วัน: 28 เมษายน 2026

“สาทิตย์” รับตรงๆ “ประชาธิปัตย์” ยังหาผู้ว่าฯกทม.ไม่ได้

ในวงการการเมืองกรุงเทพฯ กำลังร้อนระอุ เมื่อ “สาทิตย์” รับตรงๆ “ประชาธิปัตย์” ยังหาตัวผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ไม่ได้ นายสาทิตย์ วงษ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาเปิดเผยตรงๆ กับสื่อมวลชน เกี่ยวกับความคืบหน้าการส่งผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯกทม.) ซึ่งยังคงเป็นปริศนาที่พรรคต้องเผชิญ วันนี้เราจะมาวิเคราะห์สถานการณ์นี้กันแบบละเอียด เพื่อให้เข้าใจภาพรวมการเมืองในเมืองหลวง

“สาทิตย์” รับตรงๆ “ประชาธิปัตย์” ยังหาตัวผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ไม่ได้

วันที่ 28 เมษายน 2566 ที่สำนักงานพรรคประชาธิปัตย์ นายสาทิตย์ ในฐานะ ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค ได้ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ซึ่งที่ประชุมได้อนุมัติผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ครบ 50 เขตเรียบร้อยแล้ว แต่สำหรับผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. ยังคงอยู่ในขั้นตอนการพูดคุยและทาบทามบุคคลต่างๆ เขายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า สถานการณ์การเมืองปัจจุบันไม่ง่ายเลย โดยเฉพาะเมื่อผู้ว่าฯกทม.คนปัจจุบันอย่างนายชัชชาติ สิธิวัชรากร มีฐานเสียงที่แน่นปึ้ก แม้จะมีกระแสวิจารณ์บ้าง แต่ความนิยมยังคงสูง

นอกจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์เองก็มี ส.ส. เพียง 21 คน และไม่มี ส.ส. ในเขตกรุงเทพฯ เลย ทำให้การหาคนที่พร้อมลงสนามชิงผู้ว่าฯกทม. ยิ่งยากขึ้น ผู้สมัครต้องพร้อมเสียสละ ลาออกจากงานประจำเพื่อมารับใช้พรรคและประชาชนกรุงเทพฯ

ฐานเสียงชัชชาติยังแน่นแฟ้น เหตุผลหลักที่ “ประชาธิปัตย์” ลังเล

หนึ่งในอุปสรรคใหญ่คือฐานเสียงของผู้ว่าฯชัชชาติที่แข็งแกร่ง นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งมา ได้รับความนิยมจากนโยบายที่ตอบโจทย์คนกรุง เช่น การแก้ปัญหาน้ำท่วม จราจร และปรับปรุงสวนสาธารณะ ทำให้คู่แข่งต้องคิดหนัก พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเคยครองใจคนกรุงมานาน มองว่าต้องหาคนที่มีศักยภาพสูงพอจะสู้ได้

ทาบทามบุคคลลับๆ ไม่ใช่ชื่อที่เป็นข่าว

นายสาทิตย์ยืนยันว่าพรรคกำลังทาบทามหลายคน โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคได้ลงมือพูดคุยด้วยตัวเอง แต่ชื่อที่ปรากฏในสื่ออย่าง ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี และนายอภิชัย เตชะอุบล ไม่ได้อยู่ในลิสต์ พรรคเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ เพื่อไม่ให้กระทบต่อบุคคลที่สนใจ หากตกผลึกแล้วจะแถลงเปิดตัวทันที แต่ถ้าไม่ได้ ก็จะบอกตรงๆ อย่างที่ทำอยู่ตอนนี้

  • ทาบทามคนนอกพรรคเป็นหลัก
  • หลีกเลี่ยงชื่อที่เป็นข่าวเพื่อป้องกันผลกระทบ
  • หัวหน้าพรรคอภิสิทธิ์ลงมือเอง
  • หากได้ตัว จะเปิดตัวพร้อม ส.ก.

อยากได้คนรุ่นใหม่ ไม่ใช้คนในพรรค

ที่น่าสนใจคือ พรรคไม่คิดใช้คนในพรรคลงสมัคร เพราะต้องการคนใหม่ที่มีแนวคิดทันสมัย เพื่อพัฒนากรุงเทพฯ ให้เปลี่ยนแปลง นโยบายคนรุ่นใหม่จะช่วยดึงดูดฐานเสียงวัยหนุ่มสาว ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการเลือกตั้งครั้งหน้า หากสุดท้ายหาไม่ได้ พรรคก็จะไม่ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. แต่ยืนยันส่ง ส.ก. 50 เขตแน่นอน เพื่อรักษาฐานในสภากรุงเทพฯ

สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายของพรรคเก่าแก่如ประชาธิปัตย์ ในยุคที่การเมืองท้องถิ่นเปลี่ยนไป พรรคอื่นๆ อย่างเพื่อไทย ก้าวไกล พลังประชารัฐ ก็กำลังเคลื่อนไหวเต็มที่ การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ครั้งต่อไปน่าจะดุเดือดยิ่งกว่าเดิม ด้วยประเด็นร้อนอย่างสิ่งแวดล้อม คมนาคม และเศรษฐกิจหลังโควิด

จากมุมมองของผู้วิเคราะห์ การที่ “สาทิตย์” รับตรงๆ “ประชาธิปัตย์” ยังหาตัวผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ไม่ได้ แสดงถึงกลยุทธ์ที่รอบคอบของพรรค ดีกว่าส่งคนลงไปแล้วแพ้ยับเยิน อาจเป็นการถอยเพื่อก้าวหน้า รอจังหวะที่เหมาะสมกว่า

คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้? พรรคประชาธิปัตย์จะหาคนได้ทันหรือไม่ หรือจะถอนตัวจริงๆ? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อติดตามข่าวการเมืองอัปเดต!

