วัน: 6 ธันวาคม 2025

แอสตันวิลล่าล่าแชมป์? อาร์เซนอลต้องกังวล?

อูไน เอเมรี ยังคงปฏิเสธว่าแอสตัน วิลล่า อยู่ในการแข่งขันแย่งแชมป์ แม้ว่าอาร์เซนอล อดีตสโมสรของเขาจะดูเปราะบางในการนำจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก

หัวหน้าโค้ชของวิลล่ากำลังลดโอกาสของทีมปัจจุบันของเขา ในขณะที่ฟอร์มของพวกเขาเป็นสิ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้

ชัยชนะ 2-1 เหนืออาร์เซนอลเมื่อวันเสาร์ ทำแต้มให้วิลล่าตามหลังอาร์เซนอลเพียงแค่ 3 คะแนน โดยมีแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เข้าร่วมทั้งสองทีมในสามอันดับแรก

วิลล่าอยู่ในสถานะที่คล้ายกันอย่างน่าทึ่งเมื่อสองปีก่อน แต่จบอันดับสี่ โดยตามหลังแชมป์อย่างซิตี้ 23 แต้ม

เมื่อผ่านไปกว่าหนึ่งในสามของฤดูกาลพรีเมียร์ลีก มีเหตุผลที่ทำให้ทีมของเอเมรีควรได้รับการพิจารณาอย่างจริงจังในการพูดคุยเรื่องแชมป์ในครั้งนี้

พวกเขาเอาชนะอาร์เซนอลและซิตี้ในบ้าน และตอนนี้ชนะ 9 จาก 10 เกมหลังสุดในลีก – ชนะ 7 เกมติดต่อกันในทุกรายการ – ดังนั้นทำไมวิลล่าถึงไม่อยู่ในกลุ่มลุ้นแชมป์?

แดนนี เมอร์ฟี อดีตกองกลางของท็อตแนม ชี้ให้เห็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่อาจส่งผลเสียต่อพวกเขา

“ผมไม่เห็นว่าพวกเขาเป็นคู่แข่งแย่งแชมป์ เพียงเพราะขาดความแข็งแกร่งในเชิงลึก แต่ 11 ผู้เล่นตัวจริงที่ดีที่สุดของพวกเขาสามารถเอาชนะใครก็ได้” เมอร์ฟีกล่าว

ความพ่ายแพ้ที่วิลล่า พาร์ค เป็นความพ่ายแพ้ครั้งแรกของอาร์เซนอลใน 18 เกม – นับตั้งแต่แพ้ 1-0 ที่ลิเวอร์พูลในเดือนสิงหาคม – และทำให้สถานะที่ดูเหมือนจะได้เปรียบในการเป็นจ่าฝูงอ่อนแอลงอย่างมาก

ด้วยชัยชนะเพียงสองครั้งจากห้าเกมหลังสุดในพรีเมียร์ลีก แฟนบอลอาร์เซนอลอาจเริ่มประหม่า

ถึงเวลาที่ต้องเริ่มมองวิลล่าอย่างจริงจังแล้วหรือยัง?

วิลล่ามีค่า expected goals (xG) ที่ 2.27 เมื่อวันเสาร์ ซึ่งสูงที่สุดโดยทีมใดๆ ที่เจอกับอาร์เซนอลในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ และสร้างโอกาสใหญ่ 5 ครั้ง รวมถึงประตูของแมตตี แคช และ บูเอนเดีย

พวกเขาทำประตูได้มากกว่าค่า xG [22 ประตู] ถึง 5.45 ลูก และเสียประตูน้อยกว่าค่า xGA [15 ประตู] ถึง 5.83 ลูก ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้

ตัวชี้วัดหลัง – expected goals against – วัดจำนวนประตูที่คาดว่าทีมจะเสียโดยอิงจากโอกาสที่สร้างขึ้นในการเจอกับพวกเขา

ดาเมียน วิดากานี ผู้อำนวยการปฏิบัติการฟุตบอลของวิลล่า และมือขวาของเอเมรี เขียนบน X หลังจากชัยชนะ 1-0 เหนือวูล์ฟส์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ว่าไม่สำคัญว่าวิลล่าจะทำประตูจากดวงจันทร์หรือไม่ สิ่งสำคัญคือพวกเขาได้แต้ม

บูเอนเดีย ตอนนี้เป็นผู้ทำประตูสูงสุดของวิลล่าในพรีเมียร์ลีกร่วมกับ โดนเยลล์ มาเลน ที่ 4 ประตู – โอลิเวอร์ วัตกินส์, มอร์แกน โรเจอร์ส และ แคช มี 3 ประตู – ดังนั้นวิลล่าจึงไม่ได้พึ่งพาผู้เล่นคนเดียวในการทำประตู

พวกเขาอาจทำผลงานได้ดีกว่าตัวเลข expected goals ในทั้งสองฝั่งของสนาม แต่มีเพียงไม่กี่คนที่จะอิจฉาตำแหน่งของวิลล่าใกล้จุดสูงสุด

ไม่มีทีมใดชนะในพรีเมียร์ลีกมากไปกว่าวิลล่านับตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม

“ผมไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้น [แชมป์]” เอเมรีกล่าว “ผมรู้ว่า 38 แมตช์เป็นเรื่องยากมาก เราไม่ใช่ผู้ท้าชิง ถ้าเราอยู่ในเกมที่ 35 บางทีเราอาจจะพูดแตกต่างออกไป

“สามแต้มทำให้เรามีความมั่นใจอย่างมาก และทำให้เรามีความรู้สึกร่วมกันมากมายเกี่ยวกับวิธีการที่เรากำลังทำในลักษณะนี้ ตารางคะแนน เรากำลังรู้สึกดีขึ้นเกี่ยวกับมันมากกว่าเมื่อสองเดือนก่อน

“[ผม] ภูมิใจมากกับวิธีการที่เราตอบสนองและวิธีที่เรามุ่งเน้นไปที่แต่ละแมตช์ รวมถึงในยุโรป ผู้เล่นคือตัวเอก”

มันเป็นทางยาวไกลจากช่วงเริ่มต้นฤดูกาลที่ยากลำบากของวิลล่า เมื่อพวกเขาไม่สามารถชนะได้เลยในหกเกมแรก – รวมถึงตกรอบคาราบาว คัพ ให้กับเบรนท์ฟอร์ด

พวกเขาทำประตูไม่ได้ในพรีเมียร์ลีกจนกระทั่งเกมที่หก เสมอกับซันเดอร์แลนด์ 1-1 เมื่อมีผู้เล่น 10 คน แต่ตั้งแต่นั้นมาในปลายเดือนกันยายน พวกเขาชนะ 13 จาก 15 เกม

เอเมรียอมรับว่าฟอร์มของพวกเขาดีที่สุดเท่าที่เขาคาดหวังไว้ โดยอยู่ในอันดับสามจากท้ายตารางเมื่อออกจากสเตเดียม ออฟ ไลท์ เมื่อวันที่ 21 กันยายน

เขากล่าวว่า: “วิธีที่เราเป็นอยู่ในตอนนี้ ผมภูมิใจในตัวผู้เล่นมาก วิธีที่พวกเขารับมือกับความท้าทายที่เราส่งไปในห้องแต่งตัว แต่มันคือความเป็นจริง ความเป็นจริงคือทุกสิ่งที่เรากำลังประสบความสำเร็จ แต่ความเป็นจริงก็คือความยากลำบากที่เรากำลังเผชิญ

