วัน: 20 มีนาคม 2026

เจมส์ มิลเนอร์ สัมภาษณ์ฟุตบอล

สวัสดีเพื่อนๆ แฟนฟุตบอลทุกคน! วันนี้เรามีเรื่องเด็ดมาฝากกันกับ เจมส์ มิลเนอร์ สัมภาษณ์ฟุตบอล สุดพิเศษจากรายการ Football Daily ของ Radio 5 Live นำโดย Kelly Somers ที่ได้คุยกับกองกลางไบรท์ตันคนนี้แบบเจาะลึกสุดๆ เอพีตอนนี้ยาว 19 นาที ออกอากาศเมื่อ 20 มี.ค. 2026 และฟังได้ยาวๆ เกินปีเลยนะ!

เจมส์ มิลเนอร์ สัมภาษณ์ฟุตบอล: เรื่องราวตำนานพรีเมียร์ลีก

เจมส์ มิลเนอร์ วัย 40 ปี กลายเป็นนักเตะที่ลงเล่นพรีเมียร์ลีกมากที่สุดตลอดกาล! จากเด็กอะคาเดมี่ลีดส์ สู่การแจ้งเกิดในปี 2002 เขาเล่าทุกอย่างแบบไม่กั๊ก ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดการทีมที่ดีที่สุดที่เคยร่วมงานด้วย ความสัมพันธ์สุดแน่นกับ Klopp หรือแม้แต่ช่วงเวลาที่แย่ที่สุดในอาชีพ

ไฮไลต์จากเจมส์ มิลเนอร์ สัมภาษณ์ฟุตบอล

  • 0’30: เด็กมิลเนอร์ตอนนี้จะว่ายังไงกับอาชีพตัวเอง?
  • 1’00: การทำลายสถิติลงเล่นพรีเมียร์ลีก
  • 2’13: ความทรงจำฟุตบอลแรกและการถูกสเก๊าท์เข้าลีดส์
  • 5’00: ลงสนามพรีเมียร์ลีกครั้งแรกและประตูแรกในปี 2002
  • 6’14: ผู้จัดการที่ดีที่สุดและความสัมพันธ์กับ Klopp
  • 8’56: นัดไหนที่อยากย้อนกลับไปเล่นอีก?
  • 9’40: ช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด
  • 11’18: บาดเจ็บปีที่แล้วทำให้คิดจะเลิก?
  • 12’00: ฟุตบอลเปลี่ยนไปแค่ไหน?
  • 14’29: สิ่งที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับเขา
  • 16’50: วางแผนเกษียณและคุมทีม?

ฟังแล้วรู้สึกได้ถึงความทุ่มเทของมิลเนอร์เลย เขาเริ่มเล่นตั้งแต่ปี 2002 ผ่านทีมใหญ่ๆ อย่าง ลีดส์, นิวคาสเซิล, แอสตัน วิลล่า, แมนฯ ซิตี้, ลิเวอร์พูล และตอนนี้อยู่ไบรท์ตัน ทำสถิติลงเล่น 912 นัดในพรีเมียร์ลีก! ผู้จัดการที่เขาชื่นชอบมากสุดคือ Klopp ที่ทำให้เขาพัฒนาแบบก้าวกระโดด

นอกจากนี้ยังมีตารางถ่ายทอดสดคอมเมนทารี่จาก 5 Live ด้วยนะ เช่น Man City v Spurs ใน WSL, Fulham v Burnley, Everton v Chelsea และอื่นๆ อีกเพียบ

มิลเนอร์ยังเล่าถึงการเปลี่ยนแปลงของฟุตบอลสมัยใหม่ ที่เร็วขึ้น รวดเร็วขึ้น แต่เขายังคงฟิตและทุ่มเทเหมือนเดิม สิ่งที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับเขาคือคิดว่าเขาเป็นผู้เล่นที่ ‘ธรรมดา’ แต่จริงๆ แล้วเขาเป็นตัวหลักในทีมแชมป์หลายสมัยเลยนะ!

ในมุมมองผม มิลเนอร์คือตำนานที่แท้จริงของพรีเมียร์ลีก ไม่ใช่แค่สถิติ แต่เป็นทัศนคติและความสม่ำเสมอ ถ้าคุณเป็นแฟนลิเวอร์พูลหรือแฟนฟุตบอลอังกฤษ ต้องไม่พลาด เจมส์ มิลเนอร์ สัมภาษณ์ฟุตบอล นี้เด็ดขาด!

รีบไปฟังกันเลยที่ BBC Sounds แล้วมาคุยกันในคอมเมนต์ว่าชอบช่วงไหนที่สุดนะ สนับสนุนนักเตะอย่างมิลเนอร์ที่ยังสู้ไม่เลิก!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“คำพอง” แฉยับ “บักยอดชั่ว” กระบวนการฉก “งูเห่า”

วงการการเมืองไทยไม่เคยเงียบเหงา ล่าสุดมีดราม่าร้อนแรงจาก “คำพอง” แฉยับ “บักยอดชั่ว” กระบวนการฉก “งูเห่า” ที่ทำเอาชาวโซเชียลสั่นสะเทือนไปทั้งประเทศ อดีต ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชนอย่างนายคำพอง เทพาคำ ได้โพสต์แฉเบื้องหลังขบวนการซื้อตัว ส.ส. หรือที่เรียกกันติดปากว่า “งูเห่า” ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในพรรคการเมืองไทย

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2567 (บางแหล่งระบุ 2569 แต่เชื่อว่าเป็นปี 2567) นายคำพองเล่าว่าตลอดการทำหน้าที่ ส.ส. 2 สมัย เขาถูกติดต่อเสนอเงินเพื่อย้ายพรรคถึง 7 ครั้งด้วยกัน แต่ละครั้งยอดเงินพุ่งสูงแบบไม่น่าเชื่อ ทำให้เห็นภาพชัดเจนว่าการเมืองไทยยังเต็มไปด้วยการต่อรองด้วยผลประโยชน์

