วัน: 18 กุมภาพันธ์ 2026

“เรืองไกร” ชี้ปมสเปคเตอร์ซี พรรคประชาชนเสี่ยงยุบ

ประเด็นร้อนทางการเมืองที่กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางคือ “เรืองไกร” ชี้ปม สเปคเตอร์ซี หากพรรคประชาชน ถือหุ้น อาจเสี่ยงยุบพรรค นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ นักกฎหมายชื่อดัง ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ที่สำนักงาน กกต. เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2567 โดยชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงที่พรรคการเมืองอาจเผชิญ หากมีการถือหุ้นหรือได้รับประโยชน์จากบริษัทเอกชนอย่างสเปคเตอร์ซี ซึ่งอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายห้ามพรรคการเมืองประกอบธุรกิจตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง

“เรืองไกร” ชี้ปม สเปคเตอร์ซี หากพรรคประชาชน ถือหุ้น อาจเสี่ยงยุบพรรค

นายเรืองไกร กล่าวถึงกรณีที่พรรคการเมืองเก็บข้อมูลเลเซอร์ไอดี (Laser ID) จากผู้สมัครสมาชิก ว่า หากประชาชนไปสมัครสมาชิกพรรคด้วยตนเองและยินยอมให้พรรคเก็บข้อมูลดังกล่าว ถือเป็นความยินยอมทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่การละเมิดความเป็นส่วนตัวโดยตรง คล้ายกับกรณีที่ธนาคารขอตรวจบัตรประชาชนเพื่อยืนยันตัวตน “คนที่ไม่รู้เรื่องอาจกังวล แต่กฎหมาย PDPA (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล) ครอบคลุมเรื่องความยินยอมแล้ว หากพิสูจน์ได้ว่ามีการรั่วไหลจริง ค่อยว่ากันในศาล แต่ตอนนี้หลายครั้งศาลมองว่าเป็นการคาดเดา” นายเรืองไกร ระบุ

ปมสเปคเตอร์ซี : พรรคประชาชนถือหุ้นหรือไม่?

จุดที่น่าสนใจที่สุดคือบริษัทสเปคเตอร์ซี ซึ่ง น.ส.พรรณิการ์ วานิช อดีตกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติม จนอาจกลายเป็นดาบสองคมย้อนเข้าตัว นายเรืองไกร กำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อตรวจสอบว่า “เรืองไกร” ชี้ปม สเปคเตอร์ซี หากพรรคประชาชน ถือหุ้น อาจเสี่ยงยุบพรรค จริงหรือไม่ หากพบว่าพรรคประชาชนถือหุ้นในบริษัทนี้โดยตรง หรือได้รับผลประโยชน์ เช่น ใช้เงินกองทุนพรรคจ้างบริการ จะเข้าข่ายมาตรา 29 ของ พ.ร.บ.พรรคการเมือง ที่ห้ามพรรคการเมืองประกอบการค้า รับเงินหรือทรัพย์สินจากธุรกิจ เว้นแต่เป็นการรับบริจาคตามกฎหมาย สุดท้ายอาจนำไปสู่การยุบพรรคได้

นายเรืองไกร วิจารณ์การแก้ตัวของพรรค เช่น การพานักข่าวไปดูพิธีล้างเครื่องปรับอากาศ หรืออ้างว่าฝากพนักงานบัญชี กฎหมาย คอมพิวเตอร์ไว้กับบริษัทอื่น “นี่ไม่ใช่การคลุมแป้ง นี่คือการทำให้เรื่องผิดถูก ถ้าพรรคได้ประโยชน์จริง ผมจะเข้าไปตรวจสอบให้ถึงที่สุด โดยเฉพาะเงินกองทุนพรรคที่มาจากประชาชน” เขากล่าวอย่างหนักแน่น

กฎหมายที่เกี่ยวข้องและความเสี่ยงของพรรคการเมือง

เพื่อให้เข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้น พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 29 ระบุชัดว่าพรรคการเมืองห้ามประกอบการค้า หรือรับผลประโยชน์จากธุรกิจใดๆ หากฝ่าฝืน กกต. สามารถยื่นศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคได้ทันที เหมือนกรณีพรรคไทยรักษาชาติในอดีต นอกจากนี้ ยังเชื่อมโยงกับ PDPA ที่กำหนดให้การเก็บข้อมูลต้องมีจุดประสงค์ชัดเจนและได้รับความยินยอม

  • ความเสี่ยงหลัก: ถือหุ้นโดยตรงในบริษัท
  • รับจ้างงาน: ใช้เงินพรรคจ้างบริษัทในเครือ
  • ข้อมูลส่วนบุคคล: เก็บ Laser ID โดยไม่โปร่งใส
  • ผลที่ตามมา: สอบสวน ยุบพรรค สมาชิกผิดฐานสนับสนุน

ประเด็นนี้ไม่ใช่แค่พรรคประชาชน แต่เป็นบทเรียนสำหรับทุกพรรค เช่น พรรคก้าวไกลหรือพรรคเพื่อไทย ที่ต้องระวังโครงสร้างธุรกิจแยกต่างหาก เพื่อหลีกเลี่ยงข้อครหา

จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ นี่คือสัญญาณเตือนว่าพรรคการเมืองในยุคดิจิทัลต้องจัดการข้อมูลและธุรกิจให้ถูกต้องตามกฎหมาย มิเช่นนั้นอาจเสียทั้งชื่อเสียงและการดำรงอยู่ทางการเมือง สุดท้ายแล้ว ประชาชนอย่างเราควรติดตามใกล้ชิด เพราะเงินที่เราบริจาคให้พรรคต้องใช้อย่างโปร่งใส คุณคิดเห็นอย่างไรกับ “เรืองไกร” ชี้ปม สเปคเตอร์ซี หากพรรคประชาชน ถือหุ้น อาจเสี่ยงยุบพรรค ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลแพร่กระจาย!

