วัน: 12 สิงหาคม 2025

อุตุฯ เตือน! ฝนสะสม 12-19 ส.ค. ทั่วไทยยังมีฝน

กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ฝนสะสมรายวัน 15 วันล่วงหน้า เตือนช่วง 12-19 ส.ค. ทั่วไทยยังมีฝนเกิดขึ้นได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคอีสาน ใกล้หย่อมความกดอากาศต่ำและร่องมรสุม เผย ในระยะนี้ยังไม่มีสัญญาณก่อตัวของพายุหมุนเขตร้อนที่จะเคลื่อนเข้าไทย แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

วันที่ 12 สิงหาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยา อัปเดตผลการพยากรณ์ฝนสะสม 12-19 ส.ค. ทั่วไทยยังมีฝนรายวัน (ทุกๆ 24 ชม. : นับตั้งแต่ 07.00 น. ถึง 07.00 น. วันรุ่งขึ้น) และลมที่ระดับ 925 hPa (750 ม.) 15 วันล่วงหน้า ระหว่าง 12-26 ส.ค. 68 จากศูนย์พยากรณ์อากาศระยะกลางยุโรป (ECMWF) วิเคราะห์ตามผลจากแบบจำลองฯ

ช่วงวันที่ 12-19 ส.ค. 68 เป็นช่วงที่ทั่วไทยยังมีฝน/ฝนฟ้าคะนอง เกิดขึ้นได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคอีสาน บริเวณใกล้หย่อมความกดอากาศต่ำและร่องมรสุม ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

ส่วนภาคอื่นๆ จะมีฝนเพิ่มขึ้นจากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่เริ่มมีกำลังแรงขึ้น โดยฝนจะเริ่มตกกระจายถึงเกือบทั่วไปและตกหนักบางแห่ง ขอให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

สำหรับภาคใต้ จะเริ่มมีฝนฟ้าคะนองกระจายและตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะฝั่งอันดามันด้านรับมรสุม คลื่นลมแรงขึ้น ต้องเตรียมความพร้อมรับมือกับสภาวะฝนตกหนัก ฝนตกต่อเนื่องและฝนตกสะสม โดยฝน/ฝนฟ้าคะนอง มักเกิดขึ้นในช่วงเย็นถึงค่ำ ซึ่งอาจทำให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

ขอให้ประชาชนใช้รถใช้ถนนด้วยความระวัง ฝนตกถนนลื่น ผู้ที่ทำงานกลางแจ้งควรเตรียมเต็นท์ ร่ม และเสื้อกันฝน เกษตรกรควรหาแหล่งกักเก็บและสำรองน้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีฝนน้อยในช่วงที่ผ่านมา เพื่อป้องกันปัญหาการขาดแคลนน้ำในอนาคต

ในช่วงวันที่ 20 – 26 ส.ค. 68 ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง แต่ปริมาณและพื้นที่อาจจะลดลงกว่าช่วงที่ผ่านมา ยังคงต้องเฝ้าระวังฝนที่ตกต่อเนื่องและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายได้

ในระยะนี้ยังไม่มีสัญญาณการก่อตัวของพายุหมุนเขตร้อนที่จะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย แต่อาจจะมีหย่อมความกดอากาศต่ำที่จะก่อตัวในทะเลจีนใต้ (ทางด้านตะวันออกชายฝั่งเวียดนาม) และอ่าวตังเกี๋ย และเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคอีสาน ในช่วงวันที่ 14-17 สิงหาคม 2568 ซึ่งเป็นสภาวะปกติในช่วงฤดูฝน ยังต้องติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด

สำหรับพายุโซนร้อนกำลังแรง “โพดุล (PODUL)” ในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก กำลังเคลื่อนตัวทางตะวันตก คาดว่าจะเคลื่อนผ่านเกาะไต้หวัน และเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศจีนทางด้านตะวันออก

ในช่วง 12 – 14 ส.ค. 68 ขอเตือนผู้ที่จะเดินทางไปในบริเวณดังกล่าว ให้ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง พายุนี้ไม่มีผลกระทบกับประเทศไทย ดังนั้น อย่าได้ตื่นตระหนกหรือวิตกกังวลกับข่าวลือที่ส่งต่อผ่านสื่อโซเชียลต่างๆ ฝนที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ในช่วงนี้ยังคงมาจากอิทธิพลของร่องมรสุมและมรสุมที่พัดตามฤดูกาล

โดยปกติแล้ว ช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน เป็นช่วงที่มีฝนตกชุกสำหรับประเทศไทย (ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามการประมวลผลข้อมูลใหม่ ดังนั้น ควรใช้เป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจและติดตามสภาพอากาศเบื้องต้นอย่างสม่ำเสมอ)

ฝนสะสม 12-19 ส.ค. ทั่วไทยยังมีฝน ต้องเฝ้าระวัง!

สถานการณ์ ฝนสะสม 12-19 ส.ค. ทั่วไทยยังมีฝน ทำให้หลายพื้นที่ต้องเตรียมรับมือกับปริมาณน้ำฝนที่อาจเกิดขึ้นในระยะนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกมาเตือนให้ประชาชนติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

สิ่งที่ต้องระวังในช่วง ฝนสะสม 12-19 ส.ค. ทั่วไทยยังมีฝน

  • น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่เสี่ยง
  • อุบัติเหตุบนท้องถนนเนื่องจากฝนตกหนักและถนนลื่น
  • ความเสียหายต่อพืชผลทางการเกษตร
  • โรคที่มากับน้ำ

ในช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวนเช่นนี้ การเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติ

อย่าลืมตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกจากบ้าน และติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและคนที่คุณรัก

ที่มา – อุตุฯ พยากรณ์ฝนสะสมล่วงหน้า ช่วง 12-19 ส.ค. ทั่วไทยยังมีฝนเกิดขึ้นได้ต่อเนื่อง

คาร์เตอร์กลัวเจมส์เจอเหยียดผิวขั้นรุนแรง

เจส คาร์เตอร์ กลัวว่า ลอเรน เจมส์ เพื่อนร่วมทีม จะต้องเผชิญกับการเหยียดผิวที่ “รุนแรงอย่างมาก” หากเธอเป็นผู้เล่นอังกฤษเพียงคนเดียวที่ยิงจุดโทษพลาดในการดวลจุดโทษรอบก่อนรองชนะเลิศยูโร 2025 กับสวีเดน

ลอเรน เจมส์ กองหน้าเชลซีตกเป็นเป้าหมายของการเหยียดผิวทางออนไลน์ในปี 2021 เมื่อเล่นให้แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด และอีกครั้งในปี 2023 เมื่ออยู่ที่เชลซี

คาร์เตอร์ตกเป็นเป้าของการเหยียดผิวทางออนไลน์ระหว่างทัวร์นาเมนต์ ซึ่งสมาคมฟุตบอล (FA) ได้ร่วมมือกับตำรวจเพื่อพยายามระบุตัวผู้รับผิดชอบ

เจมส์ยิงจุดโทษลูกที่สองของอังกฤษพลาดที่ซูริก แต่เบธ มีด, อเล็กซ์ กรีนวูด และ เกรซ คลินตัน ซึ่งทั้งหมดเป็นคนผิวขาว ก็พลาดเช่นกัน

