วัน: 17 มีนาคม 2026

คนร้ายลอบวางระเบิด หน้าป้อมยุทธศาสตร์ปะนาเระ ทำเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 5 นาย

เหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิด หน้าป้อมยุทธศาสตร์ปะนาเระ ทำเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 5 นาย สร้างความสะเทือนใจให้กับชาวปัตตานีและคนทั้งประเทศ เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 19.00 น. เกิดเหตุระเบิดดังสนั่นบริเวณป้อมยุทธศาสตร์ท่าน้ำ บ.ข่า ต.ท่าน้ำ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ทำให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 5 นาย โดยมีอาการหูอื้อจากแรงระเบิดอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่กู้ภัยรีบนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลปะนาเระทันที

คนร้ายลอบวางระเบิด หน้าป้อมยุทธศาสตร์ปะนาเระ ทำเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 5 นาย

รายละเอียดของเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิด หน้าป้อมยุทธศาสตร์ปะนาเระ ทำเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 5 นาย เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติภารกิจปกติ ก็มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน ขับรถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่ติดตั้งระเบิดแสวงเครื่องมาจอดทิ้งไว้หน้าป้อม จากนั้นคนร้ายวิ่งขึ้นรถจักรยานยนต์คันที่รอรับหลบหนีไป ก่อนกดชนวนระเบิด ทำให้เกิดเสียงดังสนั่น เพลิงลุกไหม้รุนแรง อาคารด้านหน้าป้อมยุทธศาสตร์พังยับเยิน และรถของเจ้าหน้าที่หลายคันเสียหายหนัก

การตอบสนองทันทีหลังเกิดเหตุ

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปะนาเระ รีบนำกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ พบเพลิงไหม้ลุกโหม จึงประสานรถดับเพลิงจากเทศบาลมาฉีดน้ำดับเพลิง สามารถควบคุมได้ในที่สุด นอกจากนี้ยังปิดล้อมพื้นที่เพื่อความปลอดภัย ป้องกันไม่ให้บุคคลทั่วไปเข้าใกล้ และรอให้ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดกับพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบละเอียดในเช้าวันถัดไป เนื่องจากพื้นที่เป็นเส้นทางเปลี่ยวและมืดสนิท กลัวคนร้ายก่อเหตุซ้ำ

  • ผู้บาดเจ็บ 5 นาย: อาการหูอื้อ ไม่มีรายงานอาการหนัก
  • ความเสียหาย: อาคารป้อมและรถหลายคัน
  • วิธีการ: รถจักรยานยนต์พ่วงข้างติดระเบิดแสวงเครื่อง
  • การหลบหนี: คนร้ายใช้รถอีกคันรับ

เหตุการณ์นี้เชื่อมโยงกับกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ หลังเกิดการปะทะที่อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ทำให้คนร้ายเสียชีวิต 2 ศพ หน่วยความมั่นคงจึงสั่งเพิ่มจุดตรวจจุดสกัดทั่วพื้นที่ เพื่อป้องกันเหตุรุนแรงเพิ่มเติม

บทวิเคราะห์และผลกระทบต่อความมั่นคง

เหตุคนร้ายลอบวางระเบิด หน้าป้อมยุทธศาสตร์ปะนาเระ ทำเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 5 นาย แสดงให้เห็นถึงความท้าทายด้านความมั่นคงในภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดปัตตานีที่ยังคงเป็นจุด nóng กลุ่มก่อความไม่สงบพยายามแสดงศักยภาพเพื่อตอบโต้เจ้าหน้าที่ การโจมตีแบบนี้ใช้รถพ่วงข้างที่หาซื้อง่าย ซ่อนระเบิดได้ดี ทำให้ตรวจจับยาก ชาวบ้านในพื้นที่ต่างหวาดกลัว ขณะที่เจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย เช่น ติดตั้งกล้องวงจรปิด ฝึกอบรมการตรวจค้น และประสานงานกับชุมชน

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การแก้ปัญหาต้องอาศัยทั้งมาตรการทางทหารและสันติวิธี เช่น การเจรจาสร้างความไว้วางใจกับชาวมุสลิม การพัฒนาเศรษฐกิจ และการศึกษา เพื่อลดแรงจูงใจของกลุ่มก่อการร้าย นอกจากนี้ เทคโนโลยีอย่างโดรนตรวจการณ์และ AI วิเคราะห์พฤติกรรม อาจช่วยป้องกันเหตุในอนาคตได้

เราควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และสนับสนุนเจ้าหน้าที่ที่เสียสละเพื่อความสงบสุข หากคุณมีข้อมูลหรือเห็นเหตุน่าสงสัย โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อช่วยป้องกันเหตุรุนแรง

สุดท้ายนี้ เหตุการณ์นี้เตือนใจว่าความมั่นคงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ร่วมกันสร้างสันติภาพในภาคใต้ให้ยั่งยืน

ที่มา – คนร้ายลอบวางระเบิด หน้าป้อมยุทธศาสตร์ปะนาเระ ทำเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 5 นาย

ชาวนาช้ำ โจรงัดตู้เซฟกวาดทอง 17 บาท

ใจสลายสุดๆ เลยนะครับ สำหรับเรื่องราว ชาวนาช้ำ โจรงัดตู้เซฟกวาดทอง 17 บาท ที่กำลังเป็นข่าวใหญ่ในอยุธยา ชาวนาวัย 61 ปีคนนี้เก็บทรัพย์สินมาทั้งชีวิต ไม่ว่าจะทองคำหนักรวม 17 บาท หรือเงินสด 130,000 บาท กลับถูกโจรใจดำบุกงัดตู้เซฟหนักกว่า 60 กิโลกรัม ยกโยนลงจากชั้นบน ก่อนกวาดทรัพย์สินไปหมดเกลี้ยง เหตุการณ์แบบนี้เตือนใจให้เราต้องระวังตัวมากขึ้นจริงๆ

ชาวนาช้ำ โจรงัดตู้เซฟกวาดทอง 17 บาท

เรื่องเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2567 ที่บ้านหมู่ 3 ตำบลมารวิชัย อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายนพดล มงคลไทย อายุ 61 ปี ชาวนาที่ขยันขันแข็ง เล่าว่าตอนนั้นเขากับครอบครัวออกไปงานบวชใกล้บ้าน กลับมาประมาณ 4 ทุ่ม ก็พบความผิดปกติทันที ประตูหลังถูกงัด ตู้เซฟที่เก็บไว้ในห้องนอนชั้นบนหายไป! พอตามรอยก็เจอตู้เซฟถูกทิ้งไว้ข้างต้นมะม่วงในบ้าน ฝาเปิดอ้าค้าง ทรัพย์สินทั้งหมดหายเรียบ

