วัน: 4 กันยายน 2025

อนุทินชี้ เพื่อไทยส่ง “ชัยเกษม” ชิงนายกฯ ประชาชนได้ประโยชน์

“อนุทิน” คุยกับพรรคประชาชนแล้วปมเสียงโหวตในสภาฯ ชี้คนร้อง “ภูมิธรรม” ม.112 ทูลเกล้าฯ ยุบสภา ไม่เกี่ยวภูมิใจไทย มองเพื่อไทยส่ง “ชัยเกษม” ยิ่งมีคนเสนอชื่อชิงนายกฯ ยิ่งเป็นประโยชน์ต่อประชาชน

เมื่อเวลา 09.05 น. วันที่ 4 กันยายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เดินทางมาถึงรัฐสภา โดยผู้สื่อข่าวที่ปักหลักรออยู่ที่บริเวณด้านหน้าสอบถามว่ามีอะไรจะต้องเคลียร์กับพรรคประชาชนหรือไม่ นายอนุทิน บอกว่า “ได้ชี้แจงและพูดคุยกันแล้วเรื่องของการโหวตเมื่อวานแล้ว เมื่อวานพรรคภูมิใจไทยก็วิ่งกลับมาที่สภากัน โอ้โห”

ผู้สื่อข่าวถามต่อ กังวลใจหรือไม่พรรคเพื่อไทยจะมีการส่ง นายชัยเกษม นิติสิริ ชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 นายอนุทิน ตอบว่า ได้มีการพูดคุยกับพรรคประชาชนบอกว่าอีกหน่อยคงจะต้องจัดตั้งทีมประสานงานเพื่อการทำงานที่ใกล้ชิดกันมากขึ้น เพราะเพิ่งใหม่กันหมด และเพิ่งมาเป็นฝ่ายค้านร่วมกัน การทำงานในสภาฯ ก็เป็นสมัยแรก และคงจะต้องจัดทีมประสานงานทั้งสองพรรค อันนี้แค่พูดถึงการเริ่มต้นในฐานะฝ่ายค้าน

ส่วนคำถามถึงกรณีที่มีคนไปแจ้งความ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี มองอย่างไร โดยเฉพาะมาตรา 112 นายอนุทิน เผยว่า “ม.112 ไม่เกี่ยวกับพรรคภูมิใจไทย ส่วนเรื่องอื่นๆ ขอตรวจสอบก่อน ผมไม่ทราบว่าคนที่ไปแจ้งความไปในนามพรรคหรือไปในนามบุคคล เพราะเมื่อวานวุ่นแต่เรื่องอื่นทั้งวัน”

สำหรับเรื่องการประชุมวิป 2 ฝ่ายเมื่อวาน (3 กันยายน 2568) ที่ไม่ได้ข้อสรุป นายอนุทิน บอกว่า “ก็เป็นเรื่องธรรมดา” ผู้สื่อข่าวถามต่อถึงกระแสข่าวหนังสือที่พรรคเพื่อไทยส่งไปเพื่อทูลเกล้าฯ ขอยุบสภา และถูกตีกลับ มองอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า “เรื่องนี้มิบังควรที่จะพูดถึงดีกว่า” อย่างไรก็ตาม เมื่อถามย้ำที่พรรคเพื่อไทยจะเสนอนายชัยเกษม เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 กังวลใจหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า “ทุกอย่างยิ่งมีทางเลือก ยิ่งเป็นประโยชน์ต่อประชาชน”

อนุทิน มองเพื่อไทยส่ง “ชัยเกษม” ชิงนายกฯ ยิ่งมีทางเลือกยิ่งเป็นประโยชน์ต่อประชาชน

จากกรณีที่พรรคเพื่อไทยอาจเสนอชื่อ นายชัยเกษม นิติสิริ ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า เพื่อไทยส่ง “ชัยเกษม” ชิงตำแหน่งนั้น ยิ่งมีทางเลือกมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นผลดีต่อประชาชนมากเท่านั้น

อนุทิน ชี้ “ชัยเกษม” ชิงนายกฯ เป็นประโยชน์ต่อประชาชน

นายอนุทินยังกล่าวถึงการทำงานร่วมกันของพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชนในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยระบุว่า จะมีการจัดตั้งทีมประสานงานเพื่อการทำงานที่ใกล้ชิดกันมากขึ้น เนื่องจากทั้งสองพรรคเพิ่งจะมาทำงานร่วมกันในสภาเป็นสมัยแรก นอกจากนี้ นายอนุทินยังตอบคำถามเกี่ยวกับกรณีที่มีผู้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับนายภูมิธรรม เวชยชัย โดยเฉพาะในประเด็นมาตรา 112 ว่า เรื่องดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย และขอตรวจสอบรายละเอียดก่อนที่จะให้ความเห็นเพิ่มเติม

เมื่อถูกถามย้ำถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยจะเสนอชื่อนายชัยเกษม เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 นายอนุทินตอบว่า “ทุกอย่างยิ่งมีทางเลือก ยิ่งเป็นประโยชน์ต่อประชาชน” ซึ่งเป็นการแสดงท่าทีที่เปิดกว้างและมองว่าการมีตัวเลือกที่หลากหลายเป็นสิ่งที่ดี

โดยสรุปแล้ว ท่าทีของนายอนุทินต่อการที่พรรคเพื่อไทยอาจเสนอชื่อนายชัยเกษม ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นไปในเชิงบวก โดยมองว่ายิ่งมีตัวเลือกมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชนในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้าน

การที่พรรคเพื่อไทยเสนอชื่อนายชัยเกษม ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ถือเป็นการเพิ่มตัวเลือกให้กับสมาชิกรัฐสภาในการพิจารณาเลือกผู้ที่เหมาะสมที่สุดที่จะมาบริหารประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตยที่ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมและการตัดสินใจของประชาชน และเมื่อมีตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็จะสามารถพิจารณาคุณสมบัติและวิสัยทัศน์ของผู้สมัครแต่ละคนได้อย่างรอบคอบ และเลือกผู้ที่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง

การเมืองไทยในปัจจุบันมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การมีผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหลายคนจึงเป็นโอกาสที่ดีที่ประชาชนจะได้เห็นมุมมองและนโยบายที่แตกต่างกัน และนำไปสู่การตัดสินใจเลือกผู้ที่จะเข้ามาบริหารประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