“คำพอง” แฉยับ “บักยอดชั่ว” กระบวนการฉก “งูเห่า”

รายละเอียดที่นายคำพองแฉออกมานั้นน่าตกใจสุดๆ เริ่มจากครั้งแรกที่ถูกเสนอเงิน 3 ล้านบาท ก่อนจะขยับขึ้นเป็น 30 ล้านบาท แถมยังมีเงินเดือนรายเดือนอีก 2 แสนบาท พ่วงตำแหน่ง “ขุนพลอีสาน” โดยมีการบุกไปเจรจาถึงบ้านพักที่ จ.อุบลราชธานี เลยทีเดียว ครั้งต่อๆ มาก็ยิ่งหนักหน่วง มีข้อเสนอ 20 ล้าน, 40 ล้าน และ 30 ล้านบาทตามลำดับ

จุดพีคของข้อเสนอเงินก้อนโต

ครั้งที่ห้าเสนอ 30 ล้านบาท โดยให้ไปรับเงินที่ราบ 11 มีรถตู้มารับไป ซึ่งเกิดขึ้นก่อนการโหวตประธานสภาและโหวต พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี หลังจากนั้นความเข้มข้นยังไม่จบ หลังการยุบพรรคอนาคตใหม่ มีข้อเสนอพุ่งสูงถึง 80 ล้านบาท พร้อมรถหรูป้ายแดง 1 คัน และล่าสุดหลังการยุบพรรคก้าวไกล ก็มีข้อเสนอ “15 กิโล” ซึ่งคาดว่าแปลว่า 15 ล้านบาท

การติดต่อแต่ละครั้งมักผ่านคนรู้จัก เพื่อนร่วมงานเก่า หรือบางครั้งโดยตรง ทำให้ดูเป็นระบบมากกว่าการเจรจาสุ่มๆ นายคำพองยืนยันว่าทุกอย่างเกิดขึ้นจริง ไม่ใช่เรื่องแต่ง และทิ้งท้ายด้วยคำดุเดือด “มันเกิดขึ้นจริง แบบบักยอดชั่ว” คำนี้กลายเป็นไวรัลทันที ชาวเน็ตต่างคาดเดาว่า “บักยอดชั่ว” หมายถึงบุคคลลึกลับคนไหนในวงการการเมือง

  • ครั้งที่ 1: 3 ล้านบาท
  • ครั้งที่ 2: 30 ล้านบาท + เงินเดือน 2 แสน/เดือน + ตำแหน่งขุนพลอีสาน
  • ครั้งที่ 3-4: 20 ล้าน และ 40 ล้านบาท
  • ครั้งที่ 5: 30 ล้านบาท ก่อนโหวตสำคัญ
  • ครั้งที่ 6: 80 ล้านบาท + รถหรู หลังยุบอนาคตใหม่
  • ครั้งที่ 7: 15 ล้านบาท หลังยุบก้าวไกล

ปรากฏการณ์ “งูเห่า” หรือ ส.ส.ที่ย้ายพรรคแลกผลประโยชน์ เป็นปัญหาคลาสสิกของการเมืองไทย มักเกิดก่อนการโหวตสำคัญหรือยุบพรรค สร้างความเสียหายให้กับหลักการประชาธิปไตยและความเชื่อมั่นของประชาชน การแฉครั้งนี้ของคำพองไม่เพียงเปิดโปงระบบ แต่ยังจุดประกายให้สังคมตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในสภา

จากประสบการณ์ของอดีต ส.ส. คนนี้ เห็นได้ชัดว่าการเมืองไทยยังต้องการการปฏิรูประบบป้องกันการซื้อตัว ส.ส. เช่น การเพิ่มบทลงโทษหนักขึ้น หรือระบบเลือกตั้งที่ทำให้พรรคมีเสถียรภาพมากกว่า นอกจากนี้ คำว่า “บักยอดชั่ว” ซึ่งเป็นภาษาอีสานด่าที่รุนแรง แสดงถึงความเกลียดชังต่อพฤติกรรมนี้อย่างมาก

ในมุมมองของผู้เขียน การแฉแบบ “คำพอง” แฉยับ “บักยอดชั่ว” กระบวนการฉก “งูเห่า” เป็นสัญญาณดีที่นักการเมืองรุ่นใหม่กล้าพูดความจริง แม้จะเสี่ยง แต่จะช่วยผลักดันให้การเมืองสะอาดขึ้นได้ หากประชาชนรวมพลังกดดัน

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? “บักยอดชั่ว” คือใคร? มาร่วมแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้ทุกคนรับรู้เบื้องหลังการเมืองไทย!

ที่มา – “คำพอง” แฉยับ “บักยอดชั่ว” กระบวนการฉก “งูเห่า”

รง. เยี่ยมครอบครัวประสานสิทธิแรงงานเสียชีวิตอิสราเอล

รง. เยี่ยมครอบครัว-ประสานสิทธิประโยชน์ เตรียมส่งร่างแรงงานเสียชีวิตในอิสราเอลกลับไทย เป็นข่าวที่กระทรวงแรงงานได้ดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อช่วยเหลือครอบครัวของแรงงานไทยที่ประสบภัยจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ได้แถลงข่าวที่ทำเนียบรัฐบาล โดยนายสันติ นันตสุวรรณ รองปลัดกระทรวงแรงงานและโฆษก ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของแรงงานไทยที่เสียชีวิต

รง. เยี่ยมครอบครัว-ประสานสิทธิประโยชน์ เตรียมส่งร่างแรงงานเสียชีวิตในอิสราเอลกลับไทย

เหตุการณ์เศร้าที่เกิดขึ้น แรงงานไทยรายนี้เสียชีวิตขณะอยู่ในห้องพักเวลา 23.45 น. ตามเวลาท้องถิ่นของอิสราเอล เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 โดยแรงงานคนนี้ได้เดินทางไปทำงานอย่างถูกกฎหมายผ่านกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 ทางรัฐบาลอิสราเอลกำลังดำเนินการชันสูตรศพ และจะส่งร่างผู้เสียชีวิตให้ครอบครัวต่อไป ขณะนี้กระทรวงแรงงานได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่บ้านพักของผู้เสียชีวิตที่จังหวัดชัยภูมิ เพื่อปลอบโยนและให้กำลังใจครอบครัว รวมถึงประสานงานเพื่อนำร่างกลับประเทศไทยโดยเร็วที่สุด

