วัน: 21 พฤศจิกายน 2025

แฉ! _จากปากอดีตผู้ต้องขัง อ้างนักโทษจีน VIP มีสิทธิพิเศษเพียบ_

เรื่องราวสุดฉาวในเรือนจำยังคงเป็นที่จับตามอง เมื่ออดีตผู้ต้องขังรายหนึ่งออกมาแฉถึงพฤติกรรมของนักโทษจีน VIP ที่มีอิทธิพลและสิทธิพิเศษเหนือใคร ชี้พิกัดมุมอับแซ่บที่อาจเกิดขึ้นจริงภายในเรือนจำ

จากกรณีอื้อฉาวที่เกิดขึ้นกับการเอื้อประโยชน์ให้กับนักโทษทุนจีนและการนำนางแบบชาวต่างชาติเข้าไปในเรือนจำ ทำให้สังคมตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน ล่าสุด ทีมข่าวได้สัมภาษณ์นายภีมพงษ์ อดีตผู้ต้องขังวัย 41 ปี ที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจเกี่ยวกับสิทธิพิเศษของนักโทษจีน VIP ภายในเรือนจำ

จากปากอดีตผู้ต้องขัง อ้างนักโทษจีน VIP มีสิทธิพิเศษเพียบ

นายภีมพงษ์ เล่าว่า ในสมัยที่เขาอยู่ในเรือนจำ นักโทษชาวจีนส่วนใหญ่จะมีอิทธิพลทางด้านการเงินอย่างมาก พวกเขาไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องนักเลง แต่จะใช้อิทธิพลทางการเงินเพื่อเข้าถึงเจ้าหน้าที่ผู้คุมได้ง่าย ซึ่งสิ่งที่นักโทษจีนมีและแตกต่างจากนักโทษคนอื่น ๆ คือเรื่องโทรศัพท์มือถือ ไมโครเวฟ และเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับนักโทษชาวไทยทั่วไป โดยจะมีเจ้าหน้าที่ลักลอบนำเข้ามาให้ใช้งาน

“เมื่อมีการตรวจค้นจากทางเรือนจำ เจ้าหน้าที่ก็จะรู้กันว่าห้องผู้ต้องขังชาวจีนจะไม่เข้าไปตรวจค้น แต่ถ้าเป็นการตรวจค้นจากเจ้าหน้าที่ส่วนกลาง ก็จะมีเจ้าหน้าที่ในเรือนจำแอบไปบอกนักโทษก่อน เพื่อให้เก็บสิ่งของ” นายภีมพงษ์กล่าว

นอกจากนี้ เขายังกล่าวอีกว่า นักโทษทุนจีนจะได้รับการดูแลที่ดีกว่านักโทษชาวไทย เพราะพวกเขามีเงินมากกว่า เวลาเยี่ยมญาติก็อาจจะได้เวลานานกว่าคนไทย และเมื่อนำสิ่งของต่าง ๆ เข้าไปในเรือนจำ ก็จะใช้กันอยู่ในกลุ่มของตัวเองเท่านั้น

มุมอับแซ่บในเรือนจำ: เรื่องจริงหรือแค่ข่าวลือ?

สำหรับประเด็นเรื่องการนำนางแบบเข้ามาในเรือนจำนั้น นายภีมพงษ์กล่าวว่า เรื่องนี้มีมานานแล้ว แต่ในกรณีนี้มีการนำพาเข้าไปถึงภายในเรือนจำ ซึ่งในสมัยก่อนนักโทษจะไปเจอกับผู้หญิงได้เมื่อเวลาเดินทางไปศาล หรือออกไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลด้านนอกเรือนจำ

ส่วนกรณีที่มีข่าวลือว่ามีการนำผู้หญิงเข้าไปถึงห้อง ผบ.เรือนจำนั้น นายภีมพงษ์ อธิบายว่า ไม่น่าจะเป็นไปได้ เนื่องจากห้อง ผบ.เรือนจำจะอยู่บริเวณด้านนอก แต่อาจจะเป็นห้องลับระหว่างประตูเรือนจำไปถึงบริเวณภายในเรือนจำ ซึ่งอาจเป็นห้องของเจ้าหน้าที่ หรือมุมใต้บันได

“เรื่องแบบนี้คนทำมันใช้เวลาไม่เยอะ สามารถปล่อยผู้หญิงเข้าไปและเจ้าหน้าที่ดูอยู่ด้านนอก” นายภีมพงษ์กล่าว

เขายังเสริมอีกว่า เจ้าหน้าที่ที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องนั้น คงต้องการใช้เงิน เพราะเป็นจำนวนเงินที่เยอะและไม่ต้องทำอะไรมากมาย แค่ใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์เล็กน้อย ซึ่งจะมีการจ่ายให้เจ้าหน้าที่เป็นรายเดือน และจะมีการมอบเงินตามวันสำคัญต่าง ๆ ของเจ้าหน้าที่คนนั้น

นายภีมพงษ์ยังตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมเจ้าหน้าที่ส่วนกลางถึงรู้ว่าต้องไปจู่โจมในวันที่นางแบบเข้ามา แสดงว่าอาจจะมีนักโทษหรือผู้คุมที่เสียผลประโยชน์เป็นคนแจ้งเบาะแส

เรื่องราวที่นายภีมพงษ์เปิดเผยนี้ สร้างความตกตะลึงให้กับสังคมเป็นอย่างมาก และทำให้เกิดคำถามตามมามากมายว่า ความจริงแล้ว สิทธิพิเศษของนักโทษจีน VIP มีมากน้อยแค่ไหน และใครคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังการเอื้อประโยชน์เหล่านี้? การเปิดโปงเรื่องราวเหล่านี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระบบเรือนจำของประเทศไทย เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมอย่างแท้จริง _จากปากอดีตผู้ต้องขัง อ้างนักโทษจีน VIP มีสิทธิพิเศษเพียบ_ นี้เป็นเสียงสะท้อนที่สำคัญที่เราไม่ควรมองข้าม

สิ่งที่อดีตผู้ต้องขังท่านนี้ให้ข้อมูล เป็นเรื่องที่น่าพิจารณาอย่างยิ่งถึงปัญหาที่ฝังรากลึกในระบบราชทัณฑ์ไทย การตรวจสอบอย่างละเอียดและการแก้ไขอย่างจริงจังเท่านั้นที่จะทำให้เรามั่นใจได้ว่าทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันภายใต้กฎหมาย

ที่มา – จากปากอดีตผู้ต้องขัง อ้างนักโทษจีน VIP มีสิทธิพิเศษเพียบ ชี้พิกัดมุมอับแซ่บได้

พรรคการเมืองดัน กฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติในสังคมไทย

ตัวแทนพรรคการเมืองประสานเสียงดันกฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติในสังคมไทย แนะใช้กลไกสำนักงานยุติธรรมจังหวัดผนึกภาคประชาชนร่วมขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม 

วันที่ 21 พ.ย.2568 ที่กระทรวงยุติธรรม  สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) เครือข่ายประชาชนขจัดการเลือกปฏิบัติ (MovED) จัดเวทีสาธารณะ “เห็นคุณค่าทุกชีวิต เดินหน้ากับ (ร่าง) พระราชบัญญัติขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลพ.ศ. …” เพื่อสร้างความเข้าใจ และความร่วมมือในการนำกฎหมายไปใช้เป็นเครื่องมือสร้างสังคมที่เท่าเทียมอย่างเป็นรูปธรรม

พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า สืบเนื่องจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มุ่งคุ้มครองสิทธิเสรีภาพลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนประกอบกับรัฐบาลมีเจตนารมณ์ และความมุ่งมั่นในการส่งเสริมคุ้มครองสิทธิมนุษยชนโดยไม่เลือกปฏิบัติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนานาประเทศและคำนึงถึงหลักปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ดังนั้นกระทรวงยุติธรรม โดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ จึงได้เล็งเห็นความสำคัญในด้านดังกล่าว โดยเสนอร่างพระราชบัญญัติขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล พ.ศ. … เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาผลักดันเป็นกฎหมายขับเคลื่อนสังคมที่เท่าเทียม และขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล ขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวอยู่ระหว่างกระบวนการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย การจัดเวทีสาธารณะครั้งนี้จึงเป็นโอกาสดีที่ทุกภาคส่วน จะได้ร่วมกันสื่อสารขับเคลื่อนการขจัดการเลือกปฏิบัติ ลดการละเมิดสิทธิมนุษยชน อย่างเป็นรูปธรรมในการแก้ปัญหาต่อไป

ดันกฎหมายขจัดเลือกปฏิบัติ

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สสส. สนับสนุนงานวิจัยของคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมูลนิธิสถาบันศึกษาเมือง เพื่อทำความเข้าใจมิติของอคติในสังคมไทย พบว่า กลุ่มคนไร้บ้าน เผชิญอคติสูงสุดในทุกมิติ ทั้งการถูกเหมารวมในเชิงลบ การถูกมองด้วยความไม่ไว้วางใจ ส่วนกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ หรือ LGBTQIAN+ ต้องเผชิญกับการเลือกปฏิบัติและเกิดจากการตีตราด้านอัตลักษณ์ทางเพศสูงกว่าประชากรทั่วไป ขณะที่กลุ่มคนพิการ ถูกมองด้วยความสงสาร หรือในทางกลับกันคือชื่นชมเกินจริง ส่วนกลุ่มประชากรข้ามชาติถูกมองเป็นเพียงแรงงาน มากกว่าที่จะเห็นคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน ดังนั้นการผลักดันกฎหมายจึงเป็นหลักประกันสิทธิให้กับคนทุกคน โดยเฉพาะ “ร่าง พ.ร.บ.ขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลฯ” ฉบับภาคประชาชน ที่มุ่งดำเนินงานแก้ไขปัญหาการตีตราและเลือกปฏิบัติแบบเชิงรุก ที่มีการเสนอให้จัดตั้งองค์กรอิสระขึ้นมาขับเคลื่อนการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างสังคมที่มีสุขภาวะ เพราะสิทธิมนุษยชนไม่ใช่สิทธิพิเศษของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นของทุกคนอย่างแท้จริง

เวทีสาธารณะผ่าทางตัน

จากนั้นได้จัดเวทีสาธารณะ “เห็นคุณค่าทุกชีวิต เดินหน้ากับ (ร่าง) พระราชบัญญัติขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลพ.ศ. …” พร้อมเสวนาหัวข้อ “ผ่าทางตันการเลือกปฏิบัติในประเทศไทย : ทิศทาง/นโยบายและการผลักดันกฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล” จากตัวแทนพรรคการเมือง

นายกัณวีร์ สืบแสง ผู้แทนพรรคเป็นธรรม กล่าวว่า การเลือกปฏิบัติต้องไม่มีคำว่าเป็นธรรมหรือไม่เป็นธรรม เพราะการเลือกปฏิบัติไม่ควรมีในโลกใบนี้ ความหลากหลายคือความสวยและสร้างเอกภาพให้โลกได้ ทั้งนี้ตนมองว่า ปัญหาของการเลือกปฏิบัติมี 1. โครงสร้าง ทัศนคติ วัฒนธรรม 2. ระบบการบริการภาครัฐ ยังไม่ครอบคลุมทุกกลุ่ม และ 3. มาตรการเข้าไปช่วยเหลือ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาการทำกฎหมายมักมองเรื่องของการลงโทษ แต่ไม่มองเรื่องการป้องกัน เยียวยา ประกอบกับไม่มีกฎหมายกลางที่จะมาลิ้งค์กฎหมายที่มีอยู่ให้สามารถทำงานร่วมกันได้ ทำให้กฎหมายไม่ว่าจะดีแค่ไหน แต่ยังไม่สามารถแก้ได้ 100% ดังนั้นสำหรับร่างกฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัตินี้ ซึ่งคิดว่าคงเสนอไม่ทันสภานี้ จึงขอฝากไว้กับรัฐบาลหน้าในการขับเคลื่อนต่อ

ไม่ทันสภาฯชุดนี้

นายกฤช เอื้อวงศ์ ที่ปรึกษากฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในสมัยพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลมีการผลักดันร่างกฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติฯ ซึ่งมีหลายฉบับโดยหยิบเอาข้อดีของแต่ละพรรคมาทำ พยายามให้มีกลไกขจัดปัญหาการเลือกปฏิบัติ ปัญหามีมาก เช่น ความคุ้นชินของสังคม ภาครัฐ ปัญหาข้อจำกัดของกฎหมายที่ไปขัดกับรัฐธรรมนูญ ออกมาเป็นกฎหมายกลาง แล้วปรับแก้กฎหมายอื่น แต่ก็มีการเปลี่ยนรัฐบาลก่อน อย่างไรก็ตาม ถึงตอนนี้ก็ยังต้องร่วมกันผลักดันต่อ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาความคุ้นชินของคน การแก้ปัญหาข้อขัดแย้งเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติผ่านชั้นอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง หากไม่มีการปฏิบัติตามแล้วค่อยไปถึงศาล แต่คิดว่าร่างกฎหมายนี้ไม่น่าจะเสนอเข้าสภาได้ทันรัฐบาลนี้ เพราะทราบจากกระทรวงยุติธรรมว่ายังไม่ได้เสนอเข้าครม. แต่อย่างน้อยวันนี้ทุกภาคส่วนเห็นตรงกันว่าต้องมีกฎหมาย และเชื่อสมัยหน้าจะถูกหยิบยกเป็นเรื่องเร่งด่วน และหากเพื่อไทยมีโอกาสเราก็จะผลักดันเต็มกำลังความสามารถ

เสนอใช้ยุติธรรมจังหวัดดูแล

นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ พรรคประชาชน กล่าวว่า การเลือกปฏิบัติเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนแน่นอน ทั้งนี้ตนมองว่าร่างกฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัตินั้นมีโครงสร้างกฎหมายคล้ายกับพ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ ซึ่งตนยังติดใจเรื่องของการวินิจฉัยที่ยังต้องไปจบที่ชั้นศาล และมองว่าการให้ตั้งหน่วยงานส่วนกลางในกทม. เพียงหน่วยเดียวนี้ ไม่สามารถขจัดการเลือกปฏิบัติได้ทั่วประเทศได้ ดังนั้นจึงมีข้อเสนอให้ใช้กลไกที่มีอยู่เดิม โดยไปแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายของกระทรวงยุติธรรม เพื่อใช้สำนักงานยุติธรรมจังหวัดที่มีอยู่ทุกจังหวัดในการเข้ามาดูแลปัญหาในระดับพื้นที่โดยดึงภาคประชาชนที่มีความรู้เข้ามาร่วมทำงานทั้งการวินิจฉัย และสร้างความรู้ และช่วยเหลือผู้ถูกเลือกปฏิบัติให้รู้ว่าต้องรวบรวมข้อมูลเพื่อนำสู่การคดีได้อย่างไร ส่วนเรื่องงบประมาณซึ่งกระทรวงยุติธรรมมีการเสนอของบจากสำนักงบประมาณเพื่อทำเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน ก็ขอให้เพิ่มการใช้งบเพื่อการแก้ปัญหาการเลือกปฏิบัติเข้าไปด้วย

