วัน: 22 กันยายน 2025

เปิดบัญชีทรัพย์สิน “สุชาติ ตันเจริญ” 43.6 ล้าน

ป.ป.ช. เปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน “สุชาติ ตันเจริญ” กรณีพ้นจาก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย พบว่าร่ำรวยกว่า 43.6 ล้านบาท ครอบครองปืนถึง 11 กระบอก แต่ก็แจ้งว่ามีหนี้สิน 2.1 ล้านบาท

วันที่ 22 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ นายสุชาติ ตันเจริญ เมื่อครั้งพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขณะยื่นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นข้อมูลที่ประชาชนให้ความสนใจ

เปิดบัญชีทรัพย์สิน “สุชาติ ตันเจริญ” 43.6 ล้าน

ข้อมูลจาก ป.ป.ช. ระบุว่า นายสุชาติ ตันเจริญ แจ้งว่ามีทรัพย์สินทั้งสิ้น 43,650,606 บาท ซึ่งประกอบไปด้วยรายละเอียดดังนี้:

  • เงินเดือนต่อปี: 1,362,720 บาท
  • รายได้จากการขายที่ดินมรดกบิดา-มารดา: 20,948,791 บาท
  • เงินฝาก: 5,541,717 บาท
  • ที่ดิน: 27,060,320 บาท (รวม 4 แปลงใน กทม. 3 แห่ง และ จ.กำแพงเพชร 1 แห่ง)
  • บ้านพักอาศัยย่านจตุจักร กทม.: มูลค่า 5,762,016 บาท (ได้รับจากการโอนมรดก)
  • ยานพาหนะ: 2 คัน มูลค่ารวม 4,559,000 บาท
  • ทรัพย์สินอื่น: 580,000 บาท (ปืนสั้นและปืนยาว รวม 11 กระบอก)

นอกจากนี้ นายสุชาติ ตันเจริญ ยังแจ้งว่ามีหนี้สิน 2,179,224 บาท อีกด้วย

รายละเอียดทรัพย์สินที่น่าสนใจของ สุชาติ ตันเจริญ

สิ่งที่น่าสนใจในบัญชีทรัพย์สินของ นายสุชาติ ตันเจริญ คือ การครอบครองปืนถึง 11 กระบอก ซึ่งอาจสะท้อนถึงความชื่นชอบส่วนตัว หรืออาจมีเหตุผลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่การงาน อย่างไรก็ตาม รายละเอียดในส่วนนี้ไม่ได้มีการระบุไว้อย่างชัดเจน

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ การมีรายได้จากการขายที่ดินมรดกบิดา-มารดาสูงถึง 20,948,791 บาท ซึ่งแสดงให้เห็นว่า นายสุชาติ ตันเจริญ ได้รับมรดกที่มีมูลค่าสูง และมีการบริหารจัดการทรัพย์สินได้อย่างเหมาะสม

อย่างไรก็ตาม นายสุชาติ แจ้งด้วยว่ามีสิทธิในกองมรดกของบิดา-มารดาที่อยู่ในระหว่างรวบรวม ซึ่งยังไม่ทราบจำนวนและมูลค่าที่แน่ชัด

การเปิดบัญชีทรัพย์สิน “สุชาติ ตันเจริญ” ครั้งนี้ ถือเป็นไปตามกระบวนการปกติของ ป.ป.ช. ในการตรวจสอบทรัพย์สินของนักการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อสร้างความโปร่งใสและป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน

การเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของนักการเมือง เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างความโปร่งใสและตรวจสอบได้ในสังคม ประชาชนมีสิทธิที่จะรับรู้ข้อมูลเหล่านี้ เพื่อประกอบการพิจารณาและตัดสินใจในการเลือกผู้แทนของตนเองในอนาคต ดังนั้น การที่ ป.ป.ช. ทำหน้าที่ในการเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้ จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อสังคมโดยรวม

บัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของนักการเมืองเป็นกระจกสะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงทางการเงินของบุคคลเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี การตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วนจะช่วยลดโอกาสการทุจริตได้

ที่มา – เปิดบัญชีทรัพย์สิน “สุชาติ ตันเจริญ” 43.6 ล้าน ปืน 11 กระบอก มีหนี้ 2.1 ล้าน

เงินเดือนข้าราชการ กันยายน 2568 เข้าวันไหน เช็กเลย!

เช็กวันจ่ายเงินเดือนข้าราชการ กันยายน 2568 อัปเดตล่าสุด! กรมบัญชีกลางจะโอนเข้าบัญชีวันไหน? มาดูกันว่าเงินเดือนข้าราชการ กันยายน 2568, เงินบำนาญข้าราชการ และเงินเดือนทหารกองเกิน เดือนกันยายน จะเข้าบัญชีวันไหน

เชื่อว่าหลายคนคงกำลังนับวันรอสิ้นเดือน เพราะค่าใช้จ่ายมันเยอะเหลือเกิน! แต่สำหรับข้าราชการและลูกจ้างประจำที่เลือกรับเงินเดือน 2 รอบ กรมบัญชีกลางได้จ่ายเงินเดือนข้าราชการและค่าจ้างลูกจ้างประจำ เดือนกันยายน 2568 รอบแรกไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา ใครที่รับเงินเดือนรอบแรกไปแล้วบ้าง ยกมือขึ้น!

สำหรับใครที่เลือกรับเงินเดือนรอบเดียวนั้น เตรียมตัวให้พร้อม! เพราะเงินเดือนข้าราชการ เดือนกันยายน 2568 มีกำหนดการโอนเข้าบัญชีในวันที่ 25 กันยายน 2568 นั่นเอง

การจ่ายเงินเดือนข้าราชการและค่าจ้างลูกจ้างประจำในปี 2568 นี้ ใช้ระบบการเลือกรับเงิน 2 รอบต่อเดือนมาตั้งแต่เดือนมกราคม 2567 เพื่อช่วยให้ข้าราชการสามารถบริหารจัดการเงินในแต่ละเดือนได้คล่องตัวมากยิ่งขึ้น หากข้าราชการและลูกจ้างประจำไม่ได้แจ้งความประสงค์ในการรับเงินเดือน 2 รอบ ก็จะได้รับเงินเดือนในรอบที่ 2 ของเดือนตามปกตินะคะ

เงินเดือนข้าราชการ กันยายน 2568 จ่ายวันไหน

มาดูกันที่เรื่องของเงินบำนาญกันบ้าง สำหรับการจ่ายเงินบำนาญรายเดือนกันยายน 2568 กรมบัญชีกลางได้กำหนดจ่ายเงินบำนาญรายเดือนของผู้รับบำนาญ ในวันที่ 23 กันยายน 2568 นะคะ ซึ่งการจ่ายเงินบำนาญจะเป็นการจ่ายเพียงรอบเดียวเท่านั้น

เงินเดือนข้าราชการ กันยายน 2568 เรื่องสำคัญที่ต้องรู้

สิ่งที่สำคัญคือการตรวจสอบบัญชีธนาคารของท่านให้ถูกต้องและพร้อมรับเงินโอน หากมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อกรมบัญชีกลางได้โดยตรง เพื่อความถูกต้องและรวดเร็วนะคะ

