วัน: 30 มิถุนายน 2026

นฤพล ชำแหละงบการเคหะแห่งชาติ คิดแต่สร้าง แต่ไม่ได้คุณภาพ

เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนคงเคยได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับโครงการบ้านของการเคหะฯ ที่มักจะมีประเด็นเรื่องคุณภาพโผล่มาให้เห็นกันอยู่เรื่อยๆ ล่าสุด คุณนฤพล เรืองปัญญาโรจน์ สส.พรรคประชาชน ได้ออกมาเปิดประเด็นผ่านการนฤพล ชำแหละงบการเคหะแห่งชาติ คิดแต่สร้าง แต่ไม่ได้คุณภาพ ในการอภิปรายงบประมาณปี 2570 ซึ่งถือว่าน่าสนใจและสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นจริงกับประชาชนอย่างมากครับ

นฤพล ชำแหละงบการเคหะแห่งชาติ คิดแต่สร้าง แต่ไม่ได้คุณภาพ

ปัญหาหลักที่คุณนฤพลได้หยิบยกขึ้นมาคือ การที่รัฐบาลพยายามทุ่มงบประมาณไปกับการสร้างโครงการใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล โดยปี 2570 ตั้งเป้าสร้างเพิ่มถึงกว่า 16,000 หน่วย ทั้งที่โครงการเก่าๆ ยังขายไม่ออกนับพันแห่ง การเพิ่มงบสร้างใหม่โดยไม่วิเคราะห์ปัจจัยด้านอุปสงค์และทำเลให้รอบคอบ จึงเปรียบเสมือนการนำเงินภาษีประชาชนไปลงทุนในสิ่งที่อาจไม่คุ้มค่า

ทำไมโครงการรัฐถึงมักจะมีปัญหาคุณภาพตามมา?

คุณนฤพล ยังตอกย้ำด้วยว่า นฤพล ชำแหละงบการเคหะแห่งชาติ คิดแต่สร้าง แต่ไม่ได้คุณภาพ เพราะที่ผ่านมามีประชาชนจำนวนมากที่เข้าอยู่อาศัยแล้วต้องเจอกับสภาพบ้านที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างแตกร้าว วัสดุไม่ทนทาน ไปจนถึงพื้นที่ส่วนกลางที่เหมือนจะถูกลืม ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันเต็มไปด้วยความลำบาก แทนที่จะได้บ้านที่ดีขึ้น กลับกลายเป็นภาระในการซ่อมแซมและกังวลเรื่องความปลอดภัยแทน

  • จุดอ่อนเรื่องทำเลที่ตั้ง ซึ่งมักจะไกลจากแหล่งงานและระบบขนส่งมวลชน
  • พื้นที่ส่วนกลางที่ขาดการดูแลและไม่ตอบโจทย์การใช้งานจริง
  • การบริหารจัดการที่ไม่ใส่ใจคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในระยะยาว

สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ การปรับลดงบประมาณในการซ่อมแซมและยกระดับที่อยู่อาศัยเดิมลงอย่างมาก ทั้งที่ควรจะเป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นตามสิทธิขั้นพื้นฐานที่ควรได้รับ

บทสรุปของเรื่องนี้ไม่ใช่แค่การสร้างจำนวนให้ถึงเป้าหมาย แต่คือการเปลี่ยนผ่านสู่แนวคิดที่ให้ความสำคัญกับคนตัวเล็กตัวน้อย กระจายอำนาจให้ท้องถิ่นเข้ามาจัดการปัญหาที่อยู่อาศัย เพราะคนในพื้นที่คือผู้ที่เข้าใจความต้องการของเพื่อนบ้านได้ดีที่สุด การลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนย่อมดีกว่าการสร้างของใหม่ที่ไม่เคยได้ใช้งานจริง

ที่มา – “นฤพล” ชำแหละงบการเคหะแห่งชาติ ตำหนิ คิดแต่สร้างบ้านเพิ่ม แต่ไม่ได้คุณภาพ

“บิ๊กเต่า” แถลงเปิดเส้นเงินมัด “ปลัดภูเก็ต”

เชื่อว่าหลายคนคงได้ติดตามข่าวคราวที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงในขณะนี้ สำหรับกรณีการจับกุมข้าราชการระดับสูงในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งทำให้ประชาชนต่างให้ความสนใจเป็นอย่างมาก กับบทบาทของ “บิ๊กเต่า” แถลงเปิดเส้นเงินมัด “ปลัดภูเก็ต” ที่เรียกรับผลประโยชน์ทั้งเรื่องการสอบท้องถิ่นและปมที่ดินครับ