ที่มา – “สาทิตย์” รับตรงๆ “ประชาธิปัตย์” ยังหาตัวผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ไม่ได้

ไบรท์ตันวางแผนสร้างสนามฟุตบอลหญิงแห่งแรกยุโรป

ไบรท์ตันวางแผนสร้างสนามฟุตบอลหญิงแห่งแรกยุโรป

ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน ประกาศแผนการสร้างสนามฟุตบอลหญิงที่ออกแบบมาเพื่อจุดประสงค์เฉพาะแห่งแรกในยุโรป

สโมสรระบุว่าสนามใหม่นี้จะเป็นบ้านถาวรและสร้างเอกลักษณ์ให้ทีมหญิง เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของแฟนบอลในระยะยาว

สนามจะตั้งอยู่ที่ Bennett’s Field ข้างๆ สนาม Amex Stadium บ้านของทีมพรีเมียร์ลีกไบรท์ตัน มีความจุขั้นต่ำ 10,000 ที่นั่ง และเชื่อมต่อกับ Amex ด้วยทางเดินสะพาน

ขณะนี้กำลังยื่นขอใบอนุญาตก่อสร้าง สโมสรหวังเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในฤดูกาล 2030-31

“การมีสนามที่สร้างขึ้นเฉพาะสำหรับนักเตะหญิง พนักงาน และแฟนบอล เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นมาก” Zoe Johnson กรรมการผู้จัดการฝ่ายฟุตบอลหญิงและเยาวชนของสโมสรกล่าว

“นี่เป็นโครงการแรกในสหราชอาณาจักรและยุโรป และเป็นหนึ่งในสามแห่งทั่วโลก จะจุดประกายจินตนาการให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในวงการฟุตบอลหญิงทั่วโลก”

ไบรท์ตันวางแผนสร้างสนามฟุตบอลหญิงแห่งแรกยุโรป โดยห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า มาตรฐานสนาม และพื้นที่ฟื้นฟูจะรองรับนักเตะหญิงระดับเอลิต ส่วนประสบการณ์วันแข่งจะออกแบบให้เหมาะกับครอบครัวและผู้มาใหม่

มีห้องให้นมบุตร ห้องเปลี่ยนผ้าอ้อม สถานที่จอดรถเข็นเด็ก พื้นที่สังคมบนอัฒจันทร์สำหรับจัดงาน และที่จอดรถใต้ดิน

Johnson ยังกล่าวว่าสนามจะช่วยสโมสรผลักดันเป้าหมายแข่งขันใน Women’s Super League (WSL) และการแข่งขันคลับยุโรป ดึงดูดบุคลากรหลัก และสร้างฐานแฟนบอลที่หลงใหล

“เราหวังว่าสนามจะรองรับการแข่งขันของอะคาเดมีและทีมพัฒนา ให้ผู้เล่นเยาวชนได้ประสบการณ์ในสนามที่สร้างเฉพาะ” เธอกล่าว

ปัจจุบัน ทีมไบรท์ตันเล่นที่ Amex บ้าง แต่ส่วนใหญ่เล่น WSL ที่ Broadfield Stadium ของ Crawley Town ห่าง 20 ไมล์

ไบรท์ตันวางแผนสร้างสนามฟุตบอลหญิงแห่งแรกยุโรป เปรียบเทียบกับสโมสรอื่น

จาก 12 สโมสรใน WSL 10 สโมสรเกี่ยวข้องกับทีมพรีเมียร์ลีก หลายทีมย้ายไปเล่นที่สนามทีมชาย

เชลซี วูเมน ย้ายไป Stamford Bridge ถาวรเดือนนี้ ตาม Arsenal, Aston Villa และ Leicester City ที่เล่น WSL ที่สนามหลัก

แต่ไบรท์ตันวางแผนสร้างสนามฟุตบอลหญิงแห่งแรกยุโรป จะเป็นสนามสร้างเฉพาะแห่งแรกในลีกสูงสุดอังกฤษ

แม้เป็นแนวคิดใหม่ในยุโรป แต่ในสหรัฐฯ สนามฟุตบอลหญิงแห่งแรกของโลก คือ CPKC Stadium ของ Kansas City Current ที่เปิดมา 2 ฤดูกาล และ Denver Summit กำลังสร้างสนามเปิด 2028

“การมีสนามเฉพาะสำหรับทีมหญิงเป็นก้าวสำคัญ” Dario Vidosic ผู้จัดการไบรท์ตันกล่าว “แสดงถึงความตั้งใจจริงจังในการแข่งขันระดับสูงระยะยาว”

ได้รับการสนับสนุนจากเจ้าของ Tony Bloom สโมสรประกาศแผนตั้งแต่แรกหวังเสร็จ 2027-28 แต่ติดปัญหาหาที่ดิน

ปี 2025 Paul Barber CEO บอก BBC Sport ว่ากำลังศึกษาพื้นผิวสนามเพื่อลดอาการบาดเจ็บ ร่วมกับมหาวิทยาลัยท้องถิ่น

“สภาพแวดล้อมสำคัญมาก ผมเห็นผลจากการลงทุนศูนย์ฝึก” Vidosic กล่าว “เมื่อนักเตะรู้สึกมีค่า มาตรฐานจะสูงขึ้น”

ปี 2021 ทีมหญิงย้ายเข้าศูนย์ American Express Elite Football Performance Centre ลงทุน 8.5 ล้านปอนด์ มียิม ศูนย์การแพทย์ ห้องเปลี่ยน สระว่ายน้ำ และสนามฝึกชั้นนำ

ไบรท์ตันวางแผนสร้างสนามฟุตบอลหญิงแห่งแรกยุโรป: อนาคตสดใส

โครงการนี้ไม่เพียงยกระดับฟุตบอลหญิงในอังกฤษ แต่ยังเป็นแบบอย่างให้ยุโรป สนามที่ออกแบบเฉพาะจะช่วยลดอาการบาดเจ็บ เพิ่มประสิทธิภาพ และดึงดูดแฟนใหม่ โดยเฉพาะครอบครัว

  • ความจุ 10,000 ที่นั่ง เชื่อม Amex
  • สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับครอบครัว
  • รองรับทีมเยาวชน

ไบรท์ตันกำลังนำทางอนาคตฟุตบอลหญิงยุโรป ด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน

ติดตามข่าวฟุตบอลหญิงและอัปเดตโครงการสนามไบรท์ตันได้ที่นี่ เพื่อไม่พลาดข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

พ่อค้าแม่ค้าทุเรียนบุรีรัมย์มั่นใจ ลูกละ 100 ไม่กระทบ

ในช่วงที่กระแสพ่อค้าแม่ค้าทุเรียนบุรีรัมย์ มั่นใจ ลูกละ 100 บาท ไม่กระทบ ยอดขาย บอกคนกินเขารู้กันกำลังเป็นที่พูดถึงทั่วโซเชียล ล่าสุดมีดราม่าทุเรียนลูกละ 100 บาทจาก “พิมรี่พาย” ที่หลายคนตั้งคำถามว่าราคาถูกขนาดนี้จะกระทบยอดขายทุเรียนท้องถิ่นหรือไม่ แต่พ่อค้าแม่ค้าทุเรียนบุรีรัมย์กลับไม่หวั่นใจเลยสักนิด เพราะลูกค้าประจำรู้ดีถึงคุณภาพและราคาที่สมเหตุสมผลของทุเรียนพรีเมี่ยมในพื้นที่

