วัน: 10 สิงหาคม 2026

อิตาลีพบซากเรือโรมันอายุกว่า 2,000 ปี นอกชายฝั่งเกาะซิซิลี

เชื่อว่าหลายคนคงเคยฝันอยากเห็นสมบัติล้ำค่าใต้ท้องทะเลกันใช่ไหมครับ? ล่าสุดมีข่าวสุดตื่นเต้นจากอิตาลี เมื่อมีการค้นพบซากเรือการค้าโรมันโบราณที่จมอยู่ใต้ทะเลลึกนอกชายฝั่งเกาะซิซิลี ซึ่งนับเป็นการค้นพบทางโบราณคดีครั้งสำคัญที่จะช่วยให้เราเข้าใจประวัติศาสตร์การเดินเรือในอดีตได้มากขึ้น

อิตาลีพบซากเรือโรมันอายุกว่า 2,000 ปี นอกชายฝั่งเกาะซิซิลี

การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นที่เมืองมาซารา เดล วัลโล โดยนักดำน้ำและหน่วยงานรัฐได้เข้าไปสำรวจและพบกับเรือไม้ที่มีความยาวถึง 21 เมตร จมอยู่ลึกราว 46 เมตร สิ่งที่น่าทึ่งคือภายในเรือยังคงเต็มไปด้วยไหดินเผาโบราณหรือที่เรียกว่า “แอมโฟรา” (Amphorae) จำนวนหลายร้อยใบ ซึ่งถูกใช้เป็นภาชนะขนส่งไวน์ น้ำมันมะกอก และธัญพืชในยุคโรมัน การที่อิตาลีพบซากเรือโรมันอายุกว่า 2,000 ปี นอกชายฝั่งเกาะซิซิลีในสภาพที่ค่อนข้างสมบูรณ์เช่นนี้ ถือเป็นขุมทรัพย์ทางประวัติศาสตร์ที่ล้ำค่าอย่างยิ่ง

เปิดประวัติศาสตร์การค้าโรมันใต้ทะเลลึก

นอกจากตัวเรือแล้ว นักโบราณคดียังพบแท่งยึดสมอเรือทำจากตะกั่ว ซึ่งเป็นหลักฐานชั้นดีที่บอกเล่าถึงวิถีชีวิตและการค้าทางทะเลของชาวโรมันในอดีต การที่อิตาลีพบซากเรือโรมันอายุกว่า 2,000 ปี นอกชายฝั่งเกาะซิซิลียังสะท้อนให้เห็นว่าทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงอารยธรรมในยุคนั้น โดยนักวิจัยได้วางแผนที่จะดำเนินการศึกษาและจัดทำเอกสารอย่างละเอียดเพื่อนำข้อมูลเหล่านี้มาเผยแพร่สู่สาธารณชนต่อไป

  • ซากเรือมีความยาว 21 เมตร กว้าง 6 เมตร
  • บรรจุแอมโฟราประเภท Dressel 1A หลายร้อยใบ
  • พบแท่งสมอตะกั่วช่วยยืนยันตำแหน่งการเดินเรือ
  • มีสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลเข้ามาอยู่อาศัยเป็นระบบนิเวศจำลอง

ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นได้จากเบาะแสของประชาชนและชาวประมงในพื้นที่ ที่ช่วยกันประสานงานกับเจ้าหน้าที่จนสามารถระบุพิกัดได้อย่างแม่นยำ สำหรับใครที่หลงใหลในเรื่องราวของประวัติศาสตร์ การค้นพบนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของวัตถุโบราณ แต่มันคือการย้อนเวลากลับไปมองโลกในยุคที่การค้าทางเรือคือหัวใจหลักของความรุ่งเรืองแห่งอาณาจักรโรมัน

ผมมองว่าการที่โลกยุคปัจจุบันยังคงค้นพบร่องรอยแห่งอดีตอยู่เรื่อยๆ ยิ่งย้ำเตือนให้เราเห็นว่าประวัติศาสตร์ไม่ได้หายไปไหน แต่มันรอเวลาให้เราลงไปสัมผัสและทำความเข้าใจอยู่เสมอ การค้นพบครั้งนี้จะเป็นบทเรียนสำคัญให้กับนักโบราณคดีรุ่นใหม่ และทำให้เราได้ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์พื้นที่ใต้ท้องทะเลให้คงอยู่ต่อไปครับ