“บิ๊กเต่า” แถลงเปิดเส้นเงินมัด “ปลัดภูเก็ต”

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นจากการที่ พล.ต.ต.จรูญเกริติ ปานแก้ว หรือที่เรารู้จักกันในนาม “บิ๊กเต่า” ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าสำคัญเกี่ยวกับคดีทุจริตที่น่าตกใจ โดยพบว่ามีเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงมัดตัวผู้ต้องหาอย่างดิ้นไม่หลุด จากการตรวจสอบพบ 2 คดีหลักที่ “ปลัดภูเก็ต” เกี่ยวข้อง คือ:

  • คดีเรียกรับเงินช่วยสอบบรรจุ: โดยมีการเรียกรับเงินจากอาสาสมัครคนละ 300,000 บาท เพื่อแลกเปลี่ยนกับการช่วยเหลือในการสอบบรรจุเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น
  • คดีรีดไถเจ้าของที่ดิน: เป็นการเรียกรับเงินจำนวน 1 ล้านบาท แลกกับการเคลียร์ปัญหาเอกสารสิทธิ์ที่ดิน ส.ค.1 ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับผู้เสียหายเป็นอย่างมาก

เส้นทางการเงินมัดตัวแน่นหนา

จากการสอบสวนเชิงลึก พบว่าการกระทำผิดครั้งนี้มีการใช้เครือข่ายบุคคลรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นการโอนเงินให้กับอาสาสมัครก่อนจะมีการทอนคืนเข้าบัญชีเลขาฯ เพื่อกดเงินสดออกมาให้ตัวปลัด ซึ่งถือว่าเป็นการวางแผนที่ซับซ้อน แต่ก็ไม่สามารถรอดพ้นสายตาของเจ้าหน้าที่ไปได้ เพราะผลจากการที่ “บิ๊กเต่า” แถลงเปิดเส้นเงินมัด “ปลัดภูเก็ต” ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าหลักฐานทางธุรกรรมทางการเงินนั้นโกหกไม่ได้ครับ

ในส่วนของความกังวลที่ว่าคดีนี้มีประเด็นทางการเมืองมาเกี่ยวข้องหรือไม่ ทางกรมการปกครองได้ยืนยันชัดเจนครับว่า นี่คือการทำงานตามพยานหลักฐานและขั้นตอนของกฎหมายเท่านั้น ไม่ได้มีนัยยะทางการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น โดยได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยและเตรียมให้ออกจากราชการไว้ก่อน ตามระเบียบข้อบังคับของทางราชการ

หลายคนอาจตั้งคำถามว่า เหตุใดเหตุการณ์ลักษณะนี้ยังคงมีเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง? คำตอบอาจอยู่ที่จิตสำนึกของบุคคลที่ขาดคุณธรรม และระบบตรวจสอบที่ต้องเข้มข้นขึ้น การที่หน่วยงานภาครัฐร่วมมือกันอย่างบูรณาการเช่นนี้ เป็นสัญญาณที่ดีว่ากระบวนการยุติธรรมไทยกำลังรุกคืบจัดการกับคอร์รัปชันอย่างจริงจังครับ

ท้ายที่สุดนี้ ผมมองว่าเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์สอนใจให้กับข้าราชการทุกคนว่า ในยุคที่เทคโนโลยีการตรวจสอบเส้นทางการเงินก้าวหน้าไปไกล การคิดจะทุจริตเพียงเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวนั้น ไม่คุ้มค่ากับชื่อเสียงและอนาคตที่ต้องสูญเสียไปอย่างแน่นอนครับ

ที่มา – “บิ๊กเต่า” แถลงเปิดเส้นเงินมัด “ปลัดภูเก็ต” เรียกเงินช่วยสอบท้องถิ่น-เคลียร์ปมที่ดิน

Harry Kane เตรียมเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับบาเยิร์นมิวนิก

Harry Kane เตรียมเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับบาเยิร์นมิวนิก