เงินเดือนข้าราชการ กันยายน 2568

สำหรับใครที่กำลังวางแผนการใช้จ่ายเงินเดือน อย่าลืมจัดสรรปันส่วนให้ดี ทั้งค่าใช้จ่ายจำเป็น ค่าใช้จ่ายส่วนตัว และเงินออม เพื่อความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวนะคะ

การวางแผนการเงินที่ดีจะช่วยให้เราสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันได้ และยังช่วยให้เราสามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงินที่ตั้งไว้ได้อีกด้วย

เงินเดือนข้าราชการ กันยายน 2568

สำหรับข้าราชการที่กำลังมองหาช่องทางการเพิ่มรายได้ สามารถพิจารณาการลงทุนในรูปแบบต่างๆ ที่เหมาะสมกับความเสี่ยงที่รับได้ เช่น การลงทุนในกองทุนรวม หรือการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ แต่ก่อนตัดสินใจลงทุน ควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียดและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนเสมอ

เงินเดือนทหารกองเกิน กันยายน 2568 โอนเข้าบัญชี

มาถึงเรื่องของน้องๆ ทหารกองเกินกันบ้าง สำหรับการจ่ายเงินเดือนของทหารกองเกิน เดือนกันยายน 2568 กรมบัญชีกลางกำหนดจ่ายเงินเดือนของทหารกองเกิน ในวันที่ 7 ตุลาคม 2568 อย่าลืมแจ้งข่าวให้น้องๆ ทหารกองเกินทราบด้วยนะคะ

สรุปแล้ว เงินเดือนข้าราชการ กันยายน 2568 ของคนที่รับรอบเดียวเข้าวันที่ 25 กันยายน 2568 นะคะ อย่าลืมเช็กยอดเงินในบัญชีกันด้วยนะคะ

ที่มา – เงินเดือนข้าราชการ กันยายน 2568 อัปเดตล่าสุด เข้าบัญชีวันไหน

หาชมยาก! ด้วงกว่าง 5 เขา ที่ภูหินร่องกล้า

“ด้วงกว่าง 5 เขา” อัศวินนักสู้แห่งวสันตฤดู ปัจจุบันเริ่มพบได้ยาก มาให้ชมกันแล้ว ที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ช่วงเดือนกันยายน-พฤศจิกายน

วันที่ 22 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านใหม่ร่องกล้า หมู่ที่ 10 ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ซึ่งอยู่ในใจกลางอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ช่วงนี้มีด้วงกว่าง หรือแมงกวาง 5 เขา บินออกมาให้ได้ยลโฉมกันแล้ว

โดยจะบินมาเกาะอยู่ทั่วไปสร้างสีสันตามธรรมชาติของผืนป่าที่สมบูรณ์ สมัยนี้เริ่มพบด้วงกว่าง หรือแมงกวาง 5 เขาใกล้กับชุมชนหรือหมู่บ้านได้ยากขึ้น เพราะพื้นที่ที่จะพบต้องเป็นป่าธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ไร้สารเคมีที่เกิดจากการทำไร่ทำนา

นายวิโรจน์ อินสูงพรรัตน์ ชาวบ้านใหม่ร่องกล้า เปิดเผยว่า ด้วงกว่าง หรือแมงกวาง 5 เขาเป็นแมลงปีกแข็ง มี 6 ขา ตัวผู้มีเขายื่นไปข้างหน้าและโค้งเข้า ช่วงปลายเขาแยกเป็นสองแฉก ซึ่งมีเขา 2-3 เขา และที่หายากที่สุดคือ 5 เขา ทำหน้าที่เป็นอาวุธประจำตัวชิงความเป็นหนึ่งในการเลือกคู่ อันเป็นพฤติกรรมตามธรรมชาติ

ด้วงกว่าง 5 เขา เพศผู้ จะตัวใหญ่ มีความยาวตั้งแต่เขารวมลำตัวประมาณ 10 เซนติเมตร เขาสีดำ บริเวณลำตัวสีน้ำตาลอ่อนๆ ตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นมาชาวบ้านจะพบเห็นเป็นประจำ แต่ระยะหลัง ๆ เริ่มพบยาก เพราะด้วงกว่างมักจะอยู่ตามป่า ที่มีระบบนิเวศสมบูรณ์ ในสภาพอากาศค่อนข้างเย็น หลังฝนตกลงมาทำให้ดินอ่อน ด้วงกว่างที่เจริญเติบโตเต็มที่จะดันดินออกมาสู่โลกภายนอก หาแหล่งอาหารใหม่ อาทิ ยางไม้ ผลไม้ ยอดพืชผัก ยอดหน่อไม้ ใบคราม ไม้มะกอก กล้วย และน้ำหวานจากอ้อย เมนูโปรดปรานเป็นพิเศษซึ่งคนที่เลี้ยงมีความเชื่อ หากเลี้ยงด้วยอ้อย ด้วงกว่างจะแข็งแรง ต่อสู้เก่ง และมีความอึด

ด้วงกว่าง หรือแมงกวาง เป็นแมลงปีกแข็ง มีลักษณะพิเศษที่แตกต่างไปจากแมลงปีกแข็งจำพวกอื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัด คือ ตัวผู้จะมีขนาดใหญ่ และดูบึกบึน มีปีกที่พัฒนาเป็นเปลือกแข็ง 1 คู่ หุ้มลำตัวด้านบนที่นูนอยู่ เหมือนสวมชุดเกราะ มีสีดำคล้ำ หรือน้ำตาลเข้ม เงางาม มีอวัยวะบริเวณส่วนหัวที่งอกยาวออกมาคล้ายเขา อย่างน้อย 1 คู่ จะอยู่ด้านบนและด้านล่างของส่วนหัว ขณะที่ตัวเมียจะมีขนาดเล็กกว่า และไม่มีเขา จะมีให้เห็นในช่วงเดือนกันยายน–พฤศจิกายน.

อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าจึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ยังคงความสมบูรณ์ของธรรมชาติ ทำให้เรายังมีโอกาสได้พบเจอกับ ด้วงกว่าง 5 เขา สัตว์หายากที่น่าทึ่งนี้อยู่

หาชมได้ยาก “ด้วงกว่าง 5 เขา”

ทำไม ด้วงกว่าง 5 เขา ถึงหายาก? สาเหตุหลักๆ คือการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและการรบกวนจากกิจกรรมของมนุษย์ การอนุรักษ์ป่าและระบบนิเวศจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

เคล็ดลับการตามหาด้วงกว่าง 5 เขา

หากคุณอยากมีโอกาสได้พบเจอกับ ด้วงกว่าง 5 เขา ลองมองหาในช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะหลังฝนตกใหม่ๆ ตามต้นไม้ใหญ่ในป่าดิบชื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการเคารพธรรมชาติและไม่รบกวนการอยู่อาศัยของพวกมัน

