วัน: 12 เมษายน 2026

ท็อตแนมจะตกชั้น – ซัตตัน

ในรายการ Football Focus ล่าสุด คริส ซัตตัน ผู้วิจารณ์ชื่อดังได้ให้ความเห็นที่ชัดเจนว่า ท็อตแนมจะตกชั้น จากพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ สเตฟ ฮอทตัน เพื่อนร่วมรายการได้ร่วม討論ถึงโอกาสที่โรเบร์โต้ เดอ เซอร์บี จะช่วยทีมสเปอร์สให้รอดจากการร่วงตกชั้นได้หรือไม่ การวิเคราะห์นี้กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางในหมู่แฟนบอล

ท็อตแนมจะตกชั้น – ซัตตัน

คริส ซัตตัน ไม่ได้ลังเลเลยในการให้ความเห็นว่า ท็อตแนมจะตกชั้น – ซัตตัน มองว่าทีมของ Ange Postecoglou กำลังประสบปัญหาหนักในฤดูกาล 2025/26 โดยเฉพาะฟอร์มการเล่นที่ไม่คงเส้นคงวา การขาดนักเตะตัวหลักหลายราย และการบริหารทีมที่ยังไม่ลงตัว แม้โรเบร์โต้ เดอ เซอร์บี จะเข้ามาคุมทีมแทน แต่ซัตตันเชื่อว่ามันอาจสายเกินไปแล้วสำหรับสเปอร์สที่เหลือเพียง 7 นัดในลีก

ซัตตัน กล่าวว่า ‘ท็อตแนมมีปัญหาในเกมรับมากเกินไป พวกเขาเสียประตูง่ายเกิน และกองหน้าหลักอย่าง Son Heung-min ก็ไม่ฟิตเต็มร้อย เดอ เซอร์บีอาจนำเสนอแท็คติกใหม่ๆ แต่ด้วยคะแนนที่ห่างจากโซนปลอดภัยแค่ไม่กี่แต้ม โอกาสรอดมีน้อยมาก’

สเตฟ ฮอทตัน มองโลกในแง่ดี?

ในทางตรงกันข้าม สเตฟ ฮอทตัน อดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษมองว่าเดอ เซอร์บี ยังมีโอกาสพลิกเกมได้ เธอชี้ให้เห็นถึงประสบการณ์ของกุนซือชาวอิตาลีที่เคยพาบไรท์ตันทำผลงานดีในพรีเมียร์ลีก ‘เดอ เซอร์บี เชี่ยวชาญเรื่องการเล่นบอลครองบอลและกดดันสูง ซึ่งเหมาะกับสไตล์ท็อตแนม ถ้าทีมปรับตัวได้เร็ว พวกเขาอาจเซอร์ไพรส์ทุกคน’

  • จุดแข็งของเดอ เซอร์บี: แท็คติกกดดันสูงและการเล่นเกมรุก
  • ปัญหาของท็อตแนม: เกมรับอ่อนแอและบาดเจ็บสะสม
  • นัดสำคัญที่เหลือ: เจอลูเว่น, แอสตัน วิลล่า, แมนยูไนเต็ด

การถกเถียงนี้ทำให้แฟนบอลท็อตแนมต้องลุ้นหนัก ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน สเปอร์สอยู่อันดับ 18 ของตาราง ด้วยคะแนน 25 แต้มจาก 31 นัด ห่างจากโซนปลอดภัยแค่ 4 แต้ม ถ้าชนะ 7 นัดที่เหลือได้ทั้งหมด ก็ยังมีลุ้น แต่ซัตตันไม่เชื่อว่าจะเกิดขึ้น

วิเคราะห์โอกาสรอดตกชั้นของท็อตแนม

มาดูสถิติกัน ท็อตแนมแพ้มา 15 นัดในลีกฤดูกาลนี้ เสียประตูถึง 62 ลูก ซึ่งมากที่สุดในกลุ่มลุ้นหนีตกชั้น การเข้ามาของเดอ เซอร์บี ในช่วงท้ายฤดูกาลอาจช่วยได้ หากเขาปรับผู้เล่นหลักอย่าง Maddison, Kulusevski และ Romero ให้เข้ากับระบบ 3-4-2-1 ที่ถนัด แต่คู่แข่งอย่าง Everton, Wolves และ Leicester ก็กำลังลุ้นหนักเช่นกัน

จากประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีกเคยมีทีมพลิกผันในช่วง 7 นัดสุดท้ายมาแล้ว เช่น West Ham ในปี 2011 หรือ Aston Villa ในปี 2019 แต่ท็อตแนมมีโทษแบนและบาดเจ็บเยอะเกินไป ทำให้ซัตตันยืนยันว่า ท็อตแนมจะตกชั้น

นอกจากนี้ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ เหลือ 7 นัด – เดอ เซอร์บีจะช่วยสเปอร์สรอดได้ยังไง? เพื่อดูแผนการเล่นละเอียด

ความเห็นส่วนตัว: ท็อตแนมรอดหรือร่วง?

ผมคิดว่าคำทำนายของซัตตันมีน้ำหนัก เพราะฟอร์มท็อตแนมแย่ต่อเนื่อง แต่เดอ เซอร์บีอาจสร้างปาฏิหาริย์ได้ถ้าชนะ 4-5 นัดติด แฟนบอลสเปอร์สยังมีความหวัง ลุ้นกันต่อไป!