ปชป. มีนโยบายเรื่องนี้แล้ว

นายราเมศ รัตนเชวง รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การเลือกปฏิบัตินั้นปัญหาตั้งแต่ผู้ปฏิบัติในหน่วยงานรัฐ ประชาชน แม้กระทั่งพรรคการเมือง นักการเมืองไปหาเสียงในจังหวัดหนึ่ง บอกว่าหากเลือกตนเองจะพัฒนาจังหวัดนั้น นี่ก็ถือว่าเป็นการเลือกปฏิบัติเช่นเดียวกัน ดังนั้นทางแก้ปัญหาในส่วนของการให้ความรู้กับประชาชนนั้นต้องทำในทุกกลุ่ม ทุกวัย ตลอดจนการมีกฎหมายเข้ามาดูแล ซึ่งจริงๆ ตนมองว่าควรจะเริ่มด้วยการแก้ไขที่รัฐธรรมนูญซึ่งกฎหมายใหญ่ ให้องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ที่มาจากการสรรหา เหมือนองค์กรอิสระอื่นๆ ที่จะมาวินิจฉัยว่า นาย ก. ทำกับนาย ข. เป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่ มีโทษอย่างไร เมื่อแก้รัฐธรรมนูญแล้วกฎหมายประกอบอื่นก็ตามมา นี่คือเรื่องสำคัญเพราะการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อนักการเมืองยังทำได้ กับเรื่องนี้ก็ควรคิดถึงด้วยเพราะเป็นเรื่องสำคัญกับประชาชน นี่คือเรื่องของสุขภาวะอย่างที่ สสส. กล่าว การเลือกปฏิบัติทำให้เกิดการบาดเจ็บทางใจ อย่างไรก็ตาม มองว่าร่างรัฐธรรมนูญคงไม่เสร็จในรัฐบาลนี้ แต่พรรคประชาธิปัตย์ก็จะเตรียมการสิ่งเหล่านี้ไว้ ซึ่งเรามีนโยบายเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนอยู่แล้ว

ผลักดันร่างกฎหมายคุ้มครอง

นายสุนทร ผู้แทนเครือข่ายมูฟดิ กล่าวว่า การเลือกปฏิบัติมีทุกที่ เริ่มตั้งแต่การกำหนดนโยบาย จนถึงการปฏิบัติการ ซึ่งเกิดจากทัศนคติ มุมมองที่ฝังรากลึกในแต่ละคนมานาน การเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นจึงต้องเริ่มจากตนเองโดยมองคนที่หลากหลายเป็นมนุษย์ แล้วมุ่งที่จุดแข็งของความแตกต่างนั้นมาประกอบกันเป็นกำแพงพิทักษ์สิทธิคนที่มีความหลากหลายแตกต่างกัน ทั้งนี้เราต่อสู้เรื่องนี้มานาน หากมองคนอย่างเสมอภาคก็จะทำให้เกิดการเท่าเทียมกัน จึงจำเป็นต้องมีกฎหมายจำกัดกรอบการกระทำต่อกันและกัน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่จะผลักดันและเรียกร้องต่อคือ 1.สนับสนุนกรมคุ้มครองสิทธิเสนอร่างกฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติเข้าครม. และเสนอเข้าสภา ถึงแม้ไม่ทันในรัฐบาลนี้ แต่ก็เป็นเชื้อให้กับรัฐบาลหน้า 2. พรรคการเมืองรับปากทำเป็นนโยบายในการเลือกตั้ง และจัดเป็นนโยบายเร่งด่วน ซึ่งไม่ใช่ประชานิยม แต่เป็นไปตามหลักกฎหมาย ส่วนเราจะสู้จนกว่าจะมีกฎหมายออกมา

กฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติในสังคมไทย สำคัญอย่างไร?

การผลักดันกฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติในสังคมไทย ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างสังคมที่เสมอภาคและเป็นธรรมสำหรับทุกคน การมีกฎหมายที่ชัดเจนจะช่วยลดการเลือกปฏิบัติและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนอย่างยั่งยืน

ทำไมต้องมีกฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติในสังคมไทย

กฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติในสังคมไทยมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยคุ้มครองสิทธิของบุคคลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพศ เชื้อชาติ ศาสนา หรือสถานะทางสังคม การมีกฎหมายนี้จะช่วยสร้างความตระหนักรู้และลดอคติในสังคม

หลายภาคส่วนกำลังร่วมมือกันผลักดัน กฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติในสังคมไทย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมอย่างแท้จริงในทุกระดับชั้นของสังคม มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนกฎหมายนี้ไปด้วยกัน

ที่มา – ตัวแทนพรรคการเมืองประสานเสียงดันกฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติในสังคมไทย

รมว.ยุติธรรม สั่งสอบ คดีนางแบบจีนบำเรอกามนักโทษ

รมว.ยุติธรรมลั่น “รับไม่ได้” สั่งดีเอสไอลุยตรวจสอบคดีนางแบบจีนบำเรอกามนักโทษเรือนจำ พบเจ้าหน้าที่เอี่ยว 6–7 ราย กล้องวงจรปิดถูกลบไปแล้วแต่กู้คืนได้บางส่วน สั่งจัดระเบียบนักโทษ VIP ทุกเรือนจำ

วันที่ 21 พ.ย. 2568 วันนี้ที่กระทรวงยุติธรรม พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิดโครงการเวทีสาธารณะ “เห็นคุณค่าทุกชีวิต เดินหน้ากับร่างพระราชบัญญัติขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล พ.ศ. ….” หลังพิธีเปิดงาน ผู้สื่อข่าวสอบถามรัฐมนตรีฯ ถึงกรณีกรมราชทัณฑ์มีคำสั่งย้ายผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ภายหลังพบพฤติการณ์เอื้อประโยชน์ให้ผู้ต้องขังชาวจีน พล.ต.ท.รุทธพลระบุว่า ตั้งแต่รับราชการจนเกษียณไม่เคยเห็นเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน และยอมรับไม่ได้อย่างยิ่ง เพราะเป็นการบ่อนทำลายกระบวนการยุติธรรมของประเทศ พร้อมเชื่อว่าประชาชนก็ไม่อาจยอมรับเรื่องนี้เช่นกัน

ยันดำเนินคดีอาญาและวินัยทุกคน

รมว.ยุติธรรม กล่าวด้วยว่า ตนได้รับรายงานเบื้องต้นด้วยวาจาตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ก่อนที่อธิบดีกรมราชทัณฑ์จะสั่งตรวจค้นและโยกย้ายผู้บัญชาการเรือนจำทันที โดยรายละเอียดที่ได้รับรายงานก็เป็นไปตามที่เป็นข่าว พร้อมสั่งการให้อธิบดีและคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจัดทำรายงานสรุป เพื่อนำเสนอในการประชุมช่วงบ่ายวันนี้ที่กระทรวงยุติธรรม  ยืนยันกระทรวงจะดำเนินการตรวจสอบอย่างเต็มที่ ทั้งพยานหลักฐานและข้อเท็จจริง พร้อมเร่งรัดดำเนินคดีทั้งทางอาญาและทางวินัยกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง ไม่มีปล่อยผ่าน และหากจำเป็นจะตรวจสอบย้อนหลังการปฏิบัติงานของผู้บัญชาการเรือนจำคนดังกล่าวอย่างครอบคลุม

