วัน: 5 กันยายน 2025

อนาคตอันน่าทึ่ง! แอนเดอร์สันกับโอกาสอังกฤษ

มันเป็นช่วงเวลาที่เฮเลนและเอียน แอนเดอร์สันจะไม่มีวันลืม

เอลเลียต ลูกชายของพวกเขาเพิ่งวางสายจากผู้จัดการทีมชาติอังกฤษเมื่อเขาเฟซไทม์หาพ่อแม่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

“สีหน้าของเขาเปล่งประกาย” เฮเลนผู้เป็นแม่กล่าวหลังจากการเรียกตัวติดทีมชุดใหญ่ครั้งแรกของเขา “โธมัส ทูเคิลได้คุยกับเขาและบอกว่าจะใส่ชื่อเขาในทีม”

“พวกเราผ่านพ้นอารมณ์ที่คุณสามารถจินตนาการได้ในฐานะพ่อแม่ เมื่อรู้ว่าเขาเพิ่งได้รับข่าวที่เขาใฝ่ฝันและทำงานอย่างหนักเพื่อมัน”

อย่างไรก็ตาม แอนเดอร์สันผู้สุขุมไม่ต้องการพูดถึงเรื่องนี้อีกต่อไปจนกว่าจะมีการประกาศรายชื่อทีมอย่างเป็นทางการและเขา “เห็นมันเป็นขาวดำ”

การยืนยันมาถึงเมื่อแอนเดอร์สันไม่ได้คาดหวังในเช้าวันรุ่งขึ้น

ขณะที่แอนเดอร์สันและเพื่อนร่วมทีม Nottingham Forest กำลังดูการจับสลาก Europa League ในโรงยิม ภาพของกองกลางพร้อมกับคำว่า “เรียกตัว” ปรากฏขึ้นบนหน้าจอพร้อมเสียงเชียร์ดัง

ขณะนี้แอนเดอร์สันอยู่ในแนวที่จะได้ประเดิมสนามให้กับอังกฤษในการพบกับอันดอร์ราต่อหน้าครอบครัวที่ภูมิใจของเขาที่ Villa Park ในวันเสาร์

“มันจะเป็นวันที่พวกเราจะไม่มีวันลืมหรือมองข้าม” แม่ของเขากล่าวถึงโอกาสนั้น “การคิดว่าลูกชายของเราเดินออกไปที่นั่นเพื่อเป็นตัวแทนประเทศของเขาจะเป็นสิ่งที่น่าทึ่งอย่างยิ่ง มันจะเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก”

‘กระหาย’ ที่จะเล่นให้ทีมชาติอังกฤษ

บางคนเรียกมันเมื่อนานมาแล้ว

อันที่จริง ด้วยความหวังของแอนเดอร์สัน ครูเก่าของเขาที่ Valley Gardens Middle School บางคนถึงกับพิจารณาที่จะเดิมพันว่าเขาจะได้เล่นให้ทีมชาติอังกฤษสักวันหนึ่ง

แอนเดอร์สันมีพรสวรรค์มาโดยตลอด อดีตเพื่อนร่วมทีมคนหนึ่งยังคงบันทึกหมายเลขของเขาเป็น ‘wonderkid’ ในรายชื่อผู้ติดต่อ แต่ 22 ปีรายนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาสามารถทำได้ทั้งสองด้านของเกมที่ Forest

เมื่อมีบอล แอนเดอร์สันจ่ายบอลทะลุไลน์มากกว่ากองกลางคนอื่นๆ ในพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ (32 ครั้ง) รวมถึงแอสซิสต์ที่ยอดเยี่ยมให้กับคริส วู้ดในเกมที่ทีมของเขาเปิดบ้านเอาชนะเบรนท์ฟอร์ด

ในขณะเดียวกัน นอกเหนือจากการครองบอล แอนเดอร์สันอยู่อันดับสองในการดวลที่ชนะ (242 ครั้ง) อันดับสามในการครองบอล (207 ครั้ง) และอันดับห้าในการเข้าสกัด (92 ครั้ง) ในบรรดาผู้เล่นในตำแหน่งของเขาในลีกสูงสุดเมื่อปีที่แล้ว

ไม่น่าแปลกใจที่ Tuchel ยกย่องแอนเดอร์สันว่าเป็น “แพ็คเกจที่ดี” หลังจากที่เขาช่วยให้อังกฤษรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปีรักษาสถานะแชมป์ยุโรปเมื่อสองเดือนก่อน

แอนเดอร์สันซึ่งลงเล่นในทุกเกม ได้รับการเสนอชื่อให้อยู่ในทีมยอดเยี่ยมของทัวร์นาเมนต์ในศึกยูโร และผู้จัดการทีมรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี Lee Carsley “สนุกกับการทำงานร่วมกับเขาจริงๆ”

“เขามุ่งมั่นในการเตรียมตัวและทำได้ดีมาก” Carsley กล่าว “ฉันรู้ว่าเขาอยากเล่นให้ทีมชาติอังกฤษมากแค่ไหน

“เขาทำให้มันชัดเจนจริงๆ ในทุกการสนทนาที่เรามี พวกเราพูดคุยกันอยู่เสมอเกี่ยวกับการวางเขาในตำแหน่งที่เขาจะถูกเลือก และเขาได้ทำสิ่งนั้นด้วยความมุ่งมั่น ความทุ่มเท และความมั่นใจของเขา

“เขามีคุณสมบัติมากมาย เขามีร่างกายที่ดีมาก เทคนิคของเขายอดเยี่ยม แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือความคิดที่จะเป็นผู้เล่นชั้นนำคือสิ่งที่ทำให้เขาอยู่ในตำแหน่งนี้ และเขาควรภูมิใจในสิ่งที่เขาทำ”

แน่นอนว่ามันอาจแตกต่างออกไปมาก

แอนเดอร์สัน ซึ่งมีคุณยายเป็นชาวสก็อต เคยเป็นตัวแทนของ Tartan Army ผ่านกลุ่มอายุต่างๆ และถึงกับได้รับการเรียกตัวติดทีมชุดใหญ่ในปี 2023

แต่ Ben Dawson ซึ่งเป็นโค้ชพัฒนาทีมชุดใหญ่ของ Newcastle ในขณะนั้น ก็จำได้ว่าแอนเดอร์สันมุ่งมั่นที่จะเล่นให้ Three Lions มากแค่ไหน

“ฉันจำได้ว่าได้พูดคุยกับ Elliot โดยบอกว่าสกอตแลนด์อาจเป็นโอกาสที่ดีในการเล่นเกมชิงแชมป์ยุโรปและรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก แต่เขายืนกรานว่าเขาจะเล่นให้ทีมชาติอังกฤษ” Dawson กล่าว

“ฉันบอกเขาเมื่อเร็วๆ นี้ว่าฉันดีใจมากที่เขาสนับสนุนตัวเองและยึดมั่นในการตัดสินใจของเขาเพื่อพิสูจน์ว่าเขาดีพอ เพราะในตอนนั้น ฉันคิดว่ามันเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ และเขามีโอกาสที่จะพลาดโอกาสในการเล่นระดับนานาชาติ แต่เขาให้การสนับสนุนตัวเองเสมอมาให้ดีพอในระดับสูงสุด”

