วัน: 25 มิถุนายน 2026

ข่าวเศร้า! นักฟุตบอลฝรั่งเศสวัย 21 ปี เสียชีวิตจากการจมน้ำ

ข่าวเศร้า! นักฟุตบอลฝรั่งเศสวัย 21 ปี เสียชีวิตจากการจมน้ำ

โลกฟุตบอลต้องพบกับข่าวเศร้าอีกครั้ง เมื่อมีการรายงานข่าวสะเทือนใจว่า เคนโซ คีส์ (Kenzo Kies) นักฟุตบอลดาวรุ่งชาวฝรั่งเศสวัยเพียง 21 ปี ได้เสียชีวิตลงอย่างน่าสลดใจหลังจากเกิดเหตุจมน้ำในแม่น้ำโรน ประเทศฝรั่งเศส นับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของวงการลูกหนังแดนน้ำหอม

เหตุการณ์สลด นักฟุตบอลฝรั่งเศสวัย 21 ปี เสียชีวิตจากการจมน้ำ

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัดในฝรั่งเศส โดยอุณหภูมิพุ่งสูงถึง 40 องศาเซลเซียส คีส์และเพื่อนอีก 3 คนได้ตัดสินใจลงเล่นน้ำในแม่น้ำโรนใกล้กับเมืองลียงเพื่อคลายร้อน แต่โชคร้ายที่กระแสน้ำและเหตุการณ์ไม่คาดฝันทำให้เขาจมน้ำไป แม้เจ้าหน้าที่กู้ภัยจะเร่งเข้าช่วยเหลือเพื่อนทุกคนได้ แต่คีส์คือคนสุดท้ายที่ถูกค้นพบ และแม้จะถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลในอาการวิกฤต แต่สุดท้ายเขาก็จากไปอย่างไม่มีวันกลับ

ความทรงจำที่มีต่อ นักฟุตบอลฝรั่งเศสวัย 21 ปี เสียชีวิตจากการจมน้ำ

สำหรับประวัติของคีส์ เขาเป็นนักเตะที่มีอนาคตไกล เคยผ่านการเป็นเยาวชนของสโมสรยักษ์ใหญ่อย่างลียง และแซงต์ เอเตียน ก่อนจะย้ายมาร่วมทีมแก็งก็องเมื่อปีที่ผ่านมา โดยเขาเล่นให้กับทีมสำรองของสโมสร ทางสโมสรต้นสังกัดรวมไปถึงแซงต์ เอเตียน ได้ออกมาโพสต์ข้อความแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่าเขาเป็นนักเตะที่มีพรสวรรค์และเป็นที่รักของทุกคน

ทางแซงต์ เอเตียน ยังได้เปิดเผยว่าพวกเขากำลังวางแผนที่จะจัดกิจกรรมรำลึกถึงคีส์ที่สนามสตาด เชฟฟรัว-กีชาร์ ในช่วงต้นฤดูกาลหน้า เพื่อให้เกียรติและจดจำเขาในฐานะนักเตะและคนหนุ่มที่เปี่ยมไปด้วยอนาคต

บทสรุปและข้อควรระวัง: เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญของอากาศที่ร้อนจัดในช่วงนี้ ไม่เพียงแต่ในฝรั่งเศสที่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากอากาศร้อนและการจมน้ำจำนวนมากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ในทุกๆ ที่ การเล่นน้ำคลายร้อนต้องทำอย่างระมัดระวังที่สุด โดยเฉพาะในแหล่งน้ำธรรมชาติที่ไม่คุ้นเคย ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของคีส์และชาวแก็งก็องทุกคนกับความสูญเสียในครั้งนี้ด้วยครับ

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

โครงการชุมชนคาร์บอนต่ำ คลองสามวา ต้นแบบจัดการสิ่งแวดล้อม

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับการรักษ์โลกที่น่าสนใจมากมาเล่าให้ฟังกันครับ เมื่อเร็วๆ นี้ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ได้ลงพื้นที่ส่งมอบ โครงการชุมชนคาร์บอนต่ำ คลองสามวา ให้กับชาวบ้านในเขตคลองสามวา งานนี้บอกเลยว่าไม่ได้เป็นแค่โครงการธรรมดาๆ แต่เป็นต้นแบบที่น่าชื่นชมในการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมและโลกร้อนได้ตั้งแต่ระดับครัวเรือนเลยครับ