ปรนเปรอกามนักโทษ เรื่องจริง

ในส่วนของข้อมูลที่ปรากฏในข่าว ทั้งเรื่อง “ห้องใต้บันได”, ถุงยางอนามัย และการนำหญิงสาวเข้าไปให้บริการผู้ต้องขังชาวจีน รัฐมนตรีระบุว่า จากรายงานเบื้องต้นเป็นเรื่องจริง แต่ต้องตรวจสอบพยานหลักฐานให้ละเอียดอีกครั้ง เพื่อแก้ไขในส่วนที่จำเป็น และจะใช้โอกาสนี้ปรับปรุงระบบเรือนจำของไทยทั้งระบบเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำ

สอบสวนนางแบบจีน

ต่อมา พล.ต.ท.รุทธพล เปิดเผยหลังการประชุมร่วมกับปลัดกระทรวงยุติธรรม รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีนางแบบหญิงต่างชาติเข้าไปในเขตราชทัณฑ์ โดยระบุว่าคณะกรรมการได้สอบสวนไปแล้วบางส่วน ทั้งในประเด็นการเข้าพื้นที่ของนางแบบ และบทบาทของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง พร้อมสั่งการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้ามาร่วมสืบสวน พร้อมประสาน ปปง. ตรวจเส้นทางการเงิน เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงทั้งหมด ยืนยันต้องให้ความกระจ่างในทุกมิติ โดยในวันพรุ่งนี้ (22 พ.ย.) เวลา 09.00 น. จะลงพื้นที่ตรวจสอบเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ด้วยตนเอง ซึ่งมีเจ้าหน้าที่กว่า 300 คน โดยจะคัดกรองสอบผู้เกี่ยวข้องอย่างละเอียด

จีนเทาในเรือนจำกรุงเทพ 200 คน

ส่วนผู้ต้องขังกลุ่ม “จีนเทา” ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มีราว 200 คน โดยพบว่ามี 2 รายเกี่ยวข้องกับกรณีนี้ รู้ตัวทั้งหมดแล้ว แต่ยังไม่เปิดเผยข้อมูล อยู่ระหว่างพิจารณาคดีในชั้นศาล  สำหรับเจ้าหน้าที่ในเรือนจำพบว่ามีผู้เกี่ยวข้อง 6–7 คน ตั้งแต่ด่านประตูจนถึงจุดที่เกิดเหตุ โดยจุดเกิดเหตุไม่ใช่ห้องทำงานผู้บัญชาการเรือนจำ แต่เป็นห้องของผู้คุมที่ถูกดัดแปลงคล้ายห้องรับรอง ส่วนห้อง ผบ. อยู่ชั้นบน ซึ่งพรุ่งนี้จะเข้าไปตรวจสอบให้ชัดเจน

ย้ายผู้ต้องขังวีไอพีแล้ว

พล.ต.ท.รุทธพล  กล่าวด้วยว่า สำหรับกรณีของนางแบบสาวชาวจีน พบว่าเดินทางเข้ามา โดยใช้เส้นทางปกติ เป็นส่วนอาคารของเจ้าหน้าที่ โดยเหตุเกิดช่วงกลางวัน และการสอบปากคำนางแบบชาวจีนทั้งสองคนแล้ว เบื้องต้นสอบปากคำและตรวจสอบพาสปอร์ต โดยให้การแค่ว่า มาพบเจ้าหน้าที่ที่อยู่จุดนั้น แต่ส่วนตัวเชื่อว่าเต็มใจมา รวมถึงเรื่องค่าตอบแทนของนางแบบชาวจีนทั้งสองคน ทั้งคู่ยังปฏิเสธอยู่ ส่วนผู้ต้องขังชาวจีนทั้งสองคนถูกย้ายเรือนจำไปแล้ว เป็นเรือนจำใกล้เคียงแต่ขอไม่เปิดเผย

กล้องวงจรปิดถูกลบ

ด้านกล้องวงจรปิดพบว่าถูกลบในวันเกิดเหตุ แต่สามารถกู้คืนบางส่วน พบภาพผู้ต้องขังเดินในพื้นที่ต้องห้าม พร้อมมีพยานหลักฐานอื่นประกอบ  เมื่อถามถึงมาตรการจัดระเบียบนักโทษวีไอพี รมว.ยุติธรรมระบุว่า ได้สั่งให้ตรวจทั้งระบบทุกเรือนจำ เพราะหากปล่อยให้เกิดเหตุลักษณะนี้อีก จะสร้างความเสียหายอย่างมากต่อหน่วยงาน

รมว.ยุติธรรมลั่น “รับไม่ได้” สั่งดีเอสไอลุยตรวจสอบคดีนางแบบจีนบำเรอกามนักโทษเรือนจำ

จากกรณีอื้อฉาวที่เกิดขึ้นในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ซึ่งเกี่ยวข้องกับคดีนางแบบจีนบำเรอกามนักโทษเรือนจำ ทางกระทรวงยุติธรรมได้ออกมาแสดงความไม่พอใจและสั่งการให้มีการตรวจสอบอย่างละเอียดในทุกมิติ เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต

ความคืบหน้าคดีนางแบบจีนบำเรอกามนักโทษเรือนจำ

ล่าสุด รมว.ยุติธรรมได้สั่งการให้ดีเอสไอเข้ามาร่วมสืบสวนคดีนางแบบจีนบำเรอกามนักโทษเรือนจำ พร้อมทั้งประสาน ปปง. เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อให้การสืบสวนเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม นอกจากนี้ ยังมีการสั่งย้ายผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เพื่อเปิดทางให้การสอบสวนเป็นไปอย่างราบรื่น

การตรวจสอบคดีนางแบบจีนบำเรอกามนักโทษเรือนจำนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เจ้าหน้าที่ระดับล่างเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการตรวจสอบย้อนหลังการปฏิบัติงานของผู้บัญชาการเรือนจำคนดังกล่าวอย่างครอบคลุม เพื่อให้มั่นใจได้ว่าไม่มีการละเลยหรือปล่อยปละละเลยในการปฏิบัติหน้าที่

นอกจากนี้ รมว.ยุติธรรมยังได้สั่งการให้มีการจัดระเบียบนักโทษ VIP ในทุกเรือนจำทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเอื้อประโยชน์หรือการกระทำผิดกฎหมายในลักษณะเดียวกันอีก

  • ตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้เกี่ยวข้อง
  • ตรวจสอบย้อนหลังการปฏิบัติงานของผู้บัญชาการเรือนจำ
  • จัดระเบียบนักโทษ VIP ในทุกเรือนจำ

การดำเนินการอย่างจริงจังและรวดเร็วของกระทรวงยุติธรรมในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษากระบวนการยุติธรรมของประเทศ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าทุกคนจะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันภายใต้กฎหมาย

คดีนางแบบจีนบำเรอกามนักโทษเรือนจำ ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้ต้องทบทวนมาตรฐานการปฏิบัติงานและความโปร่งใสในการบริหารจัดการเรือนจำ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความเสียหายต่อกระบวนการยุติธรรมและความเชื่อมั่นของประชาชนอีกต่อไป

ที่มา – รมว.ยุติธรรมลั่น “รับไม่ได้” สั่งดีเอสไอลุยตรวจสอบคดีนางแบบจีนบำเรอกามนักโทษเรือนจำ

เปิดใช้แล้ว! ทางหลวง 41 ไชยา-บ้านนาเดิม สุราษฎร์ฯ

กรมทางหลวงเปิดให้ใช้งานแล้ว ทางหลวงหมายเลข 41 สาย อ.ไชยา – อ.บ้านนาเดิม จ.สุราษฎร์ธานี สร้างเสร็จก่อนกำหนด 6 เดือน พร้อมคว้ารางวัล “โครงการก่อสร้างดีเด่นประจำปี 2568”

นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า กรมทางหลวง (ทล.) โดยสำนักก่อสร้างทางที่ 1 ได้ดำเนินการโครงการก่อสร้างและบูรณะผิวทางหลวงหมายเลข 41 สาย อ.ไชยา – อ.บ้านนาเดิม จังหวัดสุราษฎร์ธานี แล้วเสร็จสมบูรณ์และเปิดให้บริการเต็มรูปแบบแล้วตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ซึ่งนับว่าเร็วกว่ากำหนดตามสัญญาถึง 6 เดือนเต็ม ความสำเร็จนี้เป็นไปตามแผนงานบูรณาการพัฒนาด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการของทางหลวงสายหลักของประเทศ

ทั้งนี้ ทางหลวงหมายเลข 41 สายสี่แยกปฐมพร – พัทลุง ถือเป็น “เส้นเลือดใหญ่” ทางเศรษฐกิจที่สำคัญยิ่ง โดยทำหน้าที่เชื่อมโยงการคมนาคมขนส่งจากภาคกลางสู่ภาคใต้ตอนล่าง เป็นเส้นทางหลักในการขนส่งสินค้าและพืชผลทางการเกษตร มีปริมาณจราจรสูง และมีรถบรรทุกขนาดใหญ่จำนวนมาก ทำให้มีความจำเป็นต้องบูรณะปรับปรุงอย่างเร่งด่วน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการสัญจรของผู้ใช้เส้นทาง ลดปัญหาอุบัติเหตุ บรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยออกแบบเป็นผิวทางคอนกรีตชนิด Jointed Plain Concrete Pavement (JPCP) หนา 32 ซม. ซึ่งมีประสิทธิภาพสูง อายุการใช้งานยาวนาน และมีต้นทุนบำรุงรักษาต่ำ โครงการครอบคลุมช่วง อ.ไชยา – อ.บ้านนาเดิม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ระยะทางรวมประมาณ 41.5 กิโลเมตร ด้วยวงเงินงบประมาณรวม 1,857,962,000 บาท โดยแบ่งการดำเนินการก่อสร้างออกเป็น 3 สัญญา เพื่อให้การบริหารงานก่อสร้างเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและแล้วเสร็จตามแผนโดยเร็ว โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 41 สาย อ.ไชยา – อ.บ้านนาเดิม ตอน 3 ดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลจนโครงการแล้วเสร็จล่วงหน้า 6 เดือน ลดผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชน

นอกจากนั้น ทางคณะกรรมการประเมินผลงานก่อสร้าง สำนักมาตรฐานและประเมินผล กรมทางหลวง จึงมอบ “รางวัลโครงการก่อสร้างดีเด่นประจำปี 2568” ให้แก่โครงการดังกล่าว ตอกย้ำมาตรฐานงานก่อสร้างที่โดดเด่นทั้งด้านการบริหารจัดการและการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการโครงการฯ ที่ยอดเยี่ยมนี้ เกิดจากการบริหารงานและวางแผนการทำงานร่วมกันระหว่าง สำนักก่อสร้างทางที่ 1 โดยมี นายวานิช สังข์ขาว นายช่างโครงการผู้ควบคุมงาน และแขวงทางหลวงสุราษฎร์ธานีที่ 1 รวมถึงบริษัท พีระมิดคอนกรีต จำกัด ผู้รับจ้าง ซึ่งในโครงการนี้ได้ใช้เครื่องปูผิวคอนกรีต ชนิด Concrete Slip Form Paver ซึ่งทำให้ผลงานออกมามีคุณภาพสูงและแล้วเสร็จตามแผน นอกจากนี้ ยังได้ให้ความสำคัญกับการคำนึงถึง “ประชาชน” เป็นอันดับแรก โดยมีการวางแผนและสื่อสารกับชุมชนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดผลกระทบต่อการจราจรและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ให้กระทบน้อยที่สุด

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันโครงการนี้ได้ดำเนินการแล้วเสร็จอย่างสมบูรณ์ และเปิดให้ประชาชนสัญจรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โครงการฯ นี้ ได้ส่งมอบผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมแก่ประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง โดยพี่น้องประชาชนจะได้รับความปลอดภัยสูงสุดในการเดินทางจากผิวทางที่เรียบได้มาตรฐาน พร้อมอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยที่สมบูรณ์ ทำให้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เนื่องจากสามารถสัญจรไปมาได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และคล่องตัวมากขึ้น ซึ่งผลลัพธ์ทั้งหมดนี้จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้ให้เติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าและการท่องเที่ยวของภูมิภาค

“กรมทางหลวงจึงขอให้ความมั่นใจว่าความสำเร็จอันเป็นแบบอย่างที่ดีของโครงการนี้ จะถูกใช้เป็นต้นแบบและแรงผลักดันสำคัญ เพื่อสร้างสรรค์โครงการอื่น ๆ ให้ได้มาตรฐานดีเด่นต่อไป ตามความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศให้ก้าวหน้าและสมบูรณ์ที่สุด”

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเส้นทางการจราจร แจ้งเหตุ เรื่องร้องเรียน ได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง โทร. 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)

ทางหลวงหมายเลข 41 ไชยา-บ้านนาเดิม สุราษฎร์ฯ เปิดใช้งานแล้ว!

โครงการก่อสร้างและบูรณะทางหลวงหมายเลข 41 สาย อ.ไชยา – อ.บ้านนาเดิม จ.สุราษฎร์ธานี เสร็จสิ้นก่อนกำหนดถึง 6 เดือน แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการโครงการของกรมทางหลวง และความมุ่งมั่นในการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

ประโยชน์ที่ประชาชนได้รับจากทางหลวงหมายเลข 41 ไชยา-บ้านนาเดิม สุราษฎร์ฯ

  • ความปลอดภัยในการเดินทางที่สูงขึ้น
  • การประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
  • การขนส่งสินค้าที่สะดวกและรวดเร็วขึ้น
  • การกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้

การเปิดใช้งานทางหลวงหมายเลข 41 ไชยา-บ้านนาเดิม สุราษฎร์ฯ ไม่เพียงแต่เป็นการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน แต่ยังเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ และส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของภาคใต้โดยรวม นอกจากนี้ การก่อสร้างที่แล้วเสร็จก่อนกำหนดยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความสามารถของหน่วยงานภาครัฐในการดำเนินงานโครงการขนาดใหญ่อย่างมีประสิทธิภาพ

เราหวังว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ จะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

ที่มา – เปิดใช้แล้ววันนี้ ทางหลวงหมายเลข 41 ไชยา-บ้านนาเดิม สุราษฎร์ฯ เสร็จก่อนกำหนด 6 เดือน

โคล พาลเมอร์ เชลซี นิ้วเท้าหัก! พักอีก

ข่าวร้ายสำหรับแฟนๆ เชลซี! โคล พาลเมอร์ เชลซี กองหน้าตัวเก่งได้รับบาดเจ็บนิ้วเท้าหักจากอุบัติเหตุที่บ้าน ทำให้ต้องพักรักษาตัวอีกครั้ง

ดาวเตะทีมชาติอังกฤษเพิ่งจะกลับมาฝึกซ้อมได้ไม่นานหลังจากพักไปถึงสองเดือนจากอาการบาดเจ็บที่ขาหนีบ

แต่เคราะห์ซ้ำกรรมซัดทำให้แข้งวัย 23 ปีจะต้องพลาดลงสนามในเกมสำคัญสามนัดถัดไปของทีมสิงห์บลูส์ ได้แก่ เกมพรีเมียร์ลีกที่จะบุกไปเยือนเบิร์นลีย์ในวันเสาร์นี้, เกมยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกที่จะพบกับบาร์เซโลนาในวันอังคาร, และเกมที่จะเปิดบ้านต้อนรับอาร์เซนอลในสัปดาห์หน้า

เอ็นโซ่ มาเรสก้า กุนซือของเชลซีกล่าวว่า “เขาไม่พร้อมสำหรับเกมวันเสาร์นี้แน่นอน รวมถึงเกมกับบาร์เซโลนาและอาร์เซนอลด้วย”

“โชคร้ายที่เขาประสบอุบัติเหตุที่บ้าน ทำให้เขาชนนิ้วเท้า มันไม่ได้ร้ายแรงอะไรมาก แต่เขาจะไม่สามารถกลับมาได้ในสัปดาห์หน้า”

โคล พาลเมอร์ เชลซี พักยาว!