คุณคิดอย่างไรกับคำทำนาย ท็อตแนมจะตกชั้น – ซัตตัน? คอมเมนต์ด้านล่างและแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ แฟนบอลได้อ่านด้วยนะ!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ไอซ์ ควง ช่อ เดินตลาดท่าน้ำนนท์ พบต้นทุนสูง

ไอซ์ ควง ช่อ เดินตลาดท่าน้ำนนท์ เพื่อสำรวจบรรยากาศการค้าขายในช่วงสงกรานต์ ท่ามกลางราคาน้ำมันแพงที่กระทบชีวิตประชาชนอย่างหนัก พบว่าพ่อค้าแม่ค้าต้องแบกรับต้นทุนที่พุ่งสูง แต่ยังไม่กล้าปรับราคาขายเพราะกลัวลูกค้าหาย

ไอซ์ ควง ช่อ เดินตลาดท่าน้ำนนท์

วันที่ 12 เมษายน 2567 รักชนก ศรีนอก หรือ “ไอซ์” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ร่วมกับพรรณิการ์ วานิช หรือ “ช่อ” กรรมการบริหารมูลนิธิคณะก้าวหน้า ได้ลงพื้นที่ตลาดนัดท่าน้ำนนท์ จ.นนทบุรี เพื่อพบปะประชาชนและพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน โดยเฉพาะผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงลิ่ว ทำให้ต้นทุนสินค้าพุ่งขึ้นทั่วแผ่นดิน

บรรยากาศในตลาดวันอาทิตย์ช่วงเช้า ซึ่งปกติจะคึกคักในเทศกาลสงกรานต์ กลับบางตา ผู้คนเดินจับจ่ายน้อยกว่าปกติ ไอซ์และช่อได้เดินสำรวจร้านค้าต่างๆ พูดคุยกับผู้ค้าอาหารทะเล ผักผลไม้ ข้าวแกง และสินค้าอุปโภคบริโภค พบว่าวัตถุดิบหลายชนิดราคาขึ้นชัดเจน เช่น น้ำมันพืช พลาสติกสำหรับบรรจุภัณฑ์ ผักผลไม้ที่ขนส่งไกลต้องจ่ายค่าน้ำมันเพิ่ม

ไอซ์ ควง ช่อ เดินตลาดท่าน้ำนนท์ พบพ่อค้าแม่ค้าแบกรับต้นทุนสูง

ปัญหาต้นทุนสูงที่พ่อค้าแม่ค้าต้องแบก

จากที่ได้พูดคุย พ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ยอมรับว่าต้นทุนขึ้นทุกด้าน แต่ต้องตรึงราคาขายไว้เพราะลูกค้าซื้อหายากแล้ว ช่อกล่าวว่า “ตลาดไม่คึกคักอย่างที่ควร แม้เป็นช่วงสงกรานต์ ร้านข้าวแกงต้องรับภาระวัตถุดิบแพงเอง ผักบางชนิดขึ้นจากค่าน้ำมัน ค่าพลาสติกก็แพงผิดปกติจากโรงงาน”

  • น้ำมันพืชและพลังงาน: กระทบการปรุงอาหารและขนส่งโดยตรง
  • พลาสติกบรรจุ: ถุงพลาสติกราคาพุ่ง แม้ไม่ขาดแคลน
  • ผักผลไม้: ค่าขนส่งสูงทำให้ราคาขึ้น บางอย่างนอกฤดูตกต่ำ
  • อาหารทะเล: รับซื้อแพงขึ้นแต่ขายเท่าเดิม

ประชาชนที่มาซื้อของก็สะท้อนว่าต้องเก็บหอมรอมริบ ซื้อแต่ของจำเป็น สินค้าฟุ่มเฟือยลดลง การท่องเที่ยวและกลับบ้านช่วงสงกรานต์หลายครอบครัวยกเลิกเพราะค่าน้ำมันแพง

ช่อ พูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดท่าน้ำนนท์

ไอซ์ ควง ช่อ เดินตลาดท่าน้ำนนท์ ฝากรัฐทบทวนมาตรการช่วยเหลือ

ไอซ์เสริมว่าผู้ค้าต้องใช้น้ำมันพืชและถุงพลาสติกทุกวัน คนเดินตลาดน้อยลงเพราะรายได้ไม่พอรายจ่าย ทั้งคู่เรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนมาตรการ โดยเฉพาะบัตรสวัสดิการ 100 บาทต่อเดือนที่น้อยเกินไป ควรช่วยกลุ่มเปราะบางอย่างเกษตรกร ชาวประมง พ่อค้าขนาดย่อยแบบตรงจุด

ช่อวิจารณ์ว่า “ประชาชนถูกบอกให้ประหยัด แต่รัฐต้องประหยัดงบโครงการไม่จำเป็น เช่น ชะลองบก่อสร้างถนนตึก เอาเงินมาช่วยประชาชนด่วน ทุกวันคือความเดือดร้อน” สำหรับงบ 2570 ควรจัดลำดับความสำคัญให้ชีวิตคนมากกว่าโครงสร้าง

ไอซ์และช่อสำรวจตลาดท่าน้ำนนท์

การลงพื้นที่ครั้งนี้แสดงให้เห็นปัญหาเศรษฐกิจฐานรากที่ถูกละเลย สถานการณ์ราคาน้ำมันและต้นทุนสูงกำลังบีบรัดผู้มีรายได้น้อย ในมุมมองผู้เขียน รัฐบาลต้องเร่งปฏิรูปการใช้จ่ายงบประมาณให้ตรงจุด ลดความเหลื่อมล้ำ มิเช่นนั้นเศรษฐกิจจะหดตัวหนักขึ้น คุณคิดอย่างไร ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้ปัญหาเพื่อกดดันรัฐบาลให้ช่วยเหลือประชาชนจริงจัง

ที่มา – “ไอซ์” ควง “ช่อ” เดินตลาดท่าน้ำนนท์ พบพ่อค้าแม่ค้าแบกรับต้นทุนสูง ฝากรัฐทบทวนมาตรการช่วยเหลือ

เกิดอะไรขึ้นกับ Garnacho?

เกิดอะไรขึ้นกับ Garnacho?

อเลฮานโดร การ์นาโช มีรอยสักหลายจุดที่ได้แรงบันดาลใจจาก Stranger Things ซีรีส์โปรดของเขา แต่ต่างจากตัวละครในเรื่อง เขากำลังต้องรอคอยการเติบโตสู่จุดพีคของตัวเอง

ดาวยิงชาวอาร์เจนติน่าวัย 21 ปี กำลังดิ้นรนเพื่อแจ้งเกิดที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ หลังจากถูกโยงข่าวย้ายทีม และโดนวิจารณ์เรื่องผลงานบุกที่เงียบเหงา รวมถึงเสียสมาธิในแดนหลัง

การ์นาโช ลงตัวจริงเพียง 7 นัด จาก 20 นัดแรกที่ลิอัม โรสเนียร์คุมทีม โดยส่วนใหญ่ได้โอกาสในเกมถ้วยกับทีมเล็กๆ อย่าง Pafos, Charlton, Hull City และ Wrexham

แล้ว เกิดอะไรขึ้นกับ Garnacho ปีกที่ยูไนเต็ดคว้าตัวมาด้วยค่าตัว 40 ล้านปอนด์เมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว และเขาจะคืนฟอร์มเก่งได้ที่เชลซีหรือไม่?