ที่มา – “เรืองไกร” ชี้ปม สเปคเตอร์ซี หากพรรคประชาชน ถือหุ้น อาจเสี่ยงยุบพรรค

ลองทำควิซ พรีเมียร์ลีก ทีมแรกและทีมสุดท้าย

ลองทำควิซ พรีเมียร์ลีก ทีมแรกและทีมสุดท้าย

สวัสดีแฟนบอลพรีเมียร์ลีกทุกคน! วันนี้เรามีเรื่องสนุกๆ มาฝากกันก่อนอื่นเลยนะ Arsenal ทีมนำหัวตารางกำลังจะเจอกับ Wolves ทีมบ๊วยในนัดสำคัญวันพุธนี้ Gunners หวังจะทิ้งห่างคู่แข่งไป 7 แต้ม ส่วน Wolves ก็ห่างจากทีมเหนือไป 9 แต้ม โอกาสลุ้นอันดับ 1 และ 20 ชัดเจนสุดๆ ทำให้เรานึกถึงประวัติศาสตร์ทีมที่เคยขึ้นสูงสุดและร่วงต่ำสุดในยุคพรีเมียร์ลีก

นั่นแหละที่เป็นที่มาให้เราจัด ลองทำควิซ พรีเมียร์ลีก ทีมแรกและทีมสุดท้าย ขึ้นมา! คุณพร้อมทดสอบความรู้ฟุตบอลตัวเองหรือยัง? ภารกิจคือชื่อทุกทีมที่เคยจบอันดับ 1 หรืออันดับท้ายสุดตั้งแต่พรีเมียร์ลีกเริ่มต้นปี 1992 มาจนถึงปัจจุบัน บอกเลยว่ายากกว่าที่คิด!

ลองทำควิซ พรีเมียร์ลีก ทีมแรกและทีมสุดท้าย

พรีเมียร์ลีกเริ่มต้นด้วยความยิ่งใหญ่ตั้งแต่ฤดูกาล 1992-93 ทีมแรกที่ครองบัลลังก์คือ Manchester United ภายใต้การนำของ Sir Alex Ferguson จากนั้นพวกเขาครองแชมป์ไปถึง 13 สมัย! ส่วนทีมตกชั้นปีแรกคือ Middlesbrough, Crystal Palace และ Norwich City นับจากนั้นมีทีมดังๆ มากมายที่เคยสัมผัสจุดสูงสุดและต่ำสุด เช่น Blackburn Rovers ที่เซอร์ไพรส์คว้าแชมป์ปี 1994-95 แต่ต่อมาก็ร่วงลงไป Leicester City ที่พลิกจากบ๊วยเป็นแชมป์ปี 2015-16 สุดมหัศจรรย์

ทีมที่เคยตกชั้นซ้ำๆ อย่าง Derby County, Sunderland หรือ Ipswich Town ก็เป็นตัวอย่างคลาสสิก ลองนึกภาพ Portsmouth ที่เคยแชมป์ FA Cup แต่ต้องตกชั้นเพราะปัญหาการเงิน หรือ West Ham ที่เคยรอดตายแบบหวุดหวิดหลายฤดูกาล การทำควิซนี้จะช่วยให้คุณย้อนรอยทุกโมเมนต์สำคัญ รู้ไหมว่ามีกี่ทีมที่เคยเป็นแชมป์? และทีมไหนที่ตกชั้นบ่อยสุด? ลองทำควิซ พรีเมียร์ลีก ทีมแรกและทีมสุดท้าย ตอนนี้เลยเพื่อหาคำตอบ!

เคล็ดลับทำลองทำควิซ พรีเมียร์ลีก ทีมแรกและทีมสุดท้าย ให้ได้คะแนนเต็ม

  • นึกถึงยุค Ferguson: Man Utd ครอง 13 สมัย Chelsea 5 สมัย Man City 7 สมัย Liverpool 1 สมัย Arsenal 3 สมัยและอื่นๆ
  • ทีมตกชั้น: เริ่มจาก Notts County, Swindon Town, Oldham Athletic ไปจนถึงล่าสุดอย่าง Luton, Burnley, Sheffield Utd
  • ทีมที่เคยทั้งสองฝั่ง: 如 Bolton, QPR ที่เคยลุ้น歐战แต่ก็เคยบ๊วย

นอกจาก Arsenal และ Wolves ที่กำลังลุ้นในฤดูกาลนี้ ยังมีเรื่องน่าสนใจอีกเพียบ เช่น ทีมที่เคยแชมป์แต่ไม่เคยตกชั้น? หรือทีมที่รอดตายแบบดราม่า? ควิซนี้ครอบคลุมทุกอย่างตั้งแต่ฤดูกาลแรกจนถึงปัจจุบัน ช่วยฝึกสมองและเพิ่มความรู้ฟุตบอลให้คุณ

ทำไมต้องทำควิซนี้? เพราะมันสนุก แถมช่วยให้คุณกลายเป็นแฟนบอลที่รู้ลึก รู้จริง! ลองคิดดูสิ ถ้าคุณทำได้ครบทุกทีม จะอวดเพื่อนได้ทั้งปี นอกจากนี้ยังมีควิซฟุตบอลอื่นๆ อีกเพียบในเพจ Football Quizzes และ Sports Quizzes ของ BBC อย่าลืมสมัครแจ้งเตือนเพื่อรับควิซใหม่ๆ ส่งตรงถึงมือถือ

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง: พรีเมียร์ลีก, Arsenal, ฟุตบอล, Wolverhampton Wanderers

รีบมาลองทำ ลองทำควิซ พรีเมียร์ลีก ทีมแรกและทีมสุดท้าย วันนี้ แล้วแชร์คะแนนให้เพื่อนๆ ดู! คุณจะทำได้กี่ทีม? คอมเมนต์บอกเราด้วยนะ สนุกแน่นอน!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

กสถ. เตรียมประกาศขึ้นบัญชี “สอบท้องถิ่น 68” เช็กที่นี่

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคนที่กำลังรอผลสอบท้องถิ่น 68กันอย่างใจจดใจจ่อ! วันนี้มีข่าวดีมาบอกเลยนะ กองทุนกลางการสอบแข่งขัน หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ กสถ. เตรียมประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ เพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ภายในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 นี้แล้ว ใครที่ไปสอบภาค ก ภาค ข และภาค ค มา รีบเตรียมตัวเช็กรายชื่อกันได้เลย ยกเว้นกลุ่มภาคใต้ เขต 1 และเขต 2 นะครับ

สอบท้องถิ่น 68 ประกาศขึ้นบัญชีเมื่อไหร่ เช็กอย่างไร

จากข้อมูลล่าสุด วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 กสถ. ได้จัดการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 ไปเรียบร้อยแล้ว โดยแบ่งเป็น 3 ภาคหลัก คือ ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก) ภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข) และภาคความรู้ความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค) ในที่ประชุมครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา คณะกรรมการมีมติเห็นชอบร่างประกาศการขึ้นบัญชีและยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันได้เรียบร้อย สาวๆ ชายๆ ที่สอบเสร็จแล้ว รอติดตามประกาศได้เลยภายใน 20 ก.พ. นี้

สำหรับช่องทางการตรวจสอบรายชื่อผู้ขึ้นบัญชีสอบท้องถิ่น 68 สามารถเช็กได้ง่ายๆ ทางออนไลน์ ไม่ต้องลุ้นหน้างาน สะดวกสุดๆ ไปเลย

