วัน: 18 กุมภาพันธ์ 2026

อ่านแล้วใจฟู แห่ชื่นชม “โรงเรียนสตรีภูเก็ต” ให้กำลังใจนักเรียน

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้มีเรื่องราวน่ารักๆ มาฝากกันค่ะ อ่านแล้วใจฟู แห่ชื่นชม “โรงเรียนสตรีภูเก็ต” ให้กำลังใจ “นักเรียน” ช่วงสอบปลายภาค เลยนะ ใครที่กำลังเครียดกับการสอบปลายภาค หรือเป็นพ่อแม่ที่กังวลผลลูก อ่านแล้วต้องยิ้มตามแน่นอน โรงเรียนนี้เขาไม่ธรรมดา ออกประกาศสุดอบอุ่น ห่วงใยทั้งเด็กและผู้ปกครอง ไปดูกันเลยดีกว่าว่าประกาศนั้นพูดอะไรบ้าง

อ่านแล้วใจฟู แห่ชื่นชม “โรงเรียนสตรีภูเก็ต” ให้กำลังใจ “นักเรียน” ช่วงสอบปลายภาค

เรื่องนี้กลายเป็นไวรัลในโซเชียลไปแล้ว เมื่อเพจเฟซบุ๊กของ โรงเรียนสตรีภูเก็ต โพสต์ประกาศชื่อ “การสอบปลายภาค ก้าวแห่งเรียนรู้ด้วยความห่วงใยและความเข้าใจผู้เรียน” อ่านปุ๊บใจฟูปั๊บเลยค่ะ! เขาเข้าใจดีว่านักเรียนและผู้ปกครองอาจเครียดกับผลสอบ แต่โรงเรียนบอกชัดเลยว่า ผลสอบเป็นแค่เครื่องมือวัดพัฒนาการทางวิชาการเท่านั้น ไม่ใช่ตัวชี้วัดคุณค่า ความสามารถ ความสุข หรือความสำเร็จในชีวิตหรอกนะ

ข้อความในประกาศนี่แหละที่ทำให้ชาวเน็ตแห่ชื่นชม เพราะพูดถึงว่านักเรียนแต่ละคนมีศักยภาพต่างกัน บางคนเก่งคณิต บางคนถนัดภาษา บางคนเจ๋งเรื่องศิลปะ ดนตรี เทคโนโลยี กีฬา หรือแม้แต่ทักษะผู้นำ ความสำเร็จในชีวิตไม่ได้วัดจากเกรดอย่างเดียว แต่มาจากการค้นพบตัวเอง รู้ว่าชอบอะไร ถนัดอะไร แล้วเติบโตอย่างมีความสุขในทางของตัวเอง

ข้อความประกาศเต็มๆ จากโรงเรียนสตรีภูเก็ต

“ในช่วงปลายภาคเรียนปีการศึกษา 2568 โรงเรียนสตรีภูเก็ตมีห่วงใยและเข้าใจเป็นอย่างยิ่งว่า การสอบวัดผลปลายภาค อาจทำให้นักเรียนและผู้ปกครองเกิดความกังวลเกี่ยวกับผลการเรียนของบุตรหลาน โรงเรียนขอเรียนว่า ผลการสอบเป็นเพียงหนึ่งในเครื่องมือวัดพัฒนาการทางวิชาการ มิใช่เครื่องชี้วัดคุณค่า ความสามารถ ความสุข หรือความสำเร็จในชีวิตของนักเรียนแต่ละคน นักเรียนทุกคนมีศักยภาพแตกต่างกัน

บางคนอาจไม่ถนัดในรายวิชาหนึ่ง แต่โดดเด่นในอีกหลายด้าน บางคนเก่งคณิตศาสตร์ บางคนเก่งภาษา บางคนมีพรสวรรค์ด้านศิลปะ ดนตรี เทคโนโลยี กีฬา หรือทักษะความเป็นผู้นำ ความสำเร็จในชีวิตไม่ได้จำกัดอยู่เพียงตำแหน่งหน้าที่ หรือวิชาชีพใดวิชาชีพหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ วิศวกร หรืออาชีพใดก็ตาม หากแต่เกิดจากการค้นพบศักยภาพของตนเองด้วยการรู้ตัวตน ชอบและถนัดอะไร เติบโตในสังคมอย่างมีความสุขในเส้นทางที่เหมาะสมกับตนเอง

ขอความร่วมมือผู้ปกครองเป็นพลัง สนับสนุน ในการให้กำลังใจ สร้างบรรยากาศที่อบอุ่น เข้าใจ และเปิดโอกาสให้บุตรหลานได้เรียนรู้จากทั้งความสำเร็จและข้อผิดพลาด การสอบปลายภาคครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการวัดผล แต่คืออีกหนึ่งก้าวของการเติบโต ขอให้นักเรียนทุกคนทำหน้าที่ของตนอย่างดีที่สุด และก้าวไปข้างหน้าด้วยหัวใจที่เข้มแข็ง

โรงเรียนสตรีภูเก็ตในฐานะสถานศึกษา มีความห่วงใยและปรารถนาให้นักเรียนทุกคน ตั้งใจทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มกำลัง บริหารเวลาอย่างเหมาะสม ดูแลสุขภาพกายและใจ เชื่อมั่นในคุณค่าของตนเอง ด้วยความปรารถนาดีอย่างยิ่ง”

หลังโพสต์นี้ออกไป ชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์กันรัวๆ เลยค่ะ ทุกคนบอกว่าอ่านแล้วใจฟู ได้กำลังใจเยอะ แถมยังส่งต่อความเข้าใจให้พ่อแม่ด้วย ดีใจแทนเด็กๆ ที่มีโรงเรียนแบบนี้

ทำไมประกาศนี้ถึงทำให้ใจฟูขนาดนี้?

ในยุคที่เด็กๆ กดดันเรื่องเกรดกันมาก การที่โรงเรียนออกมาพูดแบบนี้ มันเหมือนการกอดอุ่นๆ เลยนะคะ มันลดความกดดัน บอกให้รู้ว่าทุกคนมีจุดเด่นของตัวเอง ไม่ต้องกลัวผิดพลาด แถมยังขอให้ผู้ปกครองช่วยกันเชียร์ สร้างบรรยากาศดีๆ ด้วย

  • เน้นศักยภาพหลากหลาย: ไม่ใช่แค่เกรด แต่รวมถึงทักษะอื่นๆ ด้วย
  • ลดความกังวล: ผลสอบไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต
  • ขอความร่วมมือผู้ปกครอง: ให้กำลังใจแทนการตำหนิ
  • ห่วงใยสุขภาพ: กายใจต้องดีถึงเรียนเก่งได้

