วัน: 20 มีนาคม 2026

พาณิชย์ เกาะติดราคาสินค้าทั่วไทย ย้ำสินค้ายังเพียงพอ

สวัสดีครับทุกท่าน ในช่วงที่สถานการณ์โลกมีความตึงเครียด โดยเฉพาะในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและสินค้าจำเป็น กระทรวงพาณิชย์ไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับ พาณิชย์ เกาะติดราคาสินค้าทั่วไทย อย่างใกล้ชิด เพื่อให้แน่ใจว่าประชาชนเราจะไม่เดือดร้อนเรื่องค่าครองชีพ ล่าสุดมีการส่งเจ้าหน้าที่พาณิชย์จังหวัดทั่ว 76 จังหวัด ลงพื้นที่ตรวจสอบตั้งแต่วันที่ 5-18 มีนาคม 2569 แล้วครับ

พาณิชย์ เกาะติดราคาสินค้าทั่วไทย ตรวจกว่า 1,000 แห่ง

ผลการตรวจสอบเบื้องต้นน่าฟังมาก สินค้าอุปโภคบริโภคยังปกติ มีปริมาณเพียงพอ ไม่มีการกักตุนหรือปฏิเสธขายแต่อย่างใด ทีมพาณิชย์ได้ลงพื้นที่ตรวจสถานีบริการน้ำมัน 538 แห่ง ตลาดสด 97 แห่ง ห้างค้าส่งค้าปลีก 126 แห่ง และร้านปุ๋ย 244 แห่ง รวมทั้งหมด 1,005 แห่งทั่วประเทศ ราคาสินค้าก็สอดคล้องกับต้นทุน ไม่มีการปรับขึ้นแบบเอาเปรียบผู้บริโภค

พาณิชย์ เกาะติดราคาสินค้าทั่วไทย ตรวจสถานีน้ำมัน

พบผู้ฝ่าฝืนไม่ปิดป้ายราคา 5 ราย

ถึงแม้ภาพรวมจะดี แต่ก็ยังมีผู้ประกอบการบางรายที่ยังไม่เข้มงวด ในช่วง 5-18 มี.ค. พบการกระทำผิดไม่ปิดป้ายแสดงราคาสินค้าและบริการตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 รวม 5 ราย ใน 5 จังหวัด ได้แก่

  • ชุมพร
  • สระแก้ว
  • สกลนคร
  • อุบลราชธานี
  • เชียงราย

ทั้งหมดนี้นายทะเบียนได้ดำเนินคดีตามกฎหมายทันทีแล้วครับ พาณิชย์ย้ำชัด หากพบการเอาเปรียบผู้บริโภค จะจับกุมและลงโทษเด็ดขาด เพื่อความเป็นธรรมทางการค้า

เจ้าหน้าที่พาณิชย์ตรวจสอบราคาสินค้าในตลาด

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังมีมาตรการเชิงรุกในการกำกับดูแลราคาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้าจำเป็นอย่างน้ำมัน ปุ๋ย อาหารและของใช้ประจำวัน ภายใต้สถานการณ์ไม่ปกติแบบนี้ การติดตามใกล้ชิดแบบพาณิชย์ เกาะติดราคาสินค้าทั่วไทย จะช่วยสร้างความมั่นใจให้ประชาชนได้อย่างแน่นอน

ช่องทางร้องเรียนหากพบการเอาเปรียบ

ถ้าพี่น้องประชาชนคนไหนพบเห็นผู้ค้าที่ไม่ปิดป้ายราคา ปรับราคาเกินจริง หรือกักตุนสินค้า สามารถแจ้งได้เลยนะครับ

  • สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569
  • สำนักงานพาณิชย์จังหวัดใกล้บ้าน

ทีมงานจะรีบลงพื้นที่ตรวจสอบทันที และหากผิดจริง จับดำเนินคดีแน่นอน ไม่รอช้า

การตรวจสอบห้างสรรพสินค้าและร้านปุ๋ย

ในมุมมองของผม การที่พาณิชย์ เกาะติดราคาสินค้าทั่วไทย แบบนี้ เป็นสัญญาณที่ดีว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับค่าครองชีพของประชาชนจริงๆ ช่วยลดความกังวลจากข่าวต่างประเทศได้เยอะ หากเราทุกคนช่วยกันแจ้งเบาะแส คงทำให้ตลาดไทยเป็นธรรมยิ่งขึ้น อย่าลืมแชร์ข่าวนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้ด้วยนะครับ เพื่อให้ทุกคนเตรียมตัวได้ถูกต้อง

สุดท้ายนี้ เชื่อว่าด้วยมาตรการเข้มข้นแบบนี้ สินค้าจะยังคงเพียงพอและราคาไม่พุ่งกระฉูดแน่นอน ประชาชนเราอยู่กันแบบสบายใจได้เลย!

ที่มา – “พาณิชย์” เกาะติดราคาสินค้าทั่วไทย ย้ำสินค้ายังเพียงพอ เข้มพบเอาเปรียบจับทันที

ผลโพลคนกังวลค่าครองชีพสงครามตะวันออกกลาง ตรึงน้ำมันสูสี

คุณเคยกังวลไหมว่าสงครามในตะวันออกกลางจะทำให้ค่าครองชีพพุ่งสูง โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่อาจผันผวนหนัก? วันนี้เรามีข้อมูลจากผลโพล คนกังวลผลกระทบค่าครองชีพจากสงครามตะวันออกกลาง ปมราคาน้ำมัน ตรึง-ปล่อยสูสีที่สถาบันพระปกเกล้าเปิดเผย ซึ่งสะท้อนเสียงประชาชนทั่วไทยชัดเจนมาก ผลสำรวจนี้ทำระหว่าง 13-16 มีนาคม 2567 กับกลุ่มตัวอย่าง 2,000 คน อายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค มาดูกันว่าประชาชนคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้

ผลโพล คนกังวลผลกระทบค่าครองชีพจากสงครามตะวันออกกลาง ปมราคาน้ำมัน ตรึง-ปล่อยสูสี

ผลโพลนี้ชี้ให้เห็นว่าคนไทยส่วนใหญ่กังวลหนักกับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง โดยเฉพาะเรื่องราคาพลังงานที่อาจทำให้ค่าครองชีพแพงขึ้นทันที การสำรวจถามว่าถ้าราคาพลังงานขึ้นจากสงคราม รัฐบาลควรทำอะไรเป็นลำดับแรก ผลออกมาสูสีสุดๆ เลยนะ

มาตรการราคาน้ำมัน: ตรึงชั่วคราวหรือปล่อยตามตลาด?

