วัน: 25 มิถุนายน 2026

ตารางแข่งขันแชมเปี้ยนชิพ 2026/27: คู่มือครบทุกสโมสร

ตารางแข่งขันแชมเปี้ยนชิพ 2026/27: คู่มือครบทุกสโมสร

ในที่สุด แฟนบอลที่รอคอยการกลับมาของฟุตบอลลีกรองที่เดือดที่สุดในโลกอย่างแชมเปี้ยนชิพก็สมหวังแล้ว เพราะตอนนี้ ตารางแข่งขันแชมเปี้ยนชิพ 2026/27 ได้ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว! เตรียมวางแผนการเดินทางและล็อคคิวเชียร์ทีมรักของคุณได้เลยตั้งแต่วันนี้ เพราะฤดูกาลใหม่นี้รับรองว่าเข้มข้นและมีเซอร์ไพรส์รอเราอยู่อย่างแน่นอน

ตารางแข่งขันแชมเปี้ยนชิพ 2026/27 ฉบับเต็มสำหรับทุกทีม

เราได้รวบรวมข้อมูลสำคัญเพื่อให้คุณไม่พลาดทุกวินาทีสำคัญ ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนคลับของทีมใหญ่อย่างเบิร์นลีย์, มิดเดิลสโบรห์ หรือทีมที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานอย่างพอร์ตสมัธ ทุกสโมสรต่างมีภารกิจสำคัญในการคว้าตั๋วเลื่อนชั้นขึ้นสู่พรีเมียร์ลีก คุณสามารถคลิกเข้าไปดูตารางแข่งขันของสโมสรที่คุณชื่นชอบได้ที่ด้านล่างนี้เลยครับ

เช็คตารางแข่งขันแชมเปี้ยนชิพ 2026/27 ของทีมรักคุณ

เพื่อให้คุณติดตามแมตช์สำคัญได้อย่างใกล้ชิด เราได้แบ่งลิงก์สำหรับตรวจสอบโปรแกรมของแต่ละสโมสรไว้ให้แล้ว เพื่อให้การเช็ค ตารางแข่งขันแชมเปี้ยนชิพ 2026/27 กลายเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน:

  • Birmingham City | Blackburn Rovers | Bolton Wanderers
  • Bristol City | Burnley | Cardiff City
  • Charlton Athletic | Derby County | Lincoln City
  • Middlesbrough | Millwall | Norwich City
  • Portsmouth | Preston North End | Queens Park Rangers
  • Sheffield United | Southampton | Stoke City
  • Swansea City | Watford | West Bromwich Albion
  • West Ham United | Wolverhampton Wanderers | Wrexham

ไม่ว่าทีมของคุณจะเริ่มต้นฤดูกาลด้วยความหวังในการลุ้นแชมป์ หรือต้องเร่งเก็บแต้มเพื่อหนีโซนตกชั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการสนับสนุนจากแฟนบอลอย่างคุณ การได้อ่านข่าวสารและเตรียมพร้อมก่อนเกมเตะจะช่วยเพิ่มอรรถรสในการรับชมได้อย่างมหาศาล แล้วมาร่วมลุ้นกันว่าทีมใดจะสามารถคว้าสิทธิ์เลื่อนชั้นไปโลดแล่นบนเวทีระดับสูงสุดได้สำเร็จในปีนี้ครับ! แล้วคุณล่ะครับ ปีนี้เชียร์ทีมไหนเป็นพิเศษ อย่าลืมเตรียมเสื้อแข่งตัวโปรดให้พร้อม เพราะแมตช์แรกใกล้เข้ามาถึงแล้ว

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

Burnley และ West Ham พบกันนัดเปิดสนาม Championship

Burnley และ West Ham พบกันนัดเปิดสนาม Championship

แฟนบอลเตรียมตัวให้พร้อม! ฤดูกาลใหม่ของฟุตบอลลีกรองอังกฤษกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด โดยมีไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การโคจรมาพบกันของสองทีมที่เพิ่งตกชั้นมาจากพรีเมียร์ลีกอย่าง Burnley และ West Ham จะพบกันในนัดเปิดสนาม Championship ซึ่งถือเป็นเกมบิ๊กแมตช์ที่น่าจับตามองในช่วงสุดสัปดาห์วันที่ 16 สิงหาคมนี้