กลับมาจากการช็อก PSR

ความคิดนั้นเป็นเพียงเหตุผลหนึ่งในหลายเหตุผลที่ Eddie Howe หัวหน้าโค้ชของ Newcastle ไม่ต้องการเสีย Anderson ไปเมื่อฤดูร้อนที่แล้ว

แอนเดอร์สันอยู่ในช่วงวันหยุดพักผ่อนในโปรตุเกสกับครอบครัวของเขาเมื่อ Howe โทรศัพท์หาเขาเพื่ออธิบายสถานการณ์ที่ร้ายแรงของ Newcastle ในขณะนั้น

หาก Newcastle ไม่สามารถระดมทุนได้อย่างรวดเร็ว ผ่านการขาย Anderson ให้กับ Nottingham Forest และ Yankuba Minteh ให้กับ Brighton สโมสรจะต้องละเมิดกฎผลกำไรและความยั่งยืน (PSR) และเสียคะแนนหลังจากหลายปีของการซื้อขายที่ไม่สมดุล

อย่างไรก็ตาม แอนเดอร์สันไม่ได้ขมขื่นหลังจากการจากไปของเขา ตรงกันข้ามเลย

เขาอยู่ที่เวมบลีย์เพียงเก้าเดือนต่อมาเพื่อดูเพื่อนร่วมทีมเก่าของเขาคว้าแชมป์ Carabao Cup และยุติการรอคอยถ้วยรางวัลของ Newcastle มาอย่างยาวนาน

Geordie ซึ่งมีปู่ Geoff Allen ก็เคยเล่นให้กับสโมสรด้วยซ้ำ ยังให้ข้อมูลอ้างอิงที่เร่าร้อนเกี่ยวกับ Newcastle แก่ Anthony Elanga ก่อนที่เพื่อนร่วมทีมของเขาจะออกจาก Forest

แอนเดอร์สันย้ายกลับกัน แต่คนที่ใกล้ชิดกับกองกลาง “คงไม่สามารถหวังให้เขาถูกขายให้กับสโมสรที่ดีกว่านี้ได้อีกแล้ว” แม้ว่าในช่วงแรกจะเป็นสิ่งที่ทำให้รู้สึกเจ็บปวดหลังจากอยู่ที่ Newcastle มา 14 ปี

“เอลเลียตรู้สึกผิดหวังมากในช่วงหนึ่งที่ถูกขายออกไป” แม่ของเขากล่าว “มันเป็นสถานการณ์ที่ไม่เหมือนใครที่เขาไม่ได้รับการเตือนล่วงหน้าหรือขอการย้ายทีม

“เขาสามารถปล่อยให้ทุกอย่างส่งผลเสียต่อเขาได้อย่างแท้จริง การออกจากสโมสรของคุณไปอย่างถาวร มันไม่ใช่การยืมตัวที่คุณรู้ว่าคุณจะกลับมา มันเป็นสโมสรใหม่ เมืองใหม่ และบ้านใหม่ แต่เขากลับเปลี่ยนทุกอย่างให้เป็นแง่บวกอย่างมากและได้รับโอกาสแสดงให้ทุกคนเห็นถึงความสามารถของเขา”

‘อนาคตอันน่าทึ่งรอเขาอยู่’

แม้แต่แอนเดอร์สันก็เป็นคนแรกที่ตระหนักว่าเขา “อาจจะไม่ได้” อยู่ในทีมชาติอังกฤษหากเขาไม่ได้ย้ายทีม

เขาเผชิญหน้ากับการแข่งขันที่เข้มข้นที่ Newcastle ซึ่ง Sandro Tonali, Bruno Guimaraes และ Joelinton ได้สร้างสามประสานที่น่าเกรงขามในแดนกลาง

แต่เขาได้สร้างตัวเองอย่างรวดเร็วที่ Forest

Harry Toffolo ซึ่งช่วยให้แอนเดอร์สันปรับตัวเข้ากับ City Ground ได้กล่าวว่าอดีตเพื่อนร่วมทีมของเขา “รับทุกอย่างในการก้าวไปข้างหน้า” ในขณะที่เขาช่วยให้ Forest ท้าทายตำแหน่ง Champions League เมื่อฤดูกาลที่แล้ว

“การย้ายทีมเป็นเรื่องยากสำหรับผู้เล่นที่มาจากสโมสรบ้านเกิดของเขา” เขากล่าว “แต่คุณจะเห็นวุฒิภาวะและความรักในเกมของ Elliot เมื่อเขาเข้ามาที่ Forest เป็นครั้งแรก เขาสร้างความประทับใจได้ทันทีและสมควรได้รับคำชมทั้งหมดที่เขาได้รับในตอนนี้ เพราะเขาได้ยกระดับทีมไปอีกขั้น

“ฉันโชคดีพอที่ได้ฝึกซ้อมกับเขาและเล่นกับเขา ฉันเห็นความพยายามที่เขาใส่เข้าไปในแต่ละวันและงานพิเศษที่เขาทำ ดังนั้นฉันจึงไม่แปลกใจเลย เขามีอนาคตที่น่าทึ่งรอเขาอยู่”

Forest กำลังเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ แต่ตำนานของแอนเดอร์สันยังคงรู้สึกได้ที่ Tyneside

ห้องประชุมที่อะคาเดมีของ Newcastle ซึ่งมองออกไปยังสนามของทีมชุดใหญ่ ได้รับการตั้งชื่อตาม Anderson และทำหน้าที่เป็นเครื่องเตือนใจประจำวันถึงการเดินทางของเขาไปยังรุ่นต่อไป

นี่คือผู้เล่นที่ได้รับการยอมรับจากทีมชาติอังกฤษ “ด้วยการทำงานหนัก ความยืดหยุ่น และทัศนคติที่ยอดเยี่ยมอย่างสม่ำเสมอ” ตามคำกล่าวของ Steve Harper ผู้อำนวยการอะคาเดมีของ Newcastle

“เจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทำงานร่วมกับเขาที่นี่พูดเหมือนกันว่าเขาเป็นคนที่น่ายินดีในการฝึกสอน” เขากล่าว “ความพร้อมของเขาอยู่ในระดับสูงเสมอ เขามีความแข็งแกร่ง ฉลาดทั้งในและนอกการครองบอล และทักษะเหล่านี้คือสิ่งที่ช่วยให้เขาเปลี่ยนจากฟุตบอลในอะคาเดมีไปสู่สภาพแวดล้อมของทีมชุดใหญ่

“การเดินทางของเขาเป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของเส้นทางในบ้านของเรา เขามาจากอะคาเดมี ได้ประเดิมสนามในพรีเมียร์ลีกให้กับสโมสรในวัยเด็กของเขา และตอนนี้เขากำลังเป็นตัวแทนของทีมชาติอังกฤษ นั่นเป็นสิ่งที่ทรงพลังสำหรับผู้เล่นอายุน้อยที่กำลังก้าวขึ้นมา พวกเขาเห็นว่ามันเป็นไปได้และพวกเขาเห็นว่าต้องทำอะไรบ้าง”

