UN เตือน! พื้นที่ปลูกฝิ่นในพม่าพุ่งสูงสุดในรอบ 10 ปี
สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) เปิดเผยว่า พื้นที่ปลูกฝิ่นในพม่าขยายตัวถึงกว่า 331,250 ไร่ ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหลังการยึดอำนาจของรัฐบาลทหารปี 2564 และการปราบปรามยาเสพติดในอัฟกานิสถาน โดยกิจกรรมผิดกฎหมายเหล่านี้เป็นแหล่งทุนสำคัญในการขับเคลื่อนสงครามกลางเมือง
สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ออกคำเตือนว่า การปลูกฝิ่นในประเทศพม่าได้พุ่งสูงทำลายสถิติในรอบทศวรรษ และมีสัญญาณเบื้องต้นว่าเฮโรอีนกำลังถูกลักลอบนำเข้าสู่ตลาดตะวันตก
พม่าซึ่งได้รับผลกระทบจากสงครามอย่างหนัก เป็นแหล่งรวมกิจกรรมตลาดมืดที่หลากหลาย ตั้งแต่การทำเหมืองผิดกฎหมายไปจนถึงการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต และการผลิตยาเสพติดผิดกฎหมาย เช่น ยาบ้าและเฮโรอีน โดยพม่าเป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตฝิ่นรายใหญ่ที่สุดของโลกมานาน และได้ก้าวขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่ง หลังจากรัฐบาลตาลิบันสั่งปราบปรามการค้าฝิ่นในอัฟกานิสถานเมื่อปี 2022
นักวิเคราะห์ระบุว่า กิจกรรมผิดกฎหมายเหล่านี้เป็นแหล่งรายได้สำคัญที่ใช้ในการสนับสนุนสงครามกลางเมืองที่เกิดขึ้นในพม่านับตั้งแต่กองทัพเข้ายึดอำนาจในการรัฐประหารเมื่อปี 2021
รายงานสำรวจฝิ่นประจำปีของ UNODC เปิดเผยว่า ในปีนี้ มีการเพาะปลูกฝิ่นในพม่าบนพื้นที่กว่า 331,250 ไร่ ซึ่งถือเป็น พื้นที่ขนาดใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2015
รายงานระบุว่า หลังการปราบปรามในอัฟกานิสถาน “มีสัญญาณที่ชัดเจนว่า เฮโรอีนที่ลักลอบนำเข้าจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังเข้าสู่ตลาดที่ปกติไม่ได้จัดหาจากภูมิภาคนี้”
UNODC อ้างถึงกรณีการยึดเฮโรอีนต้องสงสัยมีแหล่งกำเนิดจากพม่ารวม 60 กิโลกรัม จากผู้โดยสารสายการบินที่เดินทางจากประเทศไทยไปยังสหภาพยุโรปในช่วงปี 2024 และต้นปี 2025
แม้ว่าขนาดการลักลอบขนส่งจะ “ยังไม่สำคัญมากนัก แต่สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป อาจกระตุ้นให้เกิดการปลูกและผลิตฝิ่นในเมียนมามากขึ้น”
แม้ว่าการปลูกฝิ่นจะแพร่หลายในพม่าก่อนเกิดสงครามกลางเมือง แต่ผู้สังเกตการณ์กล่าวว่า ความขัดแย้งได้กระตุ้นตลาดมืดอย่างรุนแรง ด้วยสาเหตุจากรัฐบาลกลางที่อ่อนแอ โครงสร้างพื้นฐานทางอุตสาหกรรมถูกทำลายจากการสู้รบ และความยากจนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
รายงานของ UNODC ชี้ว่า แม้ความไม่มั่นคงจะเป็นปัจจัยที่ผลักดันให้เกษตรกรหันมาปลูกฝิ่น แต่ “ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงและสถานการณ์ที่ไม่ปลอดภัยก็ทำให้การดูแลพื้นที่เพาะปลูกเป็นเรื่องยากขึ้น”
ถึงแม้ว่าพื้นที่ปลูกฝิ่นจะขยายตัวขึ้น 17 เปอร์เซ็นต์ จากปี 2024 แต่ผลผลิตในปีนี้ยังคงที่อยู่ที่ประมาณ 1,000 ตัน.
UN เตือน พื้นที่ปลูกฝิ่นในพม่าพุ่งสูงสุดในรอบ 10 ปี
สถานการณ์การปลูกฝิ่นในพม่าที่เพิ่มสูงขึ้นนี้ ส่งผลกระทบต่อหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของภูมิภาค ปัญหาความยากจนและความขัดแย้งภายในประเทศเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เกษตรกรหันมาปลูกฝิ่นเพื่อหารายได้
ปัจจัยที่ทำให้พื้นที่ปลูกฝิ่นในพม่าเพิ่มขึ้น
- ความไม่มั่นคงทางการเมืองและการสู้รบภายในประเทศ
- ปัญหาความยากจนและการขาดแคลนทางเลือกในการประกอบอาชีพ
- การปราบปรามการปลูกฝิ่นในอัฟกานิสถาน ซึ่งส่งผลให้พม่ากลายเป็นแหล่งผลิตฝิ่นที่สำคัญ
การแก้ไขปัญหาพื้นที่ปลูกฝิ่นในพม่าพุ่งสูงสุดในรอบ 10 ปี จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ และสร้างทางเลือกในการดำรงชีวิตที่ยั่งยืนให้กับประชาชน
จากรายงานของ UNODC การเพิ่มขึ้นของพื้นที่ปลูกฝิ่นในพม่าพุ่งสูงสุดในรอบ 10 ปี นี้เป็นสัญญาณที่น่ากังวลและต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อความมั่นคงและสังคมในระดับภูมิภาคและระดับโลก
การที่พื้นที่ปลูกฝิ่นในพม่าพุ่งสูงสุดในรอบ 10 ปี ทำให้เกิดความท้าทายในการควบคุมยาเสพติดในระดับสากล การลักลอบขนส่งเฮโรอีนจากภูมิภาคนี้ไปยังตลาดโลกเป็นสิ่งที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด และจำเป็นต้องมีการประสานงานระหว่างประเทศในการปราบปราม



