ร่องรอยการก่อเหตุสุดโหด

จากที่ดูร่องรอย พบพื้นห้องนอนมีรอยลากตู้เซฟยาวเหยียด คาดว่าโจรปีนหลังบ้านเข้ามา ลากตู้หนัก 60 กก. ออกมาก่อน แล้วยกโยนลงชั้นล่างเพื่องัดง่ายๆ น่าจะมีคนร้ายอย่างน้อย 2 คน เพราะตู้หนักขนาดนั้นต้องใช้กำลังคนช่วยกัน แถมโจรน่าจะรู้ตารางชีวิตเจ้าของบ้านดี ลงมือตอนที่ทุกคนไม่อยู่บ้านเลยครับ

ทรัพย์สินที่สูญหาย สะสมมาทั้งชีวิต

สิ่งที่ถูกขโมยไปนี่แหละที่เจ็บปวดที่สุด ทองรูปพรรณหลายชิ้นที่นายนพดลเก็บมาตั้งแต่ราคาทองบาทละ 4,500 บาท หวังไว้ใช้บั้นปลายชีวิต รายละเอียดมีดังนี้:

  • สร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท จำนวน 2 เส้น
  • สร้อยคอทองคำหนัก 4 บาท 1 เส้น
  • สร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท 1 เส้น
  • แหวน ต่างหู จี้ทอง และกรอบพระ รวมน้ำหนักประมาณ 1 บาท
  • ทองรวมทั้งหมด 17 บาท บวกเงินสด 130,000 บาท

นายนพดลน้ำตาคลอ เล่าว่านี่คือเงินหาเช้ากินค่ำทั้งชีวิต คิดว่าตู้เซฟปลอดภัย แต่กลายเป็นรวมทรัพย์ให้โจรขโมยง่ายดายแทน

บทเรียนจากชาวนาช้ำ โจรงัดตู้เซฟกวาดทอง 17 บาท

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เคสแรกที่โจรเล็งตู้เซฟในบ้าน โดยเฉพาะบ้านชนบทที่คนอยู่น้อย โจรชอบลงมือตอนเจ้าของไม่อยู่ แถมชาวนาหลายคนชอบเก็บทองเพราะราคาข้าวผันผวน เก็บไว้เป็นหลักทรัพย์ แต่ครั้งนี้โจรโหดมาก ลากตู้โยนแบบไม่สนใจ เสียงดังขนาดนั้นแต่ไม่มีใครได้ยินเพราะบ้านห่างไกล

วิธีป้องกันไม่ให้บ้านคุณเป็นเป้า

เพื่อไม่ให้เกิดเหตุแบบ ชาวนาช้ำ โจรงัดตู้เซฟกวาดทอง 17 บาท ซ้ำรอย ลองทำตามเคล็ดลับเหล่านี้ดูครับ:

  • ติดตั้งกล้องวงจรปิด CCTV รอบบ้าน โดยเฉพาะหลังบ้านและห้องนอน ใช้แบบ solar ถ้าไฟไม่ถึง
  • เลือกตู้เซฟดีๆ แบบยึดติดพื้นหรือผนัง ไม่ใช่แบบพกพา และซ่อนในที่ลับตา
  • อย่าเก็บทรัพย์หมดไว้ที่เดียว แบ่งฝากธนาคารหรือซื้อประกันทรัพย์สิน
  • แจ้งเพื่อนบ้าน ถ้าออกนอกบ้านนาน ให้ช่วยสอดส่อง
  • อัพเกรดประตู-หน้าต่าง ใช้กุญแจหลายชั้นหรือบานเกล็ดเหล็ก

นายนพดลแจ้งความที่ สภ.มารวิชัย แล้ว หวังตำรวจจะจับคนร้ายได้เร็วๆ ช่วยคืนทรัพย์สินให้ แต่ตอนนี้เขาต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งที่วัย 61

สุดท้ายแล้ว เหตุการณ์ชาวนาช้ำ โจรงัดตู้เซฟกวาดทอง 17 บาท นี้เป็นอุทาหรณ์ชัดเจนว่า ความมั่นใจในตู้เซฟอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีระบบป้องกันหลายชั้น คุณล่ะครับ มีตู้เซฟที่บ้านไหม? ลองเช็คระบบความปลอดภัยวันนี้เลย อย่ารอให้สายเกินแก้ แชร์ประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างได้นะครับ จะได้ช่วยเตือนกันเอง!

ที่มา – ชาวนาช้ำ โจรงัดตู้เซฟกวาดทอง 17 บาท เงินแสนสะสมมาทั้งชีวิตหายเกลี้ยง

ราคาน้ำมัน 18 มีนาคม 2569 อัปเดตล่าสุด

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวถนนทุกคน! วันนี้เรามีอัปเดตสำคัญมาบอกกันกับ ราคาน้ำมัน 18 มีนาคม 2569 ล่าสุดหลังจากที่ PTT Station และบางจาก (BCP) ประกาศปรับราคาน้ำมันบางชนิดแล้วนะครับ การปรับครั้งนี้มีทั้งขึ้นและลง ทำให้ผู้ใช้รถยนต์หลายคนต้องเช็คราคาก่อนเติม เริ่มมีผลตั้งแต่ตี 5 ของวันพรุ่งนี้ หรือวันที่ 18 มีนาคม 2569 ไปเลย

สรุปการปรับราคาครั้งนี้: น้ำมันโซฮอล์ GSH91S EVO และ GSH95S EVO ปรับขึ้น 1 บาทต่อลิตร, น้ำมัน GSH E20S EVO ลง 0.79 สตางค์, GSH E85S EVO ลง 2 บาท, ส่วนกลุ่มดีเซลและ Hi Premium ปรับขึ้น 50 สตางค์ มาจากประกาศเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่าเป็นการปรับตามสถานการณ์ตลาดน้ำมันโลกที่ผันผวน

ราคาน้ำมัน 18 มีนาคม 2569

นี่คือรายละเอียดราคาน้ำมันเต็มๆ (ยังไม่รวมภาษีบำรุง道路 กทม.) มาดูกันเลยครับ:

  • GSH95S EVO: 32.05 บาท/ลิตร (ขึ้น 1 บาท)
  • GSH91S EVO: 31.68 บาท/ลิตร (ขึ้น 1 บาท)
  • GSH E20S EVO: 27.05 บาท/ลิตร (ลง 0.79 สต.)
  • GSH E85S EVO: 23.79 บาท/ลิตร (ลง 2 บาท)
  • เบนซิน: 40.64 บาท/ลิตร
  • Hi Premium 97 (GSH95++): 49.54 บาท/ลิตร (ขึ้น 0.50 บาท)
  • Hi Diesel S: 30.44 บาท/ลิตร (ขึ้น 0.50 บาท)
  • Hi Premium Diesel S: 46.14 บาท/ลิตร (ขึ้น 0.50 บาท)