สวัสดีแฟนบอลทุกท่านครับ วันนี้เราขอนำเสนอข่าวความเคลื่อนไหวในแวดวงลูกหนังยุโรปที่น่าสนใจมาก โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า Harry Kane เตรียมเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับบาเยิร์นมิวนิก ซึ่งสร้างความฮือฮาให้กับแฟนบอลทั่วโลก หลังจากที่มีข่าวลือกันหนาหูว่าบาร์เซโลนากำลังจับตาสถานการณ์ของกัปตันทีมชาติอังกฤษวัย 32 ปีผู้นี้อยู่ แต่ดูเหมือนว่าใจของ Kane จะปักหลักอยู่ที่ถิ่นอัลลิอันซ์ อารีน่าต่อไป

อัปเดตสถานการณ์ Harry Kane เตรียมเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับบาเยิร์นมิวนิก

การตัดสินใจครั้งนี้ของ Harry Kane ถือเป็นข่าวใหญ่ของตลาดซื้อขายนักเตะ เพราะผลงานของเขายังคงยอดเยี่ยมและเป็นกำลังสำคัญให้ทัพเสือใต้เสมอมา นอกจากเรื่องของ Kane แล้ว วันนี้ยังมีข่าวลือเรื่องตลาดนักเตะที่น่าสนใจอีกมากมายจากพรีเมียร์ลีกอังกฤษ โดยเฉพาะกรณีของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่อาจมีการยกเครื่องทีมขนานใหญ่ภายใต้การคุมทัพของ เอ็นโซ มาเรสก้า ซึ่งอาจมีการปล่อยนักเตะชุดใหญ่ออกหลายคน เช่น รูเบน ดิอาส หรือ นาธาน อาเก้ เพื่อเตรียมงบประมาณสำหรับเสริมทัพใหม่

ความเคลื่อนไหวรอบพรีเมียร์ลีกและอนาคตของ Harry Kane เตรียมเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับบาเยิร์นมิวนิก

ทางด้านแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็มีประเด็นน่าสนใจไม่แพ้กัน โดยพวกเขายังคงเหนียวแน่นในตัว เมสัน เมาท์ แม้ว่าเอซี มิลาน จะพร้อมยื่นข้อเสนอขอซื้อตัวก็ตาม ส่วนเฟลิกซ์ เอ็นเมชา ของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ก็ดูเหมือนจะตัดสินใจเลือกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มากกว่านิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอิทธิพลของทีมดังในอังกฤษยังคงดึงดูดผู้เล่นระดับท็อปได้เสมอ นอกจากนี้ยังมีประเด็นของ ไมเคิล โอลิเซ ที่กำลังเนื้อหอมสุดๆ ในช่วงฟุตบอลโลก โดยมีทั้งเรอัล มาดริด และปารีส แซงต์ แชร์กแมง คอยจับตาดูฟอร์มการเล่นของเขาอย่างใกล้ชิด

สรุปสถานการณ์ในช่วงนี้ถือว่าตลาดซื้อขายมีความเคลื่อนไหวรวดเร็วมาก โดยเฉพาะการที่ Harry Kane เตรียมเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับบาเยิร์นมิวนิก ได้กลายเป็นจุดสนใจหลักที่ทำให้แฟนบอลต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง สำหรับใครที่ชอบข่าวบอลแบบเจาะลึก อย่าลืมกดติดตามข่าวสารอัปเดตเกี่ยวกับอนาคตของนักเตะซุปเปอร์สตาร์คนนี้ รวมถึงพัฒนาการของทีมยักษ์ใหญ่ในพรีเมียร์ลีกที่จะมีการเปลี่ยนแปลงอีกมากมายในช่วงซัมเมอร์นี้อย่างแน่นอนครับ

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ยศชนัน แจงงบฯ อว. ปี 70 เน้นปั้นทุนมนุษย์ทักษะสูง

ยศชนัน แจงงบฯ อว. ปี 70 เน้นปั้นทุนมนุษย์ทักษะสูง

เรียกได้ว่าสถานการณ์การพัฒนาประเทศมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยล่าสุด นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ได้ออกมาเปิดเผยถึงแผนการจัดสรรงบประมาณปี 2570 ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการผลักดันประเทศไทยเข้าสู่ยุคใหม่ โดยหัวใจสำคัญคือ ยศชนัน แจงงบฯ อว. ปี 70 เน้นปั้นทุนมนุษย์ทักษะสูง พร้อมกับการวางรากฐานด้านวิจัยและนวัตกรรมให้ครอบคลุมทั้งมิติเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน

กางแผนกลยุทธ์ อว. ปี 70 ให้คนไทยก้าวทันโลก

นโยบายหลักของ อว. ในปี 2570 จะมุ่งเน้นการปรับโฉมมหาวิทยาลัยให้กลายเป็นศูนย์บ่มเพาะและแพลตฟอร์มแห่งโอกาส เพื่อสร้างประชากรที่มีศักยภาพสูงสำหรับตลาดแรงงานในอนาคต โดยมีการส่งเสริมการ Upskill และ Reskill ให้กับนักศึกษาและวัยทำงาน เพื่อตอบโจทย์เศรษฐกิจยุคใหม่ที่มีการแข่งขันสูง ทั้งนี้ การดำเนินงานดังกล่าวยังรวมถึงการบูรณาการหน่วยงานให้ทุนวิจัยต่างๆ ภายใต้ระบบงานวิจัยและนวัตกรรม (ววน.) เพื่อให้การใช้ทรัพยากรเกิดความคุ้มค่าและแก้ปัญหาประเทศได้อย่างตรงจุด

นอกเหนือจากเรื่องคน สาระสำคัญที่น่าสนใจอีกประการคือเรื่องของ ยศชนัน แจงงบฯ อว. ปี 70 เน้นปั้นทุนมนุษย์ทักษะสูง โดยเน้นหนักไปที่เรื่องการปลดล็อกสิทธิบัตร ซึ่งกระทรวง อว. ได้ทำงานร่วมกับกระทรวงพาณิชย์อย่างใกล้ชิด เพื่อลดขั้นตอนความยุ่งยากและผลักดันให้สิทธิบัตรไทยสามารถออกสู่ตลาดนานาชาติได้รวดเร็วขึ้น รวมถึงการสร้างฐานข้อมูลงานวิจัยแบบ Open Data ที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อดึงข้อมูลมาต่อยอดในเชิงพาณิชย์และแก้ปัญหาสังคมได้จริง

  • เน้นสร้างทุนมนุษย์ที่มีทักษะตรงกับความต้องการของตลาด
  • ยกระดับมหาวิทยาลัยให้เป็นศูนย์รวมนวัตกรรมและการบ่มเพาะสตาร์ทอัพ
  • บูรณาการฐานข้อมูลงานวิจัยเพื่อความโปร่งใสและนำไปใช้ต่อยอดได้จริง
  • สนับสนุนสิทธิบัตรไทยให้มีมูลค่าสูงในตลาดโลก

ในมุมมองของผู้เขียน เชื่อว่าการที่ภาครัฐขยับตัววางเป้าหมายให้ชัดเจนและเน้นการ ยศชนัน แจงงบฯ อว. ปี 70 เน้นปั้นทุนมนุษย์ทักษะสูง จะเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้าง หากไทยสามารถสร้างงานวิจัยและนวัตกรรมที่ใช้งานได้จริง ไม่เพียงแต่จะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน แต่ยังเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกับสังคมผู้สูงอายุและความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างมั่นคงครับ

ที่มา – “ยศชนัน” แจงงบฯ อว. ปี 70 เน้นปั้นทุนมนุษย์ทักษะสูง-ทำฐานรวมงานวิจัย-ปลดล็อกสิทธิบัตร

21 นักวิชาการอาวุโสจี้ กกต. เลิกยื้อเวลาปมฮั้ว สว.

21 นักวิชาการอาวุโสจี้ กกต. เลิกยื้อเวลาปมฮั้ว สว.

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมไทยกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด เมื่อกลุ่มนักวิชาการระดับประเทศถึง 21 ท่าน ได้รวมตัวกันออกแถลงการณ์สำคัญเพื่อเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แสดงความรับผิดชอบและเลิกยื้อเวลาในกรณีความไม่โปร่งใสของการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยเน้นย้ำให้รีบส่งเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อชี้ขาดทันที ก่อนที่ความศรัทธาในระบบยุติธรรมจะสูญสิ้นไปมากกว่านี้

ประเด็น 21 นักวิชาการอาวุโสจี้ กกต. เลิกยื้อเวลาปมฮั้ว สว. ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเรื่องระดับโครงสร้างอำนาจที่ส่งผลต่อการแต่งตั้งองค์กรอิสระและทิศทางของนิติบัญญัติในอนาคต นักวิชาการกลุ่มนี้มองว่าหลักฐานเชิงประจักษ์ที่มีอยู่นั้นชัดเจนเกินกว่าที่จะนิ่งเฉยได้อีกต่อไป

เปิดใจทำไมต้องเร่งส่งศาลฎีกา?

