วัน: 21 พฤศจิกายน 2025

ครูสาวได้เลื่อนขั้นสมใจ นำไข่แก้บนหลวงพ่อสมหวัง ลุ้นโชค!

ครูสาวได้เลื่อนขั้นสมใจ นำไข่ไก่มาแก้บน “หลวงพ่อสมหวัง” วัดกลางบางพระ ก่อนกลับไม่พลาดขอ “เลขเด็ด” กลับไปลุ้นโชคงวด 1/12/68

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากวัดกลางบางพระ อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ว่าเมื่อวานนี้ (21 พ.ย. 68) เวลา 10.00 น. มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาแก้บนตามสิ่งที่ได้ขอพรไว้ บางคนนำข้าว น้ำดื่ม หรือไข่ไก่มาแก้บน บางรายก็มาออกโรงทาน

สำหรับองค์หลวงพ่อสมหวังเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ปางมารวิชัย ที่มีความสูงกว่า 30 เมตร เป็นที่เคารพของชาวไทยและชาวต่างชาติ ผู้ที่มากราบไหว้ขอพรจะถือว่าเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

หลวงพ่อสมหวัง

นางสาวทัศนีพร จากบางกะปิ กรุงเทพฯ ได้นำไข่ต้ม 1,000 ฟอง มาแก้บนองค์หลวงพ่อสมหวัง โดยนำไข่ใส่รถเข็น และเจ้าหน้าที่ช่วยกันเรียงไข่ที่ลานวัด จากนั้นนางสาวทัศนีพรได้จุดธูปบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้การแก้บนสำเร็จลุล่วง ก่อนจะลั่นฆ้องชัย 3 ครั้ง และไปอธิษฐานขอพรที่จุดรับพรกลางแจ้ง ก่อนขึ้นไปปิดทองที่พระหัตถ์ขวาของหลวงพ่อสมหวัง

แก้บนหลวงพ่อสมหวัง

นางสาวทัศนีพรเปิดเผยว่า เธอเป็นข้าราชการครูที่บางกะปิ การแก้บนครั้งนี้เนื่องจากปีที่แล้ว (2567) ได้มาขอพรเรื่องการเลื่อนวิทยฐานะกับองค์หลวงพ่อสมหวัง และได้บนบานไว้ว่าหากได้เลื่อนวิทยฐานะ จะนำไข่ไก่ต้ม 1,000 ฟองมาแก้บน กระทั่งเดือนตุลาคม 2568 ผลประกาศออกมาว่าเธอได้เลื่อนขั้นจริง จึงได้มาแก้บนตามสัญญา

เลขเด็ดหลวงพ่อสมหวัง

นางสาวทัศนีพรกล่าวว่า เพื่อนร่วมงานหลายคนแนะนำให้มาขอพรที่นี่และประสบความสำเร็จ เธอจึงเดินทางมาขอพรและสมหวัง ทำให้เธอศรัทธาหลวงพ่อสมหวังเป็นอย่างมาก ก่อนเดินทางกลับ เธอได้จุดธูปมงคลขอพรกับองค์หลวงพ่อสมหวัง เพื่อขอโชคลาภไปฝากเพื่อนและญาติ ได้เลข 947 และจะนำไปเสี่ยงโชค เผื่อหลวงพ่อจะให้โชคอีกครั้ง

ครูสาวได้เลื่อนขั้นสมใจ นำไข่แก้บนหลวงพ่อสมหวัง

เรื่องราวของครูสาวที่ได้เลื่อนขั้นสมใจ นำไข่แก้บนหลวงพ่อสมหวัง กลายเป็นที่สนใจของนักเสี่ยงโชคหลายท่าน เพราะนอกจากจะแสดงถึงความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อสมหวังแล้ว ยังมีเลขเด็ดที่ได้จากการจุดธูปมงคลอีกด้วย หลายคนเชื่อว่าการขอพรและการแก้บนอย่างถูกต้อง จะนำมาซึ่งความสำเร็จและความโชคดี

ทำไมผู้คนถึงนิยมมาแก้บนกับหลวงพ่อสมหวัง

วัดกลางบางพระและองค์หลวงพ่อสมหวัง เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ ผู้คนมากมายต่างเดินทางมาขอพรในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการงาน การเงิน สุขภาพ หรือแม้แต่เรื่องโชคลาภ และเมื่อสิ่งที่ขอประสบผลสำเร็จ ก็จะกลับมาแก้บนตามที่ได้ลั่นวาจาไว้ การแก้บนถือเป็นประเพณีที่แสดงถึงความกตัญญู และเป็นการเสริมสิริมงคลให้กับชีวิต

สำหรับใครที่กำลังมองหาที่พึ่งทางใจ หรือต้องการขอพรให้ประสบความสำเร็จในสิ่งที่หวัง องค์หลวงพ่อสมหวัง ณ วัดกลางบางพระ อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการตั้งมั่นอยู่ในความดี และทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เพื่อให้สิ่งที่หวังเป็นจริงได้ด้วยความสามารถของตนเอง

เรื่องราวของครูสาวที่ได้เลื่อนขั้นสมใจ นำไข่แก้บนหลวงพ่อสมหวังนี้ เป็นเครื่องยืนยันถึงความเชื่อและความศรัทธาที่ผู้คนมีต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อย่างไรก็ตาม การเสี่ยงโชคควรอยู่ในขอบเขตที่พอดี และไม่ควรทำให้ตนเองเดือดร้อน

สำหรับคนที่สนใจเลขเด็ดจากธูปของครูสาวที่ได้เลื่อนขั้นสมใจ นำไข่แก้บนหลวงพ่อสมหวัง งวดนี้ ลองพิจารณาเลข 947 เป็นแนวทางในการเสี่ยงโชคกันดูนะคะ ขอให้ทุกท่านโชคดีค่ะ

ที่มา – ครูสาวได้เลื่อนขั้นสมใจ นำไข่แก้บน “หลวงพ่อสมหวัง” ไม่พลาดจุดธูปเลขเด็ดลุ้นโชค

ทลายเครือข่ายปล่อยกู้นอกระบบศรีสะเกษ ยึดทรัพย์ 19.6 ล้าน

ตำรวจศรีสะเกษทลายเครือข่ายปล่อยกู้นอกระบบ ที่ศรีสะเกษ เข้าตรวจค้นพื้นที่ อ.กันทรลักษ์ อายัดทรัพย์สินทั้งโฉนดที่ดิน รถยนต์ ฯลฯ มูลค่ารวมกว่า 19.6 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 ที่สถานีตำรวจภูธรกันทรลักษ์ ได้มีการแถลงผลการระดมปราบปรามหนี้นอกระบบ ซึ่งปฏิบัติการในช่วงวันที่ 17-23 พฤศจิกายน 2568 สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 19.6 ล้านบาท ภายใต้การอำนวยการของ พลตำรวจตรีศุภชัย ศักรินพานิชกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ และทีมงาน