“พรีเมียร์ลีกเป็นเรื่องยากมาก และเป้าหมายของเราใน 38 แมตช์ เราจะเห็นมัน แต่แน่นอนว่าตอนนี้เรารู้สึกดี รู้สึกแข็งแกร่ง และรู้สึกสบายใจในตำแหน่งที่เราอยู่”

อาการบาดเจ็บเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดต่อการท้าทายแชมป์ของอาร์เซนอล

อาร์เซนอลต้องรับมือกับอาการบาดเจ็บของผู้เล่นคนสำคัญในฤดูกาลนี้

ในการเจอกับวิลล่า การขาดหายไปดูเหมือนจะส่งผลกระทบต่อทัพปืนใหญ่

ห้องพยาบาลเต็มไปด้วยผู้คนในฤดูกาลนี้ และผู้เล่นที่ต้องพักจากการลงสนาม ได้แก่ วิลเลียม ซาลิบา, กาเบรียล มากัลเญส, มาร์ติน โอเดการ์ด, บูกาโย ซาก้า, กาเบรียล มาร์ติเนลลี, เลอันโดร ทรอสซาร์ด, โนนี มาดูเอเก, คริสเตียน มอสเกรา และ วิคตอร์ เกียวเคเรส

กองหลัง ซาลิบา, มอสเกรา และ กาเบรียล ล้วนไม่พร้อมใช้งานในขณะนี้ ซึ่งหมายความว่า เยอร์เรียน ทิมเบอร์ ซึ่งปกติเล่นเป็นแบ็กขวา ต้องเติมเต็มในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กที่วิลล่า

เกียวเคเรส ที่กำลังสร้างความฟิต กลับมาลงสนามแทนที่ มิเกล เมริโน กองหน้าที่ถูกปรับบทบาท ที่วิลล่า พาร์ค แต่กองหน้าราคา 64 ล้านปอนด์ ไม่สามารถสร้างผลกระทบได้

เลอันโดร ทรอสซาร์ด เป็นผู้เล่นที่โดดเด่นของอาร์เซนอลในฤดูกาลนี้ แต่เขาก็กลับมาจากอาการบาดเจ็บเช่นกัน แม้จะทำประตูตีเสมอให้อาร์เซนอลหลังจากถูกเปลี่ยนตัวลงมาในครึ่งเวลาหลัง แต่เขาก็ถูกเปลี่ยนตัวออกเองในช่วง 4 นาทีสุดท้ายของเวลาปกติเมื่อวันเสาร์

ถึงเวลาที่อาร์เซนอลต้องกังวลแล้วหรือยัง?

มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีม ถูกถามในการแถลงข่าวก่อนเกมว่า ตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีกกลายเป็นของอาร์เซนอลที่จะเสียไปหรือไม่

หลังจากความพ่ายแพ้ต่อวิลล่า คำถามคืออาร์เซนอลอยู่ในช่วงฟอร์มที่ไม่ดีหรือไม่

นั่นคือธรรมชาติของการแข่งขันของพรีเมียร์ลีก แต่อาจมีสัญญาณที่น่ากังวลสำหรับอาร์เซนอล แม้ว่าอาร์เตต้าจะคาดหวังให้พวกเขาจัดการกับแรงกดดันได้

“มันเป็นช่วงห้าเดือนของการแข่งขัน และจนถึงตอนนี้เราก็รับมือได้ เราจะต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าเราสามารถรับมือได้อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง เป็นเวลาอีกหกเดือน” เขากล่าว

“นั่นคือระดับ คนที่คิดว่าในขณะนี้เราจะนำหน้า 10 แต้ม พวกเขาอยู่ในโลกที่แตกต่างออกไป

“นั่นคือลีก – คุณไปที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด คุณไปที่เซนต์ เจมส์ พาร์ค คุณไปที่เชลซี คุณมาที่นี่ เราเคยอยู่ในสนามที่ยากลำบากมากมาย

“ผลลัพธ์อาจแตกต่างออกไป ความเป็นจริงไม่ใช่ เราไร้พ่ายมา 18 เกม และเรายังอยู่ที่นั่น

“นั่นคือระดับของลีก นั่นคือโอกาสที่เรามีอยู่ข้างหน้า และนั่นคือทั้งหมด ตอนนี้เป็นเวลาที่จะกลับมา เราได้ให้เหตุผลที่ถูกต้องทั้งหมดแก่ผม เพื่อให้คิดว่าเราจะแสดงผลงานในระดับเดิม

“เราเดินหน้าต่อไป เราจะเรียนรู้จากวันนี้ และมันจะทำให้เราเป็นทีมที่ดีขึ้น”

นี่คือช่วงเวลาที่สั่นคลอน โดยความพ่ายแพ้ต่อวิลล่าเกิดขึ้นหลังจากเสมอเชลซีและซันเดอร์แลนด์

อาร์เซนอลมีชัยชนะที่น่าประทับใจเหนือท็อตแนมเมื่อเร็วๆ นี้ และยังมีการชนะเบรนท์ฟอร์ดอย่างสบายๆ แต่การนำที่โดดเด่นของพวกเขาก็ถูกทำลายลง

ด้วยสถิติที่ไม่สามารถเปลี่ยนการเริ่มต้นที่แข็งแกร่งให้เป็นถ้วยรางวัลได้ แฟนบอลอาร์เซนอลอาจเริ่มประหม่า แต่ข้อความจากผู้จัดการทีมคือการรักษาสติ

แอสตันวิลล่าล่าแชมป์? ความน่าจะเป็นและสิ่งที่อาร์เซนอลต้องระวัง

โดยรวมแล้ว แอสตันวิลล่ากำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ดี พวกเขาเล่นด้วยความมั่นใจและมีผู้จัดการทีมที่ยอดเยี่ยม ด้วยเหตุนี้ การที่ แอสตันวิลล่าล่าแชมป์ จึงไม่น่าแปลกใจ อาร์เซนอลต้องระวังฟอร์มอันน่าทึ่งนี้

ในขณะที่อาร์เซนอลกำลังประสบปัญหา พวกเขามีผู้เล่นที่มีความสามารถมากมายที่สามารถพลิกสถานการณ์ได้ หากพวกเขาต้องการที่จะอยู่ในตำแหน่งที่แข็งแกร่งในการแข่งขันชิงแชมป์ แอสตันวิลล่าล่าแชมป์? จึงอาจเป็นคำถามที่กระตุ้นให้อาร์เซนอลต้องคิดหนัก

ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่าพรีเมียร์ลีกยังคงเป็นการแข่งขันที่คาดเดาไม่ได้ และ แอสตันวิลล่าล่าแชมป์? คือสถานการณ์ที่น่าติดตาม

ที่มา – Are Aston Villa in title hunt – and should Arsenal start to worry?

