วัน: 10 สิงหาคม 2026

ฉลอง เรี่ยวแรง โทรเข้ารายการสด เล่าสาเหตุบุกยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ

ฉลอง เรี่ยวแรง โทรเข้ารายการสด เล่าสาเหตุบุกยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ

กลายเป็นประเด็นที่สร้างความตกใจให้กับสังคมไทยเป็นอย่างมาก กับเหตุการณ์อุกอาจที่เกิดขึ้นภายในองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งมีรายงานว่า นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.คนดัง ได้ก่อเหตุบุกยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี จนได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ท่ามกลางความตื่นตระหนกของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์

เรื่องราวที่น่าสนใจและกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้คนทั้งประเทศได้รับรู้ถึงปมปัญหา คือวินาทีที่ ฉลอง เรี่ยวแรง โทรเข้ารายการสด ของ น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก ขณะที่กำลังออกอากาศอยู่ โดยนายฉลองได้เปิดเผยเหตุผลของการกระทำครั้งนี้อย่างหมดเปลือกกลางรายการสด ทำให้พิธีกรต้องรีบใช้ไหวพริบในการเกลี้ยกล่อมให้ผู้ก่อเหตุสงบสติอารมณ์และมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ ในทันที

เบื้องลึกปมแค้น 11 ล้านบาท

จากการพูดคุยผ่านโทรศัพท์ในรายการ น.ส.อัญชะลี ได้สอบถามถึงมูลเหตุจูงใจ โดยนายฉลอง เรี่ยวแรง โทรเข้ารายการสด เพื่อระบายความอัดอั้นตันใจว่า ตนเองรู้สึกเจ็บใจอย่างหนัก เนื่องจากที่ผ่านมาได้ให้การสนับสนุนอีกฝ่ายมาโดยตลอด แต่เมื่อถึงเวลาที่ตนเองไปทวงถามเงินจำนวน 11 ล้านบาท กลับถูกปฏิเสธว่าไม่มีให้ ซึ่งความแค้นสะสมนี้เองที่กลายเป็นชนวนเหตุให้เกิดการตัดสินใจใช้อาวุธปืนก่อเหตุในห้องทำงานภายในอาคาร อบจ.นนทบุรี

ลำดับเหตุการณ์สรุปได้ดังนี้:

  • เกิดเหตุยิงกันบริเวณอาคาร อบจ.นนทบุรี ช่วงสายของวันที่ 10 สิงหาคม 2569
  • นายฉลอง เรี่ยวแรง ติดต่อหา น.ส.อัญชะลี ขณะจัดรายการเพื่อสารภาพเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น
  • ผู้ก่อเหตุระบุว่าใช้อาวุธปืนยิงไปประมาณ 4-5 นัด
  • พิธีกรพยายามเกลี้ยกล่อมให้วางปืนและนั่งรอมอบตัวเพื่อความปลอดภัยของประชาชนรอบข้าง
  • เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้ในเวลาต่อมา

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นบทเรียนราคาแพงของการแก้ปัญหาด้วยความรุนแรง แม้ว่าเรื่องของหนี้สินจะเป็นปัญหาใหญ่ แต่การตัดสินใจจบปัญหาด้วยชีวิตเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ทั้งนี้ คดีดังกล่าวต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินกระบวนการยุติธรรมตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

ที่มา – “ฉลอง เรี่ยวแรง” โทรเข้ารายการสด เล่าสาเหตุบุกยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ

ฉันคือใคร? ทายชื่อนักเตะพรีเมียร์ลีกคนที่ 21

ฉันคือใคร? ทายชื่อนักเตะพรีเมียร์ลีกคนที่ 21

สวัสดีแฟนบอลทุกท่าน! วันนี้เรากลับมาพบกับเกมทายปริศนาที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่คอพรีเมียร์ลีก กับกิจกรรมที่ชื่อว่า ฉันคือใคร? ทายชื่อนักเตะพรีเมียร์ลีกคนที่ 21 ซึ่งกติกานั้นแสนง่ายดายแต่ท้าทายความจำของคุณอย่างยิ่ง