แม้จะพลาด แต่ทีมสิงโตสาวก็ยังสามารถผ่านเข้ารอบต่อไป ก่อนที่จะเอาชนะสเปนได้ในรอบชิงชนะเลิศในการดวลจุดโทษอีกครั้ง

คาร์เตอร์กล่าวกับ ITN ว่า “มันแย่มากที่จะพูด แต่มันเกือบจะเหมือนกับการถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อผู้เล่นคนอื่นๆ ที่ไม่ใช่คนผิวสี ยิงจุดโทษพลาด เพราะการเหยียดผิวที่จะเกิดขึ้นกับ LJ [ลอเรน เจมส์] หากเธอเป็นคนเดียวที่ยิงพลาดจะรุนแรงอย่างมาก”

“ไม่ใช่เพราะเราต้องการให้พวกเขาทำพลาด แต่เป็นเพราะรู้ว่ามันจะเป็นอย่างไรสำหรับเรา [ผู้เล่นอังกฤษผิวสี] หากเราพลาด”

คาร์เตอร์กลัวเจมส์เจอเหยียดผิวขั้นรุนแรง

เมื่อพูดถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเหยียดผิว คาร์เตอร์กล่าวว่า “มันทำให้คุณรู้สึกเล็กน้อย มันทำให้คุณรู้สึกว่าคุณไม่สำคัญ ว่าคุณไม่มีค่า”

“มันทำให้คุณคิดทบทวนทุกสิ่งที่คุณทำ มันไม่ใช่ที่ที่น่าอยู่ มันไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกมั่นใจที่จะกลับลงไปในสนาม ครอบครัวของฉันก็เสียใจมากเช่นกันและเศร้า”

มาร์ค บุลลิงแฮม ประธานบริหารของ FA กล่าวระหว่างการแข่งขันว่า หน่วยงานกำกับดูแลได้ส่งเรื่องการเหยียดผิวที่ “น่ารังเกียจ” ไปยังตำรวจสหราชอาณาจักรแล้ว

คาร์เตอร์ถอยห่างจากโซเชียลมีเดียหลังจากการเหยียดผิว แม้ว่าเธอจะบอกว่าการสนับสนุนที่ได้รับจากแฟนบอลอังกฤษ “มีความหมายทุกอย่าง”

ทีมชาติอังกฤษตัดสินใจที่จะหยุดคุกเข่าก่อนการแข่งขัน โดย Sarina Wiegman ผู้จัดการทีมกล่าวว่าผลกระทบของการแสดงท่าทางต่อต้านการเหยียดผิว “ยังไม่ดีพอ”

คาร์เตอร์กล่าวว่าผลกระทบทางจิตใจของการเหยียดผิวที่เธอได้รับ ทำให้เธอรู้สึก “กลัว” เมื่อ Wiegman บอกเธอว่าเธอได้รับเลือกให้เล่นในรอบชิงชนะเลิศ

“นั่นเป็นครั้งแรกที่ฉันกลัว กลัวเกินกว่าจะเล่น” เธอกล่าวเสริม

“ฉันคิดว่ามันเป็นส่วนผสมของเกมที่ใหญ่มาก แต่เหนือสิ่งอื่นใด [ฉัน] กลัวว่าการเหยียดผิวใดๆ จะมาพร้อมกับมัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฟุตบอลหรือไม่ว่าจะเป็นการเหยียดผิวที่จะมาพร้อมกับมัน เพราะฉันทำอะไรผิดพลาดไป”

ความกลัวการเหยียดผิวที่รุนแรงของคาร์เตอร์

สิ่งที่คาร์เตอร์ได้เผชิญนั้นแสดงให้เห็นถึงปัญหาการเหยียดผิวที่ยังคงมีอยู่ในวงการฟุตบอล และความกลัวที่นักกีฬาผิวสีต้องเผชิญเมื่อพวกเขาทำผิดพลาด สิ่งสำคัญคือเราต้องตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้และทำงานร่วมกันเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและยุติธรรมสำหรับนักกีฬาทุกคน

  • การเหยียดผิวในวงการกีฬาเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขอย่างจริงจัง
  • นักกีฬาผิวสีต้องเผชิญกับแรงกดดันและความกลัวที่มากกว่านักกีฬาคนอื่นๆ
  • การสนับสนุนและให้กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญในการช่วยให้นักกีฬาเหล่านี้ก้าวข้ามอุปสรรค

เราทุกคนมีบทบาทในการสร้างสังคมที่ไม่ยอมรับการเหยียดผิว ไม่ว่าจะเป็นในสนามกีฬาหรือที่ใดก็ตาม

ปัญหาการเหยียดผิวในวงการกีฬาเป็นสิ่งที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง และเราทุกคนต้องร่วมมือกันเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและยุติธรรมสำหรับนักกีฬาและทุกคนในสังคม

คาร์เตอร์กล้าหาญมากที่ออกมาพูดถึงประสบการณ์ของเธอ หวังว่าเรื่องราวของเธอจะสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นลุกขึ้นต่อสู้กับการเหยียดผิว และสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น

การเหยียดผิวเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ และเราทุกคนต้องทำงานร่วมกันเพื่อยุติมัน

ที่มา – Carter feared James would face ‘astronomical’ racist abuse

สลด! “มิเกล อูริเบ” สว.โคลอมเบีย เสียชีวิต

ข่าวเศร้าสะเทือนวงการการเมืองโคลอมเบีย! มิเกล อูริเบ สว.โคลอมเบีย เสียชีวิตแล้ว อย่างน่าสลดใจ หลังจากถูกยิงขณะหาเสียงเมื่อสองเดือนก่อน

สลด! “มิเกล อูริเบ” สว.โคลอมเบีย เสียชีวิต

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายมิเกล อูริเบ สว.โคลอมเบีย เสียชีวิตแล้ว เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2568 หลังจากที่เขาถูกมือปืนวัยเพียง 15 ปี ยิงขณะปราศรัยหาเสียงในกรุงโบโกตา เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ที่ผ่านมา เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้นายอูริเบได้รับบาดเจ็บสาหัสและเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง แต่สุดท้ายก็ไม่อาจรอดชีวิต

เหตุการณ์เกิดขึ้นขณะที่นายอูริเบกำลังกล่าวปราศรัยหาเสียงต่อหน้าผู้สนับสนุนในสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่นายอูริเบจำนวน 3 นัด โดย 2 นัดเข้าที่ศีรษะ และอีก 1 นัดเข้าที่ขา ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ทันทีหลังเกิดเหตุ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุ

นางมาเรีย คลอเดีย ตาราโซนา ภรรยาของนายอูริเบ ได้ออกมาแถลงยืนยันการเสียชีวิตของสามี พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณเขาที่มอบความรักและเป็นพ่อที่ดีที่สุดให้กับลูกๆ ของพวกเขา การจากไปของนายอูริเบสร้างความเสียใจให้กับครอบครัว เพื่อนร่วมงาน และผู้สนับสนุนเป็นอย่างมาก