นอกจากนี้ การสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในพื้นที่ภูหินร่องกล้าก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยส่งเสริมให้ชุมชนและหน่วยงานต่างๆ ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ ด้วงกว่าง 5 เขา และผืนป่าแห่งนี้

การพบเจอ ด้วงกว่าง 5 เขา ไม่ใช่แค่เรื่องของโชค แต่เป็นการสะท้อนถึงความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ หากเราช่วยกันดูแลรักษาผืนป่า เราก็จะมีโอกาสได้ชื่นชมความงามของสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่น่าทึ่งเหล่านี้ไปอีกนาน

ที่มา – หาชมได้ยาก “ด้วงกว่าง 5 เขา” อัศวินนักสู้แห่งวสันตฤดู โผล่อวดโฉมที่ภูหินร่องกล้า

อนุทิน ติดทำเนียบศิษย์เก่า วปอ. นายกฯ คนใหม่

วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ติดภาพ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ขึ้นทำเนียบศิษย์เก่า วปอ. ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในลำดับที่ 7 ต่อจาก “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา”

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ทางวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) ได้นำรูปภาพของ นายอนุทิน มาติดไว้บริเวณทำเนียบศิษย์เก่า วปอ. ที่ดำรงตำแหน่งสำคัญในอดีตและปัจจุบัน โดยการที่นายอนุทิน ติดทำเนียบศิษย์เก่า วปอ. ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทำให้เห็นถึงความสำคัญของสถาบันแห่งนี้ในการผลิตผู้นำประเทศ นายอนุทินเป็นศิษย์เก่านักศึกษาหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) ปี 2561 และถือเป็นศิษย์เก่า วปอ. ลำดับที่ 7 ที่ได้ดำรงตำแหน่งสำคัญคือนายกรัฐมนตรี

การที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ติดทำเนียบศิษย์เก่า วปอ. ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทำให้หลายคนหันมาสนใจวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรมากยิ่งขึ้น ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงแค่สถาบันการศึกษา แต่เป็นแหล่งบ่มเพาะผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ และพร้อมที่จะนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญก้าวหน้า

ทั้งนี้ ในอดีตเคยมีศิษย์เก่า วปอ. ที่เคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้แก่ 

  • จอมพลถนอม กิตติขจร เป็นศิษย์เก่า วปอ.รุ่น 1
  • พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรี ศิษย์เก่า วปอ.รุ่น 9
  • พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ ศิษย์เก่า วปอ.รุ่น 5
  • พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี ศิษย์เก่า วปอ.รุ่น 36
  • นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ศิษย์เก่า วปอ.รุ่น 38
  • พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ศิษย์เก่าหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรภาครัฐร่วมเอกชน (ปรอ.) รุ่น 20
  • นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32

อนุทิน ติดทำเนียบศิษย์เก่า วปอ. ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ทำเนียบศิษย์เก่า วปอ. ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในอดีต

จากรายชื่อศิษย์เก่า วปอ. ที่เคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จะเห็นได้ว่าแต่ละท่านล้วนเป็นบุคคลสำคัญที่มีบทบาทในการพัฒนาประเทศชาติในหลากหลายด้าน การที่อนุทิน ติดทำเนียบศิษย์เก่า วปอ. ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จึงเป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพของสถาบันแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี

วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) ไม่ได้เป็นเพียงแค่สถาบันการศึกษา แต่เป็นแหล่งรวมของผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า การที่ศิษย์เก่า วปอ. หลายท่านได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำประเทศ เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของสถาบันแห่งนี้ในการสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพให้กับสังคมไทย

การที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรี และได้ติดทำเนียบศิษย์เก่า วปอ. ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ถือเป็นเกียรติประวัติของทั้งตัวท่านเองและสถาบันวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร หวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะสามารถนำพาประเทศไทยไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น

ที่มา – ติดภาพ “อนุทิน” ทำเนียบศิษย์เก่า วปอ. ที่ดำรงตำแหน่งนายกฯ รูปต่อจาก “บิ๊กตู่”

ปคบ. จับลอตใหญ่ **แหล่งบุหรี่ไฟฟ้าสายใต้** ยึด 5 หมื่นชิ้น!

ตำรวจ กก.1 บก.ปคบ. บุกทลาย**แหล่งบุหรี่ไฟฟ้าสายใต้**รายใหญ่ ยึดของกลางอื้อซ่ากว่า 50,000 ชิ้น มูลค่าทะลุ 10 ล้านบาท! งานนี้ลักลอบขนมาจากทางภาคใต้ เตรียมส่งต่อให้พ่อค้ารายใหญ่รายย่อยทั่วประเทศ จับผู้ต้องหาได้ 1 ราย

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2568 ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ปคบ. สั่งการให้ พ.ต.อ.อนุวัฒน์ รักษ์เจริญ, พ.ต.อ.พัฒนพงศ์ ศรีพิณเพราะ รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.ไกรวิศท์ แสนทวีสุข ผกก.1 บก.ปคบ., พ.ต.ท.ไพรัช พรมวงศ์ รอง ผกก.1 บก.ปคบ., พ.ต.ท.วิศรุต บางน้ำเค็ม สว.กก.1 บก.ปคบ. นำกำลังเข้าปฏิบัติการ

ผลการปฏิบัติการนำไปสู่การจับกุมนายพันธวงศ์ ลายกระ อายุ 24 ปี ในข้อหา “ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ซื้อ รับจำนำ หรือรับเอาไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้” พร้อมของกลางจำนวนมหาศาล ประกอบด้วย:

  • บุหรี่ไฟฟ้าชนิดสูบแล้วทิ้ง: 19,725 ชิ้น
  • น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าชนิดเติม: 12,842 ชิ้น
  • คอยล์ (อุปกรณ์บุหรี่ไฟฟ้า): 2,130 ชิ้น
  • น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าชนิดเปลี่ยนหัว: 13,229 ชิ้น
  • เครื่องบุหรี่ไฟฟ้า: 930 ชิ้น

รวมของกลางทั้งหมดประมาณ 5 หมื่นชิ้น มูลค่ารวมกว่า 10 ล้านบาท! จับกุมได้ที่บ้านหลังหนึ่งในซอยกาญจนาภิเษก 3 หมู่บ้านชื่นสุข แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพฯ

การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นจากการสืบสวนของตำรวจ กก.1 บก.ปคบ. ซึ่งได้รับข้อมูลว่าจะมีการลักลอบนำบุหรี่ไฟฟ้าจากทางภาคใต้มาเก็บพักไว้ในพื้นที่เขตบางแค กรุงเทพฯ ก่อนที่จะกระจายสินค้าไปยังพ่อค้ารายใหญ่และรายย่อยทั่วประเทศ เจ้าหน้าที่จึงได้ขอหมายค้นจากศาลอาญาธนบุรีและเข้าทำการตรวจค้นจนพบของกลางจำนวนมาก

นายพันธวงศ์ให้การรับสารภาพว่า ทำหน้าที่จัดส่งบุหรี่ไฟฟ้าให้กับผู้ค้ารายย่อยในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยรับบุหรี่ไฟฟ้ามาจากจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นบุหรี่ไฟฟ้าที่ลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านทางภาคใต้ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปคบ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ปคบ. จับแหล่งบุหรี่ไฟฟ้าสายใต้ ลอตใหญ่!

