วัน: 8 เมษายน 2026

กราแฮมสนเรนเจอร์ส แต่เซลติกยังลุ้น

กราแฮมสนเรนเจอร์ส แต่เซลติกยังลุ้น – ข่าวลือฟุตบอลสกอตติช

สวัสดีเพื่อนๆ แฟนบอลสกอตติชทุกคน! วันนี้เรามีข่าวลือตลาดนักเตะสุดร้อนแรงมาอัปเดตกันแบบเรียลไทม์ โดยเฉพาะเรื่อง กราแฮมสนเรนเจอร์ส แต่เซลติกยังลุ้น ที่กำลังเป็นกระแสในวงการฟุตบอลสกอตแลนด์ ลุค กราแฮม กองหลังดาวรุ่งวัย 22 ปีของดันดี กำลังตกเป็นเป้าหมายของยักษ์ใหญ่ Old Firm อย่างเรนเจอร์สและเซลติกเลยทีเดียว

กุนซือดันดี สตีเว่น เพรสซ์ลีย์ ออกมาประกาศชัดเจนแล้วว่า จะไม่ขายลุค กราแฮม ออกไปแบบถูกๆ แน่นอน แม้จะมีทีมใหญ่หลายทีมให้ความสนใจก็ตาม เขายังยืนยันมูลค่าตัวนักเตะที่ทีมตั้งไว้ และเคยปฏิเสธข้อเสนอจากพอร์ทสมัธในเดือนมกราคมที่ผ่านมา นี่แหละที่ทำให้แฟนๆ ตื่นเต้น เพราะดันดีพร้อมต่อรองแบบจริงจัง!

กราแฮมสนเรนเจอร์ส แต่เซลติกยังลุ้น: รายละเอียดการแข่งขัน

ลุค กราแฮม แสดงความสนใจอย่างชัดเจนต่อการย้ายไปเรนเจอร์ส ซึ่งทีมกำลังเร่งเจรจาเพื่อแซงหน้าคู่ปรับอย่างเซลติกในศึกชิงตัว แต่เซลติกก็ยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ นะ มีรายงานว่าทีมจากอังกฤษหลายทีมก็จับตาด้วย ที่สำคัญ ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า กราแฮมมีโอกาสลงตัวจริงสม่ำเสมอมากกว่า ถ้าย้ายไปเรนเจอร์สมากกว่าเซลติก เพราะตำแหน่งกองหลังที่นั่นกำลังขาดแคลน

สถานการณ์กัปตันเรนเจอร์สและดีลอื่นๆ

นอกจากนี้ เจมส์ ทาเวอร์เนียร์ กัปตันเรนเจอร์สวัย 34 ปี ใกล้จะอำลาทีมแล้ว เพราะการเจรจาสัญญาใหม่ติดขัด ขณะที่เรนเจอร์สกำลังเล็งยืมลูคา สตีเฟนสัน ปีกจากลิเวอร์พูลที่กำลังเล่นให้ดันดี ยูไนเต็ดแบบ loaned มาใช้งาน ดูท่าเรนเจอร์สจะวางแผนใหญ่ในซัมเมอร์นี้จริงๆ

  • ข่าวลุค กราแฮม: ดันดียืนราคาไม่ขายถูก ท่ามกลาง Old Firm สนใจ (The Courier)
  • เรนเจอร์สเร่ง: กราแฮมอยากมา แซงเซลติกได้ไหม? (TeamTalk)
  • โอกาส starter: เรนเจอร์สดีกว่าเซลติกสำหรับกราแฮม (Football Insider)

ส่วนข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ โจ เกลฮาร์ดต์ จากลีดส์ ยูไนเต็ด อาจย้ายหลังโชว์ฟอร์มดีกับฮัลล์ ซิตี้ เรนเจอร์สหวังใช้เส้นสายทางการเงินจากเจ้าของ 49ers ในการดึงตัว ส่วนที่ดันดี ยูไนเต็ด แพน คามาร่า กำลังเกลี้ยกล่อมอามาร์ ฟาตาห์ เพื่อนร่วมทีมให้อยู่ต่อหลัง loaned จากทรัวส์ แม้จะเชื่อว่าฟาตาห์เก่งพอเล่นพรีเมียร์ลีกแล้วก็ตาม

ยังมีแฮร์ริส อฟซัล กองหลังวัย 16 ปีจากควีนส์ พาร์ค ใกล้ย้ายไปคริสตัล พาเลซ ด้วยค่าตัว 40,000 ปอนด์ บวก sell-on clause หลังแซงเซาแธมป์ตันได้ จิม กู๊ดวิน กุนซือดันดี ยูไนเต็ด กังวลแอชลีย์ เมย์นาร์ด-บริวเวอร์ ต้องผ่าตัดไหล่หลุด ฤดูกาลนี้อาจจบ ส่วนเจ้าของแฮมิลตัน อคาเดมิคัล ปฏิเสธข่าวคลับเวลส์ของตัวเองโดน HMRC สั่งปิด

ข่าวลือเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าตลาดนักเตะสกอตติชกำลังเดือดปุดๆ โดยเฉพาะ กราแฮมสนเรนเจอร์ส แต่เซลติกยังลุ้น ที่อาจเปลี่ยนโฉม Old Firm ในฤดูกาลหน้า แฟนๆ คิดยังไงบ้าง? กราแฮมจะไปเรนเจอร์สหรือเซลติก หรืออยู่ดันดีต่อ? คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยสิ! ติดตามอัปเดตข่าวฟุตบอลสกอตติชเพิ่มเติมได้ที่นี่เลยนะ

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ประกาศ ปรับลดราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็วหน้าโรงกลั่น 2 บาท/ลิตร มีผลพรุ่งนี้