พ่อค้าแม่ค้าทุเรียนบุรีรัมย์ มั่นใจ ลูกละ 100 บาท ไม่กระทบ ยอดขาย บอกคนกินเขารู้กัน

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2567 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศร้านขายทุเรียนในจังหวัดบุรีรัมย์ พบว่าพ่อค้าแม่ค้ายังคงขายดิบขายดีตามปกติ ลูกค้าต่างพากันมาซื้ออย่างคึกคัก ไม่มีใครรอคอยทุเรียนราคาถูกจากกระแสโซเชียล เพราะทุกคนเข้าใจดีว่าทุเรียนมีหลายเกรด ทุเรียนลูกละ 100 บาทอาจเป็นลูกเล็ก ตกเกรด หรือโปรโมชั่นชั่วคราวเท่านั้น แต่สำหรับทุเรียนบุรีรัมย์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อย เนื้อแน่น หอมกรุ่น รสชาติหวานมัน ราคาต้องจ่ายตามคุณภาพแน่นอน

เสียงจากพ่อค้าแม่ค้าบุรีรัมย์

นายกฤศวิกร เอกสุวรรณ อายุ 40 ปี เจ้าของร้านขายผลไม้เฮงประเสริฐผลไม้ ซึ่งครอบครัวทำธุรกิจนี้มานานกว่า 60 ปี เล่าว่า “เราโดนกระแสทุเรียนราคาถูกมาหลายรอบแล้ว แต่ยอดขายยังคงปกติ ไม่ได้รับผลกระทบอะไร เพราะลูกค้ารู้ดีว่าทุเรียนดีต้องลงทุน กระแสนี้เป็นแค่เรื่องชั่วคราว ไม่ใช่เรื่องจริงจัง”

เช่นเดียวกับ น.ส.นิโลบล หล้าหนัก อายุ 56 ปี แม่ค้าทุเรียนชื่อดังบริเวณตลาดไนท์บาซาร์ เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ที่ยืนยันว่ายอดขายยังคงเต็มเปี่ยม “ผู้บริโภคเขารู้กันดี ทุเรียนมีเกรดต่างกัน ถ้าลูกละ 100 เป็นเกรดดีจริง ก็คงมีจำกัด ไม่มีใครซื้อแพงมาขายถูกนานๆ แถมการซื้อทุเรียนพร้อมเปลือกก็เหมือนซื้อหวย มองไม่เห็นข้างใน ต้องเชื่อใจพ่อค้า”

ทำไมทุเรียนบุรีรัมย์ถึงราคาแพง?

บุรีรัมย์เป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงด้านทุเรียนคุณภาพสูง โดยเฉพาะพันธุ์หมอนทองและชะนี ที่ปลูกในดินปริมาณแร่ธาตุสูง อากาศเย็นสบาย ทำให้ผลทุเรียนมีเนื้อสีทองเข้ม กลิ่นหอมฟุ้ง รสชาติหวานมันแบบลงตัว นอกจากนี้ การดูแลสวนทุเรียนต้องใช้เทคนิคพิเศษ เช่น ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ ควบคุมน้ำ และเก็บเกี่ยวตอนสุกกำลังดี เพื่อให้ได้ทุเรียนเกรดพรีเมี่ยม

  • เกรด A: ลูกใหญ่ เปลือกรอยตีนกาชัด เนื้อแน่น เมล็ดเล็กราคาลูกละ 150-300 บาท
  • เกรด B: ลูกกลาง เนื้อดีแต่เมล็ดใหญ่หน่อย ราคาลูกละ 100-150 บาท
  • เกรด C: ลูกเล็กหรือตกเกรด ราคาถูก เหมาะโปรโมชั่น

ดังนั้น พ่อค้าแม่ค้าทุเรียนบุรีรัมย์ มั่นใจ ลูกละ 100 บาท ไม่กระทบ ยอดขาย เพราะลูกค้าส่วนใหญ่เลือกซื้อจากร้านประจำที่ไว้ใจได้ ไม่ใช่ตามกระแสราคาถูกที่อาจเสี่ยงคุณภาพ

เคล็ดลับเลือกซื้อทุเรียนให้อร่อย

เพื่อไม่ให้พลาด ลองเช็คเคล็ดลับเหล่านี้:

  • ดมกลิ่น: ต้องหอมทุเรียนจริง ไม่เหม็นอับ
  • เคาะเปลือก: เสียงกลวง=สุกกำลังดี
  • ดูรอยตีนกา: ชัดเจน=สุกเต็มที่
  • ซื้อจากร้านดัง: อย่างบุรีรัมย์ที่ขึ้นชื่อ

นอกจากนี้ กระแสทุเรียนลูกละ 100 บาทยังถูกมองว่าเป็นเรื่องการเมืองมากกว่าธุรกิจ เพราะพ่อค้าแม่ค้าทั่วไปไม่ค่อยสนใจดราม่าโซเชียล แต่โฟกัสที่คุณภาพและลูกค้าประจำ

สรุปแล้ว ทุเรียนบุรีรัมย์ยังคงเป็นราชาแห่งผลไม้ไทยที่ใครๆ ก็หลงรัก คุณภาพกำหนดราคา ลูกค้าฉลาดรู้ดี ถ้าอยากกินของอร่อยต้องจ่ายแพงหน่อย คุณล่ะ พร้อมลองทุเรียนบุรีรัมย์แท้ๆ หรือยัง? แวะมาคอมเมนต์แบ่งปันประสบการณ์ด้านล่างเลยนะ!

ที่มา – พ่อค้าแม่ค้าทุเรียนบุรีรัมย์ มั่นใจ ลูกละ 100 บาท ไม่กระทบ ยอดขาย บอกคนกินเขารู้กัน

ประชาธิปัตย์ ร่วมลงชื่อ พรรคประชาชน ตั้งกกไต่สวนสอบปปชคดีศักดิ์สยาม

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมือง! วันนี้เรามีข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสฮอตในแวดวงการเมืองไทย นั่นคือ ประชาธิปัตย์ ร่วมลงชื่อ “พรรคประชาชน” ตั้ง กก.ไต่สวนอิสระ สอบ “ป.ป.ช.” ปมตีตกคดี “ศักดิ์สยาม” เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเคลื่อนไหวของพรรคฝ่ายค้าน แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการตรวจสอบอำนาจขององค์กรอิสระให้โปร่งใสยุติธรรม มาดูรายละเอียดกันแบบเป็นกันเองเลยครับ

ประชาธิปัตย์ ร่วมลงชื่อ “พรรคประชาชน” ตั้ง กก.ไต่สวนอิสระ สอบ “ป.ป.ช.” ปมตีตกคดี “ศักดิ์สยาม”