สนุกไปกับเกม ฉันคือใคร? ทายชื่อนักเตะพรีเมียร์ลีกคนที่ 21

ในแต่ละวัน เราจะมีโจทย์เป็นนักฟุตบอลชื่อดัง 1 คน โดยคุณต้องพยายามทายให้ถูกว่าเขาคือใครด้วยจำนวนครั้งที่น้อยที่สุด ยิ่งคุณทายถูกเร็วเท่าไหร่ คะแนนของคุณก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น ทุกครั้งที่คุณทายผิด ระบบจะเปิดเผยเบาะแสใหม่ๆ ออกมาเพื่อช่วยให้คุณเข้าใกล้คำตอบมากขึ้น

หากคุณสามารถทายได้ภายใน 3 ครั้ง ถือว่าคุณเป็นแฟนพันธุ์แท้ตัวจริง แต่ถ้าคุณใช้ 4 หรือ 5 ครั้ง ก็ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ยอดเยี่ยมอยู่ดี อย่าลืมชวนเพื่อนๆ มาร่วมสนุกและวัดกึ๋นกันว่าใครจะเป็นกูรูเรื่องนักเตะได้แม่นยำกว่ากัน

ทำไมต้องเล่น ฉันคือใคร? ทายชื่อนักเตะพรีเมียร์ลีกคนที่ 21 ทุกวัน?

การเล่นเกมนี้ไม่เพียงแต่ช่วยทดสอบความจำของคุณเกี่ยวกับดาวเตะในลีกสูงสุดของอังกฤษเท่านั้น แต่ยังเป็นการอัปเดตข้อมูลนักเตะหน้าใหม่และหน้าเก่าไปในตัว กิจกรรม ฉันคือใคร? ทายชื่อนักเตะพรีเมียร์ลีกคนที่ 21 ออกแบบมาเพื่อสร้างสีสันให้กับคอกีฬา โดยเฉพาะผู้ที่ติดตามข่าวสารพรีเมียร์ลีกเป็นประจำ

สำหรับใครที่ยังไม่จุใจ เรายังมีหน้าเว็บสำหรับทายปัญหาฟุตบอลและกีฬาอื่นๆ อีกมากมายให้คุณเลือกเล่น คุณสามารถกดติดตามเพื่อรับการแจ้งเตือนเมื่อมีเกมใหม่ๆ ส่งตรงถึงหน้าจอของคุณทันที

เคล็ดลับการเล่น: อย่ารีบร้อน! ลองวิเคราะห์ข้อมูลจากเบาะแสที่ได้รับให้ดี เพราะข้อมูลเพียงเล็กน้อยอาจเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้คุณคว้าคะแนนเต็มได้ไม่ยาก

ในมุมมองของเรา เกมนี้ไม่ได้เป็นแค่การทายชื่อนักเตะ แต่มันคือการพิสูจน์ความเป็นสาวกพรีเมียร์ลีกตัวจริง หากวันนี้คุณยังไม่ได้เริ่มเล่น อย่ารอช้า เข้ามาทดสอบทักษะของคุณกันเลย!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

เมียนมาปฏิเสธอาเซียน เรียกร้องปล่อย อองซาน ซูจี โดยไม่มีเงื่อนไข

เมียนมาปฏิเสธอาเซียน เรียกร้องปล่อย อองซาน ซูจี โดยไม่มีเงื่อนไข

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในวงการการเมืองระดับภูมิภาคอีกครั้ง เมื่อรัฐบาลทหารเมียนมาออกมาประกาศจุดยืนอย่างแข็งกร้าวต่อข้อเรียกร้องของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่ต้องการให้มีการปล่อยตัว อองซาน ซูจี ผู้นำที่ถูกกักขังโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ท่าทีดังกล่าวไม่เพียงแต่สร้างความผิดหวังให้กับนานาชาติ แต่ยังตอกย้ำให้เห็นถึงรอยร้าวที่ยากจะประสานระหว่างเมียนมากับอาเซียนในปัจจุบัน

ทำไมเมียนมาปฏิเสธอาเซียน เรียกร้องปล่อย อองซาน ซูจี โดยไม่มีเงื่อนไข อย่างเด็ดขาด?