อนาคตอันน่าทึ่ง! ของแอนเดอร์สัน

อนาคตอันน่าทึ่ง! ของเอลเลียต แอนเดอร์สัน แสดงให้เห็นว่าความมุ่งมั่นและความสามารถสามารถนำพาไปสู่จุดสูงสุดได้อย่างไร เขาเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักเตะรุ่นใหม่และเป็นตัวอย่างของความสำเร็จที่เกิดจากการทำงานหนักและทัศนคติที่ดี

อนาคตอันน่าทึ่ง! ของนักเตะรายนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป เราคงต้องติดตามดูกันต่อไป แต่ที่แน่ๆ เขาได้สร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองไปแล้ว

ที่มา – ‘An incredible future’ – Anderson relishing England chance

“พรรคเพื่อไทย” พร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน

“พรรคเพื่อไทย” ประกาศความพร้อมในการทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ในสภา พร้อมย้ำว่าจะรอวันกลับมาสานต่อนโยบายที่ยังค้างไว้ให้สำเร็จลุล่วง เพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคน

สืบเนื่องจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งมีมติเห็นชอบให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ผู้ซึ่งเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเพียงหนึ่งเดียวจากพรรคภูมิใจไทย ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 แห่งประเทศไทย (ผลโหวตนายก มติสภาฯ เห็นชอบให้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” จากภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32) ส่งผลให้พรรคเพื่อไทยต้องปรับบทบาทมาเป็นฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา ทางเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของ พรรคเพื่อไทย ได้มีการโพสต์ข้อความเพื่อแสดงจุดยืนและความพร้อมในการทำหน้าที่ โดยมีเนื้อหาใจความสำคัญดังนี้ “พรรคเพื่อไทยพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ตามครรลองของรัฐสภา ยึดมั่นหลักการประชาธิปไตย ขอขอบคุณทุกแรงใจ นโยบายหลายเรื่องที่ยังค้างไว้ เราจะรอวันกลับมาสานต่อให้สำเร็จ เพื่อคนไทยทุกคน…ตลอดไป”

“พรรคเพื่อไทย” พร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน

การประกาศดังกล่าวเป็นการยืนยันว่า “พรรคเพื่อไทย” จะยังคงเดินหน้าทำงานการเมืองต่อไป แม้ว่าจะไม่ได้เป็นรัฐบาลก็ตาม โดยจะทำหน้าที่ตรวจสอบ ถ่วงดุล และเสนอแนะนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างสร้างสรรค์

นโยบายต่างๆ ที่“พรรคเพื่อไทย” เคยได้ริเริ่มและผลักดันไว้ในอดีต แต่ยังไม่ทันได้สานต่อให้สำเร็จลุล่วงนั้น พรรคฯ ยืนยันว่าจะไม่ทอดทิ้ง และจะรอโอกาสที่จะกลับมาสานต่อนโยบายเหล่านั้นให้เป็นจริง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น

ความมุ่งมั่นของพรรคเพื่อไทยในฐานะฝ่ายค้าน

ในฐานะฝ่ายค้าน “พรรคเพื่อไทย” จะมุ่งเน้นการทำงานดังต่อไปนี้:

  • ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างเข้มข้น โปร่งใส และเป็นธรรม
  • เสนอแนะนโยบายทางเลือกที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน
  • ปกป้องผลประโยชน์ของชาติและประชาชน
  • รักษาและส่งเสริมระบอบประชาธิปไตย

ถึงแม้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะมีการเปลี่ยนแปลงไป แต่ “พรรคเพื่อไทย” ยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์และคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนเสมอมา และจะยังคงทำหน้าที่อย่างสุดความสามารถเพื่อสร้างสรรค์สังคมไทยให้เป็นสังคมที่เสมอภาค ยุติธรรม และเจริญก้าวหน้า

การทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างสร้างสรรค์ของพรรคเพื่อไทย น่าจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว เพราะจะช่วยให้เกิดการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจอย่างเหมาะสม ทำให้รัฐบาลต้องทำงานอย่างโปร่งใสและมีความรับผิดชอบต่อประชาชนมากยิ่งขึ้น

ที่มา – “พรรคเพื่อไทย” พร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ลั่นจะรอวันกลับมาสานต่อนโยบายที่ค้างไว้

ส่องเทรนด์! #นายกรัฐมนตรีคนที่32 ติดลมบน

แฮชแท็ก #นายกรัฐมนตรีคนที่32 #ประชุมสภา #โหวตนายก พุ่งติดเทรนด์โซเชียลมีเดียอย่างรวดเร็ว หลังจากการลงมติในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งผลปรากฏว่า “อนุทิน ชาญวีรกูล” จากพรรคภูมิใจไทย ได้รับการเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 อย่างไม่เป็นทางการ

เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา การประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้มีการพิจารณาวาระสำคัญ นั่นคือการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย สืบเนื่องจากการที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี ด้วยคะแนนเสียง 6 ต่อ 3 เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ คือวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ส่งผลให้คณะรัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ และนำไปสู่การเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่

ในการประชุมครั้งนี้ นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้ชี้แจงขั้นตอนการลงคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 โดยการขานชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ตามลำดับตัวอักษร และให้แต่ละคนออกเสียงลงมติว่าจะเห็นชอบ ไม่เห็นชอบ หรือ งดออกเสียง โดยจำนวน สส. ในปัจจุบันมีทั้งหมด 493 คน ดังนั้น ผู้ที่จะได้รับการคัดเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรีจะต้องได้รับเสียงสนับสนุนจากสภาฯ เกินกึ่งหนึ่ง หรือ 247 เสียงขึ้นไป การเข้าสู่วาระการโหวตนายกรัฐมนตรี เกิดขึ้นหลังจากที่มีการถกเถียงและลงมติว่าจะเลื่อนญัตติเรื่องการโหวตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นเรื่องด่วนในวาระ 8 ขึ้นมาพิจารณาก่อน ด้วยคะแนน 313 ต่อ 142 เสียง

นายไชยชนก ชิดชอบ สส. บุรีรัมย์ ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ได้เสนอชื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นบุคคลเพียงชื่อเดียวที่พรรคเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรี ในขณะที่ นายสรวงศ์ เทียนทอง สส. สระแก้ว และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เสนอชื่อ นายชัยเกษม นิติสิริ ซึ่งเป็นบุคคลสุดท้ายที่พรรคเพื่อไทยเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรี จากนั้นจึงเปิดโอกาสให้สมาชิกสภาฯ ได้อภิปรายก่อนที่จะลงมติเลือกผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ โดยใช้วิธีการขานชื่อลงคะแนนแบบเปิดเผยจนครบทั้ง 493 คน และผู้ที่ได้รับเลือกจะต้องมีคะแนนเสียงเกิน 247 เสียงขึ้นไป

เมื่อเวลา 15.51 น. ที่ผ่านมา ที่ประชุมสภาฯ ได้มีมติเห็นชอบให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับคะแนนเสียงเกิน 247 เสียง ส่งผลให้ นายอนุทิน ได้รับเลือกให้เป็นว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่32 ของประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนต่อไปคือการรอการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ

#นายกรัฐมนตรีคนที่32 คือใคร? ทำไมถึงเป็นที่พูดถึง?

ภายหลังจากการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ ส่งผลให้แฮชแท็กที่เกี่ยวข้อง เช่น #ประชุมสภา #พรรคภูมิใจไทย และ #โหวตนายก พุ่งขึ้นติดเทรนด์ยอดนิยมบนแพลตฟอร์มทวิตเตอร์ (X) อย่างรวดเร็ว ประเด็นเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจและความตื่นตัวของประชาชนต่อสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน

ทำความเข้าใจขั้นตอนหลังจากการโหวต #นายกรัฐมนตรีคนที่32

หลายคนอาจสงสัยว่า หลังจากสภาฯ มีมติเห็นชอบแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป? ขั้นตอนหลังจากนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากต้องรอการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอย่างเป็นทางการจากพระมหากษัตริย์ ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่างสมบูรณ์

การเลือก #นายกรัฐมนตรีคนที่32 ครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของการเมืองไทย ที่สะท้อนให้เห็นถึงพลวัตและความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง การติดตามข่าวสารและสถานการณ์ทางการเมืองอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เราทุกคนสามารถเข้าใจและมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศต่อไป

ที่มา – แฮชแท็กการเมืองพุ่งติดเทรนด์ หลังโหวต “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกฯ คนที่ 32

CarFinn จับมือทิสโก้ ปล่อยสินเชื่อรถยนต์ผ่านแพลตฟอร์ม

CarFinn จับมือ ธนาคารทิสโก้ ปล่อยสินเชื่อผ่านแพลตฟอร์ม เชื่อมต่อโอกาสทางการเงินให้ผู้ขับขี่ Bolt ทั่วประเทศ

นายเกียรติศักดิ์ กีรติยากรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาร์ฟินน์ อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด หรือ CarFinn กล่าวว่า CarFinn มีความมุ่งมั่นในการเป็นแพลตฟอร์มสินเชื่อรถยนต์ที่เข้าถึงง่าย โปร่งใส และเป็นธรรม โดยเราเข้าใจข้อจำกัดของผู้ขับขี่ Bolt หลายคนที่อาจเผชิญกับปัญหาในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน จึงพร้อมเป็นตัวกลางเชื่อมระหว่างลูกค้าและสถาบันการเงิน ความร่วมมือกับธนาคารทิสโก้ในครั้งนี้ จึงถือเป็นโอกาสสำคัญในการเปิดประตูสู่ทางเลือกที่เหมาะสมและยืดหยุ่น

ทั้งนี้ CarFinn จะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยด้านการเงินแก่ผู้ขับขี่ Bolt ตั้งแต่การให้คำปรึกษา การโอนย้ายไฟแนนซ์ รีไฟแนนซ์เพิ่มวงเงิน การโอนทะเบียนรถ การปรับลดยอดผ่อนต่อเดือน การจัดหาประกันภัย ไปจนถึงบริการให้เช่ารถยนต์

บริษัทตั้งเป้าสนับสนุนผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าผ่าน Bolt ให้ได้ถึง 20,000 ราย เราหวังอย่างยิ่งว่าจะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น และช่วยให้ผู้ขับขี่ Bolt เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว และสร้างรายได้ที่มั่นคงปลอดภัย

ทิสโก้ – เสริมพลังทางการเงิน สร้างความมั่นคงในอาชีพ

ด้านนายยุทธพงษ์ ศรีวงศ์จรรยา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส – บริหารการขาย และการตลาดสินเชื่อรายย่อย 2 ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในภาวะที่เศรษฐกิจไทยยังขยายตัวอย่างจำกัด อาชีพขับรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันยังคงเป็นทางเลือกที่สำคัญในการสร้างรายได้

ด้วยรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น ผู้ขับขี่สามารถเลือกช่วงเวลาทำงานได้ตามความสะดวก ทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีรถส่วนตัวสามารถหารายได้เสริมหรือแม้แต่ยึดเป็นอาชีพหลักได้อย่างมั่นคง ด้วยเหตุนี้ ธนาคารทิสโก้ จึงจับมือกับ บริษัท คาร์ฟินน์ อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด หรือ CarFinn ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสินเชื่อรถยนต์ครบวงจร เพื่อสนับสนุนผู้ขับขี่ Boltให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง ผ่านผลิตภัณฑ์สินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์ และสินเชื่อเช่าซื้อ โดยมีเงื่อนไขพิเศษ เพื่อช่วยลดต้นทุนและเสริมสภาพคล่องในช่วงเศรษฐกิจเปราะบาง

สำหรับ สินเชื่อทะเบียนรถยนต์รถผ่อนอยู่ ก็ขอกู้ได้ผู้ขับขี่ Bolt ที่ต้องการโอนย้ายไฟแนนซ์จากผู้ให้บริการรายอื่นมายังธนาคารทิสโก้ จะได้รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้นที่ 0.55% ต่อเดือน พร้อมสิทธิในการขยายระยะเวลาชำระค่างวดแรกสูงสุด 60 วัน เพื่อให้ผู้ขับขี่มีเวลาในการบริหารเงินทุนได้อย่างคล่องตัว

ในส่วนของสินเชื่อเช่าซื้อ ผู้ขับขี่ Bolt ที่ต้องการออกรถใหม่ หรือกำลังผ่อนรถกับธนาคารทิสโก้อยู่แล้ว สามารถติดต่อ ผ่าน แพลตฟอร์ม CARFINN เพื่อทำการเปลี่ยนประเภทรถยนต์ให้ถูกต้อง ตามข้อกำหนดรถยนต์รับจ้างผ่านอิเล็กทรอนิกส์หรือแอปพลิเคชัน (รย.18) เพื่อสามารถให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสารได้ โดยธนาคารพร้อมอำนวยความสะดวกในการขอสินเชื่อและในเรื่องเอกสาร ภายใต้เงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด

นอกจากนี้ ความร่วมมือยังช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถปรับตัวต่อข้อกำหนดใหม่ของภาครัฐ ที่กำหนดให้รถรับจ้างต้องจดทะเบียนเป็นรถสาธารณะ (รย.18) และผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะภายใน 90 วัน ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคสำหรับหลายคนในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้