ราคาน้ำมัน 18 มีนาคม 2569 กลุ่มโซฮอล์และเอทานอล

สำหรับค่าน้ำมันโซฮอล์ GSH95 และ GSH91 ที่หลายคนนิยมใช้ในรถเก๋งทั่วไป ราคาขึ้นมาอยู่ที่ 32.05 และ 31.68 บาทต่อลิตรตามลำดับ ซึ่งถือว่ายังอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ แต่ถ้ารถของคุณรองรับ E20 หรือ E85 ดีเลยครับ เพราะราคาลงทำให้ประหยัดกว่าเดิม โดยเฉพาะ E85 ที่ลงหนัก 2 บาท เหมาะสำหรับรถที่ออกแบบมาเพื่อน้ำมันชีวภาพ

ราคาน้ำมันดีเซลและพรีเมียม

กลุ่มดีเซลขึ้น 50 สต. ทำให้ Hi Diesel S อยู่ที่ 30.44 บาท และ Hi Premium Diesel S 46.14 บาท ผู้ขับขี่รถกระบะหรือรถบรรทุกอาจต้องวางแผนงบประมาณกันหน่อย แต่ยังดีกว่าราคาสูงสุดในอดีตนะครับ

การปรับ ราคาน้ำมัน 18 มีนาคม 2569 ครั้งนี้สะท้อนถึงความผันผวนของราคาน้ำมันดิบโลกที่ได้รับอิทธิพลจากปัจจัย geopolitics และอุปสงค์-อุปทาน โดย PTT และบางจากปรับตามกลไกตลาดแบบรายวัน เพื่อให้ราคาสมเหตุสมผล ผู้บริโภคอย่างเราควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ ยังมีเคล็ดลับช่วยประหยัดน้ำมันให้เพื่อนๆ: 1) เลือกน้ำมันที่เหมาะกับรถ เช่น E20 สำหรับรถใหม่ๆ 2) ขับขี่นุ่มนวล หลีกเลี่ยงการเร่ง-เบี่ยงบ่อย 3) ตรวจเช็ครถสม่ำเสมอ เช่น เปลี่ยนไส้กรองอากาศ 4) เติมน้ำมันช่วงเช้าหรือเย็นเพื่อหลีกเลี่ยงการระเหย และ 5) ใช้แอปเช็คราคาสถานีใกล้เคียงเพื่อหาที่ถูกที่สุด

ในช่วงนี้เศรษฐกิจยังฟื้นตัว ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นลงแบบนี้ส่งผลต่อค่าครองชีพโดยตรง โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ 70% ใช้โซฮอล์ 95 ถ้าคุณเป็นหนึ่งในนั้น อาจลองเปลี่ยนมาใช้ E20 ที่ราคาถูกลงเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายรายเดือนได้ถึง 10-20% เลยทีเดียว

สุดท้ายนี้ ขอให้เพื่อนๆ ขับขี่ปลอดภัยและประหยัดน้ำมันนะครับ! ติดตามอัปเดต ราคาน้ำมัน 18 มีนาคม 2569 และข่าวสารอื่นๆ ได้ที่นี่ทุกวัน หรือคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณใช้รถรุ่นไหนและเติมน้ำมันอะไรบ้าง เราจะนำมาวิเคราะห์ให้ในโพสต์หน้า

ที่มา – ราคาน้ำมัน 18 มีนาคม 2569 อัปเดตล่าสุด หลังประกาศปรับขึ้น-ลง ราคาน้ำมันบางชนิด

เคอร์ร พาออสเตรเลียเข้าชิงเอเชียน คัพ

เคอร์ร พาออสเตรเลียเข้าชิงเอเชียน คัพ

กัปตันแซม เคอร์ร ยิงประตูชัย พาออสเตรเลียเอาชนะจีน 2-1 ตีตั๋วเข้าชิงชนะเลิศเอเชียน คัพ

ดาวยิงจากเชลซี ซึ่งเป็นผู้เล่นคนเดียวในทีมออสเตรเลียที่เคยคว้าแชมป์รายการนี้เมื่อปี 2010 ได้รับการยกย่องจากแฟนบอล 35,170 คน หลังยิงลูกสำคัญจากมุมแคบเข้าไป

เคตลิน ฟอร์ด ทำให้ออสเตรเลียนำก่อนด้วยการยิงครั้งแรกสุดแกร่ง ก่อนที่จาง ลินหยาน จะเปลี่ยนจุดโทษเป็นประตูตีเสมอ

ออสเตรเลียจะพบกับทีมเต็งอย่างญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้ในรอบชิงชนะเลิศที่ซิดนีย์วันเสาร์นี้ เพื่อลุ้นแชมป์สมัยที่ 2

เคอร์ร วัย 16 ปีในตอนที่ออสเตรเลียคว้าแชมป์ครั้งล่าสุด และยิงประตูที่ 2 ในนามทีมชาติในนัดชิงกับเกาหลีเหนือ

“ตอนนี้ฉันยังรวบรวมอารมณ์ไม่ได้เลย” สาวกวัย 32 ปีกล่าว “เราผ่านเส้นทางยาวนานเพื่อมาถึงตรงนี้ มันรู้สึกดีมากที่ได้เข้าชิง แถมสาวๆ ในทีมเหมือนครอบครัว ถ้าชนะได้จะเป็นความฝันที่เป็นจริง”

เคอร์ร พาออสเตรเลียเข้าชิงเอเชียน คัพ: ภาพรวมการแข่งขัน

ออสเตรเลียเริ่มเกมได้ดีกับจีน โดยเอลลี คาร์เพนเตอร์จากเชลซี, แมรี ฟาวเลอร์จากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และฟอร์ดจากอาร์เซนอล ร่วมมือกันงดงามจนนำ 1-0 คาร์เพนเตอร์ใช้ความเร็วพุ่งทางซ้าย รับบอลจากฟาวเลอร์ ก่อนคืนให้ฟาวเลอร์ที่ตัดบอลให้ฟอร์ดยิงเข้าไปอย่างทรงพลัง

“ครึ่งหลังดีกว่า แต่ครึ่งแรกน่าผิดหวัง” โค้ชมัทิลดาส โจ โมเตมูร์โร บอกช่อง Channel 10 “เรายิงประตูสวยและเริ่มเข้าที่ แต่เราถอยหลังไปหน่อย ต้องเล่นสูงกว่านี้ กล้าแสดงออกมากขึ้น แต่เราก็ได้ผลที่ต้องการ”

