วัน: 22 ตุลาคม 2025

เรนเจอร์สและฮาร์ทส์เล็งวัตสันของคิลมาร์น็อค – ข่าวลือ

เรนเจอร์สและฮาร์ทส์เล็งวัตสันของคิลมาร์น็อค ในขณะที่เซลติกยังคงกระตือรือร้นที่จะขยายสัญญาของเบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีม

เดวิด วัตสัน กองกลางของคิลมาร์น็อค ซึ่งสัญญาจะสิ้นสุดในฤดูร้อนหน้า ต้องการย้ายไปร่วมทีมเรนเจอร์ส ในขณะที่ดาวรุ่งวัย 20 ปีรายนี้ทำคะแนนได้สูงในระบบการสรรหาบุคลากรของฮาร์ทส์ และสโมสรในแชมเปี้ยนชิพอังกฤษก็กำลังจับตาดูความคืบหน้าของเขาเช่นกัน (TeamTalk), external

จอห์น แม็คกินน์ กองกลางทีมชาติสกอตแลนด์ ใกล้จะเซ็นสัญญาขยายสัญญากับแอสตัน วิลล่าแล้ว (Sky Sports), external

แอสตัน วิลล่า พร้อมที่จะยื่นข้อเสนอใหม่ให้กับ จอห์น แม็คกินน์ กองกลางชาวสกอตแลนด์วัย 31 ปี (Fabrizio Romano on X), external

โรมัน เอเรเมนโก้ กองกลางของ Gnistan ซึ่งการย้ายไปร่วมทีม เซนต์ จอห์นสโตน ล้มเหลวไปเมื่อ 10 เดือนก่อน เนื่องจากเขาไม่ผ่านคุณสมบัติในการขอใบอนุญาตทำงาน ยังไม่ได้ปิดประตูสำหรับการย้ายทีมในเดือนมกราคมหลังจากถูกเรียกตัวกลับสู่ทีมชาติฟินแลนด์เมื่ออายุ 38 ปี (The Courier), external

เซลติกยังคงกระตือรือร้นที่จะรั้งตัว เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีม ซึ่งสัญญาปัจจุบันจะสิ้นสุดในฤดูร้อนหน้า ต่อไป แม้ว่าทีมของเขาจะมีฟอร์มที่ไม่ดีในปัจจุบันท่ามกลางความไม่พอใจของแฟนบอลที่เพิ่มมากขึ้น (Football Insider), external

เควิน มัสแคท กล่าวเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ถอนตัวจากการเป็นหัวหน้าโค้ชของเรนเจอร์ส ว่าเขาหวังว่าจะพัฒนาต่อไปหลังจากที่ทีม เซี่ยงไฮ้ พอร์ต ของเขาแพ้ให้กับทีม เจ-ลีก มาชิดะ เซลเวีย ในเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก (Daily Record), external

ฮันซี่ ฟลิค หัวหน้าโค้ชของบาร์เซโลน่า อธิบายว่า แดนนี่ โรห์ล “เป็นผู้เชี่ยวชาญอย่างแท้จริงที่มีวิสัยทัศน์และแนวคิดเกี่ยวกับฟุตบอลเหมือนกับผม” หลังจากที่ เมห์เม็ต โชลล์ อดีตกองกลางของบาเยิร์น มิวนิค กล่าวว่าหัวหน้าทีมเรนเจอร์สคนใหม่เป็น “สิ่งที่น่ารำคาญที่มี iPad” เมื่อเขาเป็นผู้ช่วยของฟลิคที่เยอรมนี (Rangers Review), external

เนื่องจาก ฮาบิบ เบเย หัวหน้าโค้ชของแรนส์กำลังอยู่ภายใต้แรงกดดัน ฟิลิปป์ เคลมองต์ อดีตผู้จัดการทีมเรนเจอร์ส มีโปรไฟล์ที่ดึงดูดใจสโมสรในลีกสูงสุดของฝรั่งเศส (Foot Mercato), external

เดเร็ก แม็คอินเนส หัวหน้าโค้ชของฮาร์ทส์ ได้อธิบายถึงขอบเขตที่ “บ้า” และ “กว้างใหญ่” ของระบบสอดแนมของ Jamestown Analytics ซึ่งให้คะแนนผู้เล่นทุกคนที่เล่นมากกว่า 3,000 นาทีในทุก ๆ ลีกทั่วโลก และช่วยให้ผู้นำในสกอตติช พรีเมียร์ชิพเติมเต็มทีมด้วยผู้เล่นที่มีคะแนนสูง (Scottish Sun), external

สตีฟ คล้าร์ก หัวหน้าโค้ชทีมชาติสกอตแลนด์ กำลังจับตาดู มาร์ค เลโอนาร์ด กองกลางของเบอร์มิงแฮม ซิตี้ ท่ามกลางการเริ่มต้นฤดูกาลที่ประสบความสำเร็จ หลังจากช่วยให้ทีมของเขาเลื่อนชั้นกลับสู่แชมเปี้ยนชิพ (Edinburgh Evening News), external

เรนเจอร์สหวังว่าจะลดระดับสนามไอบรอกซ์เพื่อให้สามารถขยายสนามได้ 4,000 ที่นั่ง (The Herald), external

Celtic Fans Collective ให้คำมั่นว่าจะดำเนินการ “ต่อไป” เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อคณะกรรมการบริหารของพวกเขา (The National), external

เรนเจอร์สและฮาร์ทส์เล็งวัตสันของคิลมาร์น็อค

ข่าวลือการย้ายทีมของ เดวิด วัตสัน กองกลางดาวรุ่งจาก คิลมาร์น็อค กำลังเป็นที่สนใจของหลายทีมในลีกสก็อตแลนด์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรนเจอร์ส และ ฮาร์ทส์ ที่กำลังจับตามองสถานการณ์อย่างใกล้ชิด สัญญาของวัตสันกำลังจะหมดลงในซัมเมอร์หน้า ทำให้เขากลายเป็นเป้าหมายที่น่าสนใจสำหรับหลายสโมสร

ทำไมเรนเจอร์สและฮาร์ทส์เล็งวัตสันของคิลมาร์น็อค

วัตสันเป็นผู้เล่นที่มีความสามารถรอบด้าน เล่นได้ทั้งในตำแหน่งกองกลางตัวรับและตัวรุก มีความขยัน วิ่งไม่มีหมด และมีทักษะการจ่ายบอลที่แม่นยำ ทำให้เขาเป็นที่ต้องการของทีมที่ต้องการเสริมความแข็งแกร่งในแดนกลาง นอกจากนี้ อายุยังน้อยของเขายังเป็นข้อได้เปรียบ เพราะสามารถพัฒนาฝีเท้าไปได้อีกไกล

เรนเจอร์สกำลังมองหากองกลางตัวใหม่เพื่อมาเสริมทีม หลังจากที่เสียผู้เล่นหลักไปหลายคนในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา วัตสันจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะเขาสามารถเข้ามาทดแทนผู้เล่นที่จากไป และยังสามารถสร้างความแตกต่างให้กับทีมได้อีกด้วย ในขณะที่ฮาร์ทส์ก็ต้องการเสริมความแข็งแกร่งในแดนกลาง เพื่อที่จะแข่งขันกับทีมชั้นนำอื่นๆ ในลีก วัตสันจึงเป็นผู้เล่นที่เหมาะสมที่จะเข้ามาช่วยยกระดับทีมให้สูงขึ้น

นอกจากเรนเจอร์สและฮาร์ทส์แล้ว ยังมีทีมอื่นๆ ที่สนใจวัตสันเช่นกัน ทั้งจากในลีกสก็อตแลนด์และจากลีกอื่นๆ ในยุโรป ทำให้การแข่งขันในการคว้าตัววัตสันเป็นไปอย่างดุเดือด อย่างไรก็ตาม เชื่อกันว่าวัตสันต้องการที่จะอยู่เล่นในสก็อตแลนด์ต่อไป ทำให้เรนเจอร์สและฮาร์ทส์มีโอกาสที่จะได้ตัวเขาสูงกว่าทีมอื่นๆ

การย้ายทีมของวัตสันจะเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีมที่ได้ตัวเขาไปอย่างแน่นอน และจะเป็นการเพิ่มความเข้มข้นให้กับการแข่งขันในลีกสก็อตแลนด์มากขึ้นอีกด้วย แฟนบอลต้องติดตามดูกันต่อไปว่าวัตสันจะตัดสินใจย้ายไปร่วมทีมไหนในที่สุด

การที่เรนเจอร์สและฮาร์ทส์เล็งวัตสันของคิลมาร์น็อค แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความสามารถของนักเตะรายนี้ การตัดสินใจย้ายทีมจึงเป็นสิ่งที่ต้องคิดอย่างรอบคอบ เพื่อให้เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อตัวเขาเองมากที่สุด