เจ้าของไบรท์ตัน Bloom ปฏิเสธข่าวลือเรื่องการพนัน

โทนี่ บลูม เจ้าของสโมสรไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าเขาได้วางเดิมพันในการแข่งขันของไบรท์ตัน นับตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งเจ้าของสโมสร โดยระบุว่าเป็น “เรื่องไม่จริงโดยสิ้นเชิง”

รายงานข่าวจาก The Guardian อ้างว่ามหาเศรษฐีชาวอังกฤษรายนี้คือนักพนันนิรนามที่อยู่เบื้องหลังการชนะเดิมพันมูลค่า 70 ล้านดอลลาร์ (52 ล้านปอนด์) ซึ่งรวมถึงการเดิมพันในเกมของไบรท์ตันด้วย

รายงานดังกล่าวเชื่อมโยงบลูม วัย 55 ปี ซึ่งเป็นนักพนันมืออาชีพ กับบุคคลนิรนามที่เรียกว่า “John Doe” ซึ่งถูกกล่าวถึงในคดีทางกฎหมายในสหรัฐอเมริกาที่พยายามเปิดเผยตัวนักพนันนิรนามที่กำลังกอบโกยผลกำไรมหาศาลจากการเดิมพัน

ตามกฎของสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (FA) ห้ามเจ้าของสโมสรวางเดิมพันในการแข่งขันหรือรายการที่เกี่ยวข้องกับทีมของตนเอง

บลูมเป็นหนึ่งในเจ้าของสโมสรจำนวนไม่มากที่ได้รับอนุญาตภายใต้นโยบายปี 2014 ให้สามารถเดิมพันในการแข่งขันและแมตช์อื่นๆ ได้ต่อไป

“ผมขอยืนยันอย่างหนักแน่นต่อแฟนบอลของเราว่าผมไม่ได้วางเดิมพันในการแข่งขันใดๆ ของไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน เลย นับตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งเจ้าของสโมสรในปี 2009” บลูมกล่าวในแถลงการณ์ที่ออกโดยสโมสรไบรท์ตันในนามของเขา

“ผมปฏิบัติตามเงื่อนไขเหล่านี้อย่างครบถ้วนเสมอมา และการเดิมพันทั้งหมดของผมในเกมฟุตบอลได้รับการตรวจสอบโดยบริษัทบัญชีชั้นนำแห่งหนึ่งของโลกเป็นประจำทุกปี เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นไปตามนโยบายของ FA อย่างครบถ้วน”

บลูม ซึ่งถือหุ้น 29% ในสโมสรฮาร์ทส์ของสกอตแลนด์ กล่าวว่าทนายความได้ติดต่อกับ The Guardian เกี่ยวกับข้อกล่าวหาที่เป็น “เรื่องไม่จริงโดยสิ้นเชิง”

“นอกจากนี้ สโมสรของเรากำลังติดต่อโดยตรงกับทั้งสมาคมฟุตบอลและพรีเมียร์ลีกเกี่ยวกับเรื่องนี้” เขากล่าว

บลูมมีประวัติยาวนานในการดูแลการดำเนินงานด้านการพนัน

เขาเป็นผู้ก่อตั้งเว็บไซต์การพนันออนไลน์ Premierbet ในปี 2002 ก่อนที่จะขายไปในราคาประมาณ 1 ล้านปอนด์ในปี 2005

บลูมยังเป็นหัวหน้าของกลุ่มนักพนันส่วนตัวที่ดำเนินการผ่านบริษัท Starlizard ของเขาอีกด้วย

เจ้าของไบรท์ตัน Bloom ปฏิเสธข่าวลือเรื่องการพนัน

โทนี่ บลูม ยืนยันไม่ได้เดิมพันเกมไบรท์ตัน

ประเด็นสำคัญที่ทำให้เรื่องนี้เป็นที่สนใจคือ การที่ โทนี่ บลูม เป็นทั้งเจ้าของสโมสรและมีบทบาทในธุรกิจการพนัน ซึ่งทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้น แม้ว่าบลูมจะยืนยันว่าเขาปฏิบัติตามกฎของ FA อย่างเคร่งครัด แต่ข้อกล่าวหาเหล่านี้ก็อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของเขาและสโมสรไบรท์ตันได้

การที่ FA อนุญาตให้บลูมเดิมพันในการแข่งขันอื่นๆ ได้นั้น แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของกฎระเบียบเกี่ยวกับการพนันในวงการฟุตบอล ซึ่งอาจต้องมีการทบทวนและปรับปรุงให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันปัญหาความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ในขณะที่บลูมออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาอย่างหนักแน่น การสอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ยังคงดำเนินต่อไป และผลการสอบสวนจะมีความสำคัญต่อการพิจารณาว่ามีการละเมิดกฎระเบียบใดๆ หรือไม่ และจะมีการดำเนินการอย่างไรต่อไป

  • ความโปร่งใส: เรื่องนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจของสโมสรฟุตบอล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเจ้าของมีส่วนเกี่ยวข้องในธุรกิจอื่นๆ ที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์
  • การกำกับดูแล: หน่วยงานกำกับดูแล เช่น FA และพรีเมียร์ลีก มีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบและบังคับใช้กฎระเบียบเกี่ยวกับการพนัน เพื่อรักษาความสมบูรณ์ของเกมฟุตบอล
  • ความรับผิดชอบ: เจ้าของสโมสรมีความรับผิดชอบในการปฏิบัติตามกฎระเบียบและหลีกเลี่ยงการกระทำใดๆ ที่อาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของสโมสรและวงการฟุตบอลโดยรวม

เรื่องราวของ เจ้าของไบรท์ตัน ท่านนี้แสดงให้เห็นถึงความท้าทายในการรักษาสมดุลระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวและผลประโยชน์ของสโมสร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกของฟุตบอลสมัยใหม่ที่เงินทุนและการพนันมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง

ที่มา – Betting claims false – Brighton owner Bloom

อาร์เซนอลพ่าย! จุดจบสถิติไร้พ่าย – อาร์เตต้า

อาร์เซนอลพ่าย! จุดจบสถิติไร้พ่าย – อาร์เตต้า

มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซนอล กล่าวว่าความพ่ายแพ้ครั้งแรกของทีมตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นสิ่งที่ “เจ็บปวด” แต่ระดับความสม่ำเสมอของพวกเขานั้น “น่าทึ่ง” หลังจากแพ้แอสตันวิลล่า 2-1

อาร์เซนอลพ่าย! จุดจบสถิติไร้พ่าย – อาร์เตต้า ทำให้แฟนบอลหลายคนผิดหวัง แต่โดยรวมแล้วผลงานของทีมยังถือว่าดี

อาร์เซนอลพ่าย! จุดจบสถิติไร้พ่าย – อาร์เตต้า

การแพ้ในครั้งนี้ทำให้สถิติไร้พ่ายของอาร์เซนอลสิ้นสุดลง หลังจากที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมมาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม อาร์เตต้ายังคงมองโลกในแง่ดีและเชื่อว่าทีมของเขามีศักยภาพที่จะกลับมาแข็งแกร่งได้อีกครั้ง

สิ่งที่เกิดขึ้นในแมตช์ อาร์เซนอลพ่าย! จุดจบสถิติไร้พ่าย – อาร์เตต้า

เกมกับแอสตันวิลล่าเป็นเกมที่ยากลำบากสำหรับอาร์เซนอล พวกเขาต้องเผชิญกับความกดดันอย่างหนักจากเจ้าบ้าน และไม่สามารถเล่นในเกมของตัวเองได้อย่างเต็มที่ แม้ว่าพวกเขาจะพยายามอย่างเต็มที่แล้ว แต่ก็ไม่สามารถต้านทานความแข็งแกร่งของแอสตันวิลล่าได้

ต่อไปนี้เป็นบทสรุปของเหตุการณ์สำคัญในเกม:

  • แอสตันวิลล่าขึ้นนำก่อนจากลูกโหม่ง
  • อาร์เซนอลพยายามอย่างหนักเพื่อตีเสมอ แต่ไม่สำเร็จ
  • แอสตันวิลล่าทำประตูที่สองได้ในช่วงท้ายเกม
  • อาร์เซนอลทำประตูตีไข่แตกได้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ

ถึงแม้จะแพ้ แต่ก็มีบางสิ่งที่อาร์เซนอลสามารถนำไปปรับปรุงได้ อาร์เตต้า กล่าวว่าเขาจะวิเคราะห์เกมอย่างละเอียดและทำงานร่วมกับทีมเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาด

อาร์เซนอลพ่าย! จุดจบสถิติไร้พ่าย – อาร์เตต้า แม้จะเป็นเรื่องที่น่าผิดหวัง แต่ก็เป็นบทเรียนที่สำคัญสำหรับทีม พวกเขาต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดและกลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิม ในฤดูกาลนี้ อาร์เซนอลแสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขามีความสามารถในการแข่งขันในระดับสูงสุด และพวกเขายังมีโอกาสที่จะคว้าแชมป์ได้อีกมากมาย

สถานการณ์ปัจจุบันของทีมอาจทำให้แฟนบอลกังวล แต่สิ่งสำคัญคือการสนับสนุนทีมต่อไป อาร์เซนอลมีผู้เล่นที่มีความสามารถและผู้จัดการทีมที่ยอดเยี่ยม พวกเขาสามารถกลับมาสู่เส้นทางแห่งชัยชนะได้อีกครั้ง

อาร์เซนอลพ่าย! จุดจบสถิติไร้พ่าย – อาร์เตต้า กระตุ้นให้ทีมต้องกลับมาทบทวนและวางแผนกลยุทธ์ใหม่เพื่อรับมือกับความท้าทายที่รออยู่ข้างหน้า การทำงานหนักและการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับความสำเร็จในระยะยาว

ที่มา – End of Arsenal unbeaten run painful – Arteta

กู้ภัยแจง! คุยโทรศัพท์หน้าบ้านนัทปง เจรจางานศพ

จากกรณีการเสียชีวิตของ “นัทปง” นักข่าวชื่อดัง ซึ่งผลชันสูตรพบสารไซยาไนด์ในร่างกาย ทำให้เกิดข้อสงสัยมากมายเกี่ยวกับเหตุการณ์ก่อนหน้า การเปิดเผยภาพจากกล้องวงจรปิดข้างบ้านนัทปง บันทึกภาพและเสียงในช่วงเวลาสำคัญ โดยเฉพาะภาพเจ้าหน้าที่กู้ภัยรายหนึ่งกำลังสนทนาโทรศัพท์หน้าบ้าน ทำให้เกิดการตีความต่างๆ นานา เกี่ยวกับการต่อรองราคา

ล่าสุด นายแบงค์ เจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ปรากฏในคลิป ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยยืนยันว่าการสนทนาโทรศัพท์นั้น เป็นเรื่องของการต่อรองราคาจัดงานศพของอีกเคสหนึ่ง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ “นัทปง” แต่อย่างใด

กู้ภัยแจงคลิปวงจรปิด คุยโทรศัพท์หน้าบ้าน “นัทปง” กำลังต่อรองราคาจัดงานศพอีกเคส

นายแบงค์ อธิบายว่า ในวันเกิดเหตุ ตนได้รับแจ้งว่ามีผู้เสียชีวิตในบ้านหลังดังกล่าว เมื่อไปถึงก็พบศพนอนอยู่บนพื้น และมีเพื่อนของผู้ตายอยู่ 2 คน ตนจึงสอบถามว่าเป็นอะไรกัน ซึ่งทั้งสองคนแจ้งว่าเป็นเพื่อน

สำหรับประเด็นการสนทนาโทรศัพท์ที่ถูกบันทึกภาพไว้ นายแบงค์ ชี้แจงว่า เป็นการคุยเรื่องการจัดงานศพอีกงานหนึ่ง ซึ่งมีการต่อรองราคากัน โดยมีการเสนอราคาจัดงานศพครบชุดในราคา 100,000 บาท และต่อรองเหลือ 85,000 บาท แต่ตนไม่สามารถลดราคาให้ได้ เนื่องจากมี “หงส์หน้าเมรุ” และดอกไม้สดครบชุด

กู้ภัยยัน! คุยเรื่อง “หงส์” ไม่ใช่ “ผง” ไม่เกี่ยว “นัทปง”

นายแบงค์ ย้ำว่า ตนไม่รู้จักกับ “นัทปง” เป็นการส่วนตัว และสิ่งที่พูดในโทรศัพท์คือคำว่า “หงส์” ซึ่งหมายถึงหงส์ที่ใช้ประดับหน้าเมรุ ไม่ใช่คำว่า “ผง” อย่างที่หลายคนเข้าใจ นอกจากนี้ การที่ตนพูดถึง “ผู้ใหญ่” นั้น หมายถึงผู้ใหญ่บ้านที่ตนติดต่อเรื่องการปิดเคสการจัดงานศพอีกงานหนึ่งที่กำลังดำเนินการอยู่

“ตอนที่เข้าไปเจอศพ ตนไม่เจอซองยาตามที่บอก ตอนนี้ตนได้รับความเสียหายจากข้อกล่าวหาว่ากู้ภัยได้เข้าไปเรียกรับเงิน เพื่อจะปิดเรื่องบางอย่าง” นายแบงค์ กล่าว

นายแบงค์ ยังกล่าวอีกว่า หลังจากทราบว่าศพของ “นัทปง” มีสารไซยาไนด์ ตนก็รู้สึกตกใจ และไม่ทราบมาก่อนว่าผู้ตายเป็นนักข่าว ตอนที่เข้าไปในบ้าน ตนยังไม่ได้เก็บศพ เพียงแต่ถ่ายรูปและส่งให้ร้อยเวร และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จากภาพในกล้องวงจรปิด จะเห็นว่าตนเข้าไปในบ้าน แล้วออกมาคุยโทรศัพท์ ก่อนจะรีบออกไปเพื่อไปทำเคสจัดงานศพอีกงานหนึ่งที่กำลังดำเนินการอยู่ ดังนั้น ขอยืนยันว่าการสนทนาโทรศัพท์ดังกล่าว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องของ “นัทปง” อย่างแน่นอน เจ้าหน้าที่กู้ภัยแจงคลิปวงจรปิด คุยโทรศัพท์หน้าบ้าน “นัทปง” กำลังต่อรองราคาจัดงานศพอีกเคสเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

การออกมาให้ข้อมูลของเจ้าหน้าที่กู้ภัยในครั้งนี้ ถือเป็นการคลายข้อสงสัยในประเด็นการสนทนาโทรศัพท์หน้าบ้าน “นัทปง” ได้ในระดับหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม การสืบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงของ “นัทปง” ยังคงต้องดำเนินต่อไป เพื่อให้ความจริงปรากฏและนำผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย

จากเหตุการณ์นี้ ทำให้เราเห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบด้าน ก่อนที่จะตัดสินหรือเชื่อในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ข้อมูลที่ไม่ได้กลั่นกรองอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดและการกล่าวหาที่ไม่เป็นธรรมได้

ที่มา – กู้ภัยแจงคลิปวงจรปิด คุยโทรศัพท์หน้าบ้าน “นัทปง” กำลังต่อรองราคาจัดงานศพอีกเคส