ย้อนรอยเหตุการณ์ก่อน “มิเกล อูริเบ” สว.โคลอมเบีย เสียชีวิต

ก่อนหน้านี้ โรงพยาบาลซานตา เฟ คลินิก ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับอาการของนายอูริเบว่า มีอาการเลือดออกในระบบประสาทส่วนกลาง และต้องเข้ารับการผ่าตัดเพิ่มเติม หลังจากที่เคยเข้ารับการผ่าตัดมาแล้วหลายครั้ง ภรรยาของนายอูริเบได้ขอให้ประชาชนร่วมกันภาวนาให้สามีของเธอ ซึ่งทำให้มีผู้คนจำนวนมากเดินทางมารวมตัวกันเพื่อวางดอกไม้และแสดงการสนับสนุน

นายอูริเบเป็นนักการเมืองฝ่ายขวาที่กล้าวิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดีกุสตาโว เปโตร อย่างตรงไปตรงมา เขาดำรงตำแหน่ง สว.มาตั้งแต่ปี 2565 และได้ประกาศตัวลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีโคลอมเบียที่จะมีการเลือกตั้งในเดือนตุลาคมปีหน้า การเสียชีวิตของเขาถือเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของวงการการเมืองโคลอมเบีย

นายอูริเบมาจากครอบครัวนักการเมืองที่มีชื่อเสียงในโคลอมเบีย เขามีความเชื่อมโยงกับพรรคเสรีนิยม โดยพ่อของเขาเป็นผู้นำสหภาพและนักธุรกิจ ส่วนแม่ของเขาเป็นนักข่าว ซึ่งถูกสังหารในปี 2531 หลังจากถูกแก๊งค้ายาเสพติดลักพาตัวไป

  • ประวัติโดยสังเขป: มิเกล อูริเบ
  • ดำรงตำแหน่ง สว. ตั้งแต่ปี 2565
  • เป็นตัวเก็งผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี
  • มาจากครอบครัวนักการเมืองชื่อดัง
  • ถูกยิงขณะหาเสียงและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

การจากไปของ มิเกล อูริเบ สว.โคลอมเบีย เสียชีวิตแล้ว ถือเป็นการสูญเสียบุคลากรสำคัญทางการเมือง และสร้างความโศกเศร้าให้กับประชาชนชาวโคลอมเบียเป็นอย่างมาก เหตุการณ์นี้ยังเป็นเครื่องเตือนใจถึงความรุนแรงทางการเมืองที่ยังคงมีอยู่ในบางประเทศ และความสำคัญของการสร้างสังคมที่เคารพสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออก

ที่มา – สลด “มิเกล อูริเบ” สว.โคลอมเบีย เสียชีวิตแล้ว 2 เดือนหลังถูกยิงขณะหาเสียง

ทรัมป์ลงนาม ขยายเวลา “พักภาษีตอบโต้” กับจีน 90 วัน

ทรัมป์ลงนามคำสั่ง ขยายเวลาข้อตกลงลดภาษีตอบโต้กับจีนอีก 90 วัน เปิดทางเจรจาข้อตกลงการค้า ในขณะที่ผู้นำสหรัฐฯ พยายามกดดันให้จีนเลิกซื้อน้ำมันจากรัสเซีย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อ 11 ส.ค. 2568 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร ขยายระยะเวลาการสงบศึกทางภาษีระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ออกไปอีก 90 วัน เพื่อไม่ให้กำแพงภาษีสูงลิบที่ทั้งสองประเทศตั้งให้อีกฝ่ายมีผลบังคับใช้

ทั้งนี้ ตั้งแต่ดำรงตำแหน่งในเดือนมกราคม ทรัมป์ได้เพิ่มภาษีศุลกากรที่ผู้นำเข้าของสหรัฐฯ จ่ายสำหรับสินค้าจากจีนเป็น 145% ขณะที่จีนตอบโต้ด้วยการกำหนดข้อจำกัดการส่งออกธาตุหายากบางชนิด ซึ่งมีความสำคัญต่อผู้ผลิตอาวุธและสินค้าอุปโภคบริโภคอิเล็กทรอนิกส์ของสหรัฐฯ และขึ้นภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าของสหรัฐฯ เป็น 125%

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงสงบศึกทางภาษีในเดือนพฤษภาคม ลดอัตราภาษีตอบโต้ลง 115% โดยสหรัฐฯ จะเก็บภาษีจีน 30% ประกอบด้วยภาษีพื้นฐานอัตรา 10% กับภาษีเฟนทานิล 20% ขณะที่จีนจะเก็บภาษีสินค้าที่นำเข้าจากสหรัฐฯ 10%

เมื่อ 1 วันก่อนหน้านี้ นายทรัมป์เรียกร้องให้จีนเพิ่มการนำเข้าถั่วเหลืองของสหรัฐฯ แต่ไม่ยืนยันอย่างชัดเจนว่า เขาจะขยายเวลาข้อตกลงลดอัตราภาษีกับจีนหรือไม่

ทั้งนี้ สหรัฐฯ ยังคงเจรจาเพื่อทำข้อตกลงทางการค้ากับจีนอย่างต่อเนื่อง โดยนาย สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ กล่าวว่า วอชิงตันยังคงมองสถานการณ์ในแง่ดีเรื่องการบรรลุข้อตกลง ขณะที่นายทรัมป์ขู่จะคว่ำบาตรจีนเพิ่ม หากแดนมังกรไม่หยุดซื้อน้ำมันจากรัสเซีย

ทรัมป์ลงนามคำสั่ง ขยายเวลา “พักภาษีตอบโต้” กับจีนอีก 90 วัน

สถานการณ์การค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด การที่ทรัมป์ลงนามคำสั่ง ขยายเวลา “พักภาษีตอบโต้” กับจีนอีก 90 วัน นี้ บ่งบอกถึงความพยายามในการเจรจาเพื่อหาข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายสามารถยอมรับได้

ผลกระทบจากการ ขยายเวลา “พักภาษีตอบโต้” กับจีน

การ ขยายเวลา “พักภาษีตอบโต้” กับจีนอีก 90 วัน นี้อาจส่งผลกระทบต่อหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการที่ทำการค้าระหว่างประเทศ ผู้บริโภค รวมถึงเศรษฐกิจโดยรวมของทั้งสองประเทศ การที่ไม่มีการขึ้นภาษีเพิ่มเติมในช่วงเวลาดังกล่าว อาจช่วยลดความผันผวนในตลาดและสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนได้ในระดับหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม การเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนยังคงมีความท้าทายอยู่มาก เนื่องจากมีประเด็นที่ซับซ้อนหลายอย่างที่ต้องแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา การเข้าถึงตลาด และการค้าที่เป็นธรรม การที่สหรัฐฯ กดดันให้จีนเลิกซื้อน้ำมันจากรัสเซีย ก็ยิ่งทำให้สถานการณ์มีความตึงเครียดมากยิ่งขึ้น

เชื่อว่าการ ขยายเวลา “พักภาษีตอบโต้” กับจีนอีก 90 วัน เป็นเพียงการชะลอความขัดแย้งออกไปเท่านั้น หากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถหาข้อตกลงร่วมกันได้ในที่สุด สงครามการค้าก็อาจจะกลับมารุนแรงขึ้นอีกครั้ง ซึ่งจะส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง

ดังนั้น การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที

ที่มา – ทรัมป์ลงนามคำสั่ง ขยายเวลา “พักภาษีตอบโต้” กับจีนอีก 90 วัน

เฮอร์เซเลอร์ไม่กลัวเสียผู้เล่นหลักไบรท์ตัน

ฟาเบียน เฮอร์เซเลอร์ ผู้จัดการทีมไบรท์ตัน กล่าวว่า เขาไม่กลัวที่จะเสียผู้เล่นหลักให้กับสโมสรใหญ่กว่าในตลาดซื้อขายนักเตะ

คาร์ลอส บาเลบา วัย 21 ปี เป็นผู้เล่นคนล่าสุดของทีม “นกนางนวล” ที่มีข่าวเชื่อมโยงกับการย้ายออกจากทีม โดยมีรายงานว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หวังที่จะเซ็นสัญญากับกองกลางชาวแคเมอรูนรายนี้

รูปแบบการซื้อขายนักเตะของไบรท์ตันคือการซื้อและบ่มเพาะนักเตะหนุ่มที่มีพรสวรรค์โดยอิงจากการวิเคราะห์ข้อมูล และขายในราคาที่สูงขึ้นเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมสำหรับสโมสร

ในช่วงหลายฤดูกาลที่ผ่านมา การขายผู้เล่นอย่าง เชา เปโดร, อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ และ มอยเซส ไกเซโด ซึ่งย้ายไปเชลซีในปี 2023 ด้วย สถิติการย้ายทีมของอังกฤษในขณะนั้นด้วยค่าตัว 115 ล้านปอนด์ ล้วนสร้างผลกำไรจำนวนมาก

“ไม่มีทาง ผมไม่รู้สึกกลัว” เฮอร์เซเลอร์ วัย 32 ปี กล่าวกับ Monday Night Club เมื่อถูกถามว่าเขากังวลเกี่ยวกับการต้องขายสมาชิกหลักของทีมหรือไม่

“ผมไม่กลัวอะไรเลย เพราะสิ่งเดียวที่เราทำได้คือเป็นตัวเราเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในทุกๆ วัน เช่น ทำงานให้หนักที่สุดเท่าที่จะทำได้

“สิ่งอื่นๆ ทั้งหมดที่เราไม่สามารถมีอิทธิพลได้ ดังนั้นเราต้องมุ่งเน้นไปที่ตัวเองจริงๆ

“แน่นอนว่าเราไม่สามารถใช้เงินเหมือนทีมใหญ่ๆ ได้ แต่มูลค่าที่ใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งของเราคือความสามัคคี และถ้าคุณอยู่ด้วยกัน ถ้าเราพยายามผลักดันขีดจำกัดของเราและเพิ่มขอบเขต เราก็มั่นใจได้ว่าเราสามารถแข่งขันกับทีมใหญ่ๆ ได้”

ไบรท์ตัน ซึ่งจบอันดับที่ 8 ในพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลแรกที่เฮอร์เซเลอร์ชาวเยอรมันคุมทีม จะเริ่มต้นฤดูกาล 2025-26 ในบ้านพบกับฟูแล่มในวันเสาร์ (15:00 BST)

ทีม “นกนางนวล” ยุติสถิติไร้พ่ายในช่วงปรีซีซั่นด้วยชัยชนะ 2-1 เหนือโวล์ฟสบวร์กเมื่อวันเสาร์ โดยมี มักซิม เดอ คุยเปอร์ กองหลังชาวเบลเยียมวัย 24 ปี ที่เซ็นสัญญาด้วยค่าตัว 17.5 ล้านปอนด์ ทำประตูแรกให้กับสโมสร

บาเลบา ไม่ได้ลงเล่นเนื่องจากยังคงฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บที่เข่าที่ได้รับในเดือนมิถุนายน แต่คาดว่าจะกลับมาทันเกมเปิดฤดูกาลกับฟูแล่มของ มาร์โก ซิลวา

พอล บาร์เบอร์ ประธานสโมสรไบรท์ตัน กล่าวในระหว่างการประชุมแฟนบอลว่า เขาหวังว่า บาเลบา ซึ่งเหลือสัญญาอีก 3 ปีที่เอเม็กซ์ สเตเดี้ยม จะอยู่ “ไปอีกหลายปี” แต่ไม่สามารถให้สัญญาใดๆ ได้

ขณะเดียวกัน เฮอร์เซเลอร์ ไม่ได้พูดถึงสถานการณ์ของ บาเลบา ในระหว่างการปรากฏตัวใน Monday Night Club

“มันไม่ง่าย แต่เราพิสูจน์ให้เห็นแล้วเมื่อฤดูกาลที่แล้วว่าเราเป็นทีมที่มีความสามารถในการแข่งขันสูง” เขากล่าวเกี่ยวกับว่าเขารู้สึกหงุดหงิดหรือไม่เมื่อผู้เล่นมีข่าวเชื่อมโยงกับสโมสรคู่แข่ง

“แน่นอนว่าไม่มี เชา เปโดร เขาเป็นผู้เล่นที่เหลือเชื่อ แต่เราไม่สามารถแทนที่เขาด้วยผู้เล่นคนเดียวได้ แต่เราสามารถแทนที่เขาในฐานะทีมได้ และนั่นคือสิ่งที่เรามุ่งเน้น”

เชา เปโดร กองหน้าชาวบราซิล เข้าร่วมเชลซีด้วยค่าตัว 60 ล้านปอนด์ ด้วยสัญญายาว 8 ปีในช่วงซัมเมอร์นี้

เฮอร์เซเลอร์ กล่าวต่อว่า “ในฐานะสโมสร เรามักจะพบทางออกเสมอ และผมมั่นใจว่าในอนาคตเราจะพบทางออก นั่นคือรูปแบบของเรา เราต้องยอมรับมัน

“ผมคิดว่าในฐานะสโมสร เราได้พิสูจน์แล้วว่าเราไม่ได้ขายแค่ผู้เล่นตัวใหญ่ๆ เท่านั้น เราได้รับข้อเสนอสำหรับผู้เล่นคนอื่นๆ ข้อเสนอใหญ่สำหรับ [คาโอรุ] มิโตมะ และผู้เล่นคนอื่นๆ เราพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเราไม่ได้ขายผู้เล่นทุกคน

“แน่นอนว่ามีผู้เล่นตัวใหญ่ๆ บางคนที่ออกจากสโมสรไป แต่ก็มีผู้เล่นใหม่ๆ เข้ามาในสโมสร ด้วยความสามัคคีที่เรามี ด้วยเคมีในทีมที่เรามี เราสามารถแข่งขันกับทีมใหญ่ๆ ได้ และเราสามารถแข่งขันกับทีมที่อาจจะเก่งกว่าเราในรายบุคคลได้”

เฮอร์เซเลอร์ไม่กลัวเสียผู้เล่นหลักไบรท์ตัน

เฮอร์เซเลอร์มั่นใจแม้ต้องเสียผู้เล่นหลักของไบรท์ตัน

จากบทสัมภาษณ์นี้ เราเห็นได้ว่าเฮอร์เซเลอร์มีความมั่นใจในระบบการทำงานของสโมสรไบรท์ตันเป็นอย่างมาก และเชื่อมั่นว่าทีมสามารถหาทางออกได้เสมอ ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร การที่สโมสรสามารถสร้างและพัฒนานักเตะขึ้นมาได้อย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของระบบ และความสามารถในการปรับตัวของทีม