การขาดหายไปของพาลเมอร์ถือเป็นความเสียหายครั้งใหญ่สำหรับเชลซีอย่างแน่นอน เพราะเขาคือผู้เล่นคนสำคัญในแนวรุกของทีม และเป็นกำลังสำคัญในการทำประตู

ผลกระทบต่อทีมเชลซี

  • ประสิทธิภาพในเกมรุกลดลง: พาลเมอร์เป็นผู้เล่นที่มีความสามารถในการสร้างสรรค์เกมและทำประตูได้ดี การขาดเขาไปจะทำให้ทีมขาดมิติในเกมรุก
  • ตัวเลือกในแดนหน้าจำกัด: มาเรสก้าจะต้องปรับแผนการเล่น และอาจจะต้องให้โอกาสผู้เล่นคนอื่นๆ ในทีม
  • ความมั่นใจของทีมลดลง: การขาดผู้เล่นคนสำคัญย่อมส่งผลต่อความมั่นใจของทีมโดยรวม

สถานการณ์นี้เป็นบททดสอบสำคัญสำหรับเอ็นโซ่ มาเรสก้า ว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาและนำพาเชลซีผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้อย่างไร

แฟนบอลเชลซีคงต้องให้กำลังใจทีมและหวังว่า โคล พาลเมอร์ เชลซี​ จะกลับมาลงสนามได้ในเร็ววัน

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นโอกาสดีที่นักเตะคนอื่น ๆ จะได้แสดงศักยภาพของตัวเองออกมา และพิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขาสามารถก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของทีมได้เช่นกัน

การที่ โคล พาลเมอร์ เชลซี ต้องพักรักษาตัว อาจส่งผลกระทบต่อฟอร์มการเล่นของทีมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็เป็นโอกาสให้ผู้เล่นดาวรุ่งคนอื่น ๆ ได้แสดงฝีเท้า และพิสูจน์ตัวเองให้แฟนบอลได้เห็น หวังว่าเขาจะกลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิม!

ที่มา – Chelsea’s Palmer fractures toe in accident at home

อุตุฯ เผย: 22-23 พ.ย. 68 ไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้น

กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเตือนฉบับที่ 14 ว่าประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศหนาวเย็นและลมแรง โดยเฉพาะบริเวณยอดดอยและยอดภูที่จะมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด ในขณะที่ภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 นี้

ประกาศ ณ วันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเรื่อง อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบน ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย ซึ่งจะมีผลกระทบต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568

สถานการณ์โดยรวม ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวและมีลมแรง ส่วนภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก มีอากาศเย็นและมีลมแรงเช่นกัน สำหรับผู้ที่เดินทางไปยังยอดดอยและยอดภู ควรเตรียมตัวรับมือกับอากาศหนาวถึงหนาวจัด ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรง เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและหนาวเย็นอย่างรวดเร็ว รวมถึงให้ระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นได้ง่ายในช่วงที่อากาศแห้งและมีลมแรง เกษตรกรควรป้องกันและระวังความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรด้วย

สาเหตุของสภาพอากาศดังกล่าว มาจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปกคลุมถึงประเทศไทยตอนบนแล้ว ทำให้ ในช่วงวันที่ 22-23 พ.ย. 68 ประเทศไทยตอนบนจะเริ่มมีอุณหภูมิสูงขึ้น เล็กน้อยและมีหมอกในตอนเช้า แต่โดยรวมแล้วภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาว

อุตุฯ เผย: 22-23 พ.ย. 68 ไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชน ระมัดระวังการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกหนาในตอนเช้า เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้

สำหรับสถานการณ์ในภาคใต้ ยังคงต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่งในช่วงวันที่ 21-23 พฤศจิกายน 2568 เนื่องจากอิทธิพลของมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันมีกำลังค่อนข้างแรง ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำ บริเวณอ่าวไทยและภาคใต้ตอนล่าง ส่งผลให้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังค่อนข้างแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ขอให้ประชาชนในภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย รวมทั้งประชาชนในภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยและห่างฝั่งของทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 21-23 พฤศจิกายน 2568

สิ่งที่ต้องระวังในช่วงวันที่ 22-23 พ.ย. 68: อุณหภูมิที่สูงขึ้น

ถึงแม้ว่า อุตุฯ เผยว่า 22-23 พ.ย. 68 ประเทศไทยตอนบนจะเริ่มมีอุณหภูมิสูงขึ้น แต่ก็ยังคงต้องระมัดระวังรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่อากาศเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และอย่าลืมติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด

กรมอุตุนิยมวิทยา ยังคงเน้นย้ำให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือติดต่อสอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ดังนั้น สรุปได้ว่า แม้ว่าวันที่ 22-23 พ.ย. 68 ประเทศไทยตอนบนจะเริ่มมีอุณหภูมิสูงขึ้น แต่ภาคเหนือและอีสานยังคงหนาวเย็น ดูแลสุขภาพและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดนะครับ

ที่มา – อุตุฯ เผย 22-23 พ.ย. 68 ไทยตอนบนเริ่มอุณหภูมิสูงขึ้น แต่เหนือ-อีสานยังอากาศเย็นถึงหนาว

ปภ. เร่งส่งเครื่องจักรกลสาธารณภัยลงพื้นที่ภาคใต้ ช่วยเหลือน้ำท่วม 8 จังหวัด

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เร่งส่งเครื่องจักรกลสาธารณภัยลงพื้นที่ภาคใต้ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยใน 8 จังหวัดที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมอย่างหนัก

ปภ. เร่งส่งเครื่องจักรกลสาธารณภัยลงพื้นที่ภาคใต้ ช่วยเหลือน้ำท่วม 8 จังหวัด

จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ภาคใต้ ส่งผลให้หลายจังหวัดได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ปภ. จึงได้ระดมสรรพกำลังและเครื่องมือเพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการส่ง เครื่องจักรกลสาธารณภัยลงพื้นที่ภาคใต้ ช่วยเหลือน้ำท่วม 8 จังหวัด ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ยังคงน่าเป็นห่วง โดยมี 8 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล และสงขลา ซึ่งมีประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก

เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ปภ. ได้สั่งการให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่ภาคใต้เร่งส่ง เครื่องจักรกลสาธารณภัยลงพื้นที่ภาคใต้ ช่วยเหลือน้ำท่วม 8 จังหวัด อย่างเร่งด่วน โดยมีการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ รถบรรทุก และอุปกรณ์อื่นๆ ที่จำเป็น เพื่อช่วยในการระบายน้ำและช่วยเหลือผู้ประสบภัย

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 12 สงขลา ได้สนับสนุนเครื่องจักรกลสาธารณภัย รวม 11 รายการ กระจายกำลังปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ จ.สงขลา และ จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักและน้ำท่วมขัง