Burnley และ West Ham จะพบกันในนัดเปิดสนาม Championship

การดวลแข้งกันของ Burnley และ West Ham ในนัดเปิดฤดูกาลถือเป็นเดิมพันที่สำคัญมากสำหรับทั้งคู่ เพราะหลังจากตกชั้นลงมา ต่างฝ่ายต่างต้องการกู้ชื่อเสียงและทำผลงานให้ดีที่สุดเพื่อคว้าสิทธิ์เลื่อนชั้นกลับสู่ลีกสูงสุดให้ได้ในทันที โดยเฉพาะ Burnley ที่แม้ว่าสถานการณ์การจัดการทีมจะยังมีความไม่แน่นอนอยู่บ้าง แต่การเปิดรังรับการมาเยือนของทีมใหญ่อย่างขุนค้อนถือเป็นบททดสอบเบื้องต้นที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

ความท้าทายหลังจาก Burnley และ West Ham จะพบกันในนัดเปิดสนาม Championship

ไม่เพียงแค่คู่นี้เท่านั้น ในสัปดาห์แรกของการแข่งขันยังมีคู่ที่น่าสนใจอีกมากมายที่พร้อมจะสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนบอลทั่วโลก อาทิเช่น Wolves ที่จะเปิดบ้านพบกับ Blackburn หรือการเจอกันของทีมน้องใหม่ Cardiff และ Wrexham ซึ่งบรรยากาศในลีกรองปีนี้ดูจะคึกคักและมีสีสันมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา

หากเรามองไปที่ภาพรวมของทั้งลีก จะเห็นได้ว่าภารกิจของเหล่าอดีตทีมพรีเมียร์ลีกนั้นไม่ง่ายเลย เพราะแต่ละทีมต่างต้องปรับตัวเข้ากับสไตล์การเล่นที่ดุดันของลีกนี้ให้ได้เร็วที่สุด นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องการปรับทัพใหม่ การนำเข้าผู้เล่นชื่อดัง และการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งผู้จัดการทีมที่เกิดขึ้นในหลายสโมสร ซึ่งจะส่งผลต่อรูปเกมไปตลอดทั้งฤดูกาลอย่างแน่นอน

สำหรับ Burnley แม้ว่าพวกเขาจะยังอยู่ระหว่างการตามหาผู้จัดการทีมคนใหม่ แต่หัวใจสำคัญคือความกระหายที่ต้องการจะกลับไปสู่ลีกสูงสุดอีกครั้ง West Ham เองภายใต้การคุมทีมของ Nuno Espirito Santo ก็ตั้งเป้าจะใช้ประสบการณ์จากการทำทีม Wolves ในอดีตมาประยุกต์ใช้เพื่อพาทีมขุนค้อนประสบความสำเร็จในแคมเปญนี้เช่นกัน

การที่ Burnley และ West Ham จะพบกันในนัดเปิดสนาม Championship จึงไม่ใช่วงเพียงแค่เกมฟุตบอล 90 นาที แต่มันคือการประกาศศักดาตั้งแต่วันแรกของฤดูกาลที่ยาวนาน แฟนบอลทุกคนห้ามพลาดชมแมตช์สำคัญที่อาจจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของทั้งสองทีมในระยะยาว เชื่อได้เลยว่านัดนี้ทั้งสองทีมจะใส่กันไม่ยั้งเพื่อคว้า 3 คะแนนเต็มประเดิมฤดูกาลใหม่

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

สรรเพชญ ผุดเรือนักเรียน-เรือแท็กซี่ แก้รถติดคลองภาษีเจริญ

สรรเพชญ ผุดเรือนักเรียน-เรือแท็กซี่ แก้รถติดคลองภาษีเจริญ

ใครที่ใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ คงเข้าใจดีว่าปัญหาการจราจรติดขัดนั้นบั่นทอนสุขภาพจิตและเวลาของเรามากแค่ไหน ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจจากกระทรวงคมนาคม โดยนายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เปิดเผยถึงโครงการนำร่องที่เรียกได้ว่าเป็นการรื้อฟื้นเสน่ห์และประสิทธิภาพของคมนาคมทางน้ำกลับมาอีกครั้ง นั่นคือ สรรเพชญ ผุดเรือนักเรียน-เรือแท็กซี่ แก้รถติดคลองภาษีเจริญ เพื่อสร้างทางเลือกการเดินทางให้กับนักเรียนและประชาชนในย่านฝั่งธนบุรี

แนวคิดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่มาจากการเล็งเห็นว่าการเดินทางในปัจจุบันผ่านถนนเส้นหลักและซอยย่อยนั้นเต็มไปด้วยความคับแคบ การใช้เรือจึงเป็นทางออกที่ช่วยลดเวลาการเดินทางและเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักเรียนได้เป็นอย่างดี เพราะโครงการนี้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะเชื่อมต่อสถานศึกษาได้ถึง 16 แห่งด้วยกัน