ประกาศ ปรับลดราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็วหน้าโรงกลั่น 2 บาท/ลิตร มีผลพรุ่งนี้ เป็นข่าวดีที่หลายคนรอคอย โดยเฉพาะผู้ใช้รถบรรทุก รถโดยสาร และเกษตรกรที่ใช้น้ำมันดีเซลเป็นหลัก ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศจากคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 ระบุชัดเจนว่าปรับลดราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็วทั้ง บี 0, บี 7 และ บี 20 ลง 2 บาทต่อลิตร ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

ประกาศ ปรับลดราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็วหน้าโรงกลั่น 2 บาท/ลิตร มีผลพรุ่งนี้

การปรับลดราคานี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ที่ทำให้ราคาน้ำมันดิบโลกผันผวนอย่างหนัก ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันในประเทศ ซึ่งเพิ่มภาระค่าครองชีพของประชาชนและต้นทุนธุรกิจ กบง. จึงมีมติในการประชุมครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 เห็นชอบให้ลดราคาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและป้องกันการขาดแคลนน้ำมัน

รายละเอียดการปรับลดราคาน้ำมันดีเซล

ประกาศกำหนดชัดเจนดังนี้

  • น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี 0 ลดลง 2.00 บาทต่อลิตร
  • น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา บี 7 ลดลง 2.00 บาทต่อลิตร
  • น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี 20 ลดลง 2.00 บาทต่อลิตร

ราคานี้เป็นราคาหน้าโรงกลั่น ซึ่งจะส่งผลต่อราคาขายปลีกที่ปั๊มในที่สุด โดยอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 และคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 15/2562

ผลกระทบต่อผู้บริโภคและเศรษฐกิจ

การลดราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว 2 บาทต่อลิตร จะช่วยลดต้นทุนขนส่งสินค้าและบริการ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลดีต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคโดยรวม ผู้ประกอบการโลจิสติกส์ รถบรรทุก รถตู้โดยสาร และรถแท็กซี่ จะได้ประโยชน์โดยตรง นอกจากนี้ เกษตรกรที่ใช้เครื่องจักรกลการเกษตรอย่างแทรกเตอร์และรถไถ ก็จะมีค่าใช้จ่ายลดลง ส่งเสริมให้ภาคเกษตรกรรมแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ในมุมมองเศรษฐกิจมหภาค การลดราคานี้ถือเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่ราคาน้ำมันโลกกำลังสูง โดยช่วยลดเงินเฟ้อที่เกิดจากต้นทุนพลังงาน ซึ่งรัฐบาลได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากสถานการณ์โลกคลี่คลาย คาดว่าราคาน้ำมันอาจปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ควรติดตามราคาปรับใหม่ที่ปั๊มน้ำมันในวันพรุ่งนี้ เพราะบางพื้นที่อาจมีการปรับช้าบ้าง เนื่องจากระบบกระจายสินค้า สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนเติมน้ำมัน แนะนำให้เลือกใช้น้ำมัน บี 7 หรือ บี 20 ที่เป็นน้ำมันไบโอ ซึ่งไม่เพียงราคาถูกลง แต่ยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า

เคล็ดลับประหยัดน้ำมันดีเซลในยุคนี้

  • ตรวจเช็กระบบเครื่องยนต์สม่ำเสมอ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
  • ขับขี่ด้วยความเร็วคงที่ หลีกเลี่ยงการเร่ง-เบรกบ่อย
  • เลือกยางรถที่เหมาะสมและเช็คแรงดันลมยาง
  • ลดน้ำหนักบรรทุกที่ไม่จำเป็น

การปรับลดราคานี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลยังคงใส่ใจประชาชนท่ามกลางวิกฤตพลังงานโลก ในฐานะนักวิเคราะห์ ผมมองว่านี่เป็นก้าวแรกที่ดี หากมีการติดตามและปรับมาตรการอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

เรียกร้องให้คุณ: แชร์ข่าวนี้ให้เพื่อนๆ ที่ใช้รถดีเซลรู้ เพื่อช่วยกันลดภาระค่าครองชีพ! ติดตามอัปเดตราคาน้ำมันล่าสุดได้ที่นี่

ที่มา – ประกาศ ปรับลดราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็วหน้าโรงกลั่น 2 บาท/ลิตร มีผลพรุ่งนี้

“วราวุธ” ผนึก 4 กระทรวงสู้เม็ดพลาสติกขาดแคลน

วันนี้เรากำลังเผชิญวิกฤตเม็ดพลาสติกขาดแคลนที่กระทบอุตสาหกรรมไทยหนักมาก จากปัญหาในตะวันออกกลางทำให้ราคาวัตถุดิบพุ่งสูง ผู้ประกอบการหลายรายเดือดร้อน แต่มีข่าวดีจากนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ริเริ่มมาตรการเด็ดขาดเพื่อแก้ปัญหานี้แบบเร่งด่วนและยั่งยืน

“วราวุธ” ผนึก 4 กระทรวงตั้งวอร์รูมสู้เม็ดพลาสติกขาดแคลน ดึงขยะรีไซเคิลทำวัตถุดิบ

ในการประชุมเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2567 นายวราวุธได้หารือกับนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ เพื่อหาทางออกจากวิกฤตห่วงโซ่อุปทานปิโตรเคมีที่สะดุดตัว ผู้ประกอบการขาดแคลนเม็ดพลาสติก ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคและเวชภัณฑ์ ทำให้ต้นทุนพุ่งและราคาสินค้าปลายทางแพงขึ้นตามไปด้วย ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพประชาชนโดยตรง

ที่ประชุมมีมติสำคัญคือจัดตั้งคณะทำงานร่วม4 กระทรวง เพื่อบูรณาการแก้ปัญหา โดยดึงภาคเอกชนมาร่วมตรวจสอบข้อมูลสต็อกเม็ดพลาสติก ต้นทุนนำเข้า และราคาขายจริง เพื่อปราบการกักตุนและปั่นราคา เป้าหมายคือรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าไม่ให้พุ่งสูงในยามวิกฤต