เกิดอะไรขึ้นกับ Garnacho? พล็อตใหม่ในเวสต์ลอนดอน

เมื่อถูกถามในเดือนธันวาคมว่าเสียใจกับการจากยูไนเต็ดหรือไม่ การ์นาโช ตอบสั้นๆ ว่า “ไม่” แม้จะจากทีมด้วยสถานการณ์ไม่สวยหรู

ในบทสัมภาษณ์ล่าสุดกับ Premier League Productions เขาบอกว่ารักยูไนเต็ด มีแต่ความทรงจำดีๆ และนึกถึงประตูในนัดชิงเอฟเอคัพ 2024 ที่ชนะแมนฯ ซิตี้ ซึ่งซิตี้จะมาเยือนเชลซีวันอาทิตย์นี้

แต่เขาก็พูดถึงดราม่าที่เกิดขึ้น “ช่วง 6 เดือนสุดท้าย ผมฟอร์มตก ไม่ได้ลงตัวจริงบ่อย ผมอายุแค่ 20 แต่ในหัวคิดว่าต้องลงทุกนัด อาจเป็นความผิดผมเองที่ทำเรื่องไม่ดี แต่ชีวิตมีขึ้นมีลง ผมภูมิใจที่อยู่เชลซี สโมสรใหญ่ในพรีเมียร์ลีก”

ดราม่าที่ว่ารวมถึงพฤติกรรมไม่ дисципลิน, ขาดความเป็นมืออาชีพ และโพสต์โซเชียลจากเขาและพี่ชาย ส่งผลให้รุบิน อโมริมไล่ และเขาย้ายมาที่นี่หลังหมดสัญญา

ตั้งแต่มาสแตมฟอร์ด บริดจ์ เขาบอกว่ามีความสุข ชมเอ็นโซ เฟอร์นันเดซ รองกัปตัน compatriota ว่า “เหมือนพ่อ” คล้ายที่เคยพูดถึงบรูโน่ที่ยูไนเต็ด

เขายอมรับว่าต้องพัฒนาในสนามซ้อม โดยเฉพาะเกมรับ และโอกาสปลายฤดูยังเปิดกว้าง เมื่อเจมี่ กิทเทนส์ คู่แข่งเจ็บแฮมสตรีง 3 เดือน

โรสเนียร์ชมนะว่า “การ์นาโช มีพรสวรรค์มหาศาล สิ่งสำคัญคือความสม่ำเสมอ เขาแสดงสัญญาณดีในซ้อมและประชุม” และเรื่องโดนโห่จากแฟนบอล “อาจเพราะตัดสินจากภายนอก”

การ์นาโช บอกตัวเองถูกมองว่าทะนงตัว สีผมบลอนด์และรอยสักโดนคอมเมนต์ แต่เขาเป็นแค่ “เด็กธรรมดา”

ข่าวย้ายซัมเมอร์ เชลซีปฏิเสธ แต่ด้วยค่าตัว 40 ล้านและเงินเดือนไม่สูง เขาเป็นเป้าหมายหลายทีม โดยเชลซีมีแผนซื้อแนวรุกใหม่จากสปอร์ติ้งอย่าง Quenda

เกิดอะไรขึ้นกับ Garnacho? สถิติและปัญหา

โมเมนต์ดีสุดคือยิง 2 ในเลกแรกคาราบาวคัพ รอบรองชนะเลิศ บ้านพ่ายอาร์เซน่อล 3-2 และตกรอบรวม

เฉลี่ย 1 ประตูทุก 4.6 นัด ดีกว่าที่ยูไนเต็ด (5.5) แต่ในพรีเมียร์ 1 ประตูจาก 20 นัด 1,122 นาที ยิงต่ำ xG 3.11 จาก 28 ช็อต

โดนวิจารณ์เสียสมาธิเซ็ตพีซ และไม่ช่วยรับตอนแพ้เบรนท์ฟอร์ด, บอร์นมัธ, เวสต์แฮม แถมติดทีมชาติกว่า 8 นัดตั้งแต่ย้าย

เขาเองบอก “ยังไม่ถึงจุดพีค มีอีกเยอะ นี่แค่เริ่มต้น ผมมาช้ากว่าทีม 2 เดือน ไม่มีปรีซีซั่น ต้องปรับตัว ฤดูใบไม้ร่วงยาก แต่จะซ้อมหนัก ปรีซีซั่นหน้าจะพร้อม แสดงศักยภาพให้เห็น”

แต่สถิติไม่คืบหน้ามาก นับตั้งแต่เดบิวต์อายุ 17 กับเชลซีปี 2022 เหมือน Stranger Things ที่ nostalgic และรอยสัก Prison Break ที่รออิสระแสดงพรสวรรค์

ยังมีอีกมากที่รออยู่

การ์นาโช เกิดมาดริด แต่เป็นส่วนหนึ่งทีมชาติกาตาร์โกเดอาเมริกา 2024 เขายังเด็กและมีศักยภาพสูง หากปรับปรุงเกมรับและความสม่ำเสมอ จะเป็นตัวอันตรายของเชลซี

แฟนบอลเชลซีควรอดทน เพราะปีกอาร์เจนไตน์รายนี้เคยพิสูจน์ตัวเองมาแล้วที่ยูไนเต็ด และเวสต์ลอนดอนอาจเป็นเวทีใหม่ให้เขาพุ่งทะยาน

ความเห็น: เกิดอะไรขึ้นกับ Garnacho? เขากำลังอยู่ในช่วงปรับตัว แต่ด้วยพรสวรรค์ระดับนี้ เชลซีควรให้โอกาส ลองติดตามฟอร์มเขาในนัดที่เหลือ คุณคิดยังไง? คอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