ที่มา – “อนุทิน” มองเพื่อไทยส่ง “ชัยเกษม” ชิงนายกฯ ยิ่งมีทางเลือกยิ่งเป็นประโยชน์ต่อประชาชน

พังงาเฝ้าระวัง! ฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำป่าไหลหลาก

ผู้ว่าฯ พังงา เตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย ให้เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากและคลื่นลมแรง หลังมีฝนตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่

วันที่ 4 ก.ย. 2568 นายไพรัช เพชรยวน ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เผยว่า ขณะนี้ในหลายพื้นที่ของจังหวัดพังงา มีฝนตกต่อเนื่องและบางแห่งมีฝนตกหนัก ส่งผลให้ระดับน้ำในลำคลองและพื้นที่เสี่ยงอาจเพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกัน บริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นลมมีกำลังแรง คลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร

ทั้งนี้ ทำให้ทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกประกาศเตือนประชาชนเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากและสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ ชายฝั่งทะเล รวมถึงบริเวณภูเขาเชิงเขา ที่อาจได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลากและดินถล่ม

พร้อมขอให้ชาวประมงและเรือเล็กงดออกจากฝั่งในระยะนี้เพื่อความปลอดภัย ทั้งนี้ ทางจังหวัดพังงาได้สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่เตรียมความพร้อมด้านเครื่องจักรกลและทีมกู้ภัย เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที หากเกิดเหตุฉุกเฉินจากสภาพอากาศแปรปรวนในช่วงนี้

ขณะที่ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันตกรายงานว่ามีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร.

ฝนตกหนักต่อเนื่อง ผู้ว่าฯ พังงา สั่งเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก

จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดพังงา ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาจึงได้สั่งการให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยอย่างใกล้ชิด

ข้อควรปฏิบัติเมื่อเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องและน้ำป่าไหลหลาก

  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น จัดเตรียมสิ่งของจำเป็น ยาประจำตัว และเอกสารสำคัญ
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัย
  • หากอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ให้เตรียมพร้อมอพยพไปยังที่ปลอดภัยทันทีเมื่อได้รับการแจ้งเตือน
  • ระมัดระวังอันตรายจากไฟฟ้าช็อต เนื่องจากน้ำเป็นสื่อนำไฟฟ้า
  • หากพบเห็นสถานการณ์ผิดปกติ ให้แจ้งหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องทันที

การเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องและน้ำป่าไหลหลากเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายและผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการอย่างเคร่งครัด จะช่วยให้เราสามารถผ่านพ้นสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ไปได้อย่างปลอดภัย

สถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องเช่นนี้ เป็นสัญญาณเตือนให้เราหันมาใส่ใจกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และร่วมมือกันรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ที่มา – ฝนตกหนักต่อเนื่อง ผู้ว่าฯ พังงา สั่งเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก-คลื่นลมแรง

ชูวิทย์: พรรคประชาชนต้องร่วมรัฐบาล เพื่อยุบสภา

“ชูวิทย์” ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า “พรรคประชาชน” ต้องมีส่วนร่วมในรัฐบาล เพื่อเป้าหมายให้นายกฯ ยุบสภาตามเวลาที่กำหนด ชี้การโหวตให้ “อนุทิน” เป็นนายกฯ แล้วประกาศเป็นฝ่ายค้าน เป็นการหลอกลวงที่สมบูรณ์แบบที่สุดในการเมืองไทย

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ นักเคลื่อนไหวชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2568 วิพากษ์วิจารณ์สถานการณ์ทางการเมืองล่าสุด โดยระบุว่า “การหลอกลวงที่สมบูรณ์แบบ พรรคประชาชนประกาศสนับสนุน นายอนุทิน เป็นนายกฯ พรรคเพื่อไทยยื่นยุบสภา แต่ไม่ผ่าน ประกาศยอมถอยไปเป็นฝ่ายค้าน ประธานสภานัดประชุมสภาโหวตนายกฯ วันศุกร์นี้”

พรรคประชาชนต้องเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาล

นายชูวิทย์ มองว่า หากนายอนุทินได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี การจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็จะหนีไม่พ้นการตอบแทนบุญคุณทางการเมืองตามระบบโควต้า นักการเมืองหน้าเดิมก็จะกลับมาเป็นรัฐมนตรี เพื่อให้พรรคประชาชนอภิปรายตรวจสอบ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้ และ 2 กระทรวงหลักที่พรรคภูมิใจไทยจะต้องยึดไว้คือ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงคมนาคม

“สัดส่วน ครม. ที่ พรรคภูมิใจไทยจะจัดจึงเหลือๆ เมื่อไม่มีพรรคประชาชนมาหารส่วนแบ่งให้เสียของไปถึง 140 กว่าเสียง ด้วยมุมมองการเมืองแบบบริสุทธิ์อินโนเซ้นท์ พรรคประชาชนยังประกาศจะเป็นฝ่ายค้าน เพื่อจะตรวจสอบรัฐบาลเสียอีก” นายชูวิทย์กล่าว

นายชูวิทย์ยังตั้งคำถามว่า การโหวตเลือกนายกฯ เพื่อตั้งรัฐบาล ส่วนคนโหวตกลับยอมเป็นฝ่ายค้านเพื่อมาตรวจสอบรัฐบาลที่ตั้งมานั้น ทำไปเพื่ออะไร เพราะการเป็นฝ่ายค้านไม่เคยล้มรัฐบาลได้เลยสักครั้ง และเชื่อว่าเครื่องจักรดูด สส. กำลังทำงาน สักพักเสียงอาจจะล้นเกินครึ่ง โดยอ้างว่าไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น แต่มีคนเข้ามาเอง

นายชูวิทย์เสนอว่า หากต้องการจะคุมพรรคภูมิใจไทยให้ทำตามเงื่อนไขที่พรรคประชาชนยื่นเป็นสัญญาประชาคม พรรคประชาชนต้องเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลต่างหาก เพื่อให้นายกฯ ยุบสภาตามกำหนด เพราะการควบคุมที่ดีที่สุดคือ การเป็นส่วนหนึ่งใน ครม. เพื่อจะได้เห็นทุกความเคลื่อนไหว

นอกจากนี้ นายชูวิทย์ยังระบุว่า กระทรวงที่พรรคประชาชนควรคุมคือ กระทรวงยุติธรรม เพราะเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทับซ้อนที่ DSI แจ้งข้อกล่าวหานายอนุทิน เรื่องฮั้ว ส.ว. และแม้แต่เขากระโดง รวมถึงกระทรวงมหาดไทย ที่คุมบรรดาข้าราชการที่มีผลต่อการเลือกตั้ง และกรมที่ดินที่ไม่รู้ว่าจะถอนโฉนดเขากระโดงได้หรือไม่ นับเป็นข้อถกเถียงที่ล้วนแต่มีผลประโยชน์ทับซ้อนทั้งสิ้น

“แต่นี่กลับปล่อยให้พรรคภูมิใจไทยจัดสรรแบ่งปันกันเสร็จสรรพสบายใจเฉิบ ด้วยเงื่อนไขที่อ้าแขนรับได้หมด ชิลเหลือเกิน มันผิดธรรมชาติการเมืองเป็นอย่างยิ่ง แล้วคอยดูหน้าตา ครม.หนู” นายชูวิทย์กล่าว

ทำไมพรรคประชาชนต้องเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาล?