เคล็ดลับให้กำลังใจลูกช่วงสอบ จากมุมมองพ่อแม่

เห็นตัวอย่างดีๆ จาก โรงเรียนสตรีภูเก็ต ให้กำลังใจนักเรียน แล้ว เราก็ลองเอาไปใช้กันบ้างนะคะ สำหรับพ่อแม่ที่อยากช่วยลูก:

  • พูดให้กำลังใจ เช่น “ลูกเก่งอยู่แล้ว แค่ทำเต็มที่ก็พอ”
  • สร้างสภาพแวดล้อมเงียบสงบ อาหารดีๆ กิน
  • ไม่เปรียบเทียบกับเพื่อนบ้าน
  • หลังสอบกินข้าวอร่อยฉลอง ไม่ว่าจะผลออกมายังไง
  • คุยเรื่องอนาคตแบบกว้างๆ ไม่จำกัดอาชีพ

ส่วนนักเรียนเอง ก็จำไว้นะ ทำเต็มที่ ดูแลตัวเอง พักผ่อนให้พอ แล้วเชื่อมั่นในตัวเอง สอบครั้งนี้เป็นแค่ก้าวหนึ่งเอง

เรื่องราวแบบ อ่านแล้วใจฟู แห่ชื่นชม “โรงเรียนสตรีภูเก็ต” ให้กำลังใจ “นักเรียน” ช่วงสอบปลายภาค นี่แหละที่เราต้องการเห็นมากขึ้นในระบบการศึกษาไทย มันแสดงให้เห็นว่าครูและโรงเรียนห่วงใยเด็กจริงๆ ไม่ใช่แค่สอนหนังสือ แต่ปลูกฝังจิตใจด้วย ในความเห็นส่วนตัวนะคะ การให้กำลังใจแบบนี้สำคัญมาก โดยเฉพาะช่วงที่เด็กเครียด จะช่วยลดปัญหาสุขภาพจิตได้เยอะเลย ถ้าทุกโรงเรียนทำแบบนี้ได้ เด็กไทยคงมีความสุขกับการเรียนมากขึ้นแน่นอน

คุณล่ะคะ มีประสบการณ์ให้กำลังใจลูกช่วงสอบยังไงบ้าง? หรือเจอประกาศใจดีจากโรงเรียนไหนมาบ้าง แชร์กันในคอมเมนต์เลยนะคะ จะได้ส่งต่อพลังบวกกันต่อ! 😊

ที่มา – อ่านแล้วใจฟู แห่ชื่นชม “โรงเรียนสตรีภูเก็ต” ให้กำลังใจ “นักเรียน” ช่วงสอบปลายภาค

บขส. เปิดจองตั๋วล่วงหน้า สงกรานต์ 69 แล้ว!

บขส. เปิดจองตั๋วล่วงหน้า สงกรานต์ 69 แล้ววันนี้! ถ้าคุณกำลังวางแผนกลับบ้านหรือท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 อย่ารอช้า รีบจองตั๋วรถโดยสารประจำทางกับบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ได้เลย เพื่อความชัวร์ไม่ต้องลุ้นตั๋วเต็มในวันจริง

บขส. เปิดจองตั๋วล่วงหน้า สงกรานต์ 69 แล้ววันนี้

นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. เปิดเผยว่า เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่คาดว่าจะเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวจำนวนมากในช่วงสงกรานต์ 2569 บขส. จึงเปิดให้ บขส. เปิดจองตั๋วล่วงหน้า สงกรานต์ 69 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ช่วยให้ทุกคนวางแผนการเดินทางได้อย่างเป็นระบบ ไม่มีตกค้าง

ปัจจุบันมีประชาชนเริ่มทยอยจองแล้วกว่า 30% ในทุกเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก หรือภาคใต้ คาดว่าช่วงเดือนมีนาคม 2569 จะคึกคักยิ่งขึ้น เมื่อตารางวันหยุดชัดเจนและทุกคนพร้อมลุยสาดน้ำสงกรานต์

บขส. เปิดจองตั๋วสงกรานต์ 69

ช่องทางการจองตั๋วบขส. สงกรานต์ 69 สะดวกสุดๆ

จองง่ายมาก ไม่ต้องไปรอคิวที่สถานี ลองดูช่องทางเหล่านี้:

ทุกช่องทางพร้อมบริการ 24 ชม. ช่วยบริหารจัดการรถโดยสารให้เพียงพอต่อความต้องการ ไม่ว่าจะเส้นทางไหนก็ตาม

ในปัจจุบัน ผู้โดยสารใช้บริการรถบขส. และรถร่วมประมาณ 80,000-90,000 คนต่อวัน ด้วยรถกว่า 5,000-6,000 เที่ยว แสดงให้เห็นว่าความนิยมรถโดยสารประจำทางยังสูงมาก โดยเฉพาะช่วงเทศกาล

สถานีขนส่งผู้โดยสาร บขส.

มาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงจากบขส.

บขส. ย้ำมาตรการความปลอดภัยเต็มสูบ เช่น ตรวจสภาพรถก่อนออกเดินทาง พนักงานขับรถพักผ่อนเต็มที่ ตรวจสารเสพติดและแอลกอฮอล์เป็น 0, จัดคนขับ 2 คนสำหรับเส้นยาวเกิน 6 ชม., ควบคุมความเร็วไม่เกิน 90 กม./ชม. เพื่อให้คุณเดินทางปลอดภัย สร้างความมั่นใจในระบบขนส่งสาธารณะ

เทศกาลสงกรานต์คือช่วงที่ถนนหนึบรถ การเลือกเดินทางด้วยบขส. ไม่เพียงประหยัด แต่ยังลดความเสี่ยงอุบัติเหตุได้ดีกว่าขับเอง แถมได้พักผ่อนระหว่างทาง สนุกกับเพื่อนๆ หรือครอบครัว

เคล็ดลับเพิ่มเติม: จองตั๋วล่วงหน้า 1-2 เดือนเพื่อเลือกที่นั่งดีๆ เตรียมเอกสารประจำตัว และเช็คสภาพอากาศก่อนเดินทาง จะช่วยให้ทริปสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น นอกจากนี้ บขส. ยังมีโปรโมชั่นพิเศษบ้างตามช่วงเวลา อย่าลืมติดตามเพจ!

สรุปแล้ว บขส. เปิดจองตั๋วล่วงหน้า สงกรานต์ 69 เป็นโอกาสทองสำหรับคนอยากเที่ยวชิลๆ โดยไม่เครียดเรื่องตั๋ว รีบจองวันนี้เพื่อล็อคที่นั่งชัวร์ 100% แล้วไปสาดน้ำฉ่ำใจกันเถอะ! การวางแผนล่วงหน้าจะทำให้สงกรานต์ปีนี้เป็นทริปที่ประทับใจที่สุด

จองเลยตอนนี้ที่ เว็บ บขส. หรือ Line @TCL99 เพื่อเดินทางสงกรานต์ชัวร์!