คนร้ายลอบตัดเศียรพระพุทธรูป อายุกว่า 100 ปี ที่อยุธยา

เกิดเหตุสะเทือนใจขึ้นในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อคนร้ายลอบตัดเศียรพระพุทธรูป อายุกว่า 100 ปี ที่อยุธยา แล้วทิ้งไว้ใต้ต้นไม้ริมถนนนเรศวร หลังวัดมหาธาตุ ชาวบ้านที่พบต่างตกใจหนัก คาดว่าคนร้ายอาจเจออาถรรพ์หรือสิ่งลี้ลับจนไม่กล้านำกลับไป ขณะที่กรมศิลปากรกำลังเร่งตรวจสอบที่มาของเศียรพระนี้อย่างละเอียด

คนร้ายลอบตัดเศียรพระพุทธรูป อายุกว่า 100 ปี ที่อยุธยา

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าชาวบ้านในพื้นที่อำเภอพระนครศรีอยุธยา พบเศียรพระพุทธรูปโบราณที่ถูกตัดใหม่เอี่ยม วางทิ้งไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่บริเวณริมถนนนเรศวร ด้านหลังวัดมหาธาตุ ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีความศักดิ์สิทธิ์และเป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางประวัติศาสตร์อยุธยา พระนครศรีอยุธยาเป็นเมืองมรดกโลกที่เต็มไปด้วยโบราณสถานมากมาย การที่คนร้ายกล้าลอบตัดเศียรพระแบบนี้ สร้างความโกรธแค้นและหวาดกลัวให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก

นายชัชวาล ม่วงมา อายุ 59 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เล่าว่า เพื่อนของตนไปรดน้ำต้นไม้ตามปกติ ก่อนจะสะดุดพบเศียรพระวางทิ้งอยู่ใต้ต้นไม้ สร้างความตกใจกลัวจนรีบนำไปเก็บไว้ในเจดีย์ใกล้เคียง แล้วแจ้งให้ตนมาช่วยเป็นพยาน ร่องรอยการตัดยังสดชัด แสดงให้เห็นว่าคนร้ายเพิ่งลงมือไม่นาน ชาวบ้านเชื่อว่าคนร้ายตั้งใจขโมยไปขาย แต่ระหว่างทางอาจเกิดเหตุการณ์แปลกประหลาด เช่น เจอผีหรืออาถรรพ์ขององค์พระ จนต้องทิ้งไว้ตรงนั้น

กรมศิลปากร อยู่ระหว่างตรวจสอบที่มาของเศียรพระ

นายไพฑูรย์ ผึ้งทอง อายุ 65 ปี เจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ลงพื้นที่ตรวจสอบทันที พบว่าเศียรพระนี้เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ อายุกว่า 100 ปี ทำจากหินทรายแบบแกะสลักสมัยอยุธยา แต่ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าถูกตัดมาจากโบราณสถานไหน อาจเป็นจากวัดใกล้เคียงหรือสถานที่อื่นในอยุธยา เจ้าหน้าที่จะนำเศียรพระไปเก็บรักษาอย่างปลอดภัย พร้อมจัดทำประวัติศาสตร์และวิเคราะห์ทางโบราณคดี เพื่อใช้สืบหาที่มาและติดตามตัวคนร้ายต่อไป

ปัญหาการลักตัดเศียรพระพุทธรูปหรือโบราณวัตถุในประเทศไทย โดยเฉพาะอยุธยาและสุโขทัย เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง มักถูกส่งออกไปขายในตลาดมืดต่างประเทศ สร้างความเสียหายให้มรดกชาติอย่างประเมินค่าไม่ได้ อยุธยาเป็นเมืองเก่าที่มีพระพุทธรูปและสิ่งก่อสร้างโบราณนับพันองค์ การลักขโมยแบบนี้ไม่เพียงทำลายความสมบูรณ์ของโบราณสถาน แต่ยังกระทบจิตใจชาวพุทธที่เคารพศรัทธา

  • จุดพบเศียรพระ: ใต้ต้นไม้ริมถนนนเรศวร หลังวัดมหาธาตุ
  • ลักษณะ: หินทรายแกะสลัก อายุกว่า 100 ปี รอยตัดใหม่
  • การตอบสนอง: ชาวบ้านแจ้งเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรและตำรวจสืบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา
  • คาดการณ์: คนร้ายกลัวอาถรรพ์ ไม่กล้านำไปขาย
  • มาตรการ: เร่งตรวจสอบ DNA หินและฐานข้อมูลโบราณสถาน

นอกจากนี้ กรมศิลปากรยังวางแผนเพิ่มกล้องวงจรปิดและเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังรอบโบราณสถานสำคัญ เพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอย ชาวบ้านในพื้นที่เรียกร้องให้รัฐบาลเข้มงวดกว่านี้ เพราะอยุธยาไม่ใช่แค่แหล่งท่องเที่ยว แต่เป็นจิตวิญญาณของชาติไทย

เหตุการณ์คนร้ายลอบตัดเศียรพระพุทธรูป อายุกว่า 100 ปี ที่อยุธยานี้ เป็นเครื่องเตือนใจว่าเราต้องร่วมกันอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรม หากคุณพบเห็นพฤติกรรมน่าสงสัยหรือมีข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรหรือตำรวจทันที เพื่อปกป้องสมบัติชาติของเราไว้ให้ลูกหลาน

ในมุมมองของผม เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความเชื่อเรื่องอาถรรพ์ที่ยังฝังรากลึกในสังคมไทย ซึ่งอาจเป็นเครื่องมือช่วยปกป้องโบราณวัตถุได้ทางหนึ่ง แต่ที่สำคัญกว่าคือการบังคับใช้กฎหมายให้เข้มแข็ง เพื่อไม่ให้คนร้ายกล้าลองดีอีก

ที่มา – คนร้ายลอบตัดเศียรพระพุทธรูป อายุกว่า 100 ปี ที่อยุธยา กรมศิลปากร อยู่ระหว่างตรวจสอบ

สั่งผู้ว่าฯ รณรงค์ “ภูมิใจแต่งไทยทั้งแผ่นดิน” ต่อยอดสวมชุดผ้าไทย

ในวันที่ 12 เมษายน 2567 ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ได้แจ้งคำสั่งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่ว 76 จังหวัด เพื่อขับเคลื่อนแนวคิด ภูมิใจแต่งไทยทั้งแผ่นดิน ซึ่งเป็นการรณรงค์ให้ประชาชนแต่งกายด้วยอัตลักษณ์ไทยสู่ระดับสากล โดยต่อยอดจากการสวมชุดผ้าไทยในรูปแบบต่าง ๆ สำหรับทุกกลุ่มคน