รายละเอียดเจาะลึกโครงการเรือนักเรียนและเรือแท็กซี่

สำหรับโครงการ สรรเพชญ ผุดเรือนักเรียน-เรือแท็กซี่ แก้รถติดคลองภาษีเจริญ จะแบ่งการทำงานออกเป็น 2 ส่วนหลัก เพื่อให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ดังนี้ครับ:

  • โครงการ School Boat (เรือนักเรียน): มุ่งเน้นการใช้กองเรือเดิมของกรุงเทพมหานครมาปรับปรุงใหม่ เพื่อรับ-ส่งนักเรียนให้ถึงที่หมายอย่างรวดเร็วและปลอดภัย ถือเป็นการแบ่งเบาภาระของผู้ปกครองไปได้มหาศาลครับ
  • โครงการ Taxi Boat (เรือแท็กซี่ส่งเสริมการท่องเที่ยว): นี่คือส่วนที่น่าตื่นเต้นที่สุด เพราะจะเป็นระบบเชื่อมต่อ ล้อ – ราง – เรือ โดยเริ่มต้นจากสถานีรถไฟฟ้าบางหว้า เชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่าง วัดปากน้ำภาษีเจริญ ตลาดพลู และตลาดน้ำคลองบางหลวง ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวและไปทำงานกลายเป็นเรื่องสนุกและไร้รอยต่อยิ่งขึ้น

ความพยายามของกระทรวงคมนาคมในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำว่าทางเลือกทางน้ำคือหัวใจสำคัญของเมืองที่เคยได้รับฉายาว่า “เวนิสตะวันออก” หากโครงการนี้นำร่องในคลองภาษีเจริญแล้วประสบความสำเร็จ เราอาจจะได้เห็นการขยายเครือข่ายไปยังคูคลองสายอื่นๆ ทั่วกรุงเทพฯ เพื่อแก้ปัญหาจราจรแบบยั่งยืน ต่อไปครับ

ในมุมมองของผม โครงการ สรรเพชญ ผุดเรือนักเรียน-เรือแท็กซี่ แก้รถติดคลองภาษีเจริญ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การหาพาหนะใหม่ แต่คือการใช้ศักยภาพของพื้นที่ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด หากระบบความปลอดภัยและตารางเดินเรือมีความแม่นยำ ผมเชื่อว่านี่จะเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ทำให้คนกรุงหันมาใช้ระบบขนส่งมวลชนทางน้ำมากขึ้นอย่างแน่นอนครับ

ที่มา – “สรรเพชญ” ผุด เรือนักเรียน-เรือแท็กซี่ นำร่องคลองภาษีเจริญ แก้ปัญหารถติดทั่วกรุง

ณัชกรณ์-ธนวัฒน์ ลุยหาเสียงโค้งสุดท้าย ขอคะแนน สก. ให้พรรคประชาธิปัตย์

ณัชกรณ์-ธนวัฒน์ ลุยหาเสียงโค้งสุดท้าย ขอคะแนน สก. ให้พรรคประชาธิปัตย์

บรรยากาศการเมืองระดับท้องถิ่นในกรุงเทพมหานครเริ่มทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของ ณัชกรณ์-ธนวัฒน์ ลุยหาเสียงโค้งสุดท้าย ขอคะแนน สก. ให้พรรคประชาธิปัตย์ ในเขตสวนหลวงและประเวศ ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากพี่น้องประชาชนที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ตัวเอง

ในส่วนของเขตสวนหลวง นายณัชกรณ์ เชิดชูกิจกุล หรือ “ทัต” ผู้สมัคร สก. หมายเลข 5 พรรคประชาธิปัตย์ ได้ลงพื้นที่อย่างหนักเพื่อพบปะพูดคุยกับชาวบ้าน พร้อมชูนโยบาย “การเมืองที่จริงใจ เริ่มต้นจากการรับฟัง” โดยเขาเชื่อว่าคนในพื้นที่คือผู้ที่เข้าใจปัญหาได้ดีที่สุด หน้าที่ของผู้แทนจึงไม่ใช่แค่การนำเสนอนโยบาย แต่คือการเป็นกระบอกเสียงที่พร้อมรับฟังและลงมือแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งเรื่องการจราจร ปัญหาสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยในแต่ละชุมชน