คณะทำงาน“วราวุธ” ผนึก 4 กระทรวงตั้งวอร์รูมสู้เม็ดพลาสติกขาดแคลน ดึงขยะรีไซเคิลทำวัตถุดิบ

  • กระทรวงพาณิชย์: ดูแลการนำเข้าและควบคุมราคา
  • กระทรวงอุตสาหกรรม: ประสานผู้ผลิตและตรวจสต็อก
  • กระทรวงสาธารณสุข: รักษาการผลิตเวชภัณฑ์ที่ใช้พลาสติก
  • กระทรวงมหาดไทย: จัดการขยะพลาสติกจากท้องถิ่น

นี่คือก้าวแรกในการสร้างวอร์รูมที่ทำงานแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ข้อมูลโปร่งใสและแก้ปัญหาได้ทันท่วงที ไม่ปล่อยให้ผู้ประกอบการลำบากคนเดียว

แนวทางระยะยาว: ดึงขยะรีไซเคิลทดแทนเม็ดพลาสติกใหม่

นายวราวุธไม่ได้หยุดแค่แก้เฉพาะหน้า แต่ชูไอเดียเจ๋งด้วยการยกระดับอุตสาหกรรมรีไซเคิล ปัจจุบันไทยมีขยะพลาสติก 2.7 ล้านตันต่อปี แต่รีไซเคิลได้แค่ 25% เท่านั้น ถ้าจัดการดี จะเปลี่ยนขยะให้เป็นวัตถุดิบทดแทนเม็ดพลาสติกนำเข้าได้ ลดต้นทุนมหาศาล ลดการพึ่งพาต่างประเทศ และสร้างความยั่งยืนให้อุตสาหกรรม

ประโยชน์ของการรีไซเคิลมีมากมาย เช่น ลดราคาสินค้าให้คงที่ ไม่ผันผวนตามสถานการณ์โลก สร้างงานให้ชุมชน และช่วยสิ่งแวดล้อม ลดขยะทะเลที่เป็นปัญหาใหญ่ของไทย หากทุกคนช่วยกันแยกขยะ ภาคอุตสาหกรรมจะแข็งแกร่งขึ้นแน่นอน

ปัญหาเม็ดพลาสติกขาดแคลนนี้สอนให้เราเห็นว่าต้องพึ่งพาตัวเองมากขึ้น การที่ “วราวุธ” ผนึก 4 กระทรวงตั้งวอร์รูมสู้เม็ดพลาสติกขาดแคลน ดึงขยะรีไซเคิลทำวัตถุดิบ ถือเป็นนโยบายที่ฉลาดและทันสมัย สอดคล้องกับ BCG Economy ที่รัฐบาลผลักดัน

ในมุมมองของผม นี่คือโอกาสทองสำหรับไทยในการก้าวสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน หากรัฐและเอกชนร่วมมือกันจริงจัง เราจะไม่กลัววิกฤตแบบนี้อีกต่อไป คุณล่ะพร้อมช่วยรีไซเคิลขยะพลาสติกที่บ้านหรือยัง? เริ่มวันนี้เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ลองแชร์ประสบการณ์รีไซเคิลของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รู้ด้วยนะ!

ที่มา – “วราวุธ” ผนึก 4 กระทรวงตั้งวอร์รูมสู้เม็ดพลาสติกขาดแคลน ดึงขยะรีไซเคิลทำวัตถุดิบ

เรือในช่องแคบฮอร์มุซยังแทบไม่ขยับ แม้สหรัฐฯ-อิหร่านประกาศหยุดยิง

แม้สหรัฐอเมริกาและอิหร่านจะประกาศหยุดยิง แต่ เรือในช่องแคบฮอร์มุซยังแทบไม่ขยับ หลังจากผ่านไปกว่า 6 ชั่วโมง ข้อมูลการติดตามการเดินเรือล่าสุดแสดงให้เห็นว่าการสัญจรในช่องแคบฮอร์มุซยังคงเงียบเชียบ สะท้อนถึงความกังวลด้านความปลอดภัยที่ยังไม่คลี่คลาย ผู้ประกอบการเรือสินค้าต่างลังเลที่จะเสี่ยงเดินทางผ่านเส้นทางสำคัญนี้

เรือในช่องแคบฮอร์มุซยังแทบไม่ขยับ แม้สหรัฐฯ-อิหร่านประกาศหยุดยิง

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญที่เชื่อมระหว่างอ่าวเปอร์เซียและอ่าวโอมาน โดยจัดการขนส่งน้ำมันดิบราว 20% ของโลก การปิดกั้นช่องแคบนี้เกือบ 6 สัปดาห์จากความขัดแย้ง ส่งผลกระทบรุนแรงต่อตลาดพลังงานและเศรษฐกิจโลก น้ำมันดิบราคาพุ่งสูงขึ้น และห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกสะดุดชะงัก

ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงทางทะเลอย่างชาร์ลี บราวน์ ที่ปรึกษาอาวุโสจาก United Against Nuclear Iran และอดีตนายทหารเรือสหรัฐฯ ชี้ว่า การหยุดยิงเป็นเพียงก้าวแรก แต่ยังไม่เพียงพอที่จะฟื้นฟูความเชื่อมั่น ผู้ประกอบการเรือยังคงรอสัญญาณจากหน่วยงานความมั่นคง รัฐเจ้าของธงเรือ และบริษัทประกันภัยสงคราม “เรือกลุ่มแรกที่จะกล้าแล่นผ่านจะเป็นตัวชี้วัด หากปลอดภัย ความเชื่อมั่นจะกลับมาอย่างรวดเร็ว” เขากล่าว

สถานการณ์ล่าสุดหลังประกาศหยุดยิง

ข้อมูลจากระบบติดตามเรือ AIS แสดงว่าเรือขนาดใหญ่แทบไม่เคลื่อนไหวในพื้นที่ช่องแคบ อิหร่านโจมตีเรืออย่างน้อย 19 ลำตั้งแต่เริ่มสงคราม ทำให้ผู้ประกอบการหลีกเลี่ยงเส้นทางนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อารักชี ระบุว่าเรือสามารถผ่านได้อย่างปลอดภัย แต่ต้องประสานงานกับกองทัพอิหร่านเท่านั้น