สั่งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ รณรงค์ “ภูมิใจแต่งไทยทั้งแผ่นดิน”

แนวคิด ภูมิใจแต่งไทยทั้งแผ่นดิน นี้มาจากนโยบายของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ต้องการเสริมสร้างอัตลักษณ์และความภาคภูมิใจของคนไทยผ่านงานหัตถศิลป์ หัตถกรรม และเครื่องแต่งกาย เช่น ชุดไทยพระราชนิยม ชุดผ้าไทย ชุดพื้นบ้านหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้ข้าราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนสวมใส่ผ้าไทยในชีวิตประจำวัน

การรณรงค์นี้ไม่เพียงช่วยอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย แต่ยังกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะผู้ประกอบการผ้าในท้องถิ่น ทำให้มีรายได้มั่นคง นอกจากนี้ยังน้อมนำพระราชปณิธานของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงสืบสานพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการส่งเสริมภูมิปัญญาผ้าและงานหัตถกรรมไทย

ขับเคลื่อน “ภูมิใจแต่งไทยทั้งแผ่นดิน” อย่างไร

กระทรวงมหาดไทยสั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัด รวบรวมข้อมูลแหล่งผลิตผ้าไทย ผ้าพื้นเมือง ร้านเช่า ร้านจำหน่าย และร้านตัดเย็บในพื้นที่ จากนั้นรณรงค์ให้สวมชุดไทยพระราชนิยม ชุดไทยพระราชทาน ชุดไทยร่วมสมัย ชุดไทยประยุกต์ ผ้าไทย และชุดผ้าพื้นเมือง ในโอกาสต่าง ๆ เช่น ชีวิตประจำวัน การทำงาน อบรม สัมมนา และนิทรรศการ

  • รวบรวมองค์ความรู้ผ้าไทยในจังหวัด
  • ส่งเสริมสวมชุดไทยในวันทำงานปกติ
  • จัดกิจกรรมนิทรรศการผ้าไทย
  • เชื่อมโยงผู้ผลิตกับผู้บริโภค
  • ขยายสู่ระดับสากลเพื่อโปรโมทวัฒนธรรมไทย
รณรงค์ภูมิใจแต่งไทยทั้งแผ่นดิน

การขับเคลื่อน ภูมิใจแต่งไทยทั้งแผ่นดิน จะช่วยให้ผ้าไทยกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนไทย สร้างความภาคภูมิใจในชาติ และสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสให้เยาวชนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้มรดกทางวัฒนธรรมผ่านการแต่งกายที่สวยงามและทันสมัย

ในยุคที่แฟชั่นโลกหมุนเร็ว การนำผ้าไทยมาประยุกต์กับสไตล์ร่วมสมัย เช่น ชุดไทยประยุกต์สำหรับออฟฟิศหรือเดท จะทำให้การรณรงค์นี้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ง่ายขึ้น ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เช่น ผ้าไทยผสมไหมออร์แกนิก หรือดีไซน์ที่ใส่สบายทั้งวัน

ประโยชน์ที่ได้ไม่ใช่แค่เศรษฐกิจ แต่รวมถึงการอนุรักษ์ภูมิปัญญาบรรพบุรุษ สร้างอาชีพยั่งยืนให้ชุมชน และเผยแพร่วัฒนธรรมไทยสู่สายตาชาวโลก ผ่านนักท่องเที่ยวหรือ influencer ที่มาเยือนไทย

สุดท้ายนี้ การรณรงค์ ภูมิใจแต่งไทยทั้งแผ่นดิน ถือเป็นก้าวสำคัญในการรักษาเอกลักษณ์ไทยให้ยั่งยืน หากทุกคนร่วมมือกัน เราจะเห็นคนไทยแต่งชุดไทยเต็มถนนในไม่ช้า ลองเริ่มจากตัวเอง สวมผ้าไทยวันละครั้ง แล้วแบ่งปันประสบการณ์ในโซเชียลมีเดีย พร้อมแฮชแท็ก #ภูมิใจแต่งไทยทั้งแผ่นดิน เพื่อขยายผลไปทั่วประเทศ

ที่มา – สั่งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ รณรงค์ “ภูมิใจแต่งไทยทั้งแผ่นดิน” ต่อยอดสวมชุดผ้าไทย

7 วันอันตราย สงกรานต์ วันที่ 2 เสียชีวิต 50 ราย

เทศกาลสงกรานต์ปี 2569 มาถึงแล้ว แต่ความสนุกต้องมาพร้อมความระมัดระวัง เพราะเข้าสู่ช่วง 7 วันอันตราย สงกรานต์ วันที่ 2 เสียชีวิต 50 ราย แล้วนะครับ สถิติอุบัติเหตุทางถนนที่น่าตกใจจากศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) แจ้งว่าวันที่ 11 เมษายน เกิดอุบัติเหตุถึง 208 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 185 ราย และผู้เสียชีวิตสะสม 71 รายใน 2 วันแรก สาเหตุหลักยังคงเป็นขับรถเร็วและดื่มแล้วขับเหมือนทุกปี

7 วันอันตราย สงกรานต์ วันที่ 2 เสียชีวิต 50 ราย

จากข้อมูลที่แถลงโดยนายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธาน ศปถ. วันที่ 2 ของการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 50 ราย สะสม 71 ราย ผู้บาดเจ็บ 317 ราย อุบัติเหตุรวม 344 ครั้ง จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตมี 39 จังหวัด ถือเป็นข่าวดี แต่ยังต้องเข้มงวดต่อไป