“ทนายอั๋น” ข้องใจ ผู้ตรวจการแผ่นดิน แจ้งถามกกต.

ในแวดวงการเมืองไทยช่วงนี้ ดราม่าร้อนๆ ยังคงมีไม่ขาดสาย โดยเฉพาะประเด็นการเลือกตั้งที่ยังคงเป็นจุดสงสัยของหลายฝ่าย ล่าสุด ทนายอั๋น ข้องใจ ผู้ตรวจการแผ่นดิน หลังจากที่ยื่นเรื่องไปสองประเด็น แต่ผู้ตรวจการกลับส่งถามกกต.แค่ปมคิวอาร์โค้ดเท่านั้น ส่วนปมบัตรเขย่งกลับเงียบหายไปซะงั้น เรื่องนี้ทำให้ทนายอั๋นบุรีรัมย์หรือนายภัทรพงศ์ ศุภักษร ออกมาแถลงข่าวอย่างด่วนร้อนที่สำนักงานกกต. เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2569

ทนายอั๋น ข้องใจ ผู้ตรวจการแผ่นดิน

ทนายอั๋นเล่าว่า เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ที่ผ่านมา เขาได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสองประเด็นหลัก คือ ปัญหา QR Code ที่ใช้ในการเลือกตั้ง และปัญหาบัตรเขย่งที่ถูกมองว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่สิ่งที่ทำให้ข้องใจคือ หนังสือตอบกลับจากผู้ตรวจการแผ่นดินลงวันที่ 16 ก.พ. กลับแจ้งว่าได้ส่งหนังสือถามกกต. แค่ปมคิวอาร์โค้ดเท่านั้น ไม่เอ่ยถึงบัตรเขย่งเลย ทำให้ทนายอั๋นตั้งคำถามหนักๆ ว่ามีอะไรอยู่เบื้องหลังหรือไม่

“ผู้ตรวจการแผ่นดินท่านตรงไปตรงมาหรือไม่ เพราะมันไม่ถูกต้องครบถ้วน ด้วยเจตจำนงของผมซึ่งถามไป 2 ประเด็น” ทนายอั๋นกล่าวอย่างตรงไปตรงมา พร้อมประกาศว่าจะยื่นเรื่องซ้ำเพื่อให้ตรวจสอบประเด็นบัตรเขย่งให้ครบถ้วน เพราะทั้งสองประเด็นนี้มีน้ำหนักพอๆ กัน และเป็นข้อสงสัยที่นักวิชาการทุกภาคส่วนต่างกังวล

ทำไมปมบัตรเขย่งถึงถูกมองข้าม?

เพื่อให้เข้าใจบริบทมากขึ้น เรามาดูกันว่าประเด็นเหล่านี้คืออะไร ปม QR Code เกิดจากระบบสแกนคิวอาร์โค้ดที่ใช้ตรวจสอบบัตรเลือกตั้ง ซึ่งถูกวิจารณ์ว่าอาจเปิดช่องให้เกิดการทุจริตหรือผิดพลาดได้ง่าย ส่วนปมบัตรเขย่ง คือบัตรที่ถูกยับยู่ยี่จนนับไม่ได้หรือถูกตีความว่าไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจส่งผลต่อผลคะแนนรวม ทำให้การเลือกตั้งทั้งหมดถูกมองว่าโมฆะได้

  • ประเด็น QR Code: ระบบใหม่ที่กกต.นำมาใช้ แต่ขาดความโปร่งใส
  • ประเด็นบัตรเขย่ง: จำนวนมากผิดปกติ สงสัยการจัดการ
  • บทบาทผู้ตรวจการแผ่นดิน: ควรตรวจสอบทั้งหมดเพื่อความเป็นธรรม

นอกจากนี้ ทนายอั๋นยังหยอดมุกตลกๆ ระหว่างแถลง โดยพูดถึงการเสียชีวิตของตัวละครบักเซียงในหนัง ทำให้ห่วง “บักแหวง” พี่ชายบ้านเดียวกันที่เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกกต. กลัวว่าจะไม่มีใครจัดการเลือกตั้งครั้งหน้า เพราะเชื่อว่าการเลือกตั้งรอบนี้โมฆะ 100% สร้างสีสันให้สื่อมวลชนหัวเราะกันครึกครื้น

เรื่องนี้สะท้อนปัญหาความโปร่งใสในระบบเลือกตั้งไทย ที่ยังคงเป็นมรสุมไม่จบสิ้น กกต.ถูกกดดันหนัก ขณะที่ผู้ตรวจการแผ่นดินต้องพิสูจน์ความเป็นกลาง ทนายอั๋นยังตั้งข้อสังเกตว่า “ปากว่าตาขยิบ ส่งซิกกันหรือเปล่า เพราะคุณมีที่มาเดียวกัน” ซึ่งเป็นคำถามที่ค้างคาใจประชาชน

จากประสบการณ์ของทนายอั๋นที่ติดตามคดีการเมืองมานาน เขาเชื่อว่าการตรวจสอบต้องครบถ้วนทุกประเด็น มิเช่นนั้นจะเสียความน่าเชื่อถือทั้งระบบ หากคุณสนใจประเด็นการเมืองแบบนี้ ลองติดตามและแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง ชวนเพื่อนแชร์เพื่อให้เกิดการตรวจสอบที่เข้มข้นยิ่งขึ้น คุณคิดว่าประเด็นบัตรเขย่งสำคัญแค่ไหน? บอกเรามาเลย!

สุดท้าย เรื่องนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าการเลือกตั้งต้องโปร่งใสเพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริง

ที่มา – “ทนายอั๋น” ข้องใจ ผู้ตรวจการแผ่นดิน แจ้งถาม กกต. แค่ปมคิวอาร์โค้ด เว้นปมบัตรเขย่ง

ซารา ดูเตอร์เต ประกาศชิงตำแหน่ง ปธน. ฟิลิปปินส์ ปี 2028 ท้าชนมาร์กอส

ซารา ดูเตอร์เต ประกาศชิงตำแหน่ง ปธน. ฟิลิปปินส์ ปี 2028 ท้าชนมาร์กอส อย่างเป็นทางการแล้ว! เหตุการณ์นี้กำลังเป็นข่าวใหญ่ในแวดวงการเมืองฟิลิปปินส์ ท่ามกลางความขัดแย้งรุนแรงระหว่างเธอกับประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์

ซารา ดูเตอร์เต ประกาศชิงตำแหน่ง ปธน. ฟิลิปปินส์ ปี 2028 ท้าชนมาร์กอส

รองประธานาธิบดีซารา ดูเตอร์เต ได้ประกาศตัวชัดเจนว่าจะลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ในปี 2028 เพื่อนำพาประเทศที่มีประชากรกว่า 116 ล้านคนให้พ้นวิกฤต การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นในแถลงข่าวเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมืองที่ร้าวลึกกับมาร์กอส ซึ่งเคยเป็นพันธมิตรร่วมหาเสียงในปี 2022