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2567 ที่สำนักงานพรรคประชาธิปัตย์ มีการประชุม ส.ส. พรรคประจำสัปดาห์ โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค เป็นประธาน นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคและ ส.ส. บัญชีรายชื่อ ได้เปิดเผยผลมติที่ประชุมหลังเสร็จสิ้นเวลา 16.20 น. พรรคประชาธิปัตย์ตัดสินใจร่วมลงชื่อกับพรรคประชาชน เพื่อยื่นต่อประธานรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 236 ให้ศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระสอบสวนกรรมการ ป.ป.ช. ในประเด็นการวินิจฉัยตีตกคดีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เรื่องซุกหุ้นและขัดกันแห่งผลประโยชน์

ที่มาของเรื่องนี้คือ ป.ป.ช. มีมติตีตกคดีดังกล่าว ซึ่งขัดแย้งกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ยืนยันว่านายศักดิ์สยามยังเป็นเจ้าของหุ้นแท้จริงผ่านนอมินี ฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ชี้ว่าการวินิจฉัยของ ป.ป.ช. มีประเด็นน่าสงสัย โดยจงใจมองข้ามบางข้อเท็จจริงและเลือกหยิบเฉพาะประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ถูกร้องเท่านั้น

หลักฐานใหม่ที่จุดประกายการเคลื่อนไหว

นอกจากนี้ ยังพบ หลักฐานใหม่ 2 ประเด็นสำคัญที่พรรคจะยื่นตรงต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอทบทวนมติเดิมด้วยครับ

  • ประเด็นที่ 1: หนังสือคำสั่งจากหน่วยงานภายใต้กระทรวงคมนาคมในช่วงที่นนายศักดิ์สยามเป็น รมว. ซึ่งระบุว่าการประมูลจัดซื้อจัดจ้างต้องแจ้งรัฐมนตรีทราบก่อน แม้ ป.ป.ช. จะวินิจฉัยว่าไม่มีการแทรกแซงเพราะไม่มีคำสั่งโดยตรง แต่หนังสือฉบับนี้ถือเป็นหลักฐานใหม่ที่บ่งชี้ถึงการใช้อำนาจในทางที่อาจเข้าข่ายขัดกันแห่งผลประโยชน์
  • ประเด็นที่ 2: การขัดกันแห่งผลประโยชน์ชัดแจ้ง บริษัทที่นายศักดิ์สยามเป็นเจ้าของแท้จริง (ผ่านนอมินี) ไปรับงานจากหน่วยงานที่ตนกำกับดูแล ป.ป.ช. มองข้ามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้ไม่วินิจฉัยให้ชัดเจน

นายสาทิตย์ยืนยันว่า ฝ่ายกฎหมายอย่างตนและนายราเมศ รัตนชะเวง จะช่วยพรรคประชาชนร่างคำร้องให้สมบูรณ์แบบ เพื่อให้เกิดความกระจ่างต่อสังคม

หนุนแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 236

พรรคประชาธิปัตย์ยังมีมติสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 236 ด้วย เพราะปัจจุบันประธานรัฐสภาสามารถใช้อำนาจดุลยพินิจได้ หากไม่เป็นกลางอาจชะลอเรื่องได้ เหมือนกรณีในอดีต การแก้ไขจะทำให้การตรวจสอบองค์กรอิสระโปร่งใสยิ่งขึ้น ไม่ต้องพึ่งดุลยพินิจบุคคล

เมื่อถูกถามว่าเป็นการฟอกขาวให้ศักดิ์สยามหรือไม่ นายสาทิตย์ตอบว่า เป็นข้อสงสัยของสังคม พรรคที่ยึดมั่นการเมืองสุจริตจึงใช้ช่องทางกฎหมายให้เกิดความชัดเจน

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของประชาธิปัตย์ แสดงให้เห็นถึงบทบาทฝ่ายค้านที่แท้จริงในการคานอำนาจ แม้จะไม่ใช่พรรคใหญ่สุด แต่ความเด็ดเดี่ยวในการตรวจสอบย่อมสร้างความน่าเชื่อถือให้ประชาชน ในยุคที่องค์กรอิสระถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นกลางบ่อยๆ ความโปร่งใสคือกุญแจสำคัญของประชาธิปไตยไทย

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? มันจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยครับ และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้ข่าวสารแพร่กระจาย!

ที่มา – ประชาธิปัตย์ ร่วมลงชื่อ “พรรคประชาชน” ตั้ง กก.ไต่สวนอิสระ สอบ “ป.ป.ช.” ปมตีตกคดี “ศักดิ์สยาม”

นายกรัฐมนตรี กราบมุทิตาสักการะ พระราชวัชรธรรมโฆษิต

นายกรัฐมนตรี กราบมุทิตาสักการะ พระราชวัชรธรรมโฆษิต เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความประทับใจให้กับพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 ก่อนเข้าร่วมประชุมพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้แวะเวียนมายังวัดระฆังโฆษิตาราม วรมหาวิหาร ในกรุงเทพมหานคร เพื่อแสดงความยินดีและกราบมุทิตาสักการะพระราชวัชรธรรมโฆษิต (วัชระ ภทฺทธมฺโม) หลังจากได้รับพระราชทานโปรดเกล้าฯ เลื่อนสมณศักดิ์ชั้นราช

นายกรัฐมนตรี กราบมุทิตาสักการะ พระราชวัชรธรรมโฆษิต อย่างเรียบง่าย

ในพิธีกราบสักการะครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ถวายปัจจัยและเครื่องสักการะ พร้อมแสดงความยินดีอย่างจริงใจ ท่ามกลางบรรยากาศที่สงบเรียบร้อย สะท้อนถึงความเคารพและศรัทธาที่ลึกซึ้งต่อพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์ การสนทนาธรรมที่ใกล้ชิดระหว่างนายกรัฐมนตรีกับพระราชวัชรธรรมโฆษิต ยังเป็นเครื่องยืนยันถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้นำทางการเมืองกับพระสงฆ์ผู้เจริญรุ่งเรืองในพระธรรมวินัย

ความสำคัญของการเลื่อนสมณศักดิ์ชั้นราช

การได้รับพระราชทานโปรดเกล้าฯ เลื่อนสมณศักดิ์ชั้นราช ถือเป็นเกียรติยศสูงสุดสำหรับพระภิกษุผู้มีคุณงามความดี มีผลงานด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา และได้รับการยอมรับจากพุทธศาสนิกชน พระราชวัชรธรรมโฆษิต เป็นพระสงฆ์รูปหนึ่งที่ปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัด และมีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยผ่านทางวัดระฆังโฆษิตารามวรมหาวิหาร ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน

วัดระฆังโฆษิตารามวรมหาวิหาร เป็นวัดสำคัญในกรุงเทพฯ ที่รู้จักกันดีในนามวัดของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมที่พุทธศาสนิกชนให้ความเคารพ นอกจากนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์หลายองค์ ทำให้เป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน

  • ประวัติวัดระฆัง: สร้างขึ้นในสมัยอยุธยา มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์
  • พระราชวัชรธรรมโฆษิต: ผู้มีคุณูปการด้านการเทศน์สอนธรรม
  • นายกรัฐมนตรีอนุทิน: แสดงศรัทธาต่อพระพุทธศาสนาอย่างสม่ำเสมอ
  • เหตุการณ์นี้: สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้นำรุ่นใหม่

เหตุการณ์ นายกรัฐมนตรี กราบมุทิตาสักการะ พระราชวัชรธรรมโฆษิต ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงความยินดีส่วนตัว แต่ยังเป็นสัญญาณของความสามัคคีระหว่างรัฐบาลและคณะสงฆ์ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของสังคมไทย ในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว การที่ผู้นำประเทศให้ความสำคัญกับศาสนาและประเพณี จะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงให้กับชาติได้อย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ การเยี่ยมเยือนวัดระฆังครั้งนี้ ยังเกิดขึ้นก่อนการประชุมพรรคภูมิใจไทยประจำสัปดาห์ แสดงให้เห็นว่านายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับเรื่องจิตใจและศีลธรรมก่อนการเมือง ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับประชาชนทุกคน

บทเรียนจากเหตุการณ์นี้

จากเหตุการณ์ดังกล่าว เราสามารถเรียนรู้ได้หลายประการ เช่น ความสำคัญของการถ่อมตนและเคารพผู้ใหญ่ทางธรรม การรักษาศีลธรรมท่ามกลางหน้าที่การเมือง และคุณค่าของวัดในฐานะศูนย์กลางชุมชน หากทุกคนนำหลักธรรมไปปฏิบัติ ประเทศไทยจะยิ่งเจริญรุ่งเรือง

ในฐานะนักข่าวและนักเขียน สิ่งนี้ทำให้ผมเชื่อมั่นว่าศรัทธาทางศาสนาจะเป็นพลังขับเคลื่อนสังคมไทยให้ก้าวไปข้างหน้า หากคุณสนใจข่าวสารด้านการเมืองและศาสนา ติดตามเว็บไซต์ของเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด และอย่าลืมแบ่งปันบทความนี้ให้เพื่อนๆ เพื่อเผยแพร่คุณค่าดีๆ

ที่มา – นายกรัฐมนตรี กราบมุทิตาสักการะ พระราชวัชรธรรมโฆษิต

รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ สอนมวย “ศุภจี” ขายทุเรียนลูกละ 100

กระแสวิจารณ์คอนเทนต์ขายทุเรียนลูกละ 100 บาทของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กำลังเป็นประเด็นร้อนในโซเชียลมีเดีย ชาวสวนทุเรียนทั่วประเทศต่างทัวร์ลงอย่างหนัก เพราะราคาดังกล่าวต่ำเกินจริง สร้างผลกระทบต่อราคาตลาดและกำลังใจของเกษตรกร ล่าสุด รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ สอนมวย “ศุภจี” โดยนายพศิน ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจน เรียกร้องให้รัฐบาลเลิกมุ่งทำคอนเทนต์การตลาด แต่หันมาแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างแทน เพื่อให้เกษตรกรไทยมีรายได้ที่ยั่งยืน

รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ สอนมวย “ศุภจี”

เมื่อเวลา 16.50 น. วันที่ 28 เมษายน 2567 ที่สำนักงานพรรคประชาธิปัตย์ นายพศิน ปิตุเตชะ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ตนยินดีที่ผู้บริหารระดับสูงลงพื้นที่รับฟังปัญหาผลไม้ราคาตกต่ำ ซึ่งตนเคยยื่นญัตติขอตั้งกรรมาธิการวิสามัญในสภาผู้แทนราษฎรเพื่อแก้ไขปัญหานี้ แต่สิ่งที่น่ากังวลคือการสื่อสารผ่านคอนเทนต์ออนไลน์ที่ชี้นำราคาทุเรียนลูกละ 100 บาท ซึ่งขัดแย้งกับความเป็นจริงของทุเรียนภาคตะวันออกที่เป็นเกรดพรีเมียม ต้นทุนการผลิตสูงมาก ราคาตลาดจริงอยู่ที่กิโลกรัมละ 100-200 บาท การนำเสนอราคาต่ำเกินจริงทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด สร้างแรงกดดันทางจิตวิทยาต่อกลไกตลาด และส่งผลเสียต่อเกษตรกรในระยะยาว

รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ สอนมวย “ศุภจี” ย้ำว่าชาวสวนทุเรียนรักผลผลิตเหมือนลูก ต้องเฝ้าดูแลอย่างหนักหน่วงตลอดปี ลำพังค่าปุ๋ย ค่ายา และค่าแรง ก็แทบไม่คุ้มทุนแล้ว การที่รัฐมนตรีเข้าร่วมเฟรมขายในราคานั้น ยิ่งทำให้เกษตรกรรู้สึกไม่ได้รับการสนับสนุน รัฐบาลควรสื่อสารด้วยความเข้าใจหัวอกเกษตรกรจริงๆ มากกว่าการทำคอนเทนต์เพื่อภาพลักษณ์

ผลกระทบจากการขายทุเรียนลูกละ 100 บาท

ทุเรียนไทยเป็นผลไม้เศรษฐกิจหลัก โดยเฉพาะการส่งออกไปจีนและประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งต้องรักษามาตรฐานคุณภาพสูงเพื่อแข่งขันในตลาดโลก แต่คอนเทนต์ดังกล่าวทำให้เกิดความสับสน เกษตรกรหลายรายเปิดเผยว่าทุเรียนลูกใหญ่หนัก 3-5 กิโลกรัม หากขายลูกละ 100 บาท เท่ากับกิโลกรัมละ 20-30 บาท ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนการผลิตจริงหลายเท่า ปัญหานี้ไม่เพียงทำให้ราคาตก แต่ยังลดขวัญกำลังใจเกษตรกรให้เลิกปลูกหรือลดคุณภาพผลผลิต สุดท้ายผู้บริโภคไทยก็ได้รับทุเรียนด้อยคุณภาพเช่นกัน