  • 29.7% อยากให้ตรึงราคาชั่วคราว เพื่อบรรเทาผลกระทบเฉพาะหน้า
  • 28.2% เห็นด้วยปล่อยตามกลไกตลาด แต่เน้นมาตรการระยะยาว
  • 23.4% เสนอใช้ภาษีหรือกองทุนน้ำมันลดภาระ
  • 15.0% ช่วยเฉพาะกลุ่มกระทบหนัก
  • 3.7% ไม่แน่ใจ

เห็นมั้ย สูสีระหว่างตรึงกับปล่อย แสดงว่าประชาชนเข้าใจทั้งสองด้าน ฝั่งตรึงต้องการช่วยทันที ลดภาระค่าครองชีพ แต่ฝั่งปล่อยกลัวภาระคลังระยะยาวจากบทเรียนเก่าๆ นี่คือสัญญาณว่ารัฐต้องมีแผนสมดุลทั้งระยะสั้นและยาว

คนไทย 70% กังวลผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง

เกือบ 70% ของคนไทยค่อนข้างกังวลหรือกังวลมากกับผลกระทบจากสงครามนี้ โดยเฉพาะค่าครองชีพที่อาจพุ่งจากราคาน้ำมัน 21.2% ไม่ค่อยกังวล และ 9% ไม่แน่ใจ สำหรับการสื่อสารของรัฐบาล 50.4% พอใจแบบค่อนข้าง-มาก แต่ 35.9% ไม่พอใจเลย แบบสอบผ่านฉิวเฉียด!

นี่แสดงว่าประชาชนไม่ได้มองแค่ข่าวต่างประเทศ แต่กระทบปากท้องตรงๆ ความกังวลสูงสะท้อนความเปราะบางของครัวเรือนไทย รัฐบาลสื่อสารได้บ้าง แต่ต้องชัดเจนกว่านี้ สร้างความมั่นใจด้วยแผนรับมือที่เห็นภาพ

คนกรุงเทพฯ ต้องการตรึงราคาน้ำมันสูงสุด 74%

  • 74.1% กรุงเทพมหานคร
  • 57.0% ภาคตะวันออก
  • 55.3% ภาคอีสาน
  • 52.0% ภาคใต้
  • 43.5% ภาคกลาง
  • 40.7% ภาคเหนือ

คนเมืองใหญ่ โดยเฉพาะ กทม. อ่อนไหวสุด เพราะค่าครองชีพสูง พึ่งพารถยนต์และพลังงานมาก ถ้าปล่อยราคาน้ำมันขึ้นตามตลาดโดยไร้มาตรการ พื้นที่เศรษฐกิจหลักจะเดือดร้อนหนัก ต้องระวังความไม่พอใจกระจาย

ทุกวัยเห็นพ้อง: ตรึงราคาน้ำมันอันดับ 1

ไม่ว่าจะ Gen Z, Y, X หรือ Baby Boomer ทุกกลุ่มโหวตตรึงราคาพลังงานชั่วคราวเป็นอันดับ 1 โดย Gen X สูงสุด 54.1%, Gen Z 52.8%, Boomer 52%, Y 48.2% อันดับ 2 แตกต่างกัน เช่น Gen Y อยากใช้กองทุนน้ำมัน Gen X ช่วยกลุ่มเปราะบาง

ปากท้องกระทบทุกวัย แต่กลุ่มวัยทำงานเริ่มคิดถึงเครื่องมือคลังมากขึ้น ไม่ใช่แค่อุดหนุนอย่างเดียว

กราฟผลโพล สงครามตะวันออกกลาง ราคาน้ำมัน

สรุปผลโพลนี้: ประชาชนส่งสัญญาณ 3 อย่าง กังวลค่าครองชีพชัดเจน ต้องการสื่อสารและแผนรับมือที่ดีกว่า และคาดหวังมาตรการพลังงานรวดเร็วแต่ยั่งยืน รัฐบาลควรผสมผสานทั้งตรึงชั่วคราวและโครงสร้างระยะยาว เพื่อรักษาความเชื่อมั่น

ในมุมมองเรา สถานการณ์นี้เป็นโอกาสให้รัฐแสดงศักยภาพ ถ้ามีแผนชัด ประชาชนจะมั่นใจมากขึ้น คุณล่ะคิดอย่างไรกับผลโพลนี้? ควรตรึงหรือปล่อย? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยนะ!

ที่มา – ผลโพล คนกังวลผลกระทบค่าครองชีพจากสงครามตะวันออกกลาง ปมราคาน้ำมัน ตรึง-ปล่อยสูสี

“อนุทิน” พยักหน้ารับ ส่งรายชื่อ ครม.ตรวจประวัติ

การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญกับการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ หรือที่เรียกกันว่า ครม.อนุทิน 2 ล่าสุดมีพัฒนาการที่น่าสนใจ เมื่อ อนุทิน พยักหน้ารับ ส่งรายชื่อ ครม. ตรวจประวัติแล้ว โดยย้ำว่าหากพรรคร่วมรัฐบาลมีปัญหาจะตีกลับไปยังต้นสังกัดทันที ข่าวนี้กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนจับตา เพราะเกี่ยวข้องกับเสถียรภาพของรัฐบาลใหม่

อนุทิน พยักหน้ารับ ส่งรายชื่อ ครม. ตรวจประวัติแล้ว หากพรรคร่วมติดขัด ตีกลับต้นสังกัด