นายชูวิทย์มองว่า พรรคประชาชนจะปฏิเสธไม่ได้ ที่ต้องรับผิดชอบต่อนายกฯ และ ครม. ชุดที่นายกฯ เลือกมา ล้วนเป็นผลมาจากการโหวตสนับสนุนจากพรรคประชาชนอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ จะอ้างว่าเป็นฝ่ายค้านไม่เกี่ยวไม่ได้ เพราะพรรคประชาชนไปปลุกพรรคภูมิใจไทยให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาเอง ด้วยการโหวตให้นายอนุทิน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกฯ

หรือไม่อย่างนั้น แทนที่พรรคประชาชนจะอยู่เฉยๆ งดออกเสียง ไม่โหวตให้ใคร กลับทำตัวเป็นนั่งร้านให้พรรคภูมิใจไทยโดยไม่ได้อะไรแม้แต่น้อย ได้แค่ไปหางานทำ ตรวจสอบ อภิปราย ทำได้เท่านั้น ในขณะที่อีกฝ่ายกุมอำนาจรัฐ และ ส.ว. ที่สามารถแต่งตั้งองค์กรกลาง เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ที่นายอนุทิน เคยย้ำนักย้ำหนาว่าใครจะเป็น แค่นี้ก็รู้แล้วว่า นักการเมืองลิ้นมันดิ้นได้

“ให้ตายเถอะ ถือเป็นการเล่นการเมืองแบบใสซื่อ ไม่เข้ากับบริบทการเมืองไทย และโดยเฉพาะกับพรรคภูมิใจไทยเลย” นายชูวิทย์กล่าว

นายชูวิทย์ยังกล่าวอีกว่า การจะเปลี่ยนการเมืองไทยไม่สามารถกระทำได้ในระยะเวลาเพียง 4 เดือน เอาแค่สิ่งที่พรรคประชาชนบอกไว้ว่า จะไม่ให้ใครเอา ม.112 มาเป็นเครื่องมือทางการเมืองในการเล่นงานใคร แค่วันนี้ก็มีการแจ้ง ม.112 กับนายภูมิธรรมที่ไปยื่นยุบสภาเสียแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างจะย้อนกลับมาที่พรรคประชาชนที่ไปเลือกข้างพรรคภูมิใจไทยในครั้งนี้

ทั้งการทำงานของนายกฯ และ ครม. เขี้ยวลากดิน การจัดสรรผลประโยชน์ การควบคุม ส.ว. ไปในทุกเรื่อง ทุกอย่างล้วนมีต้นเหตุเพราะพรรคประชาชนเลือกนายอนุทินเอง โดยทำหล่อว่าตัวเองขอเป็นฝ่ายค้าน พรรคประชาชนจะต้องร่วมรับผิดชอบกับการตัดสินใจครั้งนี้อย่างเจ็บช้ำเป็นคำรบสอง ต่อเนื่องมาจากการที่พรรคภูมิใจไทยไม่โหวตให้ พิธาเป็นนายกฯ อย่างอ้างประชาชน เพราะสิ่งที่ทำไปประชาชนไม่ได้อะไร ล้วนมีแต่เสียกับการตัดสินใจแบบนี้ ที่ปล่อยเสือออกจากกรง แล้วคนเลี้ยงที่ว่าจะคุมเสือ กลับถูกเสือคาบไปกิน

นายชูวิทย์ทิ้งท้ายว่า “รอดูได้เลย ภาระที่พรรคประชาชนต้องแบกใส่บ่าหามไว้ จะส่งผลให้พรรคประชาชนเสียคะแนนมหาศาล ที่กล้าเอาเนื้อสดไปฝากไว้กับเสือหิว หรือจะว่าไปนี่เป็นการหลอกลวงที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่เคยเห็นมาในการเมืองไทย”

จากความคิดเห็นของนายชูวิทย์ จะเห็นได้ว่าการตัดสินใจทางการเมืองมีความซับซ้อนและอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึง การที่พรรคประชาชนต้องเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลหรือไม่นั้น เป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ

ที่มา – “ชูวิทย์” มอง “พรรคประชาชน” ต้องเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาล เพื่อให้นายกฯ ยุบสภาตามกำหนด

IMF หั่นเป้าจีดีพีกัมพูชาเหลือ 4.8% เศรษฐกิจจะรอดไหม

IMF ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจกัมพูชา ตัวเลขจีดีพีปีนี้จะโตแค่ 4.8% เตือนรัฐบาลเร่งปฏิรูปเศรษฐกิจ.-ปราบคอร์รัปชั่น หากหวังพ้นสถานะประเทศยากจนภายในปี 2572 สถานการณ์เศรษฐกิจกัมพูชาส่อแววไม่สดใส เมื่อกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ออกมาปรับลดประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ

วันที่ 4 กันยายน 2568 กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund-IMF) ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจกัมพูชา ปี 2568 เหลือขยายตัวเพียงแค่ 4.8% จากปีก่อนพุ่งถึง 6% เหตุมาจากปัญหาพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ปัญหาการค้าระหว่างประเทศ และยอดเงินโอนแรงงานหด พร้อมเตือนรัฐบาลต้องเร่งปฏิรูปเศรษฐกิจ เดินหน้าปราบคอร์รัปชั่น หากหวังพ้นสถานะประเทศยากจนภายในปี 2572