ความสำคัญของการจับกุมแหล่งบุหรี่ไฟฟ้าสายใต้

การทลาย**แหล่งบุหรี่ไฟฟ้าสายใต้**ครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นการตัดวงจรการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภค โดยเฉพาะเยาวชน นอกจากนี้ ยังเป็นการป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษีและการกระทำผิดกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

รู้หรือไม่? บุหรี่ไฟฟ้าที่ลักลอบนำเข้ามาจำหน่ายมักไม่มีการควบคุมคุณภาพ อาจมีสารอันตรายที่ก่อให้เกิดโรคร้ายแรงได้ ดังนั้น การซื้อบุหรี่ไฟฟ้าที่ถูกต้องตามกฎหมายและมีมาตรฐานจึงเป็นสิ่งสำคัญ

การจับกุม**แหล่งบุหรี่ไฟฟ้าสายใต้**ครั้งนี้เป็นผลงานที่น่าชื่นชมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปคบ. ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายและปกป้องผู้บริโภค

และที่สำคัญ การมีส่วนร่วมของประชาชนในการแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับ**แหล่งบุหรี่ไฟฟ้าสายใต้**หรือการกระทำผิดกฎหมายอื่นๆ ก็เป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยกันสร้างสังคมที่ปลอดภัยและเป็นธรรม

ที่มา – ปคบ.จับลอตใหญ่ แหล่งบุหรี่ไฟฟ้าสายใต้ ยึดของกลาง 5 หมื่นชิ้น มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

“พลพีร์” สวน “จิรายุ”: ทำไมไม่ตอบโต้กัมพูชา?

“พลพีร์” สวน “จิรายุ” หลังยุ “ภูมิใจไทย” บีบให้ผู้นำฝ่ายค้านลาออก ตั้งคำถามตอนเป็นโฆษกรัฐบาล-ศบ.ทก.ทำไมไม่ตอบโต้ “กัมพูชา” รวดเร็วแบบนี้

วันที่ 22 ก.ย. 2568 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี สส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีตที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี และอดีตสส.กทม. พรรคเพื่อไทย (พท.) ออกมาเรียกร้องให้พรรคภูมิใจไทย บีบพรรคประชาชน ลาออกจากการเป็นหัวหน้าฝ่ายค้าน เพราะขัดหลักประชาธิปไตย เนื่องจากสนับสนุน พรรคอื่นเป็นนายกฯ ว่าขอชื่นชมการทำหน้าที่ของนายจิรายุ ในการออกมาตอบโต้อย่างรวดเร็ว ประเด็นคือ สมัยที่นายจิรายุเป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา (ศบ.ทก.) เหตุไฉน จึงไม่ออกมาตอบโต้ “กัมพูชา” รวดเร็วแบบนี้บ้าง ถ้าทำงานให้ประเทศชาติเร็วได้สักครึ่งของที่ทำงานให้พรรคเพื่อไทย คิดว่า ประเทศไทย จะไม่มีทางแพ้ในสงครามข่าวสารแบบที่ผ่านมาอย่างแน่นอน

ถามตอนเป็นรัฐบาล ทำไมนิ่ง

“อดีตโฆษกออกมาปกป้องพรรคได้ไวครับ ผมลงวันเดียว ท่านร้อนรนแล้ว ไม่เหมือนตอนที่เราปะทะกับประเทศเพื่อนบ้าน ชาวบ้านนั่งรอท่านแถลง ขอความชัดเจน อยากรู้สึกปลอดภัย แต่กลับพึ่งไม่ได้ เพราะท่านเอาแต่นิ่งเงียบ หากจะพูดสักที ก็ช้าตลาดวาย ฝ่ายตรงข้าม เล่นงานไทย จนยับเยินไปแล้ว”

จวกเสียมารยาทเกาะเก้าอี้รองประธานสภา

นายพลพีร์ กล่าวอีกว่า ทำงานการเมืองต้องมีสปิริต แต่ไหนแต่ไรมา เก้าอี้ประธานสภา ต้องเป็นของฝ่ายรัฐบาล เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย ซึ่งอยู่ในการกำกับของรัฐบาล นี่คือหลักการทั่วไป เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินไม่สะดุด แต่ตอนนี้ พรรคฝ่ายค้านเป็นประธานสภา แบบนี้ ฝ่ายรัฐบาลจะดันนโยบาย หรือกฎหมายสำคัญ ที่มีผลต่อปากท้องพี่น้องประชาชนได้ราบรื่นหรือไม่ ขอให้นึกย้อนไป ในวันที่พรรคภูมิใจไทย ไปเป็นฝ่ายค้าน สิ่งแรกๆ ที่ทำ คือ นายภราดร ปริศนานันทกุล ลาออกจากตำแหน่งรองประธานสภา เพื่อเปิดทางให้ฝ่ายรัฐบาลได้ขับเคลื่อนการทำงาน แต่ที่เห็นตอนนี้ ฝ่ายท่านกลับหวงเก้าอี้ มีนัยยะทางการเมืองหรือไม่ เพราะเห็นว่าเรามีเวลาน้อย เลยจะขัดแข้งขาอย่างเต็มที่หรือเปล่า ยอมกระทั่งเสียมารยาท ทำลายสปิริตทางการเมือง

 ย้ำไม่ใช่ขี้ข้าอังเคิล

ส่วนที่หลายคนมาตั้งข้อสังเกตว่าพรรคภูมิใจไทย จะขี่พรรคประชาชน หลอกใช้เพื่อน เพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย นายพลพีร์ ย้ำว่า เป้าหมายของเราก็คือ การที่เราปฏิบัติตามข้อตกลงที่มีร่วมกัน และยุบสภาใน 4 เดือนหลังจากแถลงนโยบาย พรรคภูมิใจไทย เราไม่หลอกใช้ใคร สัญญา ก็คือสัญญา และตอนนี้ เราให้เกียรติในข้อตกลง ไปจนถึงพรรคประชาชน และประชาชนคนไทยทุกคน

“พรรคภูมิใจไทย ทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน และเราไม่มีทางผลักคนที่รักชาติบ้านเมืองไปอยู่ฝ่ายตรงข้าม เรายึดถือว่า เราจะเป็นขี้ข้าของคนไทยเท่านั้น จะไม่ยอมเป็นขี้ข้าของอังเคิลที่ไหนเด็ดขาด”

“พลพีร์” สวน “จิรายุ” ช่วงเป็นโฆษกรัฐบาล-ศบ.ทก.ทำไมไม่ตอบโต้ “กัมพูชา” รวดเร็วแบบนี้บ้าง

จากกรณีที่นายจิรายุออกมาเรียกร้องให้พรรคภูมิใจไทยบีบพรรคประชาชนลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายค้าน นายพลพีร์ได้ออกมาตอบโต้ โดยตั้งคำถามถึงความรวดเร็วในการตอบโต้ประเด็นทางการเมืองของนายจิรายุ เมื่อเทียบกับสมัยที่ดำรงตำแหน่งโฆษกรัฐบาลและกรรมการ ศบ.ทก. ที่นายจิรายุกลับไม่มีท่าทีตอบโต้ “กัมพูชา” รวดเร็วแบบนี้บ้าง