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์สั้นๆ หลังเป็นประธานงานวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ ที่โรงแรมเอเชียแอร์พอร์ท อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงความคืบหน้าการจัดตั้งครม.ชุดใหม่ นายอนุทินยิ้มรับและพยักหน้า ไม่ได้ตอบตรงๆ แต่ยืนยันว่ากระบวนการเดินหน้าไปแล้ว โดยเฉพาะการส่งรายชื่อบุคคลที่คาดว่าจะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีไปตรวจสอบประวัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สิ่งที่ทำให้ข่าวนี้โดดเด่นคือ นายกรัฐมนตรีย้ำถึงหลักเกณฑ์ที่เข้มงวด โดยยึดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นหลัก ซึ่งผูกพันทุกองค์กร การตรวจสอบจะครอบคลุมมากกว่า 10 หน่วยงาน โดยสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เป็นผู้ประสานงาน สำหรับพรรคภูมิใจไทยต้นสังกัดของนายอนุทิน ยืนยันว่าไม่มีปัญหาใดๆ แต่สำหรับพรรคร่วมรัฐบาล หากพบประวัติติดขัด เช่น คดีความผิดหรือคุณสมบัติไม่ครบถ้วน จะแจ้งกลับไปยังพรรคต้นสังกัดทันที เพื่อให้แก้ไขหรือเปลี่ยนตัว

อนุทิน พยักหน้ารับ ส่งรายชื่อ ครม. เรียบร้อยแล้ว

ขั้นตอนการส่งรายชื่อถือว่าเสร็จสิ้นแล้ว นี่เป็นสัญญาณบวกว่ารัฐบาลชุดใหม่ใกล้ประกาศแล้ว แต่ผู้สื่อข่าวยังกังวลว่าคดีที่เริ่มโผล่กับบุคคลในโผครม. จะทำให้ล่าช้าไหม นายอนุทินตอบชัดว่า “ก็มีหลักเกณฑ์ของมันอยู่” และเน้นย้ำการรอผลตรวจสอบอย่างละเอียด ซึ่งอาจใช้เวลาสักระยะ แต่จำเป็นเพื่อความโปร่งใส

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นร้อนจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่อภิปรายเมื่อวันก่อน (19 มีนาคม 2569) พาดพิงว่านายอนุทินขาดคุณสมบัติจากคดีฮั้ว สว. แต่เจ้าตัวหัวเราะเบาๆ และไม่ได้ตอบคำถาม แสดงถึงความมั่นใจในกระบวนการ

ขั้นตอนการตรวจสอบประวัติรัฐมนตรีที่เข้มงวด

เพื่อให้เข้าใจชัดเจน กระบวนการตรวจสอบประวัติรัฐมนตรีมีดังนี้:

  • ส่งรายชื่อไปยังสลค. เพื่อประสานหน่วยงาน เช่น ตำรวจ ปปช. ศาล ธนาคารแห่งประเทศไทย
  • ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ไม่มีคดีร้ายแรงที่ศาลตัดสินแล้ว
  • ตรวจคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ เช่น ไม่ถือหุ้นสื่อ ไม่เป็นบุญธรรมบุคคลล้มละลาย
  • ยึดคำวินิจฉัยศาลรธน. เช่น คำวินิจฉัยที่ 9/2562 เรื่องห้ามนักการเมืองถือหุ้นสื่อ
  • แจ้งผลกลับต้นสังกัด หากติดขัดภายใน 7-15 วัน

กระบวนการนี้ช่วยป้องกันปัญหาในอนาคต เหมือนกรณีครม.ประยุทธ์ที่เคยมีรัฐมนตรีลาออกเพราะคดีหลังเข้ารับตำแหน่ง

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ การที่ อนุทิน พยักหน้ารับ ส่งรายชื่อ ครม. แล้ว แสดงถึงความพร้อมของพรรคร่วมรัฐบาลทั้งภูมิใจไทย ภูมิใจไทย พรรคอื่นๆ ที่ร่วม แต่หากมีปัญหาจากคดีใหม่ๆ อาจทำให้การจัดตั้งล่าช้าออกไป 1-2 สัปดาห์ ส่งผลต่อนโยบายเร่งด่วน เช่น เศรษฐกิจ การเกษตร ที่รัฐบาลสัญญาไว้

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นสัญญาณดีว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับธรรมาภิบาล หากทุกพรรคเตรียมตัวดี โครม.ชุดใหม่จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้แน่นอน

ความเห็นผู้เขียน: การตรวจสอบที่เข้มงวดแบบนี้เป็นสิ่งจำเป็นในยุคที่ข่าวปลอมและคดีเท็จเยอะ เพื่อให้ประชาชนมั่นใจในผู้นำ หากคุณสนใจข่าวการเมืองอัปเดต ลองติดตามบล็อกของเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ รีบแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้ด้วยนะ!

ที่มา – “อนุทิน” พยักหน้ารับ ส่งรายชื่อ ครม. ตรวจประวัติแล้ว หากพรรคร่วมติดขัด ตีกลับต้นสังกัด

เดนมาร์กเคยมีแผน “ระเบิดรันเวย์” สนามบินกรีนแลนด์

คุณเคยจินตนาการภาพพันธมิตรนาโต้หันปืนจ่อกันเองบ้างไหม? เรื่องนี้ฟังดูเหลือเชื่อ แต่เพิ่งถูกเปิดเผยจากสื่อเดนมาร์กว่า เดนมาร์กเคยมีแผน “ระเบิดรันเวย์” สนามบินกรีนแลนด์ หากถูกสหรัฐฯ รุกราน จริงๆ! เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นช่วงต้นปีนี้ เมื่อความตึงเครียดระหว่างเดนมาร์กกับสหรัฐฯ พุ่งสูงสุด หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงท่าทีอยากยึดเกาะกรีนแลนด์ให้กลายเป็นดินแดนอเมริกัน

เดนมาร์กเคยมีแผน “ระเบิดรันเวย์” สนามบินกรีนแลนด์ หากถูกสหรัฐฯ รุกราน

สำนักข่าว DR ของเดนมาร์กขุดข้อมูลลับจากแหล่งข่าวระดับสูงในรัฐบาลและกองทัพถึง 12 ราย เผยว่าเดนมาร์กเตรียมแผนรับมือสุดขีดในเดือนมกราคม หลังทรัมป์ขู่ผนวกกรีนแลนด์เข้ากับสหรัฐฯ อย่างจริงจัง โดยเฉพาะหลังกองกำลังพิเศษสหรัฐบุกจับประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโรของเวเนซุเอลา ทำให้เดนมาร์กมองว่าคำขู่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ

กรีนแลนด์ไม่ใช่เกาะธรรมดา มันเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในอาร์กติก มีทรัพยากรแร่หายาก ทะเลที่อุดมด้วยน้ำมัน และฐานทัพที่สามารถตรวจจับขีปนาวุธจากรัสเซียหรือจีนได้ ทรัมป์มักอ้างเรือรบจากสองมหาอำนาจนี้ลอยลำใกล้น่านน้ำกรีนแลนด์ เพื่อเหตุผลด้านความมั่นคง

กลยุทธ์ทหารและการทูตของเดนมาร์ก

เพื่อตอบโต้ เดนมาร์กไม่ได้นั่งรอเฉยๆ แต่ใช้ทั้งไม้แข็งและไม้ mềm:

  • การทูต: ร้องขอสนับสนุนจากฝรั่งเศส เยอรมนี และกลุ่มนอร์ดิก เพื่อแสดงความเป็นหนึ่งเดียวของยุโรป
  • การทหาร: ส่งหน่วยรบพิเศษจากเดนมาร์กและฝรั่งเศสที่ฝึกในสภาพอากาศหนาวเย็น ไปประจำการที่เมืองนุก (เมืองหลวงกรีนแลนด์) และเมืองแคนเกอร์ลุสซวก ซึ่งมีสนามบินหลัก
  • แผนเผ็ดร้อน: สั่งทหารพลร่มเตรียม ระเบิดรันเวย์ สนามบิน เพื่อตัดช่องทางลงจอดของเครื่องบินสหรัฐฯ หากเกิดการบุกรุก

แหล่งข่าวจากกระทรวงกลาโหมยอมรับว่ากองกำลังขนาดเล็กนี้สู้กองทัพสหรัฐฯ ไม่ไหวในระยะยาว แต่จุดประสงค์คือบีบให้สหรัฐต้องใช้กำลังรุนแรง สร้างความสูญเสีย และยกระดับต้นทุนการยึดครองดินแดนนาโต้พันธมิตร

ทำไมกรีนแลนด์ถึงสำคัญขนาดนี้?

กรีนแลนด์เป็นดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์ก มีประชากรแค่ 56,000 คน แต่พื้นที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก รองจากออสเตรเลีย ด้วยการละลายของน้ำแข็งอาร์กติก มันกลายเป็นเส้นทางเดินเรือใหม่และแหล่งทรัพยากรมหาศาล ทรัมป์เคยทวีตอยาก “ซื้อ” กรีนแลนด์ตั้งแต่ปี 2019 และช่วงหลังย้ำว่าต้องการเพื่อความมั่นคงสหรัฐฯ

สถานการณ์คลี่คลายเมื่อทรัมป์พูดในเวที World Economic Forum ที่ดาวอส วันที่ 21 ม.ค. ว่าไม่ต้องการใช้กำลัง และพร้อมเจรจา กระทรวงกลาโหมเดนมาร์กยังปฏิเสธยืนยัน แต่ยอมรับว่ามีคนรู้แผนลับแค่น้อยนิดเพื่อความปลอดภัย

เรื่องนี้สะท้อนความเปราะบางของพันธมิตรโลก แม้สหรัฐฯ-เดนมาร์กจะเป็นนาโต้ร่วมกัน แต่ผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์สามารถจุดชนวนความขัดแย้งได้ทุกเมื่อ ในยุคที่อาร์กติกกำลังร้อนระอุ การทูตและการสื่อสารต้องเข้มแข็งยิ่งกว่าเดิม

คุณคิดเห็นอย่างไรกับ เดนมาร์กเคยมีแผน “ระเบิดรันเวย์” สนามบินกรีนแลนด์ หากถูกสหรัฐฯ รุกราน? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ รู้จักเหตุการณ์ประวัติศาสตร์บทนี้!

ที่มา – เดนมาร์กเคยมีแผน “ระเบิดรันเวย์” สนามบินกรีนแลนด์ หากถูกสหรัฐฯ รุกราน

สำนักงานสลากฯ เตือนสลากปลอม แนะตรวจสอบ

ในยุคที่สลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นที่นิยมอย่างมาก การมี สำนักงานสลากฯ เตือนสลากปลอม แนะวิธีตรวจสอบ จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ เลยครับ เพราะมิจฉาชีพไม่เลิกหลอกลวงประชาชน โดยเฉพาะผู้รับซื้อรางวัลที่อาจพลาดโดนหลอกได้ง่าย ๆ วันนี้เราจะมาอัปเดตข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พร้อมวิธีตรวจสอบแบบละเอียด เพื่อให้ทุกคนซื้อสลากอย่างมั่นใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องสลากปลอมหรือแก้ไขตัวเลขอีกต่อไป

สำนักงานสลากฯ เตือนสลากปลอม แนะวิธีตรวจสอบ

พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้ออกมาเตือนอย่างเป็นทางการ เกี่ยวกับกลุ่มมิจฉาชีพที่นำสลากปลอมและสลากที่แก้ไขตัวเลขมาหลอกให้ผู้รับซื้อรางวัล โดยย้ำว่าผู้รับซื้อสลากหกหลักแบบใบ ต้องตรวจสอบให้รอบคอบ เพื่อป้องกันความเสียหายทางทรัพย์สิน สำนักงานฯ ยังยืนยันว่ากระบวนการพิมพ์สลากมีมาตรฐานสากล ISO 9001:2015 ทำให้ยากต่อการปลอมแปลง แต่ก็ยังต้องระวังตัวอยู่ดี

สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

วิธีตรวจสอบสลากตามที่สำนักงานสลากฯ เตือน

เริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยการเปรียบเทียบกับสลากจริงจากงวดนั้น ๆ ดูคุณลักษณะทั่วไป เช่น ความหนาของกระดาษ รูปภาพ ขนาดตัวเลขและตัวอักษร แต่ที่สำคัญคือคุณลักษณะพิเศษ ดังนี้

  • ลายน้ำ: ส่องกับแสงไฟสีขาวหรือแสงธรรมชาติ จะเห็นลายน้ำรูปนกวายุภักษ์ในเนื้อกระดาษชัดเจน
  • แสง UV (สีม่วง): ส่องแล้วจะเห็นเส้นไหมเรืองแสง และเส้นที่พาดผ่านตัวเลขเรืองแสงด้วย
  • หมึก Anti-Copy สีส้ม: ตัวเลขสีส้มสว่างชัด ทดสอบด้วยน้ำสะอาด ถูแล้วหมึกไม่ละลาย (สลากปลอมมักละลาย)
  • ร่องรอยการแก้ไข: ใช้แว่นขยายหรือกล้องส่องดูบริเวณหมายเลขสลาก งวดที่ โดยเฉพาะจุดที่อาจถูกขูด ลบ ลอก หรือตัดแปะตัวเลขอื่นมาแทน เพื่อให้ตรงรางวัล