ถึงแม้ว่าการเสียผู้เล่นหลักไปอาจส่งผลกระทบต่อทีมบ้าง แต่ด้วยสปิริตของทีมเวิร์ค และความสามารถในการดึงศักยภาพของนักเตะแต่ละคนออกมาได้อย่างเต็มที่ ไบรท์ตันก็ยังคงเป็นทีมที่น่าจับตามอง และพร้อมที่จะสร้างความประหลาดใจให้กับแฟนบอลต่อไป

โดยรวมแล้ว การที่เฮอร์เซเลอร์แสดงความมั่นใจว่า เฮอร์เซเลอร์ไม่กลัวเสียผู้เล่นหลักไบรท์ตัน นั้น เป็นสิ่งที่น่าสนใจ และสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในระบบ และวัฒนธรรมของสโมสรที่แข็งแกร่ง

ที่มา – Hurzeler does not ‘fear’ losing key Brighton players

ไบรท์ตันคว้าตัวคาฟาจิจากอาร์เซนอลด้วยสัญญายืมตัว

ไบรท์ตันคว้าตัวโรซ่า คาฟาจิ กองหน้าชาวสวีเดนจากอาร์เซนอลด้วยสัญญายืมตัวตลอดฤดูกาล

ดาวเตะวัย 19 ปีรายนี้ย้ายมาร่วมทีมอาร์เซนอลเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา หลังจากใช้เวลา 3 ปีกับทีมฮัคเค่นในสวีเดน

เธอลงเล่น 19 นัดในทุกรายการให้กับทีมปืนใหญ่ ช่วยให้สโมสรคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีกหญิง

คาฟาจิเริ่มต้นอาชีพค้าแข้งกับ AIK โดยประเดิมสนามเมื่ออายุ 15 ปี ในปี 2019 ก่อนจะย้ายไปฮัคเค่นในปี 2022

กองหน้ารายนี้ประเดิมสนามให้ทีมชาติสวีเดนในปี 2023 และลงเล่นไปแล้ว 10 นัด ทำได้ 2 ประตู

ดาริโอ วิดิโอซิช บอสใหญ่ของไบรท์ตันกล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ต้อนรับโรซ่าเข้าสู่ทีมสำหรับฤดูกาลที่จะมาถึง”

“เธอเป็นผู้เล่นเกมรุกที่สารพัดประโยชน์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพมากมายในแนวหน้า”

“เธอเป็นการเสริมทัพที่ยอดเยี่ยมสำหรับทีมของเราในแคมเปญใหม่ และเรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เห็นเธอปรับตัวเข้ากับทีมและสไตล์การเล่นของเรา”

ไบรท์ตันคว้าตัวคาฟาจิจากอาร์เซนอลด้วยสัญญายืมตัว

การย้ายทีมของ ไบรท์ตันคว้าตัวคาฟาจิจากอาร์เซนอลด้วยสัญญายืมตัว ถือเป็นการเสริมความแข็งแกร่งในแนวรุกของทีมอย่างเห็นได้ชัด ด้วยความสามารถรอบด้านและประสบการณ์ที่สั่งสมมา คาฟาจิพร้อมที่จะสร้างความแตกต่างให้กับไบรท์ตันในการแข่งขันฤดูกาลใหม่นี้

คาฟาจิเป็นผู้เล่นที่เต็มไปด้วยพลังและความเร็ว สามารถเล่นได้หลากหลายตำแหน่งในแนวรุก ไม่ว่าจะเป็นกองหน้าตัวเป้า หรือริมเส้น นอกจากนี้ เธอยังมีทักษะการเลี้ยงบอลและการจบสกอร์ที่ยอดเยี่ยม ทำให้เธอเป็นภัยคุกคามต่อแนวรับของคู่แข่ง

การที่ ไบรท์ตันคว้าตัวคาฟาจิจากอาร์เซนอลด้วยสัญญายืมตัว ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสโมสรในการพัฒนาทีมและยกระดับการแข่งขันให้สูงขึ้น การมีผู้เล่นที่มีคุณภาพอย่างคาฟาจิ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการทำประตูและเก็บชัยชนะให้กับทีมได้มากขึ้น

นอกจากนี้ การย้ายมาร่วมทีมไบรท์ตันยังเป็นโอกาสอันดีสำหรับคาฟาจิในการพัฒนาฝีเท้าและพิสูจน์ตัวเองในลีกใหม่ เธอจะได้เรียนรู้จากเพื่อนร่วมทีมและโค้ชที่มีประสบการณ์ ซึ่งจะช่วยให้เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้เล่นที่เก่งกาจยิ่งกว่าเดิม

การตัดสินใจของไบรท์ตันในการ ไบรท์ตันคว้าตัวคาฟาจิจากอาร์เซนอลด้วยสัญญายืมตัว ถือเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดและคุ้มค่าอย่างยิ่ง คาฟาจิจะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนทีมไปข้างหน้า และช่วยให้ไบรท์ตันประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้

คาฟาจิจะสร้าง impact ให้กับไบรท์ตันได้มากแค่ไหน?

แน่นอนว่าการมาของคาฟาจิ จะช่วยเพิ่มมิติในเกมรุกของไบรท์ตันได้อย่างมาก ด้วยสไตล์การเล่นที่ดุดัน กล้าได้กล้าเสีย และมีความเร็วสูง เธอจึงสามารถสร้างความปั่นป่วนให้กับแนวรับของคู่แข่งได้อย่างต่อเนื่อง

  • การเลี้ยงบอลที่คล่องแคล่ว
  • ความเร็วที่จัดจ้าน
  • การจบสกอร์ที่เฉียบคม

สิ่งเหล่านี้คือคุณสมบัติที่โดดเด่นของคาฟาจิ และเป็นสิ่งที่ไบรท์ตันต้องการเพื่อยกระดับเกมรุกของทีมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือการปรับตัวเข้ากับระบบทีมและเพื่อนร่วมทีม คาฟาจิจะต้องเรียนรู้สไตล์การเล่นของไบรท์ตัน และทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมทีมอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถแสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่

การย้ายมาครั้งนี้จึงเป็นความท้าทายครั้งใหม่ของคาฟาจิ และเป็นโอกาสอันดีที่เธอจะได้พิสูจน์ตัวเองในลีกที่แข็งแกร่งอย่างพรีเมียร์ลีกหญิง

โดยรวมแล้ว การที่ไบรท์ตันได้ตัวคาฟาจิมา ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งสำหรับแฟนบอลของทีม และเชื่อว่าเธอจะสามารถสร้างผลงานที่น่าประทับใจให้กับทีมได้อย่างแน่นอน แฟนๆเตรียมรอดูกันได้เลย!