ช่องทางตรวจสอบผลสอบท้องถิ่น 68

  • เว็บไซต์หลัก กสถ.: https://dla-local2568.thaijobjob.com/ คลิกเข้าไปแล้วหาหัวข้อประกาศขึ้นบัญชีได้เลย
  • ติดตามข่าวสารจากเพจ Facebook หรือเว็บกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (DLA) เพื่ออัปเดตแบบเรียลไทม์
  • ดาวน์โหลดไฟล์ PDF รายชื่อผู้มีสิทธิ์ขึ้นบัญชี แยกตามภาคและตำแหน่ง

ใครที่สอบสอบท้องถิ่น 68 เสร็จ อย่าลืมเช็กเลขที่นั่งสอบและรหัสประจำตัวให้ตรงกันนะครับ บางทีระบบอาจจะต้องล็อกอินด้วยบัตรประชาชนหรือรหัสผ่านที่สมัครไว้

สอบท้องถิ่น 68 คืออะไร ทำไมถึงสำคัญมาก

สอบท้องถิ่น 68 หรือการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 เป็นการสอบใหญ่ประจำปีที่เปิดโอกาสให้คนอยากทำงานท้องถิ่นได้สมัครกันเยอะมาก ไม่ว่าจะตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ ปลัดอำเภอ ผู้บริหาร สต๊าฟทั่วไป ฯลฯ การสอบแบ่ง 3 ภาคเพื่อวัดความรู้รอบด้าน ภาค ก ทดสอบ GK ทั่วไป คณิต ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาค ข เฉพาะทางตามสายงาน ส่วนภาค ค สัมภาษณ์หรือความเหมาะสม

ปีนี้มีผู้สมัครหลักหมื่นคนเลยนะครับ โดยเฉพาะภาคกลางและอีสานที่แข่งขันดุเดือด ส่วนภาคใต้ เขต 1 (สงขลา ฯลฯ) และเขต 2 (นราธิวาส ฯลฯ) ยังไม่ประกาศเพราะเหตุผลด้านความมั่นคงหรือกำหนดการล่าช้า ต้องรอรอบใหม่

ขั้นตอนหลังประกาศขึ้นบัญชีสอบท้องถิ่น 68

  • เช็กรายชื่อผู้สอบได้ในบัญชี (เรียงตามคะแนน)
  • รอองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เรียกตัวบรรจุตาม quota
  • เตรียมเอกสาร เช่น ใบรับรองผลสอบ หลักฐานการศึกษา
  • บัญชีจะมีอายุ 2 ปี หรือจนกว่าจะใช้หมด

การขึ้นบัญชีนี้สำคัญมาก เพราะเป็นก้าวแรกสู่การเป็นข้าราชการท้องถิ่น ค่าตอบแทนดี สวัสดิใกล้บ้าน ชีวิต work-life balance สุดๆ แนะนำให้ผู้สอบทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม ฝึกสัมภาษณ์เพิ่ม ศึกษากฎหมายท้องถิ่นให้ชำนาญ

นอกจากนี้ ถ้าคุณพลาดปีนี้ ก็เตรียมตัวสอบรอบหน้าได้เลย เพราะ กสถ. มักเปิดสอบทุกปี สู้ๆ นะเพื่อนๆ ผลสอบท้องถิ่น 68 ออกมาแล้วต้องดีแน่นอน! ถ้าผ่านแล้ว อย่าลืมแชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่างด้วยนะ รีบเข้าเว็บเช็กรายชื่อวันนี้เลย อย่ารอช้า!

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนที่สอบท้องถิ่น 68 สมหวัง ได้บรรจุตามฝัน สู้ต่อไปครับ!

ที่มา – กสถ. เตรียมประกาศขึ้นบัญชี “สอบท้องถิ่น 68” เช็กที่นี่ช่องทางตรวจสอบรายชื่อ

เช็ก ลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส เฟส 2 รัฐอนุมัติหรือยัง

หลายคนกำลังรอคอยข่าวดีเรื่อง คนละครึ่งพลัส เฟส 2 หลังจากมีข่าวลือสะพัดว่ารัฐบาลอนุมัติโครงการแล้ว สามารถลงทะเบียนได้เลย แต่เดี๋ยวก่อน! วันนี้เรามาเช็กให้ชัวร์กันว่าข้อมูลจริงหรือไม่ เพื่อไม่ให้พลาดสิทธิและไม่ตกเป็นเหยื่อข่าวปลอม

ตามที่แฟนเพจ Anti-Fake News Center Thailand โพสต์เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2569 ชี้แจงชัดเจนว่า ข่าวที่แชร์กันในโซเชียลมีเดียเรื่องรัฐบาลอนุมัติ คนละครึ่งพลัส เฟส 2 นั้น ไม่เป็นความจริง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ยืนยันว่า ยังไม่มีการอนุมัติหรือดำเนินโครงการนี้แต่อย่างใด ข่าวลือแบบนี้อาจทำให้ประชาชนสับสนและเสียเวลาเช็กข้อมูลผิดๆ

ทางที่ดี ทุกคนควรตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น เว็บไซต์กระทรวงการคลัง www.mof.go.th หรือเว็บไซต์โครงการ www.คนละครึ่งพลัส.com เท่านั้น เพื่อให้ได้ข้อมูลอัพเดทล่าสุดและหลีกเลี่ยงข่าวปลอม

คนละครึ่งพลัส เฟส 2 ความคืบหน้าล่าสุดหลังเลือกตั้ง

แม้ข่าวลือจะไม่จริง แต่โครงการ คนละครึ่งพลัส เฟส 2 ยังมีโอกาสสูง จากผลเลือกตั้ง 2569 ที่พรรคภูมิใจไทยของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้อันดับ 1 นโยบายนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง เพราะเป็นนโยบายที่ประชาชนชื่นชอบ นายอนุทินยืนยันชัดเจนว่า “คนละครึ่งพลัส เฟส 2 มาแน่นอน”

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กำลังเตรียมระบบให้พร้อม เมื่อรัฐบาลใหม่จัดตั้งเสร็จ จะดำเนินการทันที โดยยึดหลักเดิม เงินช่วยเหลือ 2,000 บาท สำหรับคนไม่อยู่ในระบบภาษี และ 2,400 บาท สำหรับคนอยู่ในระบบภาษี อาจแจกพร้อมกันหรือกลุ่มตกหล่นก่อน รวมถึงมาตรการอื่นๆ เช่น บัญชี TISA เพื่อกระตุ้นการออม