กระทรวงการต่างประเทศของเมียนมาได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า แม้ทางรัฐบาลจะมีการผ่อนปรนหรือลดโทษให้ด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรม แต่การจะปล่อยตัวอดีตผู้นำวัย 81 ปีรายนี้อย่างไม่มีเงื่อนไขนั้น ไม่สามารถทำได้เพราะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมและกฎหมายภายในของประเทศเท่านั้น นอกจากนี้ ทางเมียนมายังมองว่าบทบาทของ “ผู้แทนพิเศษอาเซียน” ในอนาคตนั้นไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป โดยระบุว่าจะไม่ยอมรับการแทรกแซงกิจการภายในภายใต้รูปแบบดังกล่าวเมื่อมีการเปลี่ยนผ่านตำแหน่งประธานอาเซียนในปี 2027

สาเหตุสำคัญที่ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดขึ้น ได้แก่:

  • การที่เมียนมามองว่าตนเองมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยแล้ว
  • ความเห็นที่ว่าฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียนไม่ใช่ข้อตกลงที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องตั้งแต่ต้น
  • การที่รัฐบาลทหารเมียนมายังคงยืนกรานใช้มาตรการตอบโต้อย่างเหมาะสมหากถูกแทรกแซง

หลายฝ่ายตั้งคำถามว่า เมื่อ เมียนมาปฏิเสธอาเซียน เรียกร้องปล่อย อองซาน ซูจี โดยไม่มีเงื่อนไข เช่นนี้แล้ว อนาคตของวิกฤตการเมืองเมียนมาจะเป็นอย่างไรต่อไป? การที่เมียนมาพยายามตัดบทบาทของอาเซียนและยืนยันในอำนาจอธิปไตยของตนเอง อาจส่งผลให้การเจรจาทางการเมืองหยุดชะงักลงโดยสมบูรณ์ หรือนำไปสู่การแยกตัวทางนโยบายมากขึ้นเรื่อยๆ

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ วิกฤตครั้งนี้ถือเป็นบททดสอบครั้งสำคัญของอาเซียนว่าจะมีแนวทางอย่างไรในการจัดการกับสมาชิกที่ไม่ได้เดินตามบรรทัดฐานของกลุ่ม หากอาเซียนไม่สามารถผลักดันให้เกิดการเจรจาที่เป็นรูปธรรมได้ ความสำคัญของกลุ่มในสายตาประชาคมโลกอาจถูกลดทอนลงไปอีก เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าบทสรุปของเรื่องนี้จะจบลงที่การหันหน้าเข้าหากัน หรือจะเป็นเพียงความขัดแย้งที่ยืดเยื้อต่อไปอย่างไม่มีกำหนด

ที่มา – เมียนมาปฏิเสธอาเซียน เรียกร้องปล่อย “อองซาน ซูจี” โดยไม่มีเงื่อนไข “

เจาะลึกแท็กติก Liverpool ภายใต้การคุมทีมของ Iraola

เจาะลึกแท็กติก Liverpool ภายใต้การคุมทีมของ Iraola

ในการแข่งขันฟุตบอล ผลการแข่งขันเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดก็จริง แต่สำหรับแฟนบอล Liverpool หลายคน รูปแบบการเล่นที่เร้าใจและสวยงามก็มีความหมายไม่แพ้กัน หลังจากที่ Andoni Iraola เข้ามารับหน้าที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนต่อจาก Arne Slot คำถามที่แฟนบอลทุกคนอยากรู้คือ ทีมจะเปลี่ยนไปในทิศทางไหน และ เจาะลึกแท็กติก Liverpool ภายใต้การคุมทีมของ Iraola นั้นมีความน่าสนใจอย่างไรในฤดูกาลใหม่นี้

เจาะลึกแท็กติก Liverpool ภายใต้การคุมทีมของ Iraola

จากการลงเล่นในช่วงปรีซีซั่นที่ผ่านมา เราเริ่มเห็นภาพชัดเจนว่า Iraola พยายามผสมผสานสไตล์การเล่นที่เน้นความดุดันและคาดเดาได้ยาก ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเขา เข้ากับขุมกำลังของหงส์แดง โดยค่าเฉลี่ยการครองบอลที่เพิ่มขึ้นแสดงให้เห็นว่าทีมกำลังปรับตัวเข้ากับบทบาทใหม่ในการเป็นฝ่ายคุมเกม มากกว่าแค่การรอสวนกลับแบบในอดีต