เหตุผลหลักที่กลุ่มนักวิชาการผลักดันเรื่องนี้คือการป้องกันการเกิดภาวะรัฐที่ถูกยึดครอง (Captive State) หากปล่อยให้กระบวนการจัดตั้งหรือฮั้วโหวตดำรงอยู่ต่อไป จะเท่ากับเป็นการบ่อนทำลายหลักการประชาธิปไตยอย่างรุนแรง การที่กลุ่ม 21 นักวิชาการอาวุโสจี้ กกต. เลิกยื้อเวลาปมฮั้ว สว. จึงเป็นการส่งสัญญาณเตือนภัยไปยังผู้มีอำนาจว่า ประชาชนและภาควิชาการจะไม่ยอมจำนนต่อความไม่ถูกต้องอีกต่อไป

ข้อเรียกร้องของคณะนักวิชาการมีประเด็นสำคัญ ดังนี้:

  • ขอให้ กกต. ยุติการประวิงเวลาในการตรวจสอบพยานหลักฐาน
  • ต้องเร่งส่งสำนวนคดีให้ศาลฎีกาพิจารณาตัดสินทันที
  • ต้องสาวไปให้ถึงต้นตอของขบวนการฮั้วและผู้รับจ้างสมัครทั้งหมด
  • คืนความถูกต้องในการคัดเลือกเพื่อป้องกันวิกฤตรัฐธรรมนูญ

สถานการณ์นี้ถือเป็นบททดสอบสำคัญของ กกต. ว่าจะเลือกเดินหน้าในฐานะองค์กรที่ปกป้องความสุจริต หรือจะเป็นเพียงตรายางที่คอยประทับตราความไม่ชอบธรรม ความกล้าหาญในการบังคับใช้กฎหมายคือสิ่งเดียวที่จะกอบกู้เกียรติภูมิขององค์กรคืนมาได้

เราในฐานะประชาชนผู้ติดตามข่าวสาร คงต้องร่วมกันจับตาดูว่าความเคลื่อนไหวของ 21 นักวิชาการอาวุโสจี้ กกต. เลิกยื้อเวลาปมฮั้ว สว. ในครั้งนี้ จะสร้างแรงกระเพื่อมได้มากน้อยเพียงใด แต่สัญญาณที่ชัดเจนที่สุดคือสังคมไทยเริ่มหมดความอดทนกับความไม่โปร่งใสแล้ว และถึงเวลาที่ผู้เกี่ยวข้องต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยความจริงเท่านั้น

ที่มา – 21 นักวิชาการอาวุโสออกแถลงการณ์จี้ “กกต.” เลิกยื้อเวลา ปม “ฮั้ว สว.” ส่งศาลฎีกาชี้ขาดทันที

Tyrique George ใกล้เซ็นสัญญาถาวรกับ Everton แล้ว

Tyrique George ใกล้เซ็นสัญญาถาวรกับ Everton แล้ว

ข่าวคราวในตลาดซื้อขายนักเตะรอบนี้มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจสำหรับแฟนบอล ทอฟฟี่สีน้ำเงิน เมื่อล่าสุดมีรายงานว่า Tyrique George ใกล้เซ็นสัญญาถาวรกับ Everton แล้ว หลังจากที่เขาได้โชว์ฟอร์มในการยืมตัวตลอดช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับทีมงานสตาฟฟ์โค้ชเป็นอย่างมาก

ความคืบหน้าการย้ายทีมของ Tyrique George ใกล้เซ็นสัญญาถาวรกับ Everton แล้ว

ปีกวัย 20 ปีรายนี้ย้ายจาก เชลซี มาหาประสบการณ์ในถิ่นกูดิสันพาร์คด้วยสัญญายืมตัวในระยะสั้น แต่ด้วยทัศนคติที่ดีและการทำงานหนักในสนาม ทำให้ David Moyes กุนซือของทีมตัดสินใจที่จะคว้าตัวเขามาร่วมทัพแบบถาวร โดยมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขจากค่าตัวเดิม 25 ล้านปอนด์ มาเป็นการเจรจาจ่ายเงินก้อนแรกบวกกับโบนัสตามผลงานในอนาคต

ทำไม Tyrique George ถึงสำคัญกับแผนการทำทีม?

