วัน: 11 พฤศจิกายน 2025

บขส. เปิดจองตั๋วปีใหม่ 2569 แล้ววันนี้!

“บขส.” เปิดให้ประชาชนที่ต้องการเดินทางในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ 2569 จองตั๋วเดินทางล่วงหน้าได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้ (11 พ.ย.68) เป็นต้นไป ย้ำจองก่อนได้ที่นั่งชัวร์ สะดวก ปลอดภัยทุกเส้นทาง

นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้กำหนดวันหยุดราชการเพิ่มเป็นกรณีพิเศษ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ที่จะถึงนี้ ทำให้มีวันหยุดยาวติดต่อกันรวม 5 วัน ตั้งแต่วันพุธที่ 31 ธันวาคม 2568 จนถึงวันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม 2569 ทำให้ บขส. คาดการณ์ว่าจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางเป็นจำนวนมาก เพื่อกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในจังหวัดต่างๆ ทั่วภูมิภาค ซึ่งจะทำให้ความต้องการบริการของรถโดยสารสาธารณะเพิ่มสูงขึ้น

ดังนั้นเพื่อวางแผนการเดินทางล่วงหน้า และเป็นการบริหารจัดการรถโดยสาร และเที่ยววิ่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีรถโดยสารเพียงพอต่อความต้องการในการเดินทางของประชาชน ตามนโยบายกระทรวงคมนาคม

บขส. จึงขอเชิญชวนประชาชนจองตั๋วล่วงหน้า ได้ที่ เว็บไซต์ บขส. https://tcl99web.transport.co.th , Application E–ticket, Facebook Page : บขส. , Line : บขส.99 (ID : @TCL99) และช่องจำหน่ายตั๋วโดยสาร บขส. ทั่วประเทศ หรือ โทร. 0–2936–3660

ปัจจุบันมีประชาชนจองตั๋วล่วงหน้าแล้วประมาณ 15–20% ในทุกเส้นทางทั่วประเทศ ทั้งนี้คาดว่าประชาชนจะเริ่มจองตั๋วจำนวนมากในช่วงเดือนธันวาคม 2568 เนื่องจากใกล้ช่วงเทศกาลปีใหม่ ตารางวันหยุดเริ่มชัดเจน และวางแผนการเดินทางได้เรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ดี บขส. ได้กำชับทุกหน่วยงานกำกับดูแลรถโดยสาร สถานีขนส่งผู้โดยสาร และพนักงาน ให้ดำเนินการตามมาตรการด้านความปลอดภัย เช่น ตรวจความพร้อมรถโดยสาร, ตรวจเช็คอุปกรณ์ส่วนควบ ก่อนนำออกมาให้บริการ ส่วนพนักงานขับรถต้องพักผ่อนให้เพียงพอ ตรวจสารเสพติด และตรวจวัดแอลกอฮอล์ต้องเป็นศูนย์ และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัย และสร้างความมั่นใจให้ประชาชนในการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ

นอกจากนี้ บขส. เตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกประชาชนในการเดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 บขส. จัดเตรียมรถโดยสาร ประมาณ 4,000–6,000 เที่ยววิ่งต่อวัน เพื่อรองรับผู้โดยสารเดินทางเที่ยวไป–กลับ มากกว่า 90,000–120,000 คนต่อวัน และเตรียมจัดรถโดยสารไม่ประจำทาง (ทะเบียน 30) ให้บริการเสริม เพื่อให้มีรถโดยสารเพียงพอและไม่มีผู้โดยสารตกค้าง

บขส. เปิดจองตั๋วปีใหม่ 2569 แล้ววันนี้!

สำหรับใครที่กำลังวางแผนเดินทางกลับภูมิลำเนา หรือไปท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 นี้ ข่าวดีก็คือ บขส. เปิดจองตั๋วปีใหม่ 2569 ล่วงหน้าแล้ว! ทำให้เราสามารถวางแผนการเดินทางได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีที่นั่ง หรือต้องเดินทางในราคาที่สูงเกินไป การจองตั๋วล่วงหน้าจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

ทำไมต้องจองตั๋ว บขส. ปีใหม่ 2569 ล่วงหน้า?

  • มั่นใจได้ว่ามีที่นั่ง: โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่คนเดินทางเยอะ การจองล่วงหน้าจะช่วยให้เรามั่นใจได้ว่าจะมีที่นั่งแน่นอน
  • เลือกที่นั่งที่ต้องการได้: บางครั้งการจองล่วงหน้าทำให้เราสามารถเลือกที่นั่งที่ต้องการได้ เช่น ที่นั่งริมหน้าต่าง หรือที่นั่งใกล้ห้องน้ำ
  • วางแผนการเดินทางได้ง่ายขึ้น: เมื่อมีตั๋วอยู่ในมือแล้ว เราจะสามารถวางแผนการเดินทางอื่นๆ ได้ง่ายขึ้น เช่น การจองโรงแรม หรือการนัดหมายกับเพื่อนฝูง
  • อาจได้ราคาพิเศษ: บางครั้ง บขส. อาจมีโปรโมชั่นสำหรับผู้ที่จองตั๋วล่วงหน้า

บขส. เปิดจองตั๋วปีใหม่ 2569 ตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป ใครที่รู้ตัวว่าต้องเดินทางในช่วงนั้น อย่ารอช้า รีบเข้าไปจองตั๋วกันได้เลย!

การเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่นั้น ถึงแม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและการพักผ่อน แต่ก็ต้องอย่าลืมคำนึงถึงความปลอดภัยในการเดินทางด้วยนะครับ ตรวจสอบสภาพรถให้พร้อม พักผ่อนให้เพียงพอ และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย

ที่มา – “บขส.” เปิดจองตั๋วล่วงหน้าช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 แล้ววันนี้ จองก่อนได้ที่นั่งชัวร์

ฮอนด้านำเข้า STEP WGN e:HEV ใน Motor Expo 2025

ฮอนด้าเตรียมนำเข้า Honda STEP WGN e:HEV จากญี่ปุ่น พร้อมเปิดรับจองสิทธิ์ทั้งในงาน Motor Expo 2025 และที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ 28 พ.ย. 68 นี้ ใครที่กำลังมองหารถครอบครัวต้องห้ามพลาด!

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ยืนยันเตรียมนำเข้าและจำหน่าย Honda STEP WGN e:HEV ใหม่ รุ่นประกอบและนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ เตรียมเปิดลงทะเบียนจองสิทธิ์ล่วงหน้าเพื่อเป็นเจ้าของพร้อมกันทั่วประเทศ ในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 นี้ และสัมผัสคันจริงได้ที่บูทฮอนด้า (A08) ในงาน Motor Expo 2025 ที่เดียวเท่านั้น ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

นับเป็นการกลับมาของรถยนต์อเนกประสงค์สำหรับครอบครัว (MUV) ขนาด 7 ที่นั่ง เพื่อเติมเต็มไลฟ์สไตล์ครอบครัวยุคใหม่ ชูจุดเด่น Japanese Quality มาตรฐานการผลิตคุณภาพสูง พร้อมความมั่นใจด้านบริการหลังการขาย ด้วยความพร้อมของอะไหล่และทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ จากเครือข่ายโชว์รูมฮอนด้าที่ได้มาตรฐานกว่า 222 แห่งทั่วประเทศ

สำหรับ Honda STEP WGN e:HEV เป็นรถอเนกประสงค์สำหรับครอบครัว MUV ขนาด 7 ที่นั่ง พร้อมประตูสไลด์ ที่เคยนำเข้าและเปิดตัวสู่ตลาดประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2555 และได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยม โดยยังคงเอกลักษณ์ดีไซน์ที่โดดเด่นด้วยตัวถังแบบ Life Expander BOX กับจุดเด่นห้องโดยสารที่โปร่งโล่ง กว้างขวาง และพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV และเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่ไม่เพียงสะดวกสบาย แต่ยังมอบความสนุก ทรงพลัง มั่นใจ และประหยัดน้ำมัน ตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ฮอนด้านำเข้า Honda STEP WGN e:HEV จากญี่ปุ่น เปิดราคาในงาน Motor Expo 2025

ไฮไลต์เด่นของ Honda STEP WGN e:HEV รุ่น e:HEV SPADA (ประกอบและนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น) มีอะไรบ้าง มาดูกัน:

  • ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง ออกแบบเพื่อมอบความสะดวกสบายในทุกที่นั่ง
  • เบาะโดยสารหนังสังเคราะห์แบบ Prime Smooth และเบาะผ้าเทคโนโลยี FABTECH อเนกประสงค์
  • เบาะปรับได้หลากหลายรูปแบบ เบาะนั่งแถว 2 แบบปรับแยกอิสระ พร้อมเบาะรองน่อง Ottoman เบาะนั่งแถว 3 ปรับพับ 60:40 พร้อมพับแบบแบนราบ
  • ประตูข้างแบบสไลด์ไฟฟ้า ซ้าย-ขวา
  • ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Tri- Zone พร้อมระบบฟอกอากาศในห้องโดยสาร Plasmacluster
  • ระบบเกียร์ไฟฟ้า
  • ไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว (Active Cornering Light)
  • มาตรวัด พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 10.2 นิ้ว
  • เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING

ทำไม Honda STEP WGN e:HEV ถึงน่าสนใจ?