นอกจากนี้ สามารถเข้าเว็บไซต์ www.glo.or.th เพื่อศึกษาวิธีตรวจเพิ่มเติมได้เลยครับ มีคู่มือละเอียดยิบ

โทษหนักสำหรับผู้ใช้สลากปลอม

ใครที่พยายามนำสลากปลอมหรือแก้ไขไปขึ้นรางวัล มีความผิดอาญา จําคุก 6 เดือนถึง 5 ปี และปรับ 10,000-100,000 บาท สำนักงานฯ มีทีม專家ตรวจพิสูจน์โดยเฉพาะ หากสงสัยโทรสอบถามได้ที่ 0 2528 9641-44 ครับ

สรุปแล้ว สำนักงานสลากฯ เตือนสลากปลอม แนะวิธีตรวจสอบ แบบนี้ เพื่อให้เราทุกคนเล่นสลากอย่างปลอดภัย สนุกได้เต็มที่โดยไม่ต้องกลัวโดนหลอก การตรวจสอบแค่นิดเดียวแต่ช่วยเซฟเงินได้เยอะเลยนะครับ ลองนำไปใช้ดู ก่อนรับซื้อสลากรางวัลใหญ่ครั้งหน้า รับรองไม่พลาด!

เรียบเรียงเพิ่มเติมเพื่อให้เข้าใจง่าย รีบแชร์ให้เพื่อน ๆ รับซื้อรางวัลด้วยนะครับ

ที่มา – สำนักงานสลากฯ เตือนมิจฉาชีพหลอกลวงขายสลากปลอมและแก้ไขตัวเลข แนะวิธีตรวจสอบ

ระทึก! ขีปนาวุธอิสราเอลตกเฉียดนักข่าวกลางไลฟ์ที่เลบานอน เจ็บ 2 ราย

ระทึก! ขีปนาวุธอิสราเอลตกเฉียดนักข่าวกลางไลฟ์ที่เลบานอน เจ็บ 2 ราย เหตุการณ์สุดตึงเครียดนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ขณะที่ทีมนักข่าวจากสำนักข่าว RT ของรัสเซียกำลังรายงานสดจากทางตอนใต้ของเลบานอน ท่ามกลางสถานการณ์รุนแรงที่ยกระดับขึ้นเรื่อยๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ระทึก! ขีปนาวุธอิสราเอลตกเฉียดนักข่าวกลางไลฟ์ที่เลบานอน เจ็บ 2 ราย

นายสตีฟ สวีนีย์ หัวหน้าสำนักงานเลบานอนของ RT และอาลี ริดา ช่างภาพ ได้เดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัยเพื่อรายงานสถานการณ์การปะทะกันระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ขณะที่กำลังถ่ายทอดสดอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีขีปนาวุธอิสราเอลถูกยิงตกลงใกล้ๆ เพียงไม่กี่ฟุตด้านหลัง ทำให้ทั้งคู่ต้องรีบก้มหลบแรงระเบิดที่ดังสนั่น สะเก็ดระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ ส่งผลให้ทั้งสองได้รับบาดเจ็บแต่ยังมีสติพอที่จะขอความช่วยเหลือ

นักข่าว RT บาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด ส่อประเด็นโจมตีสื่อ

หลังเกิดเหตุการณ์ ทีมนักข่าวทั้งสองถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที นางมาร์การิตา ซิโมนยาน บรรณาธิการข่าว RT ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าทั้งคู่บาดเจ็บจากการโจมตีของอิสราเอล และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพความปลอดภัยของนักข่าว โดยย้ำว่านักข่าวไม่ควรตกเป็นเป้าหมายทางทหาร ปัจจุบันเหตุการณ์ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบจากหลายฝ่าย แต่คลิปวิดีโอที่เผยแพร่แสดงให้เห็นถึงความหวุดหวิดอย่างชัดเจน

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่นักข่าวตกอยู่ในอันตรายในภูมิภาคนี้ ก่อนหน้านี้มีรายงานนักข่าวเลบานอนเสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอล องค์กรคณะกรรมการเพื่อคุ้มครองผู้สื่อข่าว (CPJ) ระบุว่า ปี 2568 เป็นปีที่มีผู้สื่อข่าวเสียชีวิตมากที่สุดนับตั้งแต่เริ่มเก็บข้อมูลเมื่อกว่า 30 ปีก่อน โดยส่วนใหญ่เกิดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

สถานการณ์ตึงเครียดในเลบานอนใต้และผลกระทบต่อสื่อมวลชน

เลบานอนใต้กลายเป็นจุด nóngของความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและฮิซบอลเลาะห์ โดยอิสราเอลโจมตีฐานที่มั่นของกลุ่มติดอาวุธอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ฮิซบอลเลาะห์ยิงจรวดตอบโต้ สถานการณ์นี้ทำให้ประชาชนและนักข่าวต้องเผชิญความเสี่ยงสูง นักข่าวต้องทำงานในสภาพที่ขาดการคุ้มครอง ทำให้อัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิตพุ่งสูง

  • นักข่าว RT สองคนบาดเจ็บจากสะเก็ดขีปนาวุธอิสราเอล
  • คลิปไลฟ์เผยภาพระทึกขณะก้มหลบระเบิด
  • RT กล่าวหาอิสราเอลโจมตีโดยตรง
  • CPJ เตือนปี 2568 นักข่าวตายมากสุดในประวัติศาสตร์
  • เรียกร้องคุ้มครองสื่อมวลชนในพื้นที่สงคราม

จากสถิติของ CPJ ตั้งแต่ปี 1992 มีนักข่าวเสียชีวิตกว่า 2,400 ราย โดย 60% เกิดจากสงครามและการก่อการร้าย ในตะวันออกกลางอย่างเดียวมีมากกว่า 500 ราย เหตุการณ์ ระทึก! ขีปนาวุธอิสราเอลตกเฉียดนักข่าวกลางไลฟ์ที่เลบานอน เจ็บ 2 ราย นี้จึงเป็นเครื่องเตือนใจถึงความจำเป็นในการปกป้องสื่อ