DNA ของความดุดันและการเจาะลึกแท็กติก Liverpool ภายใต้การคุมทีมของ Iraola

Iraola ไม่ได้ทิ้งสไตล์การเล่นที่รวดเร็วและใช้พละกำลังสูง เขาใช้หลักการของ Marcelo Bielsa อดีตกุนซือที่เป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการสร้างเกมบุกที่ไร้รูปทรงตายตัว ผู้เล่นแนวรุกอย่าง Florian Wirtz หรือแนวรุกคนอื่นๆ มีอิสระในการสลับตำแหน่ง ทำให้คู่แข่งรับมือได้ยากลำบาก นี่คือจุดที่ทำให้ เจาะลึกแท็กติก Liverpool ภายใต้การคุมทีมของ Iraola กลายเป็นหัวข้อที่ถูกพูดถึงอย่างมากในแวดวงฟุตบอลยุโรป

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่แท้จริงคือเรื่องของเกมรับ เมื่อทีมดันผู้เล่นสูงขึ้นไปบุกพร้อมกันหลายคน พื้นที่ว่างด้านหลังอาจกลายเป็นดาบสองคมที่ทำให้ทีมเสี่ยงต่อการโดนสวนกลับ ซึ่ง Iraola เองก็ยอมรับว่าทีมยังมีงานต้องทำอีกมากในเรื่องของการรักษาสมดุลและความสดของนักเตะตลอดทั้งเกม

  • การสร้างเกมจากแดนหลังด้วยผู้รักษาประตูและกองหลัง
  • การใช้ระบบ Pressing ที่ดุดันเพื่อชิงบอลกลับมาให้เร็วที่สุด
  • ความยืดหยุ่นในการสลับตำแหน่งของแนวรุก

ในมุมมองของเรา นี่คือช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านที่น่าตื่นเต้นที่สุดสำหรับแฟนหงส์แดง แม้ผลการแข่งขันปรีซีซั่นอาจจะยังไม่นิ่งสนิท แต่ทิศทางของเกมบุกที่เต็มไปด้วยไอเดียและความคิดสร้างสรรค์กำลังทำให้ Liverpool กลับมาน่ากลัวอีกครั้ง หากนักเตะสามารถปรับจูนความเข้าใจในระบบ Pressing ได้สมบูรณ์แบบ เราน่าจะได้เห็นฤดูกาลที่ดุเดือดและเร้าใจอย่างแน่นอน

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

เปิดประวัติ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี ถูก อดีต สส. บุกยิง

กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความตกใจให้กับคนในจังหวัดนนทบุรีอย่างมาก สำหรับกรณีเหตุการณ์สะเทือนขวัญเมื่อมีรายงานว่า เปิดประวัติ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี ถูก อดีต สส. บุกยิง ภายในที่ทำการองค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้หลายคนให้ความสนใจในตัวของ พ.ต.อ.ธงชัย เป็นอย่างมากว่าท่านคือใครและมีเส้นทางชีวิตอย่างไรก่อนจะมาดำรงตำแหน่งนี้

เปิดประวัติ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี ถูก อดีต สส. บุกยิง

พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ เป็นที่รู้จักในฐานะนักการเมืองท้องถิ่นคนสำคัญของจังหวัดนนทบุรี โดยท่านเกิดเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2498 ผ่านเส้นทางชีวิตทั้งในสายงานตำรวจและสายงานการเมืองมาอย่างโชกโชน ก่อนที่จะเข้าสู่สนามเลือกตั้งนายก อบจ. จนได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนชาวนนทบุรีให้ดำรงตำแหน่งมาอย่างยาวนาน

เส้นทางชีวิตและบทบาทของ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ

สำหรับประวัติการศึกษาของ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ ถือว่ามีความโดดเด่นอย่างมาก โดยท่านสำเร็จการศึกษานิติศาสตรบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง และจบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจพิเศษ รุ่นที่ 9 นอกจากนี้ท่านยังได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ในหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นการบริหารการศึกษาหรือรัฐศาสตร์ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองและการทำงานเพื่อสาธารณะอยู่เสมอ