การกลับมาของ Honda STEP WGN ในครั้งนี้ ถือเป็นการตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ต้องการรถยนต์อเนกประสงค์สำหรับครอบครัวอย่างแท้จริง ด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย ฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน และเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ล้ำสมัย ทำให้ STEP WGN เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับครอบครัวยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการเดินทาง

ด้วยขุมพลัง e:HEV ทำให้ Honda STEP WGN e:HEV ไม่เพียงแต่ประหยัดน้ำมัน แต่ยังให้สมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม ทำให้ทุกการเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นและสนุกสนาน

เตรียมพบกับ Honda STEP WGN e:HEV ได้ที่งาน Motor Expo 2025 และโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ!

ที่มา – ฮอนด้านำเข้า Honda STEP WGN e:HEV จากญี่ปุ่น เปิดราคาในงาน Motor Expo 2025

ข่าวลือ: แนนซี่ ติดโผกุนซือเซลติก

มีข่าวลือหนาหูว่า วิลฟรีด แนนซี่ กุนซือโคลัมบัส ครูว์ เป็นหนึ่งในรายชื่อผู้จัดการทีมที่ เซลติก กำลังพิจารณา นอกจากนี้ยังมีชื่อของ เคียทิล คนุตเซน จาก โบโด/กลิมท์ และ คีแรน แม็คเคนนา จาก อิปสวิช ทาวน์ ด้วย (Sky Sports)

เดอร์ม็อต เดสมอนด์ ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ เซลติก จะหารือกับ มาร์ติน โอนีล ในสัปดาห์นี้ เนื่องจากสโมสรกำลังพิจารณาขยายเวลาการทำหน้าที่ชั่วคราวของผู้จัดการทีมวัย 73 ปี (Sky Sports)

เบรนแดน ร็อดเจอส์ อดีตผู้จัดการทีม เซลติก กำลังได้รับความสนใจจากสโมสรในซาอุดี โปร ลีก (Daily Record)

เรนเจอร์ส กำลังมองหาการประชุมอีกครั้งกับสมาคมฟุตบอลสกอตแลนด์ โดยสโมสรแห่งไอบรอกซ์มีความเห็นว่า คณะกรรมการตัดสินเหตุการณ์สำคัญของการแข่งขันได้ตัดสิน 2 ต่อ 1 ซึ่งยืนยันความเชื่อของพวกเขาว่า ออสตัน ทรัสตี้ กองหลังของ เซลติก ควรถูกไล่ออกจากสนามมากกว่าได้รับใบเหลืองจากการเตะศีรษะของ แจ็ค บัตแลนด์ ผู้รักษาประตู ในรอบรองชนะเลิศ พรีเมียร์ สปอร์ตส์ คัพ เมื่อเร็วๆ นี้ (Sky Sports)

แอนดี้ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายของ ลิเวอร์พูล และทีมชาติสกอตแลนด์ วัย 31 ปี จะออกจากแอนฟิลด์เมื่อสัญญาของเขาหมดลงในฤดูร้อนหน้า และได้พูดคุยกับ เซลติก แล้ว (Fichajes – in Spanish)

ดันดี ยูไนเต็ด ได้สอบถามเกี่ยวกับ กาลิมซาน เคนเซเบ็ค ปีกชาวคาซัคสถานของ เยลิมาย์ เซเมย์ วัย 22 ปี ซึ่งกำลังจะหมดสัญญา (Daily Record)

ดันดี ยูไนเต็ด เป็นหนึ่งในหลายสโมสรที่สนใจ เคนเซเบ็ค ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีข่าวเชื่อมโยงกับ เซลติก และ ฮาร์ทส์ (Courier – subscription required)

นักวิจารณ์ ไมเคิล สจวร์ต ได้ออกมาขอโทษสมาคมฟุตบอลสกอตแลนด์หลังจากกล่าวถึง “การปกปิด” เกี่ยวกับการใช้ VAR เพื่อยกเลิกประตูของ เซนต์ เมียร์เรน ในเกมกับ ฮิเบอร์เนียน เมื่อวันเสาร์ โดยกล่าวว่า: “ผมไม่ได้พยายามอ้างว่ามีสิ่งที่ไม่เหมาะสมเกิดขึ้น” (Daily Record)

มาร์ค โฟเธอร์ริงแฮม โค้ชของ เซลติก ถูกกล่าวถึงในการเชื่อมโยงกับตำแหน่งผู้จัดการทีมที่ว่างของ นอริช ซิตี้ (Sun)

แฟนบอล เซนต์ เมียร์เรน จะได้รับโอกาสซื้อตั๋วสูงสุด 20 ใบสำหรับการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ พรีเมียร์ สปอร์ตส์ คัพ กับ เซลติก ในเดือนหน้า (Scottish Sun)

ข่าวลือ: แนนซี่ ติดโผกุนซือเซลติก

จากการรายงานข่าวล่าสุดที่ปรากฏออกมา วิลฟรีด แนนซี่ กำลังเป็นที่จับตามองของ เซลติก ในการหาผู้จัดการทีมคนใหม่ แต่สถานการณ์จริงเป็นอย่างไร? และใครคือคู่แข่งของเขา?

วิลฟรีด แนนซี่: ตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับเซลติก?

การที่ชื่อของ วิลฟรีด แนนซี่ ปรากฏขึ้นในรายชื่อผู้จัดการทีมที่เป็นไปได้ของ เซลติก นั้น แสดงให้เห็นถึงความสนใจในผู้จัดการทีมรุ่นใหม่ที่มีแนวทางการทำทีมที่น่าสนใจ เขาประสบความสำเร็จในการคุมทีม โคลัมบัส ครูว์ ใน MLS ซึ่งเป็นลีกที่มีการแข่งขันสูง การมาของเขาอาจนำสไตล์การเล่นใหม่ๆ มาสู่เซลติก

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจเลือกผู้จัดการทีมนั้นซับซ้อนกว่าแค่ความสำเร็จในสนาม การปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมของสโมสร และความคาดหวังของแฟนบอล ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณา เซลติก เป็นสโมสรที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และมีฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่น การเลือกผู้จัดการทีมที่ไม่สามารถตอบสนองความต้องการเหล่านี้ได้ อาจนำไปสู่ปัญหาได้

ดังนั้น การพิจารณาอย่างรอบคอบจึงเป็นสิ่งสำคัญ การตัดสินใจของบอร์ดบริหาร เซลติก จะส่งผลต่ออนาคตของสโมสรอย่างมาก การเลือกผู้จัดการทีมที่เหมาะสม จะช่วยให้สโมสรประสบความสำเร็จทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

ข่าวลือเรื่อง แนนซี่ ติดโผกุนซือเซลติก ยังคงเป็นที่สนใจของแฟนบอลและสื่อมวลชนอย่างต่อเนื่อง เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าสุดท้ายแล้วใครจะได้รับตำแหน่งนี้ไปครอง

การเลือกผู้จัดการทีมคนใหม่ของ เซลติก ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญสำหรับสโมสร การตัดสินใจครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อทิศทางของสโมสรในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น การพิจารณาอย่างถี่ถ้วนและการตัดสินใจที่รอบคอบจึงเป็นสิ่งจำเป็น

ที่มา – Nancy on Celtic manager shortlist – gossip

ไฟเขียว! ผู้กำกับหนุ่ย นั่งรองผอ.ปฏิรูปประเทศ

ครม. ไฟเขียวแต่งตั้ง “ผู้กำกับหนุ่ย” อดีตนายตำรวจติดตามตระกูลชินวัตร ขึ้นแท่นรองผู้อำนวยการสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง สำนักนายกรัฐมนตรี งานนี้หลายคนจับตามองถึงบทบาทใหม่ของผู้กำกับหนุ่ยกับการปฏิรูปประเทศ

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแต่งตั้ง พันตำรวจเอก วทัญญู วิทยผโลทัย หรือที่รู้จักกันในนาม “ผู้กำกับหนุ่ย” ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง สำนักนายกรัฐมนตรี

สำหรับประวัติของ พันตำรวจเอก วทัญญู หรือ “ผู้กำกับหนุ่ย” นั้น เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะอดีตนายตำรวจที่เคยติดตามดูแลความปลอดภัยให้กับบุคคลสำคัญในตระกูลชินวัตรมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่สมัยนายทักษิณ ชินวัตร จนถึง นางสาวแพทองธาร ชินวัตร

เส้นทางการรับราชการของผู้กำกับหนุ่ยเคยขึ้นสู่จุดสูงสุดเมื่อปี 2554 เมื่อได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่อารักขา นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม ในปี 2562 แม้ว่านางสาวยิ่งลักษณ์จะพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว ผู้กำกับหนุ่ยก็ถูกตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงและพักราชการ เนื่องจากการเดินทางไปเชียร์ฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซียพร้อมกับนางสาวยิ่งลักษณ์ แต่ท้ายที่สุดก็รอดพ้นจากการถูกลงโทษทางวินัยร้ายแรงได้ หลังจากยื่นอุทธรณ์ต่อ ก.ตร. และได้กลับเข้ารับราชการตามเดิมในปี 2564 พร้อมกับการเลื่อนตำแหน่งตามกฎอาวุโสขึ้นเป็น รองผู้บังคับการกลุ่มงานผู้เชี่ยวชาญการข่าว กองบัญชาการตำรวจสันติบาล

ผู้กำกับหนุ่ย กับบทบาทใหม่ในการปฏิรูปประเทศ

การได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศฯ ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในชีวิตราชการของผู้กำกับหนุ่ย ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากรัฐบาลเศรษฐาให้เข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนวาระสำคัญของประเทศ

ภารกิจสำคัญ: ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ

บทบาทหน้าที่หลักของผู้กำกับหนุ่ยในตำแหน่งใหม่นี้ คือ การสนับสนุนและขับเคลื่อนแผนการปฏิรูปประเทศให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งครอบคลุมหลากหลายด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และการบริหารราชการแผ่นดิน การเข้ามาดำรงตำแหน่งนี้จึงเป็นที่น่าจับตาว่า “ผู้กำกับหนุ่ย” จะสามารถนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่มีมาใช้ในการผลักดันวาระแห่งชาติให้สำเร็จลุล่วงได้มากน้อยเพียงใด

ในยุคของรัฐบาลเศรษฐา และการที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ดำรงตำแหน่งสำคัญในพรรคเพื่อไทย ผู้กำกับหนุ่ยยังคงได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งให้มาดำรงตำแหน่งข้าราชการประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในที่สุด

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจที่ผู้มีอำนาจมอบให้กับ “ผู้กำกับหนุ่ย” อย่างต่อเนื่อง และเป็นที่น่าสนใจว่าประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนานของเขา จะถูกนำมาใช้ในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไปในทิศทางใด

การได้รับตำแหน่ง รองผอ.ปฏิรูปประเทศ ของ ผู้กำกับหนุ่ย ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่น่าจับมอง

การแต่งตั้ง ผู้กำกับหนุ่ย ให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศฯ นั้น สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่รัฐบาลมีต่อศักยภาพและความสามารถของเขาในการเข้ามาช่วยขับเคลื่อนวาระปฏิรูปประเทศให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามดูกันต่อไปว่า ผู้กำกับหนุ่ยจะสามารถปรับบทบาทจากนายตำรวจผู้คุ้นเคยกับการอารักขาบุคคลสำคัญ มาเป็นผู้นำในการผลักดันนโยบายระดับชาติได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพหรือไม่

ที่มา – ไฟเขียว “ผู้กำกับหนุ่ย” อดีตนายตำรวจตระกูลชินวัตร นั่งรองผอ.ปฏิรูปประเทศ

ไอร์แลนด์เหนือต้องทำอย่างไรเพื่อเพลย์ออฟฟุตบอลโลก?

เหลืออีกสองเกมในรอบคัดเลือก และความฝันฟุตบอลโลกของไอร์แลนด์เหนือยังไม่จบสิ้น

โอกาสที่แท้จริงในการเข้ารอบโดยอัตโนมัติจบลงเมื่อเยอรมนีเอาชนะที่เบลฟาสต์เมื่อเดือนที่แล้ว ขณะที่สโลวะเกียขยับขึ้นไปอยู่อันดับสองในกลุ่ม A ด้วยชัยชนะเหนือลักเซมเบิร์ก

การเดินทางไปสโลวะเกียและเกมเหย้านัดสุดท้ายกับลักเซมเบิร์กจะปิดฉากแคมเปญสำหรับทีมของไมเคิล โอนีล และตำแหน่งที่สองก็ยังเปิดกว้าง

แต่ถึงแม้พวกเขาจะพลาดตำแหน่งสองอันดับแรก รอบเพลย์ออฟก็ยังรออยู่ได้ด้วยชัยชนะในกลุ่มเนชั่นส์ลีกเมื่อปีที่แล้ว

นี่คือสถานการณ์ก่อนรอบสุดท้ายของเกมการแข่งขัน และวิธีที่ทีมของโอนีลจะสามารถคว้าตั๋วเพลย์ออฟได้

เกิดอะไรขึ้นบ้าง?

ไอร์แลนด์เหนือเริ่มต้นการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกด้วยชัยชนะ 3-1 ที่ลักเซมเบิร์ก

เจมี รีดทำประตูเปิดเกมได้ แต่ถูกไอมาน ดาร์ดารีตีเสมอ แต่ประตูจากเช ชาร์ลส์และจัสติน เดเวนนีทำให้ไอร์แลนด์เหนือเป็นฝ่ายชนะ

อย่างไรก็ตาม กลุ่ม A เปิดกว้างเมื่อสโลวะเกียเอาชนะเยอรมนี 2-0 ในบราติสลาวา

หลายคนคาดการณ์ว่าชาวเยอรมันจะขึ้นเป็นจ่าฝูงของกลุ่มและผ่านเข้ารอบโดยอัตโนมัติอย่างง่ายดาย แต่ทีมของจูเลียน นาเกลส์มันน์จบเกมรอบแรกโดยอยู่อันดับสุดท้ายของกลุ่ม

พวกเขาอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างมากในเกมที่สอง เมื่อไอแซค ไพรซ์ทำให้ไอร์แลนด์เหนือตีเสมอในแฟรงก์เฟิร์ตหลังจากแซร์จ กนาบรีทำประตูขึ้นนำ

ความผิดพลาดในเกมรับทำให้นาเดียม อามิรีทำประตูได้ และฟลอเรียน เวิร์ตซ์ก็ยิงได้อย่างน่าทึ่ง ทั้งสองประตูเกิดขึ้นในเวลาเพียงสามนาที ทำให้ชาวเยอรมันผ่านเข้ารอบในคืนนั้น

ในเกมอื่น สโลวะเกียต้องการประตูชัยในนาทีที่ 90 จากโทมัส ริโก เพื่อเอาชนะลักเซมเบิร์ก

ต่อมาในเดือนตุลาคม ไอร์แลนด์เหนือบุกไปเอาชนะสโลวะเกีย 2-0 ในบ้านอย่างสมควร โดยได้ประตูจากลูกทำเข้าประตูตัวเองของปาทริก โฮรซอฟสกี และลูกโหม่งสุดสวยในช่วงท้ายเกมจากไตร ฮูม เพื่อรักษาความหวังในการจบอันดับสอง

เยอรมนีเก็บชัยชนะอย่างถล่มทลาย 4-0 เหนือลักเซมเบิร์กที่มีผู้เล่น 10 คนก่อนที่จะไปเยือนเบลฟาสต์ในอีกสามวันต่อมา

ทีมของโอนีลแสดงผลงานที่แข็งแกร่ง แต่ในที่สุดก็พ่ายแพ้ต่อชาวเยอรมัน 1-0 เมื่อนิค โวลเทมาเด ทำประตูแรกให้กับประเทศของเขาในเกมที่สองของทัวร์นาเมนต์

สโลวะเกีย เช่นเดียวกับเยอรมนี ขยับขึ้นไปมี 9 แต้มด้วยชัยชนะ 2-0 เหนือลักเซมเบิร์ก

เยอรมนีเป็นจ่าฝูงของกลุ่มด้วยผลต่างประตูได้เสีย ขณะที่สโลวะเกียมีแต้มเท่ากันในอันดับที่สอง และ NI ตามหลังมาอีกสามแต้มในอันดับที่สาม

วิธีที่ง่ายที่สุดในการผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลกคือการเป็นจ่าฝูงของกลุ่มและได้รับสิทธิ์เข้ารอบโดยอัตโนมัติ ขณะที่รองแชมป์ในแต่ละกลุ่มจะผ่านเข้ารอบเพลย์ออฟ

ภาพรวมรอบเพลย์ออฟ

แม้ว่าการจบอันดับสองจะทำให้ได้สิทธิ์ไปเพลย์ออฟ แต่ไอร์แลนด์เหนือก็ยังมีโอกาสที่จะไปถึงฟุตบอลโลกได้ แม้ว่าพวกเขาจะจบอันดับนอกเหนือจากสองอันดับแรก ด้วยชัยชนะในกลุ่มเนชั่นส์ลีกเมื่อปีที่แล้ว

ผู้ชนะเนชั่นส์ลีกสี่อันดับแรกที่ไม่ได้จบในสองอันดับแรกในกลุ่มคัดเลือกฟุตบอลโลกของพวกเขาจะได้รับตำแหน่งเพลย์ออฟ

ตำแหน่งที่สองยังคงเปิดกว้าง แต่มาพูดถึงสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดตามสมมุติฐาน และไอร์แลนด์เหนือจบนอกเหนือจากสองอันดับแรกเมื่อสิ้นสุดกลุ่ม A ในเดือนพฤศจิกายน

ในแง่ของการจัดอันดับ ไอร์แลนด์เหนือจบอันดับที่ 12 จาก 14 ทีมที่ชนะกลุ่มในเนชั่นส์ลีก ซึ่งหมายความว่าพวกเขาต้องการให้ 8 จาก 11 ทีมที่อยู่เหนือพวกเขาผ่านเข้ารอบหรือจองตั๋วเพลย์ออฟไปแล้ว

ในขณะที่ทุกสายตาจับจ้องไปที่ทุกกลุ่มตลอดทั้งแคมเปญ แต่ท้ายที่สุดแล้วยังมีการแข่งขันอีกหนึ่งนัดที่ไอร์แลนด์เหนือต้องจับตาดู

หากสาธารณรัฐเช็กเอาชนะยิบรอลตาร์ได้ในวันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ NI พบกับลักเซมเบิร์กในการแข่งขันรอบคัดเลือกรอบสุดท้าย ทีมของโอนีลจะได้รับการันตีตำแหน่งเพลย์ออฟไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

คุณคาดหวังว่าเยอรมนีจะจบในสองอันดับแรก และหากพวกเขาไม่ทำเช่นนั้น NI จะเป็นทีมที่จะได้รับประโยชน์ในกลุ่ม A

อังกฤษยืนยันการผ่านเข้ารอบการแข่งขันในช่วงซัมเมอร์หน้าด้วยชัยชนะ 5-0 เหนือลัตเวีย

สเปน ฝรั่งเศส โปรตุเกสและนอร์เวย์ต่างก็มั่นใจว่าจะจบในสองอันดับแรกในกลุ่มของตน

อย่างน้อยหนึ่งทีมจากมาซิโดเนียเหนือหรือเวลส์ ซึ่งปัจจุบันกำลังต่อสู้กับเบลเยียมเพื่อแย่งตั๋วเข้ารอบ จะจบในสองอันดับแรกในกลุ่ม J และจะเป็นทีมที่เจ็ดจากแปดทีมที่ไอร์แลนด์เหนือต้องการเพื่อไปถึงรอบเพลย์ออฟ

ดังนั้นจึงเหลือเพียงสาธารณรัฐเช็กในกลุ่ม L ซึ่งน่าจะมีเพียงพอที่จะเอาชนะยิบรอลตาร์ได้ แม้ว่าหมู่เกาะแฟโรจะเข้ามาท้าทายในอันดับที่สองในช่วงท้ายเกมก็ตาม

สวีเดนและโรมาเนีย พร้อมด้วยทีมที่พลาดท่าในกลุ่ม J จะเป็นทีมอื่น ๆ ที่ได้รับประโยชน์จากชัยชนะในกลุ่มเนชั่นส์ลีกของพวกเขา

ใครที่ไอร์แลนด์เหนืออาจต้องเผชิญหน้า?