ซารา ดูเตอร์เต ประกาศชิงตำแหน่ง ปธน. ฟิลิปปินส์ ปี 2028 ท้าชนมาร์กอส โดยวิจารณ์รัฐบาลปัจจุบันอย่างหนักหน่วง เธอกล่าวว่า “ฉันขออุทิศชีวิต พละกำลัง และอนาคตของฉัน เพื่อรับใช้ชาติ” พร้อมชี้ว่ามาร์กอสขาดความจริงใจตั้งแต่เดือนแรกๆ ที่เข้ารับตำแหน่ง โดยเฉพาะคำมั่นสัญญาเลือกตั้งและการทุจริตในรัฐบาล นอกจากนี้ ยังมีประเด็นบิดาของเธอ โรดริโก ดูเตอร์เต ที่กำลังเผชิญคดีที่ ICC เรื่องปราบปรามยาเสพติด

พื้นฐานเสียงสนับสนุนและความเสี่ยงที่ซาราต้องเผชิญ

นักวิเคราะห์อย่างไมเคิล เฮนรี ยูซิงโก จาก Ateneo Policy Center มองว่าการประกาศนี้เป็น “ความเสี่ยงครั้งใหญ่” แต่ซารายังมีฐานเสียงแข็งแกร่งในเกาะมินดาเนา ฐานที่มั่นของตระกูลดูเตอร์เต ผลสำรวจนิยมยังเข้าข้างเธอ แม้บิดาจะไม่อยู่ แต่รัฐธรรมนูญฟิลิปปินส์จำกัดประธานาธิบดี 1 วาระ 6 ปี ทำให้มาร์กอสลงไม่ได้

  • ฐานเสียงหลัก: เกาะมินดาเนาและผู้สนับสนุนดูเตอร์เต
  • ความเสี่ยง: การถอดถอน 3 คดี รวมจากกลุ่มนักบวช
  • หากผิด: ตัดสิทธิ์ทางการเมืองทันที

ความขัดแย้งปะทุหลังเลือกตั้ง 2022 เมื่อซาไม่ได้ตำแหน่งที่ต้องการ ได้แค่รัฐมนตรีศึกษาฯ และมีวาจารุนแรงที่ถูกตีความเป็นการขู่มาร์กอส ขณะที่ฝั่งมาร์กอสมีข่าวฉาวโครงการน้ำท่วมปลอม สูญเงินพันล้านดอลลาร์

อนาคตการเมืองฟิลิปปินส์หลังประกาศของซารา

การประกาศของซารา ดูเตอร์เต จะจุดชนวนการตอบโต้จากรัฐบาลมาร์กอส โดยอาจเร่งถอดถอนเต็มรูปแบบ ผู้เชี่ยวชาญคาดว่านี่คือจุดเริ่มต้นของสงครามการเมืองรอบใหม่ในฟิลิปปินส์ ซึ่งอาจส่งผลต่อเสถียรภาพประเทศ นักลงทุนและประชาชนต่างจับตา

จากประสบการณ์การเมืองของตระกูลดูเตอร์เต ทำให้ซามีโอกาสสูง แต่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคทางกฎหมายและการเมือง หากเธอชนะ จะเป็นยุคใหม่ที่เน้นนโยบายเข้มแข็งแบบพ่อ แต่หากแพ้ อาจจบอาชีพการเมือง

นี่คือตัวอย่างของการเมืองฟิลิปปินส์ที่ดุเดือด ดึงดูดสายตาชาวโลก สะท้อนปัญหาการทุจริตและอำนาจที่เปลี่ยนมือ คุณคิดอย่างไรกับการประกาศนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดพัฒนาการสำคัญ!

ที่มา – ซารา ดูเตอร์เต ประกาศชิงตำแหน่ง ปธน. ฟิลิปปินส์ ปี 2028 ท้าชนมาร์กอส

ไม่ฟันธง ไชยชนก คุมดีอีต่อ กระแสจ่อ มท.1

ในสถานการณ์การเมืองที่กำลังร้อนระอุหลังการเลือกตั้ง ไม่ฟันธง ไชยชนก คุมดีอีต่อ ยังคงเป็นประเด็นที่หลายคนจับตามอง โดยเฉพาะเมื่อมีกระแสข่าวลือว่านายไชยชนก ชิดชอบ อาจจะสลับไปนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) แทน ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย คาดว่าจะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมด้วยตัวเอง บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกเบื้องหลังข่าวนี้และความเป็นไปได้ในรัฐบาลใหม่

ไม่ฟันธง ไชยชนก คุมดีอีต่อ

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2567 แหล่งข่าวจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีคนปัจจุบัน ยังคงทำงานตามปกติในช่วงรอการจัดตั้งรัฐบาล แม้จะไม่ได้เข้ามาทุกวันเพราะต้องดูแลหน้าที่เลขาธิการพรรคภูมิใจไทยด้วย เมื่อถามถึงอนาคตว่าจะไม่ฟันธง ไชยชนก คุมดีอีต่อหรือไม่ แหล่งข่าวตอบสั้นๆ ว่า ยังไม่สามารถยืนยันได้ ต้องรอให้การจัดตั้งรัฐบาลเสร็จสิ้นก่อน

นายไชยชนก ถือเป็นบุคคลสำคัญของพรรคภูมิใจไทย ลูกชายของนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี เขามีประสบการณ์ในการกำกับดูแลกระทรวงดีอี ซึ่งรับผิดชอบเรื่องดิจิทัลอีโคซิสเต็ม เศรษฐกิจดิจิทัล และสังคมดิจิทัลมาอย่างดี หากเขาได้อยู่ต่อ คงช่วยขับเคลื่อนวาระดิจิทัลของรัฐบาลใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง แต่กระแสข่าวลือที่ว่าเขาอาจไปนั่ง มท.1 ทำให้สถานการณ์คลุมเครือ

คาด “อนุทิน” นายกฯ ควบกลาโหม

ขณะที่ไม่ฟันธง ไชยชนก คุมดีอีต่อ นายอนุทิน ชาญวีรกุล ก็เป็นอีกชื่อที่ถูกพูดถึงในฐานะนายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดยคาดว่าเขาจะควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้พรรคในการดูแลด้านความมั่นคง นอกจากนี้ พรรคภูมิใจไทยประกาศชัดว่าจะครองกระทรวงสำคัญด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจทั้งหมด