หากพูดถึงประวัติการทำงานของท่าน ก่อนจะมาถึงเหตุการณ์ เปิดประวัติ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี ถูก อดีต สส. บุกยิง ท่านผ่านตำแหน่งสำคัญในแวดวงสีกากีมามากมาย ได้แก่:

  • ปี 2527 – 2531: ปฏิบัติหน้าที่ในกองคดีตำรวจ
  • ปี 2531 – 2540: ประจำกองปราบปราม
  • ปี 2540 – 2541: รองผู้กำกับการหัวหน้าสถานีตำรวจภูธรอำเภอไทรน้อย
  • ปี 2541 – 2543: รองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองนนทบุรี
  • ปี 2543 – 2544: ผู้กำกับการสถานีตำรวจบางบัวทอง
  • ปี 2544 – 2547: ผู้กำกับการสถานีตำรวจปากเกร็ด
  • ปี 2547 – ปัจจุบัน: นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี

ด้วยประสบการณ์การทำงานยาวนานในพื้นที่นนทบุรี ทำให้ชื่อของ พ.ต.อ.ธงชัย เป็นที่คุ้นเคยของคนในพื้นที่อย่างดีเยี่ยม การที่ท่านต้องมาประสบกับเหตุการณ์ถูกบุกยิงในครั้งนี้จึงเป็นประเด็นที่สังคมกำลังติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งในแง่ของกระบวนการยุติธรรมและปมความขัดแย้งที่นำไปสู่เหตุการณ์ไม่คาดฝันดังกล่าว

ในฐานะประชาชน เราคงต้องหวังให้กระบวนการสอบสวนเป็นไปอย่างยุติธรรมและโปร่งใส เพื่อให้ความจริงปรากฏแก่สังคม การใช้ความรุนแรงแก้ปัญหาไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม หวังว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นบทเรียนให้สังคมตระหนักถึงการเคารพกฎหมายและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติวิธีมากยิ่งขึ้น

ที่มา – เปิดประวัติ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี ถูก อดีต สส. บุกยิง

นนทบุรีอีกแล้ว อดีต สส. ฉลอง เรี่ยวแรง บุกยิง พ.ต.อ.ธงชัย

นนทบุรีอีกแล้ว อดีต สส. ฉลอง เรี่ยวแรง บุกยิง พ.ต.อ.ธงชัย

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทำเอาคนทั้งจังหวัดต้องตกใจ เมื่อมีรายงานข่าวใหญ่ว่า นนทบุรีอีกแล้ว อดีต สส. ฉลอง เรี่ยวแรง บุกยิง พ.ต.อ.ธงชัย นายก อบจ.นนทบุรี กลางที่ทำการ อบจ. สร้างความตื่นตระหนกให้กับข้าราชการและประชาชนที่พบเห็นเหตุการณ์เป็นอย่างมาก เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ในช่วงเวลาประมาณ 11.29 น. ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาปฏิบัติงานปกติของเจ้าหน้าที่ในสถานที่ราชการสำคัญของจังหวัด

รายละเอียดเหตุการณ์ นนทบุรีอีกแล้ว อดีต สส. ฉลอง เรี่ยวแรง บุกยิง พ.ต.อ.ธงชัย

สำหรับลำดับเหตุการณ์ที่มีการรายงานในเบื้องต้นระบุว่า นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส. จังหวัดนนทบุรี ได้เดินทางไปยังที่ทำการองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี ก่อนจะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น โดยมีการบุกเข้ายิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี ซึ่งได้รับบาดเจ็บและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน โดยในขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยถึงชนวนเหตุจูงใจที่แน่ชัดว่าทำไมถึงต้องมีการก่อเหตุรุนแรงเช่นนี้ในสถานที่ราชการ

หากเรามองถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า นนทบุรีอีกแล้ว อดีต สส. ฉลอง เรี่ยวแรง บุกยิง พ.ต.อ.ธงชัย นั้น ถือเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก เนื่องจากทั้งคู่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและมีบทบาทสำคัญในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเกมการเมืองท้องถิ่น หรือความขัดแย้งส่วนตัวที่อาจจะสั่งสมมานานจนนำไปสู่การตัดสินใจที่ใช้อาวุธปืนเข้าแก้ปัญหา