สาเหตุหลักของอุบัติเหตุใน 7 วันอันตราย สงกรานต์ วันที่ 2 เสียชีวิต 50 ราย

  • ขับรถเร็ว: สูงสุดที่ 45.71% ประชาชนมักเร่งรถเพื่อรีบถึงจุดหมาย
  • ดื่มแล้วขับ: 24.76% โดยเฉพาะในช่วงเล่นน้ำสงกรานต์
  • ยานพาหนะหลัก: รถจักรยานยนต์ 61%
  • สถานที่: เส้นทางตรง 79.05%, ถนนกรมทางหลวง 48.56%, ถนนใน อบต./หมู่บ้าน 25%
  • ช่วงเวลา: 09.01-12.00 น. 21.90%
  • กลุ่มอายุเสี่ยง: 20-29 ปี 22.88%

จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุมากสุดวันนั้นคือลำปาง 12 ครั้ง บาดเจ็บมากสุดลำปาง 14 ราย เสียชีวิตลำปาง นครราชสีมา พิษณุโลก จังหวัดละ 3 สะสมสูงสุดน่าน 17 ครั้ง ปราจีนบุรี พิษณุโลกเสียชีวิต 4 ราย

มาตรการเข้มงวด ห้ามขายเหล้า-เบียร์ให้เด็กต่ำกว่า 20 ปี

ศปถ. กำชับจังหวัดและ กทม. ดูแลพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ ติดป้ายเตือน บังคับใช้กฎหมายกับพฤติกรรมเสี่ยง โดยเฉพาะ ห้ามขายแอลกอฮอล์ให้ผู้อายุต่ำกว่า 20 ปี อย่างเด็ดขาด รวมถึงเร่ขายในงานรื่นเริง นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เน้น “ด่านชุมชน” และ “เคาะประตูบ้าน” เพื่อป้องปรามดื่มแล้วขับ ไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย ชุดเคลื่อนที่เร็วไปจุดเล่นน้ำและวัด อสม. กับฝ่ายปกครองช่วยด่านครอบครัว ห้ามคนเมาขับรถ

เคล็ดลับขับขี่ปลอดภัยช่วง 7 วันอันตราย สงกรานต์

เพื่อลดสถิติแบบนี้ ทุกคนต้องช่วยกันครับ นี่คือ tips ง่ายๆ ที่ทำได้จริง:

  • ตรวจสภาพรถก่อนเดินทาง เช็คยาง น้ำมัน เบรก ไฟ
  • สวมหมวกกันน็อค ใส่เข็มขัดนิรภัยทุกคน
  • ไม่ดื่มแล้วขับ แต่งตั้งผู้ประสานงาน (วิน) ส่งตัวขับ
  • ลดความเร็ว พักทุก 2 ชม. หลีกเลี่ยงเส้นทางเสี่ยง
  • ในพื้นที่เล่นน้ำ ขับช้า หลบรถเด็ก อย่าเปิดกระจก
  • วางแผนการเดินทาง ใช้แอปเช็คจราจร

ปีนี้ประชาชนเดินทางถึงที่หมายแล้ว บางพื้นที่เริ่มสาดน้ำ แต่ความตื่นเต้นอย่าลืมความปลอดภัย 7 วันอันตราย สงกรานต์ วันที่ 2 เสียชีวิต 50 ราย เป็นเครื่องเตือนใจว่าเทศกาลสนุกต้องไม่จบด้วยโศกนาฏกรรม

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านขับขี่ปลอดภัย สนุกกับสงกรานต์อย่างรับผิดชอบ หากเจออุบัติเหตุ แจ้งสายด่วน 1784 หรือ Line @1784DDPM ทันที เพื่อช่วยชีวิตได้ไวขึ้น แชร์เคล็ดลับนี้ให้เพื่อนๆ ด้วยนะครับ จะได้ลดอุบัติเหตุร่วมกัน!

ที่มา – 7 วันอันตราย สงกรานต์ วันที่ 2 เสียชีวิต 50 ราย ห้ามขายเหล้า-เบียร์ให้เด็กต่ำกว่า 20 ปี

“วราวุธ” ตั้งเป้าสินค้ามาตรฐานประหยัดพลังงาน 40 รายการ

ในสถานการณ์วิกฤตพลังงานที่ราคาน้ำมันและก๊าซแพงขึ้นต่อเนื่อง กระทรวงอุตสาหกรรมภายใต้การนำของนายวราวุธ ศิลปอาชา ได้เตรียมมาตรการเชิงรุกเพื่อช่วยเหลือทั้งผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “วราวุธ” ตั้งเป้าสินค้ามาตรฐานประหยัดพลังงาน 40 รายการ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของครัวเรือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วันที่ 12 เมษายน 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ภาคอุตสาหกรรมไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากราคาวัตถุดิบและพลังงานที่ผันผวน เพื่อฝ่าวิกฤตนี้ กระทรวงจะเดินหน้าปฏิรูปพลังงานในภาคการผลิต ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ เช่น เพิ่มสัดส่วนน้ำมันปาล์มผสมในดีเซล (B10, B20) ยกระดับเอทานอลจากกากอ้อยและยอดอ้อย (E20, E85) รวมถึงการผลิตไฟฟ้าจากชีวมวล (Biomass) ซึ่งจะช่วยลดภาระต้นทุนในระยะยาว

วราวุธ ตั้งเป้าสินค้ามาตรฐานประหยัดพลังงาน 40 รายการ

หนึ่งในมาตรการหลักคือ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) จะเพิ่มรายการสินค้ามาตรฐานประหยัดพลังงานอีกอย่างน้อย 40 รายการ โดยครอบคลุมอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ เช่น หลอดไฟ LED, ตู้เย็น, เครื่องปรับอากาศ, พัดลม, โทรศัพท์มือถือ และเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ที่ช่วยประหยัดไฟได้จริง วราวุธ ตั้งเป้าสินค้ามาตรฐานประหยัดพลังงาน 40 รายการ นี้ จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยประชาชนลดค่าไฟฟ้าและก๊าซหุงต้ม โดยคาดว่าจะประหยัดพลังงานได้หลายหมื่นล้านบาทต่อปี

ประโยชน์ของสินค้ามาตรฐานประหยัดพลังงาน

การมีมาตรฐานนี้ไม่เพียงช่วยผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังกระตุ้นให้ผู้ผลิตพัฒนาสินค้าที่มีคุณภาพสูงขึ้น ลดการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ สร้างความมั่นคงทางพลังงานให้ไทย นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีความมั่นคงทางอาหาร หากเชื่อมโยงโลจิสติกส์ที่ดี จะช่วยเหลือเกษตรกร โดยเฉพาะผู้ปลูกปาล์ม อ้อย และพืชชีวมวล สร้างรายได้ใหม่และธุรกิจสีเขียว