พรรคภูมิใจไทยครองกระทรวงหลัก

จากโพสต์ของนายอนุทิน พรรคภูมิใจไทยตั้งเป้าคุมกระทรวงดังนี้

  • กระทรวงกลาโหม
  • กระทรวงมหาดไทย
  • กระทรวงการคลัง
  • กระทรวงการต่างประเทศ
  • กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
  • กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
  • กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  • กระทรวงพาณิชย์
  • กระทรวงยุติธรรม
  • กระทรวงพลังงาน

รายการนี้แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของพรรคในรัฐบาลใหม่ หากนายไชยชนกไปนั่งมท.1 จริง จะเป็นการย้ายเก้าอี้ที่สมเหตุสมผลเพราะมท.ต้องดูแลเรื่องความมั่นคงภายในและท้องถิ่น ซึ่งคล้ายกับการกำกับดีอีที่ต้องรับมือกับภัยไซเบอร์และข้อมูลดิจิทัล

背景การเมืองหลังเลือกตั้ง

หลังผลเลือกตั้งที่พรรคเพื่อไทยนำ แต่พรรคภูมิใจไทยกลายเป็นตัวแปรสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาล การเจรจาระหว่างพรรคต่างๆ ยังดำเนินอยู่ โดยพรรคภูมิใจไทยใช้จุดแข็งในการเจรจาเพื่อให้ได้กระทรวงใหญ่ๆ นี่คือเหตุผลที่ไม่ฟันธง ไชยชนก คุมดีอีต่อ เพราะตำแหน่งอาจถูกสลับเพื่อสมดุลอำนาจ

กระทรวงดีอีมีบทบาทสำคัญในยุคดิจิทัล โดยเฉพาะการผลักดัน 5G, Cloud, และ AI เพื่อเศรษฐกิจไทย หากเปลี่ยนคน สิ่งที่ต้องจับตาคือความต่อเนื่องของนโยบาย ขณะที่มท.1 ต้องรับมือปัญหาชายแดนและท้องถิ่น นายไชยชนกซึ่งมีเครือข่ายกว้างขวางน่าจะเหมาะสม

นอกจากนี้ ยังมีข่าวลืออื่นๆ เช่น กระทรวงการคลังอาจตกเป็นของพรรคร่วม แต่พรรคภูมิใจไทยยืนกรานครองเศรษฐกิจหลัก สถานการณ์นี้สะท้อนการเมืองไทยที่เต็มไปด้วยการต่อรอง

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์ไม่ฟันธง ไชยชนก คุมดีอีต่อ แสดงให้เห็นว่าพรรคภูมิใจไทยกำลังวางหมากเพื่อบทบาทนำในรัฐบาล ไม่ว่าจะผลเป็นอย่างไร รัฐบาลใหม่น่าจะเน้นเศรษฐกิจและความมั่นคงเป็นหลัก คุณคิดอย่างไรกับกระแสนี้? คอมเมนต์ด้านล่างและแชร์บทความเพื่อติดตามข่าวอัปเดตการจัดตั้งรัฐบาลได้เลย

ที่มา – ไม่ฟันธง “ไชยชนก” คุมดีอีต่อ หลังมีกระแสจ่อ มท.1 คาด “อนุทิน” นายกฯ ควบกลาโหม

85 ชาติสมาชิกยูเอ็น ผนึกกำลังประณามอิสราเอล ปมเวสต์แบงก์

85 ชาติสมาชิกยูเอ็น ผนึกกำลังประณามอิสราเอล ฐานขยายการควบคุมพื้นที่ในเขตเวสต์แบงก์ ซึ่งถือเป็นประเด็นร้อนที่สั่นสะเทือนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในตะวันออกกลางที่ยังคงเต็มไปด้วยความขัดแย้งมานานหลายทศวรรษ เหตุการณ์ล่าสุดนี้ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงจุดยืนของนานาชาติ แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงที่กระบวนการสันติภาพอาจพังทลายลง

85 ชาติสมาชิกยูเอ็น ผนึกกำลังประณามอิสราเอล

เมื่อวันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ คณะผู้แทนถาวรประจำสหประชาชาติจาก 85 ประเทศ ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ 85 ชาติสมาชิกยูเอ็น ผนึกกำลังประณามอิสราเอล กรณีแผนการขยายอำนาจควบคุมในเขตเวสต์แบงก์ โดยระบุชัดเจนว่ามาตรการดังกล่าวอาจเทียบเท่ากับ “การผนวกดินแดนโดยพฤตินัย” ซึ่งขัดแย้งกับกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง ทั้งกลุ่มประเทศนี้เรียกร้องให้อิสราเอลยกเลียมาตรการเหล่านี้ทันที เพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลาย

แถลงการณ์ระบุว่า “เราขอประณามอย่างรุนแรงต่อการตัดสินใจและมาตรการฝ่ายเดียวของอิสราเอล ที่มุ่งขยายการปรากฏตัวอย่างผิดกฎหมายในเขตเวสต์แบงก์” นอกจากนี้ ยังย้ำจุดยืนคัดค้านการผนวกดินแดนทุกรูปแบบ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ถูกยึดครองตั้งแต่ปี 1967 รวมถึงเยรูซาเล็มตะวันออก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของข้อพิพาทอิสราเอล-ปาเลสไตน์

ปมขยายเขตนิคมรุกรานเวสต์แบงก์: สาเหตุหลักของการประณาม

จุดเริ่มต้นของความตึงเครียดเกิดจากเมื่อสัปดาห์ก่อน คณะรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงของอิสราเอล ซึ่งมีรัฐมนตรีขวาจัดหนุนหลัง อนุมัติชุดมาตรการเพื่อกระชับการควบคุมพื้นที่เวสต์แบงก์ที่เดิมอยู่ภายใต้องค์การบริหารปาเลสไตน์ (PA) ตามข้อตกลงออสโลช่วงปี 1990s ล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ รัฐบาลอิสราเอลยังอนุมัติจดทะเบียนที่ดินในพื้นที่ดังกล่าวเป็น “ทรัพย์สินของรัฐ” สิ่งนี้จุดชนวนความไม่พอใจทั่วโลก

นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ออกมาเตือนทันทีว่านโยบายนี้ “ผิดกฎหมาย” และทำให้สถานการณ์ “ขาดเสถียรภาพ” ปัจจุบันมีชาวอิสราเอลกว่า 500,000 คนอาศัยในนิคมเวสต์แบงก์ (ไม่รวมเยรูซาเล็มตะวันออก) ท่ามกลางชาวปาเลสไตน์ 3 ล้านคน ซึ่งถือว่าผิดกฎหมายสากล

กลุ่ม 85 ชาติที่ร่วมแถลงการณ์รวมมหาอำนาจอย่างซาอุดีอาระเบีย จีน รัสเซีย สหภาพยุโรป สันนิบาตอาหรับ และองค์การความร่วมมืออิสลาม พวกเขาย้ำว่ามาตรการของอิสราเอลกำลังบ่อนทำลายสันติภาพและโอกาสแก้ไขข้อพิพาทในอนาคต