ที่มา – อิตาลีพบซากเรือโรมันอายุกว่า 2,000 ปี นอกชายฝั่งเกาะซิซิลี

ไผ่ ลั่น กล้าธรรมไม่มีงูเขียว หลังข่าวสะพัด 10 สส. ย้ายพรรค

ไผ่ ลั่น กล้าธรรมไม่มีงูเขียว หลังข่าวสะพัด 10 สส. ย้ายพรรค

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทยทันที เมื่อมีกระแสข่าวหนาหูว่า สส. จำนวน 10 คนจากพรรคกล้าธรรม เตรียมตัวย้ายซบพรรคภูมิใจไทย จนเกิดคำถามถึงความมั่นคงของพรรคและสถานการณ์ภายใน แต่ล่าสุด ไผ่ ลิกค์ สส. กำแพงเพชร และเลขาธิการพรรคกล้าธรรม ได้ออกมาสยบข่าวลือดังกล่าวอย่างชัดเจน เพื่อยืนยันถึงจุดยืนของพรรคที่เน้นการทำงานเพื่อประชาชนเป็นหลัก

นายไผ่ ลิกค์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวด้วยความมั่นใจว่า ไผ่ ลั่น กล้าธรรมไม่มีงูเขียว หลังข่าวสะพัด 10 สส. ย้ายพรรค เป็นเรื่องที่ไม่เป็นความจริง พร้อมตอกย้ำว่าคนที่จะมาจับงูนั้นไม่แพ้งูแน่นอน โดยเน้นย้ำถึงความเป็นลูกผู้ชายว่า “คำไหนคำนั้น ไม่เล่นหลายหน้า” เพื่อสื่อถึงความซื่อสัตย์ต่ออุดมการณ์ของพรรคที่ประกาศไว้ตั้งแต่ต้น

เจาะลึกปมข่าวลือ ไผ่ ลั่น กล้าธรรมไม่มีงูเขียว หลังข่าวสะพัด 10 สส. ย้ายพรรค

กระแสข่าวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากมีรายงานว่ามีการพูดคุยกันระหว่างแกนนำพรรคใหญ่กับตัวแทนกลุ่ม สส. พรรคกล้าธรรม ส่งผลให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ว่ากลุ่ม สส. ของนางบุญยิ่ง นิติกาญจนา อาจจะเปลี่ยนขั้วทางการเมือง แต่ทางฝั่งพรรคกล้าธรรมได้ออกมาปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:

  • ยืนยันความเหนียวแน่นภายในพรรคกล้าธรรมว่าไม่มีงูเขียวแฝงตัวอยู่
  • เน้นย้ำเรื่องอุดมการณ์ที่มุ่งเน้นประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง
  • นายไผ่ ลิกค์ ประกาศศักดาความเป็นลูกผู้ชาย คำพูดต้องเป็นคำพูด
  • พร้อมชนทุกปัญหาเพื่อรักษาเสถียรภาพและชื่อเสียงของพรรคให้เป็นที่ยอมรับของสังคม

สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าในโลกการเมืองที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา การยืนหยัดในจุดยืนเป็นเรื่องที่สำคัญมาก การที่ ไผ่ ลั่น กล้าธรรมไม่มีงูเขียว หลังข่าวสะพัด 10 สส. ย้ายพรรค ออกมาเคลื่อนไหวในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณถึงผู้สนับสนุนพรรคว่า พรรคกล้าธรรมยังคงมีทิศทางที่ชัดเจนและพร้อมที่จะทำงานตามเจตนารมณ์ที่ให้ไว้กับพี่น้องประชาชน

ในมุมมองนักวิเคราะห์ การออกมาตอบโต้ข่าวลืออย่างรวดเร็วของเลขาสภาพรรค ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา หากปล่อยให้ข่าวลือแพร่กระจายต่อไป อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรคในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามดูกันต่อไปว่าหลังจากการออกมาประกาศลั่นครั้งนี้ พรรคกล้าธรรมจะมีบทบาทอย่างไรในการผลักดันนโยบายให้เกิดผลจริงในสภาฯ ซึ่งนั่นคือบทพิสูจน์ที่แท้จริงของคำว่าลูกผู้ชายของนายไผ่ ลิกค์