ก้าวสำคัญสู่การบริหารพื้นที่ด้วยความเข้าใจ

นอกจากนี้ การที่ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์อย่าง ณัชกรณ์-ธนวัฒน์ ลุยหาเสียงโค้งสุดท้าย ขอคะแนน สก. ให้พรรคประชาธิปัตย์ อย่างต่อเนื่องนั้น ยังเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงจุดยืนที่ต้องการทำงานร่วมกับประชาชนอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นหน้าใหม่หรือผู้มีประสบการณ์ ต่างก็มีความมุ่งมั่นที่จะนำพลังไอเดียของคนรุ่นใหม่ผสมผสานกับแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน เพื่อให้เขตสวนหลวงและเขตประเวศเป็นพื้นที่ที่น่าอยู่และยั่งยืนกว่าเดิม

ทางด้านนายธนวัฒน์ เชิดชูกิจกุล อดีต สก. เขตประเวศ ซึ่งเป็นผู้สมัครหมายเลข 5 ในพื้นที่เขตประเวศ ก็ยังคงเดินหน้าอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย แม้จะเป็นผู้ที่มีประสบการณ์โชกโชนแต่เจ้าตัวย้ำเสมอว่า การเมืองท้องถิ่นต้องไม่หยุดนิ่งและต้องปรับตัวตามความต้องการของคนรุ่นปัจจุบันอยู่เสมอ โดยบรรยากาศตลอดการลงพื้นที่เป็นไปอย่างอบอุ่น ได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชนในทุกซอยทุกชุมชน

  • นโยบายหลัก: เดินหน้าแก้ปัญหาจราจรและสิ่งแวดล้อม
  • จุดแข็ง: ประสบการณ์พื้นที่และการทำงานที่สัมผัสได้จริง
  • การมีส่วนร่วม: เน้นการรับฟังเสียงจากทุกกลุ่มคนในสังคม

โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งครั้งนี้ ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ประชาชนจะได้ตัดสินใจเลือกตัวแทนที่พร้อมจะทำงานเพื่อมวลชนอย่างจริงจัง การที่ ณัชกรณ์-ธนวัฒน์ ลุยหาเสียงโค้งสุดท้าย ขอคะแนน สก. ให้พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใช่เพียงแค่การขอโอกาสให้พรรคเท่านั้น แต่เป็นการขอโอกาสให้คนในเขตสวนหลวงและประเวศได้มีผู้แทนที่พร้อมรับฟังและขับเคลื่อนนโยบายจากมือคนในพื้นที่สู่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานครอย่างแท้จริง มาร่วมกันตัดสินใจเพื่ออนาคตของเขตที่เราพักอาศัยกันครับ

ที่มา – “ณัชกรณ์-ธนวัฒน์” ลุยหาเสียงโค้งสุดท้าย ขอคะแนน สก. ให้พรรคประชาธิปัตย์

เมาริซิโอ โปเช็ตติโน เปลี่ยนความคิดให้ทีมชาติสหรัฐฯ เชื่อว่าจะคว้าแชมป์โลกได้

เมาริซิโอ โปเช็ตติโน เปลี่ยนความคิดให้ทีมชาติสหรัฐฯ เชื่อว่าจะคว้าแชมป์โลกได้

เมื่อเมาริซิโอ โปเช็ตติโน ได้ออกมาเปรยเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาว่า ทีมชาติสหรัฐอเมริกาอาจก้าวขึ้นมาเป็นผู้ชนะในการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องไกลตัวและไม่มีใครเชื่อคำพูดของเขานัก แต่ในเวลานี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว เพราะ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน เปลี่ยนความคิดให้ทีมชาติสหรัฐฯ เชื่อว่าจะคว้าแชมป์โลกได้ จริงๆ ด้วยฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นและดุดันจนทั่วโลกต้องจับตามอง

เมาริซิโอ โปเช็ตติโน เปลี่ยนความคิดให้ทีมชาติสหรัฐฯ เชื่อว่าจะคว้าแชมป์โลกได้ อย่างไร?

หากย้อนกลับไปดูผลงานในอดีต ทีมชาติสหรัฐอเมริกามักจะเป็นเพียงม้านอกสายตาที่ไปได้ไกลที่สุดเพียงรอบ 16 ทีมสุดท้าย แต่ภายใต้การคุมทีมของอดีตผู้จัดการทีมท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ รายนี้ ทีมกลับแสดงผลงานที่เหนือความคาดหมาย ชนะรวดสองนัดในรอบแบ่งกลุ่ม ยิ่งไปกว่านั้น เขายังปลูกฝังจิตวิญญาณแห่งชัยชนะที่เคยขาดหายไป ให้กลายเป็นปรัชญาใหม่ที่ว่า “ทำไมจะเป็นเราไม่ได้?” (Why not us?)