ภาพแถลงข่าวกระทรวงแรงงาน

สิทธิประโยชน์ที่ครอบครัวแรงงานจะได้รับหลังรองปลัดเยี่ยม

สำหรับสิทธิประโยชน์ที่ทายาทโดยธรรมจะได้รับนั้น มีหลายส่วน โดยเฉพาะจากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ ซึ่งครอบคลุมกรณีเสียชีวิตในต่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีสิทธิจากประกันสังคมและจากสถาบันประกันภัยของอิสราเอล เรามาดูรายละเอียดกัน

  • เงินสงเคราะห์จากกองทุน: 40,000 บาท
  • เงินบำเหน็จชราภาพจากประกันสังคม: 71,459.14 บาท
  • สิทธิจากประกันภัยอิสราเอล: เงินช่วยเหลือค่าชดเชยการไว้ทุกข์, ค่าใช้จ่ายฝังศพ, ชดเชยรายเดือน, ช่วยเหลือประจำปี, ค่าเล่าเรียนบุตร, ช่วยเหลือทางจิตวิทยา (จำนวนขึ้นกับการพิจารณาของสถาบันและอัตราแลกเปลี่ยน)

นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานยังมอบหมายให้ทูตแรงงานในอิสราเอลกำชับแรงงานไทยทุกคนให้อยู่ในพื้นที่ปลอดภัย ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด พร้อมสั่งการให้หน่วยงานใน 76 จังหวัดทั่วประเทศลงพื้นที่แจ้งญาติแรงงานในไทย เพื่อให้สื่อสารกับลูกหลานที่ทำงานในตะวันออกกลาง เพิ่มความระมัดระวัง หากมีสัญญาณเตือนภัยต้องอพยพทันที

ภาพการเยี่ยมครอบครัว

การดำเนินการครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบของกระทรวงแรงงานในการดูแลพี่น้องแรงงานไทยที่ออกไปหาเลี้ยงชีพในต่างแดน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงอย่างตะวันออกกลาง แรงงานไทยกว่า 30,000 คนในอิสราเอลกำลังเผชิญสถานการณ์ตึงเครียดจากความขัดแย้ง การติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำเตือนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด หากคุณหรือคนใกล้ชิดกำลังทำงานในพื้นที่ดังกล่าว ควรติดต่อทูตแรงงานทันทีเพื่อขอคำปรึกษา

ในมุมมองของผู้เขียน การเยี่ยมเยียนและประสานสิทธิอย่างรวดเร็วแบบนี้ช่วยลดภาระให้ครอบครัวได้มาก และเป็นตัวอย่างที่ดีในการดูแลแรงงานไทยทุกคน สุดท้ายขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต ขอให้ทุกคนปลอดภัย หากมีปัญหา สามารถติดต่อกรมการจัดหางานเพื่อขอความช่วยเหลือได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ที่มา – รง. เยี่ยมครอบครัว-ประสานสิทธิประโยชน์ เตรียมส่งร่างแรงงานเสียชีวิตในอิสราเอลกลับไทย

กต. เผยสถานการณ์ตะวันออกกลางยังรุนแรง ช่วยคนไทย 1,209 คน

สถานการณ์ตะวันออกกลางยังรุนแรง อย่างต่อเนื่อง รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศไทย หรือ กต. ได้แถลงข่าวล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ทำเนียบรัฐบาล โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษก กต. เผยว่าความขัดแย้งกำลังขยายวงกว้างขึ้น จากเป้าหมายทางทหารไปสู่โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น การโจมตีนิคมอุตสาหกรรม “ราส ลัฟฟาน” ในกาตาร์ ซึ่งเป็นฐานผลิตน้ำมันและปิโตรเคมีชั้นนำของโลก ส่งผลให้เกิดความเสียหายรุนแรง และอาจกระทบระบบพลังงานภูมิภาค สะท้อนถึงเศรษฐกิจโลกและราคาน้ำมันที่ผันผวน

สถานการณ์ตะวันออกกลางยังรุนแรง

สถานการณ์ตะวันออกกลางยังรุนแรง ขอคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงด่วน

ด้วยความไม่แน่นอนที่สูงขึ้นเรื่อยๆ กต. ขอให้พี่น้องชาวไทยที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง พิจารณาออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด ติดตามข่าวสารจากช่องทางทางการอย่างเคร่งครัด และลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่ ช่องทางติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบทันที เพื่อให้รัฐบาลช่วยเหลือได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กต. เร่งนำร่างแรงงานไทยกลับประเทศ

สำหรับแรงงานไทย 1 รายที่เสียชีวิตจากเหตุระเบิดในอิสราเอล สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้ประสานงานกับครอบครัวตั้งแต่เกิดเหตุ และกำลังเจรจากับทางการอิสราเอลเพื่อส่งร่างกลับไทยโดยเร็ว ขณะที่กรมการกงสุลจะลงพื้นที่นครราชสีมาเพื่อเยี่ยมญาติผู้เสียชีวิต นอกจากนี้ กต. และกระทรวงแรงงานยังติดตามเงินชดเชยและสิทธิประโยชน์จากอิสราเอลอย่างใกล้ชิด

การช่วยเหลือแรงงานไทย

หน่วยงานไทยยังลงพื้นที่เยี่ยมแรงงานไทยในอิสราเอลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้กำลังใจ รับฟังปัญหา และส่งผ่านความต้องการ แรงงานส่วนใหญ่ยังมีขวัญกำลังใจดี แต่ขอให้ติดตามประกาศความปลอดภัยจากสถานทูตเสมอ