เคอร์ร พาออสเตรเลียเข้าชิงเอเชียน คัพด้วยประตูเด็ด

ช่วงต้นทัวร์นาเมนต์เอเชียน คัพ มีผู้เล่นออสเตรเลีย 13 จาก 26 คนย้ายจากวีเมนส์ ซูเปอร์ลีกอังกฤษ นัดชิงแชมเปียนส์ลีกนัดรองชนะเลิศระหว่างอาร์เซนอล-เชลซีกำหนด 24 มี.ค. 3 วันหลังเอเชียน คัพ อาจขาดตัวหลักเพราะเดินทางและฉลอง

ออสเตรเลียกลายเป็นชาติแรกที่ตีตั๋วไปเวิลด์คัพหญิง 2027 ที่บราซิล จากชัยชนะ 2-1 เหนือเกาหลีเหนือ

เคอร์ร พาออสเตรเลียเข้าชิงเอเชียน คัพ ถือเป็นก้าวสำคัญของฟุตบอลหญิงออสซี่ที่กำลังมาแรง แฟนๆ ตื่นเต้นกับโอกาสคว้าแชมป์สมัยสอง

นอกจากนี้ ทีมยังมีผู้เล่นจากลีกใหญ่ยุโรป ทำให้คุณภาพสูง การผสมผสานระหว่างประสบการณ์ของเคอร์รและพลังหนุ่มสาวจากฟอร์ด คาร์เพนเตอร์ ทำให้ทีมแข็งแกร่ง โมเตมูร์โร เน้นการเล่น勇敢และกดดันสูง ซึ่งจะเป็นกุญแจในนัดชิง

สำหรับแฟนฟุตบอลหญิง อย่าพลาดติดตามรอบชิง! คุณคิดว่าเคอร์ร จะพาทีมคว้าแชมป์ได้ไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และกดติดตามเพื่อข่าวฟุตบอลหญิงล่าสุด

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ประกาศให้ “อรรถวิชช์” เป็น สส.บัญชีรายชื่อ รวมไทยสร้างชาติ

ประกาศให้ “อรรถวิชช์” เป็น สส.บัญชีรายชื่อ รวมไทยสร้างชาติ แทน “พีระพันธุ์” แล้ว เป็นข่าวใหญ่ในวงการการเมืองไทยที่เพิ่งประกาศออกมาเมื่อไม่กี่วันก่อน สร้างความสนใจให้กับนักการเมืองและประชาชนผู้ติดตามสถานการณ์รัฐสภาเป็นอย่างมาก วันนี้เราจะมาอธิบายรายละเอียดทั้งหมดให้ฟังแบบเข้าใจง่าย ๆ กันเลย

ประกาศให้ “อรรถวิชช์” เป็น สส.บัญชีรายชื่อ รวมไทยสร้างชาติ แทน “พีระพันธุ์” แล้ว

ตามที่เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2567 (หรือ พ.ศ. 2567 ตามที่ควรเป็น) เรื่องให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองเลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่าง ลงนามโดยนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ที่มาของเรื่องนี้เริ่มจากผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2567 โดยนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ซึ่งอยู่ในลำดับที่ 1 ของบัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. แต่ต่อมา นายพีระพันธุ์ ได้ยื่นหนังสือขอลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 ส่งผลให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลงตามมาตรา 101 (3) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560

รายละเอียดผู้เข้ามาแทนที่

ด้วยเหตุนี้ สภาผู้แทนราษฎรจึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 105 (2) ของรัฐธรรมนูญ ประกาศให้ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ซึ่งมีชื่ออยู่ในลำดับที่ 3 ของบัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ เลื่อนขึ้นมาเป็น ส.ส. แทน ประกาศให้ “อรรถวิชช์” เป็น สส.บัญชีรายชื่อ รวมไทยสร้างชาติ แทน “พีระพันธุ์” แล้ว จึงเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ

พรรครวมไทยสร้างชาติเป็นพรรคการเมืองที่ก่อตั้งขึ้นมาใหม่ในช่วงก่อนการเลือกตั้งใหญ่ โดยมีนายพีระมุท สาลีรัฐวิภาค หรือที่รู้จักในนาม “บิ๊กเพิม” เป็นหัวหน้าพรรค พรรคนี้เน้นนโยบายที่มุ่งสร้างชาติให้เข้มแข็ง มีแนวคิดอนุรักษนิยม และได้รับความนิยมในบางพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สนับสนุนที่ต้องการการเปลี่ยนแปลงในระบบการเมืองไทย

  • นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค: ลำดับ 1 ในบัญชีรายชื่อ ลาออกเนื่องจากเหตุผลส่วนตัว
  • นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี: ลำดับ 3 เลื่อนขึ้นมาใหม่ ประวัติการทำงานด้านการเมืองและสังคมที่น่าสนใจ
  • ผลกระทบต่อพรรค: ยังคงมี ส.ส.บัญชีรายชื่ออีกหลายคน แต่การเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลต่อกลยุทธ์ในสภา

การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่ร้อนระอุ โดยเฉพาะหลังการเลือกตั้งทั่วไปที่ผ่านมา พรรครวมไทยสร้างชาติได้รับที่นั่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อจำนวนหนึ่ง ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับพรรคในการเจรจาร่วมรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน การที่นายอรรถวิชช์เข้ามารับตำแหน่งนี้ คาดว่าจะนำประสบการณ์ใหม่ ๆ มาสู่พรรค โดยเฉพาะด้านนโยบายเศรษฐกิจและสังคม

นอกจากนี้ ประกาศให้ “อรรถวิชช์” เป็น สส.บัญชีรายชื่อ รวมไทยสร้างชาติ แทน “พีระพันธุ์” แล้ว ยังสะท้อนถึงกลไกของรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้การทำงานของสภาไม่สะดุดหยุด ตามหลักการลำดับบัญชีรายชื่อที่ผู้สมัครเรียงไว้ล่วงหน้า หากมีใครลาออกหรือถูกตัดสิทธิ์ ผู้ถัดไปจะเลื่อนขึ้นอัตโนมัติ

สำหรับประวัติของนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดีนั้น เขาเป็นนักธุรกิจและนักกิจกรรมที่มีบทบาทในวงการสังคมมาอย่างยาวนาน เคยมีส่วนร่วมในโครงการพัฒนาชุมชนหลายแห่ง และมีความใกล้ชิดกับแกนนำพรรครวมไทยสร้างชาติ คาดว่านายอรรถวิชช์จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการอภิปรายและเสนอนโยบายในสภา โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิดและการพัฒนาชนบท

เหตุผลที่นายพีระพันธุ์ลาออกยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่จากกระแสข่าว สันนิษฐานว่าเป็นเรื่องส่วนตัวหรือสุขภาพ ซึ่งเป็นเรื่องปกติในวงการการเมืองที่ ส.ส.บางคนอาจเลือกถอนตัวเพื่อเหตุผลเหล่านี้ สิ่งนี้ทำให้พรรคต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว โดยการเลื่อนนายอรรถวิชช์ขึ้นมาเป็นทางเลือกที่เหมาะสม

ในมุมมองของผู้เขียน การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนี้เป็นสัญญาณที่ดีว่าการเมืองไทยยังคงเดินหน้าตามระบบ แม้จะมีความผันผวน แต่ประชาชนอย่างเราควรติดตามผลงานของ ส.ส.คนใหม่นี้ให้ดี ว่าสามารถนำนโยบายที่เป็นประโยชน์มาสู่ประชาชนได้หรือไม่ ลองติดตามดูนะครับ ว่าพรรครวมไทยสร้างชาติจะมีบทบาทอย่างไรในสภาชุดนี้

คุณคิดอย่างไรกับการเปลี่ยน ส.ส.ครั้งนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อน ๆ ได้อ่านด้วยกัน!