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าสื่อมวลชนต้องมีมาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวดยิ่งขึ้น เช่น การใช้เส้นทางสำรองและอุปกรณ์ป้องกัน แต่ที่สำคัญกว่านั้น ทุกฝ่ายในความขัดแย้งควรเคารพกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ และอย่าลืมติดตามข่าวสารล่าสุดจากตะวันออกกลางเพื่อไม่พลาดเหตุการณ์สำคัญ

ที่มา – ระทึก! ขีปนาวุธอิสราเอลตกเฉียดนักข่าวกลางไลฟ์ที่เลบานอน เจ็บ 2 ราย

BMW iX3 50 xDrive M Sport แบตใหญ่ วิ่งไกล ราคาดี

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวรถยนต์ไฟฟ้า! วันนี้เรามีข่าวดีมาบอก กับ BMW iX3 50 xDrive M Sport รถ SUV ไฟฟ้าสุดล้ำบนแพลตฟอร์ม Neue Klasse รุ่นแรกที่พร้อมเข้าสายการผลิต หลังจาก BMW สร้างตำนาน Neue Klasse ตั้งแต่ยุค 60s ที่ช่วยพยุงบริษัทให้รอดพ้นวิกฤต นี่คือการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ในยุค EV โดยเฉพาะรุ่นนี้ที่ราคาดีงาม แบตอัดแน่น วิ่งไกลโคตรสมชื่อ!

BMW iX3 50 xDrive M Sport

BMW iX3 50 xDrive M Sport มาพร้อมสเปคสุดโหด กำลัง 469 แรงม้า แรงบิด 645 นิวตันเมตร จากมอเตอร์คู่ eDrive เจน 6 ส่งพลังสี่ล้อ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม. ขับสนุกแบบ BMW แท้ๆ ไม่ผิดหวัง

BMW iX3 50 xDrive M Sport: ดีไซน์ล้ำสมัยสไตล์ Neue Klasse

ดีไซน์ใหม่หมดจด กระจังหน้าไตคู่แนวตั้งย่อส่วน คล้ายรุ่นเก่าแต่โมเดิร์น BMW Iconic Glow ส่องสว่าง มือจับประตูไฟ LED ฝาชาร์จท้ายเปิดอัตโนมัติด้วย AI พื้นผิวตัวถังเรียบหรู ซุ้มล้อเหลี่ยม ล้อ 22 นิ้ว aerodynamic ไฟท้ายแนวนอน พื้นที่ท้าย 1,750 ลิตร พับเบาะ + ช่องหน้า 58 ลิตร สุดยอดสำหรับครอบครัว

ดีไซน์ BMW iX3 50 xDrive M Sport

แบตเตอรี่ใหญ่ วิ่งไกล 800 กม. ชาร์จเร็วปรู

จุดเด่นหลักคือแบต 113.4 kWh เซลล์กระบอกใหม่ 800V วิ่งไกลสุด 800 กม. (WLTP) ชาร์จ DC 400 kW เพิ่มระยะ 400 กม. ใน 10 นาที ดีกว่า eDrive 5 ถึง 30% ลดสูญเสีย 40% น้ำหนักเบา 10% ต้นทุนต่ำ 20% คุ้มสุดๆ สำหรับทริปยาว

ระบบ “Heart of Joy” สมองกลหลัก ควบคุมขับเคลื่อน เบรก Recuperation ตอบสนองเร็ว 10 เท่า เบรก 98% ใช้ regenerative braking Soft Stop นุ่มนวลที่สุด

ภายใน BMW iX3 50 xDrive M Sport

เทคโนโลยีและสมรรถนะขั้นสูงของ BMW iX3 50 xDrive M Sport

แพลตฟอร์ม Neue Klasse EV เฉพาะทาง ลดคาร์บอน 30% ระบบ 800V ชาร์จไว มอเตอร์ไร้ rare-earth มิตรสิ่งแวดล้อม ช่วงล่าง Adaptive M Suspension ปรับอัตโนมัติตามถนนและโหมด (Comfort/Sport) เซนเซอร์+แผนที่ รีลไทม์

  • ระยะทาง: 805 กม. WLTP
  • ชาร์จ 10-80%: 21 นาที
  • ชาร์จ 10 นาที: +372 กม.
  • Bidirectional Charging: V2L/V2H จ่ายไฟบ้าน

อินโฟเทนเมนท์ BMW Panoramic Vision จอ HUD 3D กว้าง หน้าจอกลาง 17.9 นิ้ว OS X ระบบเสียง Harman Kardon 16 ลำโพง 464W Logic 7 Surround เสียง surround สุดยอด

เทคโนโลยี Heart of Joy BMW iX3 50 xDrive M Sport

ความปลอดภัยระดับโปร

Driving Assistant Plus ช่วยเลน เบรกอัตโนมัติ Parking Assistant 360° ควบคุมด้วยมือถือ เซนเซอร์รอบคัน กล้อง เรดาร์ ป้องกันชนเต็มสูบ

สรุปแล้ว BMW iX3 50 xDrive M Sport คือรถ EV ในฝัน ราคาดี สเปคโหด วิ่งไกล แบตใหญ่ ดีไซน์ล้ำ เทคโนโลยีเพียบ เหมาะสำหรับคนรัก BMW ที่อยากอัพเกรดสู่ EV โดยไม่เสียสมรรถนะ ถ้าคุณกำลังมองหารถ SUV ไฟฟ้าคุ้มค่า ลองไปทดลองขับดูก่อนใคร สนใจจองติดต่อ BMW Thailand วันนี้ รับโปรโมชั่นพิเศษ!