โดย ไอเอ็มเอฟ ออกแถลงหลังเสร็จสิ้นภารกิจหารือกับทางการกัมพูชา ภาคเอกชน และองค์กรพัฒนา ระบุว่า สาเหตุหลักมาจาก ความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าโลก ข้อพิพาทชายแดนกับไทย และปัญหาเงินโอนกลับจากแรงงานกัมพูชาต่างแดนที่ลดลง แม้ช่วงต้นปี 2568 เศรษฐกิจยังขับเคลื่อนด้วยการส่งออกเสื้อผ้า ผลิตผลเกษตร และการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง

พร้อมกันนี้ IMF เตือนว่า หากข้อพิพาทชายแดนปะทุรุนแรงขึ้นกว่าที่คาด จะกดดันการส่งออก การท่องเที่ยว และการเติบโตมากขึ้น ขณะที่ในประเทศยังเผชิญปัญหาหนี้เอกชนสูง หนี้เสียในภาคท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์พุ่งเกิน 7% อาจกระทบเสถียรภาพการเงินครัวเรือนและธุรกิจ

ขณะที่ก่อนหน้านี้ กระทรวงการคลังกัมพูชาเพิ่งประกาศเมื่อปลายเดือนสิงหาคมว่า ได้ปรับลดคาดการณ์จีดีพีปี 2568 ลงเหลือ 5.0% จากที่เคยประเมินไว้ 6.3%

นอกจากนี้ IMF ออกคำแนะนำต่อรัฐบาลกัมพูชา ระบุว่า รัฐบาลต้องเร่งปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ เสริมศักยภาพการผลิต และกระจายฐานการเติบโต พร้อมปรับปรุงบรรยากาศธุรกิจ ด้วยการ ปราบคอร์รัปชัน เสริมหลักนิติธรรม คุ้มครองสิทธิในทรัพย์สิน และเพิ่มความโปร่งใส อย่างไรก็ตาม IMF ชี้ว่าหากกัมพูชาสามารถดูดซับแรงงานที่กลับจากต่างประเทศเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในประเทศได้สำเร็จ จะช่วยเพิ่มการบริโภคและบรรเทาผลกระทบได้บางส่วน

ขณะเดียวกันแนะนำให้มีการลงทุนใน ทุนมนุษย์ การศึกษา และทักษะแรงงาน เพื่อดึงดูดการลงทุนและยกระดับอุตสาหกรรม นอกจากนี้จะต้องใช้นโยบายการคลังอย่าง เฉพาะเจาะจงและชั่วคราว เพื่อช่วยเหลือครัวเรือนยากจนและแรงงานตกงาน แต่ยังคงวินัยการคลัง

ในส่วนของระยะกลาง ควรมีแผนจัดเก็บรายได้ที่น่าเชื่อถือ เช่น ลดการยกเว้นภาษีจำนวนมาก และบังคับใช้กฎหมายภาษีอย่างจริงจัง เพื่อเปิดพื้นที่งบประมาณสำหรับการใช้จ่ายด้านการศึกษา สาธารณสุข และโครงสร้างพื้นฐาน.

IMF หั่นเป้าจีดีพีกัมพูชาโตแค่ 4.8% เตือนรัฐเร่งปฏิรูปเศรษฐกิจ.-ปราบโกงหากหวังพ้นสถานะประเทศยากจน

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน และประชาชนชาวกัมพูชาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คำถามคือ รัฐบาลกัมพูชาจะสามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไร และจะทำอย่างไรให้หลุดพ้นจากสถานะประเทศยากจนได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

การที่ IMF ออกมาเตือนถึงปัญหาคอร์รัปชัน และความจำเป็นในการปฏิรูปเศรษฐกิจ เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า กัมพูชาจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง หากต้องการที่จะพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

อะไรคือสาเหตุที่ IMF หั่นเป้าจีดีพีกัมพูชา?

สาเหตุหลักๆ ที่ IMF ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของกัมพูชา ได้แก่:

  • ความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าโลก
  • ข้อพิพาทชายแดนกับไทย
  • ปัญหาเงินโอนกลับจากแรงงานกัมพูชาในต่างแดนที่ลดลง
  • ปัญหาหนี้เอกชนสูงและหนี้เสียในภาคท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์

ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อการส่งออก การท่องเที่ยว และการบริโภคภายในประเทศ ทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวลง

รัฐบาลกัมพูชาต้องทำอย่างไร?

IMF ได้แนะนำให้รัฐบาลกัมพูชาเร่งดำเนินการดังนี้:

  1. ปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ เสริมศักยภาพการผลิต และกระจายฐานการเติบโต
  2. ปรับปรุงบรรยากาศธุรกิจด้วยการปราบคอร์รัปชัน เสริมหลักนิติธรรม คุ้มครองสิทธิในทรัพย์สิน และเพิ่มความโปร่งใส
  3. ลงทุนในทุนมนุษย์ การศึกษา และทักษะแรงงาน
  4. ใช้นโยบายการคลังอย่างเฉพาะเจาะจงและชั่วคราว เพื่อช่วยเหลือครัวเรือนยากจนและแรงงานตกงาน
  5. มีแผนจัดเก็บรายได้ที่น่าเชื่อถือ

การดำเนินการตามคำแนะนำเหล่านี้ จะช่วยให้กัมพูชาสามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และกลับมาเติบโตได้อย่างยั่งยืนอีกครั้ง การที่ IMF หั่นเป้าจีดีพีกัมพูชาโตแค่ 4.8% เตือนรัฐเร่งปฏิรูปเศรษฐกิจ.-ปราบโกงหากหวังพ้นสถานะประเทศยากจน เป็นสิ่งที่รัฐบาลกัมพูชาต้องตระหนักและเร่งแก้ไขโดยด่วน

การที่ IMF หั่นเป้าจีดีพีกัมพูชาโตแค่ 4.8% เตือนรัฐเร่งปฏิรูปเศรษฐกิจ.-ปราบโกงหากหวังพ้นสถานะประเทศยากจน สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่กัมพูชาต้องเผชิญ การปฏิรูปเศรษฐกิจและการปราบปรามคอร์รัปชันเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง หากกัมพูชาต้องการที่จะหลุดพ้นจากสถานะประเทศยากจนและสร้างอนาคตที่สดใสสำหรับประชาชน

ที่มา – IMF หั่นเป้าจีดีพีกัมพูชาโตแค่ 4.8% เตือนรัฐเร่งปฏิรูปเศรษฐกิจ.-ปราบโกงหากหวังพ้นสถานะประเทศยากจน

ชาวอเมริกันแห่เสี่ยงโชค ลุ้นลอตเตอรี่ 1.4 พันล้าน!