เจ้าหน้าที่จากศูนย์ปราบปรามการฟอกเงิน ตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ และชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรกันทรลักษ์ ได้นำหมายค้นของศาลจังหวัดกันทรลักษ์ เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายจำนวน 2 จุด ในอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ จุดแรกเป็นบ้านหลังหนึ่ง และจุดที่สองเป็นโกดังเก็บของ

ทลายเครือข่ายปล่อยกู้นอกระบบ ที่ศรีสะเกษ

จากการตรวจค้นทั้งสองจุด เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางจำนวนมาก ประกอบด้วย

  • โฉนดที่ดิน 4 ฉบับ มูลค่าประมาณ 1 ล้านบาท
  • สัญญากู้ยืมเงิน 35 ฉบับ รวมยอดหนี้กว่า 3 ล้าน 5 แสนบาท
  • รถยนต์ 23 คัน มูลค่าประมาณ 15 ล้านบาท
  • รถจักรยานยนต์ 5 คัน มูลค่าราว 1 แสนบาท

รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ยึดได้ทั้งหมดกว่า 19.6 ล้านบาท

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบบุหรี่ต่างประเทศเถื่อน ซึ่งมีมูลค่าการปรับตามกฎหมายสรรพสามิตสูงถึง 1.7 ล้านบาท จึงได้ตรวจยึดไว้เพื่อนำไปดำเนินการตามกฎหมาย โดยแจ้งข้อกล่าวหา ให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดยคิดดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด และประกอบธุรกิจสินเชื่อโดยไม่ได้รับอนุญาต

ความผิดและบทลงโทษของเครือข่ายปล่อยกู้นอกระบบ

ความผิดดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยหนี้นอกระบบและกฎหมายควบคุมธุรกิจสินเชื่อ ซึ่งมีบทลงโทษทั้งจำและปรับ ขึ้นอยู่กับลักษณะและความร้ายแรงของความผิด

พลตำรวจตรีศุภชัย ศักรินพานิชกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ตำรวจภูธรภาค 3 และตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ จะเดินหน้าปราบปรามหนี้นอกระบบอย่างจริงจัง เพื่อคุ้มครองประชาชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของนายทุนดอกเบี้ยโหด

พร้อมขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสผู้เกี่ยวข้องกับหนี้นอกระบบ สามารถแจ้งได้ที่ศูนย์ดำรงธรรม 1567, DSI สายด่วน 1202 ต่อ 53610, ศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ 1359, หรือสายด่วนตำรวจ 1599

การปฏิบัติการจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากการได้รับการร้องเรียนจากประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อน จึงได้ทำการสืบสวนและนำไปสู่การจับกุมและตรวจยึดของกลางจำนวนมาก

การทลายเครือข่ายปล่อยกู้นอกระบบ ที่ศรีสะเกษ ครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ และช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากหนี้นอกระบบ อย่างไรก็ตาม ปัญหาหนี้นอกระบบยังคงเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการป้องกันและปราบปราม

หากท่านกำลังประสบปัญหาหนี้นอกระบบ อย่าลังเลที่จะขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง พวกเขาพร้อมให้คำปรึกษาและช่วยเหลือเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินของท่าน

การดำเนินการกับผู้กระทำผิดปล่อยกู้นอกระบบ ที่ศรีสะเกษ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า กฎหมายจะถูกบังคับใช้อย่างจริงจัง เพื่อคุ้มครองประชาชนจากภัยร้ายนี้

ที่มา – ทลายเครือข่ายปล่อยกู้นอกระบบ ที่ศรีสะเกษ อายัดทรัพย์กว่า 19.6 ล้านบาท

รัฐบาลชวนเที่ยวงาน “Songwat Week” ย่านเก่ามีชีวิต

รัฐบาลชวนคนไทยเที่ยวงาน “Songwat Week” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20–23 พฤศจิกายนนี้! งานนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ดึงดูดคนรุ่นใหม่ นักท่องเที่ยวต่างชาติ และครอบครัวให้กลับมาสัมผัสเสน่ห์ของย่านเก่าแก่

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลร่วมมือกับภาคเอกชนและผู้ประกอบการท้องถิ่น จัดงาน “Songwat Week” ขึ้น เพื่อฟื้นฟูย่านทรงวาด-ตลาดน้อย ให้กลับมามีชีวิตชีวาในฐานะพื้นที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และกระตุ้นการท่องเที่ยวทั้งจากชาวไทยและชาวต่างชาติ เพื่อสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการรายย่อย ร้านอาหารท้องถิ่น และธุรกิจสร้างสรรค์ในพื้นที่

รัฐบาลชวนเที่ยวงาน “Songwat Week”

การจัดงาน “Songwat Week” เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาลในการพัฒนาเศรษฐกิจเชิงวัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการกระจายรายได้สู่ชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในย่านเมืองเก่าที่มีศักยภาพด้านประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้

ไฮไลต์เด็ดในงาน “Songwat Week” ที่ไม่ควรพลาด!

  • เส้นทางเดินเท้าสำรวจย่านเก่า “ทรงวาด–ตลาดน้อย” สัมผัสสถาปัตยกรรมและเรื่องราวที่น่าสนใจ
  • นิทรรศการศิลปะและการออกแบบจากศิลปินรุ่นใหม่ ชมความคิดสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจ
  • ตลาดรวมร้านเด็ด คาเฟ่ และร้านอาหารเก่าแก่ประจำย่าน ลิ้มลองรสชาติความอร่อยที่สืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่น
  • เวิร์กช็อปงานคราฟต์ แฟชั่น และของทำมือ เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ และสร้างสรรค์ผลงานที่ไม่เหมือนใคร
  • ดนตรีสด ศิลปะการแสดง และกิจกรรมสร้างสรรค์ตลอดวัน สร้างบรรยากาศที่สนุกสนานและเพลิดเพลิน

กิจกรรมมากมายภายในงานเปิดให้เข้าร่วมฟรี เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงประสบการณ์ทางวัฒนธรรมร่วมสมัยได้อย่างง่ายดาย รัฐบาลมุ่งหวังให้ย่านทรงวาด-ตลาดน้อย กลายเป็น “ต้นแบบการฟื้นเมืองเก่า” ที่ผสมผสานระหว่างมรดกทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว

นอกจากนี้ ยังมีการเชื่อมต่อย่านใกล้เคียง เช่น เยาวราช สัมพันธวงศ์ และรัตนโกสินทร์ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเมืองโดยรวม คาดการณ์ว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานหลายหมื่นคน ซึ่งจะช่วยเพิ่มยอดขายให้กับร้านค้า คาเฟ่ และร้านอาหารในพื้นที่ได้อย่างมีนัยสำคัญ

รัฐบาลมองว่านโยบายด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์เป็น “ยุทธศาสตร์สำคัญ” ในการดึงศักยภาพของเมืองเก่าและชุมชนท้องถิ่นให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง พร้อมทั้งส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อยให้เติบโตไปพร้อมกับภาคการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ

งาน “Songwat Week” ไม่ได้เป็นเพียงแค่เทศกาล แต่เป็นก้าวสำคัญในการฟื้นฟูย่านเก่าแก่ให้กลับมามีชีวิตชีวา และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับผู้คนในชุมชน มาร่วมสัมผัสเสน่ห์ของย่านทรงวาด-ตลาดน้อย และสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นไปด้วยกัน!