จุดเริ่มต้นของ โครงการชุมชนคาร์บอนต่ำ คลองสามวา

หลายคนอาจสงสัยว่าการที่ภาครัฐจับมือกับเอกชนลงมาทำโครงการนี้ที่ชุมชนเคซี 1 นั้นมีความสำคัญอย่างไร คำตอบคือ มันคือการสร้างโมเดลความยั่งยืนที่จับต้องได้ครับ โดยทางบ้านปูได้เข้ามาสนับสนุนทั้งงบประมาณและองค์ความรู้ เพื่อให้คนในชุมชนสามารถพึ่งพาตัวเองได้ผ่านพลังงานสะอาดและการจัดการขยะอย่างถูกวิธี ซึ่ง โครงการชุมชนคาร์บอนต่ำ คลองสามวา นี้ถือเป็นโครงการนำร่องที่แสดงให้เห็นว่า ถ้าเราช่วยกันตั้งแต่มุมเล็กๆ ของบ้าน ก็สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ให้กับประเทศได้

พลังงานสะอาดและแนวคิดจัดการขยะ

ความน่าสนใจของโปรเจกต์นี้อยู่ที่การติดตั้งระบบ Solar Rooftop บนหลังคาศูนย์เรียนรู้ ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มหาศาล แถมยังช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าให้กับชุมชนได้อีกด้วยครับ นอกจากเรื่องพลังงานแสงอาทิตย์แล้ว ยังมีการนำนวัตกรรมถังหมักเศษอาหารและหนอนแมลงวันลายมาใช้จัดการขยะอินทรีย์ ซึ่งเปลี่ยนเศษอาหารที่ไร้ค่าให้กลายเป็นปุ๋ยคุณภาพเยี่ยมสำหรับกิจกรรมเกษตรกรรมในเมือง นี่แหละครับคือเสน่ห์ของ โครงการชุมชนคาร์บอนต่ำ คลองสามวา ที่ทำให้เห็นว่าชีวิตรักษ์โลกนั้นอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด

  • ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 2,400 กิโลกรัมต่อปี
  • ช่วยลดค่าไฟฟ้าส่วนกลางของศูนย์เรียนรู้ฯ ได้ถึง 24,000 บาทต่อปี
  • นำงบประมาณที่ประหยัดได้มาจัดสวัสดิการดูแลผู้สูงอายุและฝึกอาชีพในชุมชน
  • สร้างพื้นที่ต้นแบบการเป็นชุมชนจัดการตนเองได้อย่างเข้มแข็ง

การที่พี่น้องคนไทยหันมาใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมพร้อมกับมีหน่วยงานมืออาชีพเข้ามาสนับสนุนแบบนี้ ถือเป็นก้าวย่างที่มั่นคงสำหรับการสร้างสังคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนครับ ผมหวังว่าโมเดลดีๆ แบบนี้จะถูกนำไปขยายผลในพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศไทย เพื่อให้โลกของเราเย็นลงและน่าอยู่ขึ้นสำหรับทุกคน หากชุมชนไหนสนใจอยากลองเริ่มต้นทำก็นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากครับ ส่วนใครมีไอเดียดีๆ ในการช่วยลดโลกร้อนในบ้านตัวเอง อย่าลืมลองหยิบไปปรับใช้ตามแนวทางนี้ดูนะครับ เชื่อว่าถ้าเราทุกคนช่วยกันคนละไม้คนละมือ การเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่าเดิมก็จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ที่มา – กรมลดโลกร้อน-บ้านปู จับมือแก้โลกร้อน ส่งมอบ “โครงการชุมชนคาร์บอนต่ำ คลองสามวา”

คลื่นความร้อนสเปน คร่าชีวิต 212 รายใน 4 วัน ผู้สูงอายุได้รับผลกระทบหนัก

คลื่นความร้อนสเปน คร่าชีวิต 212 รายใน 4 วัน ผู้สูงอายุได้รับผลกระทบหนัก

เป็นสถานการณ์ที่น่าตกใจอย่างยิ่งเมื่อประเทศสเปนต้องเผชิญกับวิกฤตสภาพอากาศสุดขั้ว เมื่อคลื่นความร้อนระลอกแรกของฤดูร้อนทำให้อุณหภูมิพุ่งสูงทุบสถิติใหม่ ส่งผลให้มีรายงานผู้เสียชีวิตที่เชื่อมโยงกับความร้อนสูงถึง 212 รายภายในเวลาเพียง 4 วัน นับเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจให้กับชาวโลกเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อพบว่ากลุ่มผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเปราะบางที่ไม่สามารถปรับตัวได้ทันกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงแบบกระทันหัน

ระบบเฝ้าระวังอัตราการเสียชีวิตรายวัน (MoMo) ได้เปิดเผยข้อมูลว่า ช่วงวันที่ 21-24 มิถุนายนที่ผ่านมา เป็นช่วงวิกฤตที่สุด โดยภูมิภาคทางตอนกลางและตอนเหนือของสเปนได้รับผลกระทบอย่างหนักที่สุด ซึ่งหากวิเคราะห์ตัวเลขสถิติให้ลึกซึ้ง จะพบว่าปัญหา คลื่นความร้อนสเปน คร่าชีวิต 212 รายใน 4 วัน ผู้สูงอายุได้รับผลกระทบหนัก นั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของตัวเลข แต่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่เข้าใกล้ตัวมนุษย์มากขึ้นทุกที

เจาะลึกทำไมคลื่นความร้อนสเปน คร่าชีวิต 212 รายใน 4 วัน ผู้สูงอายุได้รับผลกระทบหนักจึงเป็นประเด็นสำคัญ

  • กลุ่มผู้สูงอายุมีความเสี่ยงสูงสุด: จากผู้เสียชีวิต 212 ราย พบว่ากว่า 200 รายเป็นผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป
  • การมาถึงของคลื่นความร้อนที่เร็วเกินไป: ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถปรับตัวได้ทันเมื่ออากาศเปลี่ยนรุนแรงในช่วงต้นฤดู
  • ปรากฏการณ์คืนมหาโหด: อุณหภูมิกลางคืนที่ไม่ลดต่ำลงทำให้ร่างกายไม่อาจฟื้นฟูจากการพักผ่อนได้

นักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยาชี้แจงว่า สาเหตุที่เหตุการณ์ คลื่นความร้อนสเปน คร่าชีวิต 212 รายใน 4 วัน ผู้สูงอายุได้รับผลกระทบหนัก กลายเป็นบทเรียนราคาแพง คืออุณหภูมิในตอนกลางคืนที่ไม่ลดลงต่ำกว่า 30 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ระบบหัวใจและหลอดเลือดของผู้สูงอายุต้องทำงานหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้ร่างกายถึงขีดจำกัดจนนำไปสู่ความตายในที่สุด

ในอนาคต หากเรายังไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิโลกที่เพิ่มสูงขึ้นได้ เหตุการณ์เหล่านี้มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นถี่ขึ้น เราจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการดูแลผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิดในช่วงที่มีอากาศร้อนจัด รวมถึงการวางระบบเตือนภัยล่วงหน้าที่แม่นยำเพื่อป้องกันความสูญเสียที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น การตระหนักถึงความรุนแรงของวิกฤตภูมิอากาศไม่ใช่เพียงแค่หน้าที่ของภาครัฐ แต่เป็นหน้าที่ของทุกคนที่ต้องร่วมกันปรับตัวและเตรียมความพร้อมเพื่อเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่คาดเดาไม่ได้ในทุกๆ วัน

ที่มา – คลื่นความร้อนสเปน คร่าชีวิต 212 รายใน 4 วัน ผู้สูงอายุได้รับผลกระทบหนัก

ไทย-คาซัคสถาน ลงนามแผน Roadmap ประตูสู่เอเชียกลาง หนุนท่องเที่ยว

เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวดีที่น่าสนใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและประเทศคาซัคสถานกันมาบ้างแล้วนะครับ ถือเป็นก้าวสำคัญที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เมื่อล่าสุดได้มีการลงนามในแผนยุทธศาสตร์ความร่วมมือเพื่อยกระดับความสัมพันธ์ในทุกมิติ โดยเฉพาะยุทธศาสตร์ ไทย-คาซัคสถาน ลงนามแผน Roadmap ประตูสู่เอเชียกลาง หนุนนักท่องเที่ยวมาไทย ซึ่งถือเป็นหมากสำคัญในการขยายตลาดการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของบ้านเราให้ไปไกลกว่าเดิม

ไทย-คาซัคสถาน ลงนามแผน Roadmap ประตูสู่เอเชียกลาง หนุนนักท่องเที่ยวมาไทย

การร่วมมือกันครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการทูตธรรมดาๆ ครับ แต่มันคือการปูทางสู่โอกาสใหม่ๆ โดยเฉพาะการที่ไทยจะใช้คาซัคสถานเป็นฐานที่มั่นในการเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียกลางที่กำลังเติบโต รวมถึงการเปิดประตูให้ชาวคาซัคสถานเข้ามาสัมผัสเสน่ห์เมืองไทยได้ง่ายยิ่งขึ้น ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวจากคาซัคสถานเดินทางมาเยือนไทยเกือบ 200,000 คนแล้ว และแนวโน้มนี้กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เปิดประตูสู่โอกาสใหม่ผ่านการเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อ