ที่มา – Brighton sign Arsenal forward Kafaji on loan

แมนฯ ซิตี้สนดึงโรดรีโก้: ข่าวลือล่าสุด

ข่าวลือล่าสุดเกี่ยวกับตลาดซื้อขายนักเตะที่น่าสนใจ: แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังพิจารณาที่จะยื่นข้อเสนอสำหรับ โรดรีโก้ จาก เรอัล มาดริด, น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ใกล้บรรลุข้อตกลงคว้าตัว เจมส์ แม็คอาที, และ เชลซี กับ แอร์เบ ไลป์ซิก กำลังพูดคุยถึง คริสโตเฟอร์ เอ็นคุนคู ในการเจรจาเกี่ยวกับ ซาบี ซิมอนส์

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังให้ความสนใจ โรดรีโก้ กองหน้าชาวบราซิลวัย 24 ปีของ เรอัล มาดริด ซึ่งมีค่าตัวอยู่ที่ 87 ล้านปอนด์

น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ใกล้จะบรรลุข้อตกลงในการคว้าตัว เจมส์ แม็คอาที กองกลางชาวอังกฤษวัย 22 ปีจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้

เชลซี และ แอร์เบ ไลป์ซิก ได้หารือกันถึง คริสโตเฟอร์ เอ็นคุนคู กองหน้าชาวฝรั่งเศสวัย 27 ปี ในระหว่างการพูดคุยเกี่ยวกับ ซาบี ซิมอนส์ แนวรุกชาวดัตช์วัย 22 ปี

โมนาโก สนใจที่จะเซ็นสัญญา คีแรน ทริปเปียร์ อดีตกองหลังทีมชาติอังกฤษวัย 34 ปี ของ นิวคาสเซิล

เวสต์แฮม กำลังเตรียมยื่นข้อเสนอสำหรับ มาเตอุส เฟอร์นานเดส กองกลางทีมชาติโปรตุเกสชุด U-21 วัย 21 ปีของ เซาแธมป์ตัน ซึ่งมีค่าตัวอยู่ที่ 30 ล้านปอนด์

อเล็กซานเดอร์ อิซัค กองหน้าชาวสวีเดนวัย 25 ปี จะพิจารณาการกลับไปร่วมทีม นิวคาสเซิล หรือเซ็นสัญญาฉบับใหม่ก็ต่อเมื่อ ลิเวอร์พูล แจ้งให้เขาทราบโดยตรงว่าการย้ายทีมในช่วงซัมเมอร์นี้เป็นไปไม่ได้

อินเตอร์ มิลาน, โรมา, ยูเวนตุส และ นาโปลี เข้าร่วมกับ เอซี มิลาน ในการแสดงความสนใจใน ราสมุส ฮอยลุนด์ โดย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมที่จะพิจารณาข้อเสนอ 30-40 ล้านปอนด์สำหรับกองหน้าชาวเดนมาร์กวัย 22 ปี

การย้ายทีมแบบยืมตัวของ แจ็ค กรีลิช จาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปยัง เอฟเวอร์ตัน มีเงื่อนไขซื้อขาดในราคา 50 ล้านปอนด์ในช่วงซัมเมอร์หน้า

เชลซี ได้ยื่นข้อเสนอ 43 ล้านปอนด์สำหรับ อิบราฮิมา โกนาเต้ เซ็นเตอร์แบ็คชาวฝรั่งเศสวัย 26 ปีของ ลิเวอร์พูล

เบรนท์ฟอร์ด และ นิวคาสเซิล กำลังเจรจาเพื่อเซ็นสัญญา อาร์กโนด์ คาลิมูเอนโด กองหน้าชาวฝรั่งเศสของ แรนส์ โดย เบรนท์ฟอร์ด มีความคืบหน้าในการเจรจามากกว่าสำหรับนักเตะวัย 23 ปี

นิวคาสเซิล ยังให้ความสนใจอย่างมากใน บิลาล เอล คานนูสส์ กองกลางตัวรุกชาวโมร็อกโกวัย 21 ปีของ เลสเตอร์ ซิตี้ แต่ต้องเผชิญกับการแข่งขันจาก ลีดส์

เอฟเวอร์ตัน สนใจ อับดุล ฟาตาวู ปีกชาวกานาวัย 21 ปีของ เลสเตอร์ หลังจากล้มเหลวในการยื่นข้อเสนอหลายครั้งสำหรับ ไทเลอร์ ดิบบิง ปีกทีมชาติอังกฤษชุด U-21 วัย 19 ปีของ เซาแธมป์ตัน

โดมินิก คัลเวิร์ต-เลวิน ได้ปลดเอเย่นต์ของเขาเมื่อเขาพยายามหาต้นสังกัดใหม่ กองหน้าทีมชาติอังกฤษวัย 28 ปี ได้พูดคุยกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, นิวคาสเซิล และ ลีดส์

โวล์ฟสบวร์ก สนใจ ไตร ฮูม แบ็คขวาชาวไอร์แลนด์เหนือวัย 23 ปีของ ซันเดอร์แลนด์

เชลซี กำลังพิจารณาที่จะยื่นข้อเสนอสำหรับ ปิเอโร ฮินกาปี กองหลังชาวเอกวาดอร์วัย 23 ปีของ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน หลังจากที่ ลีไว โคลวิลล์ เซ็นเตอร์แบ็คทีมชาติอังกฤษวัย 22 ปี ได้รับบาดเจ็บที่เข่าอย่างรุนแรง

อิลคาย กุนโดกัน กองกลางชาวเยอรมันวัย 34 ปี ต้องการที่จะอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต่อไปจนกว่าจะสิ้นสุดตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์ แม้จะได้รับความสนใจจาก กาลาตาซาราย ก็ตาม

แมนฯ ซิตี้สนดึงโรดรีโก้

ทำไมแมนฯ ซิตี้สนดึงโรดรีโก้?

การที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้สนดึงโรดรีโก้ นั้นอาจเป็นเพราะเป๊ป กวาร์ดิโอลาต้องการเพิ่มมิติในเกมรุกของทีม โรดรีโก้เป็นผู้เล่นที่มีความสามารถรอบด้าน เล่นได้ทั้งปีกและกองหน้า มีความเร็ว เทคนิคดี และจบสกอร์ได้คม

นอกจากนี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้สนดึงโรดรีโก้ เพื่อทดแทนผู้เล่นที่อาจจะย้ายออกไปในช่วงซัมเมอร์นี้

ตลาดซื้อขายนักเตะยังคงมีความผันผวน และยังมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้เสมอ การที่ แมนฯ ซิตี้สนดึงโรดรีโก้ เป็นเพียงข่าวลือ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยานของสโมสรที่จะเสริมสร้างทีมให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

โดยส่วนตัวแล้ว มองว่าการที่แมนซิตี้ให้ความสนใจในตัวโรดรีโก้นั้น เป็นการแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของสโมสรที่ต้องการจะพัฒนาทีมให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีก หากดีลนี้เกิดขึ้นจริง จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่ายอย่างแน่นอน โรดรีโก้จะได้ร่วมงานกับยอดโค้ชอย่างเป๊ป และแมนซิตี้ก็จะได้ผู้เล่นที่มีคุณภาพเข้ามาเสริมทัพ

ที่มา – Man City consider move for Rodrygo – Tuesday gossip

Raskin ได้รับผลกระทบจาก ‘ความไม่แน่นอน’ | เรนเจอร์ส

นิโก รัสกิน กองกลางของเรนเจอร์ส ได้รับผลกระทบจาก “ความไม่แน่นอน” เกี่ยวกับอนาคตของเขาที่สโมสร ตามคำกล่าวของรัสเซลล์ มาร์ติน หัวหน้าโค้ช