ที่มา – ฺราคาดีงาม มาแล้ว BMW iX3 50 xDrive M Sport แบตฯใหญ่ วิ่งไกลโคตร

พรรคประชาชาติ ประณามคนร้ายยิงถล่มรถ สส.กมลศักดิ์

เหตุการณ์สุดสะเทือนใจในวงการการเมืองไทย เมื่อพรรคประชาชาติ ประณามคนร้ายยิงถล่มรถ สส.กมลศักดิ์อย่างหนัก หลังเกิดการโจมตีด้วยอาวุธปืนสงครามในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส พรรคได้เชิญชวนสมาชิกและประชาชนร่วมกันดุอาอ์อ้อนวอนให้ ส.ส.และคณะปลอดภัยทุกคน เป็นการแสดงออกถึงความสามัคคีและความห่วงใยอย่างยิ่ง

พรรคประชาชาติ ประณามคนร้ายยิงถล่มรถ สส.กมลศักดิ์

วันที่ 20 มีนาคม 2569 เกิดเหตุร้ายอุกอาจขึ้นในอำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อคนร้ายไม่ทราบฝ่ายใช้อาวุธปืนสงครามประกบยิงรถของนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส เขต 5 สังกัดพรรคประชาชาติ ช่วงเวลา 01.09 น. หลังจากที่ ส.ส.คนดังกล่าวเดินทางกลับจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี

รถของ ส.ส.กมลศักดิ์ ถูกยิงถล่มอย่างเมามัน กระสุนฝ่าฟันรถหลายนัด ทำให้ผู้โดยสารและเจ้าหน้าที่ที่ติดตามได้รับบาดเจ็บ 2 ราย โดย ส.ส.กมลศักดิ์ซึ่งนั่งด้านหลัง สามารถนอนหมอบลงกับเบาะได้ทัน รอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านในพื้นที่และชุมชนใกล้เคียง

รายละเอียดผู้บาดเจ็บจากเหตุยิงถล่มรถ สส.กมลศักดิ์

  • นายอุชลัมห์ โกะเลาะ อายุ 55 ปี ผู้ขับรถ ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืนหลายนัด สภาพสาหัส
  • ด.ต.หริรักษ์ หีมมิหนะ อายุ 43 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ติดตาม ส.ส. ถูกกระสุนเจาะร่างกายหลายจุด อาการหนักเช่นกัน

ทั้งสองรายกำลังรับการรักษาตัวในโรงพยาบาล โดยแพทย์ระบุว่าต้องผ่าตัดด่วนเพื่อเอาดอกกระสุนออก ขณะที่ตำรวจและชุดสืบสวนกำลังเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งคาดว่าเป็นกลุ่มที่มีความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนใต้

การตอบสนองทันทีของพรรคประชาชาติ

หลังทราบเหตุร้าย พรรคประชาชาติได้โพสต์ข้อความลงเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการ โดยพรรคประชาชาติ ประณามคนร้ายยิงถล่มรถ สส.กมลศักดิ์อย่างถึงที่สุด ระบุว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจ กระทบต่อความสงบสุขของสังคม และเชิญชวนทุกคนร่วมดุอาอ์ให้ ส.ส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ และคณะทุกคนปลอดภัย พรรคยังเรียกร้องให้หน่วยงานความมั่นคงเร่งสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย

พรรคประชาชาติซึ่งเป็นพรรคที่เน้นการพัฒนาพื้นที่ชายแดนใต้และสิทธิของชาวมุสลิมไทย ได้แสดงจุดยืนชัดเจนในการปกป้องสมาชิก โดยหัวหน้าพรรคและ ส.ส.ท่านอื่นๆ ได้ติดต่อประสานงานช่วยเหลือครอบครัวผู้บาดเจ็บทันที เหตุการณ์นี้ไม่เพียงเป็นการโจมตีบุคคล แต่ยังเป็นการท้าทายประชาธิปไตยและความปลอดภัยของผู้แทนราษฎร

บริบทความไม่สงบในนราธิวาส

จังหวัดนราธิวาสเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีความขัดแย้งมานานกว่า 20 ปี จากปัญหาความไม่ไว้วางใจระหว่างชาวมุสลิมปัตตานีกับรัฐไทย แม้จะมีการเจรจาสันติภาพ แต่เหตุการณ์ยิงและวางระเบิดยังเกิดขึ้นเป็นระยะ ส.ส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ เป็นนักการเมืองท้องถิ่นที่ทำงานเพื่อชาวบ้านในเขต 5 มาอย่างยาวนาน การถูกลอบยิงครั้งนี้อาจเชื่อมโยงกับการเมืองท้องถิ่นหรือประเด็นอื่นๆ ที่ยังไม่ชัดเจน

ในช่วงที่ผ่านมา พรรคประชาชาติมีบทบาทสำคัญในการผลักดันนโยบายเพื่อพื้นที่ชายแดนใต้ เช่น การศึกษา การค้า และความยุติธรรมทางศาสนา เหตุการณ์นี้จึงยิ่งเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่รัฐบาลต้องเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้ ส.ส. ในพื้นที่เสี่ยง

นอกจากนี้ ชาวเน็ตและนักการเมืองจากพรรคอื่นๆ ก็แสดงความเห็นอกเห็นใจจำนวนมาก โดยบางคนเรียกร้องให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนพิเศษเพื่อหาความจริง ขณะที่ประชาชนในนราธิวาสต่างรวมพลังดุอาอ์ตามที่พรรคเชิญชวน

เหตุการณ์พรรคประชาชาติ ประณามคนร้ายยิงถล่มรถ สส.กมลศักดิ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า ความรุนแรงยังคงเป็นปัญหาใหญ่ในสังคมไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ขัดแย้ง เราต้องร่วมมือกันหยุดยั้งและสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน

ในฐานะนักข่าวและนักวิเคราะห์ การเมืองชายแดนใต้ต้องได้รับการแก้ไขจากรากเหง้า ไม่ใช่แค่ปราบปราม แต่ต้องฟังเสียงชาวบ้านและสร้างโอกาสเท่าเทียม หากปล่อยไว้ ความเชื่อมั่นในระบบประชาธิปไตยจะยิ่งสั่นคลอน

เรียกร้องให้คุณ: ช่วยแชร์บทความนี้เพื่อกระจายข้อมูลและสร้างกระแสเรียกร้องความยุติธรรม ติดตามข่าวอัปเดตเพิ่มเติมจากเรา และแสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ว่าคุณคิดอย่างไรกับเหตุการณ์นี้

ที่มา – พรรคประชาชาติ ประณามคนร้ายยิงถล่มรถ “สส.กมลศักดิ์” ร่วมกันดุอาอ์ให้ทุกคนปลอดภัย