  • ติดตามอาการล่าสุดของ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ
  • ตรวจสอบประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองในจังหวัดนนทบุรี
  • เฝ้าระวังการดำเนินการทางกฎหมายต่ออดีต สส. ฉลอง เรี่ยวแรง

ในฐานะสื่อมวลชนและคนในสังคม เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่ากระบวนการยุติธรรมจะดำเนินการอย่างไรกับคดีนี้ เพราะไม่ว่าจะเป็นใครหรือมีอำนาจบารมีมากแค่ไหน การใช้ความรุนแรงในที่สาธารณะโดยเฉพาะในสถานที่ราชการเป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้ หวังว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถคลี่คลายคดีนี้ได้อย่างโปร่งใสและยุติธรรมที่สุด เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนชาวนนทบุรีทุกคน

ที่มา – นนทบุรีอีกแล้ว อดีต สส. “ฉลอง เรี่ยวแรง” บุกยิง “พ.ต.อ.ธงชัย” นายก อบจ.นนทบุรี

สมาคมบอลเกาหลีใต้เจอวิกฤตซ้ำซ้อน ถูกกล่าวหาจัดหาบริการทางเพศผู้ตัดสินต่างชาติ

สมาคมบอลเกาหลีใต้เจอวิกฤตซ้ำซ้อน ถูกกล่าวหาจัดหาบริการทางเพศผู้ตัดสินต่างชาติ

วงการฟุตบอลแดนโสมกำลังสั่นสะเทือนอย่างหนัก เมื่อทางสมาคมฟุตบอลเกาหลีใต้ (KFA) ต้องออกมาแถลงการณ์ขอโทษต่อสาธารณชนแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลังจากที่ต้องเผชิญกับมรสุมข่าวฉาวครั้งใหญ่ โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า สมาคมบอลเกาหลีใต้เจอวิกฤตซ้ำซ้อน ถูกกล่าวหาจัดหาบริการทางเพศผู้ตัดสินต่างชาติ ในช่วงปี 2011 ถึง 2012 ซึ่งสร้างความเสื่อมเสียให้กับชื่อเสียงขององค์กรอย่างรุนแรงในสายตาแฟนบอลทั่วโลก

เรื่องราวดังกล่าวถูกขุดคุ้ยขึ้นมาหลังจากรายงานจากสถานีโทรทัศน์ JTBC ที่อ้างอิงผลการตรวจสอบจากกระทรวงกีฬาเกาหลีใต้ โดยระบุว่าสมาคมได้พาผู้ตัดสินต่างชาติไปใช้บริการในสถานบริการนวดที่มีการแอบแฝงบริการทางเพศ แม้ทาง KFA จะออกมายอมรับว่าเรื่องดังกล่าวเคยเกิดขึ้นจริงในอดีต แต่บุคลากรชุดปัจจุบันกลับอ้างว่าไม่เคยทราบเรื่องนี้มาก่อน และยืนยันว่าพฤติกรรมดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้นอีกต่อไปแน่นอน

ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากข่าว สมาคมบอลเกาหลีใต้เจอวิกฤตซ้ำซ้อน ถูกกล่าวหาจัดหาบริการทางเพศผู้ตัดสินต่างชาติ

ไม่เพียงแค่เรื่องคดีความทางเพศเท่านั้น แต่ความเชื่อมั่นของแฟนบอลที่มีต่อสมาคมยังลดน้อยถอยลงไปอีก เมื่อพ่วงกับปัญหาเรื่องความไม่โปร่งใสในการแต่งตั้ง ฮง มยอง-โบ เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติ ซึ่งทำให้เกิดข้อสงสัยอย่างมากเกี่ยวกับธรรมาภิบาลขององค์กร โดยสรุปเหตุการณ์ที่น่าสนใจมีดังนี้:

  • การสอบสวนกระบวนการแต่งตั้งหัวหน้าผู้ฝึกสอนที่ไม่เป็นธรรม
  • การตรวจค้นสำนักงาน KFA โดยตำรวจเพื่อหาหลักฐานความไม่โปร่งใส
  • แรงกดดันจากรัฐสภาที่เรียกเจ้าหน้าที่เข้าชี้แจง
  • ผลงานที่น่าผิดหวังของทีมชาติในฟุตบอลโลก 2026 ที่ตกรอบแบ่งกลุ่ม

ปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นตอกย้ำให้เห็นว่า สมาคมบอลเกาหลีใต้เจอวิกฤตซ้ำซ้อน ถูกกล่าวหาจัดหาบริการทางเพศผู้ตัดสินต่างชาติ ไม่ใช่แค่เรื่องของอดีต แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยถึงวัฒนธรรมการบริหารงานภายในที่ต้องได้รับการปฏิรูปอย่างเร่งด่วนที่สุด แฟนบอลหลายคนต่างตั้งคำถามว่านี่คือจุดจบของยุคทองทีมชาติเกาหลีใต้หรือไม่ หากสมาคมยังไม่สามารถคืนความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นกลับมาได้โดยเร็ว

ในมุมมองของผม วิกฤตครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่สมาคมกีฬาอาชีพต้องนำไปปรับปรุง หากต้องการก้าวไปข้างหน้าในเวทีระดับโลก ความโปร่งใสคือหัวใจสำคัญ และการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุเพียงอย่างเดียวคงไม่เพียงพอต่อการกอบกู้ศรัทธาของกองเชียร์กลับมาครับ

ที่มา – สมาคมบอลเกาหลีใต้เจอวิกฤตซ้ำซ้อน ถูกกล่าวหาจัดหาบริการทางเพศผู้ตัดสินต่างชาติ

รัฐบาลเข้มงวดเอาผิดขบวนการออกบัตรประชาชนให้ต่างชาติ

เชื่อว่าหลายคนคงได้ติดตามข่าวคราวที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงในขณะนี้ เกี่ยวกับการที่ภาครัฐออกมาประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่า รัฐบาลเข้มงวดเอาผิดขบวนการออกบัตรประชาชนให้ต่างชาติ อย่างจริงจังและไม่มีข้อยกเว้น เพราะเรื่องนี้ถือเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติอย่างร้ายแรงเลยทีเดียวครับ

รัฐบาลเข้มงวดเอาผิดขบวนการออกบัตรประชาชนให้ต่างชาติ

ทางด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นนี้ว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจและได้ดำเนินการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว ซึ่งบทลงโทษนั้นถือว่ามีความรุนแรงมาก โดยท่านได้ยกตัวอย่างเคสที่เกิดขึ้นในอำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีอดีตปลัดอำเภอเข้าไปพัวพันจนเกิดความเครียดและจบชีวิตตัวเองลง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการกระทำผิดในลักษณะนี้นั้นมีโทษที่หนักหนาสาหัสเพียงใด

มาตรการเด็ดขาดเมื่อรัฐบาลเข้มงวดเอาผิดขบวนการออกบัตรประชาชนให้ต่างชาติ

นายกฯ ได้ย้ำเตือนใจข้าราชการทุกคนว่า การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตคือหัวใจสำคัญ และการที่ใครสักคนต้องเผชิญกับโทษรวมหลายร้อยปีจากหลายคดีนั้น เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือการไม่ริเริ่มทำสิ่งที่ผิดกฎหมายตั้งแต่ต้นครับ โดยมาตรการที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่มีดังนี้:

  • การตรวจสอบย้อนหลังการออกบัตรประชาชนในพื้นที่เสี่ยง
  • การใช้ระบบฐานข้อมูลดิจิทัลเข้ามาช่วยคัดกรองเพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์
  • การลงโทษทางวินัยและอาญาอย่างเฉียบขาดสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
  • การสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับประชาชนในพื้นที่เพื่อแจ้งเบาะแส

ในมุมมองของผม การที่ รัฐบาลเข้มงวดเอาผิดขบวนการออกบัตรประชาชนให้ต่างชาติ ในครั้งนี้ เป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นว่ารัฐไม่ยอมให้มีการคอรัปชันหรือการละเมิดกฎหมายจนส่งผลกระทบต่อสิทธิและผลประโยชน์ของคนไทย โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องบัตรประชาชนซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญมากสำหรับพลเมืองไทยครับ