ชาวอเมริกันจำนวนมากกำลังแห่กันไปเสี่ยงโชค หวังที่จะคว้าแจ็กพอตลอตเตอรี่ 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในการออกรางวัลคืนนี้! หลังจากที่ไม่มีผู้โชคดีได้รับรางวัลใหญ่มาหลายงวดติดต่อกัน ทำให้เงินรางวัลสะสมเพิ่มขึ้นอย่างน่าดึงดูดใจ

บรรยากาศบริเวณแผงขายลอตเตอรี่ 1.4 พันล้าน พาวเวอร์บอลในเมืองฟิลาเดลเฟียคึกคักเป็นพิเศษในเช้าวันพุธ ผู้คนต่างมายืนรอต่อแถวเพื่อซื้อตั๋ว หวังจะเป็นผู้โชคดีที่ได้รับเงินรางวัลก้อนโตนี้ รางวัลแจ็กพอตพาวเวอร์บอลครั้งนี้มีมูลค่าสูงถึง 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 50,000 ล้านบาท เนื่องจากไม่มีใครสามารถคว้าเงินรางวัลใหญ่ไปได้เลยในช่วงหลายงวดที่ผ่านมา

แจ็กพอตครั้งนี้ถือเป็นรางวัลลอตเตอรี่ที่มีมูลค่าสูงที่สุดเป็นอันดับ 6 ในประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา การสะสมเงินรางวัลเกิดขึ้นจากการออกรางวัลต่อเนื่องถึง 40 งวด โดยที่ไม่มีผู้ใดสามารถทายหมายเลขทั้ง 6 ตัวได้ถูกต้อง การออกรางวัลครั้งที่ 41 จะมีขึ้นในคืนวันพุธตามเวลาท้องถิ่น

สำหรับผู้ที่โชคดีได้รับรางวัลใหญ่ ลอตเตอรี่ 1.4 พันล้านดอลลาร์ จะมีทางเลือกในการรับเงินรางวัลสองรูปแบบ คือ รับเป็นงวด ๆ จำนวน 30 ครั้งในระยะเวลา 29 ปี หรือเลือกรับเป็นเงินสดก้อนเดียว ซึ่งจะมีมูลค่าประมาณ 634.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 22,700 ล้านบาท สาเหตุสำคัญที่ไม่มีใครถูกรางวัลเลยนั้นมาจากโอกาสในการถูกรางวัลแจ็กพอตที่ต่ำมาก เพียง 1 ใน 292.2 ล้านเท่านั้น

ชาวอเมริกันแห่เสี่ยงโชค ลุ้นลอตเตอรี่ 1.4 พันล้าน

ความหวังที่จะเปลี่ยนชีวิตให้กลายเป็นเศรษฐีในชั่วข้ามคืนเป็นแรงผลักดันให้ชาวอเมริกันจำนวนมากยอมเสี่ยงโชคกับลอตเตอรี่พาวเวอร์บอล แม้ว่าโอกาสในการถูกรางวัลจะน้อยนิด แต่ความฝันที่จะมีชีวิตที่มั่งคั่งและสะดวกสบายก็เป็นสิ่งที่ดึงดูดใจผู้คนอยู่เสมอ

ความน่าสนใจของลอตเตอรี่ 1.4 พันล้าน

  • เงินรางวัลที่สูงเป็นประวัติการณ์: แจ็กพอตที่มีมูลค่าสูงถึง 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นแรงจูงใจที่สำคัญ
  • ความฝันที่จะเปลี่ยนชีวิต: โอกาสในการเป็นเศรษฐีในชั่วข้ามคืนเป็นสิ่งที่ดึงดูดใจ
  • ความตื่นเต้นของการเสี่ยงโชค: การลุ้นผลรางวัลเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและสนุกสนาน

นอกจากนี้ การซื้อลอตเตอรี่ยังเป็นกิจกรรมทางสังคมที่ผู้คนสามารถพูดคุยและแบ่งปันความหวังร่วมกันได้ หลายคนซื้อลอตเตอรี่ร่วมกับเพื่อนร่วมงานหรือสมาชิกในครอบครัว เพื่อเพิ่มความสนุกสนานและความตื่นเต้นในการลุ้นรางวัล

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือการซื้อลอตเตอรี่อย่างมีความรับผิดชอบและไม่เกินกำลังทรัพย์ของตนเอง การเล่นลอตเตอรี่ควรเป็นเพียงกิจกรรมสันทนาการเพื่อความสนุกสนานและความตื่นเต้นเท่านั้น

แม้โอกาสถูกรางวัลจะน้อยมาก แต่ก็ยังมีชาวอเมริกันจำนวนมากที่พร้อมจะเสี่ยงโชคและลุ้นระทึกไปกับการออกรางวัลในคืนนี้ ใครจะรู้ บางทีคุณอาจเป็นผู้โชคดีคนต่อไปที่ได้รับรางวัลแจ็กพอตก้อนโตนี้ก็เป็นได้!

ที่มา – ชาวอเมริกันแห่เสี่ยงโชค หวังแจ็กพอตลอตเตอรี่ 1.4 พันล้าน ลุ้นรางวัลคืนนี้

NISSAN THAILAND ปรับโครงสร้าง เตรียมปล่อยรถรุ่นใหม่!

Nissan Thailand ฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญด้วยการดำเนินโครงการรวมสายการผลิตที่โรงงานจังหวัดสมุทรปราการเสร็จสมบูรณ์! โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผน Re:Nissan ที่มุ่งยกระดับประสิทธิภาพและความสามารถในการแข่งขัน และเตรียมพร้อมสำหรับการผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ในอนาคต ซึ่งรวมถึงรถยนต์ไฟฟ้าด้วย

โทชิฮิโระ ฟูจิคิ ประธาน Nissan Thailand และ Nissan Asean กล่าวว่า “ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย Nissan ได้ดำเนินโครงการรวมสายการผลิตจนเสร็จสมบูรณ์ การยกระดับสายการผลิตครั้งนี้จะช่วยให้เราปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาด เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน”

ความสำเร็จครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของ Nissan ที่มีต่อศักยภาพและความเชี่ยวชาญของพนักงานในประเทศไทย โดยมีการจัดพิธีฉลองที่โรงงาน พร้อมด้วยผู้บริหาร พนักงาน และพันธมิตรจากกลุ่มสยาม มอเตอร์