ที่มา – ‘Rangers and Hearts eye Kilmarnock’s Watson’ – gossip

Masatada Ishii พ้นตำแหน่ง

Masatada Ishii พ้นตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย หลังร่วมงานเกือบ 2 ปี หลังจากร่วมงานกับทีมชาติไทยมาเกือบสองปีเต็ม สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยได้ประกาศยุติบทบาทของ Ishii หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่า “แนวทางการทำทีมไม่สอดคล้องกันอีกต่อไป” สร้างความตกใจให้กับแฟนบอลทั่วประเทศที่ยังคงคาดหวังการพัฒนาทีม “ช้างศึก” ต่อเนื่องสู่ระดับเอเชีย

Masatada Ishii

ผลงานของ Masatada Ishii กับทีมชาติไทย

Ishii เข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยในเดือนธันวาคม 2566 หลังจากพาทีม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ไทยลีกได้อย่างยอดเยี่ยมหลายสมัย ผลงานของเขากับทีมชาติไทยนับว่าอยู่ในระดับน่าพอใจ

  • คุมทีม 30 นัด: ชนะ 16 เสมอ 8 แพ้ 6
  • พาทีมเข้ารอบลึกในรายการชิงแชมป์เอเชีย 2027 รอบคัดเลือก
  • สร้างแนวทางฟุตบอลสมัยใหม่ ด้วยการเล่นบอลเท้าสู่เท้าและเน้นการเพรสซิ่งสูง

อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลังทีมชาติไทยเริ่มมีผลงานแผ่วลง โดยเฉพาะในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกและเอเชียนคัพ ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ถึงรูปแบบการเล่นที่ไม่ต่อเนื่อง และขาดการโรเตชันนักเตะที่เหมาะสม


เหตุผลที่ทีมชาติไทยตัดสินใจปลด Ishii

แม้สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยจะระบุเพียงว่า “แนวทางไม่สอดคล้องกัน” แต่จากรายงานของสื่อญี่ปุ่นและในอาเซียนหลายสำนักชี้ว่า มีความเห็นต่างระหว่างทีมงานไทยและโค้ช Ishii เกี่ยวกับ

  1. การเลือกนักเตะตัวหลัก ที่บางรายมีอาการบาดเจ็บแต่ยังถูกเรียกติดทีม
  2. แนวทางการฝึกซ้อม ที่เข้มข้นเกินไปจนส่งผลต่อสภาพร่างกายนักเตะ
  3. การบริหารภายในทีม ที่ขาดความยืดหยุ่น

Ishii เองให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า “ตนถูกเรียกเข้าพบและได้รับแจ้งการยุติสัญญาในวันเดียวกัน โดยไม่ทันได้เซ็นเอกสารหรือชี้แจงรายละเอียดใด ๆ” ซึ่งสะท้อนว่าการแยกทางครั้งนี้อาจไม่ได้เป็นไปอย่างราบรื่นนัก


ใครจะมาคุมทีมชาติไทยคนต่อไป?

หลังจากข่าวนี้เผยแพร่ออกไป กระแสในโลกฟุตบอลไทยเริ่มจับตามองว่าใครจะขึ้นแท่นแทน Ishii

  • ชื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ “โค้ชแบน ธชตวัน ศรีปาน” ที่มีประสบการณ์ในลีกไทยและเคยคุมทีมชาติระยะสั้น
  • อีกคนคือ โค้ชญี่ปุ่นรุ่นใหม่จากเจลีก ที่สมาคมอาจเจรจาเพื่อสานต่อแนวทางฟุตบอลสมัยใหม่
  • ส่วนกระแสในโลกออนไลน์ก็มีเสียงเรียกร้องให้หันกลับมาสนับสนุนโค้ชไทยที่รู้จักนักเตะภายในประเทศมากกว่า

ผลกระทบต่อทัพ “ช้างศึก” และฟุตบอลไทย

การแยกทางกับ อิชิอิ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของฟุตบอลไทย เพราะเขาเป็นโค้ชที่มีแนวทางชัดเจนในเชิงแท็กติกและการพัฒนาเยาวชน การเปลี่ยนตัวโค้ชในช่วงกลางซีซั่นอาจทำให้แผนการเตรียมทีมสำหรับศึกเอเชียนคัพและรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกรอบต่อไปสะดุดลง
อย่างไรก็ตาม หากสมาคมเลือกโค้ชที่เข้าใจฟุตบอลไทยและมีแผนระยะยาว ก็ยังมีโอกาสพลิกสถานการณ์ได้ทันก่อนรายการใหญ่จะเริ่มต้นในปี 2569


สรุป

การจากไปของ อิชิอิ ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนหัวหน้าผู้ฝึกสอนเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณถึงการปรับทิศทางของฟุตบอลไทยในอนาคต แฟนบอลต่างหวังว่า “ช้างศึก” จะได้ผู้นำคนใหม่ที่มีวิสัยทัศน์และเข้าใจทั้งแท็กติกและวัฒนธรรมของทีม เพื่อพาไทยกลับมาท็อปฟอร์มอีกครั้งในเวทีเอเชีย

วิโรจน์จี้! ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชา

“วิโรจน์” จี้ “นายกฯ อนุทิน” ลากคอขบวนการคอลเซ็นเตอร์ และใช้ความร่วมมือองค์กรต่างประเทศทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชา จัดการเงินสกปรก ผลัก “กัมพูชา”กลับเข้าสู่บัญชีสีเทา

วันที่ 22 ต.ค. 2568 ที่รัฐสภา นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน และ สส. บัญชีรายชื่อของพรรค ได้รับมอบหมายจากผู้นำฝ่ายค้านให้ รับหนังสือจาก นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ กรณีให้ตรวจสอบการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการในกระทรวงมหาดไทยและการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์

มีโอกาสอภิปรายไม่ไว้วางใจ

นายวิโรจน์ ยืนยันพรรคประชาชนติดตามการทำงานของรัฐบาลและตรวจสอบอย่างเต็มที่ ล่าสุดกรณีสแกมเมอร์ และอาชญากรรมข้ามชาติ แก๊งหลอกลวงออนไลน์อยู่ในเป้าการจับตาอย่างใกล้ชิด ส่วนข้อสังเกตตามข้อร้องเรียนเรื่องการโยกย้ายข้าราชการของรัฐบาลนี้ รวมถึงคดีการเมือง มีการมอบหมายให้ สส. พรรคประชาชน จับตาดู และใช้กลไกของรัฐสภาดำเนินการอย่างเต็มที่ต่อไป

โดยยอมรับว่าเปิดรัฐสภาในสมัยประชุมหน้ามีโอกาสอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยืนยันที่จะใช้กลไก สส. และกลไกของกรรมาธิการในการผลักดันเรื่องที่รัฐบาลควรดำเนินการให้ดำเนินการอย่างจริงจังมากขึ้น โดยเฉพาะทั่วโลกและประชาชนให้ความสนใจการปราบปราม เครือข่ายสแกมเมอร์ การหลอกลวงออนไลน์ ที่ไม่ใช่ฉ้อโกง การฟอกเงิน ความชั่วร้ายของโลกที่พัวพันไปถึงการค้ามนุษย์และการกักกันใช้แรงงาน หรือการค้ามนุษย์ ที่เอาเหยื่อมาหลอกเหยื่อประเทศของตนเอง มองว่าเป็นการสร้างความเสียหายอย่างมหาศาลในระดับโลก ที่นายรังสิมันต์และตนเองจะมีการตรวจสอบเรื่องนี้ พยายามผลักดันให้รัฐบาลดำเนินการอย่างจริงจัง

รอดูรัฐบาลดำเนินการให้ชัด

นายวิโรจน์ ระบุว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจถ้ารัฐบาล ยังอยู่ในเงื่อนไขการพิจารณาของฝ่ายค้าน หากรัฐบาลยังไม่ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งที่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน โดยเฉพาะหากพบหรือมีข้อสงสัยว่าอาจมีความเกี่ยวพันหรือเกี่ยวโยง ในฐานะผู้ร่วมกระทำความผิดด้วย หรือการสนับสนุนการกระทำความผิดหรือการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ปล่อยให้สแกมเมอร์จากกัมพูชาออกอาละวาด และมาหาผลประโยชน์ในราชอาณาจักรไทย อาจจะนำมาสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ

จี้รัฐบาลสั่งการเชือดเส้นทางเงิน

ส่วนไทยควรมีบทบาทอย่างไรในการแก้ไขปัญหาร่วมกับนานาชาติเรื่องการปราบสแกมเมอร์ นายวิโรจน์ กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มี 2 เรื่องที่ต้องชี้แจงต่อนานาชาติ โดยเรื่องแรก คือมาตรการภายในประเทศ บทบาทของหน่วยงานต่างๆ (ปปง. กลต. ตำรวจไซเบอร์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง) จะดำเนินการสืบสวนสอบสวนขยายผล แล้วลากคอเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์มาลงโทษได้อย่างไร และจะออกกฎระเบียบอย่างไรในการเปิดเผยตัวตนและรายงานเส้นทางทางการเงิน ตัวตนของผู้โอนและผู้รับเงิน สินทรัพย์ดิจิทัลหรือเปิดเผยข้อมูลผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง ซึ่งการเปิดเผยเส้นทางการเงินถือว่าเป็นความโปร่งใส และเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญที่โจรสแกมเมอร์กลัวที่สุด ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องเร่งสั่งการ

มั่นใจ ก๊ก อาน มีเครือข่ายในไทย

นายวิโรจน์ กล่าวด้วยว่า ส่วนตัวมองว่า ก๊ก อาน หรือ เครือข่ายของเฉิน จื้อ ที่เข้ามาอาละวาดในประเทศไทยไม่สามารถดำเนินการได้ด้วยเพียงลำพัง จะต้องมีเครือข่ายของประเทศไทย ซึ่งอาจเป็นนายทุนของคนไทยหรืออาจเป็นกลุ่มการเมืองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่สนับสนุนหรือมีส่วนรู้เห็นด้วย ก็ต้องลากคอมารับโทษทางกฎหมายและดำเนินการยึดอายัดทรัพย์ ให้ตกเป็นของแผ่นดิน ให้สิ้นซาก เพราะเงินเหล่านี้เป็นเงินที่หลอกพี่น้องประชาชนคนไทยและเอามาปล้นมายึดประเทศไทยเสียเอง ซึ่งตนมองว่าเป็นพฤติกรรมที่ต่ำทรามอย่างมาก

ห่วงถ่ายเททรัพย์สินหนี

เมื่อถามว่ารัฐบาลจะยึดอายัดทรัพย์หรือไม่หรือจะมีการถ่ายเททรัพย์สินไปก่อน นายวิโรจน์ กล่าวว่า นี่คือความกังวลไม่ใช่แค่เฉพาะกรรมาธิการ แต่เป็นความกังวลของประชาชนว่าวันนี้ตั้งแต่ ฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ออกมาพูด ว่ามีกลุ่มคนไทยและกลุ่มทุนไทยนักการเมืองไทย ที่เข้าไปหาผลประโยชน์ กับธุรกิจผิดกฎหมายในกัมพูชา ซึ่ง ฮุนเซน ขู่ว่าจะเปิดโปง ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาที่คนไทยทั่วไปและไม่ใช่นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตได้อยู่แล้วว่าโจรสแกมเมอร์แบบนี้ มาก่อคดีตามลำพังในไทยไม่ได้อยู่แล้ว บริษัทต่าง ๆ ในไทยยังใช้นอมินีและบัญชีม้าเลย ซึ่งนอมินีและบัญชีม้าก็เป็นคนไทยทั้งสิ้น แต่ในกรณีนี้ เป็นการดำเนินธุรกิจผิดกฎหมายที่ครอบคลุมถึงการค้ามนุษย์ออนไลน์ จะบอกว่าไม่มีคนไทยรู้เห็นหรือสนับสนุนเลยไม่มีเกลือเป็นหนอนเลยจนคิดว่าคงไม่มีใครเชื่อ

จี้ลากคอขบวนการให้เห็น

นายวิโรจน์ กล่าวด้วยว่า แต่จนถึงวันนี้รัฐบาลไทยยังไม่สามารถลากคอขบวนการเหล่านั้นที่เป็นคนไทยให้ประชาชนได้เห็นหน้าเห็นตาได้เลย ตนกังวลเรื่องนี้อย่างมาก มั่นใจว่าสหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักรที่เป็นประเทศพันธมิตรต่าง ๆ ซึ่งมีการแลกเปลี่ยนเส้นทางทางการเงินและข้อมูลทางด้านอาชญากรทางไซเบอร์ เขาอาจจะมีเบาะแสอยู่ในระดับหนึ่งแล้ว ดังนั้นถ้าหากรัฐบาลของนายอนุทิน รู้ตัวต้องเร่งลากคอกระบวนการเหล่านั้นออกมาก่อนที่สหรัฐอเมริกาและบรรดานานาประเทศจะเปิดเผยรายชื่อเหล่านั้นเอง เนื่องจากจะทำให้เสียหายต่อเกียรติภูมิประเทศชาติ และมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศ รวมถึงการลงทุนจากต่างประเทศด้วย

เชื่อโลกอยากรู้ ไทย จัดการอย่างไร

เมื่อถามว่าการประชุมอาเซียนที่จะถึงนี้จะมีการลงนามระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา เรื่องการประกาศสันติภาพโดยมี นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกามาเป็นประธาน นายวิโรจน์ เชื่อว่าประเทศต่าง ๆ ในโลกอยากฟังนายกรัฐมนตรีของไทย บอกว่าจะจัดการเครือข่ายสแกมเมอร์นี้อย่างไร

“ ท่าทีฮุนเซน และฮุน มาเนต เงียบไม่โต้ตอบเหมือนยอมจำนนต่อโลก เพราะรู้อยู่แล้วว่า หลักฐานเส้นทางทางการเงิน ขององค์กรต่าง ๆ โดยเฉพาะองค์กรด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินบ่งชี้อยู่แล้วว่าฐานปฏิบัติการก่อการสแกมเมอร์ ที่เป็นค่ายกักกันแรงงานค้ามนุษย์ด้วยอยู่ที่กัมพูชาจำนวนไม่น้อย ดังนั้นทั่วโลกต้องการฟังความชัดเจนจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าจะจัดการแก๊งสแกมเมอร์ที่มีฐานที่ตั้งในกัมพูชาอย่างไร” นายวิโรจน์ กล่าวและว่า

เสนอผลักกัมพูชาสู่บัญชีสีเทา

นายวิโรจน์ กล่าวยังเสนอด้วยว่า ประเทศไทยมีความร่วมมือกับองค์กรต่างประเทศ และบรรดาประเทศพันธมิตรในการทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชาอย่างไร ซึ่งบางบริษัทสามารถตรวจสอบเส้นทางทางการเงิน ที่มีการส่งเงินสกปรกจากกัมพูชา หากตรวจสอบอย่างจริงจังจะสามารถผลักกัมพูชากลับเข้าสู่บัญชีสีเทา ซึ่งจะมีการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินอย่างมากจะส่งผลต่อเศรษฐกิจการค้าของกัมพูชาอย่างรุนแรง นี่คือการเอาคืน ฮุนเซน อย่างสาสมที่สุด

วิโรจน์จี้! ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชา

ทำไมต้องทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชา?

การทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชาไม่ใช่แค่เรื่องภายในประเทศ แต่เป็นปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของหลายประเทศทั่วโลก หากปล่อยไว้ ภัยคุกคามนี้จะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น

การที่นายวิโรจน์ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลไทยเร่งดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง แสดงให้เห็นถึงความตระหนักถึงปัญหาและความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขอย่างเด็ดขาด การร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศและการจัดการเส้นทางการเงินของแก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการปราบปรามอาชญากรรมเหล่านี้ให้สิ้นซาก

รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนานาชาติ ว่าประเทศไทยจะไม่ปล่อยให้เป็นแหล่งพักพิงของอาชญากรข้ามชาติ

ที่มา – “วิโรจน์” จี้ “อนุทิน” ร่วมมือองค์กรต่างประเทศทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชา จัดการเงินสกปรก

OpenAI เปิดตัว ChatGPT Atlas ท้าชน Chrome

“โอเพนเอไอ” (OpenAI) เปิดตัวเบราว์เซอร์ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ในชื่อ “ChatGPT Atlas” อย่างเป็นทางการ นับเป็นความท้าทายโดยตรงต่อการครองตลาดของ “กูเกิล โครม” (Google Chrome) โดยเบราว์เซอร์ใหม่นี้จะรวบรวมข้อมูลพฤติกรรมผู้ใช้และผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่การค้นหาแบบ AI อย่างเต็มตัว

การเปิดตัวครั้งนี้เป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดของโอเพนเอไอ ที่ต้องการใช้ประโยชน์จากฐานผู้ใช้งาน ChatGPT กว่า 800 ล้านคนต่อสัปดาห์ และขยายบทบาทเข้าสู่ชีวิตออนไลน์ของผู้ใช้งานมากขึ้น ผ่านการรวบรวมข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานเบราว์เซอร์ของผู้บริโภค