  • ลดต้นทุนการผลิตให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม
  • ช่วยประชาชนประหยัดค่าไฟฟ้าและค่าน้ำมัน
  • ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน ลดคาร์บอน
  • ยกระดับมาตรฐานสินค้าไทย ส่งออกแข่งขันได้
  • สร้างโอกาสธุรกิจใหม่จากวิกฤตพลังงาน

นายวราวุธ กล่าวเพิ่มเติมว่า “วิกฤตครั้งนี้จะเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างธุรกิจใหม่ๆ กระทรวงอุตสาหกรรมพร้อมเป็นเพื่อนคู่คิดเคียงข้างผู้ประกอบการและพี่น้องประชาชน เพื่อให้พวกเราก้าวข้ามผ่านวิกฤตนี้ไปได้อย่างแข็งแรง”

แนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบการ

ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถติดต่อ สมอ. เพื่อรับรองมาตรฐานประหยัดพลังงานได้ทันที โดยมีบริการให้คำปรึกษาฟรีและสนับสนุนเงินทุนบางส่วน นอกจากนี้ กระทรวงยังมีโครงการปรับปรุงโรงงานให้มีประสิทธิภาพพลังงาน (Energy Efficiency) เพื่อลดการใช้พลังงานลง 20-30% ในระยะ 3 ปีข้างหน้า

การผลักดัน วราวุธ ตั้งเป้าสินค้ามาตรฐานประหยัดพลังงาน 40 รายการ ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงถึงวิสัยทัศน์ของรัฐบาลในการรับมือวิกฤตพลังงาน หากทุกภาคส่วนร่วมมือกัน ไทยจะก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำและยั่งยืนได้แน่นอน ในมุมมองของผู้เขียน นโยบายนี้ไม่ใช่แค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการวางรากฐานเศรษฐกิจสีเขียวที่ยั่งยืน คุณคิดอย่างไร ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมเลือกซื้อสินค้ามีฉลากประหยัดพลังงานเพื่อช่วยตัวเองและประเทศชาติ

ที่มา – “วราวุธ” ตั้งเป้าสินค้ามาตรฐานประหยัดพลังงานอีก 40 รายการ ช่วยประชาชนฝ่าวิกฤตพลังงาน

นายกฯ มอบพิพัฒน์คุมใต้ ทรงศักดิ์อีสาน ยศชนันเหนือ

ในวันที่ 12 เมษายน 2569 มีข่าวสำคัญที่หลายคนให้ความสนใจ นั่นคือ นายกฯ มอบ “พิพัฒน์” คุมพื้นที่ใต้ทั้งหมด “ทรงศักดิ์” ภาคอีสาน “ยศชนัน” ภาคเหนือตอนบน โดยน.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 เมษายน เห็นชอบคำสั่งนายกฯ ที่ 86/2569 ที่ลงนามโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

นายกฯ มอบ “พิพัฒน์” คุมพื้นที่ใต้ทั้งหมด “ทรงศักดิ์” ภาคอีสาน “ยศชนัน” ภาคเหนือตอนบน

คำสั่งนี้มุ่งมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาคต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ระดับพื้นที่ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เร่งรัดงาน สนับสนุนเจ้าหน้าที่ และตรวจสอบโครงการงบประมาณอย่างต่อเนื่อง

เริ่มจาก นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้ทั้งหมด แบ่งเป็น 3 เขตตรวจราชการ:

  • เขต 5: กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย (ชุมพร, นครศรีธรรมราช, พัทลุง, สุราษฎร์ธานี, สงขลา)
  • เขต 6: กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน (กระบี่, ตรัง, พังงา, ภูเก็ต, ระนอง, สตูล)
  • เขต 7: กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน (นราธิวาส, ปัตตานี, ยะลา)

ทรงศักดิ์ ดูแลภาคอีสานอย่างใกล้ชิด

ส่วน นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและกลาง ได้แก่

  • เขต 10: บึงกาฬ, เลย, หนองคาย, หนองบัวลำภู, อุดรธานี
  • เขต 11: นครพนม, มุกดาหาร, สกลนคร
  • เขต 12: กาฬสินธุ์, ขอนแก่น, มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด

นอกจากนี้ยังมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ดูแลเขต 8 ภาคตะวันออก 1 (ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง)

ยศชนัน รับผิดชอบภาคเหนือตอนบน

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กำกับเขต 15 และ 16:

  • เขต 15: เชียงใหม่, แม่ฮ่องสอน, ลำปาง, ลำพูน
  • เขต 16: เชียงราย, น่าน, พะเยา, แพร่

สำหรับพื้นที่อื่นๆ เช่น น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี ดูแลเขต 2 (นนทบุรี, ปทุมธานี, นครปฐม, สมุทรปราการ) และเขต 9 (จันทบุรี, ตราด, นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว) นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รับเขต 3 และ 4 ภาคกลางตอนล่าง นายภราดร ปริศนานันทกุล เขต 1 และ 18 นางสุขสมรวย วันทนียกุล เขต 13-14 ภาคอีสานตอนล่าง

การมอบหมาย นายกฯ มอบ “พิพัฒน์” คุมพื้นที่ใต้ทั้งหมด “ทรงศักดิ์” ภาคอีสาน “ยศชนัน” ภาคเหนือตอนบน นี้ จะช่วยให้การบริหารราชการมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลที่ต้องการการติดตามอย่างใกล้ชิด เช่น ภาคใต้ที่มีประเด็นความมั่นคง การท่องเที่ยวในอันดามัน หรือการพัฒนาเกษตรกรรมในอีสานและเหนือ รัฐบาลตั้งเป้าให้เกิดผลลัพธ์ชัดเจนในโครงการสำคัญ เช่น โครงการโครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา และสาธารณสุข

นอกจากนี้ คำสั่งยังครอบคลุมการประเมินผลงาน ประสิทธิภาพงบประมาณ และแก้ไขปัญหาเฉพาะพื้นที่ เช่น น้ำท่วมในภาคเหนือ หรือภัยแล้งในอีสาน ทำให้ประชาชนได้รับบริการที่ดีขึ้น

ในมุมมองของผู้เขียน การกระจายความรับผิดชอบเช่นนี้เป็นก้าวสำคัญของรัฐบาลในการกระจายอำนาจ สร้างความสมดุลการพัฒนาทุกภูมิภาค คุณคิดว่าการมอบหมายนี้จะช่วยแก้ปัญหาพื้นที่ไหนได้บ้าง? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความนี้เพื่อติดตามข่าวสารการเมืองล่าสุด!