โอกาสดี! แม็คแฟดเดนวิเคราะห์กลุ่มฟุตบอลโลกของสกอตแลนด์

โอกาสดี! แม็คแฟดเดนวิเคราะห์กลุ่มฟุตบอลโลกของสกอตแลนด์

เจมส์ แม็คแฟดเดน อดีตกองหน้าทีมชาติสกอตแลนด์ ได้เข้าร่วมรายการ Football Focus เพื่อวิเคราะห์ผลการจับสลากแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลกปี 2026 ของประเทศบ้านเกิดของเขา มาดูกันว่าเขามีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับโอกาสของสกอตแลนด์ในการแข่งขันครั้งนี้

“ผมคิดว่ามันเป็นกลุ่มที่ดีนะ” แม็คแฟดเดนกล่าวถึงกลุ่มที่สกอตแลนด์อยู่ “แน่นอนว่ามันมีความท้าทายอยู่บ้าง แต่ผมคิดว่าพวกเขามีโอกาสดี! ที่จะผ่านเข้ารอบต่อไปได้”

เขากล่าวต่อว่า “สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเริ่มต้นให้ดี การเก็บแต้มให้ได้มากที่สุดในการแข่งขันนัดแรกๆ จะช่วยสร้างความมั่นใจและแรงผลักดันให้กับทีมได้”

แม็คแฟดเดนยังกล่าวถึงทีมคู่แข่งร่วมกลุ่มของสกอตเเลนด์ด้วยว่า “ทุกทีมต่างก็มีความแข็งแกร่งในแบบของตัวเอง สกอตแลนด์จะต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับทุกเกม และเล่นให้เต็มที่”

สกอตแลนด์ภายใต้การคุมทีมของ สตีฟ คลาร์ก ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วงหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการแข่งขันรอบคัดเลือกฟุตบอลยูโร 2024 ที่พวกเขาทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ

ปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จ

แม็คแฟดเดนเชื่อว่าปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้สกอตแลนด์ประสบความสำเร็จในฟุตบอลโลกคือ การมีทีมเวิร์คที่ดี สปิริตนักสู้ และความมุ่งมั่นที่จะคว้าชัยชนะ

“นักเตะสกอตแลนด์จะต้องเล่นด้วยความภาคภูมิใจในความเป็นชาติของตนเอง และทุ่มเททุกอย่างเพื่อทีม” เขากล่าว

นอกจากนี้ เขายังกล่าวถึงความสำคัญของการสนับสนุนจากแฟนบอลอีกด้วยว่า “แฟนบอลสกอตแลนด์เป็นหนึ่งในแฟนบอลที่คลั่งไคล้และให้กำลังใจทีมมากที่สุดในโลก การสนับสนุนของพวกเขาจะเป็นแรงผลักดันสำคัญให้กับทีมในการแข่งขันครั้งนี้”

เมื่อถูกถามถึงโอกาสในการเข้ารอบลึกๆ ของสกอตแลนด์ในฟุตบอลโลก แม็คแฟดเดนกล่าวว่า “ผมเชื่อว่าพวกเขามีโอกาสดี! ที่จะสร้างเซอร์ไพรส์ได้ หากพวกเขาสามารถเล่นได้ตามศักยภาพของตัวเอง และมีโชคเข้าข้างบ้าง”

แน่นอนว่าการแข่งขันฟุตบอลโลกเป็นรายการที่ยากและท้าทาย แต่ด้วยการเตรียมตัวที่ดี ทีมเวิร์คที่แข็งแกร่ง และการสนับสนุนจากแฟนบอล สกอตแลนด์ก็มีโอกาสดี! ที่จะประสบความสำเร็จได้

โดยสรุป แม็คแฟดเดนมองว่า สกอตแลนด์มีโอกาสที่ดีในการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ หากพวกเขาสามารถเล่นได้ตามแผนที่วางไว้ และมีความมุ่งมั่นที่จะคว้าชัยชนะ

Scotland Men

Published 12 minutes ago

การแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้จะเป็นบทพิสูจน์ที่สำคัญของทีมชาติสกอตแลนด์ ว่าพวกเขาสามารถก้าวขึ้นมาเป็นทีมชั้นนำของโลกได้อย่างแท้จริงหรือไม่ แฟนบอลทั่วโลกต่างรอคอยที่จะได้เห็นพวกเขาโชว์ฟอร์มในสนาม

ที่มา – ‘A good chance’ – McFadden on Scotland’s World Cup group

รับร่าง “นัทปง” ส่งตรวจพิสูจน์ กทม.เช้าพรุ่งนี้

ความคืบหน้าล่าสุด คณะกู้ภัยเชียงราย เตรียม รับร่าง “นัทปง” ส่งตรวจซ้ำ ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ คาดว่าจะเดินทางถึงกรุงเทพฯ ในเช้าวันพรุ่งนี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ชีพ รพ.บางกรวย ได้ออกมาเปิดเผยถึงนาทีชีวิตที่เข้าช่วยเหลือ ณ จุดเกิดเหตุ โดยพยายามปั๊มหัวใจเพื่อยื้อชีวิตเกือบ 30 นาที แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ และยืนยันว่าไม่พบถุงยาหรือสิ่งผิดปกติอื่นๆ ในบริเวณนั้น

เมื่อเวลา 19.10 น. ของวันที่ 6 ธันวาคม 2568 เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากมูลนิธิแสงธรรมสาธารณกุศลเชียงราย ได้เดินทางไปยังวัดริมกก จังหวัดเชียงราย เพื่อ รับร่าง “นัทปง” ส่งตรวจซ้ำ โดย “นัทปง” หรือ นายณัฐวุฒิ ปงลังกา ผู้สื่อข่าวและผู้ประกาศข่าวชื่อดังจากช่อง 8 เพื่อนำร่างไปชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้งที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม คาดการณ์ว่าร่างของนายณัฐวุฒิจะเดินทางถึงสถาบันฯ ในช่วงเช้าของวันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม 2568 เพื่อดำเนินการตามกระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์ต่อไป

ในขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจาก นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่กู้ชีพจากโรงพยาบาลบางกรวย และเป็นหนึ่งในทีมที่เข้าถึงจุดเกิดเหตุการเสียชีวิตของ นายณัฐวุฒิ ปงลังกา อายุ 35 ปี ภายในทาวน์โฮมในพื้นที่อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี

นายเอ เล่าว่า หลังจากได้รับแจ้งเหตุในช่วงเช้าว่ามีชายหมดสติภายในบ้าน ทีมกู้ชีพจำนวน 3 คน พร้อมพยาบาลได้รีบรุดไปยังที่เกิดเหตุทันที เมื่อถึงที่หมาย พบว่ามีผู้แจ้งเหตุรออยู่และพาเข้าไปยังห้องด้านขวามือของบ้าน พบร่างของนายณัฐวุฒินอนอยู่บนโซฟาในลักษณะคล้ายคนพักผ่อน โดยท่อนล่างตั้งแต่เอวลงไปราบกับพื้น ไม่ได้อยู่ในท่านอนราบตามปกติ พยาบาลได้ทำการตรวจชีพจรและไม่พบการเต้นของหัวใจ จึงสอบถามผู้ที่อยู่ในบ้านว่าต้องการให้ทำการปั๊มหัวใจหรือไม่ และเมื่อได้รับการยืนยัน ทีมกู้ชีพจึงเริ่มทำการ CPR (Cardiopulmonary Resuscitation) และให้น้ำเกลือตามขั้นตอนการช่วยชีวิตอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาเกือบ 30 นาที