ภายใต้ Roadmap ปี 2027-2028 ทั้งสองประเทศมุ่งเน้นการเชื่อมโยงด้านโลจิสติกส์และการเพิ่มเที่ยวบินให้มากขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาไทยได้สะดวกสบายที่สุด นอกจากนี้ยังมีการหารือเรื่อง ไทย-คาซัคสถาน ลงนามแผน Roadmap ประตูสู่เอเชียกลาง หนุนนักท่องเที่ยวมาไทย ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ผ่านการส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) ซึ่งประเทศไทยเรามีจุดแข็งอย่างมากในด้านบริการสุขภาพระดับโลก

  • เศรษฐกิจก้าวกระโดด: ตั้งเป้ามูลค่าการค้าแตะ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐใน 5 ปี
  • ความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน: ไทยช่วยสนับสนุนด้านอาหาร ส่วนคาซัคสถานหนุนด้านพลังงาน
  • การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์: แลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญด้านสุขภาพและบริการ

นอกจากนี้ ในอนาคตเราอาจได้เห็นความร่วมมือที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในกรอบของ C5+1 รวมถึงการที่ไทยจะเข้ามามีบทบาทในเวทีระดับภูมิภาคนี้มากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่ายุทธศาสตร์ ไทย-คาซัคสถาน ลงนามแผน Roadmap ประตูสู่เอเชียกลาง หนุนนักท่องเที่ยวมาไทย จะกลายเป็นกลไกหลักที่ช่วยสร้างงานสร้างอาชีพให้คนไทยในอุตสาหกรรมบริการและการท่องเที่ยวได้อย่างยั่งยืน

ในมุมมองของผม นี่เป็นโอกาสทองที่ผู้ประกอบการไทยควรเริ่มหันมาศึกษาตลาดเอเชียกลาง เพราะนี่ไม่ใช่แค่การรอให้นักท่องเที่ยวมาหาเราฝ่ายเดียว แต่เป็นการสร้างนิเวศเศรษฐกิจร่วมกันที่แข็งแกร่ง ไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร หรือบริการสุขภาพ แผนความร่วมมือนี้คือใบเบิกทางที่พาคุณไปพบกับกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ได้อย่างแน่นอนครับ

ที่มา – ไทย-คาซัคสถาน ลงนามแผน Roadmap ประตูสู่เอเชียกลาง หนุนนักท่องเที่ยวมาไทย

กมธ.ที่ดินฯ สภาฯ เปิดพื้นที่ เคลียร์ปมที่ดินป่าลานรายแปลง

กมธ.ที่ดินฯ สภาฯ เปิดพื้นที่ เคลียร์ปมที่ดินป่าลานรายแปลง

กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับกรณีแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งล่าสุด “กมธ.ที่ดินฯ สภาฯ” เปิดพื้นที่ ทุกฝ่ายเคลียร์ใจปมที่ดินป่าลาน พิสูจน์สิทธิรายแปลง ไม่เหมารวม เพื่อหาทางออกที่ยุติธรรมต่อทั้งชาวบ้านดั้งเดิมและหน่วยงานอนุรักษ์ โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความจริงจังในการหาข้อสรุปที่โปร่งใสที่สุด

ก้าวสำคัญของการพิสูจน์สิทธิที่ดินอย่างเป็นธรรม

ในการประชุมเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 น.ส.กุลวลี นพอมรบดี ประธานคณะกรรมาธิการการที่ดินฯ พร้อมด้วยนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ยืนยันถึงแนวทางการทำงานว่า “กมธ.ที่ดินฯ สภาฯ” เปิดพื้นที่ ทุกฝ่ายเคลียร์ใจปมที่ดินป่าลาน พิสูจน์สิทธิรายแปลง ไม่เหมารวม โดยจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเป็นรายกรณี เพื่อให้ประชาชนที่อาศัยอยู่จริงและมีสิทธิถูกต้องตามกฎหมายได้รับความเป็นธรรม

สำหรับแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนมีดังนี้:

  • ตรวจสอบสิทธิรายแปลง ไม่มีการเหมาเข่งหรือเหมารวม
  • ให้ภาคประชาชนและผู้เชี่ยวชาญเข้าร่วมตรวจสอบเพื่อความโปร่งใส
  • จำกัดขอบเขตการแก้ปัญหาเฉพาะพื้นที่ทับลาน ยืนยันไม่มีการนำ “ทับลานโมเดล” ไปใช้กับพื้นที่ป่าอื่น
  • จัดลำดับความสำคัญให้ประชาชนดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ก่อนได้รับสิทธิครอบครอง

นายสุชาติย้ำว่า นโยบายนี้จะไม่มีการเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุนโดยเด็ดขาด ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และการควบคุมจากคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เพื่อให้มั่นใจว่าผืนป่าจะได้รับการดูแล ในขณะที่ประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ตัวจริงจะไม่ถูกผลกระทบจากการจัดการที่ผิดพลาดของรัฐ

มุมมองจากฝ่ายอนุรักษ์และความคาดหวังของสังคม

นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ได้ร่วมให้ความเห็นในฐานะตัวแทนฝ่ายอนุรักษ์ว่า รู้สึกสบายใจมากขึ้นที่ได้ปลดพันธนาการเรื่องโมเดลทับลาน และเชื่อว่ากระบวนการพิสูจน์สิทธิแบบรายแปลงนี้จะช่วยแยก “คนทำผิด” ออกจาก “ชาวบ้านที่อยู่มาดั้งเดิม” ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะการฝากให้ดูแลกลุ่มราษฎร 23 คนที่เคยถูกดำเนินคดีให้ได้รับความช่วยเหลือตามความเหมาะสม

การที่ “กมธ.ที่ดินฯ สภาฯ” เปิดพื้นที่ ทุกฝ่ายเคลียร์ใจปมที่ดินป่าลาน พิสูจน์สิทธิรายแปลง ไม่เหมารวม ในครั้งนี้ ถือเป็นบรรทัดฐานใหม่ของการแก้ปัญหาที่ดินทำกินในเขตอุทยานฯ ที่เน้นการสื่อสารแบบเผชิญหน้าและเปิดเผยข้อมูล เพื่อลดความขัดแย้งสะสมมานานหลายทศวรรษ

เราหวังว่าผลการตรวจสอบในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ จะทำให้ความกระจ่างเกิดขึ้น และคืนสิทธิที่ชอบธรรมให้แก่พี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าอย่างถูกต้อง พร้อมทั้งส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้ยั่งยืนสืบไป

ที่มา – “กมธ.ที่ดินฯ สภาฯ” เปิดพื้นที่ ทุกฝ่ายเคลียร์ใจปมที่ดินป่าลาน พิสูจน์สิทธิรายแปลง ไม่เหมารวม

สกอตแลนด์ต้องทำอย่างไรถึงจะผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลก?

สกอตแลนด์ต้องทำอย่างไรถึงจะผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลก?

สถานการณ์ตอนนี้เรียกได้ว่าบีบหัวใจแฟนบอลทีมชาติสกอตแลนด์สุดๆ หลังจากที่พวกเขาพ่ายแพ้ให้กับบราซิลไป 0-3 ในเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม ทำให้โอกาสในการผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายของ **สกอตแลนด์ต้องทำอย่างไรถึงจะผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลก** กลายเป็นเรื่องที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของพวกเขาเองไปแล้ว แฟนบอลหลายคนคงต้องลุ้นกันจนตัวโก่งว่า สกอตแลนด์จะสามารถเบียดเข้าเป็นหนึ่งในทีมอันดับสามที่ดีที่สุด 8 ทีมสุดท้ายได้หรือไม่

สกอตแลนด์ต้องทำอย่างไรถึงจะผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลก ในฐานะทีมอันดับสาม?

ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ กฎมีอยู่ว่าทีมที่จบอันดับสามจากกลุ่มต่างๆ จะมีโอกาสเข้ารอบได้หากทำผลงานได้ดีพอ โดยจะคัดเลือกทีมดีที่สุด 8 ทีมจากทั้งหมด 12 กลุ่ม หากแต้มเท่ากันก็จะวัดกันที่ผลต่างประตูได้เสีย ซึ่งน่าเสียดายที่สกอตแลนด์จบด้วยผลต่างประตู -3 ทำให้สถานการณ์ตอนนี้ค่อนข้างลำบาก

ลุ้นผลการแข่งขันของคู่อื่นเพื่อเข้ารอบ

คำถามที่ว่า สกอตแลนด์ต้องทำอย่างไรถึงจะผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลก นั้นมีคำตอบที่ชัดเจน คือพวกเขาต้องรอให้ผลการแข่งขันในกลุ่มอื่นๆ เป็นใจ โดยสกอตแลนด์ต้องการทีมที่มีผลงานแย่กว่าพวกเขาอย่างน้อย 4 ทีม จากโปรแกรมที่เหลืออยู่:

  • ในกลุ่ม E: หวังให้เอกวาดอร์และคูราเซาไม่ชนะ
  • ในกลุ่ม F: หวังให้ญี่ปุ่นถล่มสวีเดนด้วยสกอร์ที่ห่างกว่า 4 ลูก
  • ในกลุ่ม D: หวังให้ปารากวัยหรือออสเตรเลียพ่ายแพ้ด้วยสกอร์ขาดลอย
  • ในกลุ่ม G และ H: ลุ้นให้ทีมอย่างอิหร่านหรืออุรุกวัยแพ้ในนัดสุดท้าย

หากผลการแข่งขันเป็นไปตามเงื่อนไขเหล่านี้ ความหวังที่สกอตแลนด์จะสร้างประวัติศาสตร์เข้ารอบน็อกเอาต์ได้ก็ยังมีโอกาสเปิดกว้างอยู่ แม้ว่าโอกาสตามสถิติของ Opta จะอยู่ที่ประมาณ 42% ก็ตาม

แม้ว่าตอนนี้สถานการณ์จะดูมืดมน แต่อย่าเพิ่งถอดใจไปเสียก่อน เพราะในโลกของฟุตบอลอะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ แฟนๆ ต้องเตรียมใจลุ้นกันต่อในสุดสัปดาห์นี้ มาเอาใจช่วยให้สกอตแลนด์ได้รับข่าวดีและได้ไปต่อในรอบ 32 ทีมสุดท้ายกันเถอะ แม้ความหวังจะดูเลือนรางแต่พลังของกองเชียร์อาจสร้างปาฏิหาริย์ได้เสมอ!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“ก่อแก้ว” เผยบทสนทนา “ทักษิณ” อารมณ์ดี จะอยู่อีก 40 ปี

“ก่อแก้ว” เผยบทสนทนา “ทักษิณ” อารมณ์ดี จะอยู่อีก 40 ปี

กลายเป็นประเด็นที่สร้างความฮือฮาให้กับเหล่าแฟนคลับและผู้ติดตามข่าวการเมืองเป็นอย่างมาก เมื่อล่าสุด นายก่อแก้ว พิกุลทอง ได้ออกมาเล่าถึงวินาทีสำคัญหลังจากได้พบกับอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร อีกครั้ง ข่าวเรื่อง “ก่อแก้ว” เผยบทสนทนา “ทักษิณ” อารมณ์ดี เจ้าตัวบอกแข็งแรง จะอยู่อีก 40 ปี กลายเป็นกระแสบนโลกออนไลน์ทันที เพราะหลายคนต่างเป็นห่วงสุขภาพของท่านหลังจากที่ได้รับอิสรภาพอย่างเป็นทางการ

ความประทับใจเมื่อได้พบท่านทักษิณ ชินวัตร

นายก่อแก้วได้เล่าผ่านช่องทางส่วนตัวว่า ในโอกาสที่ไปร่วมงานสวดพระอภิธรรมศพ พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก ได้มีโอกาสพูดคุยกับท่านทักษิณ ซึ่งการได้ยินจากปากของท่านเองว่าแข็งแรงดี แถมยังมุกตลกที่ว่า “ก่อแก้ว” เผยบทสนทนา “ทักษิณ” อารมณ์ดี เจ้าตัวบอกแข็งแรง จะอยู่อีก 40 ปี นั้น ยิ่งทำให้บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความอบอุ่นอย่างเห็นได้ชัด

หากเราวิเคราะห์ถึงความเคลื่อนไหวนี้ จะเห็นได้ว่าการที่อดีตนายกฯ ดูผ่อนคลายและมีกำลังใจดีเยี่ยมเป็นสัญญาณบวกที่แฟนคลับหลายคนเฝ้ารอคอย โดยท่านยังได้ฝากข้อคิดไว้สำหรับแฟนคลับรุ่นใหญ่ว่า:

  • ให้ทุกคนหมั่นออกกำลังกายให้แข็งแรง
  • รักษาสุขภาพเพื่อที่จะได้อยู่ให้กำลังใจกันต่อไปนานๆ
  • อย่าเพิ่งรีบถอดใจหรือจากกันไปก่อน