ที่มา – “ไผ่” ลั่น “กล้าธรรม” ไม่มีงูเขียว หลังข่าวสะพัด 10 สส. ลั่น ลูกผู้ชายคำไหนคำนั้น

เงินอุดหนุนบุตร เดือนสิงหาคม 2569 โอนแล้ว 600 บาท

สวัสดีค่ะคุณพ่อคุณแม่ทุกท่าน สำหรับใครที่กำลังรอคอยความช่วยเหลือจากภาครัฐ วันนี้มีข่าวดีมาบอกค่ะ เพราะล่าสุดทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. ได้ทำการโอนเงินอุดหนุนบุตร เดือนสิงหาคม 2569 เข้าบัญชีของผู้ที่มีสิทธิเรียบร้อยแล้วนะคะ โดยเป็นการจ่ายเงินจำนวน 600 บาท สำหรับรอบเดือนกรกฎาคม 2569 ซึ่งโอนให้เมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมาค่ะ

ตรวจสอบสิทธิ เงินอุดหนุนบุตร เดือนสิงหาคม 2569

หลายท่านอาจจะยังสงสัยว่าเราจะเช็กอย่างไรว่าเงินเข้าหรือยัง ไม่ต้องกังวลเลยค่ะ คุณสามารถตรวจสอบสถานะการรับเงินด้วยตัวเองง่ายๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ที่สะดวกและรวดเร็ว โดยมีช่องทางดังนี้ค่ะ:

  • เว็บไซต์กรมกิจการเด็กและเยาวชน http://csgcheck.dcy.go.th
  • แอปพลิเคชัน “เงินเด็ก”
  • แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ”

ขั้นตอนการลงทะเบียนรับเงินอุดหนุนบุตร เดือนสิงหาคม 2569

สำหรับผู้ปกครองท่านใดที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน หรือเด็กๆ เพิ่งคลอดและมีสัญชาติไทย สามารถยื่นคำร้องได้เลยนะคะ โดยไม่ต้องยึดตามทะเบียนบ้าน แต่ให้ไปติดต่อ ณ พื้นที่ที่คุณพ่อคุณแม่และลูกน้อยอาศัยอยู่จริงค่ะ โดยแบ่งจุดรับลงทะเบียนดังนี้:

  • กรุงเทพมหานคร: ติดต่อได้ที่สำนักงานเขต
  • เมืองพัทยา: ติดต่อที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา
  • ส่วนภูมิภาค: ติดต่อที่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หรือเทศบาลใกล้บ้านได้เลยค่ะ

อีกหนึ่งช่องทางที่สะดวกสุดๆ คือการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “เงินเด็ก” แต่ก่อนจะลงทะเบียนอย่าลืมยืนยันตัวตนผ่านแอปฯ ThaiD ของกรมการปกครองให้เรียบร้อยก่อนนะคะ หากตรวจสอบสิทธิผ่านแล้ว เงินจะได้รับย้อนหลังนับตั้งแต่เดือนที่ลงทะเบียนเลยค่ะ

หากคุณพ่อคุณแม่ท่านไหนมีข้อสงสัยเพิ่มเติม หรือต้องการสอบถามรายละเอียดเรื่องการรับสิทธิ สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด กรมกิจการเด็กและเยาวชน หมายเลขโทรศัพท์ 02-651-6902 หรือสายด่วนศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงเลยค่ะ สุดท้ายนี้ การได้รับเงินสนับสนุนส่วนนี้ถือเป็นตัวช่วยที่ดีในการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายสำหรับครอบครัว หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกบ้านนะคะ

ที่มา – เงินอุดหนุนบุตร เดือนสิงหาคม 2569 พม. โอนเงิน 600 บาท เข้าบัญชีผู้มีสิทธิแล้ว

มหาสมุทรทั่วโลกเดือด อุณหภูมิสูงสุดทำสถิติใหม่ เดือน ก.ค.

เชื่อว่าหลายคนคงเริ่มรู้สึกได้ถึงความผิดปกติของสภาพอากาศในช่วงนี้ใช่ไหมครับ? ไม่ใช่แค่ความร้อนบนบกที่เราเจออยู่ทุกวัน แต่ล่าสุดมีการเปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า มหาสมุทรทั่วโลกเดือด อุณหภูมิสูงสุดทำสถิติใหม่ เดือน ก.ค. ซึ่งถือเป็นสัญญาณเตือนภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ที่พวกเราทุกคนต้องหันมาใส่ใจอย่างจริงจังครับ

มหาสมุทรทั่วโลกเดือด อุณหภูมิสูงสุดทำสถิติใหม่ เดือน ก.ค.

รายงานจากสำนักงานการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโคเปอร์นิคัส (C3S) ระบุว่า ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา อุณหภูมิเฉลี่ยผิวน้ำทะเลทั่วโลกพุ่งสูงถึง 20.96 องศาเซลเซียส ทำลายสถิติเดิมที่เคยทำไว้ในปี 2566 ลงอย่างราบคาบ การที่ มหาสมุทรทั่วโลกเดือด อุณหภูมิสูงสุดทำสถิติใหม่ เดือน ก.ค. แบบนี้ ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขที่เปลี่ยนไปเท่านั้น แต่มันส่งผลกระทบต่อเนื่องไปทั่วทั้งระบบนิเวศ

ผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญและภาวะโลกร้อน

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ มหาสมุทรทั่วโลกเดือด อุณหภูมิสูงสุดทำสถิติใหม่ เดือน ก.ค. คือการก่อตัวของภาวะเอลนีโญในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้เกิดสภาพอากาศสุดโต่งทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น:

  • คลื่นความร้อนที่ยาวนานและรุนแรงขึ้นในยุโรปตะวันตก
  • ภาวะภัยแล้งในพื้นที่ที่เคยมีความชุ่มชื้น
  • พายุฝนตกหนักผิดปกติในหลายภูมิภาค
  • ระบบนิเวศทางทะเลที่ได้รับความเสียหายจากน้ำทะเลร้อนจัด

นอกจากนี้ ในฝั่งยุโรปเองยังเผชิญกับสถิติที่น่ากังวล โดยช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคมกลายเป็นช่วงเวลาที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ อุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่าค่ามาตรฐานถึง 2.79 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนว่าภาวะโลกร้อนไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้าเราทุกคน

ในฐานะที่เราเป็นผู้อยู่อาศัยบนโลกใบนี้ การรับรู้ข่าวสารเหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่อย่าหยุดเพียงแค่การรับรู้ครับ เราควรเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ไม่ว่าจะเป็นการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า หรือการสนับสนุนนโยบายที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะโลกของเรามีเพียงใบเดียวและเราต้องช่วยกันรักษาไว้ก่อนที่สถานการณ์จะเลวร้ายไปกว่านี้ครับ

ที่มา – มหาสมุทรทั่วโลกเดือด อุณหภูมิสูงสุดทำสถิติใหม่ เดือน ก.ค.

รัฐบาลตั้งวอร์รูม 24 ชม. รับมือน้ำท่วมภาคเหนือ ปลดล็อกงบฉุกเฉิน

สถานการณ์สภาพอากาศในปัจจุบันมีความแปรปรวนสูง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือที่ต้องเผชิญกับความท้าทายทั้งปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งสลับกันไป ล่าสุดมีข่าวดีเมื่อ รัฐบาลตั้งวอร์รูม 24 ชม. รับมือน้ำท่วมภาคเหนือ ปลดล็อกงบฉุกเฉินให้ผู้ว่าฯ ช่วยประชาชนได้ทันที เพื่อยกระดับการช่วยเหลือให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

รัฐบาลตั้งวอร์รูม 24 ชม. รับมือน้ำท่วมภาคเหนือ ปลดล็อกงบฉุกเฉินให้ผู้ว่าฯ ช่วยประชาชนได้ทันที

การปรับตัวครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะรัฐบาลได้สั่งการให้ทุกจังหวัดปรับรูปแบบการทำงานสู่เชิงรุกเต็มรูปแบบ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าประชาชนจะได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที โดยเฉพาะการตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ย่อยที่พร้อมปฏิบัติงานตลอดเวลา นอกจากนี้ยังมีการเตรียมความพร้อมทั้งกำลังคนและเครื่องจักรกลหนักให้พร้อมสแตนด์บายในจุดเสี่ยงภัยทุกพื้นที่