นอกจากนี้ สื่อทางการอิหร่านรายงานว่า อิหร่านและโอมานเตรียมเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือที่ผ่านช่องแคบในช่วงหยุดยิง สร้างความไม่แน่นอนเพิ่มเติมให้กับอุตสาหกรรมเดินเรือ

ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการหยุดชะงัก

  • ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงสุดในรอบหลายปี ส่งผลต่อต้นทุนพลังงานทั่วโลก
  • การส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียสะดุด กดดันประเทศผู้นำเข้าน้ำมันอย่างจีน อินเดีย และยุโรป
  • บริษัทประกันภัยขึ้นเบี้ยประกันความเสี่ยงสงคราม สูงถึง 1% ของมูลค่าเรือ
  • ห่วงโซ่อุปทานสินค้าอุปโภคบริโภคชะลอตัว กระทบผู้บริโภคทั่วโลก

นักวิเคราะห์จาก Bloomberg ชี้ว่าหากช่องแคบฮอร์มุซปิดกั้นนานกว่านี้ อาจทำให้ GDP โลกหดตัว 0.5-1% ในปีนี้

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การฟื้นตัวจะขึ้นอยู่กับการประสานงานระหว่างสหรัฐฯ อิหร่าน และชาติพันธมิตร กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้เพิ่มการลาดตระเวนในพื้นที่เพื่อปกป้องเส้นทาง แต่ผู้ประกอบการยังคงระมัดระวัง

สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเปราะบางของเส้นทางการค้าโลก โดยเฉพาะเส้นทางทะเลที่ผ่านจุดยุทธศาสตร์ การหยุดยิงอาจเป็นจุดเริ่มต้น แต่ความเชื่อมั่นต้องใช้เวลา

ติดตามพัฒนาการเพิ่มเติมได้ที่ข่าวต่างประเทศ เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญที่อาจกระทบเศรษฐกิจของคุณ

ที่มา – เรือในช่องแคบฮอร์มุซยังแทบไม่ขยับ แม้สหรัฐฯ-อิหร่านประกาศหยุดยิง

สวนสัตว์ขอนแก่น ปลื้มลูกฮิปโปแคระ น้องหมูด้วง

เฮฮือร่า! สวนสัตว์ขอนแก่น ลูกฮิปโปแคระ สมาชิกใหม่สุดน่ารักเพิ่งลืมตาดูโลกเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2569 ตัวนี้เป็นน้องชายของ “หมูด้วง” ฮิปโปแคระขวัญใจมหาชน และยังเป็นหลานของ “หมูเด้ง” จากสวนสัตว์เปิดเขาเขียวอีกด้วย น้ำหนักตอนเกิด 5.76 กิโลกรัม สุขภาพแข็งแรงเป๊ะ ต้อนรับนักท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์แบบจัดเต็ม แถมมีแคมเปญเด็ดชวนทายเพศลูกน้อยด้วยนะ ใครอยากเห็นความน่ารักต้องรีบมา!

สวนสัตว์ขอนแก่น ลูกฮิปโปแคระ เกิดใหม่สร้างความตื่นเต้น

เช้าวันที่ 8 เมษายน 2569 นางทิพาวดี กิตติคุณ ผู้อำนวยการสวนสัตว์ขอนแก่น พาเจ้าหน้าที่และสื่อมวลชนไปดูส่วนจัดแสดงฮิปโปโปเตมัสแคระที่สวนสัตว์เขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น ลูกฮิปโปแคระตัวนี้เกิดจากการเพาะพันธุ์ที่ประสบความสำเร็จสุดๆ ทำให้ตอนนี้สวนสัตว์ขอนแก่นมีฮิปโปแคระรวม 6 ตัวแล้ว ทุกคนตื่นเต้นมากเพราะมันคือก้าวสำคัญในการอนุรักษ์สัตว์หายากชนิดนี้

ฮิปโปโปเตมัสแคระ หรือ pygmy hippopotamus เป็นสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ อาศัยตามธรรมชาติในป่าแอฟริกาตะวันตก ขนาดตัวเล็กกว่าฮิปโปธรรมดาเยอะ แค่ 1.5-1.75 เมตร น้ำหนัก 180-275 กก. ชอบกินใบไม้ ผลไม้ และพืชน้ำ เป็นสัตว์ที่ช่วยรักษาสมดุลระบบนิเวศได้ดีมาก การเพาะพันธุ์ในสวนสัตว์ไทยแบบนี้จึงสำคัญสุดๆ

รู้จักพ่อแม่และครอบครัวสวนสัตว์ขอนแก่น ลูกฮิปโปแคระ

คุณพ่อชื่อ “ณเดชน์” อายุ 16 ปี มาจากสวนสัตว์เปิดเขาเขียว จังหวัดชลบุรี ส่วนคุณแม่ “ญาญ่า” อายุ 22 ปี มาจากสวนสัตว์นครราชสีมา ทั้งคู่เริ่มเทียบคู่ผสมพันธุ์ตั้งแต่ 20 กันยายน 2568 ตั้งท้องนาน 180-210 วัน จนคลอดลูกน้อยตัวนี้ ครอบครัวฮิปโปแคระที่นี่มีดังนี้:

  • เพศผู้ 2 ตัว: ณเดชน์ (พ่อพันธุ์ 16 ปี), หมูด้วง (2 ปี ขวัญใจนักท่องเที่ยว)
  • เพศเมีย 3 ตัว: ญาญ่า (แม่พันธุ์ 22 ปี), ดอกคูน (9 ปี), ญาดา (7 ปี)
  • ลูกใหม่: สวนสัตว์ขอนแก่น ลูกฮิปโปแคระ (ยังไม่ทราบเพศ น้ำหนัก 5.76 กก.)