ตอนนี้ไอร์แลนด์เหนือใกล้ที่จะเข้าสู่รอบเพลย์ออฟแล้ว ภาพที่ชัดเจนขึ้นว่าพวกเขาอาจต้องเผชิญหน้ากับใครในเดือนมีนาคม

รองชนะเลิศ 12 ทีมในการแข่งขันรอบคัดเลือกจะเข้าร่วมโดยผู้ชนะกลุ่มเนชั่นส์ลีก 4 ทีม และพวกเขาจะถูกแบ่งออกเป็น 4 เส้นทาง ซึ่งแต่ละเส้นทางจะมีรอบรองชนะเลิศและรอบชิงชนะเลิศ

หาก NI จบอันดับสามในกลุ่มและผ่านเข้ารอบเพลย์ออฟในฐานะผู้ชนะกลุ่มเนชั่นส์ลีก พวกเขาจะถูกจัดอันดับให้อยู่ในโถที่สี่

นั่นหมายถึงรอบรองชนะเลิศกับหนึ่งในทีมโถหนึ่ง

การจัดอันดับจะมาจากอันดับโลกของฟีฟ่าหลังจากจบรอบคัดเลือกแล้ว แต่ ณ ขณะนี้ก่อนถึงช่วงสุดท้าย นั่นจะเป็นหนึ่งในอิตาลี (อันดับ 9 ในการจัดอันดับ), ตุรกี (อันดับ 26), ยูเครน (อันดับ 27) หรือ โปแลนด์ (อันดับ 33)

หากไอร์แลนด์เหนือเอาชนะสโลวะเกียเพื่อจบอันดับสองในกลุ่ม พวกเขามักจะอยู่ในโถสาม ซึ่งหมายถึงรอบรองชนะเลิศเยือนกับทีมโถสอง

ปัจจุบัน นั่นจะเป็นหนึ่งในฮังการี (อันดับ 37 ในการจัดอันดับ), สกอตแลนด์ (อันดับ 38), สาธารณรัฐเช็ก (อันดับ 44) หรือ สโลวะเกีย (อันดับ 46)

รอบชิงชนะเลิศเพลย์ออฟเป็นการจับสลากแบบไม่มีการจัดอันดับ ซึ่งหมายความว่าหากไอร์แลนด์เหนือสามารถผ่านการแข่งขันนัดแรกที่ยากลำบากไปได้ รอบชิงชนะเลิศอาจจัดขึ้นที่วินด์เซอร์พาร์ค

อะไรต่อไปสำหรับไอร์แลนด์เหนือ?

ไอร์แลนด์เหนือปิดฉากแคมเปญด้วยการเดินทางไปสโลวะเกียในวันที่ 14 พฤศจิกายน และกลับบ้านพบกับลักเซมเบิร์กในวันที่ 17 พฤศจิกายน

คุณสามารถชมเกมทั้งสองได้ทาง BBC Two NI, BBC iPlayer และเว็บไซต์และแอป BBC Sport

หากพวกเขาผ่านเข้ารอบเพลย์ออฟ รอบรองชนะเลิศแบบนัดเดียวและรอบชิงชนะเลิศจะมีขึ้นในเดือนมีนาก่อนที่รอบชิงชนะเลิศในสหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และแคนาดาจะเริ่มในเดือนมิถุนายน

ดังนั้นโดยสรุปเเล้ว เส้นทางสู่ฟุตบอลโลกของไอร์แลนด์เหนือยังคงเปิดกว้าง ต้องคอยเชียร์ เเละให้กำลังใจกันต่อไปนะครับ

ที่มา – What do Northern Ireland need to secure World Cup play-off?

ซ้อนแผนจับ “เลขานายก อบต.หัวหว้า” จริงหรือ?

ซ้อนแผนจับ “เลขานายก อบต.หัวหว้า” รีดเงินจริงไหม?

เรื่องราวใหญ่โตเกิดขึ้นเมื่อ “บิ๊กเต่า” นำทีมตำรวจเข้า ซ้อนแผนจับ “เลขานายก อบต.หัวหว้า” ในข้อหารีดเงินจำนวน 6.5 ล้านบาท เพื่อแลกกับการออกใบอนุญาตก่อสร้างโกดัง แม้จะถูกจับพร้อมของกลาง แต่เจ้าตัวยังคงปฏิเสธข้อกล่าวหาอย่างหนักแน่น

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. พร้อมด้วย พ.ต.อ.วนัสชัย ยิ่งยงสมสวัสดิ์ ผกก.2 บก.ปปป และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. ได้ร่วมกันวางแผนเข้าจับกุม ส.อ.จักรพันธ์ อายุ 45 ปี หัวหน้าฝ่ายแบบแผนและก่อสร้าง อบต.หัวหว้า อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ตามหมายจับศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2 ในข้อหาต่างๆ เช่น เป็นเจ้าพนักงานเรียกรับทรัพย์สินโดยมิชอบ และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

นอกจากนี้ ยังมี นายสายันต์ หรือ น้อย อายุ 63 ปี ถูกจับกุมตามหมายจับเดียวกัน ในข้อหาสนับสนุนการกระทำผิดของเจ้าพนักงาน

การจับกุม ส.อ.จักรพันธ์ เกิดขึ้นที่ห้องทำงานของเขาใน อบต.หัวหว้า ในขณะที่ นายสายันต์ ถูกจับกุมที่ร้านกาแฟภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งใน อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี พร้อมของกลางเป็นเงินสดประมาณ 2 ล้านบาท

คดีนี้เริ่มต้นจากเรื่องร้องเรียนของผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างใน อ.ศรีมหาโพธิ ที่ถูก ส.อ.จักรพันธ์ เรียกรับเงินสินบนจำนวน 5 แสนบาท เพื่อแลกกับการออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคารโกดังขนาด 4,000 ตารางเมตร โดยอ้างว่าเป็นเงินที่ต้องนำไปให้นายก อบต.หัวหว้า ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจในการลงนามใบอนุญาต นายสายันต์ ซึ่งอ้างว่าเป็นเลขานายก อบต. เป็นผู้ทำหน้าที่ประสานงานและรับเงินจากผู้ประกอบการ

ต่อมา นายสายันต์ ได้ติดต่อผู้เสียหายอีกครั้ง กดดันให้ว่าจ้างตนเองเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างและถมดินในราคา 6.5 ล้านบาท โดยเสนอว่าจะอำนวยความสะดวกในการออกใบอนุญาต แต่หากไม่ทำตาม จะมีปัญหาต่างๆ ตามมา ส.อ.จักรพันธ์ ยังได้โทรศัพท์มาโน้มน้าวและข่มขู่ให้ผู้เสียหายยอมทำตามข้อเรียกร้องของนายสายันต์

อะไรคือแรงจูงใจในการ ซ้อนแผนจับ “เลขานายก อบต.หัวหว้า”?

ผู้เสียหายเห็นว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงร้องเรียนต่อตำรวจ บก.ปปป. ซึ่งนำไปสู่การขออำนาจศาลออกหมายจับ และวางแผนจับกุม นายสายันต์ ขณะรับมอบเงินจากผู้เสียหาย พร้อมของกลางกว่า 2.5 ล้านบาท ก่อนที่จะขยายผลจับกุม ส.อ.จักรพันธ์ ได้ที่ห้องทำงานของเขา

ในการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ และกำลังดำเนินการขยายผลเพื่อค้นหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมที่บ้านพักและห้องทำงาน

ความสำคัญของคดี “เลขานายก อบต.หัวหว้า”

  • คดีนี้แสดงให้เห็นถึงปัญหาการทุจริตในระดับท้องถิ่น
  • การจับกุมครั้งนี้เป็นผลมาจากการร้องเรียนของผู้ประกอบการที่ได้รับความเดือดร้อน
  • กระบวนการยุติธรรมต้องดำเนินไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

มีการแถลงข่าวชี้แจงรายละเอียดอย่างเป็นทางการอีกครั้งหลังจากนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ และการให้ความสำคัญกับการร้องเรียนของประชาชน เพื่อป้องกันการทุจริตและสร้างสังคมที่โปร่งใสและเป็นธรรมยิ่งขึ้น คดี ซ้อนแผนจับ “เลขานายก อบต.หัวหว้า” ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ควรค่าแก่การพิจารณาและปรับปรุงแก้ไขระบบราชการต่อไป