ในอิหร่านและตุรกี สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน และ ณ กรุงอังการา กำลังอพยพคนไทย 10 คนจากเมืองบันดาอับบาสและกุม โดยเดินทางทางบกข้ามไปตุรกี ใช้เวลา 10 ชั่วโมง นอกจากนี้ รัฐมนตรี กต. ได้หารือกับเอกอัครราชทูตอิหร่าน เพื่อขอความช่วยเหลือลูกเรือไทย 3 คนบนเรือมยุรีนารี รวมถึงการอนุญาตเรือพาณิชย์ไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย

การอพยพคนไทยจากตะวันออกกลาง
การเจรจากับอิหร่าน

กรณีโจมตีนิคมในกาตาร์ แรงงานไทย 35 คนปลอดภัย สถานทูต ณ กรุงโดฮา ติดต่อใกล้ชิดแล้ว ตั้งแต่เกิดเหตุ รัฐบาลช่วยเหลือคนไทยออกจากพื้นที่หรือไปประเทศที่ 3 แล้วทั้งสิ้น 1,209 คน แสดงถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการปกป้องประชาชน

เพื่อให้เข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้น นี่คือสรุปความช่วยเหลือหลัก:

  • ช่วยเหลือคนไทยกลับแล้ว: 1,209 คน
  • นำร่างแรงงานไทยกลับ: กำลังประสานอย่างเร่งด่วน
  • อพยพจากอิหร่าน: 10 คนกำลังเดินทาง
  • เยี่ยมแรงงานอิสราเอล: ต่อเนื่องเพื่อให้กำลังใจ
  • แรงงานกาตาร์: 35 คนปลอดภัย

สถานการณ์ตะวันออกกลางยังรุนแรง อาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและเศรษฐกิจไทยในระยะยาว เพราะไทยนำเข้าน้ำมันจำนวนมาก การติดตามข่าวสารจึงสำคัญมาก หากคุณมีญาติหรือเพื่อนในพื้นที่ กรุณาแจ้งให้ลงทะเบียนกับสถานทูตทันที เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ในมุมมองของผม รัฐบาลไทยได้แสดงศักยภาพการทูตได้อย่างยอดเยี่ยม หวังว่าทุกฝ่ายจะหันมาเจรจาเพื่อยุติความรุนแรงเร็ววัน

ที่มา – กต. เผยสถานการณ์ตะวันออกกลางยังรุนแรง เร่งนำร่างแรงงานไทยกลับ ช่วยเหลือคนไทยกลับแล้ว 1,209 คน

ปชน. เสนอญัตติชุดกฎหมายสภาฯ 4 เรื่องด่วนกระทบชีวิตคนไทย

สวัสดีครับทุกท่าน! วันนี้เรามาพูดถึงข่าวสำคัญในแวดวงการเมืองไทยกันนะครับ โดยเฉพาะเรื่อง ปชน. เสนอญัตติชุดกฎหมายสภาฯ 4 เรื่องด่วนกระทบชีวิตคนไทย ที่กำลังเป็นที่สนใจของประชาชนหลายคน พรรคประชาชน นำโดย “ไอติม พริษฐ์” ส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้เดินหน้าอย่างจริงจัง เสนอญัตติ 9 ฉบับแรก และชุดกฎหมาย 9 ชุดแรก เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรแล้ว หวังให้บรรจุพิจารณาโดยเร็ว เพื่อแก้ปัญหาที่กระทบชีวิตคนไทยโดยตรง

ปชน. เสนอญัตติชุดกฎหมายสภาฯ 4 เรื่องด่วนกระทบชีวิตคนไทย

การแถลงข่าวเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. พรรคประชาชนชี้แจงถึงการใช้กลไกนิติบัญญัติในการแก้ปัญหาประชาชน โดยญัตติชุดแรกแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ 4 ญัตติด่วนที่กระทบชีวิตประชาชนทันที และ 5 ญัตติทั่วไปที่มุ่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง

4 ญัตติด่วนที่ต้องเร่งแก้

  • ญัตติที่ 1: ตั้งกมธ.วิสามัญศึกษาผลกระทบวิกฤตพลังงาน จากสงครามสหรัฐ-อิหร่าน ที่ทำให้น้ำมันแพง กระทบค่าครองชีพ
  • ญัตติที่ 2: ตั้งกมธ.แก้ปัญหาราคาพืชผลเกษตร ช่วยเกษตรกรที่กำลังลำบาก
  • ญัตติที่ 3: ติดตามชดเชยเยียวยาภัยพิบัติ เช่น หาดใหญ่และภาคใต้
  • ญัตติที่ 4: ตรวจสอบโครงการก่อสร้างใหญ่ที่สร้างปัญหาให้ประชาชน

ส่วน 5 ญัตติทั่วไป เช่น ตั้งกมธ.ปฏิรูปกฎหมายล้าสมัย ปฏิรูประบบราชการ ติดตาม Net Zero ยกระดับทักษะคนไทย และปฏิรูประบบภาษี ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหายั่งยืน

ชุดกฎหมาย 9 ชุดแรก สร้างความเป็นธรรม

นอกจากญัตติแล้ว ยังมีชุดกฎหมาย 9 ชุด รวม 20 วาระ 34 ร่าง ที่สอดคล้องนโยบายหาเสียง เช่น

  • ชุด 1: เศรษฐกิจเป็นธรรม – ปฏิรูปประกันสังคม ค่าแรงขั้นต่ำ พ.ร.บ.โรงแรม
  • ชุด 2: ปราบโกง – พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร พ.ร.บ.วิธีงบประมาณ
  • ชุด 3: กระจายอำนาจท้องถิ่น – อัปเกรด กทม. และปลดล็อกท้องถิ่น 9 ร่าง
  • ชุด 4: ลดค่าไฟยั่งยืน – พ.ร.บ.ประกอบกิจการพลังงาน
  • ชุด 5: ยกระดับสาธารณะ – พ.ร.บ.ประปาแห่งชาติ การขนส่งทางบก
  • ชุด 6: ปกป้องสิ่งแวดล้อม – พ.ร.บ.เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ร.บ.ขยะ
  • ชุด 7: ปฏิรูปการศึกษา – พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ระเบียบครู
  • ชุด 8: คุ้มครองสิทธิ – Anti-SLAPP 4 ร่าง ชุมนุมสาธารณะ ประกันตัว ยุติลอยนวล 3 ร่าง
  • ชุด 9: ปฏิรูปการเมือง – ถอดถอนนักการเมือง ป้องกันฮั้ว ป.ป.ช.