เป็นเรื่องที่น่าประทับใจที่เราได้เห็นพลังบวกผ่านหัวข้อ “ก่อแก้ว” เผยบทสนทนา “ทักษิณ” อารมณ์ดี เจ้าตัวบอกแข็งแรง จะอยู่อีก 40 ปี ซึ่งไม่เพียงแค่ทำให้ผู้สนับสนุนรู้สึกสบายใจขึ้น แต่ยังเป็นการกระตุ้นเตือนให้ทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพของตนเองเหมือนกับที่ท่านเป็นแบบอย่างให้เห็น หากใครที่รักสุขภาพก็ควรเริ่มฟิตร่างกายตั้งแต่วันนี้ เพื่อที่จะได้มีชีวิตที่ยืนยาวและมีความสุขไปพร้อมๆ กันครับ

ที่มา – “ก่อแก้ว” เผยบทสนทนา “ทักษิณ” อารมณ์ดี เจ้าตัวบอกแข็งแรง จะอยู่อีก 40 ปี

เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 ชัชชาติจัดทริปไฟไหม้ 24 ชม.

โค้งสุดท้ายของการเมืองไทยเริ่มเดือดขึ้นเรื่อยๆ สำหรับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 ครั้งนี้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครหมายเลข 9 ได้สร้างสีสันและกระแสให้คนกรุงหันมาสนใจด้วยการงัดกลยุทธ์สุดแหวกแนวอย่าง “ทริปไฟไหม้” ลงพื้นที่หาเสียงต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อตะโกนบอกพี่น้องชาวกรุงเทพฯ ว่า 28 มิ.ย. นี้ คือวันตัดสินอนาคตของเมืองหลวงของเรา

กลยุทธ์ เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 กับทริปไฟไหม้ 24 ชม.

หลายคนอาจจะคุ้นชินกับการปราศรัยใหญ่แบบเดิมๆ แต่ครั้งนี้ชัชชาติเลือกที่จะลงพื้นที่จริงแบบต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 26 ไปจนถึง 27 มิ.ย. 2569 โดยเป้าหมายหลักในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 ของเขาคือการเข้าถึงคนกรุงทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นคนทำงานกลางคืน พ่อค้าแม่ค้า หรือคนที่เดินทางในยามวิกาล เพื่อสะท้อนชีวิตเมืองที่ขับเคลื่อนตลอดเวลา

เปิดใจชัชชาติกับภารกิจ เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569

นายชัชชาติเปิดเผยว่า ความเป็นห่วงที่สำคัญที่สุดคือบรรยากาศการเลือกตั้งที่ดูเงียบเหงาเกินไป จึงอยากกระตุ้นให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิให้มากที่สุด เพื่อสร้างฉันทามติที่แข็งแกร่งให้กับผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่ ในการเจรจางานกับหน่วยงานต่างๆ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการพัฒนากรุงเทพฯ อย่างยั่งยืน โดยกิจกรรมนี้ไม่ได้หวังแค่คะแนนเสียง แต่ต้องการให้ทุกคนเห็นภาพความเป็นไปของเมืองและการลงคะแนนในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายนนี้

กิจกรรมไฮไลต์ตลอด 24 ชั่วโมง:

  • เริ่มสตาร์ตจากสกายวอล์กช่องนนทรี
  • เยี่ยมชมการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยฉุกเฉินยามค่ำคืน
  • ไลฟ์สดผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อรับฟังปัญหาคนกรุงแบบเรียลไทม์
  • รณรงค์ความปลอดภัยผ่านนโยบายไฟส่องสว่างและกล้อง CCTV

นอกจากนี้ ชัชชาติยังย้ำถึงแผนงานด้านความปลอดภัยที่ชัดเจน ทั้งการติดตั้งไฟ LED เพิ่มอีก 100,000 ดวง และการเชื่อมต่อโครงข่ายกล้อง CCTV จากภาคเอกชนกว่า 200,000 กล้อง เข้ากับศูนย์ Command Center เพื่อให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่น่าอยู่และปลอดภัยสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือนักท่องเที่ยว

ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 นี้ อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อม ตรวจสอบหน่วยเลือกตั้งให้ดี และออกไปใช้สิทธิกันตั้งแต่ช่วงเช้า เพราะเสียงของคุณคือพลังที่จะเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้ดีขึ้นได้ การได้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 คือสิทธิขั้นพื้นฐานที่แสดงถึงพลังประชาธิปไตยที่แท้จริง ใครรักใคร หรืออยากเห็นเมืองเป็นอย่างไร อย่าลืมออกไปกาบัตรเลือกตั้งกันนะครับ