เงื่อนไขผู้มีสิทธิคนละครึ่งพลัส เฟส 2

ย้อนดูเงื่อนไขโครงการ คนละครึ่งพลัส เฟส 2 มีสิทธิ 10 ล้านสิทธิ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม:

  • กลุ่มไม่เคยเข้าร่วมและพื้นที่ประสบภัย (อุทกภัย จังหวัดชายแดน) 5 ล้านสิทธิ
  • กลุ่มเคยเข้าร่วมคนละครึ่งพลัสเดิม 5 ล้านสิทธิ

แต่ละคนได้เงิน 2,000 บาทตลอดโครงการ ใช้จ่ายร้านค้าที่ร่วมโครงการ 06.00-23.00 น. ผ่าน G-Wallet ในแอปเป๋าตัง ไม่ต้องใช้เต็ม 200 บาท/วันก็ได้

ขั้นตอนลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส เฟส 2 (อ้างอิงเฟสก่อนหน้า)

เมื่อเปิดลงทะเบียน สามารถทำตามนี้:

  1. ดาวน์โหลดแอปเป๋าตัง เปิด G-Wallet
  2. ลงทะเบียนช่วงเวลาที่กำหนด เช่น 20-26 ต.ค. 68 (รอประกาศจริง)
  3. เช็คผลผ่านแอปหรือ SMS
  4. กดแบนเนอร์เริ่มใช้ 29 ต.ค.-31 ธ.ค. 68

คุณสมบัติผู้มีสิทธิ:

  • คนไทย อายุ 16 ปีขึ้นไป
  • มีบัตรประชาชน
  • ไม่ใช่ผู้ถือบัตรสวัสดิการ 1 ต.ค. 2568
  • ไม่ถูกระงับสิทธิหรือเรียกคืนจากโครงการคนละครึ่งเฟสก่อนหน้า

ปัจจุบัน โครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ยังไม่เปิดลงทะเบียน รอการอนุมัติอย่างเป็นทางการ หากมีอัพเดทจะแจ้งให้ทราบ

สรุปคือ อย่าเพิ่งเชื่อข่าวลือ เก็บเงินรอสิทธิแท้จริงดีกว่า! ติดตามเว็บรัฐบาลเพื่อไม่พลาด คนละครึ่งพลัส เฟส 2 และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอื่นๆ แชร์ข้อมูลนี้ให้เพื่อนๆ ด้วยนะ

ที่มา – เช็กให้ชัวร์ ลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส เฟส 2” หลังลือสะพัดรัฐบาลอนุมัติโครงการ

“วัฒนา” รับปลด “พงศกรณ์” พ้น ปธ.คณะทำงานนายก อบจ.ขอนแก่น

ข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียลมีเดียขอนแก่น เมื่อ “วัฒนา” ช่างเหลา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ขอนแก่น ออกคำสั่งปลด “พงศกรณ์ เสาร์ทน” พ้นจากตำแหน่งประธานคณะทำงานนายก อบจ.ขอนแก่น หลังจากไม่ผ่านการประเมินผลงาน สร้างความฮือฮาให้ชาวโซเชียลไม่น้อย เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงตามคำสั่งเลขที่ 5699/2568 ที่ลงนามเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 โดยยกเลิกคำสั่งเดิมที่ 8142/2567 ซึ่งแต่งตั้งคณะทำงานชุดเก่า

“วัฒนา” รับปลด “พงศกรณ์” พ้น ปธ.คณะทำงานนายก อบจ.ขอนแก่น ชี้ ไม่ผ่านประเมิน

จากข้อมูลที่แพร่กระจายในเพจและกลุ่มเฟซบุ๊กต่างๆ ของจังหวัดขอนแก่น คำสั่งดังกล่าวระบุชัดเจนว่า เพื่อให้การบริหารราชการของ อบจ.ขอนแก่น เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ขับเคลื่อนตามนโยบายนายกให้บรรลุเป้าหมาย เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทางราชการ จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 35/5 พรบ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ยกเลิกคำสั่งเดิมตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

นายวัฒนา ช่างเหลา ได้ยืนยันว่าเอกสารนี้เป็นของจริง ไม่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ส.ส. หรือ ส.อบจ. ในปี 2569 เพราะเป็นคนละช่วงเวลา คณะทำงานชุดเดิมมีนายพงศกรณ์ เป็นประธานและสมาชิก 15 คน แต่หลังประเมินผลงาน พบว่าไม่สอดคล้องกับนโยบายและเสียงสะท้อนจากพื้นที่ จึงต้องปรับเปลี่ยนทันที

เหตุผลหลักที่นำไปสู่การปลด “พงศกรณ์” พ้นตำแหน่ง

นายวัฒนา เน้นย้ำว่า อบจ.ยุคใหม่ต้องผสมผสานทุกภาคส่วน เข้าถึงทุกวัย ใส่ใจทุกปัญหา ทำงานทันทีแบบ 24 ชั่วโมง ส.อบจ.ทั้ง 26 อำเภอ เป็นด่านหน้าที่รับเรื่องราวจากประชาชน ส่งต่อให้ส่วนงานแก้ไขอย่างรวดเร็ว การมีคณะทำงานที่มีประสิทธิภาพจึงสำคัญมาก หากประเมินแล้วไม่ผ่าน ก็ต้องคุยกันและปรับโครงสร้างใหม่

ปัจจุบัน ได้ตั้งคณะทำงานชุดใหม่แล้ว โดยทุกคนมีความรู้ความสามารถครบถ้วนตามภารกิจ แต่ละฝ่าย นายกฯ จะกำกับ ติดตาม และประเมินผลอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับสมาชิกสภา อบจ. ที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติเข้มแข็ง เพื่อตอบโจทย์ประชาชนทั้ง 26 อำเภอของขอนแก่นอย่างแท้จริง

นัยสำคัญของการปรับคณะทำงาน อบจ.ขอนแก่น

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของนายวัฒนาในการบริหารที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ ในฐานะ “พี่ใหญ่” ของท้องถิ่นจังหวัด การประเมินผลงานเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนพัฒนา ไม่ปล่อยให้ปัญหาค้างคา อบจ.ขอนแก่น กำลังมุ่งสู่ยุคใหม่ที่ทำงานเป็นทีม ใกล้ชิดประชาชนมากขึ้น

  • ประสิทธิภาพสูงสุด: คณะทำงานชุดใหม่ถูกคัดเลือกจากผู้มีความสามารถเฉพาะด้าน
  • ตอบสนองรวดเร็ว: รับเรื่องจากประชาชนทันที ผ่าน ส.อบจ. 26 อำเภอ
  • โปร่งใสตรวจสอบได้: มีการประเมินผลงานอย่างสม่ำเสมอ
  • ครอบคลุมทุกพื้นที่: มุ่งพัฒนาขอนแก่นทั้งจังหวัด

