาเลือกตั้งจำลอง โต๊ะ ปากกา กระดาษลงคะแนน กล่องบัตร และตะกร้านับคะแนน ถูกนำมาจัดวางอย่างเรียบร้อย เพื่อล้อเลียนขั้นตอนการเลือกตั้งจริงของ กกต. โดยมีลำโพงและแท่นปราศรัยครบครัน

บรรยากาศก่อนเริ่มประชามติจำลองถอดถอน กกต.

ก่อนถึงเวลานัดหมาย พบว่ามีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.ปทุมวัน หน่วยควบคุมฝูงชน ตำรวจหญิง ชุด EOD ประมาณ 50 นาย และสุนัข K-9 กระจายกำลังดูแลความปลอดภัย ตรวจตราสิ่งผิดปกติ เพื่อป้องกันเหตุร้ายหรือการแทรกแซงจากบุคคลที่สาม ทุกอย่างดูสงบเรียบร้อย แต่เต็มไปด้วยความตึงเครียดแบบสร้างสรรค์

เวลา 16.20 น. กลุ่มผู้ชุมนุมเริ่มนำอุปกรณ์มาจัดเตรียม โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • คูหาเลือกตั้งจำลอง
  • โต๊ะและเก้าอี้สำหรับลงคะแนน
  • ปากกา กระดาษ และกล่องบัตรคะแนน
  • ตะกร้านับคะแนน
  • ลำโพง เครื่องเสียง และแท่นปราศรัย

อุปกรณ์เหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อจำลองการเลือกตั้งและประชามติที่ “โปร่งใสและสุจริต” ซึ่งกลุ่มผู้จัดมองว่าต่างจากที่ กกต. จัดการในอดีต โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งล่าสุด ทำให้ประชาชนไม่เชื่อมั่น

คำถามหลักในประชามติจำลองถอดถอน กกต.

หัวใจของกิจกรรมคือการลงคะแนนในคำถามชัดเจน: “ท่านเห็นชอบว่าสมควรถอดถอนคณะกรรมการการเลือกตั้งออกจากตำแหน่งหรือไม่” เมื่อถึงเวลา 17.00 น. ประชาชนต่อแถวยาวเพื่อเข้าร่วม บางคนนำป้ายข้อความวิจารณ์การทำงานของ กกต. มาโชว์ เช่น ป้ายล้อการทุจริตหรือขาดความโปร่งใส กิจกรรมดำเนินไปอย่างลื่นไหล จนถึงเวลาประมาณ 20.00 น. ที่จะมีการอ่านแถลงการณ์จุดยืน ก่อนยุติก่อน 21.00 น.

ความหมายของประชามติจำลองถอดถอน กกต. ต่อสังคมไทย

กิจกรรมนี้ไม่ใช่แค่การชุมนุมธรรมดา แต่เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ที่ชี้ให้เห็นปัญหาใหญ่ในการเมืองไทย โดยเฉพาะบทบาทของ กกต. ที่ถูกมองว่าล้มเหลวในการรักษาความยุติธรรมในการเลือกตั้ง หลังเหตุการณ์วันที่ 8 ก.พ. ที่มีข้อร้องเรียนมากมายเรื่องการนับคะแนน ความล่าช้า และความไม่โปร่งใส ภาคประชาชนจึงใช้เวทีนี้เรียกร้องให้มีการตรวจสอบและถอดถอน เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นในระบบเลือกตั้ง

นอกจากนี้ ยังเป็นตัวอย่างของการมีส่วนร่วมของประชาชนในยุคดิจิทัล ที่ไม่เพียงมาร่วมเท่านั้น แต่ยังแชร์ภาพและวิดีโอบนโซเชียลมีเดีย ทำให้ประเด็นประชามติจำลองถอดถอน กกต. แพร่กระจายไปทั่วประเทศ สร้างกระแสเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตอบคำถามสังคม

จากที่สังเกต บรรยากาศเต็มไปด้วยความหวังและพลังของคนรุ่นใหม่ นักศึกษาหลายคนที่มาร่วมบอกว่า “เราต้องการเลือกตั้งที่ fair จริงๆ ไม่ใช่แค่ชื่อ” ซึ่งสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องแก้ไข

ในมุมมองของผู้เขียน กิจกรรมเช่นนี้เป็นเครื่องมือสำคัญในการผลักดันการปฏิรูปการเมือง แม้จะเป็นแค่จำลอง แต่ก็ส่งสัญญาณชัดเจนว่าประชาชนไม่ยอมนิ่งเฉย คุณล่ะ คิดว่าสมควรถอดถอน กกต. หรือไม่? ลองมาแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวสารการเมืองเพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดอัพเดทสำคัญ

ที่มา – ภาคประชาชนจัดกิจกรรมประชามติจำลอง ชวนคนออกเสียงเห็นชอบสมควรถอดถอน กกต. หรือไม่

คนร้ายบุกเดี่ยว ปล้นทอง 26 บาท กลางสี่แยกบ้านทุ่ม

เกิดเหตุสะเทือนขวัญในจังหวัดขอนแก่น เมื่อคนร้ายบุกเดี่ยว ปล้นทอง 26 บาท กลางสี่แยกบ้านทุ่มหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ประชาชนแตกตื่นและตำรวจต้องระดมกำลังไล่ล่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเวลากลางวันแสกๆ สร้างความกังวลให้กับผู้ประกอบการร้านทองและชาวบ้านในพื้นที่

คนร้ายบุกเดี่ยว ปล้นทอง 26 บาท กลางสี่แยกบ้านทุ่มหลบหนี

รายละเอียดเหตุการณ์คนร้ายบุกเดี่ยว ปล้นทอง 26 บาท กลางสี่แยกบ้านทุ่มเกิดขึ้นเมื่อเวลา 14.07 น. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ร้านห้างทองกรุงเทพเยาวราช ซึ่งตั้งอยู่บริเวณสี่แยกบ้านทุ่ม ตำบลบ้านทุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรบ้านเป็ดรับแจ้งเหตุทันทีหลังเกิดเรื่อง

คนร้ายเป็นชาย 1 คน ใช้อาวุธข่มขู่และกวาดทองคำรูปพรรณน้ำหนักรวมประมาณ 26 บาท ก่อนขับรถจักรยานยนต์หลบหนีออกจากพื้นที่ การก่อเหตุรวดเร็วและมั่นใจ แสดงถึงความชำนาญในการปล้นแบบบุกเดี่ยวที่พบเจอในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