ตลอดการลงเล่น 11 นัดภายใต้การคุมทีมของ Moyes ถึงแม้จะมีชื่อเป็นตัวจริงเพียงเกมเดียว แต่ George ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขามีความเร็วและทักษะที่สามารถพลิกเกมได้ นอกจากดีลนี้แล้ว Everton ยังเตรียมปิดดีลคว้าตัว Hayden Hackney กองกลางจาก Middlesbrough เข้ามาเสริมแกร่งอีกรายด้วยมูลค่า 16 ล้านปอนด์ ถือเป็นการปรับทัพครั้งใหญ่เพื่อสู้ศึกในฤดูกาลหน้า

ทางด้าน เชลซี ภายใต้การนำของ Xabi Alonso เองก็กำลังอยู่ในช่วงของการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทีมครั้งใหญ่ หลังจากจบที่อันดับ 10 ในตารางพรีเมียร์ลีกและพลาดการไปเล่นฟุตบอลยุโรป ทำให้พวกเขาจำเป็นต้องระบายนักเตะส่วนเกินออกเพื่อรักษาสมดุลทางการเงินภายใต้ข้อตกลงของ UEFA

  • การจากไปของ Idrissa Gana Gueye และ Seamus Coleman
  • การรอการยืนยันสถานะของนักเตะอย่าง Benoit Badiashile และ Wesley Fofana
  • การไล่ล่าเป้าหมายใหม่ในตลาดนักเตะของเชลซี

เป็นที่ชัดเจนว่าการที่ Tyrique George ใกล้เซ็นสัญญาถาวรกับ Everton แล้ว นั้น ถือเป็น win-win situation ของทั้งสองฝ่าย เพราะตัวนักเตะเองก็ต้องการโอกาสในการลงสนามอย่างสม่ำเสมอ ในขณะที่ Everton ก็ได้ตัวรุกดาวรุ่งที่มีศักยภาพเข้ามาเติมเต็มแนวรุก ส่วนแฟนๆ ทอฟฟี่ต้องรอลุ้นกันต่อไปว่าการเสริมทัพในครั้งนี้จะช่วยให้ทีมกลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้งหรือไม่

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

สุริยะ สั่งกรมชลฯ รับมือ เอลนีโญ 2569 ปรับแผนน้ำเชิงรุก

สุริยะ สั่งกรมชลฯ รับมือ เอลนีโญ 2569 ปรับแผนบริหารจัดการน้ำเชิงรุกทั่วประเทศ

กลายเป็นประเด็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เมื่อทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อย่างคุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้ออกมาประกาศสั่งการด่วนให้กรมชลประทานเดินหน้าคุมเข้มการวางแผนรับมือกับปรากฏการณ์ สุริยะ สั่งกรมชลฯ รับมือ เอลนีโญ 2569 ปรับแผนบริหารจัดการน้ำเชิงรุกทั่วประเทศ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าประชาชนและภาคการเกษตรไทยจะได้รับผลกระทบน้อยที่สุด หากสภาพอากาศเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงในช่วงปลายปีนี้ไปจนถึงต้นปีหน้า

บทบาทการรับมือ เอลนีโญ 2569 ของกรมชลประทาน

จากการรายงานสภาพอากาศล่าสุด พบว่าประเทศไทยกำลังเผชิญกับสภาวะเอลนีโญกำลังอ่อน ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะทวีความรุนแรงขึ้นเป็นผลให้ปริมาณน้ำฝนในปี 2569 มีแนวโน้มต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติ ในเชิงนโยบายท่านรัฐมนตรีจึงกำชับให้มีการบริหารจัดการ้ำแบบเชิงรุก นำระบบการกักเก็บน้ำอัจฉริยะมาใช้ เพื่อให้เขื่อนหลักทั่วประเทศสามารถรักษาความสมดุลของปริมาณน้ำต้นทุนไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

ปัจจุบันทางศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) ได้รายงานว่า ปริมาณน้ำรวมทั่วประเทศยังอยู่ในเกณฑ์ที่บริหารจัดการได้ แต่เพื่อความไม่ประมาท กรมชลประทานจึงถูกสั่งให้ยึดหลักการ “ต้นกัก กลางหน่วง ปลายระบาย” อย่างเคร่งครัด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเราจะมีน้ำเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภคและการเกษตรไปตลอดช่วงฤดูแล้งที่จะมาถึง