ที่มา – เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 : “ชัชชาติ” งัดกลยุทธ์ “ทริปไฟไหม้” หาเสียง 24 ชม. ชวนคนกรุงไปใช้สิทธิ

“ศุภมาส” ลุยตรวจร้านบุฟเฟต์ ย้ำ โฆษณาไว้อย่างไรผู้บริโภคต้องได้รับอย่างนั้น

เชื่อว่าหลายคนคงเคยเจอปัญหาไปทานร้านอาหารบุฟเฟต์เพราะหลงเชื่อโฆษณา แต่พอไปถึงหน้างานจริงกลับพบว่าอาหารไม่ตรงปกหรือมีเงื่อนไขหมกเม็ด ล่าสุดเรื่องนี้ถึงหูรัฐมนตรีเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ โดย “ศุภมาส” ลุยตรวจร้านบุฟเฟต์ ย้ำ โฆษณาไว้อย่างไรผู้บริโภคต้องได้รับอย่างนั้น เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเงินทุกบาทที่พวกเราจ่ายไปนั้นคุ้มค่าและได้รับบริการที่ตรงไปตรงมาที่สุด

“ศุภมาส” ลุยตรวจร้านบุฟเฟต์ ย้ำ โฆษณาไว้อย่างไรผู้บริโภคต้องได้รับอย่างนั้น

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงรุกร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเขตปทุมวัน เพื่อป้องปรามร้านอาหารที่ไม่ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า การลงพื้นที่ครั้งนี้ถือเป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังผู้ประกอบการทั่วประเทศว่า “ศุภมาส” ลุยตรวจร้านบุฟเฟต์ ย้ำ โฆษณาไว้อย่างไรผู้บริโภคต้องได้รับอย่างนั้น เพราะการทำธุรกิจในยุคปัจจุบันต้องแข่งกันที่คุณภาพและความจริงใจ ไม่ใช่การใช้กลยุทธ์โฆษณาเกินจริงแล้วผลักภาระให้ผู้บริโภค

หลักเกณฑ์สำคัญในการคุ้มครองผู้บริโภค

สคบ. ได้กำหนดแนวทางให้ร้านบุฟเฟต์ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ดังนี้ครับ:

  • ความชัดเจนของป้ายราคา: ต้องไม่มีป้ายตัวอักษรเล็กๆ มาคอยจำกัดสิทธิที่ทำให้เราเสียเปรียบ
  • ภาพอาหารต้องตรงปก: เมนูที่นำเสนอต้องเป็นสิ่งที่ลูกค้าได้รับจริง หากวัตถุดิบหมดต้องแจ้งก่อนเข้าร้าน
  • รายละเอียดราคา: ค่าบริการ (Service Charge) หรือภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ต้องถูกระบุให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น เพื่อป้องกันการเรียกเก็บเงินเพิ่มแบบเซอร์ไพรส์

นอกจากนี้ ยังมีการบูรณาการร่วมกับ อย. และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อตรวจดูเรื่องคุณภาพและความสะอาดของอาหารเป็นกรณีพิเศษด้วย เพื่อให้ประชาชนมั่นใจได้เต็มที่ว่านอกจากความคุ้มค่าแล้ว อาหารที่รับประทานเข้าไปต้องมีความปลอดภัยสูงสุดอีกด้วย

สำหรับร้านค้าที่คิดจะเอาเปรียบผู้บริโภคด้วยความเพลิดเพลินนั้น ผมขอบอกเลยว่าโทษหนักนะครับ เพราะหากพบการกระทำผิดจริง อาจมีโทษจำคุกและปรับตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค หากใครพบเห็นร้านไหนทำไม่ถูกต้อง อย่าปล่อยผ่านเด็ดขาดครับ ให้รีบแจ้ง สคบ. ผ่านทางสายด่วน 1166 หรือแอปพลิเคชัน OCPB Connect ทันที

สุดท้ายนี้ ฝากถึงเพื่อนๆ นักกินทุกคนครับ ก่อนตัดสินใจเข้าร้านบุฟเฟต์ทุกครั้ง อย่าลืมตรวจสอบเงื่อนไขให้ถี่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโปรโมชันหรือค่าธรรมเนียมแฝง เพราะการรักษาสิทธิ์ของตัวเองคือวิธีที่ได้ผลที่สุดในการกดดันให้ผู้ประกอบการต้องหันมาทำธุรกิจอย่างโปร่งใสครับ

ที่มา – “ศุภมาส” ลุยตรวจร้านบุฟเฟต์ ย้ำ โฆษณาไว้อย่างไรผู้บริโภคต้องได้รับอย่างนั้น