ปลดล็อกงบฉุกเฉินเพื่อการช่วยเหลือที่คล่องตัว

ปัญหาที่ผ่านมามักติดขัดเรื่องขั้นตอนทางราชการที่ล่าช้า แต่ด้วยนโยบายใหม่นี้ รัฐบาลตั้งวอร์รูม 24 ชม. รับมือน้ำท่วมภาคเหนือ ปลดล็อกงบฉุกเฉินให้ผู้ว่าฯ ช่วยประชาชนได้ทันที ทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถตัดสินใจใช้เงินทดรองราชการกรณีฉุกเฉินได้ทันทีเมื่อประเมินความเสี่ยงแล้วว่ามีอันตรายสูง โดยไม่ต้องรอเอกสารหรือขั้นตอนที่ยุ่งยาก เพื่อให้การบรรเทาความเสียหายหน้างานทำได้อย่างรวดเร็วที่สุด

แนวทางปฏิบัติที่รัฐบาลเน้นย้ำมีดังนี้:

  • การสำรวจพื้นที่เสี่ยงภัยและการวางแผนอพยพกลุ่มเปราะบางเป็นอันดับแรก
  • การบูรณาการกำลังทหารและศูนย์ ปภ. เขต เพื่อเข้าถึงพื้นที่เข้าถึงยาก
  • การจัดทำฐานข้อมูลน้ำต้นทุนเพื่อป้องกันปัญหาภัยแล้งในระยะยาว
  • การเร่งสำรวจความเสียหายหลังน้ำลดเพื่อจ่ายเงินเยียวยาให้ถึงมือประชาชนโดยเร็ว

เป็นเรื่องน่ายินดีที่ภาครัฐหันมาให้ความสำคัญกับการลดขั้นตอนและเน้นการทำงานเชิงรุก เพราะภัยพิบัติเป็นสิ่งที่รอไม่ได้ การมีงบประมาณที่คล่องตัวและศูนย์ปฏิบัติการที่พร้อมลุย 24 ชั่วโมง จะเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้พี่น้องชาวเหนือมั่นใจได้ว่าพวกเขาจะไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังเมื่อเกิดภัยพิบัติครับ

หวังว่ามาตรการ รัฐบาลตั้งวอร์รูม 24 ชม. รับมือน้ำท่วมภาคเหนือ ปลดล็อกงบฉุกเฉินให้ผู้ว่าฯ ช่วยประชาชนได้ทันที นี้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนได้จริง และเป็นโมเดลต้นแบบในการบริหารจัดการภัยพิบัติทั่วประเทศต่อไปครับ

ที่มา – รัฐบาลตั้งวอร์รูม 24 ชม. รับมือน้ำท่วมภาคเหนือ ปลดล็อกงบฉุกเฉินให้ผู้ว่าฯ ช่วยประชาชนได้ทันที

รัฐบาลแจงสัมพันธ์ไทย-เมียนมา หนุนความมั่นคงพลังงาน

ในยุคที่สถานการณ์พลังงานโลกมีความผันผวนสูง การรักษาความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้านถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รัฐบาลแจงสัมพันธ์ไทย-เมียนมา หนุนความมั่นคงพลังงาน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรมจะมีก๊าซธรรมชาติใช้ได้อย่างต่อเนื่องและไม่สะดุด

รัฐบาลแจงสัมพันธ์ไทย-เมียนมา หนุนความมั่นคงพลังงาน

การเดินหน้าความร่วมมือด้านพลังงานกับเมียนมาถือเป็นยุทธศาสตร์ระยะยาว โดยนางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้ข้อมูลที่ชัดเจนว่า เมียนมาคือคู่ค้าสำคัญที่ส่งก๊าซธรรมชาติให้ไทยมานานกว่า 40 ปี ซึ่งปัจจุบันก๊าซเหล่านี้มีสัดส่วนสำคัญในการผลิตไฟฟ้าและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมในประเทศ การที่ รัฐบาลแจงสัมพันธ์ไทย-เมียนมา หนุนความมั่นคงพลังงาน จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่เป็นเรื่องปากท้องของประชาชนโดยตรง

ความสำคัญของการต่อสัญญาก๊าซและการลงทุนใหม่

ปัจจุบันกระทรวงพลังงานกำลังเร่งดำเนินการในหลายส่วน เพื่อสร้างเสถียรภาพทางพลังงาน ดังนี้:

  • การต่ออายุสัญญาแหล่งก๊าซเดิมที่ใกล้หมดอายุ เพื่อรักษาปริมาณก๊าซธรรมชาติที่ส่งเข้าสู่ระบบให้ต่อเนื่อง
  • การเจรจาโอกาสในการลงทุนในแหล่งปิโตรเลียมใหม่ๆ เช่น แหล่ง A6 ซึ่งถือเป็นทางเลือกสำคัญในการกระจายแหล่งที่มาของก๊าซ
  • การจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ฉบับใหม่ เพื่อเป็นกรอบความร่วมมือที่ยั่งยืนระหว่างสองประเทศ

การกระจายความเสี่ยงโดยการหาแหล่งก๊าซเพิ่มเติม ไม่เพียงแต่ช่วยลดการพึ่งพาแหล่งใดแหล่งหนึ่งจนเกินไป แต่ยังส่งผลดีต่อการบริหารจัดการต้นทุนค่าไฟฟ้าในระยะยาวอีกด้วย เมื่อเรามีแหล่งพลังงานที่มั่นคงและราคาที่แข่งขันได้ เศรษฐกิจโดยรวมของไทยก็จะแข็งแกร่งขึ้นตามไปด้วย

ในมุมมองของผม การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับประเด็นนี้เป็นเรื่องที่ถูกต้องและเหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะในโลกที่พลังงานคือหัวใจของการพัฒนา ประเทศที่สามารถรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานไว้ได้ ย่อมมีความได้เปรียบในการดึงดูดการลงทุนและพัฒนาเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง หวังว่าความร่วมมือนี้จะประสบความสำเร็จและส่งผลดีต่อค่าครองชีพของพี่น้องประชาชนในอนาคตอันใกล้นี้ครับ

ที่มา – รัฐบาลแจงสัมพันธ์ไทย-เมียนมา หนุนความมั่นคงพลังงาน เดินหน้าต่อสัญญาก๊าซ

เบื้องหลัง ตำรวจขาสั้นใจเกินร้อย ทิ้งนัดหมอ ช่วยระงับเหตุ

เชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นภาพไวรัลของเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งที่สวมกางเกงขาสั้นแต่พกพาอุปกรณ์ยุทธวิธีครบมือ เข้าพื้นที่เพื่อระงับเหตุในโรงเรียน นี่คือเบื้องหลัง ตำรวจขาสั้นใจเกินร้อย ทิ้งนัดหมอ ช่วยระงับเหตุที่ทำเอาชาวเน็ตต่างพากันชื่นชมในความกล้าหาญและความเสียสละของเขาอย่างล้นหลาม

เบื้องหลัง ตำรวจขาสั้นใจเกินร้อย ทิ้งนัดหมอ ช่วยระงับเหตุ

เหตุการณ์ระทึกขวัญที่เกิดขึ้นในโรงเรียนย่านนนทบุรีเมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ไม่ได้สร้างความตื่นตระหนกเพียงอย่างเดียว แต่ยังเผยให้เห็นวีรบุรุษในคราบเครื่องแบบที่ไม่พร้อม แต่หัวใจพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจท่านนี้คือ จ.ส.ต.เสฏฐวุฒิ สังข์เมือง จาก บก.น.7 ซึ่งในวันดังกล่าวเขาอยู่ระหว่างการลางานเพื่อไปพบแพทย์ แต่เมื่อทราบข่าวเหตุการณ์ร้ายแรง เขาตัดสินใจทิ้งนัดหมอในทันทีเพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่เสี่ยงภัย

เหตุผลที่ทำให้เกิดภาพ ตำรวจขาสั้นใจเกินร้อย ทิ้งนัดหมอ ช่วยระงับเหตุ

สาเหตุที่ทำให้เราเห็นภาพเบื้องหลัง ตำรวจขาสั้นใจเกินร้อย ทิ้งนัดหมอ ช่วยระงับเหตุอย่างชัดเจนนั้น เพราะจังหวะที่ได้รับแจ้งเหตุ เขาอยู่ระหว่างการแต่งกายไปพบแพทย์พอดี แต่ด้วยจิตวิญญาณของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เขาจึงไม่ลังเลที่จะหยิบอุปกรณ์ยุทธวิธีในรถยนต์และสวมวิญญาณหน่วยปฏิบัติการพิเศษทันที