ที่มา – ประกาศให้ “อรรถวิชช์” เป็น สส.บัญชีรายชื่อ รวมไทยสร้างชาติ แทน “พีระพันธุ์” แล้ว

อิหร่านเจรจากับฟีฟ่า ย้ายแมตช์ฟุตบอลโลกไปเม็กซิโก

อิหร่านเจรจากับฟีฟ่า ย้ายแมตช์ฟุตบอลโลกไปเม็กซิโก

ประธานสหพันธ์ฟุตบอลอิหร่านเปิดเผยว่ากำลังเจรจากับฟีฟ่าเพื่อย้ายแมตช์ฟุตบอลโลกของทีมชาติอิหร่านจากสหรัฐอเมริกาไปยังเม็กซิโก เพื่อรับประกันความปลอดภัยของนักเตะ หลังจากเกิดความขัดแย้งรุนแรงระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน

ฟุตบอลโลก 2026 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน ถึง 19 กรกฎาคม โดยสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก เป็นเจ้าภาพร่วมกัน ทีมชาติอิหร่านมีโปรแกรมลงสนามพบนิวซีแลนด์วันที่ 16 มิถุนายน และเบลเยียมวันที่ 21 มิถุนายน ที่ลอสแองเจลิส รวมถึงอียิปต์วันที่ 26 มิถุนายน ที่ซีแอตเทิล

สัปดาห์ที่แล้ว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวว่า แม้อิหร่านจะ “ได้รับเชิญ” เข้าร่วมฟุตบอลโลก แต่เขาไม่คิดว่ามัน “เหมาะสม” ที่พวกเขาจะมา “เพื่อชีวิตและความปลอดภัยของตัวเอง” ประธานสหพันธ์ฟุตบอลอิหร่าน เมห์ดี ตาจ์ โพสต์ในบัญชีโซเชียลมีเดียของสถานทูตอิหร่านประจำเม็กซิโกว่า “เมื่อทรัมป์ยืนยันชัดเจนว่าไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยของทีมชาติอิหร่านได้ เราจะไม่เดินทางไปอเมริกาแน่นอน” และ “เรากำลังเจรจากับฟีฟ่าเพื่อให้อิหร่านเจรจากับฟีฟ่า ย้ายแมตช์ฟุตบอลโลกไปเม็กซิโก

ด้านโฆษกฟีฟ่าระบุว่า “ฟีฟ่าติดต่อกับสมาคมสมาชิกทุกทีม รวมถึงอิหร่านอย่างสม่ำเสมอ เพื่อวางแผนฟุตบอลโลก และคาดหวังให้ทุกทีมแข่งขันตามตารางที่ประกาศเมื่อ 6 ธันวาคม 2025”

อิหร่านเจรจากับฟีฟ่า ย้ายแมตช์ฟุตบอลโลกไปเม็กซิโก: พื้นหลังความขัดแย้ง

อิหร่านที่เข้ารอบฟุตบอลโลกสมัยที่ 4 ติดต่อกัน ตัดสินใจไม่ถอนตัวเมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว แม้สหรัฐฯ จะโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ 3 แห่งในอิหร่าน ข้อความล่าสุดจากช่องเทเลแกรมทีมชาติอิหร่านระบุว่า ฟีฟ่าเป็นผู้จัด ไม่ใช่ประเทศใดประเทศหนึ่ง และ “ประเทศที่ควรถูกตัดออกคือเจ้าภาพที่รับประกันความปลอดภัยไม่ได้”

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยบอกว่า “ไม่สนใจ” ถ้าอิหร่านเข้าร่วม แต่จิอันนี่ อินฟานติโน ประธานฟีฟ่ากล่าวว่าทรัมป์ยืนยันต้อนรับอิหร่าน แม้两国จะทำสงครามกัน รัฐมนตรีกระทรวงกีฬาและเยาวชนอิหร่าน อะห์มาด โดนยามาลี กล่าวว่า “ไม่มีทางที่เราจะมีเงื่อนไขเหมาะสมในการเข้าร่วมฟุตบอลโลก”

ประวัติการย้ายแมตช์เนื่องจากเหตุผลความปลอดภัย

หากอิหร่านเจรจากับฟีฟ่า ย้ายแมตช์ฟุตบอลโลกไปเม็กซิโกสำเร็จ จะไม่ใช่ครั้งแรกที่แมตช์ถูกย้ายเพราะเหตุผลความปลอดภัยและภูมิรัฐศาสตร์ เช่น เบลารุสต้องเล่นเกมเหย้าที่ฮังการีเพราะสนับสนุนรัสเซียบุกยูเครน รวมถึงนัดคัดบอลโลกกับสกอตแลนด์ที่ ZTE Arena

ในคริกเก็ต อินเดียและปากีสถานเล่นกันที่สนามกลางเท่านั้น อินเดียปฏิเสธไปปากีสถานในแชมเปียนส์โทรฟี่ 2025 และปากีสถานเล่น T20 เวิลด์คัพที่ศรีลังกา

สถานการณ์นี้สร้างความตึงเครียดให้ฟุตบอลโลก 2026 ที่คาดว่าจะมีผู้ชมมหาศาล แต่ความขัดแย้งการเมืองอาจเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง ผู้เชี่ยวชาญมองว่าฟีฟ่าอาจยอมรับเพื่อรักษาความเป็นกลาง

  • อิหร่าน vs นิวซีแลนด์: 16 มิ.ย. ลอสแองเจลิส (อาจย้าย)
  • อิหร่าน vs เบลเยียม: 21 มิ.ย. ลอสแองเจลิส (อาจย้าย)
  • อิหร่าน vs อียิปต์: 26 มิ.ย. ซีแอตเทิล (อาจย้าย)