การที่ผู้ประกอบการกล้าออกมาเปิดเผยเรื่องราวการทุจริตนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นว่าประชาชนมีความตื่นตัวและพร้อมที่จะต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ การสนับสนุนและปกป้องผู้ที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อสร้างสังคมที่ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขและเป็นธรรม

ที่มา – ซ้อนแผนจับ “เลขานายก อบต.หัวหว้า” รีดเงิน 6.5 ล้าน แลกออกใบอนุญาตก่อสร้างโกดัง

“ภราดร” ห่วง! เร่งระบายน้ำ หวั่นเขื่อนภูมิพลเต็ม

สถานการณ์น้ำน่าเป็นห่วง! “ภราดร” เร่งระบายน้ำลงทุ่งสองฝั่ง ป้องกันเขื่อนภูมิพลเต็มความจุ สกัดน้ำเข้ากรุงเทพฯ พร้อมพิจารณามาตรการเยียวยาพื้นที่ประสบภัยซ้ำซาก

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุมบริหารจัดการน้ำเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า สถานการณ์น้ำน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนภูมิพลสูงถึง 90 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ขณะที่การระบายน้ำอยู่ที่ 45-48 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนเพิ่มขึ้นวันละ 40 ล้านลูกบาศก์เมตร หากสถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไป คาดว่าอีกไม่นานเขื่อนภูมิพลจะเต็มความจุ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเพิ่มการระบายน้ำเพื่อป้องกันเขื่อนล้น จากเดิม 45 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน อาจต้องเพิ่มเป็น 50-55 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน

การเพิ่มการระบายน้ำจะส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำปิงและแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้น กรมชลประทานกำลังพิจารณาแนวทางการระบายน้ำเพิ่มเติม โดยมีมาตรการดังนี้:

  • ลดการระบายน้ำจากเขื่อนสิริกิติ์ เนื่องจากปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนไม่มากเท่าเขื่อนภูมิพล จากเดิมระบาย 10 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ลดลงเหลือ 5 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน หรือน้อยกว่านั้น
  • เพิ่มการระบายน้ำออกทางฝั่งตะวันตกและตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อรักษาระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาให้คงที่

พื้นที่รับน้ำทางฝั่งตะวันตกและตะวันออกอาจได้รับผลกระทบบ้าง จึงได้กำชับให้เร่งระบายน้ำเข้าทุ่ง แต่ต้องคำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ และใช้เป็นพื้นที่เก็บน้ำชั่วคราว เมื่อระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาลดลงแล้วจึงค่อยปล่อยน้ำออกจากทุ่ง

“ภราดร” รับสถานการณ์น้ำน่าห่วง เร่งระบายลงทุ่ง 2 ฝั่ง หวั่นเขื่อนภูมิพลเต็มความจุ

กรณีปัญหาความขัดแย้งเรื่องน้ำระหว่างชาวบ้านในจังหวัดอ่างทองและพระนครศรีอยุธยา ได้มีการพูดคุยเพื่อหาแนวทางแก้ไขแล้ว นายกรัฐมนตรีติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเร่งหาแนวทางแก้ไขโดยด่วน รัฐบาลมีมาตรการเยียวยาผู้ประสบภัย โดยก่อนหน้านี้ ครม. ได้อนุมัติงบประมาณส่วนหนึ่งแล้ว และปภ. กำลังสำรวจเพิ่มเติมเพื่ออนุมัติงบประมาณเป็นระยะ เพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว

มาตรการเยียวยาเพิ่มเติมสำหรับผู้ประสบภัยน้ำท่วม

ขณะนี้กำลังพิจารณามาตรการเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบเป็นเวลานาน เช่น ในจังหวัดอ่างทองและพระนครศรีอยุธยา ซึ่งจมอยู่ใต้น้ำเป็นเวลา 2-3 เดือน จะมีมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นแนวทางที่นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญ

ส่วนสถานการณ์น้ำในกรุงเทพฯ นั้น หากไม่เร่งระบายน้ำและหาพื้นที่เก็บน้ำ น้ำจะไหลเข้าสู่กรุงเทพฯ อย่างแน่นอน จึงจำเป็นต้องนำน้ำไปเก็บในระบบชลประทานหรือในทุ่งให้มากที่สุด โดยไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน

สำหรับข้อเสนอของฝ่ายค้านในการพิจารณามาตรการเพิ่มเติม เช่น การดีดบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมซ้ำซากนั้น กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณา โดยเฉพาะในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และอำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง และอีกหลายอำเภอ จะต้องพิจารณาแนวทางการดำเนินการอย่างเหมาะสม

สถานการณ์น้ำท่วมในปีนี้เป็นสิ่งที่ท้าทาย รัฐบาลกำลังพยายามอย่างเต็มที่ในการบริหารจัดการน้ำและช่วยเหลือผู้ประสบภัย เราหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นในเร็ววัน และขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยทุกท่าน

ที่มา – “ภราดร” รับสถานการณ์น้ำน่าห่วง เร่งระบายลงทุ่ง 2 ฝั่ง หวั่นเขื่อนภูมิพลเต็มความจุ

ปฏิวัติวงการลูกหนัง: แฮนด์บอล จุดโทษ VAR จะทำไงดี?

ลองจินตนาการถึงโลกที่คุณสามารถปฏิวัติวงการฟุตบอลได้

แน่นอนว่ามันเป็นแค่ความฝัน เป็นเรื่องสนุกๆ แต่ลองคิดตามไปกับเรา

จะเป็นอย่างไรถ้าคุณมีอำนาจที่จะเปลี่ยนแปลงกฎของเกม และยุติการถกเถียงนับไม่ถ้วนเกี่ยวกับแฮนด์บอล, ล้ำหน้า, ผู้ช่วยผู้ตัดสินวิดีโอ (VAR) หรืออะไรก็ตามที่คุณต้องการ?

ด้วยเหตุนี้ เราจึงถามผู้เล่น นักวิจารณ์ และแม้แต่ผู้ตัดสินว่าฟุตบอลจะเป็นอย่างไร หากเราฉีกกฎทั้งหมดทิ้งและเริ่มต้นใหม่

คิดซะว่ามันเป็นแถลงการณ์สำหรับการปฏิวัติเกมที่พวกเรารัก

นี่คือสิ่งที่เราคิดออกมา…

จุดโทษ: ลงโทษให้เหมาะสมกับความผิด

ลองคิดถึงการสะกิดเล็กน้อยในขณะที่กองหน้ากำลังวิ่งหนีออกจากประตู หรือการตัดสินแฮนด์บอลเมื่อไม่มีโอกาสทำประตูในทันที

ผลลัพธ์? จุดโทษ – และโอกาสในการทำประตูสูงมาก (ตามสถิติ Opta บอกว่า 78%) เมื่อไม่มีโอกาสเกิดขึ้น

ยกตัวอย่างเช่น เป็นเรื่องยุติธรรมหรือไม่ที่เบรนท์ฟอร์ดได้รับโอกาสในการทำประตูสูงเช่นนั้น เมื่อ Virgil van Dijk กองหลังของลิเวอร์พูลสะกิดสตั๊ดของ Dango Ouattara ตรงบริเวณขอบเขต 18 หลาเมื่อเดือนที่แล้ว?

การยิงจาก 12 หลาโดยมีเพียงผู้รักษาประตูเป็นด่านสุดท้ายคือการลงโทษที่ยุติธรรมหรือไม่?

เราได้กำหนดโอกาสในการทำประตูที่ชัดเจนสำหรับการให้ใบแดงแล้ว ดังนั้นเราจึงต้องปรับเปลี่ยนสิ่งนี้ให้เข้ากับโอกาสในการทำประตูทุกประเภทสำหรับจุดโทษ

หากเป็นการฟาวล์ที่ไม่มีผลกระทบต่อการโจมตีที่ชัดเจน ทำไมไม่ให้ฟรีคิก?

สิ่งนี้จะกระตุ้นให้กองหลังดึงคู่ต่อสู้ลงในพื้นที่ที่จุดโทษจะไม่เป็นผลหรือไม่? การกระทำโดยเจตนาหรือการกระทำที่น่าขันยังคงส่งผลให้มีการเตะลูกโทษ

จุดโทษ: ยิงครั้งเดียวจบ – ไม่มีการซ้ำ

ลองจินตนาการว่าเมื่อมีการเซฟจุดโทษหรือโดนไม้และกระดอนกลับเข้ามาในสนาม เกมจะหยุดลงและส่งบอลให้ผู้รักษาประตู

Pierluigi Collina – บางทีอาจเป็นผู้ตัดสินฟุตบอลที่มีชื่อเสียงที่สุดตลอดกาล และปัจจุบันเป็นหัวหน้าคณะกรรมการผู้ตัดสินของ Fifa – เห็นด้วยแล้ว

Collina กล่าวว่าหากทีมที่บุกเสียโอกาสในการทำประตูครั้งใหญ่ ทำไมพวกเขาจึงควรได้รับโอกาสครั้งที่สองหรือสาม?

ในการแข่งขันล่าสุด มีการทำประตูเฉลี่ยต่ำกว่าสามประตูต่อฤดูกาลในสถานการณ์ดังกล่าว ดังนั้นมันสำคัญจริงๆ หรือ?

และเราจะเสี่ยงที่จะสูญเสียช่วงเวลาที่น่าจดจำที่สุดของเกมไปหรือไม่?