นอกจากนี้ ยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ของ อบจ.ขอนแก่น ในสายตาประชาชน ที่ต้องการผู้นำที่เด็ดขาดและใส่ใจปัญหาจริง ชาวขอนแก่นหลายคนชื่นชมการตัดสินใจนี้ เพราะแสดงถึงความรับผิดชอบต่อนโยบายที่ตั้งใจไว้

ในมุมมองของผู้เขียน การปรับเปลี่ยนคณะทำงานเช่นนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการบริหารสมัยใหม่ ไม่ยึดติดตำแหน่ง แต่ยึดผลประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก หากทุกองค์กรท้องถิ่นทำได้แบบนี้ ประเทศไทยจะพัฒนาได้เร็วขึ้นแน่นอน คุณคิดเห็นอย่างไร ลองแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวอัปเดตการเมืองท้องถิ่นขอนแก่นจากเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – “วัฒนา” รับปลด “พงศกรณ์” พ้น ปธ.คณะทำงานนายก อบจ.ขอนแก่น ชี้ ไม่ผ่านประเมิน

เช็กสถานะเงินเยียวยาน้ำท่วม ล่าสุด ปภ. โอน 9,000 บาท

วันนี้เรามีข่าวดีสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในช่วงฤดูฝนปี 2568 หากคุณกำลังรอ เช็กสถานะเงินเยียวยาน้ำท่วม ล่าสุด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ได้โอนเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมจำนวน 9,000 บาท ให้กับผู้ประสบภัยใน 45 จังหวัดแล้ว รีบมาดูวิธีตรวจสอบกันเลย

เช็กสถานะเงินเยียวยาน้ำท่วม

การ เช็กสถานะเงินเยียวยาน้ำท่วม สามารถทำได้ง่ายๆ ผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ ปภ. ที่ https://flood68.disaster.go.th เพียงกรอกเลขบัตรประชาชนของคุณ ก็ทราบผลทันทีว่าคุณมีสิทธิ์รับเงินช่วยเหลือหรือไม่ และเงินโอนเข้าบัญชีพร้อมเพย์แล้วหรือยัง โดยเฉพาะการโอนล่าสุดในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่ง ปภ. ร่วมกับธนาคารออมสิน โอนเงินให้ 142,113 ครัวเรือน รวมมูลค่า 1,361 ล้านบาท ตั้งแต่เวลา 12.00-15.00 น.

เช็กสถานะเงินเยียวยาน้ำท่วมอย่างไรให้ได้ผล

ขั้นตอนการ เช็กสถานะเงินเยียวยาน้ำท่วม ไม่ยุ่งยาก ดังนี้

  • เข้าเว็บไซต์ flood68.disaster.go.th
  • เลือกเมนูตรวจสอบสถานะผู้รับเงินเยียวยา
  • กรอกเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก
  • กดค้นหา แล้วรอผลปรากฏหน้าจอ
  • หากมีสิทธิ์ ระบบจะแจ้งยอดเงินและวันที่โอน

แนะนำให้ตรวจสอบบ่อยๆ เพราะบางครั้งระบบอาจอัปเดตข้อมูลล่าช้า หากยังไม่พบชื่อ อย่าท้อใจ รอการโอนรอบถัดไปได้

รายละเอียดเงินเยียวยาน้ำท่วม 9,000 บาท ล่าสุด

ตามมติคณะรัฐมนตรี ปภ. ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยรอบที่ 4 เพิ่มเติม สำหรับเหตุการณ์น้ำท่วมตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2568 ใน 2 กรณีหลัก

  • กรณีที่ 1: บ้านที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังไม่เกิน 7 วัน และมีทรัพย์สินเสียหาย
  • กรณีที่ 2: บ้านที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังเกิน 7 วัน โดยใช้อัตราเดียวกัน ครัวเรือนละ 9,000 บาท แบบขั้นบันไดตามระยะน้ำท่วม

ครอบคลุม 45 จังหวัด จำนวน 142,113 ครัวเรือน นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดี ปภ. ระบุว่า คณะรัฐมนตรีอนุมัติงบ 2,203 ล้านบาท สำหรับ 243,557 ครัวเรือนที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งเห็นชอบแล้ว

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ ปภ. ช่วยเหลือไปแล้ว 3 ครั้ง ใน 72 จังหวัด รวม 20,394 ล้านบาท แจกจ่ายให้ 2,239,993 ครัวเรือน ถือเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนครั้งใหญ่ในรอบปี

จังหวัดไหนบ้างที่ได้รับเงินโอนล่าสุด

ผู้ประสบภัยใน 45 จังหวัด สามารถ เช็กสถานะเงินเยียวยาน้ำท่วม ได้ทันที แม้ยังไม่มีรายชื่อจังหวัดทั้งหมด แต่ครอบคลุมพื้นที่ประกาศภัยรอบ 4 หากคุณอยู่ในโซนเสี่ยง รีบเช็กเลย ปภ. ยังมีแผนช่วยเหลือเพิ่มเติมหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง

เงินนี้โอนตรงเข้าบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับบัตรประชาชน หากยังไม่ได้ผูก แนะนำรีบไปธนาคารใกล้บ้าน เพื่อไม่พลาดเงินก้อนนี้ที่ช่วยเหลือค่าซ่อมแซมบ้านเรือน สิ่งของเสียหาย และค่าครองชีพชั่วคราว

นอกจากนี้ ปภ. ยังมีมาตรการอื่นๆ เช่น กระเป๋าเก็บเสบียง หน้ากากอนามัย และเครื่องกรองน้ำ สำหรับผู้ประสบภัย สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมผ่านเพจเฟซบุ๊กกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM

สรุปแล้ว การโอนเงินเยียวยาน้ำท่วมล่าสุดนี้ เป็นข่าวดีที่ช่วยให้ประชาชนฟื้นตัวได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทที่เดือดร้อนหนัก หากคุณหรือคนใกล้ชิดได้รับผลกระทบ อย่าลืมตรวจสอบสิทธิ์ให้ครบถ้วน

CTA: รีบ เช็กสถานะเงินเยียวยาน้ำท่วม ของคุณวันนี้ที่ flood68.disaster.go.th เพื่อรับเงิน 9,000 บาทโดยเร็วที่สุด อย่าปล่อยให้สิทธิ์หลุดมือ!