ข่าวนี้จุดประกายการถกเถียงเรื่องการเมืองในกีฬา บางคนเห็นด้วยว่าความปลอดภัยมาก่อน แต่บางคนมองว่าเป็นการเมืองแทรกแซงกีฬา

ติดตามอัปเดตล่าสุดเรื่องฟุตบอลโลก 2026 และความเคลื่อนไหวของทีมชาติอิหร่านได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดทุกข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

การโกงของเชลซี ค่าปรับเบาเกินไปหรือไม่

ในหน้า 6 ของเอกสาร “ข้อตกลงลงโทษ” เกี่ยวกับการจ่ายเงินลับของเชลซีระหว่างปี 2011-2018 พรีเมียร์ลีกได้ระบุปัจจัยที่พิจารณาในการลงโทษการละเมิดกฎการย้ายทีม

พวกเขาย้ำถึงความจำเป็นในการ “ลงโทษสโมสรและพิสูจน์ว่าสโมสรที่ปฏิบัติตามกฎถูกต้อง” รวมถึง “ความสำคัญในการยับยั้งการละเมิด” และ “การรักษาความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อความยุติธรรมของการแข่งขัน”

แต่คำถามคือ มันสำเร็จหรือยัง?

พรีเมียร์ลีก ปรับเชลซี 10 ล้านปอนด์ สถิติสูงสุด และพักโทษแบนย้ายทีม 1 ปี แต่ด้วยการหลีกเลี่ยงบทลงโทษกีฬาอย่างหักแต้ม พรีเมียร์ลีกอาจล้มเหลวในการลงโทษ скандалการโกงที่ร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งในฟุตบอลอังกฤษหรือไม่?

การโกงของเชลซี ค่าปรับเบาเกินไปหรือไม่

พรีเมียร์ลีกยอมรับว่าคดีนี้ “ไม่เพียงแต่ละเมิดกฎอย่างชัดเจนและจงใจ แต่ยังมีการหลอกลวงและปกปิดเรื่องการเงิน” และเกิดขึ้น “ด้วยความรู้และการอนุมัติจากเจ้าหน้าที่และผู้อำนวยการอาวุโสบางคนในอดีต”

ที่สำคัญ การกระทำผิดนี้มีผลกระทบต่อกีฬาอย่างมาก ไม่เพียงแต่เชลซีแต่รวมถึงคู่แข่งด้วย

การจ่ายเงิน 36 ครั้ง รวมกว่า 47 ล้านปอนด์ ใน 8 ปี เกี่ยวข้องกับการเซ็นสัญญานักเตะสำคัญในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของสโมสร

นักเตะอย่างเอเด็น อาซาร์, ซามูเอล เอโต้, วิลเลียน และดาวิด ลุยซ์ ดาวดังที่ช่วยให้เชลซีกลายเป็นหนึ่งในสโมสรที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก คว้าแชมป์ใหญ่ 8 รายการในช่วงนั้น

แม้ไม่มีหลักฐานว่านักเตะรู้เรื่อง แต่เป็นไปได้ที่พวกเขาจะไปเล่นให้สโมสรอื่นและช่วยให้ทีมนั้นคว้าแชมป์ หากไม่มีเงินลับจากบุคคลที่สามที่เชื่อมโยงกับเจ้าของเก่ารอมัน อับรามovich จ่ายให้เอเจนต์ที่ไม่มีใบอนุญาตและบุคคลอื่น

นักเตะที่ถูกเอ่ยชื่อในรายงาน

  • รามิเรส – 17 ล้านปอนด์ จากเบนฟิก้า สิงหาคม 2010

  • ลุยซ์ – 21.3 ล้านปอนด์ จากเบนฟิก้า กุมภาพันธ์ 2011

  • อาซาร์ – 32 ล้านปอนด์ จากลีลล์ มิถุนายน 2012

  • ชูร์เล่ – 18 ล้านปอนด์ จากไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น มิถุนายน 2013

  • เอโต้ – ฟรี จากอันจิ มัคคัคคาล่า สิงหาคม 2013

  • วิลเลียน – 30 ล้านปอนด์ จากอันจิ มัคคัคคาล่า สิงหาคม 2013

  • มาติช – 21 ล้านปอนด์ จากเบนฟิก้า มกราคม 2014

พรีเมียร์ลีกให้ความผ่อนปรนเพราะเจ้าของใหม่ Clearlake รายงานตัวเองเรื่องละเมิดกฎในยุคเก่า และแสดงความร่วมมือ “เป็นเลิศ” นอกจากนี้ เงินลับเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ละเมิดกฎกำไรและความยั่งยืน

“ต้องจำไว้ว่านี่คือการกระทำในยุคเชลซีเก่า” Richard Monk CEO Independent Football Regulator บอก BBC “เราจะทำงานกับพรีเมียร์ลีกเพื่อตรวจสอบว่ามีใครที่เกี่ยวข้องยังอยู่ในฟุตบอล และถ้าจำเป็นเราจะสอบสวนหากพวกเขาไม่เหมาะสม”

สำหรับอดีตผู้บริหารที่ออกจากวงการแล้ว มันไม่ใช่ปัญหา และคู่แข่งบางทีมรู้สึกว่าค่าปรับ 10 ล้านน้อยเกินไปสำหรับสโมสรที่มีขุมกำลังมูลค่า 1.5 พันล้านปอนด์ แพงที่สุดในประวัติศาสตร์

แม้เจ้าของปัจจุบันไม่ผิด แต่พวกเขาได้ประโยชน์จากความสำเร็จยุคอับรามovich ที่เพิ่มมูลค่าสโมสร

“น่าหงุดหงิด” อดีตผู้บริหารระดับสูงแมนยูไนเต็ดที่อยู่สมัยนั้นบอก BBC Sport แบบไม่เปิดเผยชื่อ “ยูไนเต็ดเสียโอกาสนักเตะ โดยเฉพาะอาซาร์ [2012] เพราะการกระทำของพวกเขา”

พวกเขากล่าวเพิ่ม: “เห็นใจเรื่องเปลี่ยนเจ้าของ แต่ไม่ใช่การยับยั้งถ้าขายก่อนถูกจับ… ควรแบนย้ายทีมจริงๆ”

เกียรติยศในช่วงที่รายงานครอบคลุม

พรีเมียร์ลีก แชมป์: 2014-15, 2016-17

เอฟเอ คัพ แชมป์: 2011-12, 2017-18

ลีก คัพ แชมป์: 2014-15

แชมเปียนส์ ลีก แชมป์: 2011-12

ยูโรปา ลีก แชมป์: 2012-13, 2018-19

เชลซีเคยโดนแบนอะคาเดมี่ 9 เดือนและปรับ 750,000 ปอนด์จากเรื่องจดทะเบียนเด็ก 2019-2022