ลองนึกถึงประตูในนาทีที่ 119 ของ Chloe Kelly ที่ทำให้อังกฤษเอาชนะอิตาลีในรอบรองชนะเลิศของ Euro 2025 หรือ Xabi Alonso ของลิเวอร์พูลทำประตูได้ในการพยายามครั้งที่สองกับ AC Milan ในการคัมแบ็กที่น่าทึ่งของพวกเขาในครึ่งหลังของรอบชิงชนะเลิศแชมเปียนส์ลีกปี 2005 หรือ Harry Kane ทำประตูชัยให้อังกฤษกับเดนมาร์กใน Euro 2020

หากมีการปรับเปลี่ยนนี้ รูปลักษณ์ของสนามก็อาจเปลี่ยนไปด้วย – เนื่องจาก ‘D’ ที่ขอบเขตโทษเพื่อให้ผู้เล่นอยู่ห่างจากลูกบอล 10 หลาในการเตะลูกโทษจะไม่จำเป็นอีกต่อไป

VAR: นำระบบ Challenge มาใช้

VAR จะได้รับการยอมรับหรือไม่? อาจจะไม่ใช่ในรูปแบบปัจจุบัน แล้วการปรับเปลี่ยนมันเป็นระบบ Challenge ล่ะ?

คุณอาจไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับ Football Video Support (FVS) ของ Fifa ซึ่งกำลังทดลองใช้อยู่ในหลายลีก รวมถึง Liga F ซึ่งเป็นลีกสูงสุดของฟุตบอลหญิงในสเปน

ภายใต้ FVS โค้ชจะได้รับ Challenges สองครั้งต่อเกม เมื่อมีการใช้งาน ผู้ตัดสินในสนามจะไปที่มอนิเตอร์เพื่อดูเหตุการณ์ย้อนหลังและตัดสินใจ ไม่มี VAR คอยพิจารณาฟุตเทจ มีเพียงผู้ควบคุมการเล่นซ้ำเพื่อแสดงเหตุการณ์ให้ผู้ตัดสินดู

Jordan Pickford ผู้รักษาประตูของ Everton และ England ชอบทฤษฎีนี้

Pickford กล่าวว่า “เมื่อมี VAR เข้ามาเกี่ยวข้อง ฉันจะทำเหมือนคริกเก็ต พวกเขามีการตัดสินใจสองครั้ง และกัปตันต้องแน่ใจว่าพวกเขาตรวจสอบในช่วงเวลาที่เหมาะสม ภายในไม่กี่วินาที ฉันคิดว่าสิ่งนั้นจะทำให้ความเร็วของเกมเพิ่มขึ้นและทำให้มันไหลลื่น”

ฟังดูดีไหม? มันมีข้อดี สมมติฐานคือจะมีผลลัพธ์สุดท้ายที่ดีกว่า แม้ว่าการทดลองจะแสดงให้เห็นว่าไม่ใช่เสมอไป และผู้ตัดสินยังคงทำผิดพลาดที่หน้าจอ

Gabby Logan ผู้ดำเนินรายการ Match of the Day คิดว่ามีวิธีอื่นในการทำ

เธอกล่าวว่า “คือการจำกัดเวลาของ VAR เราทุกคนเห็นด้วยว่ามันอยู่ที่นี่เพื่ออยู่ต่อ และมันมักจะทำสิ่งที่ดี แต่เวลาที่ใช้ไปนั้นน่าเบื่อ มันหยุดเกม ผู้คนโกรธกับมัน

ถ้ามันเป็นแค่ 90 วินาที ฉันคิดว่าเราจะแก้ไขปัญหาจำนวนมากได้ เพราะถ้ามันไม่ชัดเจนและชัดเจนใน 90 วินาที แสดงว่ามันไม่ชัดเจนและชัดเจน”

แต่สำหรับ Stephen Warnock อดีตกองหลังของอังกฤษ ทางออกนั้นง่ายกว่า – กำจัด VAR ไปเลย

เขากล่าวว่า “ฉันเบื่อหน่ายกับผู้เล่นที่ไม่ฉลองประตู แฟนๆ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในสนามกีฬา และมีความไม่สอดคล้องกันมากเกินไป และมันขึ้นอยู่กับความผิดพลาดของมนุษย์ซึ่งยังคงเป็นปัญหาใหญ่”

VAR ล้ำหน้า: ยกเลิกเทคโนโลยีระดับจุลทรรศน์

แนวคิดเรื่องล้ำหน้าแตกต่างจากแนวคิดแรกเริ่มในปี 1863 มาก เมื่อ – คล้ายกับรักบี้เล็กน้อย – คุณจะล้ำหน้าหากคุณอยู่หน้าลูกบอล

สามปีหลังจากการเปิดตัว กฎหมายได้เปลี่ยนไปเพื่อพิจารณาตำแหน่งของผู้เล่นแนวรับที่อยู่ใกล้ประตูของตนเองมากที่สุด และมันไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนักตั้งแต่นั้นมา

แต่แนวคิดเริ่มแรกไม่ใช่ว่าผู้เล่นควรถูกลงโทษสำหรับการมีนิ้วเท้าอยู่หน้า ‘เส้นล้ำหน้า’ ใช่ไหม? ท้ายที่สุดคุณมีเพียงการตัดสินของผู้ช่วยเท่านั้น

เราได้รับการบอกกล่าวว่าเทคโนโลยี VAR มีความน่าเชื่อถือเป็นพิเศษ แต่เราอยู่ในมือของ AI และ VAR ที่ต้องยืนยันเฟรมด้วยตนเอง ซึ่งอาจไม่ใช่จุดที่แน่นอนที่ลูกบอลถูกเล่น

แล้วภาพเคลื่อนไหวเหล่านั้นจะสับสนได้อย่างไร?

แล้วการยกเลิกเทคโนโลยีระดับจุลทรรศน์ และเพียงแค่พึ่งพาภาพทีวีที่ไม่มีเส้นหรือกราฟิกสุดเก๋และการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่ล่ะ?

นั่นคือวิธีการที่ทำใน Major League Soccer – ส่วนใหญ่เป็นเพราะปัญหาเกี่ยวกับการกำหนดค่าสนามกีฬาที่แตกต่างกันอย่างมาก

VAR ดูภาพและตัดสินใจว่าผู้ช่วยทำการตัดสินใจผิดพลาดหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้น ผู้ตัดสินจะถูกส่งไปยังจอภาพเพื่อดู กล่าวอีกนัยหนึ่ง MLS จะตัดสินล้ำหน้าในระดับที่ชัดเจนและชัดเจน ไม่ใช่ระดับมิลลิเมตร

บริษัททีวียังคงวาดเส้นของตัวเองหรือไม่? อาจจะใช่ ซึ่งแน่นอนว่าจะหมายความว่าข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการตัดสินล้ำหน้าจะไม่จางหายไป

Anthony Taylor ผู้ตัดสินในพรีเมียร์ลีกมีข้อเสนอที่รุนแรงกว่านั้น

เขากล่าวว่า “หนึ่งในการแข่งขันที่ดีที่สุดที่ฉันตัดสินคือการแข่งขันเจ้าหน้าที่เรือนจำ และเราไม่มีการล้ำหน้าเลย และเรามีประตูมากมายจนเหลือเชื่อ ดังนั้นบางทีการยกเลิกล้ำหน้าอาจเป็นคำตอบ”

แฮนด์บอล: ทำให้มันเหมือนเดิม

หากคุณถามแฟนบอลเกี่ยวกับความหมายของแฮนด์บอลเมื่อทศวรรษที่แล้ว คุณจะได้รับคำตอบง่ายๆ เช่น “บอลโดนมือไม่ใช่จุดโทษ”

ถามคำถามนั้นกับพวกเขาในวันนี้ และพวกเขาอาจไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหน

Alan Shearer อดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษชี้ให้เห็นถึงสำนวนโวหารบางส่วนที่เข้ามาในพจนานุกรมฟุตบอลเกี่ยวกับแฮนด์บอลในขณะที่เขาเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลง

เขากล่าวว่า “ความใกล้ชิด… ตำแหน่งที่ชัดเจน… ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่ชัดเจน… เป็นธรรมชาติ สำหรับฉันมันค่อนข้างง่าย – เป็นแฮนด์บอลโดยเจตนาหรือไม่?”