นักวิเคราะห์มองว่าการแข่งขันระหว่างโอเพนเอไอ และกูเกิล จะทวีความรุนแรงขึ้น และอาจเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สู่การค้นหาที่ขับเคลื่อนด้วย AI เนื่องจากผู้ใช้หันไปใช้เครื่องมือสนทนาที่สามารถสรุปและสังเคราะห์ข้อมูลให้ได้ แทนที่จะต้องพึ่งพาผลการค้นหาตามคีย์เวิร์ดแบบดั้งเดิม

Atlas นับเป็นผู้เล่นรายล่าสุดในตลาดเบราว์เซอร์ AI ที่มีการแข่งขันสูง เช่น Perplexity’s Comet, Brave Browser และ Opera’s Neon โดยบริษัทต่าง ๆ กำลังเร่งรวมเครื่องมือที่สามารถสรุปหน้าเว็บ, กรอกแบบฟอร์ม และร่างโค้ด เพื่อดึงดูดผู้ใช้

แถบด้านข้าง ของ Atlas อนุญาตให้ผู้ใช้เปิดแถบด้านข้างของ ChatGPT ในหน้าต่างใดก็ได้ เพื่อใช้ สรุปเนื้อหา, เปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ หรือวิเคราะห์ข้อมูล จากเว็บไซต์ใด ๆ

ส่วนโหมดตัวแทน (Agent Mode) สำหรับผู้ใช้แบบชำระเงิน ChatGPT สามารถโต้ตอบกับเว็บไซต์แทนผู้ใช้ เพื่อทำงานให้เสร็จสิ้นตั้งแต่ต้นจนจบ เช่น การค้นคว้าข้อมูลและการวางแผนช้อปปิ้งสำหรับการเดินทาง

ในการสาธิต นักพัฒนาของโอเพนเอไอ ได้แสดงวิธีการที่ ChatGPT สามารถค้นหาสูตรอาหารออนไลน์ และดำเนินการซื้อส่วนผสมทั้งหมดให้โดยอัตโนมัติ โดยตัวแทน AI ได้นำทางไปยังเว็บไซต์ Instacart และเพิ่มของชำที่จำเป็นลงในรถเข็น ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที

เบราว์เซอร์ดังกล่าวพร้อมใช้งานทั่วโลกแล้วสำหรับระบบ macOS ของ Apple ส่วนเวอร์ชันสำหรับ Windows, iOS และ Android จะตามมาในภายหลัง

นับตั้งแต่โอเพนเอไอ เปิดตัว ChatGPT ในปี 2022 บริษัทก็เผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือดจากกูเกิล และสตาร์ทอัพอย่าง Anthropic ทำให้ต้องหาพื้นที่การเติบโตใหม่

ในขณะเดียวกันกูเกิลก็ได้พัฒนาการตอบสนองต่อพฤติกรรมการค้นหาที่เปลี่ยนไป โดยขณะนี้ผลการค้นหาของ Google แต่ละรายการสามารถแสดง ภาพรวม AI  หรือ โหมด AI ควบคู่ไปกับลิงก์แบบดั้งเดิม เพื่อนำเสนอประสบการณ์ที่เหมือนแชตบอต นอกจากนี้เมื่อเดือนที่แล้วกูเกิลได้รวมโมเดล Gemini AI เข้ากับเบราว์เซอร์ Chrome สำหรับผู้ใช้ในสหรัฐฯ

แม้จะมีการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น กูเกิล โครมยังคงครองตลาดเบราว์เซอร์ทั่วโลกด้วยส่วนแบ่ง 71.9% จากข้อมูล ณ เดือนกันยายน อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าเบราว์เซอร์ใหม่จากโอเพนเอไอ สามารถนำมาซึ่งการแข่งขันครั้งใหม่สำหรับตลาดโฆษณา

กิล ลูเรีย นักวิเคราะห์จาก D.A. Davidson กล่าวว่า “การรวมแชตบอตเข้ากับเบราว์เซอร์ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นให้โอเพนเอไอเริ่มขายโฆษณา ซึ่งเป็นสิ่งที่ยังไม่เคยทำมาก่อน หากโอเพนเอไอเริ่มขายโฆษณา นั่นอาจดึงส่วนแบ่งโฆษณาจากการค้นหาไปจากกูเกิลได้อย่างมีนัยสำคัญ”.

OpenAI เปิดตัว ChatGPT Atlas เบราว์เซอร์ AI ท้าชน Google Chrome

การเปิดตัว ChatGPT Atlas ของ OpenAI ไม่ได้เป็นเพียงการเปิดตัวเบราว์เซอร์ใหม่ แต่เป็นการประกาศศักดาในโลกของ AI และการค้นหาออนไลน์ การที่เบราว์เซอร์นี้สามารถทำงานร่วมกับ ChatGPT ได้อย่างราบรื่น ทำให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ที่แตกต่างและสะดวกสบายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสรุปเนื้อหา การเปรียบเทียบสินค้า หรือแม้กระทั่งการวางแผนการเดินทาง

ChatGPT Atlas เปลี่ยนแปลงการค้นหาออนไลน์อย่างไร

คำถามสำคัญคือ OpenAI เปิดตัว ChatGPT Atlas เบราว์เซอร์ AI ท้าชน Google Chrome จะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมการค้นหาออนไลน์ของผู้บริโภคอย่างไร? การที่ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลที่สรุปและสังเคราะห์ได้รวดเร็ว อาจทำให้การค้นหาแบบเดิมๆ ที่ต้องใช้เวลาในการอ่านและวิเคราะห์ข้อมูลเองนั้น ล้าสมัยไปในที่สุด นอกจากนี้ การที่ ChatGPT Atlas สามารถทำงานแทนผู้ใช้งานในการทำสิ่งต่างๆ เช่น การซื้อสินค้าออนไลน์ ยิ่งเพิ่มความสะดวกสบายและดึงดูดผู้ใช้งานให้หันมาลองใช้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม Google Chrome ยังคงเป็นเบราว์เซอร์ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในโลก การที่ OpenAI เปิดตัว ChatGPT Atlas เบราว์เซอร์ AI ท้าชน Google Chrome นั้น จึงเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ แต่ด้วยเทคโนโลยี AI ที่ก้าวหน้าและความสามารถในการตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานที่เปลี่ยนแปลงไป ChatGPT Atlas ก็มีโอกาสที่จะเติบโตและแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดมาได้

การแข่งขันในตลาดเบราว์เซอร์ AI จะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคอย่างแน่นอน เพราะจะทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ และบริการที่ดีขึ้น แต่สำหรับผู้ประกอบการและนักการตลาด ก็ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น และปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับเทรนด์ใหม่ๆ ที่กำลังจะมาถึง

ลองพิจารณาดูว่าฟีเจอร์ Agent Mode จะเข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมการช้อปปิ้งออนไลน์ของคุณไปมากขนาดไหน และคุณจะปรับตัวอย่างไรกับยุคที่ AI สามารถทำงานแทนคุณได้เกือบทุกอย่าง?

ที่มา – OpenAI เปิดตัว “ChatGPT Atlas” เบราว์เซอร์ AI ท้าชน Google Chrome

จากบ้านพักสู่ UCL: เคลลี่ ‘เพิ่งเริ่มต้น’

“ผมมาไกลมาก”

คำพูดของ ลอยด์ เคลลี่ มีความหมายพิเศษ เพราะนักเตะชาวอังกฤษรายนี้กำลังเตรียมตัวลงสนามให้ยูเวนตุสพบกับเรอัล มาดริด ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ในคืนวันพุธนี้ แทบไม่ต้องสงสัยเลยว่าอดีตกองหลังนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด และบอร์นมัธ เดินทางมาไกลกว่าใครเพื่อนกว่าจะมาถึงจุดนี้

เคลลี่ถูกส่งไปอยู่ในบ้านพักเด็กกำพร้าตั้งแต่ 7 ขวบ และอาศัยอยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์ 3 ครอบครัว ร่วมกับพี่น้อง แมรี่ และมาร์คัส เป็นเวลากว่าสิบปี

และเขาไม่เคยหลีกเลี่ยงที่จะพูดคุยเกี่ยวกับเส้นทางชีวิตของเขา

“การอุปถัมภ์เป็นสิ่งที่ผมจะรักตลอดไป” นักเตะวัย 27 ปีกล่าว “ผมรู้โดยตรงว่าระบบอุปถัมภ์สามารถทำอะไรให้เด็กๆ ได้บ้าง

“ผมไม่คิดว่าผู้คนจะตระหนักถึงผลกระทบที่พวกเขาสามารถสร้างได้จริง ๆ เพราะมันทำให้เด็ก ๆ รู้สึกถึงบ้าน ความรู้สึกของครอบครัว ความรู้สึกถึงความหมาย และมันมีความหมายมาก

“คุณสามารถออกไปสัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่างออกไป ซึ่งคุณอาจจะไม่ได้สัมผัสหากคุณยังอยู่ในสภาพแวดล้อมที่บ้านของคุณ มันเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์มาก และผมจะเป็นผู้สนับสนุนระบบนี้เสมอไป”

เคลลี่ยังคงติดต่อกับคุณแม่อุปถัมภ์คนล่าสุดของเขา ธีลม่า ซึ่งได้รับการเชื้อเชิญให้มาเที่ยวตูริน

และเขามุ่งมั่นที่จะสร้างบ้านที่มั่นคงให้กับลูกชายของเขา

“ผมอยากเป็นแบบอย่างที่ดีและแบ่งปันประสบการณ์และชีวิตของผมให้กับครอบครัวและลูกชายของผมเช่นกัน” เขากล่าว

‘The players who have played for the club is insane’

แต่เขามาเล่นในอิตาลีได้อย่างไร?

เคลลี่ดิ้นรนเพื่อที่จะสอดแทรกในทีมของนิวคาสเซิล ดังนั้นมันจึงเป็น “เรื่องง่าย” เมื่อกองหลังรายนี้ได้รับโทรศัพท์ “ที่ไม่คาดคิด” จากเอเยนต์ของเขา ซึ่งถามเขาว่าเขาต้องการย้ายไปยูเวนตุสในช่วงสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะกลางฤดูกาลเมื่อต้นปีนี้หรือไม่

นักเตะใหม่รายนี้ประเดิมสนามหลังจากนั้นไม่กี่วัน ในเกมที่เอาชนะโคโม 2-1 ในเดือนกุมภาพันธ์ แต่มันเป็นการเริ่มต้นที่ท้าทาย

ต่อมายูเวนตุสก็ตกรอบแชมเปียนส์ลีกโดยพีเอสวี ในรอบเพลย์ออฟน็อกเอาต์ เอ็มโปลีเอาชนะยักษ์ใหญ่แห่งเซเรียอาในโคปปา อิตาเลีย และทีมของเคลลี่จบอันดับตามหลังแชมป์อย่างนาโปลี 12 แต้มในลีก

ผู้จัดการทีม ธิอาโก้ ม็อตต้า ถูกไล่ออกในเดือนมีนาคม และ คริสเตียโน่ จิอันโตลี ผู้อำนวยการกีฬา ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการนำเคลลี่มาที่ตูริน ก็เดินตามชาวอิตาลีออกไปในอีกไม่กี่เดือนต่อมา

ตลอดเวลา เคลลี่ปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรม ภาษา และสไตล์การเล่นที่แตกต่างออกไป และครอบครัวของเขายังไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศกับเขา

“มันเป็นเรื่องยากเสมอที่จะมาสโมสร โดยเฉพาะอย่างยิ่งสโมสรที่มีสถานะแบบนี้ และมีนักเตะที่เคยเล่นให้กับพวกเขา และมีความหมายต่อแฟน ๆ อย่างไร” เขากล่าว

“จำนวนประวัติศาสตร์เบื้องหลังสโมสรนั้นยิ่งใหญ่มาก นักเตะที่เคยเล่นให้กับสโมสรนั้นน่าทึ่งมาก”

Not giving up on England

แต่ตอนนี้เคลลี่รู้สึกว่าแฟน ๆ กำลังเห็น “ตัวตนที่แท้จริงของเขา”

เขาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงทั้ง 9 เกมของยูเวนตุสภายใต้การคุมทีมของอิกอร์ ทูเดอร์ในฤดูกาลนี้ และทำประตูสำคัญได้สองสามประตู

แม้ว่าเขาจะเสียจุดโทษในช่วงท้ายเกม แต่เคลลี่ก็ขึ้นไปทำประตูตีเสมอในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 96 ในเกมที่เสมอกับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 4-4 ในแชมเปียนส์ลีกเมื่อเดือนที่แล้ว

ไม่น่าแปลกใจที่เคลลี่ยังคงตื่นอยู่จนถึงเช้าตรู่ขณะที่อะดรีนาลีนสูบฉีดไปทั่วร่างกายของเขา

“ในช่วงเริ่มต้นอาชีพการงานของผม ผมไม่เคยคิดเลยว่าผมจะได้เล่นฟุตบอลแชมเปียนส์ลีก” เขากล่าว “เมื่อคุณเดินออกไปและได้ยินเพลงนั้น มันทำให้คุณรู้สึกขนลุก

“มันเป็นสิ่งที่ผมมองมาตลอดและคิดว่า ‘ฉันจะไปถึงจุดนั้นได้ไหม?’ การที่สามารถทำได้มันยิ่งใหญ่มาก”

อย่างไรก็ตาม เคลลี่ไม่ได้ดูเหมือนพอใจแค่นั้น

ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ โธมัส ทูเคิล อาจมีกลุ่มนักเตะที่ลงตัวอยู่แล้ว แต่กองหลังรายนี้ยังไม่ยอมแพ้ที่จะเป็นตัวแทนประเทศของเขาในระดับซีเนียร์

“มันเป็นสิ่งที่อยู่ในใจของผมมาตลอดตั้งแต่ผมจบกับทีมอายุต่ำกว่า 21 ปี” เขากล่าว “ทีมชาติอังกฤษแข็งแกร่งมาก

“จำนวนนักเตะและคุณภาพที่อังกฤษมีนั้นมหาศาล ทุกคนรู้ดีว่าปีนี้เป็นปีที่สำคัญมากที่จะก้าวไปสู่ฟุตบอลโลก

“มันขึ้นอยู่กับผมที่จะเล่นฟุตบอลที่ดีที่สุดของผมและดูว่ามันจะไปในทิศทางใด”

‘I’m just getting started’

มันเป็นโอกาสที่ดูเหมือนจะห่างไกลออกไปเมื่อหนึ่งปีที่แล้ว

เคลลี่ยอมรับว่าการย้ายไปนิวคาสเซิลของเขาไม่ได้เป็นไป “ในแบบที่เขาต้องการ” หลังจากที่เขาย้ายมาจากบอร์นมัธแบบไม่มีค่าตัวในเดือนมิถุนายน 2024

ด้วยฟอร์มการเล่นของ แดน เบิร์น และ ลูอิส ฮอลล์ ซึ่งเล่นในตำแหน่งที่เคลลี่ถนัดในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คทางฝั่งซ้ายและแบ็คซ้าย เขาจึงได้ออกสตาร์ทในลีกเพียงไม่กี่นัดให้กับนิวคาสเซิล

“ในฐานะนักเตะ คุณต้องการเข้าไป แสดงสิ่งที่คุณทำได้ และเล่นฟุตบอลอย่างสม่ำเสมอ” เขากล่าว

“แต่ผมไม่ได้มีความรู้สึกไม่ดีต่อนิวคาสเซิล พวกเขาให้โอกาสผมในการเติบโตและเล่นในสโมสรที่ดีจริง ๆ”

เคลลี่กลับมองย้อนกลับไปอย่างชื่นชมกับบรรยากาศที่ “เหลือเชื่อ” ที่เขาได้สัมผัสที่เซนต์ เจมส์ พาร์ค

นอกจากนี้ เขายัง “ภูมิใจที่ได้ยืนเคียงข้าง” นักเตะที่ก้าวไป chấmยุติการรอคอยถ้วยรางวัลในประเทศครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 70 ปีของนิวคาสเซิล ด้วยการคว้าแชมป์คาราบาว คัพ

เคลลี่ย้ายออกไปแล้วในตอนนั้น แต่เขาออกสตาร์ทในเกมที่เอาชนะเอเอฟซี วิมเบิลดัน และเชลซี ในรอบก่อนหน้านี้ และลงมาจากม้านั่งสำรองในเกมเลกแรกรอบรองชนะเลิศที่เอาชนะอาร์เซนอล

เช่นเดียวกับที่เหรียญรางวัลถูกส่งไปยัง มิเกล อัลมิรอน กองหน้า เพื่อเป็นการระลึกถึงการมีส่วนร่วมของเขาเมื่อเร็ว ๆ นี้ – นักเตะชาวปารากวัยก็ย้ายออกไปในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะกลางฤดูกาลเช่นกัน ไปยังแอตแลนต้า ยูไนเต็ด – เหรียญรางวัลกำลังเดินทางไปยังเคลลี่เช่นกัน

เห็นได้ชัดว่าเซ็นเตอร์แบ็ครายนี้จากไปด้วยดีกับ เอ็ดดี้ ฮาว หัวหน้าโค้ช ซึ่งเคยพาเขาไปที่บอร์นมัธ ก่อนที่จะเซ็นสัญญากับเขาให้มานิวคาสเซิล

“จำนวนผู้เล่นที่เล่นภายใต้การคุมทีมของเขาและพัฒนาขึ้นนั้นยอดเยี่ยมมาก” เขากล่าว “ผมจะให้ความเคารพเขาเสมอ”

เคลลี่ยังไม่ได้กล่าวคำอำลากับฮาวนานนัก เมื่อเขาพบว่าตัวเองเดินเข้าไปในห้องแต่งตัวของยูเวนตุสเป็นครั้งแรก

มันเป็นพื้นที่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่นั่งของตำนานกองหลังอย่าง เลโอนาร์โด โบนุชชี และ จอร์โจ้ คิเอลลินี่

และตอนนี้เคลลี่กำลังเดินตามรอยเท้าของพวกเขา

“ผมมาไกลมาก” เขากล่าว

เคลลี่ ‘เพิ่งเริ่มต้น’ เท่านั้น

“คุณอาจพูดได้ว่าผมเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น”

ความมุ่งมั่นและความไม่ย่อท้อของ ลอยด์ เคลลี่ เป็นแรงบันดาลใจได้เป็นอย่างดี จากบ้านพักสู่ UCL: เคลลี่ ‘เพิ่งเริ่มต้น’ เรื่องราวของเขาสอนให้เรารู้ว่า ไม่ว่าชีวิตจะเริ่มต้นอย่างไร เราก็สามารถสร้างเส้นทางสู่ความสำเร็จของเราเองได้เสมอ จากบ้านพักสู่ UCL: เคลลี่ ‘เพิ่งเริ่มต้น’ ขอเป็นกำลังใจให้ ลอยด์ เคลลี่ ประสบความสำเร็จยิ่งๆ ขึ้นไป จากบ้านพักสู่ UCL: เคลลี่ ‘เพิ่งเริ่มต้น’

ที่มา – From foster care to Champions League – Kelly ‘just getting started’

รัฐบาลย้ำ! ขายสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” โทษหนัก

โครงการ “คนละครึ่ง” เพิ่มทางเลือกให้ผู้ใช้งานด้วยบริการฟู้ดเดลิเวอรี เชื่อมต่อ G-Wallet ให้เป็นช่องทางชำระเงินที่สะดวกยิ่งขึ้น แต่รัฐบาลเตือน! การขายสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” โดยไม่มีการซื้อขายสินค้าจริง ถือเป็นการฉ้อโกง มีโทษจำคุกสูงสุด 3 ปี และต้องคืนเงินให้กับรัฐบาล

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2568 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการขยายผลการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน รัฐบาลได้เปิดให้บริการ “ฟู้ดเดลิเวอรี” เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสอย่างเป็นทางการ โดยประชาชนสามารถใช้สิทธิร่วมจ่ายผ่านระบบเดิมได้ทันที โดยการใช้งานจะดำเนินการผ่าน G-Wallet ซึ่งเชื่อมต่อเข้ากับแอปพลิเคชันฟู้ดเดลิเวอรีที่เข้าร่วมโครงการ G-Wallet จะปรากฏเป็นหนึ่งในช่องทางชำระเงินในระบบแอปพลิเคชันเดลิเวอรีโดยอัตโนมัติ ทำให้ประชาชนสามารถเลือกใช้สิทธิคนละครึ่งได้สะดวก ไม่ต้องสลับแอปพลิเคชัน หรือดำเนินการเพิ่มเติมให้ยุ่งยาก

รองโฆษกรัฐบาลกล่าวเพิ่มเติมว่า การเชื่อมต่อ G-Wallet เข้ากับแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี จะช่วยให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิได้ทั้งในการซื้อสินค้าที่ร้านค้าโดยตรง และการสั่งผ่านเดลิเวอรี ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย และเพิ่มกำลังซื้อ กระจายรายได้ให้กับผู้ประกอบการอาหารรายย่อยในทุกพื้นที่ “รัฐบาลย้ำว่ามาตรการคนละครึ่งยังคงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับครัวเรือน การเปิดทางเลือกให้ใช้ผ่านบริการเดลิเวอรีจะช่วยขยายฐานผู้ใช้ไปยังครัวเรือนในเขตเมือง ผู้ที่ทำงานนอกบ้าน และประชาชนที่ไม่สะดวกเดินทางไปซื้อสินค้าเอง”

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับการ “ขายสิทธิคนละครึ่งพลัส” ว่า รัฐบาลขอย้ำเตือนประชาชนที่ได้รับสิทธิคนละครึ่งพลัสแล้วนำสิทธิมาขายต่อให้ผู้อื่น รวมถึงร้านค้าหรือกลุ่มร้านค้าที่ร่วมมือกับผู้ได้รับสิทธิคนละครึ่งพลัส ใช้สิทธิโดยไม่มีการซื้อขายสินค้าจริง ถือเป็นการกระทำที่มีความผิดฐาน “ฉ้อโกง” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341/342 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และจะถูกระงับสิทธิไม่ให้เข้าร่วมโครงการอื่น ๆ ของรัฐบาล รวมถึงต้องคืนเงินให้กับรัฐบาลด้วย

โครงการคนละครึ่งพลัสของรัฐบาล มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาภาระค่าครองชีพ ในสถานการณ์เศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัว ผ่านวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เพื่อการศึกษา หรือวัตถุดิบเพื่อเกษตรกรรม จากร้านค้าธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น และร้านอื่น ๆ ตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด โดยเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568

สำหรับผู้ประกอบการร้านค้าและประชาชน สามารถตรวจสอบหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการฯ และรายละเอียดอื่น ๆ ได้ผ่านช่องทางดังนี้

  1. เว็บไซต์โครงการ: ติดตามรายละเอียดและข้อมูลข่าวสารได้ทาง www.คนละครึ่งพลัส.com
  2. ศูนย์ช่วยเหลือสำหรับประชาชน
    • ติดต่อสอบถาม โทร. 0-2111-1122 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการและวันนักขัตฤกษ์ 24 ชั่วโมง
    • ตรวจสอบผลการลงทะเบียนหรือวงเงินคงเหลือ โทร. 0-2111-1122 กด 3 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการและวันนักขัตฤกษ์ 24 ชั่วโมง
  3. ศูนย์ช่วยเหลือสำหรับร้านค้า
    • ติดต่อเกี่ยวกับรายการรับเงินภาครัฐ และการใช้งานแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” โทร. 0-2111-1122 กด 3 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการและวันนักขัตฤกษ์ 24 ชั่วโมง
    • ตรวจสอบสถานะลงทะเบียนร้านค้า โทร. 0-2111-1122 กด 3 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการและวันนักขัตฤกษ์ 24 ชั่วโมง
  4. สอบถามข้อมูลโครงการฯ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โทร. 08-5842-7102, 08-5842-7103, 08-5842-7104, 08-5842-7105 08-5842-7106, 08-5842-7107, 08-5842-7108, 08-5842-7109 ตั้งแต่วันจันทร์ – ศุกร์ ระหว่างเวลา 08.30 – 16.30 น. ยกเว้นวันหยุดราชการ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

รัฐบาลย้ำขายสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” ไม่ซื้อ-ขายสินค้าจริง ฉ้อโกง โทษหนัก

ต้องระวัง! ขายสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” มีความผิด

การขายสิทธิโครงการคนละครึ่งพลัสนั้นมีความผิดทางกฎหมาย ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ผู้ที่ได้รับสิทธิควรใช้สิทธิด้วยตนเองตามเงื่อนไขของโครงการ

ที่มา – รัฐบาลย้ำขายสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” ไม่ซื้อ-ขายสินค้าจริง ฉ้อโกง โทษหนัก 3 ปี

ใจหาย! ร้านซีฟู้ดบุฟเฟ่ต์เจ้าดัง เตรียมปิดตัว

ใจหาย! ร้านซีฟู้ดบุฟเฟ่ต์เจ้าดัง ประกาศเตรียมปิดตัว ให้บริการวันสุดท้าย 31 ตุลาคม 2568 ชวนลูกค้าสร้างความทรงจำครั้งสุดท้าย ขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกัน

วันที่ 22 ตุลาคม 2568 มีรายงานว่า แฟนเพจ Seabar Buffet เมืองเอก ได้โพสต์ว่า ประกาศสำคัญ ขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่สนับสนุนและเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำดีๆ ของร้าน Seabar Buffet เราดีใจที่มีโอกาสได้เสิร์ฟความอร่อยและความสุขให้กับทุกท่าน

ได้เวลาบอกลา…ขอบคุณทุกการสนับสนุนจากลูกค้าที่น่ารักทุกคน ถึงเวลาที่ต้องปิด…ด้วยความทรงจำที่ดีเสมอค่ะ ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกัน

พวกเราเสิร์ฟลูกค้าวันสุดท้าย วันที่ 31 ตุลาคม 2568 มาร่วมสร้างความทรงจำครั้งสุดท้ายกันนะคะ สำหรับใครที่ยังไม่เคยลอง หรืออยากไปทานเป็นครั้งสุดท้าย สามารถแวะไปลิ้มลองความอร่อยของซีฟู้ดสดๆ ได้ก่อนที่จะใจหาย ร้านซีฟู้ดบุฟเฟ่ต์เจ้าดัง ปิดตัวลงอย่างเป็นทางการ

ทำให้ต่อมามีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นและแชร์ต่อจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ระบุว่า ร้านซีฟู้ดที่โปรดปราน หนีฉันแล้ว, สมัยเรียนคือไปบ่อยมาก(ย้อนกลับไป…ปี) คิดถึงเลยอ่ะ, ร้านปิ้งย่างอันดับ 1 ในใจจะจากกันไปแล้วหรอ แล้วฉันกินปูดอง กุ้งดองแค่ร้านนี้ร้านเดียว อยากร้องไห้, กินตั้งแต่ปี 2020 หลังๆ คือก็ไปกินบ้างนานๆ ที แต่ครั้งล่าสุดที่ไปก็บอกแฟนเลยว่าดูอีกไม่นาน จนตอนนี้ไม่แปลกใจที่มีประกาศนี้ออกมา แต่ทะเลดองเค้าดีจริง.

ใจหาย ร้านซีฟู้ดบุฟเฟ่ต์เจ้าดัง

การปิดตัวของร้านอาหารที่เรารัก ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารประเภทไหน ย่อมสร้างความรู้สึกใจหายให้กับลูกค้าเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งร้าน ใจหาย ร้านซีฟู้ดบุฟเฟ่ต์เจ้าดัง ที่เป็นที่รู้จักและชื่นชอบของใครหลายๆ คน การสูญเสียร้านอาหารที่ผูกพัน จึงเหมือนกับการสูญเสียความทรงจำดีๆ ที่เคยมีร่วมกัน

ทำไมร้านซีฟู้ดบุฟเฟ่ต์ถึงได้รับความนิยม

  • ความคุ้มค่า: บุฟเฟ่ต์ช่วยให้ลูกค้าสามารถทานอาหารได้หลากหลายในราคาที่คุ้มค่า
  • ความสดใหม่ของวัตถุดิบ: ร้านซีฟู้ดบุฟเฟ่ต์ส่วนใหญ่มักจะเน้นวัตถุดิบสดใหม่ เพื่อดึงดูดลูกค้า
  • บรรยากาศ: หลายร้านสร้างบรรยากาศให้เหมาะกับการสังสรรค์กับเพื่อนฝูงและครอบครัว

เมื่อได้ทราบข่าวการปิดตัวของร้านใจหาย ร้านซีฟู้ดบุฟเฟ่ต์เจ้าดัง หลายคนคงรู้สึกเสียดายและใจหาย แต่ก็เป็นโอกาสอันดีที่จะได้หวนรำลึกถึงความทรงจำดีๆ ที่เคยมีกับร้านอาหารแห่งนี้ และอาจจะมองหาร้านอาหารใหม่ๆ ที่จะมาสร้างความทรงจำดีๆ ต่อไป

การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ธุรกิจร้านอาหารก็เช่นกัน การปิดตัวของร้านหนึ่ง อาจเป็นการเปิดโอกาสให้ร้านอื่นๆ ได้เติบโต และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้กับวงการอาหารต่อไป

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เคยเป็นลูกค้าของร้านซีฟู้ดบุฟเฟ่ต์แห่งนี้ อย่าลืมแวะไปทานเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ร้านจะปิดตัวลงในวันที่ 31 ตุลาคม 2568 เพื่อร่วมสร้างความทรงจำดีๆ ครั้งสุดท้าย

ที่มา – ใจหาย ร้านซีฟู้ดบุฟเฟ่ต์เจ้าดัง เตรียมปิดตัว ชวนสร้างความทรงจำครั้งสุดท้าย 31 ต.ค. นี้

พาณิชย์ จับมือ SME D Bank ปั้น แฟรนไชส์ไทย

“พาณิชย์” จับมือ ”SME D Bank“ เดินหน้าปั้น แฟรนไชส์ไทย เสริมแกร่งเศรษฐกิจฐานราก หนุน 7 แบรนด์นำร่อง ให้สินเชื่อกว่า 239 ล้านบาท พร้อมมอบประกาศนียบัตร 42 ธุรกิจ ผ่านมาตรฐาน DBD Franchise Standard รวมกว่า 3,754 สาขาทั่วประเทศ

กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จัดงาน Success Beyond Standard ประกาศความสำเร็จในการยกระดับธุรกิจแฟรนไชส์ไทย ภายใต้ความร่วมมือกับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) มอบสินเชื่อสนับสนุนธุรกิจแฟรนไชส์ที่มีศักยภาพรวมกว่า 239 ล้านบาท เปิดตัว 7 แบรนด์นำร่อง ที่ได้รับสินเชื่อเพื่อขยายกิจการแฟรนไชส์ซี พร้อมมอบประกาศนียบัตรให้แก่ 42 ธุรกิจแฟรนไชส์ ที่ผ่านการประเมินตามเกณฑ์มาตรฐาน DBD Franchise Standard รวมกว่า 3,754 สาขา ทั่วประเทศ

‘นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงาน Success Beyond Standard ประกาศความสำเร็จในการยกระดับธุรกิจแฟรนไชส์ไทย โดยมี นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) คณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ และผู้ประกอบการร่วมด้วย ณ ห้องบุรฉัตรไชยากร ชั้น 4 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์

นางศุภจี กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นนิมิตหมายที่สำคัญอย่างยิ่ง กระทรวงพาณิชย์พยายามขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านโครงการแฟรนไชส์สร้างอาชีพมาอย่างต่อเนื่อง และวันนี้เป็นอีกจุดหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและสถาบันการเงิน ธุรกิจแฟรนไชส์เป็นธุรกิจที่เติบโตจากฐานธุรกิจทั่วไป แต่สามารถสร้างการจ้างงานและขยายโอกาสทางเศรษฐกิจได้อย่างกว้างขวาง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการ ‘กระตุ้นสั้น ได้ยาว กระจายตัว’ ให้เศรษฐกิจขยายถึงทุกพื้นที่

รมว.พาณิชย์ กล่าวต่อว่า ความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กับ SME D Bank ในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและผู้สนใจทำธุรกิจแฟรนไชส์เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น ผ่านวงเงินสินเชื่อรวมกว่า 239 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยทั้ง แฟรนไชส์ซอร์ (Franchisor) และ แฟรนไชส์ซี (Franchisee) ให้มีสภาพคล่อง สามารถเริ่มต้นธุรกิจได้แม้ไม่มีประสบการณ์มาก่อน

“เราขอขอบคุณ SME D Bank ที่ให้การสนับสนุนอย่างดียิ่งในวันนี้ นับเป็นการช่วยเติมเต็มระบบเศรษฐกิจฐานรากอย่างแท้จริง เพราะไม่เพียงช่วยธุรกิจแฟรนไชส์ซอร์ให้ขยายกิจการ แต่ยังเปิดโอกาสให้แฟรนไชส์ซีรายใหม่เข้าถึงทุนได้อย่างทั่วถึง นี่คือการสร้างการกระจายตัวของโอกาสอย่างแท้จริง” นางศุภจีกล่าว

โดยมีธุรกิจแฟรนไชส์ที่ได้รับการสนับสนุนสินเชื่อนำร่องแล้ว 7 แบรนด์ ได้แก่ 1.มาโนอิ 2.Bear Wash 3. ก๋วยเตี๋ยวเรือปัญจะรส 4. Laundrybar 5.Trendy Wash 6.24 Wash และ 7. กาแฟพันธุ์ไทย

ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะยังคงร่วมมือกับ SME D Bank เพื่อคัดกรองธุรกิจแฟรนไชส์ที่มีศักยภาพเพิ่มเติมอีกกว่า 300 ราย เข้าสู่กระบวนการสนับสนุนในระยะต่อไป เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงสินเชื่อและขยายกิจการได้อย่างมั่นคง

นางศุภจี กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้าในฐานะ “หัวหอกสร้างมาตรฐานแฟรนไชส์ไทย” จะทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงช่วยยกระดับผู้ประกอบการทั้งรายใหม่และรายเดิมให้เข้าใจระบบแฟรนไชส์ที่มีคุณภาพ ตั้งแต่การสร้างแบรนด์ การวางโมเดลธุรกิจ การควบคุมคุณภาพสินค้าและบริการ ไปจนถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความยั่งยืน โดยมีการบูรณาการร่วมกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศในการผลักดัน แฟรนไชส์ไทยกว่า 48 กิจการ ขยายไปสู่ตลาดต่างประเทศกว่า 30 ประเทศ

และกิจกรรมในวันนี้ยังมีพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่ 42 ธุรกิจแฟรนไชส์ไทย ที่ผ่านการประเมินตามมาตรฐาน DBD Franchise Standard ครอบคลุม 6 หมวดธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจอาหาร 17 กิจการ เครื่องดื่ม 11 กิจการ บริการ 7 กิจการ การศึกษา 4 กิจการ ความงาม/สปา 2 กิจการ และค้าปลีก 1 กิจการ รวมกว่า 3,754 สาขาทั่วประเทศ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 1,149 ล้านบาท

“วันนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงพาณิชย์ SME D Bank และภาคธุรกิจแฟรนไชส์ไทย เราจะช่วยกันสร้างระบบทางธุรกิจที่เข้มแข็ง สนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยเติบโตได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างมั่นคงและแข็งแรง” รมว.พาณิชย์ กล่าว

ทั้งนี้ SME D Bank ได้เตรียม สินเชื่อพิเศษจากภาครัฐเพื่อเอสเอ็มอีไทย ดอกเบี้ย 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ไว้กว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อช่วยธุรกิจให้คล่องตัวลดภาระเพิ่มศักยภาพให้เติบโตอย่างยั่งยืนด้วย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนส่งเสริมธุรกิจแฟรนไชส์ กองส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สายด่วน 1570 โทรศัพท์หมายเลข 0 2547 5983 และ franchise.dbd.go.th

สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมโครงการ แฟรนไชส์ไทย สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือ SME D Bank เพื่อขอรับคำปรึกษาและโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน

พาณิชย์ จับมือ SME D Bank ปั้น แฟรนไชส์ไทย

โอกาสทอง SME ไทย: สินเชื่อพิเศษเพื่อ แฟรนไชส์ไทย

การจับมือกันครั้งนี้ระหว่างกระทรวงพาณิชย์และ SME D Bank แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมธุรกิจ แฟรนไชส์ไทย ให้เติบโตอย่างยั่งยืน การเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ง่ายขึ้นถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถขยายธุรกิจและสร้างงานสร้างรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา – “พาณิชย์” จับมือ ”SME D Bank“ ปั้น “แฟรนไชส์ไทย” อัดฉีดสินเชื่อ 239 ล้าน หนุน 7 แบรนด์นำร่อง

กมธ.ปปง. สภาฯ ตามเส้นทางเงินปริ้นซ์กรุ๊ป ส่อเอี่ยวสแกมเมอร์

“กมธ.ปปง. สภาฯ” ตาม เส้นทางเงิน เครือบริษัทปริ้นซ์กรุ๊ป ส่อเอี่ยวแก๊ง“สแกมเมอร์”ในไทย ลั่น วันนี้รู้เรื่อง เชื่อ“เฉิน จื้อ” ซุกทรัพย์สินในไทย หนึ่งในเป้าการฟอกเงิน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 ตุลาคม 2568 ที่รัฐสภา นายดนุพร ปุณณกันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมกมธ.ว่า เราเชื่อว่านายเฉิน จื้อ ผู้ก่อตั้งบริษัทปริ้นซ์ โฮลดิง กรุ๊ป (ปริ้นซ์กรุ๊ป) มีทรัพย์สินอยู่ในประเทศไทย กมธ.จึงได้เชิญเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ,อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ สำนักอัยการสูงสุด(อสส.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางการเงินบริษัทในเครือของนายเฉิน รวมถึงกรณีข่าวมีนักการเมืองไทยมีส่วนเกี่ยวกับขบวนการสแกมเมอร์ แม้สถานทูตเกาหลีจะออกมาปฏิเสธแล้วก็ตาม แต่ตนคิดว่าอาจเป็นเพราะเรื่องมารยาททางการทูตจึงได้ปฏิเสธ หาก กมธ.สืบพบว่ามีทรัพย์สินเราจะรีบแจ้งให้รัฐบาลดำเนินการโดยเร็ว เพราะหากช้า อาจมีการยักย้ายทรัพย์ ออกนอกประเทศ

ฟุ้งคนให้ข้อมูลเพียบ

“ทั้งนี้ มีคนส่งข้อมูลทางลับให้กมธ.จำนวนมาก ซึ่งตนเห็นว่าไม่ใช่ผลงานของพรรคใดพรรคหนึ่ง เพราะตนเคยคุยกับนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) มาแล้ว 2 ครั้ง และสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ได้คุยกับนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ว่าเราจะตามเส้นทางเงินให้ถึงที่สุด เพราะกระทบกับความมั่นคงของประเทศและประชาชน”ประธาน กมธ.ปปง.สภาฯ กล่าว

วันนี้รู้ผลบริษัทเอี่ยวทุนเทาเพิ่ม

เมื่อถามถึง ความล่าช้าของรัฐบาลในการจัดการสแกมเมอร์ นายดนุพร กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติไม่สามารถไปก้าวก่ายงานของรัฐบาลได้ แต่เมื่อเรามีข้อมูล เราต้องรีบส่งให้รัฐบาลจัดการโดยเร็ว ยืนยันว่า วันนี้จะทราบผลว่า บริษัทปริ้นซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กับบริษัทปริ้นซ์กรุ๊ป เป็นบริษัทเดียวกันหรือไม่ และ ปปง.อาจต้องรับบางเรื่องเพื่อไปตามข้อมูลให้ กมธ.ต่อไป หากสัปดาห์นี้ไม่จบก็จะไปต่อในสัปดาห์หน้า และเชื่อว่า บริษัทปริ้นซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล ไม่ใช่บริษัทเดียวที่มีความเกี่ยวพัน แม้ทางบริษัทจะออกมาชี้แจงแล้วก็ตาม แต่บริษัทก็ยอมรับว่าในอดีตเคยลงทุนร่วมกัน การที่ยึดทรัพย์ได้ทั้งที่สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักรมูลค่าหลายพันล้านเหรียญสหรัฐฯ จึงเชื่อว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศหนึ่งที่เป็นเป้าหมายในการฟอกเงินก็ได้

กมธ.ปปง. สภาฯ ตาม เส้นทางเงิน เครือบริษัทปริ้นซ์กรุ๊ป ส่อเอี่ยวแก๊ง “สแกมเมอร์” ในไทย

คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร กำลังเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินของเครือบริษัทปริ้นซ์กรุ๊ปที่ส่อเค้าว่าอาจมีความเชื่อมโยงกับแก๊งสแกมเมอร์ในประเทศไทย ประเด็นนี้กำลังได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างมาก เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศและผลประโยชน์ของประชาชน

นายดนุพร ปุณณกันต์ ประธาน กมธ.ปปง.สภาฯ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบ โดยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นที่จะติดตามเส้นทางการเงินให้ถึงที่สุด ไม่ว่าจะมีอุปสรรคใดๆ ก็ตาม ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและภาคประชาชน เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การตรวจสอบนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

ความคืบหน้าล่าสุด กมธ.ปปง. สภาฯ ตาม เส้นทางเงิน

ล่าสุด กมธ.ปปง. สภาฯ ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อประกอบการพิจารณาและวิเคราะห์เส้นทางการเงินของบริษัทในเครือปริ้นซ์กรุ๊ป ข้อมูลที่ได้จะถูกนำไปประมวลผลและตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อหาความเชื่อมโยงกับขบวนการสแกมเมอร์

นอกจากนี้ กมธ.ยังได้รับข้อมูลทางลับจากประชาชนจำนวนมาก ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการสืบสวน ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปตรวจสอบและยืนยันความถูกต้อง ก่อนนำไปใช้ในการดำเนินการต่อไป

ความโปร่งใสและความรวดเร็วในการดำเนินการเป็นสิ่งสำคัญที่ กมธ.ปปง. สภาฯ ยึดมั่น เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและทันต่อสถานการณ์

การดำเนินการของ กมธ.ปปง. สภาฯ ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการปราบปรามการฟอกเงินและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจในประเทศไทย การติดตามเส้นทางการเงินของเครือบริษัทปริ้นซ์กรุ๊ปอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้สามารถระบุและจับกุมผู้กระทำผิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการตรวจสอบนี้จะนำไปสู่การเปิดโปงขบวนการสแกมเมอร์ที่แฝงตัวอยู่ในประเทศไทย และนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย

การที่ กมธ.ปปง. สภาฯ ตาม เส้นทางเงิน ของปริ้นซ์กรุ๊ปอย่างเข้มข้นแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องผลประโยชน์ของชาติและประชาชน การร่วมมือกันของทุกภาคส่วนเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเศรษฐกิจเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

ที่มา – “กมธ.ปปง. สภาฯ” ตาม เส้นทางเงิน เครือบริษัทปริ้นซ์กรุ๊ป ส่อเอี่ยวแก๊ง “สแกมเมอร์” ในไทย