เปรียบเทียบกับเอฟเวอร์ตันและน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ปี 2024 ที่หักแต้มจากละเมิด PSR ที่ดูไม่ร้ายแรงเท่า

แล้วเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับคดีใหญ่ของพรีเมียร์ลีกอย่างไร? 15 เดือนหลังการไต่สวนอิสระกว่า 100 ข้อหาละเมิดการเงินของแมนฯ ซิตี้ สโมสรยังรอผล

ต่างจากเชลซีที่ยอมรับ ซิตี้ปฏิเสธและสู้คดี แถมไม่มีเปลี่ยนเจ้าของเหมือนสแตมฟอร์ด บริดจ์

แฟนซิตี้น่าจะโล่งที่บอร์ดพรีเมียร์ลีกไม่พิจารณาหักแต้มในคดีเชลซี แม้ “หลอกลวงและปกปิด” และมองว่าแบนย้ายทีม 2 วินโดว์ “เหมาะสม” ถ้าไม่รายงานตัวเอง

ยูฟ่าปรับซิตี้ 8 ล้านปอนด์กรณีเดียวกันปี 2023 และเอฟเอจะตามเร็วๆ นี้

แต่เชลซีกลัวหนักกว่านี้ ในปี 2024 เผยว่าโบห์ลีและเอห์บาลีหัก 150 ล้านปอนด์จากราคาซื้อเพื่อสำรองค่าปรับยุคอับรามovich จนถึงตอนนี้เสียราว 18 ล้าน

คู่แข่งอาจรู้สึกเสียหายมากกว่าในแง่ถ้วยและเงินรางวัล รวมถึงความสมบูรณ์ของลีกที่ต้องทุกคนปฏิบัติตามกฎ

การโกงของเชลซี ค่าปรับเบาเกินไปหรือไม่? มันทำให้เราคิดถึงความยุติธรรมในพรีเมียร์ลีก คุณล่ะคิดเห็นอย่างไร? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างและแชร์บทความนี้!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

เลื่อนบังคับใช้ “เวรพยาบาลไม่เกิน 12 ชม.” พร้อมระดมความเห็น ก่อนออกฉบับใหม่

สวัสดีครับทุกท่านที่สนใจข่าวสารวงการสาธารณสุข โดยเฉพาะเรื่อง เลื่อนบังคับใช้ “เวรพยาบาลไม่เกิน 12 ชม.” พร้อมระดมความเห็น ก่อนออกฉบับใหม่ ซึ่งเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนจับตามอง ล่าสุดสภาการพยาบาลได้มีมติสำคัญที่ช่วยคลายความกังวลให้กับพยาบาลและโรงพยาบาลทั่วประเทศ มาดูรายละเอียดกันเลยครับ

เลื่อนบังคับใช้ “เวรพยาบาลไม่เกิน 12 ชม.” พร้อมระดมความเห็น ก่อนออกฉบับใหม่

จากรายงานเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 สภาการพยาบาลประกาศมติที่ประชุมคณะกรรมการสภาการพยาบาล ชุดที่ 11 เกี่ยวกับประกาศเรื่อง “ชั่วโมงการทำงานของพยาบาลเพื่อความปลอดภัย พ.ศ. 2569” เดิมทีประกาศนี้ถูกออกโดยคณะกรรมการชุดที่ 10 เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนพิเศษ 61 ง วันที่ 10 มีนาคม 2569 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2569

แต่คณะกรรมการชุดที่ 11 ได้ประชุมครั้งที่ 2/2569 เมื่อ 16 มีนาคม 2569 และมีมติให้ เลื่อนบังคับใช้ “เวรพยาบาลไม่เกิน 12 ชม.” ออกไปก่อน เพื่อให้มีเวลาศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและรับฟังความเห็นจากสมาชิกสภาการพยาบาล ก่อนจัดทำฉบับใหม่ที่เหมาะสมยิ่งขึ้น นี่เป็นการตัดสินใจที่เข้าใจได้ดี เพราะเกณฑ์นี้กระทบโดยตรงต่อการบริหารจัดการบุคลากรในโรงพยาบาล

เหตุผลเบื้องหลังการเลื่อนบังคับใช้เวรพยาบาลไม่เกิน 12 ชม.

ทำไมถึงต้องเลื่อน? หลักๆ เลยคือต้องการข้อมูลรอบด้านมากขึ้น ปัญหาชั่วโมงทำงานยาวนานของพยาบาลเป็นเรื่องที่คุยกันมานาน เพราะส่งผลต่อความปลอดภัยทั้งพยาบาลเองและผู้ป่วย ถ้าเวรยาวเกิน 12 ชม. อาจทำให้เหนื่อยล้า สมาธิลดลง เสี่ยงอุบัติเหตุได้ แต่การบังคับใช้ทันทีอาจทำให้โรงพยาบาลขาดแคลนกำลังคน โดยเฉพาะในช่วงที่ระบบสาธารณสุขไทยกำลังฟื้นตัวจากโควิด-19

  • รับฟังความเห็นจากสมาชิกสภาการพยาบาลและผู้เกี่ยวข้อง
  • ศึกษาผลกระทบต่อโรงพยาบาลรัฐและเอกชน
  • กำหนดแนวทางปฏิบัติที่ยืดหยุ่นและเหมาะสม

การเลื่อนครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบของสภาการพยาบาลที่ไม่รีบร้อน แต่เน้นความยั่งยืน นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายเสนอความเห็นได้ ซึ่งเป็นประชาธิปไตยในวงการสุขภาพที่ดีมาก

ผลกระทบที่คาดหวังจากประกาศฉบับใหม่

ในอนาคต ประกาศฉบับใหม่น่าจะปรับปรุงให้สมดุลมากขึ้น เช่น กำหนดเวรไม่เกิน 12 ชม. แต่มีข้อยกเว้นสำหรับกรณีฉุกเฉิน หรือเพิ่มการสนับสนุนบุคลากร การเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยลดปัญหาพยาบาลลาออก ลด burnout และยกระดับคุณภาพการดูแลผู้ป่วย ปัจจุบันไทยมีพยาบาลประมาณ 200,000 คน แต่ยังขาดแคลน โดยเฉพาะในต่างจังหวัด การจัดการชั่วโมงทำงานดีๆ จะช่วยดึงดูดคนรุ่นใหม่เข้าสู่อาชีพได้

จากมุมมองส่วนตัว การ เลื่อนบังคับใช้ “เวรพยาบาลไม่เกิน 12 ชม.” พร้อมระดมความเห็น ก่อนออกฉบับใหม่ เป็นก้าวที่ถูกต้อง เพราะแสดงถึงการฟังเสียงจากพื้นฐาน ถ้าประกาศเก่าใช้เลย อาจเกิดความวุ่นวายแทนที่จะแก้ปัญหา

ท่านที่เป็นพยาบาลหรือทำงานด้านสุขภาพ ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ ว่าคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? หรือมีข้อเสนอแนะอะไรบ้าง ติดตามข่าวอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

สุดท้ายนี้ การดูแลสุขภาพบุคลากรคือพื้นฐานของระบบสาธารณสุขที่แข็งแกร่ง หวังว่าฉบับใหม่จะออกมาดีและช่วยให้ทุกคนทำงานอย่างมีความสุข

ที่มา – เลื่อนบังคับใช้ “เวรพยาบาลไม่เกิน 12 ชม.” พร้อมระดมความเห็น ก่อนออกฉบับใหม่

สศช. ประเมิน 3 ฉากทัศน์หากสงครามตะวันออกกลางลาก 3 เดือน

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนที่หลายคนกำลังกังวลกันอยู่ นั่นคือสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจลุกลาม สศช. ประเมิน 3 ฉากทัศน์หากสงครามตะวันออกกลางลาก 3 เดือน โดยขอให้ทุกคนอย่าตื่นตระหนกและรีบกักตุนน้ำมัน แต่ให้ใช้ชีวิตตามปกติ เพราะรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังติดตามอย่างใกล้ชิด

สศช. ประเมิน 3 ฉากทัศน์หากสงครามตะวันออกกลางลาก 3 เดือน

จากข้อมูลล่าสุดในช่วงเย็นวันที่ 17 มีนาคม 2569 นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. (สภาพัฒน์) ได้เปิดเผยหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดย สศช. ได้จัดทำ 3 สมมติฐานหลัก เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและไทย โดยเฉพาะด้านราคาพลังงาน เงินเฟ้อ และเสถียรภาพทางการเงิน เพื่อให้ทุกภาคส่วนเตรียมพร้อม

สมมติฐานเหล่านี้ช่วยให้เราเห็นภาพชัดเจนว่าถ้าสถานการณ์ยืดเยื้อ จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ไม่ต้องกังวลเกินไปนะครับ เพราะยังมีโอกาสที่เหตุการณ์จะคลี่คลายได้เร็ว

สมมติฐานที่ 1: เหตุการณ์คลี่คลายภายใน 1 เดือน

หากสงครามจบลงประมาณกลางมีนาคมถึงสิ้นเมษายน ผลกระทบจะจำกัด เศรษฐกิจโลกชะลอตัวจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น ส่งผลให้เงินเฟ้อทั่วโลกเพิ่ม ตลาดหุ้นและเงินผันผวน ค่าเงินบาทอาจอ่อนค่าบางวัน แต่ราคาน้ำมันเฉลี่ยทั้งปีไม่เกิน 85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (สูงกว่าที่คาดไว้เดิม 58-68 ดอลลาร์) สำหรับไทย เงินเฟ้ออาจเพิ่มขึ้นราว 1% ซึ่งยังอยู่ในระดับที่รับมือได้

สมมติฐานที่ 2: สงครามยืดเยื้อ 3 เดือน เสี่ยง Stagflation

ถ้าความขัดแย้งรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะกระทบการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญขนส่งน้ำมันกว่า 20% ของโลก ถ้าเรือผ่านไม่ได้นาน 3 เดือน หลายประเทศอาจเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยหรือ Stagflation (เงินเฟ้อสูงแต่เศรษฐกิจโตช้า) ราคาน้ำมันเฉลี่ยปีนี้จะอยู่ที่ 95-105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และเงินเฟ้อไทยพุ่งถึง 1.9% ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ต้องระวัง

สมมติฐานที่ 3: สงครามขนาดใหญ่ โอกาสเกิดน้อย

กรณีเลวร้ายสุดคือสงครามใหญ่ โอกาสน้อยมาก แต่ถ้าเกิด ราคาน้ำมันทะลุ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เงินเฟ้อไทยอาจเกินเป้า 3% ส่งผลกระทบหนักต่อทุกภาคส่วน

ผลกระทบหลักจะตกที่ 3 กลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ ได้แก่

  • ภาคเกษตร: ค่าน้ำมันสูงทำให้ต้นทุนเพาะปลูกและขนส่งสินค้าเพิ่ม
  • ภาคอุตสาหกรรมการผลิต: พลังงานแพงดันต้นทุนการผลิต สินค้าอุปโภคบริโภคแพงขึ้น
  • ภาคขนส่ง: ค่าน้ำมันดีเซลและเบนซินสูง ส่งผลต่อราคาค่าบริการโลจิสติกส์และขนส่งสาธารณะ

นอกจากนี้ ตั้งแต่เริ่มปะทะ โครงสร้างพื้นฐานพลังงานของอิหร่านเมื่อ 1 มีนาคม 2569 การบริโภคน้ำมันในไทยพุ่งสูง ปกติเบนซินวันละ 34 ล้านลิตร แต่หลังข่าวโจมตีโรงกลั่น พุ่งเป็น 50.77 ล้านลิตร ดีเซล 61 ล้านลิตร วันที่ 2 มี.ค. รวม 98 ล้านลิตร และวันที่ 4 มี.ค. ดีเซลทะลุ 118 ล้านลิตร เพราะประชาชนตื่นตระหนก

“ขอให้มั่นใจว่ากระทรวงพลังงานรายงานสต็อกน้ำมันทุกวัน ยังเพียงพอแม้ไม่มีนำเข้าใหม่” เลขาฯ สภาพัฒน์ กล่าว

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยืนยันว่ารถขนส่งน้ำมันต้องเป็นรถมาตรฐาน ไม่ใช่รถอะไรก็ได้ ส่งได้ตลอดวัน สต็อกน้ำมันไทยยังพอ ไม่ต้องกักตุน การปรับราคาจะไม่ก้าวกระโดด แต่ค่อยๆ ตามสถานการณ์ ขอให้ใช้ชีวิตปกติ

สรุปคือ สศช. ประเมิน 3 ฉากทัศน์หากสงครามตะวันออกกลางลาก 3 เดือน เพื่อให้เรามีแผนรับมือ แต่ตอนนี้ยังไม่น่าห่วง ช่องแคบฮอร์มุซยังผ่านได้ สต็อกน้ำมันปลอดภัย เงินเฟ้อยังควบคุมได้ ผมคิดว่าสิ่งสำคัญคือติดตามข่าวจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ อย่าตื่นข่าวลือ

คุณล่ะครับ คิดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายเมื่อไหร่? คอมเมนต์บอกกันได้เลย และกดแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ไม่ตื่นตระหนกด้วยนะ!

ที่มา – สศช. ประเมิน 3 ฉากทัศน์หากสงครามตะวันออกกลางลาก 3 เดือน ขออย่าตื่นตระหนกกักตุนน้ำมัน