ลูกน้อยตัวนี้ยังอยู่ภายใต้การดูแลของทีมสัตวแพทย์แบบใกล้ชิด ตามมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์สากล (Five Domains) เพื่อให้ทั้งแม่และลูกแข็งแรงทั้งกายใจ

กิจกรรมเด็ด! ทายเพศสวนสัตว์ขอนแก่น ลูกฮิปโปแคระ

สวนสัตว์ขอนแก่น ชวนทุกคนมาร่วมสนุกทายเพศลูกฮิปโปแคระ รอประกาศผลอย่างเป็นทางการวันที่ 15 เมษายน 2569 ซึ่งตรงกับวันเกิด “หมูด้วง” ด้วย มาฉลองวันเกิดพี่ชายไปด้วยกันเถอะ! เปิดให้ชมทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ตั๋วเข้าชมราคาถูก สนุกได้ทั้งครอบครัว

นอกจากนี้ สวนสัตว์ขอนแก่นยังมีสัตว์น่ารักอื่นๆ มากมาย เช่น กวาง ชะนี ลิงอุรังอุตัง และโซนสัตว์ป่าไทย เหมาะสำหรับเที่ยววันหยุดยาวสงกรานต์ที่ขอนแก่น แถมช่วยสนับสนุนการอนุรักษ์สัตว์ป่าโดยตรง ใครเป็นแฟนคลับหมูด้วงหรือหลานหมูเด้ง ห้ามพลาดเด็ดขาด!

การเกิดของ สวนสัตว์ขอนแก่น ลูกฮิปโปแคระ สะท้อนถึงความทุ่มเทของทีมงาน ที่ดูแลตั้งแต่ก่อนคลอดจนหลังคลอด ทำให้สัตว์มีชีวิตที่ดีตามธรรมชาติ ถือเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับสวนสัตว์ทั่วประเทศในการอนุรักษ์พันธุ์หายาก

รีบมาสวนสัตว์ขอนแก่นกันเถอะ ชมความน่ารักของลูกฮิปโปแคระ ร่วมทายเพศ ลุ้นรางวัล และเช็คข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: สวนสัตว์ขอนแก่น หรือเว็บไซต์ www.khonkaenzoo.com เที่ยวสนุก อนุรักษ์ไปด้วยกัน!

ที่มา – สวนสัตว์ขอนแก่น ปลื้มสมาชิกใหม่ “ลูกฮิปโปแคระ” เป็นน้องของหมูด้วง หลานหมูเด้ง

สส.ประชาชนจี้ปรับเกณฑ์เยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่

หลังจากเหตุน้ำท่วมรุนแรงในหาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อปลายปี 2568 ชาวบ้านยังรอเงินเยียวยาอยู่หลายราย สส. พรรคประชาชน จี้รัฐปรับเกณฑ์เยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่ เร่งออกมาตรการเฉพาะหน้ายิงตรงภาคธุรกิจ เพื่อให้การช่วยเหลือถึงมือผู้ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริง ผ่านไป 5 เดือนแล้ว แต่หลายครอบครัวยังลำบากหนัก

สส. พรรคประชาชน จี้รัฐปรับเกณฑ์เยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่ เร่งออกมาตรการเฉพาะหน้ายิงตรงภาคธุรกิจ

น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ยื่นญัตติด่วนในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ 8 เมษายน 2569 ร่วมกับพรรคอื่นๆ เพื่อทวงสิทธิเยียวยาให้ชาวหาดใหญ่ที่เดือดร้อนจากน้ำท่วมครั้งประวัติศาสตร์ น้ำท่วมหนักตั้งแต่ 21 พฤศจิกายน 2568 สูงสุด 23 พฤศจิกายน แต่รัฐประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินช้าไป 4 วัน ทำให้การช่วยเหลือล่าช้า ไฟดับ น้ำท่วมโรงพยาบาล ประชาชนขาดแคลนอาหารและข้อมูล

ปัญหาหลักคือการบัญชาการไม่ชัดเจน ตั้งแต่ตั้ง ร.อ.ธรรมนัส แล้วเปลี่ยนเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด สร้างสุญญากาศ ระบบราชการยืดหยุ่นน้อย วอร์รูมอยู่กรุงเทพฯ ไม่มีคนในพื้นที่สั่งการจริงจัง สุดท้ายอาสาและท้องถิ่นต้องช่วยกันเอง

สส. พรรคประชาชน จี้รัฐปรับเกณฑ์เยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่

น.ส.ภคมน ที่ลงพื้นที่ตั้งแต่วันแรก เรียกร้องศูนย์ข้อมูลกลางเชื่อม GISDA ภาพดาวเทียม ระบุตำแหน่งผู้เดือดร้อน จีโอโลเคชั่น เพื่อช่วยเหลือตรงจุดและเยียวยาเร็ว ถ้ามีข้อมูลนี้ จ่ายเงินได้ใน 30 วัน ไม่ต้องรอเอกสาร

ปัจจุบันเยียวยาค่าซ่อมบ้านเพดานต่ำ เพียง 49,500 บาท (แก้ใหม่ 88,500 บาท แต่ไม่ย้อนหลัง) ผู้เดือดร้อน 101,000 ครัวเรือน ได้รับแค่ 55,000 บางรายน้ำท่วมเมตรได้เงินแค่ 240 บาท! พรรคเสนอขยับเพดานเป็น 100,000 บาท รวมค่าวัสดุค่าแรง จ่ายย้อนหลัง ใช้เกณฑ์ 11,400 บาทช่วยอาชีพด้วย

  • ปรับเกณฑ์เยียวยาครอบคลุมมากขึ้น จ่ายตามจริง
  • ยื่นยันหลังให้ครอบครัวผู้เสียชีวิต ไม่ใช่แค่ 2 ล้านบาทแต่ติดตามฟื้นฟูจิตใจ อาชีพ
  • ประเมินความเสียหายเศรษฐกิจหาดใหญ่ชัดเจน

ภาคธุรกิจเดือดร้อนหนัก หาดใหญ่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใต้ ไม่มีมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว สินเชื่อพักหนี้ใช้เครดิตส่วนตัว แม่ค้าตลาดจ่ายดอกเบี้ยรายวัน ขายไม่ออกก็เจ๊ง พรรคเรียกร้องมาตรการระยะสั้น เช่น โปรโมชั่นท่องเที่ยวเมืองรอง หมุนเวียนงบ ช่วยโรงแรมร้านอาหาร และโรดแมปจัดการน้ำระยะยาว

แม้เมืองดูปกติ แต่ไม่ใช่ผลรัฐบาล ประชาชนอยากได้มาตรฐานที่เท่าเทียม ไม่เทียบอดีต รัฐต้องมีศักยภาพบริหารภัยพิบัติให้ทันเหตุ

ในมุมมองผู้เขียน สถานการณ์นี้สะท้อนปัญหาการจัดการภัยพิบัติของไทยที่ยังล้าหลัง ข้อมูลกลางและการตัดสินใจรวดเร็วคือกุญแจสำคัญ หากรัฐบาลฟังข้อเสนอ สส. พรรคประชาชน จี้รัฐปรับเกณฑ์เยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่ เร่งออกมาตรการเฉพาะหน้ายิงตรงภาคธุรกิจ จะช่วยฟื้นหาดใหญ่ได้เร็วขึ้น คุณคิดอย่างไร ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์เพื่อผลักดันให้รัฐดำเนินการนะ

ที่มา – สส. พรรคประชาชน จี้รัฐปรับเกณฑ์เยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่ เร่งออกมาตรการเฉพาะหน้ายิงตรงภาคธุรกิจ

“นิกร จำนง” รายงานตัวสภาฯ เป็น สส.บัญชีรายชื่อ แทน “ซาบีดา”

“นิกร จำนง” รายงานตัวสภาฯ เป็น สส.บัญชีรายชื่อ แทน “ซาบีดา” ครับเพื่อนๆ วันนี้มีข่าวการเมืองอัปเดตที่น่าสนใจจากสภานักกฎหมายไทยเลย เมื่อเช้านี้ นายนิกร จำนง ได้เดินทางมาที่รัฐสภาเพื่อรายงานตัวอย่างเป็นทางการในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคภูมิใจไทย แทนที่นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ที่เพิ่งลาออกจากตำแหน่งไป

“นิกร จำนง” รายงานตัวสภาฯ เป็น สส.บัญชีรายชื่อ แทน “ซาบีดา”

“นิกร จำนง” รายงานตัวสภาฯ เป็น สส.บัญชีรายชื่อ แทน “ซาบีดา”

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 เมษายน 2567 ณ ห้องรับรองพิเศษ 206 ชั้น 2 อาคารรัฐสภาใหม่เอี่ยม นายนิกร จำนง ได้เข้ารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภา ตามประกาศของสภาผู้แทนราษฎรที่ให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองเลื่อนขึ้นมาแทนตำแหน่งที่ว่างลง ทุกอย่างเป็นไปอย่างเรียบร้อย มีนางสาวสิริธร ลิมปพยอม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

ภาพรายงานตัวของนิกร จำนง สส.ใหม่พรรคภูมิใจไทย

ทำไมซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ถึงลาออก?

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรื่องผลการเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ ลงวันที่ 4 มีนาคม 2567 ได้ประกาศให้นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ซึ่งอยู่ในลำดับที่ 5 ของบัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย ได้รับเลือกตั้งเป็น สส. แต่แล้วซาบีดาก็มีหนังสือขอลาออกจากการเป็น สส. ตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2567 ทำให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลงตามมาตรา 101 (3) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560

  • ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ อยู่ในลำดับที่ 5 ของพรรคภูมิใจไทย
  • ลาออกเมื่อ 2 เม.ย. 2567
  • เป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (3)
  • กกต. ประกาศผลเลือกตั้ง 4 มี.ค. 2567

ด้วยเหตุนี้ สภาฯ จึงอาศัยมาตรา 105 (2) ให้คนถัดไปในบัญชีเลื่อนขึ้นมา ซึ่งก็คือนายนิกร จำนง นั่นเองครับ

รู้จักนายนิกร จำนง นักการเมืองรุ่นเก๋า

นายนิกร จำนง ไม่ใช่หน้าใหม่ในวงการการเมืองนะครับ ท่านเป็นนักการเมืองอาวุโสจากจังหวัดสระแก้ว เคยลงสมัคร สส. เขตสระแก้วหลายสมัย สังกัดพรรคการเมืองหลายพรรคมาแล้ว เช่น พรรคเพื่อไทย พรรคชาติไทยพัฒนา และล่าสุดพรรคภูมิใจไทย ท่านมีประสบการณ์ด้านกฎหมายและการเมืองมาอย่างโชกโชน เคยเป็นกรรมาธิการหลายชุด และเป็นที่รู้จักในฐานะนักสู้ในสภา

“นิกร จำนง” ร่วมงานกับรองเลขาฯสภา

การเข้ามาของนายนิกร ในครั้งนี้ คงจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้พรรคภูมิใจไทย ซึ่งกำลังเป็นพรรคยอดนิยมในขณะนี้ พรรคมี สส. กว่า 70 คน และบทบาทสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาล การเลื่อน สส.บัญชีรายชื่อแบบนี้เป็นกลไกสำคัญของระบบเลือกตั้งแบบผสมที่เรามี ทำให้พรรคไม่ขาดตัวแทนง่ายๆ

ในมุมมองของผม “นิกร จำนง” รายงานตัวสภาฯ เป็น สส.บัญชีรายชื่อ แทน “ซาบีดา” ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของระบบที่ยืดหยุ่น ช่วยให้การเมืองเดินหน้าต่อเนื่อง แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงส่วนบุคคล หากคุณสนใจข่าวการเมืองแบบนี้ ลองติดตามบล็อกเราเพื่ออัปเดตข่าวสารล่าสุด รีบแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ด้วยนะครับ จะได้ไม่พลาด!

ที่มา – “นิกร จำนง” รายงานตัวสภาฯ เป็น สส.บัญชีรายชื่อ แทน “ซาบีดา”

“พรรคกล้าธรรม” นำร่องยื่นกฎหมาย 3 ฉบับ ชวนธรรมนัส

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมืองวันนี้เรามีเรื่องน่าสนใจจากวงการสภาไทยมาอัปเดตกัน พรรคกล้าธรรม ยื่นกฎหมาย 3 ฉบับ เข้าสภาแล้วนะครับ นำทีมโดยนายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคนี้มาแรงมาก เริ่มต้นด้วยการนำร่องยื่นกฎหมายที่ตอบโจทย์ปัญหาคนจริงๆ แถมยังกำลังโน้มน้าวให้ ร.อ.ธรรมนัส มาร่วมวงชำแหละนโยบายรัฐบาลด้วย ว่าจะร่วมอภิปรายหรือไม่ ยังต้องรอฟัง!

พรรคกล้าธรรม ยื่นกฎหมาย 3 ฉบับ อะไรบ้าง?

พรรคกล้าธรรม ยื่นกฎหมาย 3 ฉบับ เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2567 (หรือ 2569 ตามข่าว) ซึ่งแต่ละฉบับล้วนแก้ปัญหาที่ประชาชนร้องเรียนมานาน มาดูรายละเอียดกันครับ

  • ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ: มาจากเจตจำนงของ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เน้นปฏิรูปการศึกษาให้เกิดการพัฒนาจริงจัง ไม่ใช่แค่พูดเล่นๆ ช่วยยกระดับการเรียนการสอนให้เข้ากับยุคสมัย
  • ร่างพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินและคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม: ผูกพันกับกระทรวงเกษตรฯ ช่วยเหลือเกษตรกรที่ถือครองที่ดิน ส.ป.ก. อำนวยความสะดวกให้เข้าถึงสิทธิ์ได้ง่ายขึ้น ป้องกันการบุกรุกที่ดินทำกิน
  • ร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครเกษตร: หลังจากได้รับร้องเรียนว่าอาสาสมัครช่วยงานวิจัยแต่ไม่มีค่าตอบแทน พรรคเลยผลักดันให้มีกฎหมายรองรับ สิทธิประโยชน์ชัดเจน ทำงานด้วยใจแต่ต้องมีค่าตอบแทนที่เหมาะสม

ตรวจสอบรัฐบาลให้ทำตามสัญญา

นอกจากยื่นกฎหมายแล้ว พรรคกล้าธรรมยังประกาศกร้าวว่าจะตรวจสอบนโยบายรัฐบาลให้ทำตามที่เคยสัญญากับประชาชนไว้ นโยบายที่แถลงผ่านสภาในวันพฤหัส-ศุกร์นี้ ส.ส.ทุกคนจะจับตา รัฐมนตรีคิดมาดีแล้ว แต่ต้องลงมือทำจริง ไม่ใช่แค่พูดสวยๆ ถ้าไม่ทำ พรรคจะกดดันเต็มที่เลยครับ สิ่งนี้สำคัญมาก เพราะประชาชนรอคอยการเปลี่ยนแปลงมานาน

พรรคกล้าธรรมเป็นพรรคใหม่แต่แอคทีฟสุดๆ ในสภา พวกเขามุ่งเน้นประเด็นการศึกษา ที่ดินทำกิน และเกษตรกร ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังของไทย นี่คือตัวอย่างที่พรรคเล็กก็มีพลัง สามารถนำร่องเปลี่ยนแปลงได้ ช่วยเติมช่องว่างที่พรรคใหญ่บางพรรคอาจมองข้าม

กำลังโน้มน้าว “ธรรมนัส” ร่วมอภิปรายนโยบาย

ส่วนประเด็นฮอต ร.อ.ธรรมนัส จะมาร่วมอภิปรายในรายชื่อ 20 คนหรือไม่? นายอรรถกรบอกว่ากำลังโน้มน้าวอยู่ ร.อ.ธรรมนัสอยากให้ ส.ส.จากทุกภาคสะท้อนปัญหาพื้นที่ ถ้าเวลาพอ อาจขึ้นสรุปท้ายได้ นี่น่าจะเป็นการร่วมมือที่น่าติดตาม เพราะธรรมนัสมีประสบการณ์การเมืองเพียบ ร่วมชำแหละนโยบายรัฐบาลชุดนี้ คงมันส์แน่!

โดยรวมแล้ว การเคลื่อนไหวของ พรรคกล้าธรรม ยื่นกฎหมาย 3 ฉบับ นี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูปการศึกษา ที่ดิน หรือสิทธิอาสาสมัครเกษตร ในยุคที่การเมืองไทยวุ่นวาย พรรคแบบนี้คือแสงสว่างที่เราต้องการ

คุณคิดยังไงกับการยื่นกฎหมายเหล่านี้? คิดว่ารัฐบาลจะทำตามสัญญาไหม? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยนะครับ และอย่าลืมกดติดตามบล็อกเพื่ออัปเดตข่าวการเมืองสดๆ ร้อนๆ ทุกวัน!

นี่คือ insight จากผม: พรรคเล็กอย่างกล้าธรรมกำลังสร้างบทบาทสำคัญ ช่วย balance การตรวจสอบรัฐบาล ถ้าทำต่อเนื่อง จะเป็นพรรคที่น่าจับตาในอนาคต

ที่มา – “พรรคกล้าธรรม” นำร่องยื่นกฎหมาย 3 ฉบับ รับกำลังโน้มน้าวให้ “ธรรมนัส”ร่วมวงชำแหละนโยบายรัฐบาล

“สุริยะ” ถือฤกษ์ดี เข้ากระทรวงเกษตร รับปากพักหนี้เกษตรกร

วันนี้เรามาพูดถึงข่าวดีสำหรับพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศกันครับ! “สุริยะ” ถือฤกษ์ดี เข้ากระทรวงเกษตรฯ รับปากพักหนี้เกษตรกร พร้อมออก 6 มาตรการด่วนช่วยเกษตรกร ซึ่งเป็นหัวข้อที่กำลังเป็นกระแสในวงการเกษตรไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ถือฤกษ์มงคลเวลา 9.00 น. ของวันที่ 8 เมษายน 2567 นำทีม 2 รัฐมนตรีช่วยฯ คือ นายวัชระพล ขาวขำ และนางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช เข้าปฏิบัติหน้าที่ครั้งแรก โดยเริ่มจากการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง ไม่ว่าจะเป็นพระภูมิชัยมงคล ท้าวเวสสุวรรณ ศาลตายาย และพระพิรุณทรงนาค เพื่อความเป็นสิริมงคลในการทำงาน

“สุริยะ” ถือฤกษ์ดี เข้ากระทรวงเกษตรฯ รับปากพักหนี้เกษตรกร พร้อมออก 6 มาตรการด่วนช่วยเกษตรกร

หลังจากพิธีต้อนรับอย่างอบอุ่นจากผู้บริหารและข้าราชการ ท่านสุริยะได้เป็นประธานประชุมผู้บริหารระดับสูงทันที เพื่อมอบนโยบายสำคัญ โดยย้ำว่าตนเองไม่ตื่นเต้นแต่มีความตั้งใจเต็มที่ในการช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งเป็นรากฐานของชาติ แม้จะไม่เคยดูแลกระทรวงนี้มาก่อน แต่ด้วยประสบการณ์บริหารงานที่สั่งสมมา เชื่อว่าจะขับเคลื่อนได้แน่นอน

หนึ่งในนโยบายที่พี่น้องเกษตรกรรอคอยคือ การพักหนี้เกษตรกร ซึ่งเป็นสัญญาเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย ท่านสุริยะยืนยันว่าจะผลักดันให้เกิดขึ้นจริง นอกจากนี้ยังจัดตั้ง “วอร์รูม” เพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วน โดยมี 6 มาตรการด่วน ที่น่าจับตามอง

6 มาตรการด่วนช่วยเกษตรกร

  • รับมือสถานการณ์ตะวันออกกลาง: ปรับสัดส่วนการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินและความต้องการพืช ลดต้นทุน ส่งเสริมปุ๋ยชีวภาพ น้ำมันราคาถูกราคารถขนส่งสินค้าเกษตร และใช้ “ทูตเกษตร” หาตลาดใหม่กระจายสินค้า
  • บริหารจัดการสินค้าเกษตร: เร่งแก้จุดคอขวดกระจายผลไม้ พัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ (traceability) เพื่อส่งออกและบริโภคในประเทศได้มั่นใจ
  • บริหารจัดการน้ำ: จัดการน้ำเพื่อเกษตรและประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ รับมือภัยแล้งและน้ำท่วม
  • บริหารจัดการดินและที่ดิน: ยกระดับคุณภาพดิน สร้างความมั่นคงด้านที่ดินทำกิน
  • สร้าง Smart Farmer รุ่นใหม่: ฝึกอบรมเกษตรกรรุ่นใหม่ให้ใช้เทคโนโลยี ทันสมัย เพิ่มผลผลิตและรายได้
  • แก้ปัญหา PM 2.5: ติดตามและแก้ไขอย่างเป็นระบบ ลดผลกระทบต่อสุขภาพและการผลิตเกษตร

ทุกมาตรการจะต้องรายงานผลต่อเนื่อง และเห็นผลเป็นรูปธรรมชัดเจนครับ

5 นโยบายหลักขับเคลื่อนกระทรวงเกษตร

  • ยกระดับการผลิตด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม
  • เพิ่มรายได้เกษตรกร
  • พัฒนาศักยภาพเกษตรกร
  • ตลาดนำการผลิต
  • บริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ยังมีข่าวดีเรื่องปุ๋ยขาดแคลน ท่านสุริยะได้เจรจากับรัสเซียผู้ผลิตปุ๋ยรายใหญ่ เตรียมนำเข้า 2 ล้านตัน และช่วงสงกรานต์จะบินไปเจรจาเพิ่ม พรุ่งนี้ (9 เม.ย.) ก็ประชุมกับผู้นำเข้าปุ๋ยเพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน พี่น้องเกษตรกรสบายใจได้เลย

โดยรวมแล้ว “สุริยะ” ถือฤกษ์ดี เข้ากระทรวงเกษตรฯ รับปากพักหนี้เกษตรกร พร้อมออก 6 มาตรการด่วนช่วยเกษตรกร ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าชื่นชม แสดงถึงความจริงจังในการทำงานเพื่อเกษตรกร ซึ่งจะช่วยลดภาระ ลดต้นทุน และเพิ่มโอกาสในยุคที่ราคาสินค้าเกษตรผันผวนจากสถานการณ์โลก

ในมุมมองของผม นโยบายเหล่านี้หากทำได้จริงจะเปลี่ยนโฉมหน้าเกษตรไทยให้ทันสมัยและยั่งยืนมากขึ้น พี่น้องเกษตรกรลองติดตามและเตรียมตัวรับโอกาสใหม่ๆ กันนะครับ! หากมีประสบการณ์หรือข้อเสนอแนะ แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย เราจะช่วยกันผลักดันให้เกษตรกรไทยรวยขึ้น

ที่มา – “สุริยะ” ถือฤกษ์ดี เข้ากระทรวงเกษตรฯ รับปากพักหนี้เกษตรกร พร้อมออก 6 มาตรการด่วนช่วยเกษตรกร