สัมผัสสปิริตใหม่ที่เปลี่ยนไป

ทิม เวอาห์ กองหน้าตัวเก่งของทีมกล่าวว่า “โค้ชโปเช็ตติโนนำจิตวิญญาณแบบอเมริกาใต้ที่เราเคยขาดไปมาสู่ทีม เราเคยเป็นทีมที่ดูเป็นเด็กดีเกินไป แต่ตอนนี้เราเรียนรู้ที่จะเป็นฝ่ายรุกและกดดันคู่แข่งมากขึ้น มันสนุกและตื่นเต้นมาก” การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่เพียงแต่เกิดขึ้นในสนามเท่านั้น แต่ยังขยายไปถึงแฟนบอลทั่วประเทศที่กลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

การจัดการของเขายังแสดงให้เห็นผ่านวินัยและความเป็นมืออาชีพที่ไร้การเมืองภายในทีม เขาเข้ามาเพื่อผลลัพธ์คือชัยชนะเพียงอย่างเดียว ซึ่งทำให้เหล่าผู้สนับสนุนรู้สึกภูมิใจและพร้อมเดินหน้าเคียงข้างทีมไปจนถึงนัดชิงชนะเลิศ

  • ความเชื่อมั่น: ปลูกฝังคติพจน์ “Believe, Work, Compete” ไว้ตามผนังห้องทำงาน
  • ฟอร์มการเล่น: การผสมผสานดาวรุ่งเข้ากับนักเตะมากประสบการณ์จากยุโรป
  • ความเป็นหนึ่งเดียว: สร้างความสัมพันธ์ที่แนบแน่นระหว่างแฟนบอลกับทีม

ในท้ายที่สุด ไม่ว่าผลการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้จะจบลงอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน เปลี่ยนความคิดให้ทีมชาติสหรัฐฯ เชื่อว่าจะคว้าแชมป์โลกได้ และนั่นคือมรดกชิ้นสำคัญที่เขาทิ้งไว้ให้กับวงการฟุตบอลอเมริกัน แฟนบอลทุกคนต่างรอคอยว่าการเดินทางแห่งความฝันครั้งนี้จะสิ้นสุดที่การเป็นแชมป์หรือไม่ เพราะในขณะนี้คำถามที่อยู่ในใจทุกคนคือ “ทำไมจึงไม่เป็นพวกเขาที่เป็นแชมป์โลกในครั้งนี้?”

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“ภคมน” คาใจ มหาดไทยยังไม่ตั้งคณะกรรมการสอบ แชตไลน์ “ช่วยน้ำเงินด้วย”

“ภคมน” คาใจ มหาดไทยยังไม่ตั้งคณะกรรมการสอบ แชตไลน์ “ช่วยน้ำเงินด้วย”

เป็นประเด็นร้อนแรงในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.พรรคประชาชน ได้ตั้งกระทู้ถามถึงความโปร่งใสในกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะกรณีที่สังคมสงสัยอย่างหนักว่าทำไมรัฐบาลถึงยังนิ่งเฉยกับเรื่อง “ภคมน” คาใจ มหาดไทยยังไม่ตั้งคณะกรรมการสอบ แชตไลน์ “ช่วยน้ำเงินด้วย” ซึ่งดูเหมือนจะเป็นการปล่อยเกียร์ว่างในประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่

เบื้องลึกความสงสัยในระบบราชการไทย

นอกจากประเด็นแชตหลุด สส.ภคมนยังหยิบยกเรื่องการทุจริตสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่นขึ้นมาอภิปราย โดยระบุว่าเหตุใดกระทรวงจึงไม่มีการจัดการที่เด็ดขาดกับผู้เกี่ยวข้อง ทั้งที่หลักฐานเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ การที่ “ภคมน” คาใจ มหาดไทยยังไม่ตั้งคณะกรรมการสอบ แชตไลน์ “ช่วยน้ำเงินด้วย” ตอกย้ำให้เห็นว่า กระบวนการตรวจสอบภายในอาจมีปัญหาในเชิงโครงสร้างที่เอื้อต่อการปกป้องพวกพ้องเดียวกันเอง

  • การโยกย้ายข้าราชการใน จ.ภูเก็ต ที่ถูกมองว่าไม่เป็นธรรม
  • ข้อกังขาเรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่นมูลค่ามหาศาล
  • ความล่าช้าในการตั้งคณะกรรมการสอบสวนจริยธรรม