นายพริษฐ์ ย้ำว่าพรรคจะผลักดันเต็มที่ในฐานะฝ่ายค้าน หวังให้สภาบรรจุญัตติวิกฤตพลังงานในการประชุมครั้งหน้า นายกฯ มาชี้แจงด้วย ขณะที่ตั้งคำถามถึง “โสภณ” ประธานสภา ว่าทำไมนัดประชุมแค่วันเดียว 25 มี.ค. ควรเพิ่มวันเพื่อพิจารณาด่วน และให้เวลามากขึ้นกับร่างกฎหมายจาก ส.ส. และประชาชน ตามวิสัยทัศน์ที่ประกาศ

เรื่อง ปชน. เสนอญัตติชุดกฎหมายสภาฯ 4 เรื่องด่วนกระทบชีวิตคนไทย นี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อประชาชนจริงๆ ถ้าสภาลงมือจริง ปัญหาค่าครองชีพ เกษตรกร สิ่งแวดล้อม จะดีขึ้นแน่นอน คุณคิดเห็นอย่างไร ลองคอมเมนต์บอกกันหน่อยนะครับ!

ติดตามข่าวการเมืองอัปเดตเพิ่มเติม เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญที่กระทบชีวิตคุณ

ที่มา – ปชน. เสนอญัตติ-ชุดกฎหมายเข้าสู่สภาฯ หวังบรรจุโดยเร็ว ชี้ 4 เรื่องด่วนกระทบชีวิตคนไทย

“คิม จองอึน” ควงลูกสาวขึ้นรถถัง คุมซ้อมรบเตรียมความพร้อมสู้ศึก

“คิม จองอึน” ควงลูกสาวขึ้นรถถัง คุมซ้อมรบเตรียมความพร้อมสู้ศึก เป็นภาพเหตุการณ์ที่ทั่วโลกจับตามอง เมื่อผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือปรากฏตัวเคียงข้างบุตรสาว “คิม จูแอ” ในภารกิจทางทหารที่ตึงเครียด สร้างความฮือฮาและคำถามมากมายเกี่ยวกับอนาคตของระบอบการปกครองในแผ่นดินเหนือ

“คิม จองอึน” ควงลูกสาวขึ้นรถถัง คุมซ้อมรบเตรียมความพร้อมสู้ศึก

สำนักข่าวกลางเกาหลีเหนือ (KCNA) เผยภาพล่าสุดที่นาย คิม จองอึน และลูกสาววัย 13 ปี นั่งบนรถถังสีเขียว สวมแจ็คเก็ตหนังสีดำ ตรวจเยี่ยมการฝึกซ้อมของหน่วยรถถังและกองทัพราบ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 มี.ค. ภาพนี้ถ่ายทอดความใกล้ชิดระหว่างพ่อลูก ท่ามกลางทหารที่ยืนต้อนรับอย่างเคารพ ลูกสาวโผล่หัวจากป้อมรถถัง ขณะที่พ่อยิ้มแย้ม สื่อถึงความเป็นเอกภาพกับกองทัพ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นไม่กี่วันหลังจากทั้งคู่ร่วมชมการยิงจรวดและฝึกยิงปืนพก แสดงให้เห็นว่า “คิม จูแอ” กำลังถูกผลักดันให้ปรากฏตัวในงานสำคัญบ่อยขึ้น ตั้งแต่ปลายปี 2022 สื่อรัฐเรียกเธอว่า “ลูกที่รักยิ่ง” หรือ “ผู้เป็นที่เคารพ” ซึ่งหน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้คาดว่า เธออาจเป็นทายาทอำนาจคนต่อไป

ความหมายเบื้องหลังการปรากฏตัวของคิม จูแอ

การที่ “คิม จองอึน” ควงลูกสาวขึ้นรถถัง คุมซ้อมรบเตรียมความพร้อมสู้ศึก ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นสัญญาณชัดเจนของการวางแผนสืบทอดอำนาจ แม้คิม จองอึนจะอายุเพียง 40 ต้นๆ แต่สุขภาพที่ย่ำแย่และโครงสร้างอำนาจแบบชายเป็นใหญ่ อาจทำให้การขึ้นสู่อำนาจของลูกสาวเผชิญอุปสรรค ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า นี่คือการสร้างภาพลักษณ์ให้เธอเป็นผู้นำรุ่นใหม่ที่แข็งแกร่ง

  • ภาพพ่อลูกบนรถถัง: สื่อถึงความสามัคคีและความพร้อมรบ
  • การซ้อมรบขั้นสูง: สั่งกองทัพเตรียมสงครามสุดขีด
  • บริบทระหว่างประเทศ: ตอบโต้การซ้อมรบร่วมสหรัฐฯ-เกาหลีใต้

การซ้อมรบครั้งนี้ตรงกับช่วงที่สหรัฐฯ และเกาหลีใต้เพิ่งเสร็จสิ้นการฝึกใหญ่ ซึ่งเปียงยางมองว่าเป็นการเตรียมรุกราน คิม จองอึน ย้ำให้กองทัพพร้อมรับมือสถานการณ์ทุกประการ สร้างความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี

นอกจากนี้ ยังมีรายละเอียดที่น่าสนใจ เช่น ลูกสาวสวมเสื้อแจ็คเก็ตหนังคล้ายพ่อ แสดงถึงการเลียนแบบผู้นำ สื่อรัฐบาลเกาหลีเหนือเผยแพร่ภาพและวิดีโออย่างกว้างขวาง เพื่อเสริมสร้างความภักดีจากประชาชน