ประเด็นที่น่าสนใจจาก “พลพีร์” สวน “จิรายุ” ช่วงเป็นโฆษกรัฐบาล-ศบ.ทก.ทำไมไม่ตอบโต้ “กัมพูชา” รวดเร็วแบบนี้บ้าง

  • การตอบโต้ทางการเมืองที่รวดเร็วของนายจิรายุ
  • ความแตกต่างระหว่างการทำหน้าที่โฆษกรัฐบาลกับการเป็นสมาชิกพรรค
  • ประเด็นเรื่องสปิริตทางการเมืองและการดำรงตำแหน่งประธานสภา
  • ข้อตกลงและความสัมพันธ์ระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชน

การออกมาตอบโต้กันไปมาของนักการเมืองเป็นเรื่องปกติในแวดวงการเมืองไทย แต่สิ่งที่น่าสนใจคือการตั้งคำถามถึงความสม่ำเสมอในการทำหน้าที่ และการแสดงออกถึงจุดยืนที่ชัดเจน โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของประเทศชาติ

ที่มา – “พลพีร์” สวน “จิรายุ” ช่วงเป็นโฆษกรัฐบาล-ศบ.ทก.ทำไมไม่ตอบโต้ “กัมพูชา” รวดเร็วแบบนี้บ้าง

นักท่องเที่ยวแห่ร่วมงาน “อุ้มพระดำน้ำ 2568” เพชรบูรณ์

นักท่องเที่ยวจำนวนมากแห่ร่วมงานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ 2568 พิธีศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง หนึ่งเดียวในโลกที่ จ.เพชรบูรณ์ ณ ท่าน้ำวัดโบสถ์ชนะมาร

วันที่ 22 กันยายน 2568 ที่บริเวณท่าน้ำวัดโบสถ์ชนะมาร นายศรัญยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ในฐานะเจ้าเมืองเพชรบูรณ์พร้อมด้วยกรมการเมืองทั้ง 4 คือ ฝ่ายเวียง ได้แก่ พลตรีฐาวิรัฒน์ ยังน้อย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 36 ฝ่ายวัง ได้แก่ นายกกชัย ฉายรัศมีกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ฝ่ายคลัง ได้แก่ ว่าที่ร้อยตรีเสกสรร ปานถม ผู้จัดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองเพชรบูรณ์ และฝ่ายนา ได้แก่ ร้อยตำรวจตรีสุขสัณห์ ภิชัย นายกสมาคมเครือข่ายนักสื่อสารชุมชน ได้อัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชา พระคู่บ้านคู่เมืองของชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ จากวัดไตรภูมิ แห่ลงเรือไปในลำน้ำป่าสัก ทวนกระแสน้ำขึ้นไป ณ วังมะขามแฟบ ท่าน้ำวัดโบสถ์ชนะมาร สถานที่แรกที่มีคนหาปลาพบองค์พระฯ โดยมีขบวนเรือนางฟ้านางสวรรค์ ที่ร่วมขบวนแห่ไปตามลำน้ำอย่างสวยงาม ท่ามกลางประชาชนและชาวเพชรบูรณ์กว่า 5,000 คนที่มารอชมพิธีเต็มอัฒจันทร์ที่เตรียมไว้

เมื่อมาถึงวังมะขามแฟบ ท่าน้ำวัดโบสถ์ชนะมาร นายวิทยา อาคมพิทักษ์ อดีตคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ประธานในพิธีจุดธูปเทียนบวงสรวงเทวดา เสร็จแล้วพราหมณ์ประกอบพิธีบวงสรวงเทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์

จากนั้นเป็น “พิธีอุ้มพระดำน้ำ” โดยนายศรัญยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ในฐานะเจ้าเมือง ซึ่งแต่งชุดไทยสีชมพูเข้ม พร้อมด้วยกรมการเมืองทั้ง 4 ฝ่ายที่แต่งกายชุดไทยสีม่วง ได้อัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชาลงดำน้ำยังบริเวณพิธีที่ได้จัดเตรียมไว้ โดยการดำน้ำจะดำ 2 ทิศ คือ ทิศเหนือและทิศใต้ ทิศละ 3 ครั้ง ก่อน-หลัง ตามคำเสี่ยงทาย โดยปีนี้ครั้งแรกเป็นทิศใต้ ครั้งที่สองทิศใต้ ครั้งที่ 3 ทิศเหนือ ครั้งที่ 4 ทิศเหนือ ครั้งที่ 5 ทิศใต้ และครั้งที่ 6 ทิศเหนือ

และขณะประกอบพิธีอุ้มพระดำน้ำนั้น นางฟ้านางสวรรค์ รวมทั้งประชาชนที่มาร่วมพิธีต่างก็ได้โปรยดอกดาวเรือง ดอกบัว ลงไปในน้ำเพื่อเป็นการสักการะบูชาองค์พระพุทธมหาธรรมราชา

เมื่อดำครบทั้ง 6 ครั้งแล้ว ได้อัญเชิญพระขึ้นเรือ จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ก็ได้โยนขนม ข้าวต้ม ขนมกระยาสารท ที่ได้ปลุกเสกแล้วให้กับประชาชนที่มาเข้าร่วมพิธี ซึ่งก็ได้เกิดปรากฏการณ์รุมแย่ง เพราะว่าแต่ละคนก็อยากที่จะได้สิ่งของอันเป็นมงคลจากผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ และจากนางฟ้านางสวรรค์ เป็นบรรยากาศที่มีแต่ความสุข สนุกสนาน

สำหรับประเพณีอุ้มพระดำน้ำ มีตำนานที่ถูกเล่าขานมานานกว่า 400 ปี เป็นประเพณีหนึ่งเดียวในโลกของจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งได้ออกหาปลาในแม่น้ำป่าสัก แต่อยู่มาวันหนึ่งเกิดเหตุอัศจรรย์ขึ้น โดยกระแสน้ำในบริเวณวังมะขามแฟบ มีพรายน้ำผุดขึ้นมาทีละน้อยจนแลดูคล้ายน้ำเดือด จากนั้นกลายเป็นวังวนดูดเอาองค์พระพุทธรูปองค์หนึ่งลอยขึ้นมาเหนือน้ำ ทำให้ชาวประมงต้องลงไปอัญเชิญพระพุทธรูปขึ้นมาประดิษฐานไว้ที่วัดไตรภูมิ แต่ในปีถัดมาตรงกับวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 วันประเพณีสารทไทย พระพุทธรูปดังกล่าวหายไป ชาวบ้านต่างพากันระดมหา สุดท้ายไปพบพระพุทธรูปกลางแม่น้ำป่าสัก บริเวณที่พบพระพุทธรูปองค์นี้ในครั้งแรกกำลังอยู่ในอาการดำผุดดำว่าย จึงได้ร่วมกันอัญเชิญขึ้นมาประดิษฐานที่วัดไตรภูมิอีกครั้งหนึ่ง พร้อมร่วมกันถวายนามว่า “พระพุทธมหาธรรมราชา”

หลังจากนั้นต่อมาในวันสารทไทย หรือวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 เจ้าเมืองเพชรบูรณ์จะทำพิธีอัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชา ลงประกอบพิธีดำน้ำเป็นประจำทุกปี โดยเชื่อว่าจะทำให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล ไพร่ฟ้าประชาชนมีความสุข บ้านเมืองปราศจากโรคระบาดคุกคาม จนกลายมาเป็นประเพณีอุ้มพระดำน้ำอันยิ่งใหญ่ในปัจจุบัน.