Bolt – ขับเคลื่อนโอกาส สู่ความยั่งยืน

นายณัฐดนย์ สุขศิริฐานันท์ ผู้จัดการทั่วไปประจำโบลท์ ประเทศไทย หรือ Bolt กล่าวว่า ปัจจุบัน Bolt มีจำนวนยานพาหนะในระบบมากกว่า 300,000 คัน ให้บริการครอบคลุมครบทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถเข้าถึงการเดินทางที่สะดวก ปลอดภัย และคุ้มค่าได้ทุกพื้นที่ ขณะเดียวกัน Bolt ยังให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ขับขี่ โดยเฉพาะกลุ่มที่กำลังเผชิญกับความท้าทายในการเปลี่ยนสถานะการจดทะเบียนรถและการจัดหาไฟแนนซ์ที่ปัจจุบันมีจำนวนหลักแสนคนเพื่อสนับสนุนผู้ขับขี่ให้สามารถปรับตัวได้อย่างมั่นคง

ล่าสุด Bolt จึงร่วมมือกับธนาคารทิสโก้ และ CarFinn เปิดโครงการที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถโอนย้ายไฟแนนซ์ที่รองรับการจดทะเบียน รย.18 ได้สะดวกขึ้น พร้อมโอกาสในการออกรถใหม่ภายใต้เงื่อนไขพิเศษ และสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมสำหรับผู้ที่เลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้า เช่น ส่วนลดค่าชาร์จไฟฟ้า ซึ่งช่วยลดต้นทุนการใช้งานในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจยังเผชิญกับความท้าทายได้

อย่างไรก็ตาม Bolt ไม่เพียงเป็นแพลตฟอร์มการเรียกรถ แต่ยังมุ่งมั่นเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร พร้อมสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัลและการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย

CarFinn จับมือ ธนาคารทิสโก้ ปล่อยสินเชื่อรถยนต์ผ่านแพลตฟอร์ม

ทำไม CarFinn จับมือ ธนาคารทิสโก้ ปล่อยสินเชื่อรถยนต์ผ่านแพลตฟอร์ม จึงเป็นประโยชน์?

การที่ CarFinn จับมือกับธนาคารทิสโก้ในการปล่อยสินเชื่อรถยนต์ผ่านแพลตฟอร์ม เป็นข่าวดีสำหรับผู้ขับขี่ Bolt ทั่วประเทศอย่างแท้จริง เพราะเป็นการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ง่าย สะดวก และรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันที่หลายคนอาจกำลังมองหาทางเลือกในการสร้างรายได้เสริมหรือประกอบอาชีพหลัก การมีแพลตฟอร์มสินเชื่อที่เข้าใจความต้องการของผู้ขับขี่และพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่จึงเป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง

ความร่วมมือนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การปล่อยสินเชื่อเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการให้คำปรึกษาด้านการเงิน การโอนย้ายไฟแนนซ์ การรีไฟแนนซ์ การปรับลดยอดผ่อน และบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถบริหารจัดการการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ การที่ CarFinn และธนาคารทิสโก้มุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้ายังสอดคล้องกับทิศทางของโลกที่ให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานสะอาดและการลดมลพิษ ซึ่งเป็นการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับทุกคน

สำหรับใครที่สนใจอยากจะใช้บริการ CarFinn จับมือ ธนาคารทิสโก้ ปล่อยสินเชื่อรถยนต์ผ่านแพลตฟอร์ม สามารถเข้าไปดูรายละเอียดและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลย

ที่มา – CarFinn จับมือ ธนาคารทิสโก้ ปล่อยสินเชื่อรถยนต์ผ่านแพลตฟอร์ม

เปิดประวัติ จ๋า ธนนนท์ นิรามิษ ว่าที่นายกฯ

เปิดประวัติ “คุณจ๋า” ธนนนท์ นิรามิษ ว่าที่สตรีหมายเลข 1 สาวสวยผู้ครองใจ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 32

ภายหลังจาก นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธาน เปิดโอกาสให้ทั้ง 2 ฝ่ายเสนอชื่อผู้ชิงนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 โดยมีการเสนอชื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และ นายชัยเกษม นิติสิริ บัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีคนสุดท้ายของพรรคเพื่อไทย จากนั้นเปิดโอกาสให้สมาชิกอภิปรายก่อนลงมติผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีฝ่ายละ 1 ชั่วโมง ก่อนลงมติ

กระทั่งล่าสุด เมื่อเวลา 15.52 น. วันที่ 5 กันยายน 2568 ผลการลงคะแนนโหวตนายกรัฐมนตรี ปรากฏว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้เป็น “ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 32” ของประเทศไทย

เปิดประวัติ “จ๋า ธนนนท์ นิรามิษ” ว่าที่นายกรัฐมนตรี

คุณจ๋า ธนนนท์ นิรามิษ เกิดและโตที่จังหวัดระนอง มีพี่สาว 3 คน คุณจ๋าเป็นน้องคนสุดท้าย กระทั่งช่วงมัธยมปลาย ได้เข้ามาเรียนที่กรุงเทพฯ ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กระทั่งจบปริญญาคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ครอบครัวคุณจ๋าทำธุรกิจส่วนตัว ขายอะไหล่รถยนต์อยู่ที่จังหวัดระนอง ซึ่งมีพี่สาวรับช่วงต่อจากคุณพ่อคุณแม่ ปัจจุบันเป็นเจ้าของธุรกิจร้านกาแฟ คือ ร้านจ่าจ้า คอฟฟี่ ร้านกาแฟชื่อดังของจังหวัดระนอง ซึ่งเปิดมาแล้ว 17 ปี

จากนั้นได้ต่อยอดความสำเร็จด้วยการเปิดร้านใหม่ในกรุงเทพฯ ชื่อ “จาริสต้าร์” ที่ออกแบบสไตล์ชิโน-โปรตุกีสแบบโมเดิร์น ให้บริการทั้งกาแฟ เบเกอรี่ และเมนูสร้างสรรค์ที่นำวัตถุดิบจากบ้านเกิดระนองมาใช้

เส้นทางรัก “คุณจ๋า” กับ “ท่านอนุทิน” ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 32

เริ่มต้นจาก “อนุทิน” ขณะนั้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เดินทางไปงานราชการที่จังหวัดระนอง โดยทางจังหวัดได้มาขอความร่วมมือให้คุณจ๋าเป็นตัวแทนไปรับท่านที่สนามบิน เพราะทางคณะจะมาทานข้าวที่ร้าน ทำให้ครั้งนั้นได้เจอกันครั้งแรก

ส่วนความประทับใจแรกที่ทำให้คุณจ๋าใจฟู คือ ท่านอนุทินถามถึงคุณแม่ จำรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ได้ เลยรู้สึกประทับใจ ซึ่งท่านให้ความสำคัญกับครอบครัว เป็นคนรักครอบครัวมากๆ

กระทั่งเดือนพฤษภาคม 2565 ท่านอนุทิน ได้เปิดตัว “คุณจ๋า” ในฐานะภรรยาอย่างเป็นทางการ ด้วยการพาออกงานที่ทำเนียบรัฐบาล.