คำชี้แจงจากฝ่ายรัฐบาลและการตอบโต้

ทางด้าน นายวรศิษฐ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ชี้แจงว่าทุกเรื่องอยู่ในกระบวนการตรวจสอบ โดยมีการนำข้อมูลไปดำเนินการตามสายงานแล้ว พร้อมยืนยันว่าไม่มีการละเว้นใครแน่นอนหากพบการกระทำผิดจริง แม้ทางฝั่ง สส.ภคมน จะยังคงยืนยันว่าการไม่ตั้งคณะกรรมการสอบกรณี “ภคมน” คาใจ มหาดไทยยังไม่ตั้งคณะกรรมการสอบ แชตไลน์ “ช่วยน้ำเงินด้วย” นั้น สะท้อนถึงวุฒิภาวะและความกล้าหาญทางการเมืองที่ยังไม่เพียงพอต่อการกอบกู้ศรัทธาของประชาชน

ในฐานะประชาชน เราคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า กระทรวงมหาดไทยจะสามารถทลายกำแพงระบบอุปถัมภ์ที่หยั่งรากลึกนี้ได้จริงหรือไม่ หรือสุดท้ายแล้วเรื่องราวทั้งหมดจะจบลงด้วยการเงียบหายไปตามกาลเวลาดั่งเช่นหลายคดีที่ผ่านมา ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายจะถูกพิสูจน์ได้ก็ต่อเมื่อผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจ กล้าที่จะเอาผิดพวกพ้องของตนเองอย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่เพียงแค่การใช้คำพูดสวยหรูในสภาเท่านั้น

คมนาคมสั่งลุยซ้อมแผนฉุกเฉิน 22 แห่ง ยกระดับความปลอดภัยสนามบินภูมิภาค

เชื่อว่าเพื่อนๆ นักเดินทางหลายคนเวลาไปสนามบินอาจจะลืมคิดไปว่า เบื้องหลังความสะดวกสบายในการบินนั้นมีความเข้มข้นของการรักษาความปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา ล่าสุดมีข่าวดีที่สร้างความมั่นใจให้ผู้โดยสารทุกคน เมื่อคมนาคมสั่งลุยซ้อมแผนฉุกเฉิน 22 แห่ง ยกระดับความปลอดภัยสนามบินภูมิภาค เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

คมนาคมสั่งลุยซ้อมแผนฉุกเฉิน 22 แห่ง ยกระดับความปลอดภัยสนามบินภูมิภาค

นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เน้นย้ำชัดเจนว่า ความปลอดภัยคือหัวใจหลักของการเดินอากาศ โดยได้สั่งการให้กรมท่าอากาศยานจัดการซ้อมแผนฉุกเฉินแบบเต็มรูปแบบ โดยการดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำว่า คมนาคมสั่งลุยซ้อมแผนฉุกเฉิน 22 แห่ง ยกระดับความปลอดภัยสนามบินภูมิภาค ให้ได้มาตรฐานระดับสากล ไม่ว่าจะเป็นสนามบินขนาดเล็กหรือใหญ่ ทุกที่ต้องพร้อมดูแลชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างสูงสุด

เหตุผลที่ต้องซ้อมแผนฉุกเฉินใน 22 สนามบิน

การที่หน่วยงานรัฐให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพราะความไม่ประมาทคือสิ่งสำคัญที่สุด โดยการฝึกซ้อมนี้จะช่วยให้บุคลากรเกิดความชำนาญ ซึ่งนี่คือเหตุผลหลักว่าทำไมคมนาคมสั่งลุยซ้อมแผนฉุกเฉิน 22 แห่ง ยกระดับความปลอดภัยสนามบินภูมิภาค โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:

  • มาตรฐานระดับสากล: เป็นไปตามข้อกำหนดของ ICAO และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย
  • การบูรณาการหน่วยงาน: ดึงกำลังจากทั้งทหาร ตำรวจ ดับเพลิง และทีมแพทย์ในพื้นที่มาร่วมซ้อมเสมือนจริง
  • ความพร้อมของอุปกรณ์: ตรวจสอบระบบสื่อสาร ระบบกู้ภัย และระบบการจัดการภาวะวิกฤตให้ใช้งานได้จริง 100%

สำหรับการฝึกซ้อมนี้จะกระจายไปทั่วทุกภูมิภาค ทั้งสนามบินน่านนคร, ระนอง, สกลนคร, นครพนม, ลำปาง, ร้อยเอ็ด, เลย, ชุมพร, แม่สอด, นราธิวาส, แพร่, นครราชสีมา, กระบี่, สุราษฎร์ธานี, อุดรธานี, บุรีรัมย์, นครศรีธรรมราช, ขอนแก่น, ตรัง, อุบลราชธานี, ปาย และเพชรบูรณ์ ซึ่งแต่ละแห่งจะมีการจำลองสถานการณ์ที่แตกต่างกันไปตามบริบทพื้นที่เพื่อให้เกิดความรอบคอบที่สุด