นักเตะทีมชาติเบลเยียมรายนี้ตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับการย้ายทีมด้วยเงินจำนวนมหาศาลออกจากไอบรอกซ์ และมาร์ตินยอมรับว่าการติดต่อจากภายนอกมีผลกระทบ

“มีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับเขาในช่วงซัมเมอร์นี้อย่างแน่นอน” มาร์ตินกล่าว ก่อนเกมแชมเปียนส์ลีก รอบคัดเลือกรอบสาม นัดที่สอง กับวิกตอเรีย พิลเซน ในวันอังคาร

“ไม่ใช่จากคนที่โทรหาเรา แต่ฉันคิดว่าจากคนที่โทรหาเขา อย่างแน่นอน”

“ฉันคิดว่ามันส่งผลกระทบต่อแนวทางของเขา ไม่ใช่ในแง่ของความเป็นมืออาชีพ แต่เขาเป็นคนหนุ่ม แน่นอนว่ามันจะมีผลกระทบในบางจุด”

รัสกินออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในสามเกมแรกของฤดูกาลของเรนเจอร์ส แต่ถูกตัดออกจาก 11 ตัวจริงในเกมแรกของการแข่งขันกับวิกตอเรีย พิลเซน ซึ่งทีมของมาร์ตินชนะ 3-0 ที่ไอบรอกซ์

ดาวเตะวัย 24 ปี ถูกดร็อปเป็นตัวสำรองอีกครั้งในเกมพรีเมียร์ชิพกับดันดีเมื่อวันเสาร์ แต่สร้างความประทับใจในฐานะตัวสำรองในเกมที่เสมอกัน 1-1

มาร์ตินแสดงความยินดีที่รัสกินตอบสนองต่อการถูกดร็อปอย่างไร

“เขาออกจากทีมด้วยเหตุผลที่ผมและเขาพูดคุยกัน และปฏิกิริยาของเขายอดเยี่ยมมาก จริงๆ แล้วยอดเยี่ยมมาก” เขากล่าว

“เขาเป็นผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมจริงๆ และเขาเป็นคนหนุ่มที่ผมกำลังทำความรู้จักอยู่ตลอดเวลา และจริงๆ แล้วผมชอบบุคลิกและนิสัยของเขามาก”

“มันเป็นงานของผมที่จะทำให้แน่ใจว่า การเล่นให้กับสโมสรฟุตบอลแห่งนี้ ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ความต้องการนั้นชัดเจนจริงๆ ไม่ว่าคุณจะเล่นในตำแหน่งใดก็ตาม”

Raskin ได้รับผลกระทบจาก ‘ความไม่แน่นอน’ เกี่ยวกับอนาคตของเขา

เมื่อถูกถามว่าเขาคาดหวังว่ารัสกินจะอยู่ที่เรนเจอร์สต่อไปหรือไม่ มาร์ตินกล่าวว่าต้องมีข้อเสนอที่ “น่าเหลือเชื่อ” เพื่อให้สโมสรไอบรอกซ์พิจารณาขายหนึ่งในผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดของฤดูกาลที่แล้ว

“ฉันไม่คิดว่าเราอยู่ในสถานะที่เราต้องขายใคร” มาร์ตินกล่าว “ฉันไม่คิดว่าเราอยู่ในสถานะที่เราต้องการเสียผู้เล่นที่ดีที่สุดบางคนที่ทำผลงานได้ดีเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งเราคิดว่าสามารถเป็นผู้เล่นชั้นนำสำหรับเราได้ในอนาคต”

“เว้นแต่ใครบางคนเข้ามาและทำให้เราประหลาดใจ และทุกคนตัดสินใจ ทั้งผู้เล่น สโมสร ว่ามันดีที่สุดสำหรับทุกคน และจากนั้นเราสามารถทำให้แน่ใจว่าเราอยู่ในสถานะที่จะแทนที่พวกเขาด้วยคนอื่นได้”

“มันเหมือนกันสำหรับทุกสโมสรในโลกฟุตบอลตอนนี้ ฉันไม่คิดว่ามีสโมสรใดที่มีภูมิคุ้มกันต่อสิ่งนั้นจริงๆ”

อนาคตของ Raskin กับเรนเจอร์ส

“หวังว่าเราจะไปถึงจุดสิ้นสุดของตลาดนักเตะได้ เขาเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม ตลาดนักเตะปิดตัวลง เขายังอยู่ที่นี่ และจากนั้นเราสามารถพัฒนาและเดินหน้าต่อไปได้”

สถานการณ์ของ นิโก รัสกิน แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของตลาดซื้อขายนักเตะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักเตะดาวรุ่งที่มีศักยภาพสูง ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอนาคตของเขาส่งผลกระทบต่อฟอร์มการเล่นในสนาม ถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะพยายามอย่างเต็มที่ในการรักษาความเป็นมืออาชีพเอาไว้ แต่การมีข่าวลือเกี่ยวกับการย้ายทีมด้วยค่าตัวมหาศาลก็เป็นเรื่องยากที่จะไม่คิดถึง

การที่ เรนเจอร์ส ไม่มีความจำเป็นต้องขายนักเตะ ทำให้พวกเขามีอำนาจในการเจรจาต่อรอง หากมีข้อเสนอที่น่าสนใจเข้ามา พวกเขาอาจพิจารณาปล่อยตัว รัสกิน ออกไป แต่ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็ต้องการรั้งตัวเขาไว้ เพื่อพัฒนาศักยภาพและช่วยทีมประสบความสำเร็จ

สิ่งที่น่าสนใจคือ รัสเซลล์ มาร์ติน กล่าวถึงความสำคัญของการสื่อสารและความเข้าใจระหว่างนักเตะและสโมสร การที่เขาพูดคุยกับ รัสกิน เกี่ยวกับเหตุผลที่ถูกดร็อป และการที่ รัสกิน ตอบสนองในทางที่ดี แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างทั้งสองคน

โดยรวมแล้ว อนาคตของ นิโก รัสกิน กับ เรนเจอร์ส ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การตัดสินใจของทั้งสองฝ่ายจะส่งผลต่อเส้นทางอาชีพของนักเตะ และความทะเยอทะยานของสโมสรในฤดูกาลนี้

ที่มา – Raskin affected by ‘uncertainty’ over Rangers future

การตกชั้นอาจกระตุ้น Palace – Sutton

คริส ซัตตัน กล่าวว่า การตกชั้นของคริสตัล พาเลซ สู่ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก อาจ “กระตุ้น” สโมสรและทำให้พวกเขาสนิทกันมากขึ้น

ดิ อีเกิลส์ เอาชนะลิเวอร์พูลในการดวลจุดโทษในศึกคอมมิวนิตี้ ชิลด์ เมื่อวันอาทิตย์ แต่ไม่ถึง 24 ชั่วโมงต่อมา พวกเขาได้รับแจ้งว่าแพ้ในการอุทธรณ์เรื่องการถูกตัดสิทธิ์จากยูโรปา ลีก

พวกเขาผ่านเข้ารอบสำหรับการแข่งขันหลังจากชนะเอฟเอ คัพเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่ถูกยูฟ่าลงโทษเนื่องจากละเมิดกฎการเป็นเจ้าของหลายสโมสร