ข้อเสนอแนะ 3 ด้านเพื่อแก้ปัญหาทุเรียนอย่างยั่งยืน

รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์เสนอแนวทางเชิงโครงสร้าง 3 ด้านหลัก เพื่อสร้างรอยยิ้มให้เกษตรกร โดยไม่ใช่แค่การโปรโมตชั่วคราว แต่เป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน ดังนี้

  • การควบคุมคุณภาพ: รัฐบาลต้องเข้มงวดมาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practice) และ GMP (Good Manufacturing Practice) เพื่อให้ทุเรียนไทยรักษาตำแหน่งพรีเมียมในตลาดโลก การรับรองมาตรฐานเหล่านี้จะช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าและเปิดตลาดใหม่ๆ ได้มากขึ้น
  • การจัดการทรัพยากร: เร่งบริหารจัดการน้ำชลประทานให้มีประสิทธิภาพ ลดปัญหาภัยแล้งที่กระทบการผลิต และแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินให้เกษตรกรมีเอกสารสิทธิ์ชัดเจน เพื่อความมั่นคงในการลงทุนระยะยาว
  • การลดต้นทุน: ควบคุมราคาปุ๋ย ยาฆ่าแมลง และปัจจัยการผลิตอื่นๆ ที่เกษตรกรแบกรับหนัก สนับสนุนโครงการลดต้นทุนผ่านเทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่ เช่น ระบบน้ำหยดอัตโนมัติ เพื่อให้ชาวสวนมีกำไรที่แท้จริง

มุมมองต่อการสื่อสารของรัฐบาล

แม้การทำคอนเทนต์เพื่อโปรโมตสินค้าเกษตรจะเป็นเรื่องดี แต่ต้องตั้งบนพื้นฐานความจริง ไม่อย่างนั้นจะย้อนศรให้เกษตรกรเดือดร้อน รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์และรัฐบาลหันมาโฟกัสปัญหาหลักเหล่านี้ เพื่อให้อุตสาหกรรมทุเรียนไทยเติบโตอย่างมั่นคง

ในมุมมองของผู้เขียน การวิจารณ์ครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนว่ารัฐบาลต้องใกล้ชิดเกษตรกรมากขึ้น แทนที่จะใช้โซเชียลมีเดียแก้ปัญหาเฉพาะหน้า สุดท้ายเกษตรกรคือหัวใจของเศรษฐกิจไทย หากพวกเขายิ้มได้ ประเทศเราก็แข็งแกร่ง คุณคิดอย่างไรกับประเด็นนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง!

ที่มา – รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ สอนมวย “ศุภจี” อย่ามุ่งแต่ทำคอนเทนต์เน้นการตลาด ขายทุเรียนลูกละ 100

พรรคประชาธิปัตย์ เปิด “คลินิกกฎหมายทนายอาสา” บริการฟรี 4 ภาค

พรรคประชาธิปัตย์ เปิด “คลินิกกฎหมายทนายอาสา” บริการฟรี 4 ภาค

พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้ประกาศเปิดตัวโครงการสุดยอดที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างแท้จริง นั่นคือ พรรคประชาธิปัตย์ เปิด “คลินิกกฎหมายทนายอาสา” บริการฟรี 4 ภาค เพื่อให้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศได้รับการปรึกษากฎหมายฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแม้แต่บาทเดียว โครงการนี้เกิดจากแนวคิดของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ที่มอบหมายให้นายชัยชนะ เดโช ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคดูแลพื้นที่ภาคใต้ เป็นผู้รับผิดชอบหลัก

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 หลังการประชุม ส.ส. พรรคประจำสัปดาห์ นายชัยชนะได้เปิดเผยรายละเอียดโครงการนี้ โดยจะเริ่มคิกออฟพื้นที่แรกที่จังหวัดพังงาในภาคใต้ ก่อนขยายไปครบทั้ง 4 ภาคทั่วประเทศ ทนายอาสาที่เข้าร่วมมีถึง 30 คนแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย และจะหมุนเวียนลงพื้นที่ทุกสัปดาห์ ณ สาขาพรรคในแต่ละจังหวัด

บริการอะไรบ้างในคลินิกกฎหมายทนายอาสา

คลินิกกฎหมายทนายอาสานี้ครอบคลุมการปรึกษาคดีหลากหลายประเภท เช่น กฎหมายที่ดิน กฎหมายอาญา กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยเฉพาะปัญหาที่ประชาชนถูกเอารัดเอาเปรียบจากหน่วยงานราชการ แก๊งสแกมเมอร์ หรือคอลเซ็นเตอร์ที่หลอกลวงทรัพย์สิน นายชัยชนะย้ำว่า โครงการนี้มุ่ง “ติดอาวุธทางปัญญา” ให้ประชาชน รู้เท่าทันกฎหมาย เพื่อต่อสู้เรียกร้องความยุติธรรมได้ด้วยตัวเอง

ยกตัวอย่างกรณีถูกแก๊งสแกมหลอกเงิน ประชาชนทั่วไปอาจไม่รู้ว่าต้องแจ้งข้อมูลกับหน่วยงาน AOT เพื่อรับเลขคดีก่อน แล้วค่อยนำไปแจ้งความที่สถานีตำรวจในพื้นที่ ทนายอาสาจะช่วยอธิบายขั้นตอนเหล่านี้ให้ชัดเจน ทำให้ประชาชนไม่ถูกเอาเปรียบอีกต่อไป นอกจากนี้ ยังให้ความรู้เรื่องหลักนิติรัฐและนิติธรรม ซึ่งเป็นที่พึ่งพาที่หายากในยุคปัจจุบัน

ประโยชน์ของโครงการคลินิกกฎหมายฟรีจากพรรคประชาธิปัตย์

  • บริการฟรี 100%: ไม่มีค่าใช้จ่าย เปิดให้ทุกคนเข้าถึงได้
  • ครอบคลุม 4 ภาค: ลงพื้นที่สาขาพรรคทุกจังหวัด หมุนเวียนทีมทนายอาสา
  • เชี่ยวชาญเฉพาะทาง: จัดการปัญหายอดฮิตอย่างสแกม ที่ดิน และคดีแพ่ง
  • ติดอาวุธทางกฎหมาย: สอนประชาชนให้รู้จักสิทธิ เพื่อป้องกันตัวเองในอนาคต

โครงการนี้ไม่ใช่แค่ช่วยคดี แต่ยังเสริมสร้างความรู้ให้ประชาชนรู้เท่าทันระบบยุติธรรมที่ซับซ้อน ปัจจุบันที่พึ่งทางกฎหมายสำหรับคนทั่วไปน้อยมาก แต่ด้วย พรรคประชาธิปัตย์ เปิด “คลินิกกฎหมายทนายอาสา” บริการฟรี 4 ภาค จะเปลี่ยนแปลงสิ่งนั้นได้อย่างแน่นอน

นอกจากนี้ พรรคยังวางแผนขยายทีมทนายอาสาให้มากขึ้น เพื่อรองรับความต้องการที่คาดว่าจะถาโถมจากประชาชนทั่วประเทศ หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีปัญหากฎหมาย ลองติดต่อสาขาพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่ได้เลย โอกาสดีๆ แบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆ

ในมุมมองของผู้เขียน โครงการนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคประชาธิปัตย์ในการยึดมั่นหลักประชาธิปไตยและนิติธรรม สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่ามีพรรคการเมืองที่ใส่ใจปัญหาจริงๆ ไม่ใช่แค่พูดเล่นๆ หากคุณสนใจ สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมหรือเข้าร่วมปรึกษาได้ที่สาขาพรรคใกล้บ้าน เพื่อปกป้องสิทธิของคุณวันนี้!