ที่มา – รัฐบาลชวนเที่ยวงาน “Songwat Week” กระตุ้นรายได้ผู้ประกอบการในย่านเก่า

ผู้ว่าฯ นีงาตะ อนุมัติ! คาชิวาซากิ-คาริวะ

นายฮิเดโยะ ฮานาซึมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดนีงาตะ ได้อนุมัติให้มีการเดินเครื่องเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์คาชิวาซากิ-คาริวะ ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ถือเป็นการอนุมัติครั้งแรกที่บริษัทโตเกียว อิเล็กทริก พาวเวอร์ (เทปโก) ผู้ดำเนินการโรงไฟฟ้า ได้รับนับตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะในปี 2011

การอนุมัติจากผู้ว่าการจังหวัดนีงาตะ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลญี่ปุ่น ถือเป็นขั้นตอนสำคัญอย่างยิ่งในการเดินเครื่องเตาปฏิกรณ์ หมายเลข 6 ของโรงไฟฟ้าที่มี 7 หน่วยแห่งนี้ หลังจากที่วิกฤตเตาปฏิกรณ์หลอมละลายหลายครั้งที่โรงไฟฟ้าฟุกุชิมะไดอิจิ ซึ่งเกิดจากเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิครั้งใหญ่เมื่อปี 2011 ได้สร้างความกังวลอย่างมากด้านความปลอดภัย

การนำเตาปฏิกรณ์กลับมาเดินเครื่องอีกครั้งได้รับการสนับสนุนจาก รัฐบาลญี่ปุ่น ซึ่งมองว่าพลังงานนิวเคลียร์เป็นแหล่งพลังงานที่มั่นคงและปราศจากคาร์บอน เทปโกมองว่าการเดินเครื่องครั้งนี้เป็นเสาหลักสำคัญของการดำเนินงาน ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับบริษัท เพื่อนำไปใช้เป็นค่าชดเชยให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ

นายฮานาซึมิจะนำเรื่องนี้เข้าสู่การอภิปรายในสภาจังหวัดนีงาตะ ซึ่งจะเปิดสมัยประชุมในวันที่ 2 ธันวาคม หากสภาฯ ให้การรับรองการตัดสินใจของผู้ว่าการ ก็ถือเป็นอันสิ้นสุดกระบวนการขอความยินยอมจากท้องถิ่น และผู้ว่าการฯ จะแจ้งต่อรัฐบาลกลางเพื่อเดินหน้าต่อไป

เนื่องจากหน่วยเตาปฏิกรณ์หมายเลข 6 ได้ดำเนินการเตรียมความพร้อมทางเทคนิคเสร็จสมบูรณ์แล้วตั้งแต่เดือนตุลาคม จึงมีความเป็นไปได้ที่จะสามารถเริ่มเดินเครื่องได้ภายในปีงบประมาณปัจจุบัน ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนมีนาคมปีหน้า

การตัดสินใจของผู้ว่าฯ ฮานาซึมิยังคงเกิดขึ้นท่ามกลางเสียงคัดค้านของคนในท้องถิ่นบางส่วน และความไม่ไว้วางใจต่อเทปโกที่ยังคงฝังลึก สืบเนื่องจากวิกฤตฟุกุชิมะและปัญหาด้านความปลอดภัยหลายครั้งที่เคยเกิดขึ้นกับโรงไฟฟ้าคาชิวาซากิ-คาริวะ รวมถึงกรณีการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต

ผลสำรวจของชาวจังหวัดนีงาตะเมื่อต้นเดือนนี้แสดงให้เห็นว่า ร้อยละ 50 เห็นด้วย กับการเดินเครื่องเตาปฏิกรณ์หมายเลข 6 แต่ ร้อยละ 47 คัดค้าน ขณะที่ เกือบ 70% แสดงความกังวลเกี่ยวกับการให้เทปโกเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานเตาปฏิกรณ์

ปัญหาด้านความปลอดภัยที่โรงไฟฟ้าคาชิวาซากิ-คาริวะในปี 2021 เคยนำไปสู่การที่สำนักงานกำกับดูแลนิวเคลียร์ (NRA) สั่งห้ามเทปโกเคลื่อนย้ายเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่โรงไฟฟ้าดังกล่าว ซึ่งทำให้การเดินเครื่องถูกระงับโดยปริยาย ก่อนที่คำสั่งห้ามจะถูกยกเลิกในเดือนธันวาคม 2023

เทปโกได้เคยประกาศเมื่อเดือนตุลาคมว่า จะจัดสรรเงินประมาณ 1 แสนล้านเยน (ประมาณ 20,750 ล้านบาท) ให้กับรัฐบาลจังหวัดนีงาตะ เพื่อช่วยในการฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่น นอกจากนี้ บริษัทยังพิจารณาที่จะยุบเลิกหน่วยเตาปฏิกรณ์หมายเลข 1 และ 2 ของโรงไฟฟ้าแห่งนี้ด้วย.

ผู้ว่าฯ นีงาตะ อนุมัติเดินเครื่อง “คาชิวาซากิ-คาริวะ” โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใหญ่ที่สุดในโลก

ทำไมการอนุมัติเดินเครื่อง “คาชิวาซากิ-คาริวะ” ถึงสำคัญ?

การอนุมัติให้เดินเครื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์คาชิวาซากิ-คาริวะ ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับญี่ปุ่นในการกลับมาใช้พลังงานนิวเคลียร์อีกครั้ง หลังเหตุการณ์ฟุกุชิมะ โดยรัฐบาลญี่ปุ่นมองว่าพลังงานนิวเคลียร์เป็นแหล่งพลังงานที่มั่นคงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจครั้งนี้ยังคงมีความท้าทายอยู่มาก เนื่องจากความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับความปลอดภัย และความเชื่อมั่นในบริษัทเทปโก ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการโรงไฟฟ้า การสร้างความเชื่อมั่นและโปร่งใสในการดำเนินงานจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

อนาคตของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์คาชิวาซากิ-คาริวะ จะเป็นอย่างไรต่อไป ต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด

การที่ผู้ว่าฯ นีงาตะ อนุมัติเดินเครื่อง “คาชิวาซากิ-คาริวะ” โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใหญ่ที่สุดในโลกไม่ใช่แค่เรื่องของพลังงาน แต่ยังเป็นเรื่องของความเชื่อมั่น ความปลอดภัย และอนาคตของชุมชน

ที่มา – ผู้ว่าฯ นีงาตะ อนุมัติเดินเครื่อง “คาชิวาซากิ-คาริวะ” โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใหญ่ที่สุดในโลก

กมธ.เรียก “ผบ.ตร.” แจง ปมส่วย พนันออนไลน์

ประธานกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร เลื่อนวันเรียก “ผบ.ตร.และคณะ” ชี้แจง ปมส่วย พนันออนไลน์ โยกย้ายตำแหน่ง ภ.8 เป็นวันที่ 27 พ.ย.นี้ ย้ำให้มาด้วยตัวเอง อย่ามอบหมายผู้อื่น แจงแทน

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 21 พ.ย.2568 น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ตามที่ตนให้ข่าวต่อสื่อมวลชนรัฐสภาว่า กมธ.ตำรวจ สภาฯ จะเชิญ ผบ.ตร. , รอง ผบ.ตร. และผู้เกี่ยวข้องให้มาชี้แจงในวันที่ 26 พ.ย. นี้ กรณีตำรวจรับส่วยพนันออนไลน์ ที่ถือเป็นประเด็นที่คาใจสังคม และมีผลต่อภาพลักษณ์ขององค์กรตำรวจโดยรวม แต่ทราบว่า ทาง กมธ. ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาฯ ได้ออกหนังสือเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องในวันเดียวกันแล้ว ดังนั้น เมื่อวันที่ 20 พ.ย. ที่ผ่านมา ตนจึงเปิดประชุม กมธ.ตำรวจ ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อขอมติให้เลื่อนวันในการเชิญผู้เกี่ยวข้องในประเด็นการรับส่วยจากเว็บพนันออนไลน์ รวมถึงเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ที่กำลังเป็นปัญหาสังคมอยู่ในขณะนี้

น.ส.สุณัฐชา กล่าวต่อว่า กมธ.ตำรวจ สภาฯ จึงมีมติเห็นชอบให้เชิญ ผบ.ตร. ,รอง ผบ.ตร. ,ผบช.ภ.8 ,จเรตำรวจแห่งชาติ และ ผบช.สำนักงานกำลังพล สตช. เข้าให้ข้อมูลต่อ กมธ. ตำรวจ ในเวลา 09.30 น. ในวันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ที่ห้อง N404 รัฐสภา ทั้งนี้ ตนขอความร่วมมือให้ทุกท่านมาชี้แจงด้วยตนเอง อย่ามอบหมายบุคคลอื่นมาแทน เพราะกมธ.ตำรวจ สภาฯ ได้คำนึงถึงการรับฟัง และให้ข้อมูลของแต่ละฝ่ายจึงเชิญคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมาให้ข้อมูลต่อ กมธ. ต่างวันกัน เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ โต้แย้งของทั้งสองฝ่าย โดยเชิญฝ่ายตำรวจมาก่อน หลังจากนี้จะได้เชิญอีกฝ่ายมาชี้แจงในลำดับถัดไป

กมธ.เรียก “ผบ.ตร.” แจง ปมส่วย พนันออนไลน์

ประเด็นการเรียก ผบ.ตร. เข้าชี้แจงเรื่องปมส่วย พนันออนไลน์ นี้ ถือเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก เพราะเกี่ยวข้องกับความโปร่งใสและการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยตรง การที่กรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริง และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง

การเลื่อนวันการชี้แจงออกไปเล็กน้อย เพื่อให้สอดคล้องกับการทำงานของกรรมาธิการชุดอื่นๆ ถือเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การที่ ผบ.ตร. ต้องมาให้ข้อมูลด้วยตนเอง เพื่อแสดงความรับผิดชอบและความจริงใจในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

ทำไมเรื่อง “ปมส่วย พนันออนไลน์” ถึงสำคัญ?

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมเรื่อง ปมส่วย พนันออนไลน์ ถึงมีความสำคัญและต้องมีการตรวจสอบอย่างเข้มงวด นั่นก็เพราะว่าการพนันออนไลน์เป็นสิ่งผิดกฎหมาย และการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับส่วยจากธุรกิจเหล่านี้ ถือเป็นการกระทำที่ผิดจริยธรรมและส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อองค์กรตำรวจ

นอกจากนี้ เงินที่ได้จากการพนันออนไลน์ มักจะนำไปสู่การกระทำผิดกฎหมายอื่นๆ เช่น การฟอกเงิน การค้ายาเสพติด และการค้ามนุษย์ ดังนั้น การจัดการกับปัญหาการพนันออนไลน์อย่างจริงจัง จะช่วยลดปัญหาอาชญากรรมอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามมาได้

การที่กรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ให้ความสนใจกับเรื่องนี้ จึงเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า จะไม่มีการปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตเกิดขึ้นในองค์กรตำรวจ และพร้อมที่จะดำเนินการตรวจสอบและลงโทษผู้ที่กระทำผิดอย่างเด็ดขาด

การเรียก ผบ.ตร. มาชี้แจงครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสที่ดีที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะได้แสดงความโปร่งใสและความตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหาปมส่วย พนันออนไลน์ และเรียกศรัทธาจากประชาชนกลับคืนมา

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การดำเนินการหลังจากที่ได้รับข้อมูลจากการชี้แจงแล้ว จะต้องมีการดำเนินการอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม และสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในองค์กรตำรวจ

การแก้ปัญหาทุจริตในองค์กรตำรวจ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเอง ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทุกคน เพื่อสร้างสังคมที่โปร่งใสและเป็นธรรม

การเรียก ผบ.ตร. มาชี้แจงเรื่องนี้ จึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญ แต่ยังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องทำต่อไป เพื่อให้การแก้ไขปัญหาสำเร็จลุล่วงด้วยดี

ที่มา – ประธานกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร เรียก “ผบ.ตร.” แจง ปมส่วย พนันออนไลน์ ย้ำให้มาด้วยตัวเอง

“ทรงศักดิ์” เร่งดันกฎหมายคุมนอมินีข้ามชาติ

“ทรงศักดิ์ สายเชื้อ” ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินคนใหม่ เตรียมคุย รมว.พาณิชย์ เร่งดันออกกฎหมายคุมนอมินีข้ามชาติแย่งธุรกิจคนไทย ลั่นเดินหน้าตรวจสอบอย่างเข้มข้น

วันที่ 21 พ.ย. 2568 สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินจัดพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายทรงศักดิ์ สายเชื้อ ดำรงตำแหน่งประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งในพิธี นางสาวคมขวัญ กาญจนกุญชร รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน รักษาการแทนเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เชิญพระบรมราชโองการวางหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และนายสิริน ชาวเพ็ชรดี รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน อ่านประกาศพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง จากนั้น นายทรงศักดิ์ สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินเปิดกรวยดอกไม้ถวายราชสักการะ และถวายบังคมต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

“ทรงศักดิ์” เร่งดันกฎหมายคุมนอมินีข้ามชาติ

นายทรงศักดิ์ สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินคนใหม่ กำลังเดินหน้าผลักดันกฎหมายควบคุมนอมินีข้ามชาติอย่างเข้มข้น เพื่อปกป้องธุรกิจของคนไทย

ยึดหลัก “5 R”

นายทรงศักดิ์ กล่าวเน้นย้ำถึงหลักการทำงาน โดยยึดหลัก “5 R” อันได้แก่

  1. Resolution – People-Centered มุ่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและเสริมสร้างความเป็นธรรมโดยยึดถือประชาชนเป็นศูนย์กลาง
  2. Recommendation for Good Administration, Public Service and Inclusive and Sustainable Development การเสนอแนะเพื่อส่งเสริมการบริหารที่ดีและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการให้บริการสาธารณะที่มีคุณภาพและทั่วถึงต่อประชาชนของหน่วยงานของรัฐ ตลอดจนการเสนอแนะเพื่อสนับสนุนการพัฒนาที่ครอบคลุมทุกภาคส่วนและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
  3. Reinvigoration การสร้างความเข้มแข็งและเพิ่มขีดความสามารถให้แก่ภาคประชาชน
  4. Rule of Law การยึดหลักนิติธรรมและการส่งเสริมหลักนิติธรรม
  5. Reinventing and Reenergizing การปรับแนวทางการทำงานและการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่องค์กรผู้ตรวจการแผ่นดิน

จ่อคุย รมว.พาณิชย์ เร่งสกัดนอมินี

พร้อมกันนี้ยังได้ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ปัญหานักธุรกิจชาวต่างชาติที่เข้ามาประกอบกิจการแย่งงานแย่งอาชีพคนไทยในหลายจังหวัด ว่า เรื่องนี้ถือปัญหาหลักของประเทศ เนื่องจากพบว่า ผู้ประกอบการเหล่านี้มีแนวโน้มมีธุรกิจสีเทา และนอมินีเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งปีนี้จะเพิ่มความเข้มข้นในการดำเนินการ โดยเร็วๆนี้ก็จะพบกับรมว.พาณิชย์เพื่อเร่งรัดขั้นตอนการออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับเรื่องนอมินี เพราะเป็นปัญหาที่เป็นความเร่งด่วนระดับหนึ่งของประเทศ ที่ผ่านมา การออกกฎหมายดังกล่าวค่อนข้างล่าช้า เนื่องจากมีการเปลี่ยนรัฐบาล และหวังว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันจะเห็นความสำคัญในการเร่งรัดออกระเบียบอย่างเร่งด่วน และตนจะไปประชุมกับกรรมาธิการวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร เริ่มกระบวนการออกกฎหมายฉบับเต็ม เพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้า

การผลักดันกฎหมายคุมนอมินีข้ามชาติเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งในการปกป้องผลประโยชน์ของคนไทยและธุรกิจไทย การดำเนินการอย่างจริงจังและรวดเร็วจะช่วยป้องกันการเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ และสร้างความเป็นธรรมในระบบเศรษฐกิจ

“ทรงศักดิ์” เร่งดันกฎหมายคุมนอมินีข้ามชาติ ถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้ประกอบการไทย เพราะการมีกฎหมายที่เข้มแข็ง จะช่วยป้องกันการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมจากกลุ่มทุนต่างชาติที่ใช้นอมินีในการดำเนินธุรกิจ

ที่มา – “ทรงศัก”ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินคนใหม่ เตรียมคุย รมว.พาณิชย์ เร่งดันออกกฎหมายคุมนอมินีข้ามชาติ

คุมตัวสอบ 3 ผู้ต้องสงสัย ยิงทหารพรานเสียชีวิตที่นราฯ

เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสอบสวนในคดี คุมตัวสอบ 3 ผู้ต้องสงสัย ยิงทหารพรานเสียชีวิตที่นราฯ โดยได้รวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนเข้าควบคุมตัว 3 ผู้ต้องสงสัย ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการยิงทหารพรานเสียชีวิต ที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อนำตัวไปสอบขยายผลเพิ่มเติม

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ได้รายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับเหตุการณ์คนร้ายลอบยิง อาสาสมัครทหารพราน มะกอเซ็ง บาโระสะนอ สังกัดหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 ขณะที่กำลังลาพัก ซึ่งเป็นเหตุให้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ในการติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และจากการสืบสวนพบว่ามีผู้ต้องสงสัยที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว

จากการสืบสวนขยายผล เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามกฎหมาย เข้าควบคุมตัวบุคคลต้องสงสัยในพื้นที่อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส และอำเภอรามัน จังหวัดยะลา โดยสามารถเชิญตัวบุคคลต้องสงสัย จำนวน 3 ราย มาสอบสวน ได้แก่ นายอับดุลการิม (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี, นายเพาซัน (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี และ นายมูลฮัมหมัดฟิตรี (สงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี ซึ่งบุคคลทั้ง 3 ราย ได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดีในการให้ข้อมูล

ภายหลังจากการควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัว นายอับดุลการิม และนายเพาซัน ไปลงบันทึกการควบคุมตัวที่ สถานีตำรวจภูธรรือเสาะ จากนั้นได้นำตัวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลรือเสาะ เพื่อทำการตรวจสุขภาพเบื้องต้น ก่อนที่จะเชิญตัวต่อไปยังศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 เพื่อทำการสอบสวนและซักถามข้อมูลเพิ่มเติม ในส่วนของ นายมูฮัมหมัดฟตรี นั้น เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวไปลงบันทึกการควบคุมตัว ณ สถานีตำรวจภูธรรามัน ก่อนที่จะนำตัวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลรามัน และเชิญตัวต่อไปยังศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 เพื่อขอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการขยายผลคดีต่อไป

คุมตัวสอบ 3 ผู้ต้องสงสัย ยิงทหารพรานเสียชีวิตที่นราฯ

การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย และเจ้าหน้าที่ได้ให้ความสำคัญกับการรักษาสิทธิของผู้ต้องสงสัยทุกราย โดยมีทนายความเข้าร่วมในการสอบสวน เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแจ้งเบาะแสข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการรักษาความมั่นคงในพื้นที่ โดยหากพี่น้องประชาชนพบเห็นบุคคลต้องสงสัย หรือมีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติในพื้นที่ สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่หมายเลขโทรศัพท์สายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 โทร 061-1732999 หรือเบอร์สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. 1341 และหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ความผิดเกี่ยวกับการสนับสนุนผู้กระทำผิด

ทั้งนี้ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ยังได้เตือนถึงผู้ที่ให้การสนับสนุนผู้กระทำผิดด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การนำพาซ่อนเร้น การให้การสนับสนุนที่พักพิง หรือการสนับสนุนเสบียงอาหาร จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนั้น จึงขอความร่วมมือประชาชนไม่ให้กระทำการใดๆ ที่เป็นการช่วยเหลือหรือสนับสนุนผู้กระทำผิด

การดำเนินการ คุมตัวสอบ 3 ผู้ต้องสงสัย ยิงทหารพรานเสียชีวิตที่นราฯ ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการติดตามและจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย เพื่อสร้างความยุติธรรมและรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

คดีนี้ยังอยู่ในระหว่างการสอบสวนขยายผล เพื่อให้ทราบถึงแรงจูงใจและผู้บงการ รวมถึงผู้ร่วมขบวนการอื่นๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดำเนินการอย่างรอบคอบและเป็นธรรม เพื่อให้ความจริงปรากฏ และนำผู้กระทำผิดทั้งหมดมาลงโทษตามกฎหมาย

ประชาชนในพื้นที่ต่างให้ความสนใจและติดตามข่าวสารเกี่ยวกับคดีนี้อย่างใกล้ชิด โดยหวังว่าการดำเนินการของเจ้าหน้าที่จะเป็นไปด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับประชาชนในพื้นที่

การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อสร้างสังคมที่เข้มแข็งและสันติสุขอย่างยั่งยืน การแจ้งเบาะแสและการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่ เป็นส่วนสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่

เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ การสร้างความเข้าใจและความสมานฉันท์จึงเป็นสิ่งสำคัญในการเยียวยาจิตใจและสร้างความเข้มแข็งให้กับสังคม

การ คุมตัวสอบ 3 ผู้ต้องสงสัย ยิงทหารพรานเสียชีวิตที่นราฯ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งจะต้องมีการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

ที่มา – คุมตัวสอบ 3 ผู้ต้องสงสัย ยิงทหารพรานเสียชีวิตที่นราฯ

ภราดรไม่ทราบ วราวุธ ซบภูมิใจไทย จริงหรือ?

ภราดรไม่ทราบ วราวุธ ซบภูมิใจไทย ชี้อำนาจยุบสภาอยู่ที่นายกฯ จริงหรือไม่? วันนี้เราจะมาเจาะลึกประเด็นร้อนทางการเมืองที่กำลังเป็นที่จับตามอง

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการยุบสภา รวมถึงความเป็นไปได้ที่นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา จะย้ายมาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย โดยเน้นย้ำว่าอำนาจการตัดสินใจอยู่ที่นายกรัฐมนตรี และพรรคภูมิใจไทยมีความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งเสมอ

ภราดรไม่ทราบ วราวุธ ซบภูมิใจไทย จริงหรือ?

จากคำกล่าวของนายภราดร ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับอนาคตทางการเมืองของนายวราวุธ และความสัมพันธ์ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคชาติไทยพัฒนา ประเด็นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมือง และการจัดตั้งรัฐบาลในอนาคต

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวที่นายกรัฐมนตรีอาจยุบสภาในวันที่ 12 ธันวาคม 2568 หากมีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เป็นอำนาจการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีโดยตรง เนื่องจากรัฐบาลเป็นเสียงข้างน้อย หากมีอภิปรายไม่ไว้วางวใจ ยังไงก็โหวตแพ้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตามพรรคภูมิใจไทยมีความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งมาตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ส่วนประเด็น สส. ย้ายพรรคตามกฎหมายให้นับกรอบ 30 วันก่อนถึงวันเลือกตั้ง ไม่ใช่วันยุบสภา จึงยังสามารถย้ายได้ทันตามกำหนด

ส่วนกระแสข่าวนายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) จะย้ายมาร่วมกับพรรคภูมิใจไทยนั้น นายภราดรกล่าวว่า ไม่ทราบเรื่องดังกล่าว แม้จะคุยกับแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนาบ้างแต่ก็เป็นเรื่องทั่วไป การทาบทามใครเข้ามาเป็นอำนาจของหัวหน้าพรรค 

พรรคภูมิใจไทยพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง

นายภราดรยังเน้นย้ำถึงความพร้อมของพรรคภูมิใจไทยสำหรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะมีการยุบสภาหรือไม่ก็ตาม พรรคได้เตรียมความพร้อมทั้งในด้านนโยบาย ผู้สมัคร และการสื่อสารกับประชาชน เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถนำเสนอทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับประเทศได้

นอกจากนี้ นายภราดรยังกล่าวถึงประเด็นการย้ายพรรคของ สส. ซึ่งเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายให้ความสนใจ โดยชี้แจงว่ากฎหมายกำหนดให้สามารถย้ายพรรคได้ภายใน 30 วันก่อนวันเลือกตั้ง ดังนั้น สส. ที่ต้องการย้ายพรรคยังสามารถดำเนินการได้ทันตามกำหนด

สถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันมีความผันผวนและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การติดตามข่าวสารและข้อมูลอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เข้าใจถึงความเป็นไปของสถานการณ์ และสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง

พรรคการเมืองต่างๆ กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเสนอนโยบาย การหาเสียง หรือการดึงดูด สส. จากพรรคอื่น การแข่งขันทางการเมืองจึงมีความเข้มข้นและน่าติดตามอย่างยิ่ง

การตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการยุบสภา และการตัดสินใจของนายวราวุธเกี่ยวกับอนาคตทางการเมืองของตนเอง ล้วนมีความสำคัญต่อทิศทางของประเทศในอนาคต เราจึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และร่วมกันตัดสินใจเลือกผู้นำที่จะสามารถนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง

ดังนั้น บทสรุปของเรื่อง ภราดรไม่ทราบ วราวุธ ซบภูมิใจไทย ยังคงเป็นปริศนาที่ต้องรอการไข ภราดรไม่ทราบ วราวุธ ซบภูมิใจไทย จริงหรือไม่ คงต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด

ที่มา – “ภราดร” ไม่ทราบ “วราวุธ” ซบภูมิใจไทย ชี้อำนาจยุบสภาอยู่กับนายกฯ

ลิเวอร์พูล 6 นัด ชนะ 1 เกิดอะไรขึ้น?

ลิเวอร์พูล แชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่แล้ว เริ่มต้นฤดูกาลได้ดี แต่ตอนนี้รั้งอันดับ 8 หลังจากผ่านไป 11 เกม

ในช่วง 6 เกมลีกที่ผ่านมา ลิเวอร์พูลเก็บได้เพียง 3 แต้ม โดยมีเพียงวูล์ฟส์ ทีมอันดับสุดท้ายของตารางเท่านั้นที่ได้แต้มน้อยกว่าในช่วงเวลานี้

และนี่คือทั้งๆ ที่ทีมหงส์แดงใช้เงินไปมากกว่า 400 ล้านปอนด์ และดึงดูดนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์เข้ามาในช่วงซัมเมอร์

อะไรคือเหตุผลทางแท็กติกที่ทำให้ลิเวอร์พูลกำลังมีปัญหาในขณะนี้?

ทำไมลิเวอร์พูล 6 นัด ชนะ 1 ถึงมีปัญหาในการขึ้นเกมจากแดนหลัง?

ปัญหามากมายของลิเวอร์พูลในฤดูกาลนี้มีสาเหตุมาจากการขึ้นเกมจากแดนหลังของพวกเขา

เนื่องจากการที่เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ย้ายไปเรอัล มาดริดในช่วงซัมเมอร์ และการบาดเจ็บของผู้รักษาประตู อลิสซอน เบ็คเกอร์เมื่อหกสัปดาห์ก่อน ทำให้เกมรับของลิเวอร์พูลเล่นแตกต่างออกไป

จอร์จี้ มามาร์ดาชวิลีเข้ามาแทนที่อลิสซอนที่ได้รับบาดเจ็บ และรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ส่งผลต่อฟอร์มของลิเวอร์พูลก็คือ ผู้รักษาประตูมีเท้าที่ถนัดต่างกัน

มามาร์ดาชวิลีถนัดเท้าซ้าย ซึ่งหมายความว่าเขาเล่นลูกจ่ายบางอย่างที่อลิสซอนจะไม่เล่น

สิ่งนี้เปลี่ยนแปลงพลวัตที่ลิเวอร์พูลคุ้นเคยกับคู่หูเท้าขวาอย่างอลิสซอนและรองมือสองคนก่อนหน้านี้ของพวกเขาอย่าง ควีวิน เคลเลเฮอร์

ผู้รักษาประตูสามารถเล่นลูกจ่ายสั้นได้เร็วกว่าเมื่อจ่ายบอลข้ามลำตัว การเปิดร่างกายและเล่นไปทางฝั่งตรงข้ามโดยทั่วไปจะใช้เวลานานกว่า

สำหรับอลิสซอน สิ่งนี้จะส่งบอลไปให้เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ซึ่งเป็นเซ็นเตอร์แบ็คที่เล่นบอลได้แข็งแกร่งกว่า เท้าซ้ายของมามาร์ดาชวิลีส่งบอลไปยังฝั่งขวาซึ่งปัจจุบันมี อิบราฮิมา โกนาเต้ และ คอเนอร์ แบรดลีย์ หรือ เยเรมี ฟริมปง

ส่วนใหญ่ในฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูลเลือกที่จะขึ้นเกมสั้นๆ และมีปัญหาในการทำเช่นนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านขวา

ทีมต่างๆ ทำให้สถานการณ์ยากขึ้นสำหรับลิเวอร์พูลด้วยการเพรสในลักษณะที่ตัดฝั่งซ้ายของสนาม ทำให้ลิเวอร์พูลต้องไปทางขวาอีกครั้ง คู่ต่อสู้ได้วางกองหน้าประกบฟาน ไดจ์คเพื่อลดอิทธิพลของเขาในการครองบอลเช่นกัน

เมื่อบอลไปถึงฝั่งขวาของแนวรับ ลิเวอร์พูลก็ไม่สามารถออกจากสถานการณ์ที่ถูกกดดันได้โดยไม่มี อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์

สิ่งที่ลิเวอร์พูลพลาดไปในการขาดหายไปของเขาได้รับการวิเคราะห์ ที่นี่ แต่การใช้ได้ทั้งสองเท้าและความเต็มใจที่จะเล่นลูกจ่ายที่เสี่ยงกว่า ทั้งในแดนกลางหรือด้านหลัง มักจะเป็นไพ่ออกจากคุกฟรีของลิเวอร์พูล

การดูผู้เล่นแต่ละคนอย่างใกล้ชิดเน้นให้เห็นถึงความยากลำบากของ มิโลส เคอร์เคซ ในการอำพรางความตั้งใจในการจ่ายบอลของเขาในบางครั้งจากแบ็คซ้าย แบรดลีย์ดูเหมือนจะเล่นด้วยความเร็ว แต่การชะลอเกมในการสร้างเกมสามารถช่วยให้ทีมขัดขวางการเพรสของคู่ต่อสู้และสร้างการครอบครองบอลที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นได้

ความเร็วในการสร้างเกมที่เพิ่มขึ้นและคุณภาพการจ่ายบอลที่ลดลงจากแนวรับของพวกเขาส่งผลให้มีการเสียบอลเพิ่มขึ้นและการครอบครองบอลที่ยาวนานน้อยลง

ทำไมลิเวอร์พูล 6 นัด ชนะ 1 ถึงไม่ดึงศักยภาพที่ดีที่สุดของซาลาห์ออกมา?

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เป็นศูนย์กลางของความสำเร็จส่วนใหญ่ของลิเวอร์พูลเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เหตุใดกองหน้าชาวอียิปต์จึงมีประสิทธิภาพน้อยกว่าในฤดูกาลนี้

ปีกขวาของลิเวอร์พูลเมื่อฤดูกาลที่แล้วน่าประทับใจ มักประกอบด้วย ซาลาห์ โดมินิก โซบอสซ์ไล และ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์

การวิเคราะห์คนหลังเมื่อฤดูกาลที่แล้วแสดงให้เห็นว่าไม่ใช่แค่คุณภาพของเขาในการครองบอลเท่านั้นที่โดดเด่น การเคลื่อนที่ที่ยอดเยี่ยมของเขานอกบอลยังช่วยให้ซาลาห์เปล่งประกาย

เมื่อใช้เกมกับบอร์นมัธเมื่อฤดูกาลที่แล้วเป็นตัวอย่าง อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์จะอยู่ในตำแหน่งกองกลางตัวรุกสูงเมื่อกองหลังของลิเวอร์พูลครองบอล กองกลางตัวกลางของบอร์นมัธมีหน้าที่รับผิดชอบในการป้องกันเขา และพวกเขามักจะต้องถอยลงไป

ตำแหน่งของเขาช่วยเปิดช่องทางการจ่ายบอลจากโคนาเต้ไปให้ซาลาห์ ทำให้กองหน้าชาวอียิปต์สามารถรับบอลได้อย่างง่ายดาย

ซาลาห์รับบอลลึกกว่า ทำให้เขาสามารถหมุนตัวและหันหน้าไปทางด้านหน้าโดยมีระยะห่างระหว่างตัวเขากับฟูลแบ็ค การวางแนวนี้ทำให้เขาเล่นฟุตบอลได้ดีที่สุด โดยการโจมตีโดยตรงมากขึ้น เลี้ยงบอลด้วยโมเมนตัม และจ่ายบอลเข้าด้านใน

ข้อดีอีกอย่างของตำแหน่งด้านในของ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ คือ แทนที่จะมีกองกลางสามคนสองคนเล่นในตำแหน่งเกมรุกสูงขึ้นไป เขาและ โซบอสซ์ไล ครอบครองพื้นที่เหล่านี้แทน

สิ่งนี้ทำให้กองกลางตัวกลางตามธรรมชาติสองคนอย่าง ไรอัน กราเฟนเบิร์ช และ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ อยู่ในตำแหน่งด้านหลังบอล ตรงกลาง กองกลางตัวรับตามธรรมชาติที่เล่นด้านหลังบอลให้ความแข็งแกร่งในการป้องกันที่มากขึ้นเมื่อเริ่มต้นในพื้นที่ส่วนกลาง เนื่องจากเป็นที่ที่การโจมตีสวนกลับเป็นอันตรายที่สุด

เมื่อเทียบกับฤดูกาลนี้ ผลกระทบที่ตามมาจะชัดเจน

ฟูลแบ็คของลิเวอร์พูลพบว่าตัวเองอยู่ริมเส้นในครึ่งหลังของพวกเขา มักจะไม่สามารถหากองหลังของพวกเขาได้ตรงกลาง ช่องทางการจ่ายบอลจากโคนาเต้ไปให้ซาลาห์ก็อาจจะแออัดเกินไป