เรื่องราวความรักของคุณจ๋าและท่านอนุทินเป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจ แสดงให้เห็นถึงความรักและความผูกพันที่เกิดขึ้นจากความเข้าใจและความใส่ใจซึ่งกันและกัน การสนับสนุนกันและกันในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องการงาน ทำให้ทั้งคู่สามารถก้าวข้ามผ่านอุปสรรคต่าง ๆ ไปได้อย่างเข้มแข็ง และในวันนี้ ท่านอนุทินได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ด้วยความสามารถและวิสัยทัศน์ของท่าน พร้อมด้วยกำลังใจและการสนับสนุนจากคุณจ๋า ภรรยาคู่คิดที่อยู่เคียงข้างเสมอมา

บทบาทของคู่สมรสของผู้นำทางการเมืองมักได้รับความสนใจจากสาธารณชนเสมอ คุณจ๋า ธนนนท์ นิรามิษ ว่าที่นายกรัฐมนตรี ถือเป็นบุคคลที่น่าสนใจและน่าติดตามอย่างยิ่งในการก้าวเข้าสู่บทบาทใหม่นี้

ที่มา – เปิดประวัติ “จ๋า ธนนนท์ นิรามิษ” สาวสวยผู้ครองใจ “อนุทิน” ว่าที่นายกรัฐมนตรี

จับประธานนิติฯ **รวมหัวเจ้าหน้าที่เขตบางขุนเทียน**

คดีอื้อฉาว! ตำรวจ ปปป. บุก **จับประธานนิติฯ หมู่บ้านหรู รวมหัวเจ้าหน้าที่เขตบางขุนเทียน** ข้อหารับสินบนและฉ้อราษฎร์บังหลวง ลูกบ้านสุดทน แฉพฤติกรรมสุดแสบ ยักยอกเงินส่วนกลาง แต่งบัญชีเท็จ แถมข่มขู่ฟ้องร้องลูกบ้านที่ออกมาตรวจสอบ

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 5 กันยายน พ.ต.อ.เพิ่มวุฒิ ประทุมราช ผกก.1 บก.ปปป. นำกำลังเข้าตรวจค้นหลายจุดในพื้นที่บางขุนเทียน กวาดล้างขบวนการนิติบุคคลหมู่บ้านหรู ที่ **รวมหัวเจ้าหน้าที่เขตบางขุนเทียน** ฉ้อราษฎร์บังหลวง รวม 4 ราย

จุดแรกคือบ้านพักของ นายอลงกรณ์ สุขใส อายุ 58 ปี ประธานนิติบุคคลหมู่บ้านคุณาลัย ถูกจับตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตฯ ข้อหา “สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ” เจ้าหน้าที่แสดงหมายจับและนำตัวไปตรวจค้นบ้านพักและสำนักงานนิติบุคคล

ขณะเดียวกัน อีกชุดเข้าจับกุม น.ส.นิพาภรณ์ ชาแดงวงษ์ อายุ 38 ปี ผู้จัดการนิติบุคคลหมู่บ้านเดียวกัน ตามหมายจับข้อหาเดียวกัน ก่อนนำตัวไปบันทึกจับกุมที่ สน.เทียนทะเล

ส่วนเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตบางขุนเทียนอีก 2 ราย คือ นายยอดชาย นพประพันธ์ อายุ 51 ปี และ นายชาญวิทย์ วัฒนพันธ์ อายุ 48 ปี ถูกออกหมายจับในข้อหา “เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ” ทั้งสองทราบข่าวการจับกุม จึงติดต่อขอเข้ามอบตัว

การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากมีผู้ร้องเรียนว่าผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ซึ่งมีทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและพลเรือน ร่วมกันทุจริตนำรถหลวงมาหารายได้เสริม เจ้าหน้าที่จึงลงพื้นที่ตรวจสอบจนพบหลักฐานการกระทำผิด

แผนประทุษกรรมเริ่มจาก นายอลงกรณ์ และ น.ส.นิพาภรณ์ จ่ายสินบนให้ นายยอดชาย และ นายชาญวิทย์ นำรถบีบอัดขยะไฮโดรลิกของหลวง มารับจ้างขนกิ่งไม้ของหมู่บ้านไปทิ้ง โดยไม่ขออนุญาตสำนักงานเขต เหตุผลคือต้นทุนถูกกว่าการว่าจ้างรถ 6 ล้อ ทำให้สามารถตกแต่งบัญชีค่าใช้จ่ายเบิกเงินจากบัญชีนิติบุคคล แล้วนำเงินส่วนต่างมาแบ่งกัน

การนำรถบีบอัดขยะไฮโดรลิกมาใช้ขนกิ่งไม้ ถือเป็นการใช้ผิดประเภท เพราะรถถูกออกแบบมาสำหรับบีบอัดขยะทั่วไป ไม่เหมาะกับกิ่งไม้ที่แข็งกว่า ทำให้เสี่ยงต่อความเสียหาย

จากการสอบถามลูกบ้าน พบว่า นายอลงกรณ์ มีพฤติกรรมตั้งตัวเป็นใหญ่ ทะเลาะกับลูกบ้าน จัดทำเอกสารเท็จเบิกเงินส่วนกลางประมาณ 1.6 ล้านบาทเข้ากระเป๋าตัวเอง และตกแต่งบัญชีเพื่อปกปิดการทุจริต

ลูกบ้านยังเผยว่า หากใครขอตรวจสอบรายรับรายจ่าย นายอลงกรณ์ จะไม่พอใจ และว่าจ้างทนายฟ้องหมิ่นประมาทเพื่อปิดปาก ทำให้มีลูกบ้านถูกฟ้องแล้วกว่า 10 ราย บางรายถูกข่มขู่ทำร้ายร่างกาย ทำให้ลูกบ้านส่วนใหญ่อยู่อย่างหวาดระแวง

จับประธานนิติฯ หมู่บ้านหรู รวมหัวเจ้าหน้าที่เขตบางขุนเทียน

ทำไมถึงต้องจับประธานนิติฯ **รวมหัวเจ้าหน้าที่เขตบางขุนเทียน**?

เพราะมีการร้องเรียนเรื่องการทุจริต! คดีนี้สะท้อนปัญหาการทุจริตในสังคมไทย ที่เกิดขึ้นได้แม้แต่ในหมู่บ้านหรู การตรวจสอบการทำงานของนิติบุคคลจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันการยักยอกเงินส่วนกลางและการใช้อำนาจโดยมิชอบ

คดี **จับประธานนิติฯ หมู่บ้านหรู รวมหัวเจ้าหน้าที่เขตบางขุนเทียน** นี้เป็นอุทาหรณ์ให้ผู้ที่มีอำนาจต้องใช้อำนาจอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ การทุจริตไม่ว่าจะเล็กน้อยเพียงใด ก็ส่งผลเสียต่อสังคมโดยรวมได้

ที่มา – จับประธานนิติฯ หมู่บ้านหรู รวมหัวเจ้าหน้าที่เขตบางขุนเทียน นำรถบีบอัดขยะ ของหลวง หารายได้เสริม

GULF มอบเงิน 17 ล้าน ดูแลครอบครัวทหารกล้า

GULF มอบเงิน 17 ล้านบาท จากกองทุน 100 ล้านบาท ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลครอบครัวทหารกล้า ที่เสียสละเพื่อชาติ โดยมีแม่ทัพภาคที่ 2 ให้เกียรติเป็นประธาน และสักขีพยานในการรับมอบ

บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF นำโดย นายสิตมน รัตนาวะดี ผู้ช่วยรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มอบเงินช่วยเหลือ 17 ล้านบาท ให้แก่ครอบครัวทหารกล้าผู้สละชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ รวม 17 ครอบครัว ครอบครัวละ 1 ล้านบาท โดยเงินจำนวนนี้มาจาก “กองทุน 100 ล้านบาท” ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อดูแลครอบครัวทหารกล้า ที่เสียสละเพื่อชาติ จากเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมี พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีและเป็นสักขีพยานในการรับมอบ ณ กองบัญชาการกองทัพไทย สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ GULF ในการยืนหยัดเคียงข้างและดูแลครอบครัวทหารกล้า ที่เสียสละเพื่อชาติ

นายสิตมน รัตนาวะดี ผู้ช่วยรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GULF กล่าวว่า การสูญเสียของครอบครัวทหาร ไม่ใช่เพียงเรื่องของครอบครัวเท่านั้น แต่นับเป็นการสูญเสียของพวกเราคนไทยทุกคน โดยเฉพาะเมื่อครอบครัวต้องขาดเสาหลักและคนที่รักไป ความช่วยเหลือครั้งนี้อาจเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ แต่คือสิ่งที่ GULF ตั้งใจมอบให้เพื่อแบ่งเบาและส่งต่อกำลังใจ ผมขอเป็นตัวแทนขอบคุณทหารทุกท่านที่ทุ่มเทและเสียสละเพื่อปกป้องประเทศ หวังว่าพลังแห่งความห่วงใยจากพวกเราจะช่วยเติมแรงใจให้ทุกครอบครัวก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคงครับ

GULF มุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในทุกมิติ โดยเชื่อว่าความมั่นคงของชาติจะเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าได้อย่างแข็งแกร่ง นอกจากภารกิจมอบเงินช่วยเหลือแล้ว GULF ยังคงเดินหน้าช่วยเหลือทหารที่บาดเจ็บและเสียชีวิตจากภารกิจความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการมอบถุงยังชีพ “GULF Care” จำนวนกว่า 2,000 ชุด แก่ทหารและประชาชนที่ได้รับผลกระทบในศูนย์พักพิงตามจังหวัดต่าง ๆ การสนับสนุนงบประมาณให้ศูนย์พักพิง รวมถึงการผนึกกำลังกับบริษัทในเครือ เพื่อนำเทคโนโลยีด้านการสื่อสารและดาวเทียมมาช่วยอำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ดูแลครอบครัวทหารกล้า ที่เสียสละเพื่อชาติ

การสนับสนุนจาก GULF ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการช่วยเหลือและให้กำลังใจแก่ครอบครัวที่ต้องเผชิญกับการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักที่ได้เสียสละเพื่อประเทศชาติ การที่ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลสวัสดิการของทหารและครอบครัว ถือเป็นแบบอย่างที่ดีและควรได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

GULF และพันธกิจเพื่อสังคม

GULF ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตพลังงาน แต่ยังเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการตอบแทนสังคมอย่างจริงจัง การช่วยเหลือดูแลครอบครัวทหารกล้า ที่เสียสละเพื่อชาติ เป็นเพียงหนึ่งในหลายโครงการที่ GULF ดำเนินการเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับสังคมไทย นอกจากนี้ GULF ยังให้การสนับสนุนด้านการศึกษา สาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยในทุกระดับ

  • การสนับสนุนด้านการศึกษา: มอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนนักศึกษาที่ขาดแคลน
  • การสนับสนุนด้านสาธารณสุข: สนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์และช่วยเหลือผู้ป่วย
  • การสนับสนุนด้านสิ่งแวดล้อม: อนุรักษ์ป่าชายเลนและปลูกป่า

การดำเนินงานของ GULF สะท้อนให้เห็นว่า การทำธุรกิจและการตอบแทนสังคมสามารถดำเนินไปควบคู่กันได้อย่างลงตัว และเป็นสิ่งที่ทุกองค์กรควรให้ความสำคัญ

การเสียสละของทหารกล้าเป็นสิ่งที่พวกเราทุกคนควรตระหนักและให้ความสำคัญ การช่วยเหลือและสนับสนุนครอบครัวของพวกท่านเหล่านั้นจึงเป็นหน้าที่ของสังคมโดยรวม พวกเราขอเป็นกำลังใจให้กับทุกครอบครัวที่ต้องเผชิญกับการสูญเสีย และขอขอบคุณ GULF ที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการแบ่งเบาภาระและความทุกข์ของครอบครัวทหารกล้า

ที่มา – GULF มอบเงิน 17 ล้านบาท ดูแลครอบครัวทหารกล้า ที่เสียสละเพื่อชาติ

เกโยโร่ ซบ ลอนดอน ซิตี้ ด้วยค่าตัวสถิติโลก

ลอนดอน ซิตี้ ไลโอเนสเซส ประกาศคว้าตัว เกรซ เกโยโร่ (Grace Geyoro) กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ด้วยค่าตัว 1.4 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นสถิติโลกใหม่สำหรับนักฟุตบอลหญิง

ค่าตัวของ เกโยโร่ ทำลายสถิติเดิมที่ ออร์แลนโด ไพรด์ เคยจ่ายให้ ติเกรส UANL เพื่อคว้าตัว ลิซเบธ โอวัลเญ่ ปีกทีมชาติเม็กซิโก ด้วยค่าตัว 1.1 ล้านปอนด์ เมื่อเดือนที่แล้ว

เกโยโร่ วัย 28 ปี ถือเป็นการเซ็นสัญญาถาวรรายที่ 16 ของ ลอนดอน ซิตี้ ในช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่งได้รับการสนับสนุนด้านการเงินจาก มิเชล คัง เจ้าของทีมชาวอเมริกันผู้ร่ำรวย

กองกลางจอมพลังรายนี้ลงเล่นให้ทีมชาติฝรั่งเศสไปแล้ว 103 นัด ทำไป 22 ประตู เธอเคยลงเล่นในฟุตบอลโลก 2 ครั้ง, ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2 ครั้ง และกีฬาโอลิมปิก 2024

นับตั้งแต่เลื่อนชั้นขึ้นมา ลอนดอน ซิตี้ ได้เซ็นสัญญากับผู้เล่นชื่อดังหลายราย รวมถึง ยาน่า เฟอร์นันเดซ จากบาร์เซโลน่า, ดานิเอล ฟาน เดอ ดองค์ จากลียง, เคที่ เซเลม อดีตกัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ นิกิต้า ปารีส กองหน้าทีมชาติอังกฤษชุด 74 นัด

เกโยโร่ ซบ ลอนดอน ซิตี้ ด้วยค่าตัวสถิติโลก

การย้ายทีมครั้งนี้สร้างความฮือฮาในวงการฟุตบอลหญิงเป็นอย่างมาก เพราะแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและทะเยอทะยานของ ลอนดอน ซิตี้ ไลโอเนสเซส ที่ต้องการสร้างทีมเพื่อแข่งขันในระดับสูง

ทำไมการย้ายทีมของ เกโยโร่ ถึงเป็นเรื่องใหญ่?