บริบทประวัติศาสตร์: เวสต์แบงก์และข้อพิพาทยาวนาน

เวสต์แบงก์เป็นหนึ่งในดินแดนที่อิสราเอลยึดครองตั้งแต่สงครามหกวันปี 1967 ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของรัฐปาเลสไตน์ในอนาคตตามมติสหประชาชาติ การตั้งนิคมอิสราเอลในพื้นที่นี้ถูกมองว่าเป็นอุปสรรคหลักต่อการเจรจาสันติภาพ ข้อตกลงออสโลปี 1993 แบ่งพื้นที่เป็น A B C โดย PA บริหาร A และ B แต่ล่าสุดอิสราเอลกำลังรุกเข้าไปมากขึ้น

  • พื้นที่ A: PA ควบคุมทั้งพลเรือนและความมั่นคง (18% ของเวสต์แบงก์)
  • พื้นที่ B: PA ควบคุมพลเรือน อิสราเอลความมั่นคง (22%)
  • พื้นที่ C: อิสราเอลควบคุมทั้งหมด (60%) ซึ่งเป็นที่ตั้งนิคมหลัก

การขยายนิคมไม่เพียงเปลี่ยนแปลงประชากรศาสตร์ แต่ยังขัดขวางการสร้างรัฐปาเลสไตน์ที่มีอิสระ

ผลกระทบต่อกระบวนการสันติภาพ

นานาชาติเห็นตรงกันว่าการกระทำของอิสราเอลกำลังทำลายความหวังในการสองรัฐ (Two-State Solution) ซึ่งเป็นกรอบหลักในการแก้ไขข้อพิพาท หากไม่ยกเลิกมาตรการ สถานการณ์อาจนำไปสู่ความรุนแรงรอบใหม่และการโดดเดี่ยวทางการทูตของอิสราเอล

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงอิทธิพลของกลุ่มขวาจัดในรัฐบาลอิสราเอลที่นำโดยนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ซึ่งมุ่งเน้นนโยบายแข็งกร้าวต่อปาเลสไตน์

สุดท้ายแล้ว 85 ชาติสมาชิกยูเอ็น ผนึกกำลังประณามอิสราเอล เป็นเครื่องเตือนใจว่านานาชาติยังคงจับตาและพร้อมใช้เครื่องมือทางกฎหมายเพื่อรักษาสันติภาพ คุณคิดว่าการประณามครั้งนี้จะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ได้หรือไม่? แสดงความคิดเห็นในช่องคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารต่างประเทศจากเราเพื่ออัปเดตเหตุการณ์ล่าสุด!

ที่มา – 85 ชาติสมาชิกยูเอ็น ผนึกกำลังประณามอิสราเอล ปมขยายเขตนิคมรุกราน “เวสต์แบงก์”

กลาโหม เปิดรับสมัคร “กำลังพลสำรอง” มียศทหาร ไม่ต้องลาออกงานประจำ

คุณทำงานเอกชนหรือทำอาชีพอิสระ แต่ใฝ่ฝันอยากมียศทหารและช่วยเหลือชาติใช่ไหม? กลาโหม เปิดรับสมัคร “กำลังพลสำรอง” มียศทหาร ไม่ต้องลาออกงานประจำ นี่คือโอกาสทองสำหรับคุณ! กระทรวงกลาโหมกำลังรับสมัครบุคคลที่มีความรู้เฉพาะทาง โดยไม่ต้องลาออกจากงานเดิม ช่วยให้คุณมีสถานะทหารสำรอง พร้อมรับใช้ชาติเมื่อจำเป็น เหมาะสำหรับคนรักชาติที่อยากมีส่วนร่วมโดยไม่กระทบชีวิตประจำวัน

กลาโหม เปิดรับสมัคร “กำลังพลสำรอง” มียศทหาร ไม่ต้องลาออกงานประจำ

ตามประกาศจากสำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เปิดรับสมัครทหารกองหนุน ทหารกองเกิน ทหารหญิงพ้นราชการ หรือบุคคลทั่วไป เข้าเป็นกำลังพลสำรองประจำปี 2569 จำนวน 12 อัตรา แบ่งตามหน่วยงานดังนี้

  • กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม (วท.กห.): นายทหารสัญญาบัตร อัตรา พ.ต., น.ต. จำนวน 4 อัตรา
  • กรมการอุตสาหกรรมทหาร ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร (อท.ศอพท.): พ.ต., น.ต. 1 อัตรา และ ร.อ. 1 อัตรา
  • กรมการพลังงานทหาร ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร (พท.ศอพท.): พ.อ., น.อ. 1 อัตรา
  • สำนักงานเลขานุการ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (สลก.สป.): พ.ท., น.ท. 1 อัตรา, พ.ต., น.ต. 1 อัตรา, ร.อ. 3 อัตรา

คุณสมบัติผู้สมัครสำหรับกลาโหม เปิดรับสมัคร “กำลังพลสำรอง”

ผู้สนใจต้องสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีขึ้นไปหรือเทียบเท่า ในสาขาที่เกี่ยวข้อง เช่น นิเทศศาสตร์, วิจิตรศิลป์และประยุกต์ศิลป์, สารสนเทศศาสตร์, ศิลปกรรมศาสตร์, ศึกษาศาสตร์, คอมพิวเตอร์กราฟิก, บริหารธุรกิจทางการประชาสัมพันธ์และสื่อสารมวลชน, วารสารศาสตร์, สื่อสารมวลชน, เทคโนโลยีสื่อสารมวลชน, โฆษณาและประชาสัมพันธ์, การออกแบบ, ออกแบบสื่อสารออนไลน์, เทคโนโลยีถ่ายภาพและภาพยนตร์, วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ สาขาเหล่านี้เน้นทักษะด้านสื่อ สร้างสรรค์ และเทคโนโลยีที่กองทัพต้องการ

นอกจากนี้ ผู้สมัครต้องมีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวที่ขัดต่อการปฏิบัติหน้าที่ และผ่านการตรวจสอบประวัติ หากคุณมีประสบการณ์ในสายงานสื่อ โฆษณา หรือกราฟิก จะเป็นข้อได้เปรียบอย่างมาก เพราะกำลังพลสำรองเหล่านี้จะช่วยสนับสนุนภารกิจด้านประชาสัมพันธ์ ความมั่นคง และบรรเทาภัยพิบัติ

ห้วงเวลาและสถานที่รับสมัคร

รับสมัครตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ – 13 มีนาคม 2569 ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์วันที่ 19 มีนาคม 2569 เวลา 09.00 น. สามารถสมัครได้ที่หน่วยรับการบรรจุทั้ง 4 หน่วย หรือกรมการสรรพกำลังกลาโหม ถนนศรีสมาน ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ในวันเวลาราชการ หรือสมัครออนไลน์ 24 ชั่วโมง สอบถามโทร 0-2560-5384, 06-5828-0932 หรือ Line Open Chat: RESERVESDMD รายละเอียดเพิ่มเติมที่ เว็บไซต์กรมการสรรพกำลังกลาโหม