บางครั้งฟูลแบ็คของลิเวอร์พูลจะส่งบอลตรงไปให้ซาลาห์เลย ดังนั้นซาลาห์จึงรับบอลโดยมีแรงกดดันจากด้านหลังเขา ซึ่งหมายความว่าเขาไม่สามารถหันตัวและโจมตีได้อย่างอันตราย สิ่งนี้ลดประสิทธิภาพของเขา

ตรงกลางมีกองกลางจำนวนน้อยกว่าที่อยู่ในตำแหน่งที่จะหยุดการโจมตีสวนกลับหากเสียบอลมากเกินไป ปัญหาเรื่องระยะห่างนี้แย่ลงเนื่องจากการหมุนเวียนและการเคลื่อนไหวที่เพิ่มขึ้นระหว่างกองกลางทั้งสาม การปรับเปลี่ยนทางแท็กติกโดยเจตนาที่ยังไม่ได้รับผลตอบแทนในฤดูกาลนี้

ปัญหาในการป้องกันที่ใหญ่ที่สุดของลิเวอร์พูลในฤดูกาลนี้

ลิเวอร์พูลเพรสอย่างหนักในช่วงหลายปีที่ผ่านมาภายใต้การคุมทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ แต่ภายใต้การคุมทีมของสล็อต กลยุทธ์นอกบ้านของพวกเขานั้นแตกต่างกัน

ตอนนี้ลิเวอร์พูลมักจะเพรสในรูปแบบ 4-2-4 หลักการที่สล็อตชอบใช้คือการมีผู้เล่นพิเศษในแนวรับเมื่อเทียบกับจำนวนกองหน้าที่คู่ต่อสู้มี สิ่งนี้สามารถอธิบายได้ว่ามี ‘พลัสวัน’ ที่ด้านหลัง

คู่ต่อสู้มักจะมีกองหน้าและปีกสองข้างอยู่ในตำแหน่งสูง ภายใต้การคุมทีมของสล็อต ลิเวอร์พูลมักจะรั้งกองหลังทั้งสี่คนไว้ข้างหลังเพื่อให้ได้เปรียบผู้เล่นหนึ่งคน

ผลที่ตามมาคือโดยปกติแล้วลิเวอร์พูลจะมีผู้เล่นน้อยกว่าหนึ่งคนขึ้นไปเมื่อเทียบกับคู่ต่อสู้

การเพรสคู่ต่อสู้ที่มีผู้เล่นพิเศษในการสร้างเกมเป็นการท้าทายที่สามารถแก้ไขได้ผ่านการเพรสส่วนบุคคลที่แข็งแกร่ง

อีกทางเลือกหนึ่งคือ เพรสสามารถดำเนินการในลักษณะที่อนุญาตให้ผู้เล่นคนหนึ่งครอบคลุมผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามหลายคน โดยมักจะเพรสผู้เล่นคนหนึ่งในขณะที่ปิดกั้นช่องทางการจ่ายบอลให้กับอีกคนหนึ่ง

โดยทั่วไป ทีมที่เพรสโดยมีผู้เล่นน้อยกว่าข้างหน้ากำลังมองหาการบังคับให้คู่ต่อสู้สร้างเกมลงไปด้านหนึ่งก่อนที่จะตัดการเข้าถึงอีกด้านหนึ่งของสนาม

บางครั้ง ทีมต่างๆ ได้ใช้ประโยชน์จากหลักการป้องกันเหล่านี้ในฤดูกาลนี้

ปัญหาที่สล็อตต้องเจอ

ในการเอาชนะอาร์เซนอลเมื่อต้นฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูลเริ่มต้นเกมโดยการรักษา ‘พลัสวัน’ ไว้ในแนวรับ ซึ่งหมายความว่าในการสร้างเกม อาร์เซนอลมักจะมีคนสำรอง

ในตัวอย่างด้านล่าง ลิเวอร์พูลมีกองหน้าสี่คนและกองกลางสองคน หากกองหน้าทั้งสี่คนเพรสด้วยกัน กองกลางทั้งสองคนก็จะถูกเอาชนะได้เนื่องจากตำแหน่งที่ไม่เหมือนใครของ ริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี่

อาร์เซน่อลครองเกมในครึ่งแรกส่วนหนึ่งเป็นเพราะการโอเวอร์โหลดนี้ และสล็อตเลือกที่จะใช้การเพรสแบบประกบตัวต่อตัวในครึ่งหลังเพื่อแก้ไขปัญหานี้

จากนั้น โซบอสซ์ไล ได้รับมอบหมายให้เพรสคาลาฟิออรี่ ซึ่งช่วยให้ลิเวอร์พูลบังคับตัวเองและแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจของสล็อตในปัญหา

อย่างไรก็ตาม มันทำให้ลิเวอร์พูลประกบตัวต่อตัวที่ด้านหลัง ซึ่งเป็นสิ่งที่สล็อตไม่ชอบทำ

ในหลายเกมตั้งแต่เกมกับอาร์เซนอล สล็อตได้กลับไปใช้แนวทางเดิม ซึ่งนำมาซึ่งปัญหาเดิม

ฟอร์มตก มีมากกว่าแค่แท็กติก

นี่ไม่ใช่รายการปัญหาทั้งหมดของลิเวอร์พูลในฤดูกาลนี้ แต่เน้นถึงปัญหาหลักบางประการที่สล็อตและทีมงานโค้ชของเขาจะต้องจัดการเพื่อให้ลิเวอร์พูลกลับมาสู่เส้นทางเดิม

ลิเวอร์พูล 6 นัด ชนะ 1 ฟอร์มแย่เพราะอะไร

ความยากลำบากของลิเวอร์พูลจากลูกตั้งเตะและการรับมือกับลูกยาว ซึ่งเป็นลีกที่ให้ความสำคัญกับทั้งสองอย่างมากขึ้นเรื่อยๆ มีส่วนทำให้ผลงานของพวกเขาแย่ลงในฤดูกาลนี้

นอกจากนี้ยังมีข้อเท็จจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่การเสียชีวิตอย่างน่าเศร้าของ ดิโอโก้ โชต้า เพื่อนร่วมทีมจะมีผลกระทบต่อจิตใจของผู้เล่นและเจ้าหน้าที่ของลิเวอร์พูล

การใช้จ่ายเงินจำนวนมากมักจะนำมาซึ่งผู้เล่นที่มีคุณภาพ ซึ่งควรจะปรับปรุงผลลัพธ์ แต่ด้วยปัจจัยมากมายที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอล ทั้งในและนอกสนาม การสร้างสมดุลที่สมบูรณ์แบบในการผสมผสานผู้เล่นใหม่ไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป

สรุปแล้ว ปัญหาของ ลิเวอร์พูล 6 นัด ชนะ 1 นั้นซับซ้อนและมีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งเรื่องแท็กติก, การปรับตัวของผู้เล่นใหม่, และเรื่องนอกสนามที่ส่งผลต่อสภาพจิตใจของทีม การแก้ไขปัญหาเหล่านี้จะต้องใช้เวลาและความพยายามจากทั้งทีมงานและนักเตะ

ที่มา – One win in six – what is going wrong at stumbling Liverpool?