ที่มา – นายกฯ มอบ “พิพัฒน์” คุมพื้นที่ใต้ทั้งหมด “ทรงศักดิ์” ภาคอีสาน “ยศชนัน” ภาคเหนือตอนบน

ตำรวจลอนดอนจับกุมผู้ประท้วง 523 ราย ค้านแบน Palestine Action

ตำรวจลอนดอนจับกุมผู้ประท้วง 523 ราย ในเหตุการณ์ชุมนุมครั้งใหญ่ที่จัตุรัสทราฟัลการ์ เพื่อคัดค้านคำสั่งแบนกลุ่ม Palestine Action ซึ่งถูกจัดเป็นองค์กรต้องห้ามตามกฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายของอังกฤษ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางการต่อสู้ทางกฎหมายที่ยังไม่จบสิ้น สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก

ตำรวจลอนดอนจับกุมผู้ประท้วง 523 ราย: รายละเอียดเหตุการณ์ชุมนุม

ตำรวจลอนดอนจับกุมผู้ประท้วง 523 ราย ตั้งแต่เยาวชนวัย 18 ปีไปจนถึงผู้สูงอายุวัย 87 ปี ระหว่างการชุมนุมที่ชื่อ “Everyone Day” จัดโดยกลุ่ม Defend our Juries ผู้ประท้วงส่วนใหญ่ถือป้ายข้อความท้าทาย เช่น “ฉันต่อต้านการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ฉันสนับสนุนปาเลสไตน์ แอคชัน” แม้ตำรวจจะเตือนล่วงหน้าว่าการแสดงจุดยืนดังกล่าวเป็นความผิดทางอาญา

การชุมนุมนี้เป็นการประท้วงต่อเนื่องต่อคำสั่งแบนกลุ่ม Palestine Action ที่รัฐบาลอังกฤษออกในเดือนกรกฎาคม 2025 หลังจากสมาชิกกลุ่มบุกรุกฐานทัพอากาศเพื่อคัดค้านการที่อังกฤษสนับสนุนอิสราเอลในสงครามกาซา ผู้ประท้วงยืนยันว่าการเคลื่อนไหวของพวกเขาเป็นการปกป้องสิทธิ์มนุษยชนและต่อต้านอาชญากรรมสงคราม

บุคคลดังถูกจับ: โรเบิร์ต เดล นายา จาก Massive Attack

หนึ่งในผู้ถูกจับกุมที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือ โรเบิร์ต เดล นายา ผู้ก่อตั้งวงดนตรี Massive Attack เขาให้สัมภาษณ์ก่อนถูกจับว่าการที่ตำรวจกลับมาจับกุมประชาชนอีกครั้งนั้น “ไร้สาระ” และมองว่าการกระทำของ Palestine Action คือ “ความรักชาติ” ที่พยายามปกป้องอังกฤษจากความเกี่ยวข้องกับการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศในกาซา

พื้นหลังทางกฎหมายของคำสั่งแบนกลุ่ม Palestine Action

สถานการณ์ทางกฎหมายยังซับซ้อน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ศาลสูงอังกฤษวินิจฉัยว่าคำสั่งแบนกลุ่มนี้ “ผิดกฎหมาย” แต่คำสั่งยังคงมีผลบังคับใช้รออุทธรณ์ นับตั้งแต่แบน มีผู้ถูกจับกว่า 2,200 ราย โดยคดีหลายร้อยคดียังค้างรอผลตัดสินขั้นสุดท้าย

  • ผู้ประท้วงอายุ 18-87 ปี
  • ข้อหา: แสดงตัวสนับสนุนองค์กรต้องห้าม
  • สถานที่: จัตุรัสทราฟัลการ์ ลอนดอน
  • สถิติรวม: กว่า 2,200 รายตั้งแต่แบน

ตำรวจนครบาลลอนดอนย้ำว่า “เราจะไม่ลังเลดำเนินการหากละเมิดกฎหมาย” ขณะที่อิสราเอลปฏิเสธข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ โดยยืนยันเป็นการป้องกันตนเอง เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความตึงเครียดเรื่องเสรีภาพการแสดงออกในอังกฤษ ท่ามกลางวิกฤตมนุษยธรรมในกาซาที่คร่าชีวิตผู้คนนับหมื่น

กลุ่ม Palestine Action ก่อตั้งเพื่อต่อต้านการส่งอาวุธจากอังกฤษไปยังอิสราเอล โดยใช้วิธีการตรง เช่น บุกรุกโรงงานผลิตอาวุธ การแบนกลุ่มนี้ถูกวิจารณ์ว่าเป็นการปิดปากผู้เห็นต่าง แต่รัฐบาลอังกฤษมองว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง

จากมุมมองกว้างขึ้น เหตุการณ์ตำรวจลอนดอนจับกุมผู้ประท้วง 523 ราย แสดงให้เห็นถึงจุดแตกหักระหว่างสิทธิพลเมืองกับกฎหมายความมั่นคง ในยุคที่ความขัดแย้งตะวันออกกลางส่งผล波及ทั่วโลก การประท้วงดังกล่าวอาจจุดประกายกระแสต่อต้านทั่ว歐洲

สุดท้ายแล้ว การเคลื่อนไหวครั้งนี้เน้นย้ำว่าสิทธิในการประท้วงยังคงเป็นประเด็นถกเถียง คุณคิดอย่างไรกับเหตุการณ์นี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความเพื่อกระจายข้อมูลที่ถูกต้อง!

ที่มา – ตำรวจลอนดอนจับกุมผู้ประท้วง 523 ราย รวมตัวค้านคำสั่งแบนกลุ่ม Palestine Action