ระหว่างการช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนย้ายร่างของผู้เสียชีวิตลงมาจากโซฟามานอนราบกับพื้น เพื่อให้การ CPR เป็นไปอย่างถูกต้องมากยิ่งขึ้น แต่ก็ไม่เป็นผล ผู้ที่อยู่ในบ้านจึงโทรศัพท์ตามเพื่อนอีกคนให้มายังที่เกิดเหตุ โดยสังเกตว่าบริเวณพรมข้างโซฟาที่ร่างของผู้นอนอยู่ พบกองอาเจียนสีขุ่นจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบบริเวณโดยรอบแล้ว พบเพียงคราบอาเจียนดังกล่าว และไม่พบถุงยาไซยาไนด์ หรือสิ่งผิดปกติอื่นๆ ในบริเวณนั้น ส่วนทรัพย์สินส่วนตัวของผู้ตาย เช่น ถุงเท้า สร้อยข้อมือ และนาฬิกา ยังคงอยู่ครบในสภาพปกติ

นายเอ ย้ำว่าข้อมูลทั้งหมดเป็นข้อเท็จจริงที่ได้จากการปฏิบัติหน้าที่ของทีมกู้ชีพในวันที่เกิดเหตุ และไม่มีการบิดเบือนข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดี ขอให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนในการดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ เพื่อนทั้งสองคนที่อยู่ในบ้านมีอาการเสียใจเป็นอย่างมากเมื่อทราบว่านายณัฐวุฒิได้เสียชีวิตแล้ว

รับร่าง “นัทปง” ส่งตรวจซ้ำ ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์

การ รับร่าง “นัทปง” ส่งตรวจซ้ำ ในครั้งนี้ ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการคลี่คลายข้อสงสัยต่างๆ เกี่ยวกับการเสียชีวิต การชันสูตรอย่างละเอียดจะช่วยให้ทราบถึงสาเหตุการตายที่แท้จริง และนำไปสู่การดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ความคืบหน้าการรับร่าง “นัทปง” ส่งตรวจซ้ำ

ขณะนี้ ร่างของนายณัฐวุฒิ กำลังอยู่ระหว่างการเดินทางไปยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และคาดว่าจะถึงที่หมายในเช้าวันพรุ่งนี้ ซึ่งทางสถาบันฯ จะดำเนินการชันสูตรพลิกศพโดยละเอียด เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็กำลังเร่งสืบสวนสอบสวนพยานแวดล้อม และรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อประกอบสำนวนคดี

การเสียชีวิตของนายณัฐวุฒิ ปงลังกา สร้างความโศกเศร้าให้กับครอบครัว เพื่อนร่วมงาน และผู้ที่ติดตามผลงานของเขาเป็นจำนวนมาก ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียครั้งนี้

คดีนี้ยังคงต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด และหวังว่าความจริงจะปรากฏในเร็ววัน

ที่มา – รับร่าง “นัทปง” ส่งตรวจซ้ำที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ คาดถึง กทม. เช้าพรุ่งนี้

รวบ “มอส บ้านเลน” ยึดยาบ้า 6.7 ล้านเม็ด!

ปฏิบัติการทลายเครือข่ายยาเสพติดครั้งใหญ่! ตำรวจภูธรภาค 1 ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี แถลงข่าวการจับกุม “มอส บ้านเลน” เครือข่ายค้ายาเสพติดรายสำคัญ พร้อมของกลางยาบ้ากว่า 6.7 ล้านเม็ด ที่ซุกซ่อนอยู่ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี เตรียมส่งต่อไปยังภาคใต้

เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2568 เวลา 15.00 น. ณ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช.ภ.1 นายเอกวิทย์ มีเพียร ผวจ.ปทุมธานี พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.ธงรบ แจ้งจิต รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.หฤษฏ์ คำจุมพล ผกก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี และชุดปฏิบัติการ ศอ.ปส.ภ.จว.ปทุมธานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม นายพีกร สุพงษ์ หรือ “มอส บ้านเลน” อายุ 35 ปี ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมของกลางยาบ้าจำนวนมหาศาลถึง 6,756,000 เม็ด และรถยนต์ฮอนด้า รุ่นสเต็ปวาก้อนสปาร์ด้า สีขาว หมายเลขทะเบียนขอนแก่น

ผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อหา “ครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายอันเป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และกระทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปโดยผิดกฎหมาย”

พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง โดยมีการบูรณาการกำลังจากทุกภาคส่วนเพื่อกวาดล้างและจับกุมผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด สำนักงานตำรวจแห่งชาติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร / ผอ.ศอ.ปส.ตร. ได้สั่งกำชับให้ตำรวจทุกหน่วยงานเข้มงวดติดตามหาข้อมูลกลุ่มแก๊งค้ายาเสพติดเพื่อจับกุมอย่างต่อเนื่อง

การจับกุม “มอส บ้านเลน” ในครั้งนี้ สืบเนื่องจากชุดสืบสวน ศอ.ปส.ภ.จว.ปทุมธานี ได้รับรายงานว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดจากภาคเหนือมาพักไว้ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ก่อนส่งต่อไปยังภาคใต้ จึงได้ทำการสืบสวนจนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางจำนวนมาก

จากการสืบสวนทราบว่า กลุ่มผู้ต้องหาใช้รถยนต์สีขาว ยี่ห้อฮอนด้า หมายเลขทะเบียนขอนแก่น เป็นยานพาหนะในการขนยาเสพติดจากจังหวัดเชียงราย มาพักไว้ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี เพื่อรอการลำเลียงส่งต่อลงไปยังภาคใต้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้เฝ้าติดตามและสะกดรอยตามรถยนต์คันดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ติดตามรถยนต์เป้าหมายขึ้นไปยังจังหวัดเชียงราย และพบว่ากลุ่มผู้ลำเลียงมีการเปลี่ยนจุดจอดรถตลอดเวลาเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุม แต่สุดท้ายรถคันดังกล่าวได้ขับมาจอดบริเวณจุดที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้วางกำลังเฝ้าดูความเคลื่อนไหว

จนกระทั่งวันที่ 5 ธันวาคม 2568 เวลาประมาณ 17.00 น. เจ้าหน้าที่พบเห็นผู้ต้องหาเดินทางมาที่รถและหยิบกุญแจรถที่วางอยู่หน้ากระจกรถด้านหน้า เพื่อที่จะขับรถนำออกจากที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบ ผลการตรวจสอบภายในรถพบของกลางยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) จำนวน 38 กระสอบ (6,756,000 เม็ด) ภายในรถยนต์ตู้คันดังกล่าว จึงจับกุมพร้อมนำของกลางมาดำเนินการตามกฎหมาย และจะทำการสืบสวนสอบสวนขยายผลต่อไป

จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ต้องหารับสารภาพว่าเคยรับจ้างขนยาเสพติดมาแล้ว 2 ครั้ง โดยครั้งแรกนำไปส่งในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก และในครั้งนี้ได้รับจ้างให้ขับรถขนยาเสพติดจากรถคันดังกล่าว เพื่อนำไปจอดไว้ในเขตพื้นที่จังหวัดปทุมธานี แต่ถูกจับกุมได้เสียก่อน

รวบ “มอส บ้านเลน”

ความสำคัญของการจับกุม “มอส บ้านเลน” ต่อการปราบปรามยาเสพติด

การจับกุม “มอส บ้านเลน” ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการปราบปรามยาเสพติด เนื่องจากผู้ต้องหารายนี้เป็นเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ การจับกุมครั้งนี้จะช่วยตัดตอนและทำลายเครือข่ายยาเสพติด ลดปริมาณยาเสพติดที่แพร่หลายในสังคม และส่งผลดีต่อความปลอดภัยของประชาชน