ในมุมมองกว้างขึ้น การกระทำนี้สะท้อนยุทธศาสตร์ของเกาหลีเหนือที่ใช้กองทัพเป็นเครื่องมือหลักในการรักษาอำนาจ ท่ามกลางการคว่ำบาตรจากนานาชาติ ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า หากคิม จูแอ ได้รับการยอมรับ จะเป็นผู้หญิงคนแรกที่ขึ้นสู่อำนาจสูงสุดในประวัติศาสตร์เกาหลีเหนือ

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายยังรออยู่ ทั้งจากกลุ่มอำนาจชายในพรรคและกองทัพ รวมถึงแรงกดดันจากภายนอก สถานการณ์นี้值得ติดตามอย่างใกล้ชิด

คุณคิดอย่างไรกับการปรากฏตัวของคิม จูแอ? เธอจะเป็นทายาทที่แท้จริงหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวสารอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดเหตุการณ์สำคัญ!

ที่มา – “คิม จองอึน” ควงลูกสาวขึ้นรถถัง คุมซ้อมรบเตรียมความพร้อมสู้ศึก

“ดีเอสไอ” ออกหมายเรียก “สส.สุดาวรรณ” ครอบครัว ปมรุกที่สาธารณะ

ข่าวใหญ่ในวงการการเมืองไทยกำลังร้อนแรง เมื่อ “ดีเอสไอ” ออกหมายเรียก “สส.สุดาวรรณ” และครอบครัว รับทราบข้อหาปมรุกที่สาธารณะ ที่ดินสาธารณประโยชน์บริเวณหาดสวนยา อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี คดีนี้เป็นคดีพิเศษที่ 119/2566 ซึ่ง DSI กำลังสอบสวนอย่างเข้มข้น โดยเกี่ยวข้องกับนักการเมืองชื่อดังและธุรกิจครอบครัว

“ดีเอสไอ” ออกหมายเรียก “สส.สุดาวรรณ” และครอบครัว รับทราบข้อหาปมรุกที่สาธารณะ

คดีนี้เกิดจากพฤติกรรมบุกรุกที่ดินสาธารณะเพื่อขุดบ่อเก็บน้ำ 3 บ่อ รวมพื้นที่กว่า 16-1-58.4 ไร่ เพื่อนำน้ำไปใช้ในโรงงานผลิตแป้งมันของบริษัทเอกชนที่ครอบครัวเป็นเจ้าของ ที่ดินดังกล่าวเป็นพื้นที่เลี้ยงสัตว์ของประชาชนและติดริมแม่น้ำ จึงเป็นที่สาธารณประโยชน์ที่ทุกคนใช้ร่วมกัน การกระทำดังกล่าวถือเป็นการยึดถือ ครอบครอง และทำประโยชน์โดยมิชอบกฎหมาย

รายชื่อผู้ถูกออกหมายเรียกและข้อกล่าวหา

  • นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล หรือ กำนันป้อ อดีตรัฐมนตรีช่วยฯ พ่อของสส.สุดาวรรณ
  • นางยลดา หวังศุภกิจโกศล หรือ เจ๊หน่อย นายกอบจ.นครราชสีมา ภรรยาของนายวีรศักดิ์
  • น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รักษาการ รมว.พม. สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย
  • บริษัทแป้งมันเอี่ยมอีสาน จำกัด โดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม

ข้อหาที่ถูกแจ้งคือ ร่วมกันบุกรุก ยึดถือ ครอบครอง และทำประโยชน์โดยขุดบ่อน้ำในที่ดินรัฐ ที่สาธารณประโยชน์ และที่ป่า โดยไม่ได้รับอนุญาต ผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 ประกอบ 108 ทวิ วรรคสอง, มาตรา 54, 55 ประกอบ 72 ตรี แห่ง พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484, มาตรา 360 และ 83 ประมวลกฎหมายอาญา

ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2569 เวลา 08.30 น. DSI ออกหมายเรียกให้ทั้ง 4 รายเข้ารับทราบข้อหาที่ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ กำหนดเวลา 10.00 น. นายวีรศักดิ์หรือกำนันป้อ เดินทางมาพร้อมทีมงานและปรากฏตัวต่อสื่อ โดยให้สัมภาษณ์สั้นๆ ว่า “ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่มาพบตามหมายเรียก เอกสารชี้แจงจะให้หลังเสร็จสิ้น” ขณะที่นางยลดาส่งเอกสารขอเลื่อน ส่วนน.ส.สุดาวรรณมีเอกสิทธิ์ สส. คุ้มครองเนื่องจากสมัยประชุมสภา ยังไม่แจ้งว่าจะมา یا ส่งทนาย

ดีเอสไอ ออกหมายเรียก สส.สุดาวรรณ และครอบครัว ปมบุกรุกที่สาธารณะ

คดีนี้ยังเชื่อมโยงกับคดีพิเศษอื่นๆ เช่น คดีที่ 154/2562 ที่นายธรรมรงค์ ทองแดง ซึ่งมีหมายจับหลบหนี เป็นผู้ขายที่ให้บริษัทครอบครัวนี้ พบความสัมพันธ์ระหว่างนักการเมือง ธุรกิจ และนายทุนบุกรุกที่ดินสาธารณะ ก่อนหน้านี้ ผู้ถูกหาว่าพยายามส่งเอกสารขอความเป็นธรรม ทำให้การสอบสวนเลื่อนมาเรื่อยๆ แต่ DSI ตัดสินใจออกหมายเรียกใหม่เพื่อเร่งรัด

พื้นที่หาดสวนยาคือแหล่งทรัพยากรสำคัญของชาวบ้านในอุบลราชธานี การบุกรุกเช่นนี้ไม่เพียงกระทบสิทธิประชาชน แต่ยังเป็นตัวอย่างของปัญหาการใช้อำนาจและเส้นสายในการเมืองไทย คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการตรวจสอบทรัพย์สินนักการเมืองและธุรกิจครอบครัวอย่างโปร่งใส

ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายชี้ว่า หากศาลรับฟ้อง คดีบุกรุกที่สาธารณะอาจนำไปสู่โทษจำคุกและปรับสูง โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับนิติบุคคล นอกจากนี้ เอกสิทธิ์ สส.ของน.ส.สุดาวรรณอาจถูกวินิจฉัยโดยศาลรัฐธรรมนูญหากจำเป็น

ในมุมมองของผู้เขียน คดี “ดีเอสไอ” ออกหมายเรียก “สส.สุดาวรรณ” และครอบครัว รับทราบข้อหาปมรุกที่สาธารณะ นี้เป็นบทเรียนสำคัญให้ประชาชนตื่นตัวกับการใช้วิถีชีวิตนักการเมือง คุณคิดอย่างไรกับคดีนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความเพื่อติดตามความคืบหน้า!