สุดท้ายนี้ ผมอยากฝากไว้ว่า กฎหมายบ้านเมืองมีความศักดิ์สิทธิ์เสมอ และไม่ว่าคุณจะเป็นใคร หากตัดสินใจทำผิดกฎหมาย ย่อมต้องได้รับผลของกรรมนั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หวังว่าบทเรียนจากกรณีอดีตปลัดอำเภอจะเป็นเครื่องเตือนใจให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทุกคนตระหนักถึงความถูกต้องเหนือสิ่งอื่นใด

ที่มา – นายกฯ ยันรัฐบาลเข้มงวดเอาผิดขบวนการออกบัตรประชาชนให้ต่างชาติ ชี้โทษรุนแรง

คดีโกงสอบท้องถิ่น 7 ผู้ถูกกล่าวหา เข้าพบกองปราบฯ ปฏิเสธตอบคำถามสื่อฯ

เชื่อว่าหลายคนคงกำลังติดตามข่าวคราวที่น่าสนใจและส่งผลกระทบต่อระบบราชการไทยอย่างมาก สำหรับสถานการณ์ล่าสุดใน คดีโกงสอบท้องถิ่น 7 ผู้ถูกกล่าวหา เข้าพบกองปราบฯ ปฏิเสธตอบคำถามสื่อฯ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของกระบวนการยุติธรรมในการจัดการกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตการสอบครั้งนี้ครับ

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา กลุ่มข้าราชการผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 7 ราย พร้อมทีมที่ปรึกษากฎหมายได้เดินทางมายังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ตามหมายเรียก เพื่อเข้าสู่กระบวนการรับทราบข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวอย่างเนืองแน่น แต่กลุ่มผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดเลือกที่จะปิดปากเงียบและปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ใดๆ ต่อสื่อมวลชนทั้งสิ้น

ความคืบหน้าคดีโกงสอบท้องถิ่น 7 ผู้ถูกกล่าวหา เข้าพบกองปราบฯ ปฏิเสธตอบคำถามสื่อฯ

การเข้าพบพนักงานสอบสวนในครั้งนี้ถือเป็นกลุ่มสุดท้ายหลังจากที่ก่อนหน้านี้มีบุคคลสำคัญและอดีตข้าราชการระดับสูงหลายรายได้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาไปก่อนหน้าแล้ว โดยพฤติการณ์ที่ถูกตรวจสอบพบนั้นมีความเกี่ยวพันกับการแก้ไขกระดาษคำตอบเพื่อให้ผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ได้รับบรรจุเป็นข้าราชการ ซึ่งถือเป็นการทำลายความเชื่อมั่นต่อระบบสอบคัดเลือกของท้องถิ่นอย่างรุนแรง

กางไทม์ไลน์การล้างบางทุจริตและการบรรจุตัวจริง

นอกจากข่าว คดีโกงสอบท้องถิ่น 7 ผู้ถูกกล่าวหา เข้าพบกองปราบฯ ปฏิเสธตอบคำถามสื่อฯ แล้ว ทางกระทรวงมหาดไทยได้วางกรอบเวลาที่ชัดเจนเพื่อแก้ไขปัญหาและให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่สอบได้ด้วยความสามารถจริงๆ ดังนี้ครับ:

  • 11 สิงหาคม 2569: ประชุมซักซ้อมแนวทางปฏิบัติร่วมกับท้องถิ่นจังหวัดทั่วประเทศ
  • สิ้นเดือนสิงหาคม 2569: องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะออกคำสั่งถอดถอนผู้ทุจริตและบรรจุตัวจริงเข้าสู่ตำแหน่ง
  • 12 สิงหาคม 2569: พนักงานสอบสวนคาดว่าจะสรุปสำนวนส่งต่อให้ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินคดีในขั้นต่อไป

สถานการณ์นี้ถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า การตรวจสอบจากภาคประชาชนและกระบวนการยุติธรรมมีความเข้มข้นขึ้น หากเราต้องการเห็นสังคมไทยก้าวไปข้างหน้า ระบบการสอบคัดเลือกข้าราชการต้องมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ 100% เท่านั้น หวังว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะช่วยคืนความยุติธรรมให้กับผู้ที่ตั้งใจอ่านหนังสือสอบอย่างจริงจังครับ

ที่มา – คดีโกงสอบท้องถิ่น 7 ผู้ถูกกล่าวหา เข้าพบกองปราบฯ ปฏิเสธตอบคำถามสื่อฯ