“ความสำเร็จของ NISSAN THAILAND ปรับโครงสร้าง ครั้งนี้ ต้องขอขอบคุณความร่วมมือร่วมใจจากพันธมิตรและความทุ่มเทของพนักงานทุกคน ความมุ่งมั่นของพนักงานจะเป็นแรงบันดาลใจให้นิสสันเดินหน้าสร้างการเติบโตไปพร้อมกับสังคมไทย และสร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้า พนักงาน พันธมิตร และสังคมอย่างต่อเนื่อง” มร.ฟูจิกิกล่าวเสริม

การรวมสายการผลิตครั้งนี้ จะทำให้ Nissan มีสายการผลิตที่มีประสิทธิภาพและคล่องตัวมากขึ้น โรงงานแห่งนี้จะมีความพร้อมและศักยภาพในการผลิตรถยนต์รุ่นหลัก ๆ ได้แก่ Almera, Kicks e-Power, Navara, Terra และรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ในอนาคต รวมถึงรุ่นที่ใช้เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า นอกจากจะผลิตรถยนต์เพื่อจำหน่ายในประเทศแล้ว ยังผลิตเพื่อส่งออกไปยังตลาดทั่วโลกกว่า 100 แห่งอีกด้วย

NISSAN THAILAND ปรับโครงสร้างควบรวมสายการผลิตในไทยเตรียมปล่อยรถรุ่นใหม่!

ทำไม NISSAN THAILAND ปรับโครงสร้าง ถึงสำคัญ?

การปรับโครงสร้างและควบรวมสายการผลิตของ Nissan Thailand ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเปลี่ยนแปลงภายในองค์กร แต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาและปรับตัวให้เข้ากับตลาดรถยนต์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การลงทุนในเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยและการเพิ่มประสิทธิภาพของสายการผลิต จะช่วยให้ Nissan สามารถผลิตรถยนต์ที่มีคุณภาพสูงในราคาที่แข่งขันได้ นอกจากนี้ ยังเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรงในตลาดโลก

การตัดสินใจของ NISSAN THAILAND ปรับโครงสร้าง และควบรวมสายการผลิตในประเทศไทย ยังเป็นการส่งสัญญาณที่ดีต่อเศรษฐกิจของประเทศ แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยยังคงเป็นฐานการผลิตที่สำคัญสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก การลงทุนและการพัฒนาในภาคอุตสาหกรรมนี้ จะช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ การปรับโครงสร้างครั้งนี้ยังส่งผลดีต่อผู้บริโภคชาวไทยด้วย เนื่องจาก Nissan จะสามารถนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลายและสามารถเข้าถึงรถยนต์ที่มีคุณภาพสูงในราคาที่เหมาะสม

โดยรวมแล้ว การตัดสินใจของ NISSAN THAILAND ปรับโครงสร้าง เป็นการวางรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการเติบโตในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต การเตรียมความพร้อมสำหรับเทคโนโลยีรถยนต์แห่งอนาคต หรือการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและนักลงทุน การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อ Nissan Thailand และอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย

การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของ Nissan ที่จะพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายในอนาคต การปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของตลาดและการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ ๆ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ Nissan สามารถรักษาความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนต่อไป

ที่มา – NISSAN THAILAND ปรับโครงสร้างควบรวมสายการผลิตในไทยเตรียมปล่อยรถรุ่นใหม่!

น้องโตโน่ เจ้าหนูขายผักผลไม้ สู้ชีวิตกับแม่

เปิดเรื่องราวชีวิตสุดประทับใจของเด็กชายตัวน้อยกับคุณแม่ผู้พิการทางการได้ยิน ที่ต้องดิ้นรนขายผักผลไม้เพื่อหาเลี้ยงชีพ วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับ น้องโตโน่ เจ้าหนูขายผักผลไม้ วัยเพียง 6 ขวบ จากจังหวัดเชียงใหม่ ที่อาศัยอยู่กับแม่เพียงสองคนเท่านั้น พี่ชายอีกสองคนของน้องต้องบวชเรียน เพราะแม่ไม่มีเงินส่งเสียให้เรียนต่อ ส่วนพ่อของน้องได้แยกทางกับแม่ไปตั้งแต่เด็ก เนื่องจากปัญหาการดื่มสุราและทำร้ายร่างกาย

หลังจากนั้น แม่ของน้องโตโน่ เจ้าหนูขายผักผลไม้ จึงตัดสินใจเริ่มต้นอาชีพขายผักผลไม้เพื่อเลี้ยงดูตนเองและลูกชาย แต่ด้วยข้อจำกัดทางร่างกายที่ไม่สามารถพูดและได้ยิน ทำให้การสื่อสารกับลูกค้าเป็นไปอย่างยากลำบาก แม่ไม่สามารถใช้ภาษามือสากลได้ ทำให้ต้องใช้การสื่อสารแบบที่เข้าใจกันเอง ซึ่งสร้างความท้าทายเป็นอย่างมากในการขายของ แม่ต้องทำงานอย่างหนักตั้งแต่เช้าจรดเย็น เพื่อให้ได้เงินมากที่สุด ส่วนที่พักอาศัยก็เป็นเพียงห้องเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ และยังประสบปัญหาอุทกภัยซ้ำเติมอีกด้วย

น้องโตโน่ เจ้าหนูขายผักผลไม้

แม้จะต้องเผชิญกับความยากลำบากมากมาย แต่แม่ก็มีน้องโตโน่คอยเป็นกำลังใจสำคัญ น้องช่วยเหลืองานทุกอย่างเท่าที่ตัวเองจะทำได้ น้องตื่นเช้ามาช่วยแม่จัดร้าน ช่วยขายของ และเก็บร้าน รวมถึงช่วยทำงานบ้านต่างๆ ด้วยความเต็มใจ เพราะไม่อยากเห็นแม่ต้องเหนื่อยยากลำบากไปมากกว่านี้

น้องโตโน่ เจ้าหนูขายผักผลไม้

นอกเหนือจากความกังวลเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ น้องโตโน่ เจ้าหนูขายผักผลไม้ และแม่ยังต้องคิดถึงลูกชายอีกสองคนที่บวชเรียนอยู่ การจะได้เจอกันแต่ละครั้งต้องใช้เวลานานถึงหกเดือน เนื่องจากฐานะทางบ้านค่อนข้างยากจน ทำให้ไม่มีเงินทองเพียงพอที่จะไปเยี่ยมลูกชายได้บ่อยนัก ทำได้เพียงแต่รอคอยวันที่ลูกๆ จะกลับมาอยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง

น้องโตโน่ เจ้าหนูขายผักผลไม้

น้องโตโน่ เจ้าหนูขายผักผลไม้ กับชีวิตที่ไม่ยอมแพ้

เรื่องราวของน้องโตโน่ เจ้าหนูขายผักผลไม้ สะท้อนถึงอะไร?