  • ค่าตัวทำลายสถิติโลก: แสดงให้เห็นถึงมูลค่าที่สูงขึ้นของนักฟุตบอลหญิง และความสำคัญของการลงทุนในลีกฟุตบอลหญิง
  • เสริมความแข็งแกร่งให้ ลอนดอน ซิตี้: เกโยโร่ เป็นผู้เล่นระดับโลกที่จะช่วยยกระดับทีม และเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จ
  • สร้างแรงบันดาลใจ: การย้ายทีมของเธอกระตุ้นให้ผู้เล่นรุ่นใหม่มุ่งมั่นพัฒนาตัวเอง และสร้างความฝันในการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ

ลอนดอน ซิตี้ ไลโอเนสเซส กลายเป็นทีมที่น่าจับตามองอย่างมากในฤดูกาลหน้า ด้วยการเสริมทัพที่แข็งแกร่งและการมี เกโยโร่ เป็นหัวใจสำคัญในแดนกลาง แฟนบอลสามารถคาดหวังถึงฟอร์มการเล่นที่ดุดัน และความสำเร็จที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต

การย้ายทีมครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับสโมสรเท่านั้น แต่ยังมีส่วนช่วยในการพัฒนาวงการฟุตบอลหญิงโดยรวมอีกด้วย ด้วยการดึงดูดความสนใจจากแฟนบอลและผู้สนับสนุนมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อการเติบโตของลีกและการสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬาหญิงรุ่นใหม่

การที่สโมสรกล้าลงทุนในนักเตะระดับโลกอย่าง เกโยโร่ เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าฟุตบอลหญิงกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ที่มีการแข่งขันสูงขึ้นและมีมูลค่าทางการตลาดมากขึ้น เราจะได้เห็นการพัฒนาในด้านต่างๆ มากมาย ทั้งในเรื่องของทักษะของผู้เล่น, กลยุทธ์ของทีม และความนิยมของแฟนบอล

ในอนาคต เราอาจได้เห็นการทำลายสถิติค่าตัวนักฟุตบอลหญิงอีกครั้ง และการย้ายทีมที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ ซึ่งจะช่วยยกระดับฟุตบอลหญิงให้เป็นที่ยอมรับและชื่นชมในระดับโลก

การย้ายทีมของ เกโยโร่ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ของลอนดอน ซิตี้ และเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับวงการฟุตบอลหญิงโดยรวม

ที่มา – Geyoro joins London City for women’s world record £1.4m

สภาโหวตนายกฯ คนที่ 32 ปิดอภิปรายหนุน “ชัยเกษม-อนุทิน”


การประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้เริ่มกระบวนการลงมติเพื่อเลือก นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย หลังจากที่เปิดโอกาสให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ได้อภิปรายสนับสนุนและคัดค้านผู้ถูกเสนอชื่อ ทั้งนายชัยเกษม นิติสิริ และนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นเวลากว่า 2 ชั่วโมง โดยมีประเด็นที่น่าสนใจและข้อโต้แย้งที่หลากหลาย

สภาเริ่มโหวตนายกฯ คนที่ 32 ปิดอภิปรายหนุน “ชัยเกษม-อนุทิน”

ในการประชุมเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธาน ได้เปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายเสนอชื่อผู้ชิงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 โดยนายไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ เสนอชื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในขณะที่นายสรวงศ์ เทียนทอง สส.สระแก้ว เสนอชื่อ นายชัยเกษม นิติสิริ หลังจากนั้นได้เปิดโอกาสให้สมาชิกอภิปรายก่อนที่จะมีการลงมติ

นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สส.ชัยภูมิ พรรคกล้าธรรม ได้อภิปรายสนับสนุนนายอนุทิน โดยให้เหตุผลว่าจะช่วยให้ประเทศก้าวข้ามความไม่แน่นอน และให้ความสำคัญกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในขณะที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายคัดค้านนายอนุทิน โดยยกเหตุผลเรื่องคุณสมบัติที่ไม่เหมาะสมและข้อตกลง 5 ข้อกับพรรคประชาชน

นายสุรทิน พิจารณ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปไตยใหม่ สนับสนุนนายอนุทิน โดยชื่นชมที่ลงพื้นที่ให้กำลังใจประชาชนชายแดน ในขณะที่นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ตั้งข้อสงสัยเรื่องการใช้เงินและเรียกร้องความซื่อสัตย์สุจริต

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย สนับสนุนนายชัยเกษม โดยให้เหตุผลว่านายอนุทินขัดต่อหลักการประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญ ด้านนายวิทยา แก้วภราดัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ตั้งคำถามถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ

นายรังสิกร ทิมาตฤกะ, สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายถึงจิตใจที่โอบอ้อมอารีของนายอนุทิน ด้านนายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายสนับสนุนนายชัยเกษม โดยกล่าวถึงเรื่องคดีฮั้ว สว. ของนายอนุทิน

ประเด็นสำคัญในการอภิปรายเพื่อโหวตเลือกนายกฯ คนที่ 32

ประเด็นสำคัญในการอภิปรายครั้งนี้อยู่ที่คุณสมบัติ ความเหมาะสม และกระบวนการที่มาของทั้งสองผู้ถูกเสนอชื่อ โดยมีการยกประเด็นเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ข้อตกลงทางการเมือง และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ อภิปรายว่านายอนุทินไม่มีมาตรฐานและความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมีเรื่องของคดีฮั้ว สว. และที่ดินเขากระโดง ในขณะที่นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ตอบโต้ว่าเรื่องอยู่ในระหว่างการดำเนินคดี และครม.ชุดใหม่คงไม่แทรกแซง

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่าพรรคของตนไม่ได้เลือกนายอนุทินมาบริหารประเทศ แต่เลือกมายุบสภาผู้แทนราษฎรภายใต้กรอบเวลาที่ตกลงกัน และเปิดประตูสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ

การอภิปรายครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความเห็นที่แตกต่างและความขัดแย้งทางการเมืองที่ยังคงมีอยู่ในการเลือก นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย ประเด็นเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการสร้างเสถียรภาพทางการเมืองและการแก้ไขปัญหาต่างๆ ของประเทศ

หลังจากสิ้นสุดการอภิปราย ประธานในที่ประชุมได้อธิบายขั้นตอนการลงคะแนน และเริ่มเข้าสู่การลงมติเพื่อเลือก นายกรัฐมนตรีคนที่ 32

การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศไทย ผลลัพธ์ที่ออกมาจะส่งผลต่อทิศทางการเมือง การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และการพัฒนาประเทศในระยะยาว

ที่มา – ปิดอภิปรายหนุน “ชัยเกษม-อนุทิน” กว่า 2 ชม. สภาเริ่มโหวตนายกฯ คนที่ 32