ที่มา – พรรคประชาธิปัตย์ เปิด “คลินิกกฎหมายทนายอาสา” บริการฟรี 4 ภาค

“ธรรมนัส” ลั่น ไม่ใช่ฝ่ายแค้น-ฝ่ายคอย มีศักดิ์ศรี

“ธรรมนัส” ลั่น ไม่ใช่ฝ่ายแค้น-ฝ่ายคอย มีศักดิ์ศรีนักการเมือง ขอเดินหน้าฝ่ายค้านเต็มที่ คำพูดสุดแซ่บจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรมคนใหม่ ที่เพิ่งขึ้นเวทีประกาศกร้าวหลังได้รับตำแหน่ง เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 ที่โรงแรมโกลเดน ทิวลิป ซอฟเฟอริน กรุงเทพฯ วันนี้เรามาชำแหละคำแถลงที่สร้างความฮือฮาในวงการการเมืองไทยกันเลย

ธรรมนัส ลั่น ไม่ใช่ฝ่ายแค้น-ฝ่ายคอย

หลังจากนั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรคกล้าธรรมคนใหม่ “ธรรมนัส ลั่น ไม่ใช่ฝ่ายแค้น-ฝ่ายคอย” โดยย้ำชัดว่าพรรคไม่ได้มาด้วยความแค้นเคืองส่วนตัว แต่มาด้วยศักดิ์ศรีของนักการเมืองตัวจริง เขาพูดถึงการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารพรรคชุดใหม่ 21 คน ที่ผ่านการรับรองจาก กกต. อย่างถูกต้อง และบอกว่าทุกคนคือครอบครัวพี่น้อง ไม่มีบ่าวไพร่ ไม่มีเผด็จการตัดสินใจคนเดียว

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคชุดเก่าที่ทำหน้าที่มานานกว่า 2 ปี ก็ไม่ได้ถูกตำหนิ แต่เป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับธรรมนัสในการนำทัพ สร้างพรรคให้เป็นความหวังของคนไทยในฐานะ ส.ส. ที่เข้มแข็ง

ศักดิ์ศรีนักการเมือง ขอเดินหน้าฝ่ายค้านเต็มที่

ย้อนดูผลเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคกล้าธรรมได้ ส.ส. เขต 56 เขต แม้ถูกโจมตีหนัก แต่รอดมาได้แบบบอบช้ำ ถ้ามีเวลาหาเสียงมากกว่า 28 วัน คาดว่าทะลุ 100 ที่นั่งแน่นอน! แถมยังมีคะแนนสำรองอีกเพียบ ถ้าเจาะลึกเข้าไป

สิ่งที่ภูมิใจที่สุดคือบทบาทฝ่ายค้าน ส.ส. หน้าใหม่หลายคนกลายเป็นดาวสภา พูดมีหลักการ จังหวะดี แม้ธรรมนัสจะเคยอยู่ฝ่ายบริหารมานานตั้งแต่ปี 2562 แต่ยืนยันว่านักการเมืองต้องถนัดทุกด้าน โดยเฉพาะการตรวจสอบรัฐบาลในยุคเศรษฐกิจย่ำแย่ ภัยธรรมชาติ ภัยมนุษย์ สงคราม

รัฐบาลควรทำอะไร ไม่ควรทำอะไร พรรคจะนำเสนอชัดเจน ถ้าไม่ฟังก็อภิปรายไม่ไว้วางใจทันที แต่ “ธรรมนัส ลั่น ไม่ใช่ฝ่ายแค้น-ฝ่ายคอย” ชัดๆ ไม่เอาส่วนตัว ไม่แค้นเก่า ไม่รอคอยเฉยๆ แต่ทำหน้าที่เต็มที่เพื่อประชาชน

  • ไม่ใช้ความแค้นส่วนตัวเป็นเงื่อนไข
  • มีศักดิ์ศรีนักการเมืองที่แท้จริง
  • ตรวจสอบรัฐบาลอย่างมีหลักการ
  • นำเสนอทางออกเศรษฐกิจและปัญหาประชาชน

ธรรมนัสยังเล่าถึงการสู้แบบสุดตัว ยามลูกน้องสู้ก็สู้ให้ชนะ ไม่เคยทำให้ผิดหวัง และเชิญชวน ส.ส. จากพรรคอื่นมาร่วมครอบครัวกล้าธรรม เพื่อเพิ่มจำนวน ส.ส. สูงสุด ตอบโจทย์ประชาชนมากที่สุด

พิธีรดน้ำดำหัวจากผู้สูงอายุที่มาร่วมยินดี ยังแสดงถึงความผูกพัน พ่อแม่ผู้ใหญ่ใจดีไปหาเสียงทุกที่ ทำให้ได้ ส.ส. 58 เสียงจากความรักเคารพซึ่งกันและกัน ประเพณีปีใหม่ไทย “สูมาคารวะ” แบบเหนือ สวยงาม ขอพรให้สุขภาพดี มีความสุข โชคดี

สุดท้าย ธรรมนัสขอบคุณทุกคน และกลุ่มผู้สูงอายุอวยให้เป็นนายกฯ ในอนาคต! การเมืองไทยกำลังเข้มข้น ฝ่ายค้านอย่างพรรคกล้าธรรมจะเป็นกระบอกเสียงประชาชนได้ดีแค่ไหน รอติดตาม

คุณคิดอย่างไรกับคำประกาศ “ธรรมนัส ลั่น ไม่ใช่ฝ่ายแค้น-ฝ่ายคอย” นี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และกดแชร์เพื่อให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะ สนับสนุนการเมืองที่โปร่งใส มีศักดิ์ศรีกันเถอะ!