ในฐานะผู้ใช้บริการสนามบิน เราก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นเยอะครับที่เห็นภาครัฐใส่ใจในรายละเอียดเรื่องความปลอดภัยขนาดนี้ การซ้อมแผนฉุกเฉินไม่ใช่แค่เรื่องของเจ้าหน้าที่เท่านั้น แต่เป็นเรื่องของความปลอดภัยของพวกเราทุกคนที่ต้องเดินทางผ่านสนามบินอยู่เป็นประจำ หากหน่วยงานมีการเตรียมพร้อมได้ดีขนาดนี้ ก็เชื่อว่าอุตสาหกรรมการบินของไทยจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งและปลอดภัยในระยะยาวอย่างแน่นอน

ที่มา – คมนาคมสั่งลุยซ้อมแผนฉุกเฉิน 22 แห่ง ยกระดับความปลอดภัยสนามบินภูมิภาค

ไชยชนกชูโมเดลความรับผิดชอบร่วมบนเวทีโลกสกัดภัยออนไลน์

ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลก้าวไกลไปอย่างรวดเร็ว ภัยคุกคามทางไซเบอร์ก็พัฒนาความซับซ้อนขึ้นตามไปด้วย ล่าสุด ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้นำเรื่องนี้ไปยกระดับเป็นวาระสำคัญในการประชุมระดับโลก ไชยชนกชูโมเดลความรับผิดชอบร่วมบนเวทีโลกสกัดภัยออนไลน์ ในการประชุม MWC Shanghai 2026 เพื่อแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยเอาจริงเอาจังกับการปราบปรามเหล่าสแกมเมอร์ที่คอยสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน

ไชยชนกชูโมเดลความรับผิดชอบร่วมบนเวทีโลกสกัดภัยออนไลน์

หัวใจสำคัญของแนวคิดที่รัฐมนตรีไชยชนกนำเสนอ คือการเปลี่ยนผ่านจากการทำงานแยกส่วน มาเป็น “ความรับผิดชอบร่วม” (Shared Responsibility) โดยมีเป้าหมายคือการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการเงิน และผู้ให้บริการโทรคมนาคม ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อให้การตอบสนองต่อภัยออนไลน์เป็นไปอย่างรวดเร็วที่สุด ซึ่งผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดในปัจจุบันคือระบบ AOC 1441 ที่ช่วยให้อายัดบัญชีม้าได้ภายใน 15 นาทีเท่านั้น

ทำไมความร่วมมือคือทางรอดเดียวในยุคดิจิทัล?

การที่ ไชยชนกชูโมเดลความรับผิดชอบร่วมบนเวทีโลกสกัดภัยออนไลน์ นั้นไม่ใช่แค่การประกาศนโยบาย แต่เป็นการสร้างแรงจูงใจให้ภาคธุรกิจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องหันมาจับมือกันอย่างจริงจัง ระบบที่สำคัญในการขับเคลื่อนครั้งนี้ประกอบด้วย:

  • ศูนย์ AOC 1441: ศูนย์กลางประสานงาน 24 ชม. ที่เปลี่ยนการอายัดบัญชีจากหลักชั่วโมงให้เหลือเพียง 15 นาที
  • กฎหมายสนับสนุน: การปรับปรุงข้อกฎหมายเพื่อให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลทำได้ง่ายขึ้นโดยไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัว
  • ความรับผิดชอบเชิงระบบ: กำหนดให้ผู้ให้บริการต่างๆ ต้องมีส่วนร่วมในการป้องกัน ไม่ใช่ผลักภาระให้ประชาชน
  • Digital Literacy: การสร้างภูมิคุ้มกันให้คนในสังคมโดยเฉพาะผู้สูงอายุ

นอกจากนี้ รัฐมนตรียังย้ำชัดว่าการป้องกันอาชญากรรมออนไลน์ไม่ใช่เรื่องที่ประเทศใดประเทศหนึ่งจะทำสำเร็จได้โดยลำพัง ภัยคุกคามเหล่านี้ไร้พรมแดน ดังนั้นการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติและองค์ความรู้ระหว่างประเทศจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ไทยพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างนิเวศดิจิทัลที่ปลอดภัยร่วมกับนานาชาติ เพื่อส่งเสริมความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจดิจิทัลให้ยั่งยืน