  • เตรียมความพร้อมของเครื่องจักรและบุคลากรกว่า 5,732 หน่วยทั่วประเทศ
  • เน้นย้ำเกษตรกรให้ปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยและปรับแผนเพาะปลูกตามสถานการณ์จริง
  • รณรงค์การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าภายใต้แนวคิด 3R (Reduce, Reuse, Recycle)

ด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้ใช้น้ำ หรือหน่วยงานท้องถิ่น การวางแผนเชิงรุกครั้งนี้จะเป็นเกราะป้องกันสำคัญให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤตความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมั่นคง ทั้งนี้ การเตรียมรับมือล่วงหน้าถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ภาคเกษตรกรรมไทยยังคงเป็นฐานการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง แม้ในวันที่ต้องเจอกับสภาวะอากาศที่มีความแปรปรวนก็ตาม

หากเราทุกคนร่วมมือกันประหยัดน้ำและติดตามข่าวสารการบริหารน้ำจากกรมชลประทานอย่างต่อเนื่อง เชื่อมั่นว่าผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศจะเป็นเรื่องที่ควบคุมได้ และเราจะมีความมั่นคงทางน้ำอย่างยั่งยืนครับ

ที่มา – “สุริยะ” สั่งกรมชลฯ รับมือ เอลนีโญ 2569 ปรับแผนบริหารจัดการน้ำเชิงรุกทั่วประเทศ

เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ดำเนินคดีผู้สมัครตัวจริง จ้างสอบเข้า ปภ.

กลายเป็นประเด็นร้อนในแวดวงราชการไทย เมื่อมีการสืบพบการทุจริตในการสอบบรรจุเข้ารับราชการของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประจำปี 2569 ซึ่งงานนี้ตำรวจ สน.สามเสน กำลังดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ดำเนินคดีผู้สมัครตัวจริง จ้างสอบเข้า ปภ. ให้ถึงที่สุด หลังจากเกิดเหตุการณ์พบผู้ต้องหาวัย 57 ปี รับจ้างเข้าสอบแทนผู้สมัครวัย 28 ปี ณ สนามสอบมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ดำเนินคดีผู้สมัครตัวจริง จ้างสอบเข้า ปภ.

เหตุการณ์นี้เริ่มต้นจากการที่เจ้าหน้าที่คุมสอบเกิดข้อสงสัยในตัวผู้เข้าสอบรายหนึ่ง ซึ่งอ้างว่าหน้าตาเปลี่ยนไปเพราะอาการป่วยจากโรคมะเร็งและผ่านการทำคีโมมา แต่เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดด้วยการเปรียบเทียบจากฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร ปรากฏว่าลายนิ้วมือไม่ตรงกัน ทำให้ความแตกและนำไปสู่การจับกุมในที่สุด ปัจจุบันทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ดำเนินคดีผู้สมัครตัวจริง จ้างสอบเข้า ปภ. รวมถึงขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด

การขยายผลคดีทุจริตสอบ ปภ. มีผลกระทบอย่างไร?

การกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดกฎหมายอย่างร้ายแรง โดยผู้สมัครตัวจริงอาจต้องเผชิญกับข้อหาหนักหลายกระทง นอกเหนือจากการถูกตัดสิทธิ์สอบอย่างถาวรแล้ว ยังต้องรับโทษทางอาญาฐานเป็นผู้ใช้หรือร่วมกันกระทำผิดอีกด้วย ซึ่งทางพนักงานสอบสวนกำลังวางแผนเรียกตัวผู้เกี่ยวข้องมาให้ปากคำเพิ่มเติมเพื่อดำเนินการตามกฎหมายให้ครอบคลุมทุกมิติ

  • ผู้จ้างสอบเข้าข่ายความผิดฐานสนับสนุนการกระทำความผิด
  • ผู้รับจ้างสอบถูกดำเนินคดีแจ้งความเท็จและใช้บัตรประชาชนผู้อื่น
  • กระบวนการสอบคัดเลือกต้องมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้

หลายคนมองว่าเหตุการณ์นี้คือบทเรียนราคาแพงสำหรับผู้ที่คิดหาทางลัดในการเข้าสู่ตำแหน่งราชการ ข้าราชการคือความเชื่อมั่นของประชาชน การคัดเลือกคนที่มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริงจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เราต้องรอดูผลสรุปจากตำรวจว่าจะจัดการกับผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการนี้อย่างไร เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ผู้อื่นต่อไป

ที่มา – เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ดำเนินคดีผู้สมัครตัวจริง จ้างสอบเข้า ปภ.