ที่มา – “ดีเอสไอ” ออกหมายเรียก “สส.สุดาวรรณ” และครอบครัว รับทราบข้อหาปมรุกที่สาธารณะ

นายกฯ เปิดงานวัน อสม. 2569 หยอดหวานชุดเทา

วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องน่าประทับใจในแวดวงสาธารณสุขกันบ้างนะคะ นายกฯ เปิดงานวัน อสม. 2569 อย่างอบอุ่นสุดๆ เลย โดยนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล มาร่วมงานด้วยตัวเองที่โรงแรมเอเชียแอร์พอร์ท อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 บรรยากาศเต็มไปด้วยความชื่นชมและขอบคุณเหล่า อสม. หรืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ที่เป็นนักรบชุดเทาอย่างแท้จริง

นายกฯ เปิดงานวัน อสม. 2569
นายกฯ อนุทิน กล่าวเปิดงาน

นายกฯ เปิดงานวัน อสม. 2569 หยอดหวานเหมือนเจอคนรักเก่า

นายกฯ อนุทิน พูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่นมาก บอกว่ามาร่วมงาน นายกฯ เปิดงานวัน อสม. 2569 รู้สึกดีใจเหมือนได้เจอคนรักเก่าเลย แถมยังใส่เสื้ออสม. โฉลกมาด้วย เพราะตัวท่านเองก็เป็นอสม. จังหวัดบุรีรัมย์แท้ๆ! ท่านบอกว่า ถ้าไม่มีภารกิจด่วนจริงๆ ก็จะมาร่วมด้วยตัวเองเสมอ เพราะเราคือ “นักรบชุดเทา” ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา โดยเฉพาะช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา

สมัยเป็น รมว.สาธารณสุข 4 ปี ท่านร่วมงานกับอสม. ดูแลประชาชนเคียงบ่าเคียงไหล่แพทย์ พยาบาล ทุกคนมีความผูกพันกันสุดๆ ในฐานะนายกฯ ท่านยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับอสม. มาก เพราะอสม. ไม่ใช่แค่ผู้ช่วย แต่เป็นหัวใจสำคัญในการดูแลสุขภาพชุมชน

ชื่นชมการทุ่มเทเสียสละของอสม.

ในงานยังมีการมอบรางวัลเชิดชูเกียรติอสม.ดีเด่น นายกฯ ขอบคุณทุกท่านที่อุทิศเวลา กำลังกาย กำลังใจ เพื่อประชาชน ท่านยกย่องว่าระบบสาธารณสุขไทยได้รับคำชื่นชมจาก WHO และนานาชาติ เพราะ 2 สิ่งหลัก คือ ประกันสุขภาพถ้วนหน้า และอสม. ซึ่งหายากมากทั่วโลก!

พิธีมอบรางวัลอสม.
นายกฯ ชื่นชมอสม.

รัฐบาลผลักดันอสม. สู่ยุคใหม่ สมาร์ท อสม.

รัฐบาลไม่หยุดแค่นี้ แต่จะพัฒนาอสม. อย่างต่อเนื่อง ให้เป็น “สมาร์ท อสม.” ที่รู้สุขภาพรอบด้าน ใช้เทคโนโลยีช่วย เช่น แอปสุขภาพ เชื่อมข้อมูลชุมชน เพื่อบริการที่รวดเร็วทั่วถึง

อสม. ต้องมีทักษะจัดการปัญหาสุขภาพชุมชน สร้างเครือข่ายรัฐ-ชุมชน เป็นผู้นำเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น สอนกินดี อยู่ดี ออกกำลังกาย จัดการความเครียด สู้โรคด้วยสุขนิสัยดี

  • พัฒนาศักยภาพอสม. ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล
  • ยกระดับความรู้ด้านสุขภาพรอบด้าน
  • ส่งเสริมประชาชนพึ่งพาตนเอง
  • สร้างเครือข่ายสาธารณสุขเข้มแข็ง
กิจกรรมในงานวันอสม.
ภาพบรรยากาศงาน
นายกฯ ร่วมงานอสม.

บทบาทอสม. สำคัญมาก โดยเฉพาะในยุคหลังโควิด ที่ต้องป้องกันโรคเรื้อรัง สุขภาพจิต และชุมชนแข็งแรง รัฐบาลขอให้ทุกคนภูมิใจ และร่วมมือกันสร้างสุขภาพมั่นคงให้ประเทศ

ในมุมมองของผม อสม. คือฮีโร่ตัวจริงที่ไม่เคยได้ spotlight เท่าที่ควร แต่ครั้งนี้ นายกฯ เปิดงานวัน อสม. 2569 ทำให้เห็นว่ารัฐบาลเห็นคุณค่าจริงๆ คุณล่ะ คิดว่าอสม. สำคัญยังไง? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ได้เลยนะคะ หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ อสม. ที่คุณรักได้ด้วย!