ซัตตัน อดีตกองหน้าพรีเมียร์ลีกกล่าวในรายการ Monday Night Club ของ 5 Live ว่า “ผมไม่จำเป็นต้องมองว่ามันมีผลกระทบต่อผู้เล่น นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร”

“ในด้านฟุตบอล พาเลซต้องก้าวต่อไปและดำเนินการต่อไปในฤดูกาล และในหลาย ๆ ด้าน มันอาจกระตุ้นสโมสรได้จริง ๆ “

“มันอาจทำให้พวกเขาสนิทกันมากขึ้น ถ้าเป็นไปได้”

นักธุรกิจชาวอเมริกัน จอห์น เท็กซ์เตอร์ ถือหุ้น 43% ในพาเลซ จนกระทั่งเขาขายมันในเดือนมิถุนายน และเป็นเจ้าของส่วนใหญ่ของลียง ซึ่งก็ผ่านเข้ารอบยูโรปา ลีกด้วยเช่นกัน

พาเลซมีเวลาจนถึงวันที่ 1 มีนาคม 2025 เพื่อแสดงหลักฐานการปรับโครงสร้างการเป็นเจ้าของหลายสโมสรต่อยูฟ่า แต่สโมสรพลาดกำหนดเส้นตายนั้น

คำตัดสินจากศาลอนุญาโตตุลาการกีฬา (Cas) ยังหมายความว่าตำแหน่งของน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ในยูโรปา ลีกได้รับการยืนยันแล้ว หลังจากได้รับการเลื่อนชั้นเข้าสู่การแข่งขันในตำแหน่งของพาเลซ

ซัตตันกล่าวเสริมว่า “พวกเขาชนะเอฟเอ คัพ พวกเขาชนะคอมมิวนิตี้ ชิลด์ ดังนั้นผมคิดว่ายังมีความตื่นเต้นอีกมาก” “คุณยังไม่สามารถเอาชนะการที่พวกเขาชนะเอฟเอ คัพได้ คุณยังไม่สามารถเอาชนะประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมในคอมมิวนิตี้ ชิลด์ได้ หากคุณเป็นแฟนพาเลซ คุณจะรักมัน “

“คุณต้องมุ่งเน้นไปที่สิ่งที่เป็นบวกให้มากที่สุด แต่แน่นอนว่ามันไม่เหมาะ”

พาเลซจะเผชิญหน้ากับเฟรดริกสตัดของนอร์เวย์หรือมิดทิลลันด์ของเดนมาร์กในการแข่งขันรอบเพลย์ออฟคอนเฟอเรนซ์ ลีก ในปลายเดือนนี้

รอรี่ สมิธ ผู้สื่อข่าวกีฬาของ Observer ก็คิดว่าคำตัดสินจาก Cas อาจเป็นประโยชน์ต่อพาเลซได้เช่นกัน

สมิธกล่าวว่า “ผมคิดว่ามีโอกาสดีมากที่สิ่งนี้จะจบลงด้วยการที่พาเลซชนะคอนเฟอเรนซ์ ลีก และพวกเขาไม่ควรอยู่ในคอนเฟอเรนซ์ ลีก พวกเขาควรอยู่ในยูโรปา ลีก”

“มันไร้สาระที่พวกเขาไม่ได้อยู่ในนั้น และมันไร้สาระที่ยูฟ่าไม่สามารถพูดได้ว่า นี่เป็นเพียงการกำกับดูแลด้านการบริหารอย่างชัดเจน”

ในเดือนกรกฎาคม พาเลซยื่นอุทธรณ์ต่อ Cas ต่อต้านยูฟ่า ซึ่งออกบทลงโทษ เช่นเดียวกับลียงและน็อตติงแฮม ฟอเรสต์

กฎของยูฟ่าระบุว่าสโมสรที่เป็นเจ้าของโดยบุคคลหรือหน่วยงานเดียวกันในระดับอิทธิพลที่แน่นอน ไม่สามารถแข่งขันในทัวร์นาเมนต์ยุโรปเดียวกันได้

พาเลซโต้แย้งว่าเท็กซ์เตอร์ไม่มีอิทธิพลชี้ขาดใด ๆ ในสโมสร แต่ยูฟ่าไม่ยอมรับการป้องกันของทีมพรีเมียร์ลีก

สมิธกล่าวต่อว่า “มันอาจเป็นแบบนั้น – ผมไม่รู้ว่ามันทำให้ขมขื่นหรือแค่หวานหรือแค่ขม – พาเลซจะเป็นหนึ่งในสามทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในคอนเฟอเรนซ์ ลีก”

“มีโอกาสดีมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพวกเขาเก็บเอเบเรชี เอเซ่ และอาจรวมถึงมาร์ค เกฮี ไว้ได้ พวกเขาจะจบลงด้วยถ้วยรางวัลอื่นในฤดูกาลหน้า”

“และมันอาจเป็นไปได้ว่าแฟน ๆ จะคิดว่ามันเป็นเหตุการณ์ที่ไม่น่าพอใจ แต่มีความสุข ผมคิดว่า”

การตกชั้นอาจกระตุ้น Palace

การตกชั้นอาจกระตุ้น Palace ให้กลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิมได้ แม้ว่าการพลาดโอกาสในการแข่งขันในยูโรปาลีกจะเป็นเรื่องที่น่าผิดหวัง แต่ความท้าทายใหม่ในคอนเฟอเรนซ์ ลีกอาจเป็นแรงผลักดันให้ทีมมุ่งมั่นและพิสูจน์ตัวเอง

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการตกชั้นที่อาจกระตุ้น Palace

  • ความสามัคคีในทีม: สถานการณ์ที่ยากลำบากมักจะนำพาผู้คนมารวมกัน การเผชิญหน้ากับความท้าทายที่ไม่คาดคิดอาจส่งผลให้ทีมเวิร์คและความมุ่งมั่นของนักเตะเพิ่มขึ้น

  • โอกาสในการคว้าแชมป์: คอนเฟอเรนซ์ ลีกเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้พาเลซได้แสดงศักยภาพและคว้าแชมป์ หากพวกเขาสามารถใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้ได้อย่างเต็มที่ พวกเขาก็อาจสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับสโมสรได้

  • การพัฒนาผู้เล่น: การแข่งขันในระดับยุโรปเป็นประสบการณ์ที่มีค่าสำหรับนักเตะ การได้เผชิญหน้ากับทีมจากลีกอื่น ๆ จะช่วยพัฒนาทักษะและมุมมองของพวกเขา

การตกชั้นอาจกระตุ้น Palace จริงหรือไม่? เวลาเท่านั้นที่จะตอบได้ สิ่งสำคัญคือทีมต้องมุ่งมั่น ทำงานหนัก และเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเอง หากพวกเขาสามารถทำได้ พวกเขาก็อาจกลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิมและสร้างความประหลาดใจให้กับวงการฟุตบอล

การตกชั้นอาจกระตุ้น Palace และนำมาซึ่งความสำเร็จที่ไม่คาดฝัน หากทีมสามารถใช้สถานการณ์นี้เป็นแรงผลักดัน พวกเขาอาจสร้างปรากฏการณ์ที่น่าจดจำได้

ที่มา – European demotion could galvanise Palace – Sutton