กปน. แจ้งพื้นที่น้ำไม่ไหล – ไหลอ่อน 1 กรกฎาคม 2569

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้มีข่าวสำคัญมาฝากสำหรับใครที่อาศัยอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และสมุทรปราการ หากคุณกำลังมองหาข้อมูลว่า กปน. แจ้งพื้นที่น้ำไม่ไหล – ไหลอ่อน 1 กรกฎาคม 2569 นั้นมีที่ไหนบ้าง วันนี้เราสรุปมาให้ครบถ้วนครับ เพราะการประปานครหลวงจำเป็นต้องมีการตัดบรรจบท่อประปาและปรับปรุงแรงดันน้ำในหลายจุด เพื่อให้ระบบการจ่ายน้ำมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในระยะยาว

กปน. แจ้งพื้นที่น้ำไม่ไหล – ไหลอ่อน 1 กรกฎาคม 2569

การบำรุงรักษาท่อประปาในครั้งนี้สำคัญมากครับ เพื่อป้องกันปัญหาท่อแตกหรือน้ำไหลอ่อนในอนาคต ดังนั้นใครที่อยู่ในละแวกที่ได้รับผลกระทบ ควรเตรียมสำรองน้ำไว้ใช้ล่วงหน้านะครับ เรามาดูกันเลยว่าจุดไหนบ้างที่ต้องเฝ้าระวัง สำหรับคนที่สงสัยเกี่ยวกับ กปน. แจ้งพื้นที่น้ำไม่ไหล – ไหลอ่อน 1 กรกฎาคม 2569 มีรายละเอียดดังนี้ครับ

รายละเอียดจุดปฏิบัติงานในเขตพื้นที่รอยต่อ

  • ซอยพหลโยธิน 54/1 แยก 4-49 (จิระมะกร): ตั้งแต่เวลา 10.00 – 15.00 น. กระทบพื้นที่ พหลโยธิน 54/1 และซอยย่อยทั้งหมด
  • โครงการนิช โมโน รามคำแหง: ตั้งแต่เวลา 10.00 – 16.00 น. กระทบพื้นที่ถนนรามคำแหง ตั้งแต่ซอยรามคำแหง 36-40
  • ปั๊มแก๊ส ซอยอ่อนนุช 67/2: ตั้งแต่เวลา 10.00 – 16.00 น. กระทบถนนสุขุมวิท 77 ตั้งแต่ซอยอ่อนนุช 67/1 – 75
  • ซอยวงแพทย์: ตั้งแต่เวลา 10.00 – 16.00 น. กระทบถนนเทพารักษ์ และในซอยวงแพทย์ทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม หากตรวจสอบแล้วพบว่าบ้านของท่านอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว การเตรียมถังน้ำหรือกักเก็บน้ำไว้ใช้สำหรับการอุปโภคบริโภคในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นเรื่องที่แนะนำอย่างยิ่งครับ แม้ว่าทางเจ้าหน้าที่จะพยายามดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด แต่การเตรียมพร้อมไว้ก่อนย่อมเป็นผลดีกับตัวเราเองแน่นอนครับ

สำหรับใครที่ได้รับความเดือดร้อนหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าได้โดยตรง เพื่อความรวดเร็วในการรับข้อมูลข่าวสารครับ สุดท้ายนี้ อย่าลืมแชร์ข้อมูล กปน. แจ้งพื้นที่น้ำไม่ไหล – ไหลอ่อน 1 กรกฎาคม 2569 ให้เพื่อนบ้านหรือคนรู้จักที่พักอาศัยในละแวกเหล่านี้ได้รับทราบด้วยนะครับ จะได้เตรียมตัวรับมือกันได้อย่างทันท่วงทีครับ

ที่มา – กปน. แจ้งพื้นที่น้ำไม่ไหล – ไหลอ่อน 1 กรกฎาคม 2569 เช็กเลยกระทบที่ไหนบ้าง