ที่มา – “ธรรมนัส” ลั่น ไม่ใช่ฝ่ายแค้น-ฝ่ายคอย มีศักดิ์ศรีนักการเมือง ขอเดินหน้าฝ่ายค้านเต็มที่

แบกไม่ไหว! แอร์เอเชียลดเที่ยวบิน 30% พ.ค.-มิ.ย. 69

แอร์เอเชียลดเที่ยวบิน 30% ในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2569 สร้างความฮือฮาให้กับนักเดินทางทั้งในและต่างประเทศ หลังจากที่สายการบินไทยแอร์เอเชียประกาศปรับลดจำนวนเที่ยวบินลงอย่างหนัก เนื่องจากแบกต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงกว่า 3 เท่าไม่ไหว บวกกับเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซั่นที่ผู้โดยสารลดลง ส่งผลให้ต้องระงับเส้นทางบินสู่อินเดียชั่วคราว และปรับโครงสร้างเส้นทางที่สนามบินสุวรรณภูมิให้เล็กลง แต่ฐานที่มั่นดอนเมืองยังคงให้บริการครบทุกเส้นทางตามปกติ

นายไพรัชล์ พรพัฒนนางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไทยแอร์เอเชีย เปิดเผยว่า การตัดสินใจแอร์เอเชียลดเที่ยวบิน 30%ครั้งนี้เป็นมาตรการที่จำเป็นเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ ท่ามกลางราคาน้ำมันที่แพงสุดขีดและดีมานด์การเดินทางที่ชะลอตัว สายการบินโลว์คอสอย่างแอร์เอเชียได้พยายามควบคุมต้นทุนมาอย่างต่อเนื่อง แต่สุดท้ายก็ต้องลดความถี่เที่ยวบินและยกเลิกเส้นทางที่ไม่ทำกำไร เพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงิน

แอร์เอเชียลดเที่ยวบิน 30%: สาเหตุหลักจากราคาน้ำมันพุ่ง

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดแอร์เอเชียลดเที่ยวบิน 30%มาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน (Jet A-1) ที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 3 เท่าจากช่วงปกติ นอกจากนี้ ช่วงกลางปียังเป็น low season ที่ผู้โดยสารเดินทางน้อยลงตามฤดูกาล สายการบินจึงไม่สามารถขึ้นราคาตั๋วได้มากนักเพราะแข่งขันสูง เมื่อ cabin factor หรืออัตราการบรรทุกผู้โดยสารลดลง ก็ต้องปรับแผนให้เล็กลงเพื่อไม่ให้ขาดทุนหนัก

ที่ผ่านมา แอร์เอเชียพยายามบริหารจัดการด้วยการ optimize เส้นทาง ลดค่าใช้จ่ายปฏิบัติการ และเจรจากับผู้ให้บริการสนามบิน แต่สถานการณ์โลกที่ไม่แน่นอนทั้งสงครามยูเครน โควิดรอบใหม่ และเงินเฟ้อ ทำให้ต้นทุนทะลัก ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมการบินไทยทั้งหมด

เส้นทางบินที่ได้รับผลกระทบจากการแอร์เอเชียลดเที่ยวบิน 30%

เพื่อรักษาที่นั่งให้เพียงพอต่อความต้องการ สายการบินได้ปรับแผนดังนี้:

  • เส้นทางสุวรรณภูมิ (BKK): ลดตารางบินลงเหลือเฉพาะเส้นตรงสำคัญอย่าง สุวรรณภูมิ-เชียงใหม่ และสุวรรณภูมิ-ภูเก็ต ในพฤษภาคม-มิถุนายนเท่านั้น เส้นอื่นๆ ถูกระงับชั่วคราว
  • เส้นทางดอนเมือง (DMK): ยังคงครบทุกเส้นทางภายในประเทศ แต่ปรับความถี่ให้เหมาะกับดีมานด์ ลดความเสี่ยง over capacity
  • เส้นทางระหว่างประเทศ: ระงับบินอินเดียทั้งหมดเพราะต้นทุนสูงและแข่งขันดุเดือด ตลาดจีน เอเชียตะวันออก และอาเซียนยังคงบินต่อแต่ลดลงบ้าง

ผู้โดยสารที่จองตั๋วไปอินเดียหรือเส้นสุวรรณภูมิอื่นๆ ควรเช็คสถานะการบินทันที ทางแอร์เอเชียจะช่วยจัดการเปลี่ยนเที่ยวบินหรือคืนเงินตามนโยบาย

ผลกระทบต่อนักเดินทางและทางเลือกอื่นๆ

การแอร์เอเชียลดเที่ยวบิน 30%อาจทำให้ตั๋วเครื่องบินราคาถูกหายากขึ้นในช่วงนี้ โดยเฉพาะเส้นยอดนิยมอย่างภูเก็ตหรือเชียงใหม่ นักท่องเที่ยวต่างชาติที่วางแผนมาไทยอาจหันไปใช้สนามบินดอนเมืองแทน ซึ่งยังมีเที่ยวบินเยอะ สายการบินคู่แข่งอย่างนกแอร์ สายการบินไทย และไลออนแอร์ อาจได้ประโยชน์โดยเพิ่มที่นั่งในช่วงนี้

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นแค่การปรับชั่วคราว แอร์เอชีติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกและการท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด หากราคาน้ำมันลงและนักท่องเที่ยวกลับมา สายการบินพร้อมเพิ่มเที่ยวบินทันที นี่แสดงถึงความยืดหยุ่นของธุรกิจโลว์คอสที่ปรับตัวไว

คำแนะนำสำหรับผู้โดยสารในช่วงแอร์เอเชียลดเที่ยวบิน 30%

  • เช็คเว็บไซต์หรือแอปแอร์เอเชียล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์
  • พิจารณาเปลี่ยนฐานบินเป็นดอนเมืองเพื่อตัวเลือกมากขึ้น
  • จองตั๋วโปรโมชั่นล่วงหน้าเพื่อล็อคราคาถูก
  • ติดตามข่าวสารการบินและราคาน้ำมันเพื่อวางแผนใหม่

ในมุมมองของเรา การตัดสินใจนี้เป็นกลยุทธ์ฉลาดที่ช่วยให้แอร์เอเชียรอดพ้นวิกฤต และกลับมาบินเต็มสูบใน high season ได้ หากคุณมีแผนเดินทางช่วงนี้ อย่าลืมเช็คตารางบินและจองล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงความผิดหวัง พร้อมติดตามอัปเดตข่าวสายการบินจากเรา!

ที่มา – แบกไม่ไหว! แอร์เอเชียลดเที่ยวบิน 30% พ.ค.-มิ.ย. 69 ระงับบินอินเดีย-ปรับรูทสุวรรณภูมิ