  • ความเสียสละเหนือสิ่งอื่นใด: ทีมตำรวจ บก.น.7 ที่กำลังแข่งขัน MPB S.W.A.T Challenge 2026 ตัดสินใจสละสิทธิ์การแข่งขันเพื่อมาช่วยงานจริง
  • การตัดสินใจที่เด็ดขาด: การปฏิบัติหน้าที่ในสภาวะคับขันวัดกันที่วินาทีต่อวินาที
  • ทักษะและใจที่พร้อมเสมอ: แม้เครื่องแต่งกายจะเป็นอุปสรรค แต่ทักษะของชุดปฏิบัติการพิเศษนั้นไม่ได้ลดน้อยลงเลย

เรื่องราวนี้เป็นบทพิสูจน์ที่ยอดเยี่ยมว่า คำว่า “ตำรวจ” ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องแบบที่สวมใส่ แต่ขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่นในการดูแลความปลอดภัยของประชาชนเป็นที่ตั้ง หากไม่มีเจ้าหน้าที่ที่ตัดสินใจอย่างรวดเร็วเช่นนี้ สถานการณ์อาจจะเลวร้ายกว่าที่หลายคนคาดคิด

เราขอสดุดีในความกล้าหาญของ จ.ส.ต.เสฏฐวุฒิ และเจ้าหน้าที่ทุกนายที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุการณ์ครั้งนี้ พวกท่านทำให้เห็นว่าคำว่า “ใจเกินร้อย” นั้นมีอยู่จริงในรั้วสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหวังว่าพลังบวกจากเรื่องราวนี้จะเป็นกำลังใจให้ตำรวจไทยทุกคนในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

ที่มา – เบื้องหลัง “ตำรวจขาสั้นใจเกินร้อย” ทิ้งนัดหมอ ลุยช่วยระงับเหตุกราดยิงในโรงเรียน

กกต.บอร์ดประกันสังคม ยืนยันไม่เลื่อนวันเลือกตั้ง ย้ำกำหนดเดิม 27 ก.ย. 69

กกต.บอร์ดประกันสังคม ยืนยันไม่เลื่อนวันเลือกตั้ง ย้ำกำหนดเดิม 27 ก.ย. 69

ข่าวดีสำหรับผู้ประกันตนและผู้ประกอบการทุกคนครับ! หลังจากที่มีกระแสข่าวเรื่องความกังวลเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ล่าสุดทางคณะกรรมการการเลือกตั้งฯ ได้ออกมาสยบข่าวลือและชี้แจงสถานการณ์ให้ทราบโดยทั่วกันว่า กกต.บอร์ดประกันสังคม ยืนยันไม่เลื่อนวันเลือกตั้ง ย้ำกำหนดเดิม 27 ก.ย. 69 อย่างแน่นอน โดยจะเป็นการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เพื่อเข้ามาทำหน้าที่ดูแลผลประโยชน์ของเราทุกคนในคณะกรรมการประกันสังคมครับ

ทำความเข้าใจใหม่: ชะลอแค่กระบวนการ ไม่ใช่เลื่อนวัน

หลายท่านอาจเกิดความสับสนเมื่อได้ยินข่าวเรื่องการชะลอการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ผ่านมา แต่ผมขอเน้นย้ำตรงนี้ว่า กกต.บอร์ดประกันสังคม ยืนยันไม่เลื่อนวันเลือกตั้ง ย้ำกำหนดเดิม 27 ก.ย. 69 ซึ่งการที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งทุเลาการดำเนินการในบางส่วนนั้น เป็นเพียงการจัดการขั้นตอนภายในเพื่อความรอบคอบและถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น โดยจะไม่มีผลกระทบต่อวันเลือกตั้งจริงที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 27 กันยายน 2569 นี้ครับ

เพื่อให้การเลือกตั้งในครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและโปร่งใส ทางสำนักงานประกันสังคมได้เตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ อย่างเต็มที่ ดังนี้:

  • เร่งสรุปรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ครอบคลุมและแม่นยำ
  • ปรับปรุงขั้นตอนการตรวจสอบสิทธิให้สะดวกและทั่วถึงมากที่สุด
  • ประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งตามกำหนดการเดิมในวันที่ 19 สิงหาคม 2569
  • เตรียมสถานที่จัดเลือกตั้งและหน่วยเลือกตั้งให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้ใช้สิทธิ

ความพยายามในการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของการมีส่วนร่วมจากพี่น้องผู้ประกันตนและนายจ้างทุกท่าน ดังนั้น การที่ กกต.บอร์ดประกันสังคม ยืนยันไม่เลื่อนวันเลือกตั้ง ย้ำกำหนดเดิม 27 ก.ย. 69 จึงถือเป็นข่าวดีที่ทำให้เรายังคงสามารถไปใช้สิทธิเลือกตัวแทนที่จะเข้าไปบริหารกองทุนประกันสังคมได้ตามตารางเวลาที่วางไว้ครับ

หากท่านใดมีข้อสงสัยหรือต้องการตรวจสอบสิทธิของตนเอง สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์อำนวยการจัดการเลือกตั้งฯ (ศอ.ลต.) โทรศัพท์ 0 2956 2929 ในวันและเวลาราชการ หรือติดต่อสายด่วนสำนักงานประกันสังคม 1506 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงครับ อย่าลืมเตรียมตัวไปใช้สิทธิเพื่อกำหนดทิศทางสวัสดิการของพวกเรากันนะครับ

ที่มา – กกต.บอร์ดประกันสังคม ยืนยันไม่เลื่อนวันเลือกตั้ง ย้ำกำหนดเดิม 27 ก.ย. 69

น้ำโขงบึงกาฬพุ่ง 12 เมตร ล้นท่วมถนนแลนด์มาร์คริมโขง

น้ำโขงบึงกาฬพุ่ง 12 เมตร ล้นท่วมถนนแลนด์มาร์คริมโขง

สถานการณ์น้ำในจังหวัดบึงกาฬกำลังน่าเป็นห่วงอย่างมาก หลังจากที่ น้ำโขงบึงกาฬพุ่ง 12 เมตร จนล้นเข้าท่วมพื้นที่ถนนแลนด์มาร์คริมโขง ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและจุดพักผ่อนสำคัญของชาวเมือง โดยสาเหตุหลักมาจากฝนที่ตกหนักสะสมต่อเนื่องยาวนานกว่า 2 สัปดาห์ รวมถึงการระบายน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำและแม่น้ำสาขาในฝั่ง สปป.ลาว ที่ไหลมาบรรจบกัน ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและสร้างความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนในหลายพื้นที่

ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากระดับ น้ำโขงบึงกาฬพุ่ง 12 เมตร

นอกจากถนนแลนด์มาร์คที่ถูกน้ำท่วมขังจนเจ้าหน้าที่ต้องประกาศงดใช้เส้นทางแล้ว พื้นที่ทางการเกษตรและถนนในหมู่บ้านหลายแห่งยังได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะลำห้วยสาขาต่างๆ ที่น้ำโขงไหลย้อนกลับเข้าท่วมพื้นที่ทำกินของเกษตรกร ส่งผลให้สัญจรไปมาด้วยรถเล็กทำได้ยากลำบาก ในขณะที่หน่วยงานภาครัฐและผู้นำชุมชนกำลังเร่งระดมกำลังเข้าให้ความช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเต็มที่

สำหรับพื้นที่ 5 อำเภอที่ได้รับผลกระทบหนัก ได้แก่:

  • อำเภอเมืองบึงกาฬ
  • อำเภอเซกา
  • อำเภอโซ่พิสัย
  • อำเภอปากคาดและอำเภอพรเจริญ
  • อำเภอบึงโขงหลง อำเภอบุ่งคล้า และอำเภอศรีวิไล

สถานการณ์ น้ำโขงบึงกาฬพุ่ง 12 เมตร นี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะระดับน้ำยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามการคาดการณ์ของ สทนช. เจ้าหน้าที่จึงขอความร่วมมือประชาชนให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และเตรียมขนย้ายทรัพย์สินไว้ในที่ปลอดภัย แม้ในช่วงวิกฤตนี้ชาวบ้านจะใช้โอกาสออกมาจับปลาเพื่อลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน แต่ความปลอดภัยของทุกคนยังคงต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง

หากคุณอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด และหากต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน อย่าลังเลที่จะติดต่อผู้นำชุมชนหรือหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ทันที ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวบึงกาฬทุกคนผ่านพ้นวิกฤติน้ำท่วมครั้งนี้ไปได้โดยเร็วและปลอดภัยที่สุดครับ

ที่มา – น้ำโขงบึงกาฬพุ่ง 12 เมตร ล้นท่วมถนนแลนด์มาร์คริมโขง เร่งช่วย 5 อำเภอได้รับผลกระทบ