สวัสดิการและสิทธิประโยชน์

จุดเด่นคือ ไม่ต้องลาออกจากงานประจำ คุณยังคงทำอาชีพเดิมได้ตามปกติ แต่มีสถานะนายทหารสัญญาบัตรในระบบกำลังพลสำรอง ระยะเวลาบรรจุ 6 ปี ปฏิบัติหน้าที่เมื่อมีคำสั่งเรียก เช่น ฝึกอบรม เตรียมความพร้อม หรือภารกิจเร่งด่วนอย่างสงคราม ภัยพิบัติ

ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ได้รับค่าตอบแทน เงินเดือน เบี้ยเลี้ยง และรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลทหาร (เฉพาะตัวเอง) หลังภารกิจเสร็จ กลับไปทำงานปกติ โอกาสนี้ไม่เพียงให้ยศทหาร แต่ยังสร้างเครือข่ายในกองทัพ พัฒนาทักษะ และมีส่วนร่วมรับใช้ชาติอย่างยั่งยืน

ในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว การมีกำลังพลสำรองที่มีความเชี่ยวชาญด้านสื่อและเทคโนโลยีช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กองทัพไทย หากคุณสนใจด้านประชาสัมพันธ์ การออกแบบ หรือสื่อดิจิทัล นี่คือทางเลือกที่สมบูรณ์แบบ ช่วยชาติโดยไม่เสียโอกาสในอาชีพ

อย่ารอช้า! ตรวจสอบคุณสมบัติและสมัครวันนี้ เพื่อก้าวสู่ยศทหารและภารกิจเพื่อชาติ สมัครเลยเพื่ออนาคตที่ภาคภูมิใจ

ที่มา – กลาโหม เปิดรับสมัคร “กำลังพลสำรอง” มียศทหาร ไม่ต้องลาออกงานประจำ

“ธรรมนัส” ยันยังไม่คุยร่วมรัฐบาล-แบ่งกระทรวง

สวัสดีครับชาวการเมืองตัวยง! วันนี้เรามีอัพเดทสุดร้อนจากวงในการเมืองไทยกันครับ โดยเฉพาะประเด็นที่ทุกคนกำลังจับตา นั่นคือ ธรรมนัส ยันยังไม่คุยเรื่องร่วมรัฐบาล-แบ่งกระทรวง หลังจากมีภาพหลุดของ “นฤมล” หัวหน้าพรรคกล้าธรรม (กธ.) คุยกับ “อนุทิน” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่สงขลา ทำให้หลายคนคาดเดาว่าพรรคจะไปทางไหน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และ รมว.เกษตร ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ออกมาเคลียร์ชัดเจนแล้วว่า ยังไม่มีอะไรคืบหน้า แนะให้โฟกัสบัตรเลือกตั้งก่อนเลยครับ

ธรรมนัส ยันยังไม่คุยเรื่องร่วมรัฐบาล-แบ่งกระทรวง

เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2567 เวลา 09.35 น. ที่กระทรวงเกษตร ร.อ.ธรรมนัส ให้สัมภาษณ์แบบชิลๆ หลังมีภาพนฤมลคุยกับอนุทิน ถามว่าได้คุยกับนฤมลยัง? คำตอบคือ “ยังครับ เมื่อคืนงานดึก” ส่วนทำไมไม่ไปงานพระราชทานเพลิงที่สงขลา ก็ยกเลิกเพราะติดงานตั้งแต่สัปดาห์ก่อน สัญญาณพูดคุยตอนนี้? “ไม่มีอะไรครับ ตามที่เลขาภท.แถลง ไม่มีอะไรมากกว่านั้น” และพรรคจะประชุม สส. วันที่ 19 ก.พ. ก่อนที่ตัวเองจะบินไปยุโรปดูแสงสีเขียว สมองคิดแต่เรื่องนั้นเลย!

ทำไมธรรมนัส ยันยังไม่คุยเรื่องร่วมรัฐบาล-แบ่งกระทรวง

ธรรมนัสย้ำหนักว่า ข่าวที่พรรคกล้าธรรมจะเป็นฝ่ายค้านหรือไม่ มาจากสื่อล้วนๆ ไม่มีคำยืนยันจากภท. ส่วนตัวปล่อยให้นฤมลและไผ่ ลิกค์ เลขาพรรคจัดการ ยังไม่คุยหลังไมค์ลึกซึ้ง เพราะ เร็วเกินไป สส.ยังไม่นิ่ง โดยเฉพาะบัญชีรายชื่อ พูดมากเดี๋ยวประชาชนไม่มั่นใจรัฐบาลใหม่ ถ้าเป็นแกนนำจัดตั้ง จะรอให้ทุกอย่างนิ่งก่อน

ธรรมนัส พรหมเผ่า ให้สัมภาษณ์

ย้อนความพันธมิตรเก่า ธรรมนัสบอก เจอภท.ทุกอังคาร ไม่ต้องคุยหน้างาน ส่วนไปแถลงกับเพื่อไทย? “เราไม่เคยทำแบบนั้น กล้าธรรมเคยทำหรือ?” ชัดเลย! จะรอภท.มาคุยไหม? “เราอยู่ในรัฐบาล 2 พรรค ภท.+กล้าธรรม พรรคอื่นไม่ได้” สิ่งสำคัญคือปัญหาเลือกตั้ง กกต.ต้องแก้บัตรเขย่ง บาร์โค้ด รัฐบาลเก่ายังบริหารอยู่ ไม่ต้องรีบ

  • ยังไม่คุยแบ่งกระทรวง: ไม่มีหลังไมค์ลึก เร็วเกิน
  • แนะโฟกัสบัตรเลือกตั้ง: ก่อนคิดเรื่องรัฐบาล
  • ไปยุโรปทุกปี: พักผ่อนกับครอบครัว ไม่ซีเรียส
  • ประชุมพรรค 19 ก.พ.: แสดงยินดี สส. แจ้งกฎระเบียบ

ถ้ากล้าธรรมไม่ได้เกษตรกระทรวง? ธรรมนัสชิล “เอาใจผูกไว้คิดมาก แต่ สส.ขับเคลื่อนได้ 8 ปีผ่านมาเคยเป็นฝ่ายค้านทำดีด้วย” เป็นนักการเมือง สำเร็จที่เลือกตั้ง ถ้าไม่ได้รัฐบาล ใช้สภาแทน ข่าวแบ่งโควตาแล้ว? “ไม่มี อย่าตีข่าวไปเอง”

ธรรมนัส พรหมเผ่า ยิ้มรับคำถาม

สถานการณ์การเมืองหลังเลือกตั้งยังเดือด พรรคเล็กใหญ่กำลังชิงตำแหน่ง ธรรมนัสเลือกโฟกัสปัญหาเลือกตั้งที่ประชาชนเดือดร้อนจริง เช่น บัตรเสียเยอะ บาร์โค้ดผิดพลาด กกต.ต้องรับผิดชอบ ถ้าปล่อยไว้ รัฐบาลใหม่ก็เริ่มไม่ดี การเจรจาควรรอ สส.นิ่งเพื่อความโปร่งใส สุดท้ายธรรมนัสย้ำ ธรรมนัส ยันยังไม่คุยเรื่องร่วมรัฐบาล-แบ่งกระทรวง ชัดเจนแบบนี้ คงต้องรอดูการประชุมพรรคพรุ่งนี้

มุมมองเรา: การเมืองไทยชอบข่าวลือ แต่ธรรมนัสสอนดี โฟกัสปัญหาจริงก่อน รัฐบาลช้าแต่ชัวร์ดีกว่าเร็วแต่ล้ม คุณคิดยังไง ลองคอมเมนต์บอกกันหน่อย สนใจข่าวการเมืองอัพเดท รอติดตามบล็อกเราเลยครับ!

ที่มา – “ธรรมนัส” ยัน ยังไม่ได้คุยเรื่องร่วมรัฐบาล-แบ่งกระทรวง แนะโฟกัสบัตรเลือกตั้งก่อน

“ฮุน มาเนต” บินถึงสหรัฐฯ ร่วมประชุม Board of Peace นัดแรก

“ฮุน มาเนต” บินถึงสหรัฐฯ ร่วมประชุม Board of Peace นัดแรก สร้างความสนใจในเวทีการต่างประเทศอย่างมาก เมื่อสมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เดินทางถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เรียบร้อยแล้ว เพื่อเข้าร่วมการประชุมสำคัญครั้งนี้

“ฮุน มาเนต” บินถึงสหรัฐฯ ร่วมประชุม Board of Peace นัดแรก เตรียมหารือผู้นำหลายประเทศ

การเดินทางครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 โดยนายกรัฐมนตรีกัมพูชาพร้อมคณะผู้แทนระดับสูง ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากนายกอย กวง เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำสหรัฐอเมริกา และนายแก้ว เจีย เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรกัมพูชาประจำสหประชาชาติ ที่สนามบิน

กำหนดการสำคัญในการประชุม Board of Peace

การประชุม Board of Peace นัดแรกนี้จัดขึ้น ณ สถาบันสันติภาพแห่งสหรัฐอเมริกา “โดนัลด์ เจ. ทรัมป์” ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับการแลกเปลี่ยนแนวคิดด้านสันติภาพและความมั่นคงระดับโลก “ฮุน มาเนต” จะได้ร่วมหารือทวิภาคีกับบุคคลสำคัญของสหรัฐฯ และผู้นำจากหลายประเทศ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และขยายความร่วมมือในด้านต่างๆ เช่น เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และความมั่นคง

นอกจากนี้ ระหว่างการพำนักในสหรัฐฯ นายกฯ ฮุน มาเนต ยังมีกำหนดการพบปะกับผู้นำและนักธุรกิจชั้นนำ เพื่อสำรวจโอกาสใหม่ๆ ในการพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคี ซึ่งจะช่วยยกระดับบทบาทของกัมพูชาในเวทีระหว่างประเทศ

背景ของฮุน มาเนต และความสำคัญของการเดินทางครั้งนี้

สมเด็จฯ ฮุน มาเนต เป็นบุตรชายของสมเด็จฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีผู้ครองอำนาจยาวนานของกัมพูชา หลังจากรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปี 2566 เขาได้แสดงศักยภาพในการนำ外交ของกัมพูชาไปสู่ยุคใหม่ โดยเน้นการกระชับสัมพันธ์กับมหาอำนาจต่างๆ รวมถึงสหรัฐอเมริกา การเดินทาง “ฮุน มาเนต” บินถึงสหรัฐฯ ร่วมประชุม Board of Peace นัดแรก จึงเป็นสัญญาณชัดเจนของการผลักดันนโยบายต่างประเทศที่กระฉับกระเฉง

ในช่วงที่ผ่านมา กัมพูชาได้พยายามปรับสมดุลความสัมพันธ์ระหว่างจีน สหรัฐ และชาติอื่นๆ เพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจและความมั่นคง การประชุมครั้งนี้คาดว่าจะช่วยลดช่องว่างด้านความไว้วางใจ และเปิดประตูสู่ความช่วยเหลือด้านการพัฒนา

  • ร่วมประชุม Board of Peace นัดปฐมฤกษ์ เพื่อหารือประเด็นสันติภาพโลก
  • การหารือทวิภาคีกับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ในประเด็นเศรษฐกิจและการค้า
  • พบปะผู้นำจากประเทศพันธมิตร เพื่อขยายเครือข่ายหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์
  • เยือนยุโรปต่อไปยังเจนีวาและบรัสเซลส์

แผนการเยือนยุโรปหลังสหรัฐฯ

หลังเสร็จสิ้นภารกิจในสหรัฐฯ “ฮุน มาเนต” มีแผนเดินทางเยือนยุโรปอย่างเป็นทางการ โดยเริ่มจากนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อพบปะกับหน่วยงานสหประชาชาติและองค์กรระหว่างประเทศ จากนั้นไปยังกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เพื่อเจรจากับผู้นำสหภาพยุโรป การเดินทางครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์外交ที่มุ่งขยายอิทธิพลของกัมพูชาในระดับสากล

คาดว่าการหารือจะครอบคลุมประเด็นการค้าเสรี การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน และความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจกัมพูชาให้เติบโตอย่างยั่งยืน

การเดินทางของ “ฮุน มาเนต” บินถึงสหรัฐฯ ร่วมประชุม Board of Peace นัดแรกนี้ ไม่เพียงแต่แสดงถึงความมุ่งมั่นของผู้นำรุ่นใหม่ แต่ยังเป็นก้าวสำคัญที่อาจเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์การเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นักวิเคราะห์เห็นว่าอาจนำไปสู่ข้อตกลงใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อภูมิภาค

ในมุมมองของผู้เขียน การกระทำเช่นนี้ช่วยยืนยันว่ากัมพูชากำลังก้าวสู่การเป็นผู้เล่นหลักในเวทีโลก หากคุณสนใจข่าวการต่างประเทศไทย สามารถติดตามบทวิเคราะห์เพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – “ฮุน มาเนต” บินถึงสหรัฐฯ ร่วมประชุม Board of Peace นัดแรก เตรียมหารือผู้นำหลายประเทศ