ในมุมมองของผู้เขียน การที่ประเทศไทยมีจุดยืนที่ชัดเจนบนเวทีโลกเช่นนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีมาก เพราะนอกจากจะช่วยลดความสูญเสียจากมิจฉาชีพแล้ว ยังเป็นการยกระดับความเชื่อมั่นของนักลงทุนและประชาชนทั่วไป ว่าเรามีรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการปกป้องสิทธิและทรัพย์สินของทุกคนอย่างแท้จริง การร่วมมือกันไม่เพียงแต่จะช่วยสกัดกั้นภัยไซเบอร์ แต่ยังเป็นการปูทางสู่สังคมดิจิทัลที่แข็งแกร่งกว่าเดิมครับ

ที่มา – “ไชยชนก” ชูโมเดล “ความรับผิดชอบร่วม” บนเวทีโลก ดึงทุกภาคส่วนสกัดภัยออนไลน์

เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 : “ชัชชาติ” มองปมถูกวิจารณ์

เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 : “ชัชชาติ” มองปมถูกวิจารณ์

การเมืองไทยช่วงโค้งสุดท้ายก่อนถึงวันหย่อนบัตร 28 มิถุนายนนี้ กลายเป็นที่จับตามองอย่างมาก โดยเฉพาะในประเด็น เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 : “ชัชชาติ” มองปมถูกวิจารณ์ เรื่องธรรมดาของคนทำงานมา 4 ปี ซึ่งถือเป็นมุมมองที่สะท้อนวุฒิภาวะของผู้นำที่ผ่านการลงมือทำจริงมาโดยตลอด

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้เผยถึงกลยุทธ์การหาเสียงในครั้งนี้ว่ายึดหลัก 3 ประการ ได้แก่ 1. คิดใหม่ 2. ต้องสนุก และ 3. ต้องสเกล สำหรับการ “คิดใหม่” คือการฉีกกฎเดิมๆ เช่น การลดการใช้ป้ายหาเสียงเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม ส่วนเรื่องความสนุกและการสร้างสรรค์ คือหัวใจสำคัญให้ทีมงานก้าวข้ามผ่านอุปสรรคไปได้ด้วยดี

มุมมองจากคนทำงานจริงสู่ เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 : “ชัชชาติ” มองปมถูกวิจารณ์

เมื่อถูกตั้งคำถามถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในช่วงโค้งสุดท้าย นายชัชชาติระบุว่าไม่รู้สึกเสียกำลังใจ เพราะเข้าใจดีว่าเมื่อลงมือทำงานย่อมต้องมีผลงานให้ถูกตรวจสอบหรือวิจารณ์ได้ ต่างจากผู้ที่อาจยังไม่เคยดำรงตำแหน่งนี้ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของการเมืองที่เขามองผ่านจุดนี้ไปได้แบบสบายๆ

แม้ว่าจะมีการโจมตีบ้าง แต่อีกมุมหนึ่งใน เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 : “ชัชชาติ” มองปมถูกวิจารณ์ ว่าเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการทำงานที่ต้องเดินหน้าต่อไป โดยเฉพาะเรื่องการต่อต้านคอร์รัปชันที่เขาภูมิใจว่า กทม. ไม่ติดรายชื่อหน่วยงานไม่โปร่งใส อีกทั้งยังแสดงความใจกว้างด้วยการเปิดรับนโยบายดีๆ จากผู้สมัครท่านอื่นมาปรับใช้เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของคนกรุงเทพฯ

โดยสรุปแล้ว นโยบายที่เขาเน้นย้ำคือการพัฒนาเศรษฐกิจทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กให้เติบโตไปพร้อมกัน เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้ชาวเมืองหลวง นี่คือภาพสะท้อนความคิดของนักบริหารที่เน้นผลงานมากกว่าการโต้ตอบกันไปมา

  • เน้นนโยบายเศรษฐกิจเมือง
  • การแก้ปัญหาทุจริตอย่างจริงจัง
  • การเปิดรับไอเดียใหม่ๆ สู่การพัฒนาเมืองในอนาคต

ในฐานะประชาชน เราควรพิจารณาจากผลงานและวิสัยทัศน์ที่ผ่านมามากกว่าคำพูดหาเสียงเพียงอย่างเดียว เพื่อให้ได้ผู้นำที่ใส่ใจการทำงานจริงต่อไป

ที่มา – เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 : “ชัชชาติ” มองปมถูกวิจารณ์ เรื่องธรรมดาของคนทำงานมา 4 ปี