เรื่องราวของน้องโตโน่ เป็นแรงบันดาลใจให้หลายคนได้เห็นถึงความเข้มแข็งของจิตใจ และความรักความผูกพันของแม่ลูกคู่นี้ แม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมายเพียงใด พวกเขาก็ยังคงยิ้มสู้และไม่ย่อท้อต่อโชคชะตา

เรื่องราวของน้องโตโน่ เจ้าหนูขายผักผลไม้ แสดงให้เห็นถึงพลังของความรักและความกตัญญูที่สามารถเอาชนะอุปสรรคต่างๆ ได้ น้องโตโน่ เป็นเด็กดีที่ช่วยแบ่งเบาภาระของแม่ด้วยความเต็มใจ

ทางทีมงานขอเป็นกำลังใจให้น้องโตโน่และคุณแม่ ขอให้มีสุขภาพแข็งแรงและประสบความสำเร็จในชีวิตนะครับ

ที่มา – “น้องโตโน่” เจ้าหนูขายผักผลไม้กับแม่ผู้ไร้เสียง กัดฟันสู้เพื่อชีวิตของสองเรา

ถ่ายทอดสดประชุมสภาฯ 4 ก.ย. 68 จับตาก่อนโหวตนายกฯ

ถ่ายทอดสดประชุมสภาผู้แทนราษฎร 4 ก.ย. 68 จับตาก่อนวัน “โหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ 32” หลังประธานสภาฯ สั่งบรรจุวาระเรื่องด่วนในวันที่ 5 ก.ย.นี้ การประชุมครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งสร้างความสนใจให้กับประชาชนทั่วประเทศ

วันที่ 4 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 ปีที่ 3 ครั้งที่ 19 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ในวันนี้ ตามกำหนดการนัดประชุมในเวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยไม่ได้กำหนดเป็นวาระประชุมนัดพิเศษ โดยมีญัตติด่วนที่น่าสนใจในทำนองเดียวกันหลายเรื่อง เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา, การขอให้สภาพิจารณาบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding : MOU) 2543 และ 2544 ระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา รวมถึงเรื่องที่ค้างพิจารณาอีกหลายเรื่อง

(ถ่ายทอดสดประชุมสภาฯ)

ขณะที่สถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้กำลังอยู่ในความสนใจของประชาชน ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากความเป็นนายกรัฐมนตรี ทำให้ต้องมีการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ และจัดตั้งรัฐบาลใหม่ขึ้น ซึ่งพรรคประชาชนมีมติคณะกรรมการบริหารพรรคออกมาว่าจะโหวตสนับสนุนให้กับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ภายใต้เงื่อนไข 5 ข้อ ที่สำคัญคือต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน ซึ่งนายอนุทิน และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ลงนามในข้อตกลงร่วมกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา โดยพรรคภูมิใจไทยก็ยื่นเรื่องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้ว 

ทางด้านพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ยอมรับว่าทูลเกล้าฯ เสนอยุบสภาไปแล้ว แต่ต่อมาช่วงเย็นวันเดียวกัน มีกระแสข่าวว่าหนังสือดังกล่าวถูกตีกลับ ซึ่งนายภูมิธรรม ไม่ได้ตอบในประเด็นดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของการโหวตนายกรัฐมนตรี ล่าสุดประธานสภาฯ มีคำสั่งบรรจุวาระเรื่องด่วนที่ 8 พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ในการประชุมวันที่ 5 กันยายน 2568 เรียบร้อยแล้ว.

ถ่ายทอดสดประชุมสภาฯ 4 ก.ย. 68 จับตาก่อนวันโหวตนายกฯ คนที่ 32

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 4 กันยายน 2568 ถือเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญทางการเมืองที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด การถ่ายทอดสดการประชุมสภาฯ ทำให้ประชาชนสามารถติดตามความเคลื่อนไหวและกระบวนการตัดสินใจของนักการเมืองได้อย่างใกล้ชิด

ประเด็นสำคัญในการ ถ่ายทอดสดประชุมสภาฯ 4 ก.ย. 68

  • การพิจารณาญัตติด่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา
  • การพิจารณาบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา
  • ความคืบหน้าในการเตรียมการสำหรับการโหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ 32

การ ถ่ายทอดสดประชุมสภาฯ 4 ก.ย. 68 จับตาก่อนวันโหวตนายกฯ คนที่ 32 ครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสอันดีที่ประชาชนจะได้รับทราบข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและรอบด้านเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางการเมืองอย่างมีวิจารณญาณ

ดังนั้น การติดตาม ถ่ายทอดสดประชุมสภาฯ 4 ก.ย. 68 จับตาก่อนวันโหวตนายกฯ คนที่ 32 จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับประชาชนทุกคนที่ต้องการติดตามสถานการณ์ทางการเมืองและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจอนาคตของประเทศ

ที่มา – ถ่ายทอดสดประชุมสภาฯ 4 ก.ย. 68 จับตาก่อนวันโหวตนายกฯ คนที่ 32

สเปนซ์หวังสร้างแรงบันดาลใจมุสลิมคนแรก

เจ็ด สเปนซ์ หวังที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นหลัง หากเขาได้เป็นผู้เล่นมุสลิมคนแรกที่ได้เป็นตัวแทนของทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่

ฟูลแบ็กจากท็อตแนม ฮอตสเปอร์ส ซึ่งมีชื่อติดทีมชาติอังกฤษรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี 6 นัด ได้ถูกเรียกตัวติดทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรกสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกกับอันดอร์ราและเซอร์เบีย

นี่เป็นการพลิกผันโชคชะตาของอดีตผู้เล่นมิดเดิลสโบรห์ ซึ่งถูกสเปอร์สปล่อยยืมตัวถึงสามครั้ง ได้แก่ แรนส์, ลีดส์ และเจนัว ก่อนที่จะสร้างตัวเองในทีมชุดใหญ่เมื่อฤดูกาลที่แล้ว

แม้ว่าสมาคมฟุตบอลจะไม่เก็บสถิติเกี่ยวกับศาสนาของผู้เล่น แต่เป็นที่เข้าใจกันว่าสเปนซ์อาจกลายเป็นชายมุสลิมคนแรกที่ได้ลงเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษ

“มันเป็นพร เป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ ผมไม่รู้จะพูดยังไง” สเปนซ์ วัย 25 ปีกล่าว

“ผมสวดมนต์เยอะมาก ผมขอบคุณพระเจ้า ในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในชีวิต ช่วงเวลาที่มืดมนที่สุด ผมเชื่อเสมอว่าพระเจ้าอยู่เคียงข้างผมเสมอ มันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับผม ศรัทธาของผม”

สเปนซ์กล่าวว่าเขาไม่รู้สึกถึงแรงกดดันเพิ่มเติมใดๆ บนบ่าของเขาเนื่องจากศาสนาของเขา แต่หวังว่าเรื่องราวของเขาจะสามารถยกระดับผู้อื่นได้

“ผมไม่รู้สึกกดดันกับอะไรบางอย่าง ผมแค่เล่นฟุตบอลด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า มีความสุข และที่เหลือจะดูแลตัวเอง” เขากล่าวเสริม

“ถ้าผมทำได้ คุณก็ทำได้ ไม่ใช่แค่เด็กมุสลิม แต่เด็กทุกคนที่มีศรัทธา จงตั้งใจทำอะไรสักอย่าง แล้วคุณจะทำได้”

สเปนซ์หวังสร้างแรงบันดาลใจมุสลิมคนแรก

ก่อนวันที่ 15 ธันวาคมปีที่แล้ว สเปนซ์ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกเพียง 64 นาทีในฤดูกาล 2024-25

หลังจากวันนั้น เขาลงเล่นเต็ม 90 นาทีใน 19 เกมจาก 22 เกมลีกต่อมาของสเปอร์ส

การเปลี่ยนแปลงนั้นชัดเจน สเปนซ์อยู่ในอันดับท้ายๆ ของทีมของอังเก้ ปอสเตโคกลู ผู้จัดการทีมสเปอร์สในขณะนั้น จนเขาไม่มีชื่ออยู่ในทีมสำหรับรอบแบ่งกลุ่มยูโรปาลีก

เขาเข้ามาในรอบน็อกเอาต์เท่านั้น แต่ลงเล่น 180 นาทีในเกมที่เอาชนะ AZ อัล์คมาร์ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย

จากนั้นเขาถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองขณะที่สเปอร์สเอาชนะแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในรอบชิงชนะเลิศ คว้าแชมป์รายการใหญ่ครั้งแรกในรอบ 17 ปี และได้สิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันในแชมเปียนส์ลีก

ด้วยความก้าวหน้าของเขาในฤดูกาลที่แล้ว ทำให้มีการพูดถึงเรื่องที่สเปนซ์อาจมีชื่อติดทีมชาติอังกฤษชุดแรกของโธมัส ทูเคิล ในเดือนมีนาคม

อย่างไรก็ตาม สเปนซ์พลาดโอกาสนั้น โดยมีไมลส์ ลูอิส-สเคลลี ดาวรุ่งจากอาร์เซนอล ถูกเรียกตัวติดทีมในตำแหน่งแบ็กซ้ายแทน แม้ว่าผู้เล่นของสเปอร์สจะเข้าสกัด, ตัดบอล, เคลียร์บอล, บล็อก และโหม่งสกัดในกรอบเขตโทษได้มากกว่าในช่วงเวลานั้นของฤดูกาล

แต่สเปนซ์ยังคงอยู่ในสายตา และหลังจากลงเล่นทุกนาทีให้กับสเปอร์สในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลใหม่จนถึงปัจจุบัน เขาก็ได้รับโอกาสติดทีมชาติชุดใหญ่

“แน่นอนว่าการได้เล่นให้ทีมชาติอังกฤษเป็นเรื่องใหญ่ 100%” สเปนซ์กล่าว

“ผู้จัดการทีมทำให้ผมรู้สึกสบายใจ ทุกคนที่นี่ทำให้ผมรู้สึกสบายใจ นอกจากนี้ผมยังเคยเล่นในรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี ดังนั้นผมจึงรู้มากกว่าเล็กน้อย แต่ในระดับทีมชาติชุดใหญ่ ผมไม่เคยทำมาก่อน เพื่อนๆ ทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นและต้อนรับผมเป็นอย่างดี”

เขาได้ประเดิมสนามให้กับทีมชาติอังกฤษรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี โดยลี คาร์สลีย์ในเดือนมีนาคม 2022 ที่พบกับแอลเบเนีย

คาร์สลีย์ต้องการพา สเปนซ์ ไปร่วมการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปีในปี 2023 ซึ่งอังกฤษเป็นผู้ชนะเลิศด้วยการเอาชนะสเปนในรอบชิงชนะเลิศ แต่อาการบาดเจ็บทำให้กองหลังรายนี้พลาดการแข่งขัน

สำหรับคาร์สลีย์ การก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญของสเปนซ์ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ

“ผมรักเจ็ด ผมคิดว่าเขาเป็นผู้เล่นที่ดีมาก” คาร์สลีย์กล่าวกับ BBC Sport เมื่อต้นปีนี้ “น่าตื่นเต้นมาก โจมตีเก่ง มีพละกำลัง เป็นคนเงียบๆ แต่ถ่อมตัว

“เขามีคุณสมบัติมากมาย วิธีที่เขาสามารถขับเคลื่อนและเลี้ยงบอล ทำประตู สร้างสรรค์เกม ป้องกัน เขาเป็นผู้เล่นที่ไม่มีขีดจำกัดว่าเขาจะไปได้ไกลแค่ไหน”

สเปนซ์หวังสร้างแรงบันดาลใจมุสลิมคนแรกไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็นการแสดงให้เห็นว่าความมุ่งมั่นและความศรัทธาสามารถนำพาเราไปสู่จุดสูงสุดได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ศาสนาใด หรือมาจากที่ไหน หากคุณมีความฝัน จงมุ่งมั่นและเชื่อมั่นในตัวเอง

### สเปนซ์หวังสร้างแรงบันดาลใจมุสลิมคนแรก: บทพิสูจน์แห่งความมุ่งมั่น

เรื่องราวของสเปนซ์แสดงให้เห็นว่าการทำงานหนัก ความศรัทธา และการไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค สามารถนำไปสู่ความสำเร็จได้ เขากลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชนมุสลิมและทุกคนที่กำลังไล่ตามความฝันของตนเอง

ที่มา – Spence hopes to inspire as first Muslim England player