นักท่องเที่ยวแห่ร่วมงาน “อุ้มพระดำน้ำ 2568” หนึ่งเดียวในโลกที่ จ.เพชรบูรณ์

ตำนานและความเชื่อของประเพณีอุ้มพระดำน้ำ 2568

งานอุ้มพระดำน้ำ 2568 ไม่ได้เป็นเพียงแค่พิธีกรรม แต่ยังเป็นศูนย์รวมจิตใจและความศรัทธาของชาวเพชรบูรณ์ แสดงให้เห็นถึงความผูกพันระหว่างผู้คนกับวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน การได้เข้าร่วมงานนี้จึงเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจและควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้

หากคุณมีโอกาสได้มาเยือนเพชรบูรณ์ในช่วงเวลาดังกล่าว อย่าพลาดที่จะเข้าร่วมงานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ 2568 เพื่อสัมผัสความศักดิ์สิทธิ์และความงดงามของวัฒนธรรมท้องถิ่น

ที่มา – นักท่องเที่ยวแห่ร่วมงาน “อุ้มพระดำน้ำ 2568” หนึ่งเดียวในโลกที่ จ.เพชรบูรณ์

ขสมก. เช่ารถเมล์ EV 1,520 คัน ลุยเปิดประมูล!

โครงการ ขสมก. เช่ารถเมล์ EV 1,520 คัน มูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาท เดินหน้าเต็มสูบ! เตรียมเปิดประมูลในเดือนตุลาคมนี้ หวังยกระดับบริการรถโดยสารสาธารณะให้ดียิ่งขึ้น

นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า หลังจากเปิดร่างเอกสารกำหนดขอบเขตและรายละเอียด (TOR) บนเว็บไซต์เพื่อให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นเมื่อวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา โดยจะสิ้นสุดการรับฟังความคิดเห็นในวันที่ 26 กันยายนนี้ ราคากลางของโครงการอยู่ที่ 15,301,380,000 บาท โครงการนี้มีชื่อว่าโครงการเช่ารถโดยสารปรับอากาศพลังงานไฟฟ้า (EV) จำนวน 1,520 คัน มูลค่าโครงการรวม 15,355 ล้านบาท ขสมก. จะใช้เวลาดำเนินการตามขั้นตอนการทำประชาพิจารณ์ร่าง TOR เป็นเวลา 5 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้ที่สนใจได้แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ

หากไม่มีข้อวิจารณ์ที่เป็นสาระสำคัญ ขสมก. จะสามารถประกาศประกวดราคาได้ทันที คาดว่าจะสามารถประมูลได้ภายในเดือนตุลาคม 2568 และเริ่มส่งมอบรถได้ปลายปี 2569 โดยวงเงินและกรอบการดำเนินงานยังคงเป็นไปตามแผนเดิมที่ 15,355 ล้านบาท ส่วนกำหนดการส่งมอบรถเมล์ใหม่ คาดว่าจะเริ่มทยอยเข้ามาให้บริการได้ประมาณปลายปีนี้ถึงตุลาคมปีหน้า โดยตั้งเป้าหมายที่จะได้รับรถครบทั้งหมดภายในปี 2570 เพื่อทดแทนรถเมล์เก่าที่มีอายุการใช้งานกว่า 30 ปี โครงการนี้เป็นการเช่ารถโดยสารปรับอากาศพลังงานสะอาดพร้อมระบบอัดประจุไฟฟ้าเป็นระยะเวลา 7 ปี นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการตรวจรับรถ

คุณสมบัติของรถเมล์ EV ที่จะนำมาใช้งาน จะเป็นรถพลังงานไฟฟ้าพื้นต่ำ (Low Floor) ที่มีความยาวไม่ต่ำกว่า 10.5 เมตร กว้างไม่น้อยกว่า 2.55 เมตร และสูงไม่น้อยกว่า 3.35 เมตร ด้านสมรรถนะ รถจะต้องวิ่งได้ไม่ต่ำกว่า 200 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และมีความเร็วสูงสุดไม่น้อยกว่า 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนการส่งมอบรถจะแบ่งเป็น 3 งวด ได้แก่ งวดที่ 1 จำนวน 500 คัน ภายใน 180 วัน, งวดที่ 2 จำนวน 500 คัน ภายใน 270 วัน และงวดสุดท้าย 520 คัน ภายใน 360 วัน

ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติที่น่าเชื่อถือ โดยต้องมีผลงานการให้เช่ารถในสัญญาเดียวมูลค่าไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท และมีรายได้ต่อปีในธุรกิจที่เกี่ยวข้องไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท ขสมก. เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่าง TOR นี้จนถึงวันที่ 26 กันยายน 2568 และคาดว่าจะสามารถเปิดประมูลได้ภายในเดือนตุลาคม 2568 เพื่อให้โครงการนี้เป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด และเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนผู้ใช้บริการรถสาธารณะต่อไป

นอกจากนี้ ผู้จัดหาจะต้องจัดหารถโดยสารที่ใช้วัตถุดิบหรือชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ (Local Content) ในการประกอบรถโดยสารไม่น้อยกว่า 40% และส่งมอบรถโดยสารในแต่ละงวด การส่งมอบให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดในสัญญา หากไม่สามารถส่งมอบรถโดยสารพร้อมให้บริการ และจำนวนรถโดยสารส่งมอบรายวันน้อยกว่า 90% ของจำนวนรถโดยสารทั้งหมด ผู้ยื่นจะต้องชดเชยความเสียหายจากการขาดรายได้ค่าโดยสารจำนวน 10,000 บาทต่อคันต่อวัน และจำนวนรถโดยสารส่งมอบรายเดือนเฉลี่ยน้อยกว่า 95% ของจำนวนรถโดยสารทั้งหมด ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องชดเชยความเสียหายจากการขาดรายได้ค่าโดยสารจำนวน 10,000 บาทต่อคันต่อวัน

สำหรับบริษัทเอกชนที่ ขสมก. ได้สอบถามความสนใจเข้าร่วมประมูลโครงการ ขสมก. เช่ารถเมล์ EV 1,520 คัน มีจำนวน 11 ราย ประกอบด้วย:

  • บริษัท รถไฟฟ้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท ไทยสมายล์บัส จำกัด
  • บริษัท พนัส แอสเซมบลีย์ จำกัด
  • บริษัท นครชัยแอร์ จำกัด
  • บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด
  • บริษัท สกุลฎ์ซี อินโนเวชั่น จำกัด
  • บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท แอ๊บโซลูท แอสเซมบลี จำกัด
  • บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท อรุณ พลัส จำกัด
  • บริษัท เฟิร์ส ทรานสปอร์ต จำกัด

ขสมก. เช่ารถเมล์ EV 1,520 คัน

โครงการนี้ถือเป็นความหวังในการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะของกรุงเทพฯ และประเทศไทย ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยลดมลพิษทางอากาศ แต่ยังช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้บริการอีกด้วย การที่ ขสมก. ให้ความสำคัญกับการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศเป็นส่วนประกอบของรถโดยสาร ยังเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมภายในประเทศอีกด้วย

ทำไม ขสมก. ถึงเลือกเช่ารถเมล์ EV 1,520 คัน?

การตัดสินใจ ขสมก. เช่ารถเมล์ EV 1,520 คัน เป็นการลงทุนที่คำนึงถึงอนาคตและสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนไปใช้รถเมล์พลังงานไฟฟ้าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของภาวะโลกร้อน นอกจากนี้ รถเมล์ไฟฟ้ายังช่วยลดมลพิษทางเสียง ทำให้เมืองน่าอยู่ยิ่งขึ้น

โครงการ ขสมก. เช่ารถเมล์ EV 1,520 คัน นี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ ขสมก. ในการปรับปรุงบริการและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน การติดตามความคืบหน้าของโครงการนี้อย่างใกล้ชิดจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะทุกคน

ที่มา – ขสมก. ลุยเช่ารถเมล์ EV 1,520 คัน มูลค่า 1.5 หมื่นล้าน เตรียมเปิดประมูล ต.ค.นี้

เอาชนะความวิตกกังวล จุดประกายสู่ นักจิตวิทยา

“ผมรู้สึกเหมือนเป็นตัวปลอมตลอดเวลา” เดวิด วีลเลอร์ กล่าวถึงประสบการณ์ช่วงแรกๆ ของเขาในฐานะนักฟุตบอลอาชีพ

มันเป็นภาวะที่เขาเอาชนะได้ และสนุกกับอาชีพค้าแข้งที่ลงเล่นมากกว่า 400 นัดในลีกฟุตบอลอังกฤษทั้งสามระดับ และทำประตูได้ในรอบชิงชนะเลิศเพลย์ออฟ

ตอนนี้ 12 ปีหลังจากเริ่มอาชีพกับ Exeter City วีลเลอร์ได้แขวนสตั๊ดแล้ว

แต่แทนที่จะไปเป็นโค้ชหรือเป็นเอเย่นต์ นักเตะวัย 34 ปีวางแผนที่จะนำปีศาจเก่าๆ เหล่านั้นมาใช้ประโยชน์ใหม่ และช่วยให้ผู้อื่นเอาชนะความวิตกกังวลที่คล้ายคลึงกันได้

วีลเลอร์กำลังเริ่มต้นเส้นทางใหม่ที่เขาหวังว่าจะทำให้เขามีส่วนร่วมกับเกมที่เขารักต่อไป นั่นคือการฝึกอบรมเพื่อเป็นนักจิตวิทยาการกีฬา

“ประสบการณ์ของการเผชิญหน้ากับมัน แต่หลังจากนั้นก็ก้าวข้ามมันไปได้ และมีอาชีพนักฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จเป็นเวลา 12 ปี ซึ่งผมไม่เคยคิดว่าจะทำได้ ส่วนใหญ่เป็นเพราะความวิตกกังวล ทำให้ผมเกิดแรงบันดาลใจอย่างแท้จริง” เขาให้สัมภาษณ์กับ BBC Radio Devon

“มันคือ ‘เหตุผล’ ที่แท้จริงของผมว่าทำไมผมถึงอยากเป็นนักจิตวิทยาการกีฬา”

หลังจากไม่สามารถสร้างผลงานได้ดีในอะคาเดมีของ Brighton วีลเลอร์เล่นฟุตบอลนอกลีกให้กับสโมสรต่างๆ รวมถึง Lewes และ Staines Town ขณะที่เรียนปริญญาวิทยาศาสตร์การกีฬา

เขาได้รับข้อเสนอให้ทดสอบฝีเท้าที่ Exeter ในช่วงฤดูร้อนปี 2013 และได้รับการเสนอสัญญาจาก Paul Tisdale ผู้จัดการทีมในขณะนั้น

ในเวลานั้น Grecians มีกองหน้าดาวรุ่งระดับนานาชาติอย่าง Ollie Watkins และ Jamie Reid อยู่ในทีมเยาวชน และมีหัวหน้าทีมมากประสบการณ์อย่าง Sam Parkin, Matt Oakley และ Danny Butterfield อยู่ในทีมชุดใหญ่

“ตอนที่ผมเซ็นสัญญากับ Exeter ครั้งแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผมรู้สึกวิตกกังวลอย่างมาก และบ่อยครั้งที่ผมต้องลงเล่นโดยที่อาเจียนออกมา หรือไม่ได้กินอะไรมาก่อนเกม” วีลเลอร์回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回回กล่าว

“ผมรู้สึกว่าตัวเองอยู่ภายใต้ภัยคุกคามตลอดเวลา ว่าผมดีไม่พอ และมีประสบการณ์ที่คล้ายกันเมื่อผมยังเป็นนักเตะดาวรุ่งที่ Brighton ผมคิดว่านั่นคือเหตุผลที่ผมถูกปล่อยตัวในที่สุด”

“มันส่งผลกระทบต่อผมจริงๆ และส่งผลกระทบต่อความสม่ำเสมอของผม เพราะอาการวิตกกังวลไม่ใช่สิ่งที่คาดเดาได้เสมอไป และคุณไม่แน่ใจว่าคุณจะสามารถเอาชนะมันได้หรือไม่ เพื่อที่จะเล่นได้อย่างเต็มความสามารถ”

จากอาการตื่นตระหนกสู่รอบชิงชนะเลิศเพลย์ออฟ

วีลเลอร์กล่าวว่าการมีสภาวะจิตใจที่ดีเป็นกุญแจสำคัญสำหรับการแสดง และอ้างถึงการแทรกแซงของนักจิตวิทยาการกีฬาที่ Tisdale นำเข้ามาในช่วงต้นฤดูกาล 2016-17

Exeter ชนะเพียงสามจาก 11 เกมแรกใน League Two โดยแพ้ไปแปดเกมที่เหลือ และอยู่อันดับสองจากท้ายตารางใน League Two เมื่อผู้จัดการทีม City ตัดสินใจมองหาความช่วยเหลือจากภายนอกสำหรับทีมของเขา

“เรากลับมาจากการแพ้หลายครั้ง และเรามีการประชุมกับนักจิตวิทยา ทั้งทีม และเราก็แค่รื้อสิ่งที่เกิดขึ้น” วีลเลอร์กล่าว

“Tis จัดการเรื่องนั้นอย่างยุติธรรม ไม่ใช่ผู้จัดการทีมหลายคนที่ทำแบบนั้น”

“ผมจำได้ว่าประเด็นสำคัญอย่างหนึ่งคือการเก็บคลีนชีต แต่ไม่ต้องสนใจอย่างอื่น ทุกคนทำงานเพื่อเก็บคลีนชีต และในที่สุดเราก็เสมอกัน 0-0 มันเป็นหนึ่งในเกมที่คงจะน่ากลัวที่จะดู”

การเสมอกันแบบไร้สกอร์นั้น ที่บ้านกับ Grimsby Town อาจไม่ใช่สิ่งที่น่าจดจำสำหรับแฟนๆ แต่ก็ทำให้ผู้เล่นเชื่อมั่นว่าพวกเขามีความสามารถในการแสดง

และฟอร์มของพวกเขาก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงการวิ่งที่ไม่แพ้ใคร 12 เกม ซึ่งมีการชนะ 10 เกม ในขณะที่พวกเขาทะยานขึ้นไปบนตาราง League Two

City แพ้ในลีกอีกเพียงหกเกมเท่านั้น ขณะที่พวกเขาจบอันดับที่ห้า ก่อนที่จะพลาดท่า ในรอบชิงชนะเลิศเพลย์ออฟ ให้กับ Blackpool โดยวีลเลอร์ทำประตูให้ Exeter ที่ Wembley ในความพ่ายแพ้ 2-1

“เรามีลำดับเหตุการณ์ที่แปลกประหลาดในการจบลงด้วยการเล่นกับทีมที่อยู่เหนือเราซ้ำแล้วซ้ำเล่า และเราก็กระโดดข้าม [พวกเขา] ไปเรื่อยๆ มันทำให้เรามีแรงผลักดัน และเราก็ก้าวต่อไปเรื่อยๆ” เขากล่าวเสริม

“เราตัดสินใจเลือกทีมที่แฟนบอล Exeter City จำนวนมากน่าจะจำชื่อได้ในตอนนี้ มันถูกกำหนดไว้ และเราก็มีความเข้ากันได้”

การสนับสนุนผลประโยชน์ของผู้เล่นนอกสนาม

การแทรกแซงครั้งนั้นที่ Exeter จุดประกายไฟที่คงอยู่กับวีลเลอร์ตลอดอาชีพค้าแข้งของเขา

หลังจากย้ายไป Queens Park Rangers ในปี 2018 เขาใช้เวลาในการยืมตัวที่ Milton Keynes Dons และ Portsmouth ก่อนที่จะอยู่กับ Wycombe Wanderers เป็นเวลาหกฤดูกาล ซึ่งวีลเลอร์ช่วยให้ Chairboys เลื่อนชั้นสู่ Championship ในปี 2020

เมื่ออาชีพของเขาก้าวหน้าขึ้น เขาก็เริ่มสนใจเรื่องความยั่งยืนในการกีฬามากขึ้นเรื่อยๆ โดยให้การบรรยายและการบรรยายในหัวข้อนี้ และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล BBC Green Sport Awards เมื่อปีที่แล้ว

วีลเลอร์รู้สึกว่าความสนใจภายนอกนั้น ซึ่งเป็น “ความหลากหลายของอัตลักษณ์” ช่วยเขาในฐานะผู้เล่น

นั่นหมายความว่าเขาไม่ได้มุ่งเน้นไปที่ฟุตบอลเพียงอย่างเดียว แต่มีเป้าหมายอื่นๆ ที่ทำให้เขาสามารถหลีกหนีจากแรงกดดันอย่างไม่หยุดยั้งในการได้รับผลการแข่งขันในสนาม

เขารู้สึกอย่างยิ่งว่าการอนุญาตให้ผู้เล่นมีความสนใจนอกเหนือจากฟุตบอลเป็นทรัพย์สินสำคัญที่จะทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จมากขึ้นในสนาม ซึ่งเป็นประเด็นที่เขาหวังว่าจะส่งเสริม

“มันเป็นการสนับสนุนความสามารถของผู้เล่นไม่เพียงแต่ในการศึกษาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสนใจและงานอดิเรกอื่นๆ และยังคงเป็นนักฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จ” วีลเลอร์กล่าว

“ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ล้าสมัยและเป็นอันตรายที่จะไม่สนับสนุนสิ่งนั้นในฐานะผู้จัดการทีม ในฐานะสโมสรฟุตบอล เพราะมีผู้เล่นจำนวนมากที่หลุดออกจากเกม”

“แม้แต่คนที่ทำงาน 15 ถึง 20 ปี อาชีพที่ประสบความสำเร็จอย่างยาวนาน ก็ออกมาจากเกม และสถิติก็สูงอย่างน่าตกใจสำหรับภาวะซึมเศร้า การเสพติด การแต่งงานล้มเหลว การล้มละลาย”

“มันไม่ได้ทำให้ผมประหลาดใจเลย เพราะผมพบว่ามันยากมากที่จะทำใจให้ได้ และผมมีสิ่งอื่นๆ เหล่านี้เกิดขึ้นทั้งหมด”

“ผมคิดว่าตั้งแต่ห้าขวบ พวกเราส่วนใหญ่ระบุว่าเป็นนักกีฬา เป็นนักฟุตบอล และนั่นคือส่วนหลักของอัตลักษณ์ของเรา ที่ได้รับการเสริมสร้างตลอดวัยเด็กของเราจนถึงวัยผู้ใหญ่”

“มันเป็นสิ่งสำคัญที่คุณเป็นที่รู้จัก เป็นสิ่งที่คุณได้รับการเฉลิมฉลอง และโดยการละทิ้งส่วนนั้นของคุณไป มันก็คือการละทิ้งส่วนใหญ่ของคุณที่เคยเป็นแหล่งที่มาของการยืนยัน”

จากนักฟุตบอลสู่นักจิตวิทยา: เส้นทางสู่การเอาชนะความวิตกกังวล จุดประกายสู่ นักจิตวิทยา

เรื่องราวของ David Wheeler เป็นแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬาคนอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี การเอาชนะความวิตกกังวล จุดประกายสู่ นักจิตวิทยา และการช่วยเหลือผู้อื่นที่กำลังเผชิญกับปัญหาเดียวกันนั้นเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม

นักกีฬาหลายคนต้องเผชิญกับความกดดันและความคาดหวังที่สูง ซึ่งอาจนำไปสู่ความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าได้ การตระหนักถึงปัญหาและขอความช่วยเหลือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

วีลเลอร์ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าการมีเป้าหมายและความสนใจอื่นๆ นอกเหนือจากกีฬา สามารถช่วยให้ผู้เล่นรักษาสมดุลในชีวิตและรับมือกับความเครียดได้

เราควรสนับสนุนให้นักกีฬามีความสนใจที่หลากหลาย เพื่อให้พวกเขาสามารถพัฒนาตนเองในด้านอื่นๆ นอกเหนือจากกีฬา และเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนผ่านเมื่ออาชีพนักกีฬาของพวกเขาจบลง

ที่มา – ‘Beating anxiety inspired me’ – the player turning sports psychologist