ที่มา – นายกฯ เปิดงานวัน อสม. 2569 หยอดหวานเหมือนเจอคนรักเก่า ชื่นชมนักรบชุดเทาทุ่มเทเสียสละ

นายอำเภอบ้านโป่งปลูกผักสวนครัว ‘บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง’

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องดีๆ ที่เกิดขึ้นในจังหวัดราชบุรีกันบ้างนะครับ โดยเฉพาะที่อำเภอบ้านโป่ง ที่นายอำเภอหญิงคนเก่ง นางสาวกุลธิดา พยา ได้นำทีมข้าราชการและเจ้าหน้าที่ต่างๆ มาปลูกผักสวนครัวกันอย่างคึกคัก ตามโครงการ บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง เลยครับ เป็นโครงการที่มาจากแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เน้นให้ทุกบ้านปลูกผักกินเอง ลดค่าใช้จ่าย สร้างความมั่นคงทางอาหารในยามวิกฤตแบบนี้

บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง

โครงการ บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง นี้เป็นไอเดียเจ๋งมากเลยครับ เพราะเริ่มจากผู้นำทำเป็นตัวอย่างก่อน นายอำเภอบ้านโป่งปลูกผักสวนครัวบริเวณหน้าบ้านพัก ให้ทุกคนเห็นชัดๆ แล้วค่อยชวนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และพี่น้องประชาชนในชุมชนมาทำตาม กิจกรรมจัดขึ้นเมื่อวันที่ 20 มีนาคม ที่ที่ว่าการอำเภอบ้านโป่ง โดยมีวิทยากรสุดเก่ง นายสุทน แสนตันเจริญ จากศูนย์สาธิตการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร จังหวัดราชบุรี มาสอนเทคนิคปลูกผักแบบประหยัดน้ำด้วยนะครับ

นายอำเภอบ้านโป่งนำทีมปลูกผักสวนครัว

ในวันนั้น ทุกคนได้เรียนรู้การทำกระถางยังชีพ หรือที่เรียกว่ากระถางประหยัดน้ำกันแบบละเอียดยิบเลยครับ นวัตกรรมนี้เหมือนแก้มลิงในกระถาง ช่วยให้พืชอยู่รอดได้แม้ไม่ได้รดน้ำนาน 15 วัน เหมาะมากสำหรับบ้านที่มีพื้นที่จำกัด หรือในช่วงหน้าร้อนที่น้ำขาดแคลนแบบนี้ ผลผลิตที่ได้ไม่ใช่แค่กินเองนะครับ สามารถแบ่งปันให้เจ้าหน้าที่และประชาชนที่มาติดต่อราชการได้ หรือถ้าเหลือเยอะก็ขายสร้างรายได้เสริมได้ด้วย ดี๊ดี!

นวัตกรรมกระถางประหยัดน้ำ ปลูกผักง่ายๆ ที่บ้าน

มาดูกันครับว่านวัตกรรมกระถางนี้ทำงานยังไง มันเลียนแบบโครงสร้างโลกจริงๆ เลย มีชั้นดิน ชั้นอากาศ ชั้นน้ำใต้ดิน ใช้วัสดุง่ายๆ อย่างถังน้ำหรือถังสีเก่า ขนาด 10-20 ลิตร เอามาจับคู่กับตะกร้าพลาสติกที่ขนาดพอดีกัน จากนั้นเจาะรู ใส่ท่อระบายน้ำ เพื่อให้ระดับน้ำคงที่แค่ 25% ไม่แฉะเกินไป แล้วยังสร้างอุโมงค์อากาศใต้ดินด้วยตะกร้า ให้รากพืชหายใจสะดวก รักษาความชื้นได้นาน 7-15 วัน พืชโตดี รากไม่เน่า เหมาะกับผักสวนครัวทุกชนิดเลยครับ

เพื่อนๆ ที่สนใจอยากทำตาม สามารถติดต่อศูนย์สาธิตการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร ตำบลท่าผา อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี หรือเฟซบุ๊ก “สุทน แสนตันเจริญ” โทร 08-1945-6925 ได้เลยนะครับ ง่ายมาก!

ประโยชน์ของโครงการบ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง

  • ลดค่าใช้จ่ายด้านอาหาร: ปลูกกินเอง ไม่ต้องซื้อบ่อยๆ ประหยัดเงินในกระเป๋า
  • สร้างความมั่นคงทางอาหาร: มีผักสดๆ กินทุกวัน โดยเฉพาะในช่วงเศรษฐกิจยากลำบาก
  • ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า: กระถางประหยัดน้ำ เหมาะกับโลกร้อน น้ำแล้ง
  • สร้างรายได้เสริม: ขายผลผลิตส่วนเกินให้เพื่อนบ้านหรือตลาด
  • เป็นตัวอย่างในชุมชน: ผู้นำทำก่อน ทุกคนตาม หมู่บ้านเขียวชอุ่ม

นอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมสุขภาพด้วยนะครับ เพราะผักสดใหม่ ไม่ใช้สารเคมี ปลอดภัยต่อครอบครัว โดยเฉพาะเด็กๆ และผู้สูงอายุ การปลูกผักสวนครัวยังเป็นกิจกรรมที่ผูกพันครอบครัว สร้างความสุขได้อีกด้วย ในยุคที่ค่าครองชีพแพงแบบนี้ โครงการบ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง ถือเป็นทางออกที่ยั่งยืนจริงๆ ครับ

ส่วนตัวผมคิดว่า ถ้าทุกอำเภอ ทุกหมู่บ้านทำตามแบบนี้ได้ ประเทศไทยเราจะเข้มแข็งด้านอาหารมากขึ้นแน่นอน ลองนึกภาพทุกบ้านมีสวนผักเล็กๆ กันเถอะครับ สนุกและคุ้มค่า!

ชวนคุณลองทำตามเลยนะครับ เริ่มจากกระถางตัวเดียว ใช้วัสดุรีไซเคิลที่มีอยู่ แล้วค่อยขยาย รับรองติดใจ ถ้ามีประสบการณ์ปลูกผักแบบนี้ แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างด้วยนะ อย่าลืมแวะดูวิธีทำกระถางจากวิทยากรท่านนี้ด้วยละกัน

ที่มา – นายอำเภอบ้านโป่งปลูกผักสวนครัวเป็นตัวอย่างตามโครงการ “บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง”