วัน: 12 เมษายน 2026

ราชกิจจาฯ เผย ขยายสถานการณ์ฉุกเฉินนราธิวาส 3 เดือน

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้มีข่าวอัพเดทสำคัญจากราชกิจจานุเบกษาที่หลายคนรอคอย นั่นคือ ราชกิจจาฯ เผย ขยายเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินจ.นราธิวาส-อ.สุไหงโก-ลก ออกไปอีก 3 เดือน เพื่อรับมือกับสถานการณ์รุนแรงที่ยังคงเกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ ข่าวนี้เผยแพร่เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2569 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน 2569 เป็นต้นไป เรามาดูรายละเอียดกันแบบชัดๆ กันเลยครับ

ราชกิจจาฯ เผย ขยายเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินจ.นราธิวาส-อ.สุไหงโก-ลก ออกไปอีก 3 เดือน

ตามประกาศ 3 ฉบับที่ราชกิจจาฯ เผยแพร่ มีการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ในเขตจังหวัดนราธิวาส (ยกเว้นบางอำเภอ) จังหวัดปัตตานี (ยกเว้นบางอำเภอ) และจังหวัดยะลา (ยกเว้นบางอำเภอ) ออกไปอีก 3 เดือน เหตุผลหลักคือยังมีเหตุการณ์รุนแรงที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยประชาชน และการดำรงชีวิตปกติ เช่น การก่อวินาศกรรม การซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่ และการพบแหล่งหลบซ่อนอาวุธของกลุ่มผู้ไม่หวังดี

รายละเอียดพื้นที่ที่ขยาย:

  • จังหวัดนราธิวาส: ยกเว้นอำเภอยี่งอ อำเภอสุไหงโก-ลก อำเภอแว้ง และอำเภอสุคิริน
  • จังหวัดปัตตานี: ยกเว้นอำเภอยะหริ่ง อำเภอปะนาเระ อำเภอมายอ อำเภอไม้แก่น อำเภอทุ่งยางแดง อำเภอกะพ้อ และอำเภอแม่ลาน
  • จังหวัดยะลา: ยกเว้นอำเภอเบตง อำเภอยะหา อำเภอรามัน อำเภอกาบัง และอำเภอกรงปินัง

การขยายเวลานี้มาจากอำนาจตามมาตรา 5 และ 11 ของ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 โดยนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ลงนามเมื่อ 11 เมษายน 2569 เพื่อให้การแก้ปัญหามีความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

กรณีพิเศษอำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส

นอกจากนี้ ยังมีประกาศใหม่กำหนดสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงใน อำเภอสุไหงโก-ลก เป็นเวลา 3 เดือนเช่นกัน หลังจากก่อนหน้านี้ยกเลิกแล้วแต่สถานการณ์ยังรุนแรง กลุ่มผู้ก่อเหตุใช้กำลังประทุษร้ายต่อชีวิต ทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่และประชาชนแบบไม่เกรงกลัวกฎหมาย คณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินเสนอแนะให้กลับมาใช้มาตรการพิเศษนี้เพื่อควบคุมสถานการณ์ให้ได้เร็วที่สุด

ประกาศอื่นที่ยังคงมีผลบังคับใช้

ราชกิจจาฯ ยังยืนยันให้ประกาศเก่าๆ ที่คณะรัฐมนตรีกำหนดตามสถานการณ์ฉุกเฉินยังคงมีผลต่อไป เช่น ประกาศตั้งแต่ปี 2548 การจัดตั้งหน่วยงานพิเศษ การกำหนดอำนาจนายกฯ แทนรัฐมนตรี ฯลฯ เพื่อความต่อเนื่องในการปฏิบัติงานป้องกันและระงับเหตุรุนแรง

สถานการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ยังคงน่ากังวล แม้จะมีพัฒนาการดีขึ้นในบางพื้นที่ แต่เหตุการณ์ยิงถล่ม ลอบวางระเบิดยังเกิดบ่อยครั้ง ส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชน เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว รัฐบาลจึงจำเป็นต้องใช้เครื่องมือทางกฎหมายอย่าง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการตรวจสอบ จับกุม และป้องกันภัย

สำหรับพี่น้องที่อาศัยในพื้นที่ สามารถติดตามข้อมูลจากหน่วยงานรัฐและปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อความปลอดภัย เช่น หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง รายงานเหตุต้องสงสัย และสนับสนุนกระบวนการสันติภาพ

จากมุมมองของผม การตัดสินใจ ราชกิจจาฯ เผย ขยายเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินจ.นราธิวาส-อ.สุไหงโก-ลก ออกไปอีก 3 เดือน นี้เป็นเรื่องจำเป็นในระยะสั้น เพื่อรักษาความมั่นคง แต่รัฐบาลควรเร่งเจรจาสันติภาพและพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ควบคู่ไปด้วย เพื่อแก้ปัญหาจากรากเหง้าให้ยั่งยืน คุณคิดเห็นอย่างไรกับมาตรการนี้? มาคุยกันในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยครับ หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ที่สนใจข่าวการเมือง-ความมั่นคง!

ที่มา – ราชกิจจาฯ เผย ขยายเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินจ.นราธิวาส-อ.สุไหงโก-ลก ออกไปอีก 3 เดือน

“วีระพงษ์” ยื่นใบลาออกจากรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ในวงการการเมืองไทยช่วงนี้ มีข่าวใหญ่ที่สร้างความสนใจให้กับนักข่าวและประชาชนจำนวนมาก นั่นคือกรณี“วีระพงษ์” ยื่นใบลาออกจากรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อย่างเป็นทางการ เพื่อไปรับตำแหน่งผู้แทนการค้าไทย โดยมุ่งสานต่อความฝันในการเจรจาการค้ากับสหภาพยุโรป (EU) ให้ประสบความสำเร็จ ข่าวนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงการตัดสินใจที่กล้าหาญของนายวีระพงษ์ ประภา หรือที่รู้จักกันในชื่อ “อาร์ท” เท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อประโยชน์ของชาติเหนือกว่าบทบาททางการเมือง

“วีระพงษ์” ยื่นใบลาออกจากรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

วันที่ 12 เมษายน 2567 นายวีระพงษ์ ประภา ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ประกาศลาออกจากตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และสมาชิกพรรคอย่างเป็นทางการ เขายืนยันว่ากระบวนการทั้งหมดเป็นไปอย่างตรงไปตรงมาและโปร่งใส โดยมีเหตุผลหลักมาจากการได้รับการทาบทามจากนางศุภจี สีลานนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้ไปดำรงตำแหน่งผู้แทนการค้าไทย รับผิดชอบงานเจรจาการค้ากับ EU ซึ่งเป็นงานที่เขาเคยทำในรัฐบาลก่อนหน้าและเชื่อว่าจะสร้างประโยชน์มหาศาลให้กับเศรษฐกิจไทย

การตัดสินใจวีระพงษ์ ยื่นใบลาออกจากรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นี้ เกิดขึ้นเพราะตำแหน่งผู้แทนการค้าไทยต้องขับเคลื่อนงานให้รัฐบาล ซึ่งอาจขัดแย้งกับบทบาทของพรรคประชาธิปัตย์ที่อยู่ในฝ่ายค้านตรวจสอบรัฐบาลในปัจจุบัน เพื่อรักษาความโปร่งใส นายวีระพงษ์จึงเลือกทางออกนี้ทันที โดยได้หารือกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคอย่างรวดเร็ว

เหตุผลหลักที่วีระพงษ์ ยื่นใบลาออกจากรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

  • ความต่อเนื่องในการเจรจา: การเจรจา FTA ไทย-EU ดำเนินมานานหลายรัฐบาล ความต่อเนื่องสำคัญมาก นายวีระพงษ์อยากสานงานที่ค้างคาให้สำเร็จ เพื่อเปิดตลาดใหม่ให้สินค้าไทย สร้างรายได้และงานให้คนไทย
  • ความโปร่งใส: เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่างบทบาทพรรคฝ่ายค้านกับงานรัฐบาล
  • อุดมการณ์ไม่เปลี่ยน: แม้ลาออก แต่อุดมการณ์พัฒนาเศรษฐกิจไทยด้วยการค้าโลกยังคงเดิม เขายังยึดมั่นในวิสัยทัศน์ของนายอภิสิทธิ์

นายวีระพงษ์ กล่าวอย่างหนักแน่นว่า “ผมยังยืนยันว่า ผมยังเป็นอาร์ทคนเดิม ไม่เคยเปลี่ยนแปลงครับ” และขอบคุณหัวหน้าพรรค กรรมการบริหาร และสมาชิกทุกคนที่สนับสนุนมาโดยตลอด แม้บทบาทจะเปลี่ยน แต่หวังว่าจะยังได้รับการสนับสนุนในการทำงานเพื่อชาติต่อไป

พื้นหลังของนายวีระพงษ์ ประภา และบทบาทในพรรคประชาธิปัตย์

นายวีระพงษ์ หรืออาร์ท เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ที่มีประสบการณ์ด้านการค้าและเศรษฐกิจ เขาเคยเป็นผู้แทนการค้าไทยในอดีต และเข้าร่วมพรรคประชาธิปัตย์เพราะชื่นชอบนโยบายเปิดเสรีการค้าที่ทันสมัย ในช่วงเลือกตั้งที่ผ่านมา เขาให้สัญญากับประชาชนว่าจะผลักดันการเจรจาการค้าให้สำเร็จ และวันนี้โอกาสนั้นมาถึงแล้ว ทำให้วีระพงษ์ ยื่นใบลาออกจากรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เพื่อรักษาสัญญา

พรรคประชาธิปัตย์เองก็แสดงท่าทีเข้าใจและสนับสนุน โดยนายอภิสิทธิ์เน้นย้ำถึงการรักษากติกาการเมืองและผลประโยชน์ชาติเหนือสิ่งอื่นใด ข่าวนี้ยังถูกส่งในไลน์กลุ่มพรรคเพื่อขอบคุณมิตรภาพที่ผ่านมา

ความสำคัญของการเจรจาการค้าไทย-EU

การเจรจา FTA กับ EU ถือเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นเศรษฐกิจไทยหลังวิกฤตโควิดและปัญหาเศรษฐกิจโลก EU เป็นตลาดใหญ่ที่มีกำลังซื้อสูง หากสำเร็จจะช่วยเพิ่มการส่งออกสินค้าเกษตร อุตสาหกรรม และบริการของไทย ลดภาษีนำเข้า สร้างโอกาสงานใหม่ๆ นายวีระพงษ์เชื่อมั่นว่าด้วยประสบการณ์ของเขา งานนี้จะสำเร็จได้แน่นอน

ในมุมมองของผู้วิเคราะห์ การย้ายครั้งนี้อาจช่วยให้การเจรจาดำเนินไปได้เร็วขึ้น เพราะผู้แทนการค้าต้องเป็นกลาง ไม่ผูกมัดพรรคการเมือง ทำให้ไทยมีภาพลักษณ์ดีในสายตานานาชาติ

มุมมองและผลกระทบต่อการเมืองไทย

กรณี“วีระพงษ์” ยื่นใบลาออกจากรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ สะท้อนแนวโน้มนักการเมืองรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมากกว่าตำแหน่งพรรค มันอาจเป็นตัวอย่างที่ดีให้คนอื่นๆ ที่มี expertise ในด้านต่างๆ มาช่วยรัฐบาลโดยไม่ต้องยึดติดฝ่าย

อย่างไรก็ตาม มีการคาดเดาในสื่อว่าอาจมีแรงกดดันภายในพรรค แต่ตัวนายวีระพงษ์ยืนยันว่าทุกอย่างโปร่งใส ไม่มีอะไรซับซ้อน

สุดท้ายนี้ การตัดสินใจของวีระพงษ์แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ระยะยาวที่มุ่งพัฒนาไทย ในภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤต การมีคนทำงานจริงจังแบบนี้คือสิ่งที่ชาติต้องการ คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะครับ มันอาจเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จทางการค้าที่ใหญ่หลวงสำหรับไทย!

ที่มา – “วีระพงษ์” ยื่นใบลาออกจากรองหัวหน้าและสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ มั่นใจสานฝันเจรจาการค้าให้สำเร็จ

อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 13 เม.ย. 2569 ดีเซลเบนซิน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวรถยนต์ทุกคน! วันนี้เรามีข้อมูลสำคัญมาอัปเดตให้กันแบบสดๆ ร้อนๆ นั่นคือ อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 13 เมษายน 2569 น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน ลิตรละเท่าไร จากปั๊มน้ำมันชั้นนำทั้งหมดในไทย ไม่ว่าจะเป็น ปตท. บางจาก พีที คาลเท็กซ์ ซัสโก้ และเชลล์ เรารวบรวมราคาล่าสุดมาให้เช็คกันง่ายๆ ก่อนออกไปเติมน้ำมัน โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ที่รถติดยาวเหยียด การรู้ราคาล่วงหน้าจะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้เยอะเลยนะครับ

ราคาน้ำมันในไทยมักปรับเปลี่ยนทุกวันศุกร์ตามราคาน้ำมันดิบโลก อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และนโยบายของรัฐบาล วันนี้ราคาส่วนใหญ่ยังคงเสถียร โดยน้ำมันดีเซล B20 ถูกสุดที่ 37.40 บาทต่อลิตร ส่วนแก๊สโซฮอล์ E85 อยู่ที่ 31.89 บาท เหมาะสำหรับรถที่รองรับเอทานอลสูง มาดูรายละเอียดกันเลยครับ!

อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 13 เมษายน 2569 น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน ลิตรละเท่าไร

ราคาน้ำมันบางจาก วันที่ 13 เมษายน 2569

ปั๊มบางจากยังคงเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับดีเซลราคาถูก ลองเช็คราคากัน:

  • ดีเซล B20: 37.40 บาท/ลิตร
  • ไฮดีเซล S: 44.40 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียมดีเซล S: 66.80 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียม 97: 56.54 บาท/ลิตร
  • GSH E85S EVO: 31.89 บาท/ลิตร
  • GSH E20S EVO: 35.95 บาท/ลิตร
  • GSH91S EVO: 42.58 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO: 42.95 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปตท. วันที่ 13 เมษายน 2569

ปตท. มีตัวเลือกหลากหลาย โดยเฉพาะซูเปอร์พาวเวอร์ที่เน้นสมรรถนะสูง:

  • ดีเซล B20: 37.40 บาท/ลิตร
  • ดีเซล: 44.40 บาท/ลิตร
  • GSH E85S EVO: 31.89 บาท/ลิตร
  • GSH E20S EVO: 35.95 บาท/ลิตร
  • GSH91S EVO: 42.58 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO: 42.95 บาท/ลิตร
  • เบนซิน: 52.54 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ดีเซล: 66.30 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ GSH95: 52.04 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันเชลล์ วันที่ 13 เมษายน 2569

เชลล์เด่นเรื่องฟิวเซฟและวี-เพาเวอร์ที่ช่วยประหยัดน้ำมัน:

  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20: 36.45 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91: 42.83 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95: 43.45 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95: 49.84 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล: 44.40 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล: 67.84 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันพีที วันที่ 13 เมษายน 2569

  • ดีเซล: 44.40 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95: 42.95 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91: 42.58 บาท/ลิตร
  • เบนซิน: 53.04 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20: 35.95 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันซัสโก้ วันที่ 13 เมษายน 2569

  • ดีเซล: 44.40 บาท/ลิตร
  • เบนซิน: 52.69 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95: 42.95 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91: 42.58 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20: 35.95 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันคาลเท็กซ์ วันที่ 13 เมษายน 2569

  • โกลด์ 95 เทครอน: 56.51 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 เทครอน: 42.95 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 เทครอน: 42.58 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20: 35.95 บาท/ลิตร
  • ดีเซล เทครอน: 44.40 บาท/ลิตร
  • พาวเวอร์ ดีเซล เทครอน: 66.80 บาท/ลิตร

หมายเหตุ: ราคาข้างต้นเป็นราคากลาง ไม่รวมภาษีท้องถิ่น ซึ่งอาจต่างกันตามพื้นที่ หากคุณขับรถดีเซล แนะนำดีเซล B20 ที่ถูกและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่วนรถเบนซิน ลองแก๊สโซฮอล์ E20 หรือ E85 เพื่อประหยัดสุดๆ

จากข้อมูล อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 13 เมษายน 2569 น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน ลิตรละเท่าไร นี้ จะเห็นว่าราคาแก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 42.95 บาทเกือบทุกปั๊ม ดีเซลปกติ 44.40 บาท ถือว่าไม่แพงมากในช่วงนี้ แต่พรีเมียมอย่างวี-เพาเวอร์หรือเทครอนแพงขึ้นไปถึง 66-67 บาท เหมาะสำหรับรถหรูที่ต้องการสมรรถนะสูง

เคล็ดลับ: ใช้แอปปั๊มน้ำมันเช็คราคาเรียลไทม์ และหาโปรโมชั่นเติมเยอะลดราคา ช่วงเทศกาลแบบนี้คนเยอะ อย่าลืมเติมเต็มถังไว้ล่วงหน้า!

ติดตามเว็บเราเพื่อรับ อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 13 เมษายน 2569 น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน ลิตรละเท่าไร และอัปเดตอื่นๆ ทุกวัน แชร์ให้เพื่อนๆ ด้วยนะครับ จะได้ช่วยกันประหยัด!

ที่มา – อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 13 เมษายน 2569 น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน ลิตรละเท่าไร

นายกฯ อนุทิน อวยพรสงกรานต์ ย้ำดื่มไม่ขับ

เทศกาลสงกรานต์กำลังมาเยือนอีกครั้ง เป็นช่วงเวลาที่ทุกคนเฝ้ารอคอยเพื่อเฉลิมฉลองปีใหม่ไทยอย่างสนุกสนาน แต่ในปีนี้ นายกฯ อนุทิน อวยพรสงกรานต์ ด้วยข้อความอบอุ่นและคำเตือนที่สำคัญ โดยเฉพาะเรื่อง “ดื่มไม่ขับ” เพื่อให้ทุกคนเดินทางปลอดภัยและตักตวงความสุขกับครอบครัวได้เต็มที่

นายกฯ อนุทิน อวยพรสงกรานต์ 2569 อย่างเป็นกันเอง

วันที่ 12 เมษายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้โพสต์ข้อความอวยพรเนื่องในวันสงกรานต์ผ่านเพจ “ไทยคู่ฟ้า” โดยกล่าวว่า “ขอให้ทุกท่านได้ใช้ความสุขอย่างเต็มที่ เดินทางไปทุกที่ด้วยความปลอดภัย อย่าลืมดื่มแล้วต้องไม่ขับ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ใช้ช่วงเวลาวันหยุดตักตวงความสุขให้กับตนเองและครอบครัว ขอให้โชคดี สวัสดีปีใหม่ไทยทุกคน” คำอวยพรนี้ไม่เพียงส่งความสุขเท่านั้น แต่ยังเน้นย้ำความปลอดภัยซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเทศกาล

นายกฯ อนุทิน อวยพรสงกรานต์ พร้อมเตือนดื่มไม่ขับ

ทุกปีในช่วงสงกรานต์ เรามักเห็นข่าวอุบัติเหตุจำนวนมาก โดยเฉพาะจากพฤติกรรมดื่มแล้วขับ นายกฯ อนุทิน จึงย้ำเตือนให้ประชาชนตระหนักถึงเรื่องนี้ เพื่อลดจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ สถิติจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระบุว่า ในปีที่ผ่านมา มีอุบัติเหตุสงกรานต์กว่า 2,000 ครั้ง สาเหตุหลักคือเมาแล้วขับ การที่ นายกฯ อนุทิน อวยพรสงกรานต์ ด้วยคำเตือนนี้ แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยต่อชีวิตประชาชน

นอกจากนี้ นายกฯ ยังแนะนำให้พักผ่อนให้เพียงพอ เพราะการเดินทางไกลอาจทำให้เหนื่อยล้า ส่งผลต่อการตัดสินใจขณะขับขี่ ประชาชนควรเตรียมตัวให้พร้อม เช่น ตรวจสภาพรถ นำน้ำดื่มและของว่างไปด้วย และวางแผนเส้นทางล่วงหน้า

ตักตวงความสุขกับครอบครัวในวันปีใหม่ไทย

สงกรานต์ไม่ใช่แค่งานเลี้ยงหรือสาดน้ำ แต่เป็นโอกาสกลับบ้านไปอยู่กับครอบครัว สร้างความทรงจำดีๆ นายกฯ อนุทิน ส่งเสริมให้ใช้เวลานี้ตักตวงความสุข เช่น การทำบุญตักบาตร รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ หรือเล่นน้ำกับลูกหลานร่วมกัน กิจกรรมเหล่านี้ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

  • วางแผนเดินทางให้ถึงบ้านก่อนพระอาทิตย์ตก
  • หลีกเลี่ยงถนนสายหลักที่รถติดหนึบ
  • เตรียมยาและอุปกรณ์ปฐมพยาบาลพื้นฐาน
  • สวมหมวกกันน็อคและเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง
  • หากดื่มแอลกอฮอล์ ให้ใช้บริการแท็กซี่หรือ Grab

เคล็ดลับเหล่านี้จะช่วยให้เทศกาลสงกรานต์ของคุณปลอดภัยและมีความสุขมากขึ้น

นอกจากคำอวยพรจากนายกฯ แล้ว รัฐบาลยังมีการรณรงค์ใหญ่ เช่น แคมเปญ “ไม่เมาไม่ขับ สงกรานต์ปลอดภัย” ร่วมกับตำรวจทางหลวงและอาสาสมัคร เพื่อตั้งจุดตรวจและให้คำปรึกษาแก่ผู้เดินทาง เป้าหมายคือ “ศูนย์ตาย ศูนย์บาดเจ็บ” ในช่วง 7 วันอันตราย

ในมุมมองของผู้เขียน คำอวยพรของ นายกฯ อนุทิน อวยพรสงกรานต์ ในครั้งนี้เป็นการผสมผสานระหว่างความอบอุ่นแบบไทยๆ กับความรับผิดชอบในฐานะผู้นำได้อย่างลงตัว มันเตือนใจให้เราทุกคนว่า ความสุขที่แท้จริงมาพร้อมความปลอดภัยเสมอ

คุณล่ะ มีแผนจะฉลองสงกรานต์อย่างไร? แชร์ประสบการณ์หรือเคล็ดลับเดินทางปลอดภัยของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างนี้เลยนะครับ เพื่อให้เพื่อนๆ ได้ไอเดียเพิ่มเติม!

ที่มา – นายกฯ อนุทิน อวยพรสงกรานต์ ย้ำดื่มไม่ขับ ตักตวงความสุขกับครอบครัว

การลุ้นคัพช่วยลีดส์หนีตกชั้น – ฟาร์เก้

การลุ้นคัพช่วยลีดส์หนีตกชั้น – ฟาร์เก้

แดเนียล ฟาร์เก้ หัวหน้าโค้ชของลีดส์ ยูไนเต็ดได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือที่ว่าการลุ้นเอฟเอคัพรอบรองชนะเลิศจะทำให้ทีมเสียสมาธิจากศึกหนีตกชั้นในพรีเมียร์ลีก โดยยืนยันว่าการลุ้นคัพช่วยลีดส์หนีตกชั้นได้เพราะจะมอบความมั่นใจให้กับนักเตะแทน

ลีดส์เพิ่งสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเอาชนะเวสต์แฮมในการดวลจุดโทษสุดดราม่าในรอบรองชนะเลิศ ทำให้เข้าถึงรอบรองเอฟเอคัพครั้งแรกในรอบ 39 ปี ชัยชนะนี้ถือเป็นแสงสว่างในช่วงที่ทีมฟอร์มในลีกย่ำแย่ ชนะในลีกได้เพียง 2 นัดจาก 14 นัดตั้งแต่คริสต์มาส

การลุ้นคัพช่วยลีดส์หนีตกชั้นอย่างไร

ฟาร์เก้ยืนยันว่าการลุ้นคัพช่วยลีดส์หนีตกชั้นแน่นอน เพราะมันนำ “ความรู้สึกของการชนะ” กลับมาให้ทีม ซึ่งเป็นสิ่งที่ขาดหายไปในลีก “เราจะได้รับความมั่นใจมหาศาลจากมัน” ฟาร์เก้กล่าว “ผมรับประกันได้ว่าไม่มีใครเสียสมาธิกับเอฟเอคัพรอบรองตอนนี้ หลังจากแถลงข่าวนี้ ผมจะทำให้แน่ใจว่าไม่มีใครพูดถึงมัน”

ปัจจุบัน ลีดส์อยู่อันดับที่ห่างจากโซนตกชั้นเพียง 3 แต้มเท่านั้น ด้วยโปรแกรม 7 นัดสุดท้ายที่หนักหน่วง

โปรแกรมสำคัญของลีดส์

  • เยือนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดวันจันทร์นี้
  • รับวูล์ฟส์ทีมบ๊วย วันที่ 18 เมษายน
  • เยือนบอร์นมัธวันที่ 22 เมษายน
  • เอฟเอคัพรอบรองกับเชลซีที่เวมบลีย์ 26 เมษายน

ฟาร์เก้สั่งห้ามนักเตะพูดถึงคัพ เพื่อโฟกัส 3 นัดลีกก่อนหน้า แต่ย้ำว่ามันเป็นเรื่องบวก “มองตานักเตะแล้วรู้ว่ามันสำคัญแค่ไหน แม้จะไม่ได้แต้มลีก แต่ไม่มีอะไรทดแทนชัยชนะได้”

ในอดีต วิแกนเป็นทีมแรกที่คว้าเอฟเอคัพแต่ตกชั้นปีเดียวกัน ชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในไฟนอล 2013 แต่การอยู่รอดในพรีเมียร์ลีกให้เงินรางวัลมากกว่า เช่น อันดับ 17 ได้กว่า 10 ล้านปอนด์ ขณะที่แชมป์คัพได้ 2.1 ล้านปอนด์ อย่างไรก็ตาม ฟาร์เก้ไม่ยอมเสียโอกาสเวมบลีย์ “เราจะคว้ามันทั้งสองมือ และไม่ใช้คัพเป็นข้ออ้างสำหรับฟอร์มลีก”

ประโยชน์ของการลุ้นคัพต่อทีมหนีตกชั้น

นอกจากความมั่นใจแล้วการลุ้นคัพช่วยลีดส์หนีตกชั้นยังช่วยในด้านจิตใจและการหมุนเวียนนักเตะ ทำให้ทีมสดชื่นสำหรับลีก การชนะเวสต์แฮมพิสูจน์ว่าลีดส์ยังมีศักยภาพ แม้ฟอร์มลีกสะดุด ผู้บริหารหลายคนกลัวว่าคัพจะรบกวน แต่ฟาร์เก้เชื่อว่ามันเสริมแรงแทน เหมือนที่ทีมอื่นเคยประสบความสำเร็จทั้งสองรายการ

แฟนลีดส์รอคอยโมเมนต์นี้มานาน กับโปรแกรมที่เจอทีมใหญ่ต่อเนื่อง การลุ้นคัพอาจเป็นจุดเปลี่ยน ลีดส์มีนักเตะเก่งอย่างไทล์อร์ อดัมส์ หรือจอร์แดน เฮสซีย์ที่พร้อมลุยทั้งสองเส้นทาง

ในมุมมองผู้เขียน สนับสนุนฟาร์เก้เต็มที่ เพราะประวัติศาสตร์พิสูจน์ว่าชัยชนะในคัพช่วยจุดประกายฟอร์มลีกได้จริง ลีดส์ควรไปให้สุดทั้งคัพและลีก! ติดตามอัปเดตโปรแกรมและวิเคราะห์เพิ่มเติมได้ที่นี่

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

รมช.คมนาคม ตรวจหน่วยบริการทางหลวง 3 จุด รับสงกรานต์

รมช.คมนาคม ตรวจหน่วยบริการทางหลวง 3 จุด รับสงกรานต์ เน้นลดอุบัติเหตุ–อำนวยความสะดวกผู้ใช้ถนน เป็นข่าวดีสำหรับประชาชนที่กำลังเตรียมตัวเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ เมื่อนายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยบริการทางหลวงถึง 3 จุด เพื่อยกระดับมาตรการความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ถนนทั่วประเทศ

รมช.คมนาคม ตรวจหน่วยบริการทางหลวง 3 จุด รับสงกรานต์ เน้นลดอุบัติเหตุ–อำนวยความสะดวกผู้ใช้ถนน

วันที่ 12 เมษายน 2569 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยบริการทางหลวงใน 3 จุดหลัก ได้แก่ จุดที่ 1 แขวงทางหลวงอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง จุดที่ 2 สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 8 จังหวัดนครสวรรค์ และจุดที่ 3 หมวดทางหลวงวชิรบารมี จังหวัดพิจิตร โดยเน้นการติดตามความพร้อมด้านการบริหารจัดการจราจร การให้ข้อมูลเส้นทาง การจัดจุดพักรถชั่วคราว รวมถึงการเตรียมบุคลากร เครื่องมือ และอุปกรณ์ฉุกเฉิน เพื่อรองรับปริมาณรถที่หนาแน่นในช่วงสงกรานต์

รมช.คมนาคม ตรวจหน่วยบริการทางหลวง 3 จุด: รายละเอียดแต่ละจุด

  • แขวงทางหลวงอ่างทอง: ตรวจสอบจุดบริการหลักที่ให้ข้อมูลจราจรแบบเรียลไทม์ และจุดพักรถที่มีน้ำดื่ม อาหาร และห้องน้ำสะอาด
  • สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 8 จังหวัดนครสวรรค์: ประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นในการจัดกำลังพลเพิ่มเติม เพื่อช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่เหนื่อยล้า
  • หมวดทางหลวงวชิรบารมี จังหวัดพิจิตร: เน้นอุปกรณ์กู้ภัยและการแพทย์ฉุกเฉิน พร้อมระบบสื่อสารที่เชื่อมโยงทั่วประเทศ

รมช.คมนาคม เน้นย้ำว่า ช่วงสงกรานต์เป็นช่วงที่มีการเดินทางสูงสุดของปี มีความเสี่ยงอุบัติเหตุเพิ่มขึ้นอย่างมาก จึงกำชับกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทให้บูรณาการกับหน่วยงานพื้นที่ ลดจุดเสี่ยงบนถนนสายหลักและสายรองทั่วประเทศ “การเตรียมจุดบริการทางหลวงคือกลไกสำคัญในการลดอุบัติเหตุ สร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้รถใช้ถนน ขอให้เจ้าหน้าที่ทุ่มเท 24 ชั่วโมง เพื่อให้ประชาชนถึงบ้านอย่างปลอดภัย” ท่านกล่าว

ทำไมการตรวจหน่วยบริการทางหลวงถึงสำคัญในช่วงสงกรานต์

เทศกาลสงกรานต์หรือปี๋ใหม่ไทย เป็นช่วงที่คนไทยเดินทางกลับบ้านเกิดนับล้านคน สถิติอุบัติเหตุในปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่ามีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ส่วนใหญ่เกิดจากขับรถเร็ว มึนเมา และเหนื่อยล้า การที่ รมช.คมนาคม ตรวจหน่วยบริการทางหลวง 3 จุด รับสงกรานต์ จึงเป็นสัญญาณที่ดี แสดงถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการดูแลประชาชน หน่วยบริการเหล่านี้ไม่เพียงให้ข้อมูลจราจร แต่ยังแจกหน้ากากอนามัย สเปรย์แอลกอฮอล์ และตรวจวัดแอลกอฮอล์ฟรี เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและอุบัติเหตุ

เคล็ดลับเดินทางปลอดภัยช่วงสงกรานต์ จากมาตรการของกรมทางหลวง

เพื่อให้การเดินทางของคุณราบรื่น เราแนะนำเคล็ดลับดังนี้

  • ตรวจสภาพรถก่อนออกเดินทาง โดยเฉพาะยาง ประหยัดน้ำมัน และระบบเบรก
  • พักรถทุก 2 ชั่วโมง หลีกเลี่ยงการขับต่อเนื่องเกิน 8 ชั่วโมง
  • งดเหล้า-งดเมา ใช้บริการตรวจวัดแอลกอฮอล์ที่จุดบริการทางหลวง
  • ใช้เส้นทางหลักที่กรมทางหลวงกำหนด หลีกเลี่ยงเส้นรองที่เสี่ยงน้ำท่วมหรือถนนชำรุด
  • ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “ทางหลวง” เพื่อเช็คจราจรเรียลไทม์

นอกจากนี้ ยังมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินผ่านสายด่วน 1586 ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้คุณมั่นใจได้มากขึ้น

การลงพื้นที่ตรวจของรมช.คมนาคม แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลใส่ใจปัญหาจริงจัง หากทุกคนร่วมมือกันปฏิบัติตามกฎจราจร อุบัติเหตุจะลดลงอย่างแน่นอน เดินทางปลอดภัย สงกรานต์สนุก nationwide! แชร์เคล็ดลับเดินทางของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อช่วยเหลือเพื่อนผู้ใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วยนะครับ

ที่มา – รมช.คมนาคม ตรวจหน่วยบริการทางหลวง 3 จุด รับสงกรานต์ เน้นลดอุบัติเหตุ–อำนวยความสะดวกผู้ใช้ถนน

“พรรครักชาติ” ยื่นหนังสือถึง ยูเนสโก ป้องกันขโมยวัฒนธรรม

ในช่วงเวลาที่มรดกวัฒนธรรมไทยกำลังเผชิญภัยคุกคามจากเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา พรรครักชาติได้ก้าวออกมาเป็นกระบอกเสียงของชาติอย่างน่าประทับใจ โดยการเดินทางไปยื่นหนังสือถึงยูเนสโกสำนักงานใหญ่ที่กรุงปารีส เพื่อเรียกร้องให้ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนมรดกโลกให้รัดกุมยิ่งขึ้น ป้องกันการบิดเบือนและการขโมยรากเหง้าวัฒนธรรมไทย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2567 ถือเป็นก้าวสำคัญในการปกป้องสมบัติชาติ

“พรรครักชาติ” ยื่นหนังสือถึง ยูเนสโก

เมื่อเวลา 08.00 น. นายชนินทร์ ปิ่นทอง ผู้อำนวยการพรรครักชาติ และนายชัยพร จิรวินิจนันท์ โฆษกพรรค ได้เดินทางไปยังกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เพื่อยื่นหนังสือต่อองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) สำนักงานใหญ่ การกระทำครั้งนี้ไม่เพียงแสดงความขอบคุณต่อยูเนสโกที่ให้ความสำคัญกับ “ชุดไทย” ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมไทยที่เพิ่งได้รับการยอมรับในระดับสากล แต่ยังเป็นการเรียกร้องให้มีการพิจารณาขึ้นทะเบียนมรดกโลกอย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันปัญหาการบิดเบือนประวัติศาสตร์และการขโมยวัฒนธรรม

นายชนินทร์ เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักคือการชื่นชมยูเนสโกที่ตระหนักถึงคุณค่าของวัฒนธรรมไทย แต่ในขณะเดียวกันก็แสดงความห่วงใยต่อกระบวนการพิจารณาที่อาจหละหลวม “เราอยากขอให้ยูเนสโกพิจารณาอย่างรอบคอบเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกว่าถูกต้องตามประวัติศาสตร์จริง ที่มาวันนี้เพื่อเป็นเสียงช่วยปกป้องวัฒนธรรมไทยในสถานการณ์เสี่ยงถูกขโมย” นายชนินทร์กล่าวอย่างหนักแน่น

เหตุผลที่ “พรรครักชาติ” ยื่นหนังสือถึง ยูเนสโก

นายชัยพร โฆษกพรรค ได้กล่าวเสริมทั้งภาษาไทยและฝรั่งเศส โดยเน้นย้ำถึงความกังวลต่อ “Cultural origin theft” หรือการขโมยรากเหง้าวัฒนธรรม ซึ่งเป็นปัญหาที่ละเอียดอ่อนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การเดินทางครั้งนี้จึงเป็นความพยายามที่จะเป็น “เสียงเล็กๆ” ในการปกป้องสมบัติชาติ ตัวแทนพรรคย้ำว่าการยื่นหนังสือไม่ใช่การกดดัน แต่เป็นข้อเสนอแนะเชิงสร้างสรรค์ เพื่อยกระดับมาตรฐานการประเมินให้เคารพประวัติศาสตร์และความถูกต้อง

  • ขอบคุณยูเนสโกที่ยอมรับ “ชุดไทย” เป็นมรดกวัฒนธรรม
  • เรียกร้องกระบวนการขึ้นทะเบียนที่รัดกุมมากขึ้น
  • ป้องกันการ claim สิทธิ์โดยประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา
  • สร้างมาตรฐานสากลที่ยุติธรรมสำหรับทุกชาติ

ปัญหาการขโมยวัฒนธรรมไทยโดยกัมพูชาไม่ใช่เรื่องใหม่ ตัวอย่างเช่น การพยายามขึ้นทะเบียนผ้าทอมือ เทียนพรรษา หรือแม้แต่นาฏศิลป์ไทยว่าเป็นมรดกเขมร ซึ่งขัดแย้งกับหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ชัดเจน ยูเนสโกในฐานะผู้พิทักษ์มรดกโลกจึงมีความรับผิดชอบสำคัญในการตรวจสอบให้ละเอียดก่อนอนุมัติ หากปล่อยให้เกิดช่องโหว่ วัฒนธรรมไทยที่สั่งสมมานับพันปีอาจสูญเสียเอกลักษณ์ไปอย่างน่าเสียดาย

ความสำคัญของการปกป้องมรดกวัฒนธรรมไทย

วัฒนธรรมคือรากเหง้าของชาติไทย ไม่ว่าจะเป็นชุดไทย ผ้าไหม หรือศิลปะการแสดง ล้วนสะท้อนถึงอัตลักษณ์ที่ไม่ควรถูกบิดเบือน การที่พรรครักชาติกล้าออกมาเคลื่อนไหวในเวทีสากล แสดงให้เห็นถึงความรักชาติที่แท้จริง ในยุคโลกาภิวัตน์ที่ข้อมูลแพร่กระจายรวดเร็ว การมีตัวแทนอย่างพรรคนี้ช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ไทยในสายตาโลก นอกจากนี้ ยังกระตุ้นให้หน่วยงานรัฐและประชาชนตื่นตัวมากขึ้นในการปกป้องสมบัติชาติ

จากประสบการณ์ในอดีต เช่น กรณีปราสาทพระวิหารที่ยูเนสโกตัดสินไปแล้ว แต่ปัญหาวัฒนธรรมย่อยๆ ยังคงเกิดขึ้นไม่ขาดสาย การยื่นหนังสือครั้งนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างพันธมิตรระหว่างไทยกับยูเนสโก เพื่อกำหนดเกณฑ์ที่โปร่งใสและมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์รองรับ

ในมุมมองของผู้เขียน การกระทำของพรรครักชาติสมควรได้รับการชื่นชมและสนับสนุนจากทุกภาคส่วน เพราะวัฒนธรรมไทยไม่ใช่แค่ของคนรุ่นเก่า แต่เป็นมรดกที่ลูกหลานจะภูมิใจ หากเราปล่อยให้ถูกขโมยไป อนาคตของชาติจะขาดรากฐานที่มั่นคง คุณล่ะ คิดอย่างไรกับการยื่นหนังสือครั้งนี้? ลองมาแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อกระจายข้อมูลให้เพื่อนๆ รู้ ช่วยกันปกป้องวัฒนธรรมไทยให้ยั่งยืน!

ที่มา – “พรรครักชาติ” ยื่นหนังสือถึง ยูเนสโก เรียกร้องยกระดับมาตรฐานป้องกันกัมพูชาขโมยวัฒนธรรม

ไฟไหม้บ้านอดีตนางเอกหมอลำชื่อดัง ลวกบาดเจ็บ

เช้าวันสงกรานต์ที่ทุกคนควรสนุกสนาน แต่กลับมีข่าวเศร้าเกิดขึ้น เมื่อเกิดไฟไหม้บ้านอดีตนางเอกหมอลำชื่อดัง "คำพอง ก้องสนั่น" ที่ ต.ลำนางรอง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ เธออยู่บ้านคนเดียว พยายามวิ่งฝ่าเปลวเพลิงเพื่อช่วยทรัพย์สินมีค่าออกมา แต่ถูกไฟลวกมือทั้งสองข้างบาดเจ็บสาหัส บ้านและของรักทั้งหมดไหม้วอด เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเช้าวันที่ 12 เมษายน 2569 ท่ามกลางรถติดหนึบช่วงหยุดยาว

ไฟไหม้บ้านอดีตนางเอกหมอลำชื่อดัง

รายงานจาก ร.ต.อ.จักรพันธ์ สุขเติม รองสารวัตรสอบสวน สภ.โนนดินแดง ระบุว่า ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนช่วงเช้า เจ้าหน้าที่รีบประสานรถดับเพลิงจาก อบต.ลำนางรอง เทศบาลโนนดินแดง และหน่วยกู้ภัย แต่การเดินทางลำบากมากเพราะรถติดหนักจากเทศกาลสงกรานต์ บวกกับอากาศร้อนแห้ง เพลิงจึงลุกลามเร็ว โดยเฉพาะชั้นบนที่เป็นโครงสร้างไม้

แม้เจ้าหน้าที่จะควบคุมเพลิงได้ไม่ให้ลามไปบ้านข้างเคียง แต่บ้านของคำพองไหม้เสียหายทั้งหลัง ทรัพย์สินข้างในรวมเงินสด ชุดหมอลำหลายลัง และรถยนต์ส่วนตัวเสียหายด้วย เธอเล่าด้วยน้ำตาคลอว่า กำลังจะออกไปรดน้ำผัก จู่ๆ ได้ยินเสียงระเบิด เห็นควันไฟ รีบวิ่งเข้าไปหยิบมือถือโทรหาคนช่วย ขนของ และพยายามดับไฟ แต่ไฟแรงเกิน ลวกมือทั้งสองข้าง ทำอะไรไม่ได้ สุดท้ายนั่งมองบ้านไหม้ต่อหน้า ทุกอย่างสูญสิ้น

สาเหตุไฟไหม้บ้านอดีตนางเอกหมอลำชื่อดัง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของไฟไหม้ในช่วงหน้าร้อน นายองอาจ คำสะรัมย์ กำนันตำบลลำนางรอง ยืนยันว่ารถดับเพลิงเข้าช่วยล่าช้าเพราะรถติด ต้องเรียกเพิ่ม 4 คันจึงควบคุมได้ แต่เสียหายหนักแล้ว

คำพอง ก้องสนั่น เป็นอดีตนางเอกหมอลำชื่อดังของบุรีรัมย์ เคยสร้างชื่อเสียงในวงการหมอลำอีสาน ด้วยน้ำเสียงไพเราะและการแสดงที่โดดเด่น ปัจจุบันปลดระวางจากเวที แต่ยังคงมีแฟนคลับมากมาย เหตุการณ์นี้สร้างความเสียใจให้แฟนๆ และชาวบ้านในพื้นที่

วิธีป้องกันไฟไหม้ในบ้านช่วงอากาศร้อน

เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยแบบไฟไหม้บ้านอดีตนางเอกหมอลำชื่อดัง เราแนะนำให้ตรวจสอบระบบไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ที่ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าเยอะ นี่คือเคล็ดลับง่ายๆ:

  • ตรวจสายไฟและปลั๊ก: อย่าเสียบปลั๊กทิ้งไว้หากสายชำรุดหรือร้อนผิดปกติ
  • หลีกเลี่ยงโอเวอร์โหลด: อย่าเสียบเครื่องใช้หลายตัวในปลั๊กเดียว
  • ติดตั้งสายดินและเบรกเกอร์: ช่วยตัดไฟอัตโนมัติเมื่อลัดวงจร
  • มีถังดับเพลิงไว้ใกล้ตัว: ฝึกใช้ให้คล่อง
  • อย่าทิ้งเตาแก๊สหรือเทียนเปิด: โดยเฉพาะตอนไม่อยู่บ้าน

นอกจากนี้ ควรซื้อประกันภัยบ้านเพื่อคุ้มครองทรัพย์สิน หากเกิดเหตุฉุกเฉิน โทร 199 หรือ 1155 ทันที

เหตุการณ์ไฟไหม้บ้านอดีตนางเอกหมอลำชื่อดังนี้ เป็นเครื่องเตือนใจสำคัญว่า ความประมาทเพียงนิดเดียวอาจสูญเสียทั้งบ้านช่องและคนรัก ช่วงหน้าร้อนแบบนี้ ขอให้ทุกบ้านตรวจสอบระบบไฟฟ้าให้เรียบร้อย หากคุณมีประสบการณ์รอดพ้นจากไฟไหม้ แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยนะ จะได้ช่วยเตือนใจกัน!

ที่มา – ไฟไหม้บ้าน “อดีตนางเอกหมอลำชื่อดัง” วิ่งฝ่าเพลิงเอาทรัพย์สินถูกไฟลวกบาดเจ็บ

ประธานสภาผู้แทนราษฎร เยี่ยมเยียนผู้สูงอายุ สงกรานต์ 2569

ประธานสภาผู้แทนราษฎร เยี่ยมเยียนผู้สูงอายุ เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2569 เป็นกิจกรรมที่สร้างความประทับใจให้กับพี่น้องประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ได้รับการดูแลและกำลังใจจากผู้นำบ้านเมือง นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงพื้นที่พบปะเยี่ยมเยียนผู้สูงอายุใน 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอคูเมือง อำเภอพุทไธสง อำเภอนาโพธิ์ และอำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ รวมกว่า 2,600 คน

ประธานสภาผู้แทนราษฎร เยี่ยมเยียนผู้สูงอายุ ย้ำชีวิตสุขในครอบครัวอบอุ่น

ในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ไทย นายโสภณ ได้กล่าวให้กำลังใจผู้สูงอายุ โดยย้ำถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ การดำรงชีวิตอย่างมีความสุขในครอบครัวที่อบอุ่น รวมถึงการปลูกฝังค่านิยมความกตัญญูกตเวที ซึ่งเป็นคุณธรรมพื้นฐานของสังคมไทย นี่คือตัวอย่างของการนำหลักธรรมคำสอนมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกมีคุณค่าและได้รับความรักจากคนรุ่นใหม่

กิจกรรมที่เกิดขึ้นในการเยี่ยมเยียน

  • พบปะพูดคุยส่วนตัวกับผู้สูงอายุแต่ละคน
  • มอบของขวัญและสิ่งของจำเป็น
  • ตรวจสุขภาพเบื้องต้นร่วมกับทีมแพทย์
  • หารือกับผู้นำท้องถิ่นเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต

นอกจากนี้ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ยังได้ประชุมหารือกับหัวหน้าส่วนราชการ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด สมาชิกสภาจังหวัด นายอำเภอ นายก อบต. กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน เพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะในการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน เช่น การพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุ การส่งเสริมอาชีพเสริม และการดูแลสุขภาพป้องกัน

นายโสภณ ซารัมย์ ยังได้กล่าวถึงสถานการณ์ปัจจุบันของประเทศ โดยเรียกร้องให้ผู้นำทุกภาคส่วนเป็นแบบอย่างที่ดี ยึดมั่นหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีความซื่อสัตย์สุจริต เสียสละ และเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เพื่อสร้างสังคมไทยที่เข้มแข็ง ในยุคที่ผู้สูงอายุมีจำนวนเพิ่มขึ้น การเยี่ยมเยียนเช่นนี้ไม่เพียงสร้างความสุข แต่ยังเสริมสร้างความสามัคคีในชุมชน ทำให้ครอบครัวไทยคงความอบอุ่นไว้ได้

ประธานสภาผู้แทนราษฎร เยี่ยมเยียนผู้สูงอายุ ในครั้งนี้ ยังรวมถึงการอวยพรประชาชนชาวไทยทุกคนให้มีความสุข เจริญรุ่งเรือง สุขภาพแข็งแรง เดินทางปลอดภัย และใช้เวลาสงกรานต์ร่วมกับครอบครัวอย่างมีความหมาย ขอให้ทุกคนร่วมมือกันฝ่าฟันอุปสรรค สู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน

กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความห่วงใยของรัฐบาลต่อผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นรากฐานของชาติ ในสังคมไทยที่ให้ความสำคัญกับผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุไม่ใช่แค่ผู้รับการดูแล แต่เป็นแหล่งปัญญาและประสบการณ์ที่ควรค่าแก่การถ่ายทอดสู่รุ่นลูกหลาน การเยี่ยมเยียนครั้งนี้ยังเป็นการรณรงค์ให้เยาวชนตระหนักถึงหน้าที่ลูกกตัญญู ช่วยลดปัญหาสังคม เช่น การทิ้งผู้สูงอายุ หรือขาดการดูแล

เพื่อเสริมสร้างสังคมผู้สูงอายุที่มีคุณภาพ เราควรมีนโยบายสนับสนุน เช่น เพิ่มศูนย์ดูแลผู้สูงอายุชุมชน ส่งเสริมการออกกำลังกาย และกิจกรรมสร้างสุขภาพจิต นอกจากนี้ ครอบครัวควรจัดสรรเวลาร่วมกันมากขึ้น โดยเฉพาะในเทศกาลอย่างสงกรานต์ที่เป็นโอกาสชี้ชะตาความสัมพันธ์

สุดท้ายนี้ เชิญชวนทุกท่านนำหลักคำสอนดังกล่าวไปปฏิบัติ ดูแลผู้สูงอายุในครอบครัวให้ชีวิตมีความสุขในครอบครัวอบอุ่น สร้างสังคมไทยให้ยั่งยืน ติดตามข่าวสารการเมืองและสังคมเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา

ประธานสภาผู้แทนราษฎร เยี่ยมเยียนผู้สูงอายุ

ที่มา – ประธานสภาผู้แทนราษฎร เยี่ยมเยียนผู้สูงอายุ ย้ำดำรงชีวิตอย่างมีความสุขในครอบครัวที่อบอุ่น