สุดอั้นผู้ผลิตรายใหญ่ แจ้งจะปรับขึ้นราคาสินค้า

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้มีข่าวที่ทำให้หลายคนต้องเตรียมใจกันหน่อยแล้วล่ะครับ เพราะ สุดอั้นผู้ผลิตรายใหญ่ แจ้งจะปรับขึ้นราคาสินค้า จากผลกระทบสงครามตะวันออกกลางที่ทำให้วัตถุดิบขาดแคลน ต้นทุนพุ่งกระฉูด และการขนส่งล่าช้าแบบสุดๆ วันที่ 20 มีนาคม 2569 มีรายงานว่าบริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ถึง 5 แห่ง ส่งหนังสือแจ้งคู่ค้าอย่างเป็นทางการ แนะนำให้สต็อกสินค้าล่วงหน้าและวางแผนรับมือตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป

สุดอั้นผู้ผลิตรายใหญ่ แจ้งจะปรับ “ขึ้นราคาสินค้า” สงครามกระทบวัตถุดิบขาด – ต้นทุนเพิ่ม

สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความขัดแย้งที่ลุกลาม ส่งผลกระทบหนักหน่วงต่อราคาน้ำมันดิบ ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของทุกอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นบรรจุภัณฑ์ พลาสติก ขวด หรือวัตถุดิบอื่นๆ ผู้ผลิตหลายรายบอกว่าตอนนี้ supply chain เริ่มสะดุด เส้นทางขนส่งทางทะเลและอากาศเสี่ยงล่าช้า ทำให้ต้อง lock สัญญากับ supplier ล่วงหน้าและเพิ่มสต็อกให้มากขึ้น แต่ถ้าสถานการณ์ยืดเยื้อ ก็สุดอั้นจริงๆ ต้องแจ้งปรับราคาเพื่อรักษาความยั่งยืนของธุรกิจ

รายชื่อผู้ผลิตรายใหญ่ที่แจ้งแล้ว

  • เอฟแอนด์เอ็น แดรี่ส์ (ประเทศไทย): แจ้งสถานการณ์ F&N ผลิตภัณฑ์นมและเครื่องดื่ม ติดตามใกล้ชิด ปรับเส้นทางขนส่งสำรอง เพิ่มสต็อกวัตถุดิบ แนะลูกค้าสั่งซื้อล่วงหน้าเพื่อป้องกันขาดแคลน
  • เนสท์เล่ (ไทย): ซัพพลายเออร์แจ้งวัตถุดิบไม่พอ โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์อย่างซอง ขวดพลาสติก จากราคาน้ำมันพุ่ง อาจส่งสินค้าไม่ทันตั้งแต่เมษายน จะส่งทีมซัพพลายเชนไปคุยแผนรับมือ
  • ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง: เผชิญต้นทุนวัตถุดิบและขนส่งสูงขึ้นทุกกลุ่มสินค้า เร่งผลิตและเพิ่ม safety stock ในเดือนมีนาคม แนะร้านค้าสต็อกเพิ่ม แม้จะกระทบผู้บริโภคแต่ยังมีโปรโมชั่นลดราคาต่อไป
  • เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC): ผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคหลายกลุ่ม เครื่องใช้ครัวเรือน ของใช้ส่วนตัว อาหารเครื่องดื่ม เสี่ยงวัตถุดิบจำกัดและราคาขึ้น คาดกระทบเมษายน แนะจัดสต็อกเพิ่ม
  • สหพัฒนพิบูล (Sahapat): ต้นทุนผลิตสูงขึ้นทั้งวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ ขนส่ง อาจผลิตและส่งล่าช้า แต่กำลังแก้ไขทุกทาง แนะสต็อกล่วงหน้าและขออภัยในความไม่สะดวก

เห็นมั้ยครับว่า สุดอั้นผู้ผลิตรายใหญ่ แจ้งจะปรับขึ้นราคาสินค้า ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แต่ทุกบริษัทต่างพยายามเต็มที่เพื่อตรึงราคาให้นานที่สุดเท่าที่ทำได้ ขณะนี้ยังไม่มีกำหนดเวลาสิ้นสุดของผลกระทบ เพราะสถานการณ์ยังคลุมเครือ แต่สิ่งที่แน่นอนคือเราต้องเตรียมตัว

ผลกระทบที่คาดการณ์และวิธีรับมือ

สำหรับเจ้าของร้านค้าหรือผู้ประกอบการ สิ่งสำคัญคือการวางแผนล่วงหน้า เช่น

  • ประเมินความต้องการสินค้าของลูกค้าใน 1-3 เดือนข้างหน้า แล้วสั่งสต็อกเพิ่มทันที
  • ติดต่อตัวแทนขายเพื่อสอบถามโปรโมชั่นหรือส่วนลดสต็อกใหญ่
  • กระจายแหล่งนำเข้าสินค้าหรือหาซัพพลายเออร์ทางเลือก
  • ปรับราคาขายปลีกแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อไม่ให้ลูกค้าช็อก

ส่วนผู้บริโภคอย่างเราๆ ก็ควรสต็อกของใช้จำเป็นไว้บ้าง เช่น สบู่ ยาสีฟัน น้ำยาล้างจาน หรือนมเด็ก ที่อาจกระทบหนัก แต่ไม่ต้องตื่นตระหนกเกินไปนะครับ เพราะภาครัฐและผู้ผลิตกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ในมุมมองผม สงครามครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า supply chain โลกเชื่อมโยงกันขนาดไหน แม้ไทยจะอยู่ไกลแต่ก็พลอยเดือดร้อน อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตรายใหญ่เหล่านี้ส่วนใหญ่มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง น่าจะผ่านพ้นไปได้ถ้าสถานการณ์คลี่คลายเร็วๆ นี้

คำแนะนำสุดท้าย: ถ้าคุณเป็นเจ้าของร้าน ลองเช็คสต็อกและสั่งเพิ่มวันนี้เลยครับ หรือถ้าคุณผู้บริโภค คิดเห็นยังไงกับเรื่อง สุดอั้นผู้ผลิตรายใหญ่ แจ้งจะปรับขึ้นราคาสินค้า แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างกันหน่อยนะ ช่วยกันติดตามข่าวอัพเดท!

ที่มา – สุดอั้นผู้ผลิตรายใหญ่ แจ้งจะปรับ “ขึ้นราคาสินค้า” สงครามกระทบวัตถุดิบขาด – ต้นทุนเพิ่ม