ความสับสนบางส่วนมาจากการเขียนกฎหมายใหม่ครั้งใหญ่ในปี 2019 เมื่อข้อพิจารณาสำหรับแฮนด์บอลเปลี่ยนจากเพียงสามบรรทัดเป็นทั้งหน้า

ผู้ตัดสินได้รับเหตุผลมากมายในการให้แฮนด์บอล

เป้าหมายคือเพื่อให้ “คำจำกัดความและการตีความที่ชัดเจนและสอดคล้องกันมากขึ้น” สิ่งที่นำมาคือจุดโทษที่สอดคล้องกันมากขึ้น เพราะมีเหตุผลมากมายที่จะให้

คำจำกัดความขนาดเล็กของแฮนด์บอลทำให้ผู้คนต้องเดา ดังนั้นการกลับไปสู่พื้นฐานล่ะ? ให้ผู้ตัดสินตัดสินใจแฮนด์บอลแบบที่เคยทำ – โดยสัญชาตญาณ

หยุดนาฬิกาเมื่อลูกบอลออก

แนวคิดนี้ถูกพูดถึงมาหลายปีแล้ว โดยมีเจตนาว่าหากหยุดนาฬิกา ทีมต่างๆ จะไม่เสียเวลา

แผนอาจเป็นให้แต่ละครึ่งยาวนาน 30 นาที โดยจะหยุดนาฬิกาเมื่อลูกบอลไม่อยู่ในการเล่น นั่นรับประกันเวลาเล่นที่มีประสิทธิภาพ 60 นาที และหมายความว่าแรงจูงใจส่วนใหญ่ในการใช้เวลาที่สำคัญออกจากเกมจะถูกกำจัดออกไป

แฟนๆ จะได้รับมากกว่าเสียไปด้วยซ้ำ โดยเวลาที่ลูกบอลอยู่ในการเล่นโดยเฉลี่ยในฤดูกาลนี้คือ 55 นาที 05 วินาที – ลดลง 114 วินาทีจากฤดูกาลที่แล้ว

มันไม่ใช่กระสุนวิเศษ เพราะทีมที่ต้องการรักษาความได้เปรียบ – หรือยึดเหนี่ยวการเสมอ – ยังสามารถเดินช้าลงเพื่อทำลายโมเมนตัมของฝ่ายตรงข้าม

และถ้านาฬิกาจะหยุด จะใช้เวลานานเท่าใดในการเล่น 60 นาที? ไม่มีรอยเท้าที่ชัดเจนสำหรับการแข่งขัน เกม NFL เฉลี่ย 60 นาทีใช้เวลามากกว่าสามชั่วโมงจึงจะเสร็จสิ้น

แนะนำการขอเวลานอกทางยุทธวิธี

สำหรับสิ่งนี้ เราหันไปหา Ashley Williams อดีตกัปตันทีมชาติเวลส์

เขากล่าวว่า “ฉันจะให้แต่ละทีมอย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อครึ่ง และคุณสามารถใช้มันได้ทุกเมื่อที่คุณต้องการ”

“อาจเป็นก่อนเตะมุม ก่อนฟรีคิก หากมีใครได้รับบาดเจ็บ หากผู้จัดการทีมต้องการติดต่อทีมของตนและเปลี่ยนแปลงบางสิ่งบางอย่าง ฉันจะให้พวกเขาขอเวลานอกเหมือนที่พวกเขาทำในกีฬาอื่นๆ”

แนวโน้มในยุคปัจจุบันดูเหมือนว่าทีมต่างๆ จะรักษา ‘การขอเวลานอก’ อย่างไม่เป็นทางการโดยบอกให้ผู้รักษาประตูลงไปบาดเจ็บ แม้ว่าเราควรชี้ให้เห็น – เพื่อหลีกเลี่ยงข้อสงสัย – ว่าบางครั้งอาการบาดเจ็บของผู้รักษาประตูก็เป็นของแท้!

ในขณะที่นักกายภาพวิ่งเข้ามา ผู้เล่นในสนามทั้งหมดก็มุ่งหน้าไปยังพื้นที่ทางเทคนิคเพื่อพูดคุยกันในทีม เมื่อผู้จัดการทีมได้ส่งข้อความสำคัญของเขาแล้ว ผู้รักษาประตูก็พร้อมที่จะเล่นต่อ

การสอดแทรกเล็กๆ น้อยๆ นี้สามารถเปลี่ยนทิศทางของเกม และส่งผลเสียต่อฝ่ายตรงข้าม ในขณะที่พวกเขามีโอกาสพูดคุยกับผู้จัดการทีมของพวกเขาด้วย แต่บ่อยครั้งก็เป็นกรณีที่พวกเขาไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงอะไรเลย ดังนั้นการพูดคุยในทีมใดๆ จึงมีผลกระทบน้อยกว่า

การขอเวลานอกทางยุทธวิธีที่จัดสรรไว้จะหยุดสิ่งนี้ได้หรือไม่? ในบางกรณี แต่ไม่ใช่ทั้งหมด

แล้วการห้ามผู้เล่นไปที่เส้นข้างเป็นกลุ่มล่ะ? หรือถ้าผู้รักษาประตูต้องการความช่วยเหลือจากนักกายภาพ ทีมของพวกเขาต้องเสนอชื่อผู้เล่นในสนามเพื่อออกไป 30 วินาทีแทน?

นำคะแนนโบนัสมาใช้ – และลงโทษการเสมอ 0-0

Arsene Wenger เมื่อเขาเป็นผู้จัดการทีม Arsenal มักจะพูดถึงการให้คะแนนพิเศษแก่ทีมต่างๆ เพื่อมอบรางวัลการเล่นเกมรุก

มันไม่เคยเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง แม้ว่าเขาจะได้รับใน Emirates Cup ช่วงปรีซีซั่นในฤดูร้อนปี 2009 ที่นั่น สโมสรจะได้รับสามแต้มสำหรับการชนะบวกหนึ่งแต้มพิเศษสำหรับทุกประตูที่ทำได้

Nedum Onuoha อดีตกองหลังของ Manchester City กำลังคิดในทำนองเดียวกัน

เขากล่าวว่า “ฉันชอบแนวคิดเรื่องคะแนนโบนัสสำหรับทุกครั้งที่คุณทำสองประตู แทนที่จะได้แค่สามแต้ม คุณทำสองประตูและนั่นคือสี่แต้ม คุณทำสี่ประตู นั่นคือห้าแต้ม จากมุมมองของการบุก คุณสามารถเริ่มไต่อันดับได้จริงๆ คุณจะเห็นประตูมากขึ้นในลีก ซึ่งหมายความว่าแฟนๆ จะได้รับความบันเทิงมากขึ้น”

มีอีกทางเลือกหนึ่ง

Gerard Pique อดีตกองหลังของ Barcelona และ Manchester United พลิกตรรกะในช่วงต้นปีนี้โดยแนะนำว่าทีมต่างๆ ควรได้รับศูนย์แต้มหากการแข่งขันจบลงด้วยผลเสมอ 0-0

Pique เชื่อว่าเกมที่น่าเบื่อจะระเบิดชีวิตในช่วง 20 นาทีสุดท้ายเพราะผลเสมอ 0-0 จะทำให้ทีมได้รับคะแนนมากพอๆ กับการแพ้ 1-0

เหตุผลค้านคืออาจมีบางครั้งที่เป็นประโยชน์มากกว่าที่จะได้คะแนนเดียวกับฝ่ายตรงข้าม – แม้ว่าจะเป็นศูนย์ – แทนที่จะเสี่ยงและแย่กว่านั้นสามแต้ม

ปล่อยให้ผู้เล่นเตะฟรีคิกเร็วๆ ให้ตัวเอง

พิจารณาสองสถานการณ์นี้: ผู้เล่นกำลังบุกไปข้างหน้าและถูกดึงลงมาด้วยการฟาวล์ทางยุทธวิธี หรือผู้รักษาประตูออกมาจากพื้นที่ของเขาและเตะลูกบอลเข้าไปในฝูงชน

การเล่นมักจะไม่สามารถเริ่มต้นใหม่ได้ทันที เพราะทีมต้องการตั้งค่า แต่จะเป็นอย่างไรถ้าผู้เล่นสามารถเตะฟรีคิก ทุ่ม หรือเตะมุมให้ตัวเองและวิ่งไปกับลูกบอลได้?

มันอาจจะดูแปลกไปหน่อย แต่มันจะทำให้เกมเร็วขึ้นและอาจทำให้มีประตูมากขึ้น

Danny Murphy อดีตกองกลางของอังกฤษกล่าวว่า “มันเป็นข้อได้เปรียบของคุณ คุณมีลูกบอล ดังนั้นทำไมคุณต้องส่งให้คนอื่นเพื่อให้คุณสามารถเริ่มเกมได้อย่างรวดเร็ว?”

Murphy ยังมีข้อเสนอที่รุนแรงกว่า โดยกล่าวว่าหากใครถูกจับได้ว่าโกงหรือพยายามพุ่งล้ม ทีมอื่นควรได้รับจุดโทษโดยอัตโนมัติ

ทำให้ประตูใหญ่ขึ้น

ในปี 1996 Sepp Blatter อดีตประธาน Fifa ต้องการเพิ่มขนาดประตูฟุตบอล 50 ซม. ในความกว้างและ 25 ซม. ในความสูง แต่ได้รับการสนับสนุนไม่เพียงพอ

ถึงเวลาที่จะมองอีกครั้งหรือไม่?

ขนาดของประตู – กว้าง 24 ฟุตและสูง 8 ฟุต – ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมา 150 ปีแล้ว

แต่ความสูงเฉลี่ยของผู้คนเพิ่มขึ้นในช่วงเวลานั้น ซึ่งจะบ่งบอกว่าตอนนี้ผู้รักษาประตูมีความได้เปรียบ

มีสองด้านของเรื่องนี้

ในปี 1875 ลูกฟุตบอลทำจากหนังเย็บด้วยมือ มักจะมีน้ำหนักมากเมื่อฝนตก วันนี้มีน้ำหนักเบาและทำจากหนังสังเคราะห์และออกแบบมาเพื่อช่วยในการเคลื่อนที่ผ่านอากาศ

ผู้รักษาประตูจะโต้แย้งว่าความได้เปรียบใดๆ ที่พวกเขามีนั้นเทียบเท่ากับการพัฒนาของลูกบอลและสมรรถภาพทางกายของผู้เล่นในสนามเท่านั้น ผู้เล่นเกมรุกต้องการประตูที่จะเล็งมากขึ้นจริงๆ หรือ?

ปฏิวัติวงการลูกหนัง: แฮนด์บอล จุดโทษ VAR จะทำไงดี?