  • ลดการแพร่ระบาด: การจับกุมเครือข่าย “มอส บ้านเลน” จะทำให้ยาบ้าจำนวน 6.7 ล้านเม็ดไม่สามารถเข้าสู่ตลาดได้
  • สกัดกั้นเส้นทาง: การจับกุมช่วยสกัดกั้นเส้นทางการลำเลียงยาเสพติดจากภาคเหนือสู่ภาคใต้
  • ขยายผลสู่ผู้ร่วมขบวนการ: การสอบสวนขยายผลจะนำไปสู่การจับกุมผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆ

การแก้ไขปัญหายาเสพติดต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยและน่าอยู่สำหรับทุกคน

ที่มา – รวบ “มอส บ้านเลน” เครือข่ายค้ายาเสพติดรายสำคัญ ยึดของกลางยาบ้ากว่า 6.7 ล้านเม็ด

“จุลพันธ์” นำเพื่อไทยลุยลำพูน ประกาศนโยบายไร้จน-ปลดหนี้

“จุลพันธ์” นำเพื่อไทยลุยลำพูน ประกาศนโยบายไร้จน-ปลดหนี้ ไม่กลัวยุบสภา พร้อมเลือกตั้ง หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อม สส. และว่าที่ผู้สมัคร สส. ลุยลำพูน ประกาศนโยบายไร้จน-ปลดหนี้ เร่งดัน พ.ร.บ.ลำไย และ พ.ร.บ.อสม. ให้จบก่อนยุบสภา ลั่นพร้อมเลือกตั้ง ไม่มีพรรคใดมีผลงานเชิงประจักษ์เท่า

วันที่ 6 ธันวาคม 2568 พรรคเพื่อไทยนำโดย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และ สส.เชียงใหม่ พร้อมด้วยนายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ และกรรมการบริหารพรรค นางสาวประภาพร ทองปากน้ำ สส.สุโขทัย และรองโฆษกพรรค นายรังสรรค์ มณีรัตน์ สส.ลำพูน และนายชัยณรงค์ ภู่พิสิฐ ผู้เสนอตัวลงสมัคร สส.ลำพูน เขต 1 พบพี่น้องประชาชนกว่า 3,000 คน ทั้งเกษตรกรผู้ปลูกลำไย และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) จาก 9 ตำบลในอำเภอป่าซาง ที่เทศบาลตำบลม่วงน้อย อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน ซึ่งประชาชนสะท้อนปัญหาราคาลำไยตกต่ำ โดยมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาลที่ผ่านมา ทั้งอุดหนุนไร่ละ 1,400 บาท รวมถึงค่าตัดแต่งทรงพุ่ม/ช่อดอก และค่าปุ๋ยรวม 1,400 บาท ล่าช้า ไม่ตอบโจทย์ จึงเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทยช่วยแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ

นายจุลพันธ์ ปราศรัยว่า พรรคเพื่อไทยไม่เคยทอดทิ้งพี่น้องลำพูน ผลงานสำคัญของนายรังสรรค์ คือการผลักดัน พ.ร.บ.ลำไย ซึ่งผ่านสภาผู้แทนราษฎรแล้วตั้งแต่เดือนกันยายน ขณะนี้รอการพิจารณาของวุฒิสภา หากประกาศใช้ได้จริงจะเป็นกฎหมายแรกที่ช่วยสร้างสวัสดิการ กองทุน หลักประกันราคาผลผลิตให้เกษตรกรลำไยทั่วประเทศ นี่คือกฎหมายที่พรรคเพื่อไทยทำเพื่อชาวสวนลำไยอย่างแท้จริง

หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยังได้ประกาศนโยบายแก้ปัญหาหนี้สินเรื้อรัง โดยเฉพาะหนี้ที่พอกพูนหลังรัฐประหาร ว่า พรรคเพื่อไทยมีมาตรการปลดหนี้ให้ประชาชน เช่น กรณีมีหนี้ 100,000 บาท ให้ปิดบัญชีแบบเหมาจ่ายเพียง 10,000 บาท พร้อมมาตรการปลดหนี้ผู้สูงอายุที่ทำงานหนักทั้งชีวิตแต่ยังมีภาระหนี้ติดตัว สำหรับผู้มีรายได้น้อยพรรคเพื่อไทยเตรียมเดินหน้านโยบายไร้จน อุดหนุนรายได้ให้ผู้ที่อยู่ต่ำกว่าเส้นความยากจน เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ควบคู่กับการยกระดับราคาพืชผลเกษตรและสร้างรายได้แบบก้าวหน้า

“พรรคเพื่อไทยไม่กลัวยุบสภา และพร้อมเลือกตั้งทันที เราจะอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างเต็มที่ และพร้อมให้ประชาชนตัดสินใจในคูหาเลือกตั้ง”

ทางด้าน นายสมศักดิ์ ปราศรัยถึงบทบาทของ อสม. ว่า พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับสวัสดิการ อสม. มาโดยตลอด ทั้งการขึ้นค่าป่วยการเป็น 2,000 บาทต่อเดือน ตั้งแต่รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมตกเบิกย้อนหลัง ขณะนี้พรรคเพื่อไทยยังผลักดัน พ.ร.บ.อสม. ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว อยู่ระหว่างพิจารณาของรัฐสภา โดยจะเพิ่มสวัสดิการ อาทิ ค่าป่วยการ 2,000 บาทต่อเดือน, ขยายอายุแรกเข้าสมาชิกจนถึง 65 ปี, สิทธิรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลสังกัด สธ., เพิ่มงบตรวจสุขภาพ, เงินฌาปนกิจ 1,000,000 บาท

พร้อมรณรงค์ให้ความรู้เรื่องโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพสำคัญของคนไทย เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ และมะเร็ง เน้นย้ำบทบาทสำคัญของ อสม. ในการดูแลสุขภาพประชาชนอีกด้วย ซึ่งพรรคเพื่อไทยยืนยันว่า ถ้าได้รับความไว้วางใจจะเดินหน้าทุกนโยบายเพื่อแก้ปัญหาเกษตรกร ลดหนี้ เพิ่มสวัสดิการ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

ต่อมาที่ศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย อำเภอเมืองลำพูน นายจุลพันธ์ นำคณะลงพื้นที่พบประชาชนอำเภอบ้านธิ และอำเภอเมือง ก่อนจะกล่าวว่า ปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยสูงถึง 90% พรรคเพื่อไทยพร้อมเดินหน้าแก้หนี้ทั้งระบบ ทั้งหนี้ประชาชน หนี้เกษตรกร และหนี้ผู้สูงอายุ พร้อมย้ำว่าไม่มีพรรคใดมีผลงานเชิงประจักษ์เท่าพรรคเพื่อไทย ทั้งด้านเศรษฐกิจ การแก้ปัญหายาเสพติด และการสร้างสวัสดิการเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน

“วันนี้ประชาชนจะตัดสินใจเลือกพรรคที่ทำงานได้จริง พรรคเพื่อไทยถูกขัดขวางมาตลอด แต่เรายังยืนหยัดทำงานเพื่อประชาชน”