การตอบสนองของตำรวจหลังคนร้ายบุกเดี่ยว ปล้นทอง 26 บาท

หลังเกิดเหตุ ตำรวจจาก สภ.บ้านเป็ด กระจายกำลังทันทีเพื่อตรวจสอบเส้นทางหลบหนี พวกเขาตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงและประสานงานกับหน่วยงานอื่นๆ เพื่อตั้งจุดสกัดจับตามเส้นทางหลักๆ ในจังหวัดขอนแก่นและพื้นที่ใกล้เคียง การไล่ล่าดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้จับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีให้ได้เร็วที่สุด

  • เวลาเกิดเหตุ: 14.07 น. 15 ก.พ. 2569
  • สถานที่: ร้านห้างทองกรุงเทพเยาวราช สี่แยกบ้านทุ่ม
  • ทรัพย์สินสูญหาย: ทองคำ 26 บาท
  • พาหนะคนร้าย: รถจักรยานยนต์
  • การดำเนินการ: ตรวจ CCTV, สกัดจับ

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ร้านทองในพื้นที่ชนบทตกเป็นเป้าหมายของเหล่ามิจฉาชีพ เนื่องจากสี่แยกบ้านทุ่มเป็นจุดที่มีการจราจรพลุกพล่าน ทำให้ง่ายต่อการหลบหนี ทองคำ 26 บาทมีมูลค่าหลายแสนบาท สร้างความเสียหายหนักให้เจ้าของร้าน

ผลกระทบและบทเรียนจากเหตุปล้นทองที่สี่แยกบ้านทุ่ม

ประชาชนและผู้ประกอบการในละแยกบ้านทุ่มแตกตื่นมาก บางร้านต้องปิดปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติม เหตุการณ์คนร้ายบุกเดี่ยว ปล้นทอง 26 บาท กลางสี่แยกบ้านทุ่มนี้ชี้ให้เห็นช่องโหว่ด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะร้านทองที่ตั้งอยู่ในจุดเสี่ยง

ในช่วงที่ผ่านมา ประเทศไทยมีคดีปล้นทองเพิ่มขึ้น เนื่องจากราคาทองพุ่งสูงและเศรษฐกิจผันผวน ผู้กระทำผิดมักเลือกบุกเดี่ยวเพื่อลดความเสี่ยงถูกจับกุม ร้านทองควรติดตั้งกล้อง CCTV คุณภาพสูง กระจกกันกระสุน และปุ่มฉุกเฉินเชื่อมต่อตำรวจโดยตรง นอกจากนี้ ชาวบ้านควรแจ้งเบาะแสทันทีหากเห็นพฤติกรรมน่าสงสัย

เจ้าหน้าที่ตำรวจขอความร่วมมือจากประชาชนช่วยแจ้งเบาะแส โดยโทรสายด่วน 191 หรือแจ้ง สภ.บ้านเป็ด เพื่อเร่งติดตามตัวคนร้ายให้ได้

จากประสบการณ์เหตุการณ์คล้ายๆ กันในอดีต เช่น ปล้นทองที่โคราชหรือนครราชสีมา พบว่าการตรวจสอบ CCTV และข้อมูลพยานช่วยนำไปสู่การจับกุมได้สำเร็จ ผู้ประกอบการร้านทองทั่วประเทศควรเพิ่มมาตรการป้องกัน เช่น จ้างยามรักษาการณ์และฝึกอบรมพนักงานรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน

สุดท้าย เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าความปลอดภัยต้องมาก่อน ไม่ว่าจะ在中วันหรือกลางคืน ชาวขอนแก่นและผู้สนใจติดตามความคืบหน้าของคดีนี้เพื่อป้องกันเหตุร้ายในอนาคต ติดตามข่าวอัปเดตเพิ่มเติมจากบล็อกของเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – คนร้ายบุกเดี่ยว ปล้นทอง 26 บาท กลางสี่แยกบ้านทุ่มหลบหนี ตำรวจระดมกำลังไล่ล่าตัว

ทีมสัตวแพทย์ผ่าชันสูตร “แม่ช้างป่าเขาฉกรรจ์” พบผิดปกติ

วันนี้เรามาพูดถึงข่าวเศร้าที่หลายคนคงได้ยินกันมาแล้ว นั่นคือเรื่องของ ทีมสัตวแพทย์ผ่าชันสูตร “แม่ช้างป่าเขาฉกรรจ์” ช้างป่าแม่ลูกอ่อนตัวนี้ที่บาดเจ็บหนักจนต้องจากไปอย่างสงบ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข่าวสัตว์ป่าธรรมดา แต่สะท้อนปัญหาการอนุรักษ์ช้างไทยที่เราต้องช่วยกันคิดหาทางออกนะคะ

ทีมสัตวแพทย์ผ่าชันสูตร “แม่ช้างป่าเขาฉกรรจ์” ผลตรวจอวัยวะภายในพบความผิดปกติ

ตามรายงานจากนายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 (หรือ 2569 ตามบางแหล่ง) ช้างป่าเพศเมียตัวนี้มีอาการบาดเจ็บที่ขาหน้าซ้าย จากพื้นที่หมู่ 17 บ้านโนนสมพร ตำบลพระเพลิง อำเภอเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว ซึ่งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ทีมเจ้าหน้าที่จากส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) ได้พยายามรักษามาเป็นเวลาหลายวัน แต่สุดท้ายแม่ช้างก็ล้มลงอย่างสงบเมื่อเวลา 18.00 น. ของวันที่ 14 กุมภาพันธ์

หลังจากนั้น ทีมสัตวแพทย์ได้เข้าดำเนินการผ่าชันสูตรทันที เพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริง แม่ช้างตัวนี้มีอายุไม่ต่ำกว่า 40 ปี สูงราว 240 เซนติเมตร และหนักประมาณ 2,000-2,500 กิโลกรัม ซึ่งถือว่าเป็นช้างป่าที่มีขนาดใหญ่สมส่วนสำหรับวัยนี้ จากการตรวจภายนอก ไม่พบร่องรอยบาดแผลหรือการถูกทำร้าย และยืนยันว่าไม่ได้ตั้งท้องด้วย

ผลตรวจอวัยวะภายในที่พบความผิดปกติสำคัญ

สิ่งที่ ทีมสัตวแพทย์ผ่าชันสูตร “แม่ช้างป่าเขาฉกรรจ์” พบคือความผิดปกติหลายอย่างที่อาจเป็นสาเหตุหลัก เช่น

  • กระดูกต้นขาหน้าด้านซ้ายหัก ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นมีเลือดคั่งและเริ่มเนื้อตาย ซึ่งน่าจะมาจากการบาดเจ็บเดิมที่รักษาไม่ทัน
  • ตับบวมอักเสบ ขอบมน บ่งชี้ถึงการอักเสบเรื้อรัง
  • ปอดมีสีชมพูปนแดงสด อาจเกิดจากการติดเชื้อหรือปัญหาการหายใจ
  • ไตมีขนาดใหญ่กว่าปกติ ชี้ถึงภาวะไตวายหรือโรคเรื้อรัง
  • น้ำในถุงหุ้มหัวใจมากผิดปกติ ซึ่งอาจนำไปสู่หัวใจล้มเหลว

ทีมได้เก็บตัวอย่างอวัยวะสำคัญอย่างหัวใจ ไต ปอด ตับ ม้าม และกล้ามเนื้อ ส่งไปห้องแล็บเพื่อตรวจละเอียดยิ่งขึ้นแบบเร่งด่วน สำหรับซากช้าง ได้ฝังกลบตามหลักวิชาการที่หน่วยพิทักษ์ป่าเขาตะกรุบ พร้อมโรยผงปูนขาวเพื่อป้องกันโรคระบาด

บทเรียนจากกรณีนี้และปัญหาช้างป่าไทย

กรณี ทีมสัตวแพทย์ผ่าชันสูตร “แม่ช้างป่าเขาฉกรรจ์” ผลตรวจอวัยวะภายในพบความผิดปกติ ทำให้เราเห็นว่าช้างป่าเผชิญปัญหาอะไรบ้าง เช่น การบาดเจ็บจากกับดักนักล่า การชนกับยานพาหนะ หรือขาดอาหารในป่าที่ถูกบุกรุก ปัจจุบันช้างไทยเหลือไม่ถึง 4,000 ตัวในป่า และการสูญเสียแต่ละตัวกระทบฝูงและระบบนิเวศอย่างมาก โดยเฉพาะแม่ช้างที่เป็นหัวหน้าฝูง

เราควรสนับสนุนโครงการอนุรักษ์ เช่น การสร้างทางเดินช้างปลอดภัย ลดการตัดไม้ทำลายป่า และติดตามด้วยเทคโนโลยี GPS เพื่อช่วยชีวิตสัตว์ได้ทันเวลา นอกจากนี้ ประชาชนอย่างเราก็ช่วยได้ โดยไม่ซื้อผลิตภัณฑ์จากงาช้าง และบริจาคให้องค์กรอย่างกรมอุทยานฯ

ในมุมมองของผม การจากไปของแม่ช้างตัวนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า ถ้าเราไม่ลงมือตอนนี้ ช้างไทยอาจหายไปจากผืนป่าไทยในอนาคตอันใกล้ ลองคิดดูสิครับ ถ้าป่าประเทศไทยไม่มีช้าง มันจะขาดเสน่ห์ไปเยอะเลยนะ สุดท้ายนี้ ชวนทุกคนช่วยแชร์ข่าวนี้และแสดงความเห็นในคอมเมนต์ ว่าคุณคิดว่าทำยังไงถึงจะปกป้องช้างป่าได้ดีที่สุด? ติดตามข่าวสัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติมได้ที่นี่เลยครับ!

ที่มา – ทีมสัตวแพทย์ผ่าชันสูตร “แม่ช้างป่าเขาฉกรรจ์” ผลตรวจอวัยวะภายในพบความผิดปกติ

อนุทิน เยือนบ้านเกิด จ๋า ธนนนท์ ขับรถสองแถวไม้แดง

ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 อนุทิน เยือนบ้านเกิด จ๋า ธนนนท์ ขับรถสองแถวไม้แดง เพื่อแสดงความขอบคุณต่อชาวจังหวัดระนองที่มอบความเมตตาให้กับพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งล่าสุด เหตุการณ์นี้กลายเป็นภาพที่ไวรัลและสร้างความประทับใจให้กับประชาชนทั่วประเทศ เพราะนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ลงพื้นที่ด้วยตัวเองอย่างถ่อมตน

หลังจากเพิ่งจดทะเบียนสมรสกับนางสาวธนนนท์ นิรามิษ หรือที่ทุกคนเรียกติดปากว่า “จ๋า” เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายอนุทินจึงเลือกจังหวัดระนอง ซึ่งเป็นบ้านเกิดของภรรยา เป็นจุดหมายแรกในการขอบคุณผู้ให้การสนับสนุน โดยมีคณะทำงานคนสนิทร่วมเดินทางด้วย ไม่ว่าจะเป็นนายวราวุธ ศิลปอาชา ว่าที่ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรีและนายทะเบียนพรรค และแน่นอน จ๋า ธนนนท์ เอง

อนุทิน เยือนบ้านเกิด จ๋า ธนนนท์ ขับรถสองแถวไม้แดง

ไฮไลต์ของทริปนี้คือภาพที่นายอนุทินขับรถสองแถวไม้แดง ซึ่งเป็นรถประจำทางประจำจังหวัดระนองด้วยตัวเอง! รถสองแถวสีแดงสดนี้เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นท้องถิ่น โดยมีนายวราวุธเป็นคนถ่ายภาพและโพสต์ลงโซเชียลพร้อมแคปชั่น “มากันครบทีม” ทำให้แฟนคลับพรรคภูมิใจไทยตื่นเต้นกันมาก นอกจากนี้ ยังมีภาพกลุ่มนายอนุทิน นายวราวุธ นางสาวไตรศุลี และนายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ว่าที่ ส.ส.ระนอง พรรคภูมิใจไทย นั่งบนรถทำท่าพลัส ซึ่งเป็นท่าประจำของพรรค สร้างบรรยากาศสนุกสนานและใกล้ชิด

อนุทิน เยือนบ้านเกิด จ๋า ธนนนท์ ขับรถสองแถวไม้แดง

ผลการเลือกตั้งที่ระนอง พรรคภูมิใจไทยได้รับชัยชนะอย่างเด็ดขาด โดยนายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ได้คะแนนนำคู่แข่งกว่า 50,000 คะแนน สะท้อนถึงความไว้วางใจที่ชาวระนองมีต่อพรรค นายอนุทินยังได้โพสต์ภาพลงเฟซบุ๊กส่วนตัวเวลา 13.42 น. พร้อมข้อความว่า “มากราบขอบพระคุณพี่น้องจังหวัดระนอง ในช่วงรอผลอย่างเป็นทางการ พวกเราจะเดินทางไปขอบพระคุณพี่น้องทุกจังหวัดที่ให้ความเมตตากับพรรคภูมิใจไทยครับ”

อนุทิน ขับรถสองแถวไม้แดงที่ระนอง
คณะอนุทิน เยือนบ้านเกิด จ๋า ธนนนท์

อนุทิน เยือนบ้านเกิด จ๋า ธนนนท์ ขับรถสองแถวไม้แดง สร้างแรงบันดาลใจ

กิจกรรมครั้งนี้ไม่ใช่แค่การขอบคุณ แต่ยังแสดงให้เห็นถึงสไตล์การเมืองแบบ grassroots ของนายอนุทิน ที่เน้นการลงพื้นที่จริง จับมือชาวบ้าน และใช้ยานพาหนะท้องถิ่นเพื่อเชื่อมโยงหัวใจ หลังจากพรรคภูมิใจไทยประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง โดยได้ ส.ส. จากระนอง 1 ที่ และที่นี่คือจุดเริ่มต้นของการขอบคุณทั่วประเทศ

มาดูไฮไลต์สำคัญกัน:

  • นายอนุทินขับรถสองแถวไม้แดงด้วยตัวเอง ถ่ายทอดความถ่อมตน
  • คณะครบทีม: วราวุธ, ไตรศุลี, จ๋า ธนนนท์, คงกฤษ
  • ทำท่าพลัสบนรถ สร้างภาพจำของพรรคภูมิใจไทย
  • ชัยชนะของนายคงกฤษ นำคะแนนกว่า 50,000 เสียง
  • โพสต์เฟซบุ๊กขอบคุณทันที สร้าง engagement สูง

จังหวัดระนองซึ่งเป็นบ้านเกิดของจ๋า ธนนนท์ มีเอกลักษณ์เป็นเมืองท่องเที่ยวชายฝั่งอันดามัน รถสองแถวไม้แดงคือสัญลักษณ์วัฒนธรรมท้องถิ่น การที่นายอนุทินเลือกขับเอง แสดงถึงความเคารพและเข้าใจพื้นที่ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสการเมืองที่ร้อนแรง โดยพรรคภูมิใจไทยกำลังรอผลอย่างเป็นทางการเพื่อจัดตั้งรัฐบาล

นอกจากนี้ ยังสะท้อนภาพลักษณ์ใหม่ของนายอนุทิน ในฐานะผู้นำที่สมรสใหม่และพร้อมลุยงานการเมืองต่อ ความเมตตาจากชาวระนองไม่เพียงช่วยให้พรรคชนะเลือกตั้ง แต่ยังเป็นพลังใจให้ทีมภูมิใจไทยเดินหน้าต่อ ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์ อนุทิน เยือนบ้านเกิด จ๋า ธนนนท์ ขับรถสองแถวไม้แดง นี้คือตัวอย่างที่ดีของการเมืองที่ใกล้ชิดประชาชน สร้างความหวังให้กับผู้สนับสนุน

ติดตามข่าวการเมืองอัปเดต ร่วมวิเคราะห์สถานการณ์เลือกตั้ง และพรรคภูมิใจไทยได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – “อนุทิน” เยือนบ้านเกิด “จ๋า ธนนนท์” ขับรถสองแถวไม้แดงขอบคุณชาวระนอง เมตตาภูมิใจไทย

เซลติกและเรนเจอร์สเล็งลุคเกรแฮมจากดันดี

เซลติกและเรนเจอร์สเล็งลุคเกรแฮมจากดันดี – ข่าวลือล่าสุด

ในวงการฟุตบอลสกอตติชช่วงนี้มีข่าวลือการย้ายทีมร้อนๆ มากมาย โดยเฉพาะ เซลติกและเรนเจอร์สเล็งลุคเกรแฮมจากดันดี ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่แฟนบอล Old Firm ทั้งสองฝั่งให้ความสนใจอย่างยิ่ง ลุค เกรแฮม กองหลังวัย 22 ปีของดันดี แสดงฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นในศึก Scottish Premiership ทำให้ทั้งเซลติกและเรนเจอร์สต่างจับตาด้วยความสนใจสำหรับการย้ายทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

เซลติกและเรนเจอร์สเล็งลุคเกรแฮมจากดันดี

ตามรายงานจาก Football Insider เซลติกและเรนเจอร์สกำลังแข่งขันกันเพื่อคว้าตัวลุค เกรแฮม เซ็นเตอร์แบ็คดาวรุ่งของดันดี นักเตะรายนี้มีส่วนสูงและความแข็งแกร่งที่เหมาะสมกับลีกสกอตติช และยังมีศักยภาพในการพัฒนาต่อไปในระดับสูงกว่า การที่ทั้งสองทีมยักษ์ใหญ่สนใจพร้อมกันนี้แสดงให้เห็นถึงคุณภาพของเกรแฮมที่กำลังมาแรง หากดีลนี้เกิดขึ้นจริง คงเป็นการเสริมทัพที่น่าตื่นเต้นสำหรับแฟนบอลทั้งสองฝั่ง

สถานการณ์ลุค เกรแฮมในปัจจุบัน

ลุค เกรแฮมเล่นให้ดันดีอย่างสม่ำเสมอในฤดูกาลนี้ โดยช่วยทีมรอดจากการลุ้นตกชั้น และยังมีส่วนร่วมในเกมรับที่เหนียวแน่น แฟนบอลสกอตติชต่างคาดหวังว่าดีลนี้จะเป็นหนึ่งในข่าวย้ายทีมที่น่าจับตามองที่สุดในซัมเมอร์หน้า

นอกจากนี้ ยังมีข่าวจากคิลมาร์น็อค เมื่อกองกลางเดวิด วัตสัน วัย 21 ปี ที่ถูกโยงกับอเบอร์ดีน, โบลตัน และเซลติก แต่เจ้าตัวยืนยันว่าจะมุ่งมั่นกับฟุตบอลปัจจุบัน และปล่อยให้เอเจนต์จัดการเรื่องอนาคต วัตสันกำลังจะหมดสัญญาซัมเมอร์นี้ ทำให้เป็นที่สนใจของหลายทีม

เรนเจอร์สยังคงเลื่อนเจรจาสัญญาใหม่กับเจมส์ ทาเวอร์เนียร์ กัปตันวัย 34 ปีออกไปจนจบฤดูกาล Scottish Premiership เพื่อโฟกัสที่การลุ้นแชมป์กับฮาร์ทส์และเซลติก ทาเวอร์เนียร์ยังคงเป็นกำลังสำคัญของทีม

ด้านดานิโล่ ปีกของเรนเจอร์สโล่งใจที่ย้ายไปนีจ์เมเกนแบบยืมตัวหลังจากทีมเซ็นไรอัน นาเดรี่ ทำให้เปิดทางให้เขาไปต่อ ข่าวนี้มาจาก Gelderlander.nl ผ่าน The National

มาร์ค เลโอนาร์ด มิดฟิลด์จากเบอร์มิงแฮม ซิตี้ เลือกย้ายมาเฮิร์ทส์แบบยืมตัวเพราะอยากลุ้นแชมป์ลีก ซึ่งเป็นแรงดึงดูดหลักตาม Edinburgh Evening News

และข่าวนอกสนามที่น่าสนใจ มอร็อกโกเตรียมดึงอันเดรส อิเนียสต้า อดีตตำนานสเปนมาเป็นผู้อำนวยการเทคนิค เพื่อเตรียมรับมือสกอตแลนด์ในฟีฟ่า เวิลด์คัพช่วงซัมเมอร์นี้ ตาม Glasgow Times

  • เซลติกและเรนเจอร์สแข่งแย่งตัวลุค เกรแฮม
  • เดวิด วัตสัน โฟกัสฟุตบอล ไม่สนข่าวลือ
  • ทาเวอร์เนียร์ รอสัญญาใหม่หลังจบฤดูกาล
  • ดานิโล่ โล่งใจย้ายนีจ์เมเกน
  • เลโอนาร์ด อยากลุ้นแชมป์กับเฮิร์ทส์
  • มอร็อกโกดึงอิเนียสต้าเตรียมบู๊สกอตแลนด์

ข่าวลือเหล่านี้ทำให้วงการฟุตบอลสกอตติชคึกคักยิ่งขึ้น โดยเฉพาะ เซลติกและเรนเจอร์สเล็งลุคเกรแฮมจากดันดี ที่อาจเปลี่ยนโฉมเกมรับของทั้งสองทีม แฟนบอลควรติดตามพัฒนาการต่อไปเพราะตลาดนักเตะซัมเมอร์ใกล้เข้ามาแล้ว

คุณคิดอย่างไรกับดีลนี้? คอมเมนต์บอกความเห็นด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวฟุตบอลสกอตติชอัปเดตล่าสุดเพื่อไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหว!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“เท้ง” หวั่นข้อมูลลงคะแนนรั่วไหล จี้กกต.ทำลายบัตร

“เท้ง” หวั่นข้อมูลลงคะแนนประชาชนรั่วไหล จี้ กกต. เร่งทำลายบัตร จัดเลือกตั้งใหม่เร็วที่สุด เป็นประเด็นร้อนที่กำลังถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในแวดวงการเมืองไทย หลังจากนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เท้ง” หัวหน้าพรรคประชาชน ออกมาแสดงความกังวลต่อช่องโหว่ในระบบเลือกตั้งปี 2569 ที่อาจทำให้ข้อมูลการลงคะแนนของประชาชนถูกเปิดเผยได้ง่ายดาย

“เท้ง” หวั่นข้อมูลลงคะแนนประชาชนรั่วไหล จี้ กกต. เร่งทำลายบัตร จัดเลือกตั้งใหม่เร็วที่สุด

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 โดยเท้งได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ White Hacker หรือแฮกเกอร์สายขาว ได้ออกมาเปิดเผยช่องโหว่ในระบบของหน่วยงานรัฐ ซึ่งแม้จะมีการแก้ไขแล้ว แต่ข้อมูลสำคัญอย่างรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ลำดับบัญชี และบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ได้รั่วไหลออกสู่สาธารณะไปก่อนหน้านั้น ข้อมูลเหล่านี้เมื่อนำมารวมกัน สามารถระบุได้ว่าประชาชนแต่ละคนลงคะแนนให้พรรคหรือผู้สมัครคนใด ทำให้กระบวนการเลือกตั้งที่ควรจะ “โดยตรงและลับ” ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง

เท้งชี้ให้เห็นว่าภาพถ่ายบัตรเลือกตั้งที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ชูขึ้นมาให้ดู รวมกับภาพต้นขั้วและบาร์โค้ดที่เผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย ทำให้เกิดข้อมูลครบ 3 ส่วนที่สามารถเชื่อมโยงกันได้ เพียงเคสเดียวก็พอพิสูจน์แล้วว่าระบบนี้ไม่ปลอดภัย 100% มีบุคคลหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เช่น กปน. สื่อมวลชน และผู้สังเกตการณ์ ทำให้ความเสี่ยงสูงมาก

ความเสี่ยงจากการรั่วไหลของข้อมูลลงคะแนน

หากข้อมูลลงคะแนนประชาชนรั่วไหลจริง จะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสิทธิเสรีภาพในการเลือกตั้งของประชาชน ผู้ลงคะแนนอาจถูกข่มขู่หรือกดดันจากกลุ่มอิทธิพลต่างๆ นอกจากนี้ ยังอาจนำไปสู่การทุจริตเลือกตั้งในอนาคต เพราะระบบไม่สามารถรับประกันความลับได้อีกต่อไป เท้งย้ำว่าความผิดพลาดนี้อาจเกิดจากประมาทหรือตั้งใจออกแบบระบบให้ย้อนกลับได้ ซึ่งไม่ว่าจะกรณีใดก็เป็นเรื่องน่าอับอายสำหรับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

  • ข้อมูลผู้ใช้สิทธิและลำดับรายชื่อรั่วไหลจากแฮกเกอร์
  • บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งปรากฏในภาพถ่ายสาธารณะ
  • ภาพต้นขั้วจากหน่วยเลือกตั้งที่ถูกถ่ายและเผยแพร่
  • เมื่อรวมกัน สามารถระบุการลงคะแนนของบุคคลได้ทันที

พรรคประชาชนได้ดำเนินการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดแล้ว โดยยื่นคำร้องคดีอาญาตามมาตรา 157 (การใช้อำนาจในทางมิชอบ) และมาตรา 172 (การละเลยต่อหน้าที่) เพื่อให้เกิดความยุติธรรม

ข้อเรียกร้องจากเท้งต่อกกต.

เท้งจี้ให้กกต. ยอมรับข้อผิดพลาดทันที โดยไม่ต้องรอคำสั่งศาลที่อาจนานนับเดือน เพราะยิ่งช้า ความเสี่ยงยิ่งสูง เช่น เจ้าหน้าที่อาจเข้าถึงหีบเลือกตั้งเพื่อดึงข้อมูลเพิ่ม แนวทางแก้ไขที่เสนอคือ เร่งสั่งทำลายบัตรเลือกตั้งทั้งหมด และจัดเลือกตั้งใหม่โดยเร็วที่สุด เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นในระบบประชาธิปไตย

ประเด็นนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่สะท้อนถึงความอ่อนแอของระบบการเมืองไทยที่ควรได้รับการปฏิรูประดับโครงสร้าง นักการเมืองและประชาชนต้องร่วมมือกันกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง มิเช่นนั้น ความไว้วางใจในกกต. และการเลือกตั้งจะยิ่งเสื่อมถอย

ในมุมมองของผู้เขียน การรักษาความลับในการลงคะแนนคือหัวใจของประชาธิปไตย หากระบบล้มเหลว ประชาชนจะกล้าออกเสียงตามใจจริงหรือไม่? นี่คือโอกาสให้กกต. แสดงความรับผิดชอบและสร้างมาตรฐานใหม่

คุณคิดอย่างไรกับประเด็น “เท้ง” หวั่นข้อมูลลงคะแนนประชาชนรั่วไหล จี้ กกต. เร่งทำลายบัตร จัดเลือกตั้งใหม่เร็วที่สุด? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลแพร่กระจายสู่สาธารณะ ติดตามบล็อกของเราเพื่ออัพเดทข่าวการเมืองล่าสุด!

ที่มา – “เท้ง” หวั่นข้อมูลลงคะแนนประชาชนรั่วไหล จี้ กกต. เร่งทำลายบัตร จัดเลือกตั้งใหม่เร็วที่สุด

เหรียญแชมป์ FA Cup, ปลอกแขนโอดการ์ด และ Pictionary กับอาร์เตต้า

เหรียญแชมป์ FA Cup, ปลอกแขนโอดการ์ด และ Pictionary กับอาร์เตต้า

นี่จะถูกจดจำเป็นหนึ่งในรอบชิงชนะเลิศเอฟเอคัพที่แปลกประหลาดที่สุดในประวัติศาสตร์

ชัยชนะ 2-1 ของอาร์เซนอลเหนือเชลซีในปี 2020 ดำเนินไปที่เวมบลีย์ที่แทบไม่มีแฟนบอล ขณะที่เดอะกันเนอร์สรับถ้วยรางวัลบนสนาม แทนที่จะปีนบันไดขึ้นไปยังกล่องราชวงศ์ตามประเพณี

แม้แฟนบอลจะถูกห้ามเข้าร่วมการแข่งขันชิงแชมป์ประเทศเนื่องจากโควิด-19 แต่สำหรับแมตต์ สมิธ มันเป็นวันที่เขาไม่มีวันลืม

ในวัย 19 ปี โดยยังไม่มีนัดแข่งขันชุดใหญ่แม้แต่นัดเดียว แฟนเด็กอาร์เซนอลคนนี้ถูกชื่ออยู่ในม้านั่งสำรอง หลังจากเมซุต โอซิลถูกมิเกล อาร์เตต้าตัดออกจากทีม

หลังนกหวีดสุดท้ายยืนยันถ้วยรางวัลใหญ่ใบแรกและเป็นใบเดียวในยุคของอาร์เตต้า สมิธได้รับเหรียญแชมป์และถ่ายรูปคู่กับบูกาโย่ ซาก้าที่เป็นสำรองเช่นกัน บนสนามพร้อมถ้วยเอฟเอคัพ

หกปีผ่านไป สมิธที่ปัจจุบันเล่นมิดฟิลด์ให้กับวิแกน แอธเลติก จะกลับมาที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยมในวันอาทิตย์ เมื่อทีมลีกวันที่กำลังดิ้นรนพบกับอาร์เซนอลจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก ในรอบสี่เอฟเอคัพ (เริ่ม 16:30 GMT)

“มันบ้ามากจริงๆ เพราะตอนนั้นเรื่องราวรอบๆ โอซิลกำลังคับคั่ง” สมิธ วัย 25 ปี เล่าให้บีบีซีสปอร์ตฟังเกี่ยวกับความทรงจำในรอบชิงปี 2020

“เขาไม่อยู่ในทีม ผมเลยได้นั่งสำรอง ผมสำรองในรอบรองชนะเลิศกับเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด รอบรองกับแมนฯ ซิตี้ และรอบชิง

“ตอนเด็กๆ คุณไม่ค่อยเข้าใจความสำคัญของการอยู่ในรอบชิงเอฟเอคัพ หรือความทรงจำที่มันจะให้คุณไปตลอดชีวิต

“ตอนนี้ผมถึงรู้ว่าผมโชคดีแค่ไหนที่ได้มีส่วนร่วมในสิ่งพิเศษแบบนั้น

“ผมจำได้ว่าซื้อสูทสำหรับรอบชิง มันใหญ่เกินตัวผมไปมาก ผมไม่อยากพูดอะไรเพราะเด็กๆ

“สูทคนอื่นตัดเย็บพอดี แต่ของผมใหญ่โต พวกเขาคงทำผิด

“ผมไม่ได้ลงสนาม แต่คืนนั้นจะอยู่ในใจผมตลอดไป”

จากโปสเตอร์ฟาเบรกาสสู่ซ้อมชุดใหญ่

สมิธเติบโตมาพร้อมโปสเตอร์ของเซสค์ ฟาเบรกาส กัปตันเก่าของกันเนอร์สบนผนังห้องนอน

“ครอบครัวผมเป็นแฟนอาร์เซนอลตัวยงทั้งบ้าน” เขาบอก “ตอนเด็กผมดูเกมอาร์เซนอลกับพ่อบ่อยๆ เราไปดูเกมเหย้าส่วนใหญ่”

หลังเข้าร่วมตอนอายุ 7 ขวบ สมิธอยู่กับอาร์เซนอล 15 ปี คว้าแขนกัปตันเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี และลงเล่นรอบชิงเอฟเอยูธคัพ 2018 คู่ซาก้า

“เขาต่ำกว่าผมปีนึง แต่เก่งมาก เลยเล่นในรุ่นสูงกว่าเสมอ” สมิธพูดถึงเบอร์ 7 ปัจจุบันของอาร์เซนอล “พออายุ 16-17 เขาแซงผมไปแล้ว”

เหรียญแชมป์ FA Cup, ปลอกแขนโอดการ์ด และ Pictionary กับอาร์เตต้า

แต่ศักยภาพของสมิธทำให้เขาได้ซ้อมชุดใหญ่ตอนอายุ 17 และชื่อเขาโผล่ในรายชื่อสำรองบ่อยๆ ต้นปี 2019-20

“ผมโตมากับการดูนักเตะเหล่านี้ทางทีวี แล้วจู่ๆ ก็ได้ซ้อมกับพวกเขา”

เขาจำวิธีของอาร์เตต้าในการประชุมทีมก่อนเกมเพื่อให้ผู้เล่นมีส่วนร่วม รวมถึงเล่นพิคชั่นนารี – เกมวาดรูป – เกี่ยวกับคู่แข่งและแท็คติก

“ต่างจากประชุมทีมอื่นมาก” สมิธที่ยืมตัวที่สวินดอน ทาวน์ ชาร์ลตัน แอธเลติก และดอนคาสเตอร์ โรเวอร์ส เพิ่มเติม

“มันคือเกมเพื่อเพิ่มพลังและความสามัคคี

“เพื่อให้สมองตื่นตัว สื่อสารกัน

“มีพิคชั่นนารีเกี่ยวกับคู่แข่งและสิ่งที่เรียนรู้ทั้งสัปดาห์

“แทนที่จะเขียนบนกระดานแล้วนั่งเฉยๆ เขาทำให้สนุกและแตกต่าง”

สมิธย้ายมาวิแกนในปี 2023 หลังสัญญาอาร์เซนอลหมดอายุ

แม้ผิดหวังที่ถูกปล่อย แต่เขาจำบทสนทนาสุดท้ายกับอาร์เตต้าและคำแนะนำก่อนอวยพรให้โชคดี

“เขาบอกว่าตลอดอาชีพ คนจะบอกจุดอ่อนที่ต้องแก้

“แต่ให้ทำให้จุดแข็งกลายเป็นสุดยอดจุดแข็ง เวลาลงสนามทำในสิ่งที่เก่ง แล้วทำให้เป็นเอกลักษณ์

“คำนี้ติดอยู่ในใจผม”

สมิธเสริม: “เขาเป็นกุนซือยอดเยี่ยม บอกสิ่งใหม่ๆ ที่ทำให้ผมมองเกมต่างออกไป

“อาร์เซนอลใกล้คว้าแชมป์บ่อยๆ สองฤดูกาลล่าสุด แต่ยังข้ามเส้นไม่ได้ ตอนนี้มีทีมที่พร้อม หนึ่งในทีมที่ดีที่สุดยุโรป”

ปลอกแขนโอดการ์ดและเสื้ออาร์เซนอลลายเซ็น

พ่อแม่ของสมิธ เจอร์ราร์ดและเคท ไม่ได้ไปเวมบลีย์ปี 2020 เพราะโควิด แต่จะไปเอมิเรตส์ดูลูกชายดวลอดีตสโมสรวันอาทิตย์

พี่สาวเอมี่ก็ไปด้วย

วิแกนขายตั๋ว 5,000 ใบหมด เป็นครั้งแรกที่สมิธเล่นต่อหน้าสนาม 60,000 ที่เต็ม

“ผมไม่เคยกลับอาร์เซนอลตั้งแต่จากไปสามปีก่อน” สมิธบอก พร้อมตื่นเต้นเจอหน้าเก่าๆ รวมถึงกัปตันมาร์ติน โอดการ์ด

วันสุดท้าย โอดการ์ดมอบปลอกแขนและเสื้ออาร์เซนอลลายเซ็นทุกคนให้

“น้ำใจงามมาก” เขาเสริม “เขาเป็นกัปตันดี ไม่ดังแต่เป็นผู้นำตัวอย่าง เล่นระดับสูงสุด”

แล้วเหรียญแชมป์ FA Cup ล่ะ?

“อยู่บ้านพ่อแม่”

ดูบ่อยไหม?

“ไม่เลย ครั้งล่าสุดสองปีก่อน เวลาตัวเกษียณค่อยมีเวลาดู หวังว่าจะเล่นได้อีกหลายปี”

เรื่องราวของ เหรียญแชมป์ FA Cup, ปลอกแขนโอดการ์ด และ Pictionary กับอาร์เตต้า แสดงให้เห็นถึงเส้นทางนักฟุตบอลที่เต็มไปด้วยความทรงจำพิเศษ แฟนอาร์เซนอลห้ามพลาด!

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวฟุตบอลเพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ราชทัณฑ์ยังไม่พบป่วยเพิ่มหลังผู้ต้องขังติดฝีดาษลิง

กรมราชทัณฑ์ออกมาอัปเดตสถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับ ราชทัณฑ์ ยังไม่พบป่วยเพิ่ม หลังมีผู้ต้องขังติดเชื้อ “ฝีดาษลิง” เสียชีวิต โดยยืนยันว่าไม่มีผู้ต้องขังรายอื่นติดเชื้อเพิ่มเติม และกำลังเตรียมมาตรการป้องกันอย่างเข้มข้นเพื่อความปลอดภัยของทุกคนในเรือนจำ

ราชทัณฑ์ ยังไม่พบป่วยเพิ่ม หลังมีผู้ต้องขังติดเชื้อ “ฝีดาษลิง” เสียชีวิต

จากกรณีที่มีผู้ต้องขังในเรือนจำพิเศษธนบุรีเสียชีวิตจากโรคฝีดาษลิง หรือ MPox นายยุทธนา นาคเรืองศรี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ ได้แถลงเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2569 ว่า ทางเรือนจำได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างรวดเร็ว เช่น ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ กระทรวงสาธารณสุข และกรมควบคุมโรค เพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์ตั้งแต่วันที่ 13 ก.พ. เป็นต้นมา

สถานการณ์ล่าสุดและการเฝ้าระวัง

ปัจจุบันยังไม่มีรายงานผู้ต้องขังรายใดแสดงอาการผิดปกติที่สอดคล้องกับโรคฝีดาษลิง กรมราชทัณฑ์กำลังตรวจคัดกรองผู้ต้องขังในเรือนจำพิเศษธนบุรีอย่างต่อเนื่อง และจะเฝ้าระวังไปอีก 21 วัน เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีผู้สัมผัสเสี่ยงที่อาจพัฒนาอาการ นอกจากนี้ ในวันที่ 16 ก.พ. กรมราชทัณฑ์ได้ประสานกรมควบคุมโรคเพื่อนำวัคซีนมาฉีดให้กลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะผู้ต้องขังและเจ้าหน้าที่ที่ใกล้ชิดกับผู้เสียชีวิต

มาตรการป้องกันโรคฝีดาษลิงในเรือนจำ

เรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศยึดตามแนวทางปฏิบัติของกรมควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด รวมถึงการวินิจฉัย การดูแลรักษา และการเฝ้าระวังป้องกัน MPox กรมยืนยันว่า สถานที่ทุกแห่งมีความปลอดภัยสูง และไม่มีกระแสการแพร่ระบาด

  • ประสานหน่วยงานสาธารณสุขทันทีเมื่อเกิดเหตุ
  • ตรวจคัดกรองอาการผิดปกติทุกวัน
  • ฉีดวัคซีนให้กลุ่มเสี่ยงโดยด่วน
  • ปฏิบัติตามแนวทางกระทรวงสาธารณสุข
  • เฝ้าระวังระยะฟักตัวของโรค 21 วัน

ฝีดาษลิง (MPox) คือโรคอะไร และแพร่กระจายอย่างไร

โรคฝีดาษลิงเป็นโรคติดต่อที่เกิดจากไวรัสในตระกูล Orthopoxvirus คล้ายฝีดาษแต่รุนแรงน้อยกว่า อาการหลัก ได้แก่ ไข้ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ต่อมน้ำเหลืองบวม และผื่นแดงที่กลายเป็นตุ่มหนอง โดยแพร่ผ่านการสัมผัสใกล้ชิด ของเหลวจากตุ่ม น้ำลาย หรือการมีเพศสัมพันธ์ ในเรือนจำซึ่งมีความแออัด จึงต้องเฝ้าระวังพิเศษ ประเทศไทยพบผู้ป่วยสะสมกว่า 100 รายตั้งแต่ปี 2565 แต่สถานการณ์ในเรือนจำยังควบคุมได้ดี

  • อาการเริ่มต้น: ไข้ สั่น หนาว ปวดหัว
  • ผื่น: เริ่มจากหน้า กระจายไปลำตัว มือ เท้า
  • ระยะฟักตัว: 5-21 วัน
  • การแพร่: สัมผัสผิวหนัง การหายใจใกล้ชิด

กรมราชทัณฑ์แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการรับมือวิกฤตสุขภาพ ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจให้ประชาชน นอกจากนี้ ยังเป็นตัวอย่างที่ดีในการบูรณาการระหว่างหน่วยงานรัฐ

สำหรับประชาชนทั่วไป ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดผู้มีอาการ สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ และฉีดวัคซีนหากอยู่ในกลุ่มเสี่ยง หากมีข้อกังวล สามารถติดตามข้อมูลจากกรมควบคุมโรคได้ตลอดเวลา

สรุปแล้ว สถานการณ์ ราชทัณฑ์ ยังไม่พบป่วยเพิ่ม หลังมีผู้ต้องขังติดเชื้อ “ฝีดาษลิง” เสียชีวิต ยังอยู่ในเกณฑ์ควบคุมได้ แนะนำให้ติดตามอัปเดตจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ และช่วยกันป้องกันเพื่อไม่ให้โรคแพร่กระจาย

คำแนะนำ: แชร์บทความนี้เพื่อแจ้งเตือนคนรอบข้าง และคอยอัปเดตข่าวสารสุขภาพล่าสุด!

ที่มา – “ราชทัณฑ์” ยังไม่พบป่วยเพิ่ม หลังมีผู้ต้องขังติดเชื้อ “ฝีดาษลิง” เสียชีวิต

มาแก้บน “แม่ตะเคียนทอง” วัดบึงบาฯ 7 งวดติด เลขเด็ด

สายมูทั้งหลายไม่ควรพลาด! วันนี้เราจะพาไปดูบรรยากาศสุดคึกคักที่ วัดบึงบาประภาสะวัต คลอง 10 ต.บึงบา อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนหวยออกงวดวันที่ 16/2/67 ประชาชนแห่กันมาทั้งแก้บนและขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ชื่อดังอย่างไอ้ไข่ ท้าวเวสสุวรรณ และที่ฮอตสุดคือ “แม่ตะเคียนทอง” เพราะมีคนถูกรางวัลติดต่อกันหลายงวดแล้ว!

บรรยากาศวัดบึงบาฯ

มาแก้บน “แม่ตะเคียนทอง” วัดบึงบาฯ หลังได้โชค 7 งวดติด ไม่ลืมขอเลขเด็ด 16/2/69

พลังศรัทธาแรงมาก! มีผู้โชคดีหลายรายที่ มาแก้บน “แม่ตะเคียนทอง” วัดบึงบาฯ หลังได้โชค 7 งวดติด แล้วยังไม่ลืมหยิบเลขเด็ดกลับไปลุ้นงวดใหม่ด้วย บรรยากาศวันนี้เต็มไปด้วยผู้คนทั้งสายบุญสายมู เดินทางมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้วัดคึกคักสุดๆ ก่อนวันหวยออก

ประสบการณ์นายไพศาล ผู้โชคดีหลักแสน

นายไพศาล นานุช เจ้าของเพจ “มูให้ปังทำอย่างไร” เล่าว่า เขาเริ่มศรัทธา แม่ตะเคียนทอง จากการได้โชคลาภติดต่อกันหลายงวด โดยเฉพาะที่วัดบึงบาฯ แห่งนี้ที่เด่นเรื่องให้โชคชัดเจน ครั้งนี้เขานำป้ายคาถาบูชามาแก้บน และเคยได้โชคจากไอ้ไข่ด้วย ถ้าได้อีกจะสร้างหุ่นจำลองแม่ตะเคียนใหม่เพื่อแบ่งบุญ ก่อนกลับล้วงลูกบอลเสี่ยงทายได้ เลขเด็ด 648 ไปลุ้นงวด 16/2/69!

นายไพศาลแก้บน

นางสาวสุปราณี นำชุดไทยแก้บนหลังรวยหลักแสน

อีกหนึ่งเรื่องราวน่าประทับใจจากนางสาวสุปราณี กองสุข เจ้าของร้านต้นสวนสุปราณีบ้านนา จ.นครนายก เธอนำชุดไทย 2 ชุดมาถวายแก้บน หลังจากได้โชคใหญ่ระดับหลักแสน 7 งวดติด จากการกราบไหว้แม่ตะเคียนทอง ติดตามจากข่าวและเพจต่างๆ จนศรัทธาเต็มเปี่ยม งวดก่อนจัดนางรำมาถวายด้วย บางงวดยังตรง 3 ตัว! ก่อนกลับได้ เลข 023 จากลูกบอลเสี่ยงทาย

นางสาวสุปราณีถวายชุดไทย
ลูกบอลเสี่ยงทาย

นอกจากสองรายนี้ ยังมีผู้ศรัทธาอีกมากที่ มาแก้บน “แม่ตะเคียนทอง” วัดบึงบาฯ หลังได้โชค 7 งวดติด ไม่ลืมขอเลขเด็ด 16/2/69 ทำให้สถานที่นี้กลายเป็นจุดมูยอดฮิต สายมูที่กำลังหาเลขเด็ดงวดนี้ อย่าลืมเช็คเลข 648 และ 023 ตามผู้โชคดีทั้งสองท่านนะ

  • เคล็ดลับมูแม่ตะเคียนทอง: ไหว้ด้วยใจศรัทธา ถวายชุดไทยหรือของชอบ
  • ล้วงลูกบอลเสี่ยงทายขอเลขเด็ด
  • แก้บนตามสัญญา เช่น จัดนางรำหรือป้ายคาถา
  • รวมบุญกับไอ้ไข่และท้าวเวสสุวรรณใกล้ๆ กัน

ความศรัทธาคือพลังที่ยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะได้หรือไม่ได้ สิ่งสำคัญคือความสุขใจ สำหรับงวดนี้หากคุณมีโอกาส ลองไป มาแก้บน “แม่ตะเคียนทอง” วัดบึงบาฯ ดูสักครั้ง ใครรู้โชคใหญ่รออยู่! แชร์ประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือตามไปวัดด้วยกันเลย สุขภาพจงแข็งแรง โชคลาภจงมาเยือนนะทุกคน

ที่มา – มาแก้บน “แม่ตะเคียนทอง” วัดบึงบาฯ หลังได้โชค 7 งวดติด ไม่ลืมขอเลขเด็ด 16/2/69