การปฏิวัติวงการลูกหนังเป็นเรื่องที่น่าสนใจและมีการถกเถียงกันอย่างต่อเนื่อง การเปลี่ยนแปลงกฎกติกาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแฮนด์บอล จุดโทษ หรือ VAR ล้วนมีผลกระทบต่อเกมการแข่งขันอย่างมาก การหาจุดสมดุลที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้ฟุตบอลยังคงเป็นเกมที่สนุกและยุติธรรมสำหรับทุกฝ่าย หากคุณมีไอเดียอื่นๆ เกี่ยวกับการ ปฏิวัติวงการลูกหนัง: แฮนด์บอล จุดโทษ VAR จะทำไงดี? อย่าลืมแชร์กันได้เลย

ที่มา – Reinventing Football – what do we do with handball, penalties and VAR?

ในหลวง-ราชินี เสด็จจีน: หมุดหมายมิตรภาพไทย-จีน

นาย จาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยเผย การเสด็จพระราชดำเนินเยือนจีนอย่างเป็นทางการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ ถือเป็นหมุดหมายประวัติศาสตร์สำคัญในรอบ 50 ปี

นาย จาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยเขียนบทความเกี่ยวกับการเสด็จเยือนจีนของ ในหลวง-ราชินี อย่างเป็นทางการของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ระหว่างวันที่ 13-17 พฤศจิกายน ค.ศ. 2025 ตามคำเชิญของนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งนับเป็นการเสด็จเยือนจีนของ ในหลวง-ราชินี ครั้งแรกของพระมหากษัตริย์ไทยในรอบ 50 ปี นับตั้งแต่การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ การเยือนครั้งนี้ถือเป็นการเยือนประเทศมหาอำนาจอย่างเป็นทางการครั้งแรกของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว สะท้อนชัดว่าผู้นำสูงสุดของไทยให้ความสำคัญอย่างมากต่อการพัฒนาความสัมพันธ์จีน-ไทย

นายเจี้ยนเว่ย ระบุว่าความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศนำไปสู่การพัฒนาความสัมพันธ์จีน-ไทยที่แข็งแกร่งและมั่นคง ราชวงศ์ไทยทรงสนับสนุนความสัมพันธ์จีน-ไทยมาโดยตลอด นับตั้งแต่การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อปี ค.ศ. 1975 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ผู้นำจีนหลายท่านเข้าเฝ้าฯ เช่น เติ้ง เสี่ยวผิง, เจียง เจ๋อหมิน, หลี่ เผิง, หู จิ่นเทา และเวิน เจียบา เป็นต้น ในปี ค.ศ. 1978 รองนายกรัฐมนตรีจีน เติ้ง เสี่ยวผิง ได้เยือนประเทศไทย และได้เข้าร่วมพระราชพิธีทรงผนวชในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ผู้นำสูงสุดของทั้งสองประเทศให้ความสำคัญอย่างมากกับการพัฒนาสัมพันธ์จีน-ไทย

ในปี ค.ศ. 2000 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีได้เสด็จแทนพระองค์เยือนประเทศจีนอย่างเป็นทางการ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีน-ไทย และในระหว่างปี ค.ศ. 1987 ถึง 1998 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ได้เสด็จเยือนจีนถึง 4 ครั้ง โดยได้พบกับผู้นำจีนหลายท่าน และเสด็จพระราชดำเนินเยือนกว่า 10 มณฑล เมืองและเขตปกครองตนเองในประเทศจีน อาทิ ปักกิ่ง, เซี่ยงไฮ้, เจียงซู, ซินเจียง, และซึจั้ง เป็นต้น นอกจากนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ยังได้เสด็จเยือนจีนมาแล้วกว่า 50 ครั้ง และทรงเป็นมิตรที่ใกล้ชิดของจีนและเป็นทูตสันถวไมตรีที่โดดเด่นระหว่างจีน-ไทย ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้ถวายเครื่องอิสริยาภรณ์ รัฐมิตรภรณ์ แด่กรมสมเด็จพระเทพ ฯ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ได้เสด็จเยือนจีนหลายครั้งเพื่อจัดคอนเสิร์ต “สายสัมพันธ์สองแผ่นดิน” พร้อมทรงบรรเลงกู่เจิงด้วยพระองค์เอง อีกทั้งทรงมุ่งมั่นทุ่มเทเพื่อส่งเสริมความร่วมมือจีน-ไทยในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และอื่น ๆ พระบรมวงศานุวงศ์ไทยทรงมีไมตรีจิตอันจริงใจและทรงปฏิบัติอย่างแข็งขัน เพื่อเสริมสร้างความไว้วางใจเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสองประเทศให้มั่นคงยิ่งขึ้น และส่งเสริมความผูกพันระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ

ผู้นำทั้งสองประเทศได้ร่วมกันขับเคลื่อนความสัมพันธ์ระหว่างกันให้เจริญก้าวหน้า โดยในปี ค.ศ. 2011 ฯพณฯ สี จิ้นผิงซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีจีน ได้เยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ และในปี ค.ศ. 2012 จีนและไทยได้ประกาศความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างครอบคลุม ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงขึ้นครองราชย์ในปี ค.ศ. 2016 และในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในปี ค.ศ. 2019 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงได้ส่งสาส์นถวายพระพร และแสดงความตั้งใจที่จะร่วมมือกับพัฒนาความสัมพันธ์จีน-ไทยให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น ในปี ค.ศ. 2022 ประธานาธิบดี สี จิ้นผิงได้เยือนประเทศไทยครั้งประวัติศาสตร์ และได้รับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่จากพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี

ผู้นำทั้งสองประเทศได้ร่วมกันผลักดันความสัมพันธ์จีน-ไทยให้เข้าสู่ระดับใหม่ของประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันเพื่อนำไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนยิ่งขึ้น และเพื่อเป็นเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีน-ไทย และ “50 ปีทองแห่งมิตรภาพจีน-ไทย” พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี ได้เสด็จฯ ร่วมกิจกรรมเฉลิมฉลองที่สำคัญระหว่างจีนไทยตั้งแต่ปี ค.ศ. 2024 อาทิ การแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งจีน-ไทย และพิธีอัญเชิญพระเขี้ยวแก้วจากวัดหลิงกวง กรุงปักกิ่ง มาประดิษฐานในประเทศไทย เป็นต้น และด้วยการสนับสนุนอย่างมั่นคงของพระบรมวงศานุวงศ์ไทยต่อมิตรภาพจีน–ไทย ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศพัฒนาในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง คำว่า “จีน-ไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” จึงยิ่งฝังแน่นอยู่ในหัวใจของประชาชนทั้งสองปะเทศ

ด้วยการวางยุทธศาสตร์และการขับเคลื่อนร่วมกันของผู้นำทั้งสองประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและไทยจึงสามารถพัฒนาอย่างมั่นคงและยั่งยืนได้อย่างต่อเนื่อง เดือนตุลาคมปีนี้ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชสาส์นแสดงความยินดีต่อประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เนื่องในโอกาสครบรอบ 76 ปีแห่งการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยได้แสดงพระราชประสงค์ว่า ภายใต้จุดเริ่มต้นใหม่ของประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ไทย–จีน ไทยมีความยินดีที่จะร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับฝ่ายจีน เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในทุกสาขาให้ลึกซึ้งและเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้กล่าวในการพบปะกับนายกรัฐมนตรีไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อไม่นานมานี้ว่า จีนและไทยเป็นเพื่อนบ้านที่ดี มิตรที่ดี ญาติที่ดี และหุ้นส่วนที่ดี ทั้งสองประเทศมีการแลกเปลี่ยนกันอย่างใกล้ชิดดุจครอบครัวเดียวกัน เมื่อยืนอยู่บนจุดเริ่มต้นใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ทั้งสองฝ่ายควรสืบสานสิ่งดีงามในอดีตและสร้างสรรค์อนาคต ร่วมกันผลักดันการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันระหว่างจีน–ไทยให้ลึกซึ้งและมั่นคงยิ่งขึ้น ส่งเสริมกระบวนการสร้างความทันสมัยของกันและกัน และมีส่วนร่วมในการสร้างสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาคให้มากยิ่งขึ้น

เสด็จเยือนจีนของ ในหลวง-ราชินี คือหมุดหมายสำคัญแห่งมิตรภาพจีน–ไทย

ปัจจุบัน รัฐบาลและประชาชนจีนต่างตั้งตารอการเสด็จเยือนจีนของ ในหลวง-ราชินี การเสด็จพระราชดำเนินเยือนครั้งนี้ไม่เพียงเป็นเหตุการณ์สำคัญทางการทูตเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและไทย จีนมุ่งหวังว่าการเยือนครั้งนี้จะช่วยผลักดันให้การสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันระหว่างจีน–ไทยเกิดผลลัพธ์ที่อุดมสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพื่อสืบสานมิตรภาพอันดีของสองประเทศและเปิดหน้าใหม่ของประวัติศาสตร์ พร้อมผลักดันความสัมพันธ์จีน–ไทยสู่ 50 ปีถัดไปที่รุ่งเรืองยิ่งขึ้น.

ความสำคัญของการเสด็จเยือนจีนของ ในหลวง-ราชินี

การเสด็จพระราชดำเนินเยือนจีนครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการกระชับความสัมพันธ์และสร้างอนาคตที่รุ่งเรืองร่วมกันระหว่างประเทศไทยและจีน

ที่มา – เอกอัครราชทูตจีนย้ำ การเสด็จเยือนจีนของ ในหลวง-ราชินี คือหมุดหมายสำคัญแห่งมิตรภาพจีน–ไทย