ขณะที่นายสมศักดิ์ วิจารณ์รัฐบาลปัจจุบันว่า ทำงานไร้ประสิทธิภาพ ทั้งการจัดซีเกมส์และการบริหารจัดการน้ำท่วม พร้อมตั้งคำถามถึงการโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในช่วงเวลาที่สุ่มเสี่ยงต่อการยุบสภา ทั้งนี้ ตนในขณะดำรงตำแหน่ง รมว.สาธารณสุข ได้กดปุ่มอนุมัติค่าป่วยการ อสม. เดือนละ 2,000 บาททันทีภายในสัปดาห์แรก พร้อมขับเคลื่อนนโยบายนับคาร์บ ลดปัญหา NCDs ที่ใช้งบรักษาพยาบาลปีละกว่า 80,000 ล้านบาท ซึ่งหากลดภาระงบประมาณได้ จะมีเงินเหลือนำมาสนับสนุนสวัสดิการ อสม. อย่างเป็นรูปธรรม

พร้อมกันนี้ นายอนุสรณ์ ได้กล่าวเชิญชวนพี่น้องลำพูน ร่วมผลักดันให้รัฐสภาพิจารณาร่าง พ.ร.บ.อสม. วาระ 2–3 ให้เสร็จสิ้นภายในเดือนนี้ ว่า “สภาฯ ควรร่วมกันเร่งมือพิจารณา พ.ร.บ.อสม. วาระ 2–3 ให้เสร็จสิ้นก่อนยุบสภา อย่าให้การยุบสภาเป็นเหตุให้สิทธิประโยชน์ อสม. ต้องหายไปต่อหน้าต่อตา”

“จุลพันธ์” นำเพื่อไทยลุยลำพูน ประกาศนโยบายไร้จน-ปลดหนี้

“จุลพันธ์” นำเพื่อไทยลุยลำพูน พร้อมนโยบายที่จับต้องได้

การลงพื้นที่ลำพูนของพรรคเพื่อไทยครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง นโยบายที่ประกาศออกมานั้น ล้วนเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการ และรอคอย การผลักดันกฎหมายเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร และการแก้ปัญหาหนี้สิน จะเป็นสิ่งที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับชีวิตของประชาชนอย่างแน่นอน

“จุลพันธ์” นำเพื่อไทยลุยลำพูนในครั้งนี้ เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า พรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะกลับมาเป็นผู้นำในการพัฒนาประเทศอีกครั้ง

ที่มา – “จุลพันธ์” นำเพื่อไทยลุยลำพูน ประกาศนโยบายไร้จน-ปลดหนี้ ไม่กลัวยุบสภา พร้อมเลือกตั้ง

ปอศ. คาดปมสงสัย “เวย์” ชัดเจนขึ้น หลังประชุมคดี “นานา”

ตำรวจ ปอศ. เตรียมประชุมชุดคลี่คลายคดีของ “นานา ไรบีนา” ในวันจันทร์ที่ 8 ธันวาคมนี้ โดยคาดว่าปมข้อสงสัยที่ว่า “เวย์ ไทเทเนียม” มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำผิดหรือไม่นั้น ปอศ. คาดปมสงสัย “เวย์” จะชัดเจนขึ้น ภายหลังการประชุมครั้งนี้ ล่าสุดทาง “เวย์” ได้ติดต่อเข้ามาผ่านทางทนายความแล้ว และไม่มีพฤติกรรมหลบเลี่ยง

สืบเนื่องจากกรณีที่ตำรวจ กก.4 บก.ปอศ. ได้เข้าจับกุม นางไรบีนา อินทชัย หรือ “นานา ไรบีนา” อายุ 44 ปี ดารานักแสดงชื่อดัง ผู้ต้องหาในคดีหลอกลวงชักชวนเพื่อนสนิทและคนในวงการบันเทิงให้ร่วมลงทุนในธุรกิจทิพย์ต่าง ๆ จนทำให้เกิดความเสียหายรวมกันกว่า 195 ล้านบาท ต่อมาได้มีผู้เสียหายรายใหม่ออกมาพาดพิงว่า นายปริญญา อินทชัย หรือ เวย์ ไทเทเนียม สามีของ “นานา ไรบีนา” ได้หลอกลวงให้ร่วมลงทุนเทรดหุ้นจนสูญเสียเงินรวมกว่า 50 ล้านบาท

พ.ต.อ.นิตติโชติ เพ็ญจำรัส รอง ผบก.ปอศ. ได้กล่าวถึงความคืบหน้าของคดีว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีกำลังเร่งดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงินและข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกรรมต่าง ๆ เพื่อนำมาวิเคราะห์และประกอบสำนวนคดี โดยจะมีการเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีทั้งหมดในวันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม เพื่อติดตามความคืบหน้าในส่วนต่าง ๆ ของคดี

ปอศ. คาดปมสงสัย “เวย์” จะชัดเจนขึ้น

“ทาง ปอศ. คาดปมสงสัย “เวย์” จะชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่ว่า นายปริญญา หรือ เวย์ ไทเทเนียม จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดร่วมกับนางไรบีนา มากน้อยเพียงใด หรือไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเลยนั้น น่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นหลังจากการประชุมที่จะเกิดขึ้น” พ.ต.อ.นิตติโชติ กล่าว พร้อมทั้งยืนยันว่าการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ยึดหลักพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงเป็นสำคัญ และพร้อมให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

เมื่อถามถึงกรณีที่ว่า นายปริญญา หรือ เวย์ ไทเทเนียม ได้มีการติดต่อมายังเจ้าหน้าที่หรือไม่ พ.ต.อ.นิตติโชติ กล่าวว่า “มีการติดต่อมาบ้างผ่านทางทนายความ และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี ไม่มีพฤติกรรมบ่ายเบี่ยงแต่อย่างใด”

ประเด็นที่น่าสนใจ: ปอศ. คาดปมสงสัย “เวย์” จะชัดเจนขึ้น จริงหรือไม่?

คดีของ “นานา ไรบีนา” และข้อกล่าวหาที่พาดพิงถึง “เวย์ ไทเทเนียม” ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิง การที่ ปอศ. คาดปมสงสัย “เวย์” จะชัดเจนขึ้น หลังการประชุมในวันที่ 8 ธันวาคมนี้ จึงเป็นสิ่งที่หลายคนเฝ้ารอติดตาม

ความคืบหน้าของคดี: สิ่งที่ควรรู้

  • ตำรวจ ปอศ. กำลังเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินและข้อมูลการทำธุรกรรม
  • “เวย์ ไทเทเนียม” ติดต่อผ่านทนายและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่
  • การประชุมชุดคลี่คลายคดีจะมีขึ้นในวันที่ 8 ธันวาคม

สิ่งที่ต้องจับตา:

  • ผลการตรวจสอบหลักฐานและเส้นทางการเงิน
  • บทบาทของ “เวย์ ไทเทเนียม” ในคดีนี้
  • การให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

คดีนี้ยังคงอยู่ในระหว่างการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน ดังนั้นจึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่า “เวย์ ไทเทเนียม” มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจออกมาให้ข้อมูลและความคืบหน้าของคดีอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการดำเนินการสอบสวนอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

การติดตามข่าวสารและความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้เราสามารถเข้าใจสถานการณ์และข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นได้อย่างถูกต้องแม่นยำ และรอฟังผลสรุปจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป

ที่มา – ปอศ. คาดปมสงสัย “เวย์” จะชัดเจนขึ้น หลังประชุมชุดคลี่คลายคดี “นานา” 8 ธ.ค. นี้