ข้อมูลนี้ช่วยยืนยันว่าการช่วยเหลือของรัฐบาลยังเดินหน้าต่อเนื่อง แม้ฤดูฝนจะผ่านไปแล้ว แต่ผลกระทบยังหลงเหลือ หวังว่าจะไม่มีน้ำท่วมหนักแบบนี้อีกในอนาคต

ที่มา – เช็กสถานะเงินเยียวยาน้ำท่วม ล่าสุด ปภ. โอน 9,000 บาท ให้ผู้ประสบภัยเพิ่มเติมแล้ว

ศาลฎีกายืนจำคุก 3 ปี 4 เดือน ไม่รอลงอาญา หนุ่มพนักงานบริษัท คดี ม.112

เมื่อเร็วๆ นี้ มีข่าวใหญ่ในวงการกฎหมายที่สร้างความสนใจให้กับสังคมไทย นั่นคือ ศาลฎีกายืนจำคุก 3 ปี 4 เดือน ไม่รอลงอาญา หนุ่มพนักงานบริษัท คดี ม.112 คดีนี้เกิดจากพฤติกรรมการโพสต์ข้อความในกลุ่มเฟซบุ๊ก ซึ่งถูกตีความว่าหมิ่นสถาบันเบื้องสูง มาดูรายละเอียดกันว่าคดีนี้เป็นอย่างไรบ้าง

ศาลฎีกายืนจำคุก 3 ปี 4 เดือน ไม่รอลงอาญา หนุ่มพนักงานบริษัท คดี ม.112

คดีดังกล่าวมีจำเลยชื่อนายวุฒิภัทร อายุ 31 ปี อาชีพพนักงานบริษัทในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2563 จำเลยได้แสดงความเห็นในกลุ่มเฟซบุ๊กชื่อ “รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส” โดยข้อความนั้นถูกมองว่าเป็นการดูหมิ่นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นพระองค์ผู้ทรงมีพระคุณูปการยิ่งใหญ่ต่อชาติไทย

พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการเป็นโจทก์ฟ้องใน 2 ข้อหาหลัก คือ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หรือกฎหมายหมิ่นพระบรมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 วรรคหนึ่ง (3)

กระบวนการพิจารณาคดีชั้นต่างๆ

  • ศาลชั้นต้น (ศาลจังหวัดสมุทรปราการ): พิพากษายกฟ้องข้อหามาตรา 112 แต่ลงโทษตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
  • ศาลอุทธรณ์ภาค 1: แก้คำพิพากษาให้มีความผิดมาตรา 112 จำคุก 5 ปี ลดโทษลงหนึ่งในสามเพราะคำให้การเป็นประโยชน์ เหลือจำคุก 3 ปี 4 เดือน
  • ศาลฎีกา: เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 อ่านคำพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ฎีกาฟังไม่ขึ้น

ศาลฎีกาให้เหตุผลว่าข้อความที่โพสต์เป็นการหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 อย่างชัดเจน ถ้อยคำเหล่านี้ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อราชวงศ์จักรี ลดพระเกียรติยศ และกระทบความรู้สึกของประชาชนที่ยังน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ นอกจากนี้ยังอาจก่อความแตกแยกในสังคมและกระทบความมั่นคงของรัฐ มิใช่การแสดงความเห็นโดยสุจริต การติชมอย่างเป็นธรรม หรือความเห็นทางวิชาการ

หลังคำพิพากษา เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวนายวุฒิภัทรไปคุมขังที่เรือนจำกลางสมุทรปราการทันที คดีนี้กลายเป็นตัวอย่างสำคัญในยุคดิจิทัลที่โซเชียลมีเดียกลายเป็นพื้นที่แสดงความเห็นเสรี แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย

มาตรา 112 คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ระบุว่า “ผู้ใดใส่ความหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” กฎหมายนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นหลักยึดเหนี่ยวของชาติ

ในยุคソーเชียลมีเดีย คดีมาตรา 112 เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะการโพสต์ คอมเมนต์ หรือแชร์เนื้อหาที่ถูกตีความว่าหมิ่นฯ จากข้อมูลสถิติในช่วงปี 2563-2568 มีคดีจำนวนมากที่เกิดจากแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น Facebook, Twitter (X) และ TikTok ผู้ที่ถูกดำเนินคดีส่วนใหญ่เป็นบุคคลทั่วไปที่อาจไม่รู้ตัวว่าคำพูดของตนข้ามเส้นกฎหมาย

คดี ศาลฎีกายืนจำคุก 3 ปี 4 เดือน ไม่รอลงอาญา หนุ่มพนักงานบริษัท คดี ม.112 นี้ แสดงให้เห็นว่าศาลพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยดูเจตนา บริบท และผลกระทบต่อสังคม ไม่ใช่แค่คำพูดอย่างเดียว การที่ไม่รอลงอาญา ย้ำถึงความร้ายแรงของการกระทำ

นอกจากนี้ ยังมีคู่ขนานกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ที่ลงโทษการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จหรือบิดเบือนเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งทำให้โทษหนักขึ้น

บทเรียนจากคดีนี้สำหรับผู้ใช้โซเชียลมีเดีย

  • ตรวจสอบข้อความก่อนโพสต์เสมอ หลีกเลี่ยงคำที่อาจตีความในแง่ลบต่อสถาบัน
  • เข้าใจสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก แต่ต้องเคารพกฎหมายและสถาบันหลัก
  • หากไม่แน่ใจ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญกฎหมายก่อนแชร์
  • ใช้โซเชียลให้เกิดประโยชน์ สร้างสรรค์สังคมที่สามัคคี

คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าอินเทอร์เน็ตไม่ใช่พื้นที่ไร้กฎเกณฑ์ การแสดงความเห็นต้องรับผิดชอบต่อสังคมและชาติ ความเคารพในพระมหากษัตริย์คือค่านิยมหลักของคนไทยที่ควรยึดมั่น

คุณคิดอย่างไรกับคดีนี้? แสดงความเห็นอย่างสร้างสรรค์ในช่องคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้บทเรียนดีๆ กันนะครับ

ที่มา – ศาลฎีกายืนจำคุก 3 ปี 4 เดือน ไม่รอลงอาญา หนุ่มพนักงานบริษัท คดี ม.112

ซานาเอะ ทาคาอิจิ ได้รับเลือกเป็นนายกฯ ของญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ

ซานาเอะ ทาคาอิจิ ได้รับเลือกเป็นนายกฯ ของญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ แล้ว! เหตุการณ์สำคัญนี้เกิดขึ้นเพียง 10 วันหลังจากพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) คว้าชัยชนะถล่มทลายในการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ทำให้ญี่ปุ่นเข้าสู่ยุคใหม่ของการบริหารประเทศที่มั่นคงยิ่งขึ้น

ซานาเอะ ทาคาอิจิ ได้รับเลือกเป็นนายกฯ ของญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ

ในที่ประชุมสภาสมัยวิสามัญ รัฐสภาญี่ปุ่นมีมติเลือกนางซานาเอะ ทาคาอิจิ เป็นนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นเอกฉันท์ โดยในสภาผู้แทนราษฎรที่พรรครัฐบาลครองเสียงข้างมาก เธอได้รับคะแนนสนับสนุนถึง 354 เสียงจากทั้งหมด 465 เสียง ส่วนในวุฒิสภา แม้จะเป็นฝ่ายเสียงน้อย แต่ทาคาอิจิก็ชนะในการลงมติรอบตัดสินด้วยคะแนน 125 ต่อ 65 เสียง เหนือคู่แข่งอย่างเด็ดขาด

ตามรัฐธรรมนูญญี่ปุ่น คณะรัฐมนตรีชุดเดิมได้ลาออกทั้งคณะเพื่อเปิดทางให้จัดตั้งรัฐบาลใหม่ แต่คาดว่าจะคงโครงสร้างเดิมเพื่อความต่อเนื่องในการบริหาร โดยรัฐมนตรีสำคัญๆ ยังคงไว้

คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่คาดว่าจะไม่เปลี่ยนแปลง

  • นายโทชิมิตสึ โมเตกิ – รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย
  • นายซัตสึกิ คาตายามะ – รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
  • นายชินจิโร โคอิซูมิ – รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (ป้องกันประเทศ)

นอกจากนี้ พรรค LDP อาจแต่งตั้งนายยาสุโทชิ นิชิมูระ อดีตรัฐมนตรีอุตสาหกรรม เป็นหัวหน้ากองยุทธศาสตร์เลือกตั้ง แม้เขาจะเคยมีประเด็นอื้อฉาวเรื่องเงินนอกบัญชี แต่พรรคยังมองว่าเป็นบุคคลที่มีประสบการณ์

ผลการเลือกตั้งที่สร้างประวัติศาสตร์

การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรค LDP คว้าเก้าอี้สภาล่างถึง 316 ที่นั่ง จากเดิม 198 ที่นั่ง เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด สร้างสถิติพรรคเดี่ยวครองเสียงข้างมากเด็ดขาดในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง พรรคพันธมิตรนวัตกรรมญี่ปุ่น (JIP) ก็ได้เพิ่มเป็น 36 ที่นั่ง ขณะที่ฝ่ายค้านพันธมิตรสายกลางพ่ายแพ้เหลือเพียง 49 ที่นั่งจาก 167 ส่งผลให้ผู้นำลาออกและแต่งตั้งนายจุนยะ โอกาวะ เป็นผู้นำใหม่

ความสำเร็จนี้มาจากการตัดสินใจยุบสภาของทาคาอิจิเมื่อ 23 มกราคม อาศัยกระแสคะแนนนิยมที่พุ่งสูง สร้างความแข็งแกร่งให้รัฐบาลผสม LDP-JIP ในสภาสูง รัฐบาลยังเป็นเสียงน้อยหลังพ่ายเลือกตั้งกรกฎาคม 2025 สมัยชิเงรุ อิชิบะ แต่สภาล่างสามารถล้มมติสภาสูงได้หากมีเสียง 2/3

ทาคาอิจิเตรียมแถลงนโยบายค่ำวันนี้ (18 ก.พ.) เน้น “คลังขยายตัวแบบรับผิดชอบแต่เชิงรุก” ไฮไลต์คือระงับภาษีบริโภคสินค้าอาหาร 2 ปี เพื่อบรรเทาค่าครองชีพประชาชน พร้อมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่คาดว่าจะช่วยฟื้นตัวหลังโควิด

โครงสร้างสภาใหม่: สภาผู้แทนเลือกเอซึเกะ โมริ เป็นประธาน และเคอิอิจิ อิชิอิ เป็นรอง จากพรรคพันธมิตรปฏิรูป การประชุมสมัยวิสามัญจน 17 กรกฎาคม จะพิจารณางบประมาณปี 2026 ที่เริ่มเมษายน

การที่ ซานาเอะ ทาคาอิจิ ได้รับเลือกเป็นนายกฯ ของญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ แสดงถึงความเชื่อมั่นของประชาชนในวิสัยทัศน์ของเธอ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง นักวิเคราะห์คาดว่านโยบายใหม่จะช่วยกระตุ้น GDP ญี่ปุ่นให้โต 2-3% ในปีหน้า และเสริมสร้างบทบาทญี่ปุ่นในเวทีโลก

ในมุมมองของผม นี่คือโอกาสทองสำหรับญี่ปุ่นที่จะก้าวข้ามวิกฤตเศรษฐกิจยืดเยื้อ หากทาคาอิจิบริหารได้ดี อาจกลายเป็นผู้นำหญิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น คุณคิดอย่างไรกับรัฐบาลชุดนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – “ซานาเอะ ทาคาอิจิ” ได้รับเลือกเป็นนายกฯ ของญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ

Prestianni ปฏิเสธเหยียดเชื้อชาติ วินิซิอุส

Prestianni ปฏิเสธเหยียดเชื้อชาติ วินิซิอุส

Prestianni ปฏิเสธเหยียดเชื้อชาติ วินิซิอุส หลังจากที่ปีกของเรอัล มาดริด วินิซิอุส จูเนียร์ กล่าวหาว่าถูกเหยียดเชื้อชาติจากมิดฟิลด์เบนฟิก้า จิอันลูก้า พรีสเตียนนี ในนัดยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก

วินิซิอุส จูเนียร์ วัย 25 ปี ได้รายงานเหตุการณ์การเหยียดเชื้อชาติที่ถูกกล่าวหาว่ามาจากพรีสเตียนนีต่อผู้ตัดสินฟร็องซัว เลเต็กเซียร์ ระหว่างที่เรอัล มาดริดเอาชนะเบนฟิก้า 1-0 ที่ลิสบอนเมื่อวันอังคาร

นัดแข่งขันแชมเปียนส์ลีกต้องหยุดชะงักนาน 10 นาที โดยผู้เล่นทั้งสองทีมออกจากสนามชั่วคราวหลังจากวินิซิอุสเพิ่งทำประตูให้ทีมนำ

กองหน้าผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของการเหยียดเชื้อชาติหลายครั้งในอาชีพของเขา โพสต์บนอินสตาแกรมว่า “คนเหยียดเชื้อชาติคือคนขี้ขลาดเป็นหลัก พวกเขาต้องเอาเสื้ออุดปากเพื่อแสดงว่าอ่อนแอแค่ไหน”

“แต่พวกเขามีการปกป้องจากคนอื่นๆ ที่ตามทฤษฎีแล้วมีหน้าที่ลงโทษพวกเขา สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ในชีวิตผมหรือทีมของผม”

“ผมโดนใบเหลืองเพราะฉลองประตู ผมยังไม่เข้าใจว่าทำไม แต่ในอีกมุมหนึ่ง มันเป็นแค่โปรโตคอลที่ทำไม่ดีและไร้ประโยชน์”

Prestianni ปฏิเสธเหยียดเชื้อชาติ วินิซิอุส อย่างชัดเจน

พรีสเตียนนี วัย 20 ปี ปฏิเสธว่าไม่ได้เหยียดเชื้อชาติต่อวินิซิอุส จูเนียร์ ในโพสต์โซเชียลมีเดียของเขา

“ผมอยากชี้แจงว่า ผมไม่ได้พูดคำเหยียดเชื้อชาติต่อวินิ จูเนียร์เลย ซึ่งน่าเสียดายที่เขาเข้าใจผิดสิ่งที่เขาคิดว่าได้ยิน” พรีสเตียนนีกล่าว

“ผมไม่เคยเหยียดเชื้อชาติใคร และผมเสียใจกับคำขู่อีกฝ่ายที่ได้รับจากนักเตะเรอัล มาดริด”

เบนฟิก้าปกป้องพรีสเตียนนีผ่านบัญชี X อย่างเป็นทางการ พร้อมวิดีโอเหตุการณ์ โดยระบุว่า “จากภาพ จะเห็นว่าด้วยระยะทาง นักเตะเรอัล มาดริดไม่อาจได้ยินสิ่งที่พวกเขาอ้าง”

มูรินโญ่พูดอะไรเกี่ยวกับเหตุการณ์?

โค้ชเบนฟิก้า โจเซ่ มูรินโญ่ ถูกเห็นคุยกับวินิซิอุสหลังจากที่นักเตะตัดสินใจเดินออกจากสนาม

มูรินโญ่กล่าวหลังเกมว่า เขาได้รับข้อมูลต่างกันจากทั้งสองฝ่าย

นอกจากแสดงความเชื่อว่าฉลองประตูของวินิซิอุสไม่ให้เกียรติแล้ว เขายังยกตัวอย่างยูเซบิโอ ดาวยิงในตำนานผิวดำของสโมสร เพื่อยืนยันว่าเบนฟิก้าไม่ใช่สโมสรเหยียดเชื้อชาติ

“ใช่ ผมคิดอย่างนั้น” มูรินโญ่ตอบเมื่อถูกถามว่าวินิซิอุสยั่วฝูงชนหรือไม่ “มันควรเป็นโมเมนต์บ้าคลั่งของเกม ประตูสุดยอด แต่โชคร้ายที่เขาไม่พอใจแค่นั้น เวลาทำประตูแบบนั้น ต้องฉลองอย่างให้เกียรติ”

เขากล่าวเพิ่มว่า “ผมบอกเขาว่า เวลาทำประตูแบบนั้น จงฉลองแล้วเดินกลับ เมื่อเขาพูดเรื่องเหยียด ผมบอกว่าคนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรนี้ (ยูเซบิโอ) เป็นคนดำ สโมสรนี้ไม่ใช่สโมสรเหยียดเชื้อชาติ ถ้าในใจเขามีเรื่องนั้น นี่คือเบนฟิก้า”

ปฏิกิริยาจากบุคคลสำคัญ

แนวรับเรอัล มาดริด เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ กล่าวว่าเหตุการณ์เหยียดวินิซิอุสเป็น “ความอัปยศต่อฟุตบอล”

“สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความอัปยศต่อฟุตบอลและบดบังฟอร์มการเล่น รวมถึงประตูสุดยอด วินิถูกแบบนี้หลายครั้งในอาชีพ การทำลายคืนแบบนี้เป็นเรื่องน่าอับอาย ไม่มีที่ให้ในฟุตบอลหรือสังคม มันน่ารังเกียจ”

คลาเรนซ์ เซedorf อดีตมิดฟิลด์เรอัล มาดริด ที่วิเคราะห์ให้ Amazon Prime กล่าวว่ามูรินโญ่ “ผิดพลาดใหญ่ที่พยายามแก้ตัวให้การเหยียดเชื้อชาติ”

“ผมคิดว่าเขายังอารมณ์ร้อน เขาบอกว่าถ้าวินิยั่ว ก็เหยียดได้ ซึ่งผิดมาก เราไม่ควรแก้ตัวให้การเหยียดเชื้อชาติ วินิโดนแบบไม่เป็นธรรมมากพอ มูรินโญ่ในใจคงเห็นด้วยกับผม แต่แสดงออกไม่ดี”

ธีโอ วัลค็อตต์ อดีตกองหน้า Arsenal ก็ประณามมูรินโญ่เช่นกัน

จะเกิดอะไรต่อไป?

คีเลียน เอ็มบัปเป้ เพื่อนร่วมทีมวินิซิอุส เรียกร้องให้พรีสเตียนนีถูกแบนจากแชมเปียนส์ลีก

“ไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อน ในเรื่องสำคัญ ต้องพูดชัดเจน ผมเคารพเบนฟิก้าและโค้ชที่ยิ่งใหญ่ แต่ผู้เล่นคนนี้ไม่สมควรเล่นแชมเปียนส์ลีกอีก เรารับไม่ได้ที่ผู้เล่นในรายการท็อปยุโรปทำแบบนี้ UEFA จงทำอะไรสักอย่าง”

ติเอรี่ อองรี อดีตดาวยิง Arsenal เล่าประสบการณ์ตัวเองว่า “ผมเข้าใจวินิซิอุส มันเกิดกับผมบ่อยบนสนาม คุณรู้สึกโดดเดี่ยวเพราะคำพูดคุณปะทะคำพูดเขา เขาเอาเสื้ออุดปาก ดูน่าสงสัยแล้ว พรีสเตียนนี จงบอกว่าพูดอะไร”

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

เหตุการณ์ Prestianni ปฏิเสธเหยียดเชื้อชาติ วินิซิอุส นี้ชี้ให้เห็นปัญหาเหยียดเชื้อชาติในฟุตบอลที่ยังไม่หมดสิ้น UEFA ต้องมีมาตรการเด็ดขาดเพื่อปกป้องผู้เล่น คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวฟุตบอลอัปเดต!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