การติดตั้งเครื่องสูบน้ำในพื้นที่ต่างๆ

สำหรับจังหวัดสงขลา มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดท่อส่ง 12 นิ้ว และขนาดท่อส่ง 14 นิ้ว จำนวน 7 เครื่อง ในพื้นที่ 7 จุด ได้แก่

  • ชุมชนแหล่งพระราม ต.บ่อยาง อ.เมืองสงขลา
  • ชุมชนท่าเรือประมงเก่า ต.บ่อยาง อ.เมืองขลา
  • สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ต.บ่อยาง อ.เมืองสงขลา
  • หน้าสถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา ต.บ่อยาง อ.เมืองสงขลา
  • ตำบลทุ่งหวัง อ.เมืองสงขลา
  • เทศบาลตำบลพะวง อ.เมืองสงขลา
  • เทศบาลตำบลกำแพงเพชร อ.รัตภูมิ

ในส่วนของจังหวัดปัตตานี มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดท่อส่ง 14 นิ้ว และขนาดท่อส่ง 16 นิ้ว จำนวน 4 เครื่อง ในพื้นที่ 3 จุด ได้แก่

  • หน้าร้านไทปัน ทม.รูสะมิแล อ.เมืองปัตตานี
  • เชิงสะพานเดชานุชิต ทม.ปัตตานี อ.เมืองปัตตานี
  • หน้าวิทยาลัยเทคนิคปัตตานี ทม.ปัตตานี อ.เมืองปัตตานี

ปภ. ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยมีการกระจายกำลัง เครื่องจักรกลสาธารณภัยลงพื้นที่ภาคใต้ ช่วยเหลือน้ำท่วม 8 จังหวัด รวม 338 รายการ เจ้าหน้าที่รวม 159 คน จากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 11 แห่ง

นอกจากพื้นที่ภาคใต้แล้ว ปภ. ยังคงติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างใกล้ชิด และพร้อมที่จะสนับสนุนทรัพยากรเครื่องจักรกลสาธารณภัยช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ และความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย หากเรามีการวางแผนที่ดีและทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ เราจะสามารถลดผลกระทบจากภัยพิบัติและช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนได้อย่างทันท่วงที ปภ. เร่งส่งเครื่องจักรกลสาธารณภัยลงพื้นที่ภาคใต้ ช่วยเหลือน้ำท่วม 8 จังหวัด เป็นสัญญาณที่ดีของการพร้อมช่วยเหลือ

ที่มา – ปภ. เร่งส่งเครื่องจักรกลสาธารณภัยลงพื้นที่ภาคใต้ ช่วยเหลือน้ำท่วม 8 จังหวัด

เริ่มใช้แล้ว! ธนบัตรพอลิเมอร์ 50 บาท 100 บาท แบบใหม่

วันนี้ (21 พ.ย.) เริ่มใช้แล้ว! ธนบัตรพอลิเมอร์ 50 บาท 100 บาท แบบใหม่ ที่ทนทานกว่าธนบัตรกระดาษ ไม่ดูดซับความชื้นและสิ่งสกปรก ทำให้มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น แต่ไม่ต้องกังวล ธนบัตรแบบเดิมก็ยังสามารถใช้ได้ตามปกติ

ธนบัตรพอลิเมอร์ 50 บาท 100 บาท แบบใหม่ เริ่มใช้แล้ววันนี้!

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 ถือเป็นวันแรกที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้นำออกใช้ ธนบัตรพอลิเมอร์ 50 บาท 100 บาท แบบใหม่ ที่ผลิตจากวัสดุพอลิเมอร์คุณภาพสูง ซึ่งเป็นพลาสติกชนิดพิเศษที่มีคุณสมบัติเด่นในด้านความทนทาน ไม่ดูดซับความชื้น และทนต่อสิ่งสกปรกได้ดีกว่าธนบัตรกระดาษแบบเดิม

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มอายุการใช้งานของธนบัตร ทำให้ธนบัตรที่หมุนเวียนอยู่ในระบบมีสภาพใหม่ สะอาดตา และลดความถี่ในการผลิตธนบัตรใหม่ ซึ่งเป็นการประหยัดทรัพยากรและรักษาสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

จุดเด่นของ ธนบัตรพอลิเมอร์ 50 บาท 100 บาท แบบใหม่ ที่คุณควรรู้

  • วัสดุพอลิเมอร์: ผลิตจากพลาสติกชนิดพิเศษ ทนทานต่อการฉีกขาด ความชื้น และสิ่งสกปรก
  • ช่องใส: มีช่องใสที่สามารถมองทะลุได้ทั้งสองด้าน พร้อมลายดุนนูนบอกชนิดราคา
  • หมึกพิเศษ: พิมพ์ด้วยหมึกพิมพ์พิเศษที่เปลี่ยนสีหรือเหลือบสีเมื่อพลิกเอียง
  • อักษรเบรลล์: เพิ่มจุดสังเกตสำหรับผู้มีข้อจำกัดในการมองเห็นด้วยการพิมพ์ดุนนูนสัญลักษณ์ในลักษณะอักษรเบรลล์
  • เส้นเฉียงนูนใส: เพิ่มเส้นเฉียงนูนใสบริเวณขอบธนบัตรทั้งสองด้าน เพื่อให้สัมผัสได้ง่าย

แม้ว่า ธนบัตรพอลิเมอร์ 50 บาท 100 บาท แบบใหม่ จะมีคุณสมบัติที่โดดเด่นกว่าธนบัตรกระดาษ แต่โดยรวมแล้วยังคงมีลักษณะคล้ายคลึงกับธนบัตรแบบเดิมที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ทำให้ผู้ใช้งานคุ้นเคยและใช้งานได้ง่าย นอกจากนี้ ยังมีการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการป้องกันการปลอมแปลง ทำให้มั่นใจได้ในความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของธนบัตร

สำหรับประชาชนทั่วไป สามารถเบิกถอน ธนบัตรพอลิเมอร์ 50 บาท 100 บาท แบบใหม่ ได้ที่ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจทุกแห่ง โดยธนบัตรชนิดราคา 100 บาท สามารถเบิกถอนผ่านเครื่องฝากถอนเงินสดอัตโนมัติ (ATM/CDM) ได้ และธนบัตรทั้งสองชนิดราคาสามารถใช้กับเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติได้ตามปกติ

และที่สำคัญ ธนบัตรกระดาษชนิดราคา 50 บาท และ 100 บาทที่หมุนเวียนอยู่ในระบบปัจจุบันยังสามารถใช้ได้ตามปกติ ไม่ต้องรีบนำไปแลกเปลี่ยน

การออกธนบัตรพอลิเมอร์ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาธนบัตรของประเทศไทยให้มีความทันสมัย ทนทาน และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งานและรักษามูลค่าของเงินตราในระยะยาว

คุณมีความคิดเห็นอย่างไรกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้? ลองแสดงความคิดเห็นกันได้เลย!

ที่มา – เริ่มใช้แล้ววันนี้ ธนบัตรพอลิเมอร์ 50 บาท 100 บาท แบบใหม่ ทนกว่าธนบัตรกระดาษ

รอสส์เคาน์ตี้ดวลควีนส์พาร์ค: ถ่ายทอดสด

การแข่งขัน Scottish Championship: ควีนส์พาร์ค พบ รอสส์เคาน์ตี้

สถานที่: City Stadium, กลาสโกว์ วัน: ศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน เวลา: 19:45 GMT

ช่องทางการรับชม: BBC Scotland, BBC iPlayer, เว็บไซต์และแอป BBC Sport

แตกต่างจากทีมที่ฟอร์มไม่ดีของเขา โทนี่ ด็อคเคอร์ตี้ (Tony Docherty) ไม่พลาดเป้าเมื่อเขาออกมาวิจารณ์เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

“ระดับการเล่นที่ยอมรับไม่ได้” เขากล่าว

“ผมออกมาปกป้องนักเตะเสมอ ผมไม่สามารถปกป้องเรื่องนี้ได้”

ผู้จัดการทีมรอสส์เคาน์ตี้ (Ross County) ไม่ไว้หน้าใครหลังจากทีมของเขาแพ้คาบ้านต่อกรีน็อค มอร์ตัน (Greenock Morton) 0-3

เป็นธรรมดาสำหรับกองหน้ารอสส์เคาน์ตี้ ทีมจากดิงวอลล์ (Dingwall) อยู่ในอันดับที่หกเมื่อพูดถึงจำนวนประตูที่ทำได้ในการแข่งขันชิงแชมป์

ปัญหาใหญ่คือเกมรับ พวกเขามีแนวรับที่รั่วที่สุดในดิวิชั่น เสียไปแล้ว 26 ประตูจาก 15 เกม

ความพ่ายแพ้ต่อมอร์ตันทำให้เคาน์ตี้อยู่อันดับรองสุดท้ายของตาราง ในพื้นที่เพลย์ออฟตกชั้น ผู้คนคาดหวังมากกว่านี้จากทีมที่เพิ่งตกชั้นจากพรีเมียร์ชิพเมื่อฤดูกาลที่แล้ว และเป็นหนึ่งในทีมเต็งที่จะกลับขึ้นไปทันที

เพื่อเน้นย้ำถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ นี่คือชัยชนะในลีกนอกบ้านครั้งแรกของมอร์ตันเหนือเคาน์ตี้ในรอบเกือบหนึ่งในสี่ศตวรรษ

Gravity เป็นคำที่เหมาะสมสำหรับเคาน์ตี้ในตอนนี้ ด้วยเหตุผลบางอย่าง การเทคออฟเป็นไปไม่ได้ พวกเขาควรจะวนเวียนอยู่ในบรรยากาศที่หายากของการแข่งขันชิงแชมป์มากกว่าที่จะขุดคุ้ยอยู่ในดิน

ด็อคเคอร์ตี้ ซึ่งเข้ามาแทนที่ดอน โควี (Don Cowie) ในเดือนสิงหาคม ต้องการปฏิกิริยาจากผู้เล่นที่ทำผลงานต่ำกว่ามาตรฐานที่เขาสืบทอดมา หากเคาน์ตี้จะสามารถหาทางเข้าไปสู่การแข่งขันเพลย์ออฟเลื่อนชั้นได้

นั่นอาจฟังดูเพ้อฝันเมื่อพิจารณาจากฟอร์มของพวกเขา อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าการเริ่มต้นจะแย่แค่ไหนในดิวิชั่นที่บ้าคลั่งนี้ ชัยชนะที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันสามารถเปลี่ยนเรื่องราวได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ คุณคาดหวังให้พวกเขาขยับตัวในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคม โดยพิจารณาจากความเอื้อเฟื้อที่รอย แม็กเกรเกอร์ (Roy McGregor) ประธานสโมสรแสดงให้เห็นในอดีต

เรื่องราวเกี่ยวกับเจ้าบ้านในวันศุกร์นี้ ควีนส์พาร์ค (Queen’s Park) คาดว่าจะเกี่ยวกับการล่มสลาย

ผู้มีพระคุณของพวกเขา ลอร์ด ฮอห์กี้ (Lord Haughey) กำลังตัดเงินทุนในช่วงฤดูร้อน

คำถามคือ พวกเขาจะสามารถปรับตัวเข้ากับความเป็นจริงใหม่นี้และอยู่ในระดับที่สองของสกอตแลนด์ได้หรือไม่?

ปัจจุบันพวกเขาอยู่อันดับสามจากท้ายตาราง เหนือกว่าเคาน์ตี้หนึ่งแต้ม

เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่ได้น่าอับอายอะไร เพราะพวกเขาแพ้ให้กับเซนต์ จอห์นสโตน (St Johnstone) ผู้นำ 4-3 อย่างหวุดหวิด สัปดาห์ก่อนหน้านั้น พวกเขาเอาชนะเรธ โรเวอร์ส (Raith Rovers) 2-1 ซึ่งเป็นการปิดฉากสำหรับแบรี่ ร็อบสัน (Barry Robson) ผู้จัดการทีมของฝั่งเคอร์คคัลดี้ (Kirkcaldy)

อย่างไรก็ตาม ทีมจากกลาสโกว์ (Glasgow) สามารถคว้าชัยชนะได้เพียงครั้งเดียวในการแข่งขัน 9 นัดล่าสุดของพวกเขา อย่างที่กล่าวไป พวกเขาเอาชนะเคาน์ตี้ 2-1 ที่ดิงวอลล์เมื่อเดือนกันยายน

หลังจากการจลาจลพิเศษที่แฮมป์เดน (Hampden) เมื่อวันอังคาร บรรยากาศจะเงียบสงบลงอีกเล็กน้อยที่เลสเซอร์ แฮมป์เดน (Lesser Hampden) หรือที่รู้จักกันในชื่อ เดอะ ซิตี้ สเตเดียม (The City Stadium)

อย่างไรก็ตาม ความสำคัญของชัยชนะยังคงเหมือนเดิมสำหรับทั้งสองฝ่ายที่ไม่สามารถหลีกหนีความเป็นจริงของสถานการณ์ที่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง หากพวกเขาต้องการหลีกหนีจากภัยคุกคามของการตกชั้น

รอสส์เคาน์ตี้ดวลควีนส์พาร์ค: ถ่ายทอดสด

รอสส์เคาน์ตี้กำลังเผชิญหน้ากับควีนส์พาร์คในการแข่งขันที่สำคัญอย่างยิ่งยวด ซึ่งเป็นการแข่งขันที่อาจตัดสินชะตากรรมของทั้งสองทีมในลีกแชมเปียนชิพ หากรอสส์เคาน์ตี้ดวลควีนส์พาร์ค: ถ่ายทอดสดแล้วทีมใดทีมหนึ่งพ่ายแพ้ อาจทำให้ทีมนั้นต้องจมอยู่กับความยากลำบากในการดิ้นรนหนีตกชั้นต่อไป

ทำไมต้องจับตาดู รอสส์เคาน์ตี้ดวลควีนส์พาร์ค: ถ่ายทอดสด

การแข่งขันนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทั้งสองทีมที่กำลังมองหาจุดเปลี่ยนในฤดูกาลของพวกเขา รอสส์เคาน์ตี้ต้องการชัยชนะเพื่อออกจากพื้นที่ตกชั้น ในขณะที่ควีนส์พาร์คต้องการชัยชนะเพื่อสร้างความมั่นใจและรักษาตำแหน่งในลีก

  • รอสส์เคาน์ตี้: พวกเขาต้องการปรับปรุงเกมรับที่อ่อนแอ
  • ควีนส์พาร์ค: พวกเขาต้องหาความสม่ำเสมอในการเล่น

การถ่ายทอดสดการแข่งขันรอสส์เคาน์ตี้ดวลควีนส์พาร์ค: ถ่ายทอดสด จะทำให้แฟนบอลได้รับชมเกมที่น่าตื่นเต้นและมีความหมายอย่างใกล้ชิด

สุดท้ายนี้ การแข่งขันครั้งนี้จะเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับทั้งสองทีม หากรอสส์เคาน์ตี้สามารถเอาชนะควีนส์พาร์คได้ พวกเขาจะได้รับแรงผลักดันมหาศาลในการต่อสู้เพื่ออยู่รอดในลีกแชมเปียนชิพ

ที่มา – Under-fire Ross County face Queen’s Park in Championship – live on BBC