วัน: 4 กุมภาพันธ์ 2026

ข้อเสนอซื้อ Maswanhise ช่วงท้ายถูกปฏิเสธ – ข่าวลือพุธ

ข้อเสนอซื้อ Maswanhise ช่วงท้ายถูกปฏิเสธ – ข่าวลือฟุตบอลสกอตติชวันพุธ

วันพุธนี้มีข่าวลือฟุตบอลสกอตติชเข้มข้นมาก โดยเฉพาะ ข้อเสนอซื้อ Maswanhise ช่วงท้ายถูกปฏิเสธ จาก Motherwell ที่กลายเป็นประเด็นร้อน นักเตะดาวรุ่งอย่าง Tawanda Maswanhise ตกเป็นเป้าสนใจของทีมใหญ่ๆ อย่าง Anderlecht, Celtic และ Blackburn Rovers แต่ Jens Berthel Askou ผู้จัดการทีมยืนยันว่าทีมปฏิเสธข้อเสนอทั้งหมดในวันเดดไลน์สุดท้าย นี่คือการตัดสินใจที่ชาญฉลาดเพื่อรักษาความแข็งแกร่งของทีมในฤดูกาลนี้

ข้อเสนอซื้อ Maswanhise ช่วงท้ายถูกปฏิเสธ: รายละเอียดสำคัญ

ตามรายงานจาก Scottish Sun, Motherwell ไม่ยอมปล่อย Maswanhise แม้จะมีข้อเสนอถาโถมเข้ามาในช่วงท้ายตลาดซื้อขาย นักเตะรายนี้แสดงฟอร์มได้ดีในลีกสกอตติช ทำให้ทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรปสนใจ แต่บอร์ดบริหารเลือกที่จะเก็บตัวหลักไว้เพื่อลุ้นอันดับสูงในตารางคะแนน การตัดสินใจนี้ช่วยเสริมความมั่นใจให้แฟนบอล Motherwell ที่หวังเห็นทีมไปไกลในฤดูกาล 2024/25

ผลกระทบจากข้อเสนอซื้อ Maswanhise ช่วงท้ายถูกปฏิเสธ

การปฏิเสธข้อเสนอไม่เพียงช่วย Motherwell แต่ยังส่งสัญญาณถึงนโยบายการเสริมทัพที่มุ่งเน้นพัฒนานักเตะเยาวชน แฟนบอลหลายคนมองว่านี่คือก้าวสำคัญที่ทำให้ทีมแข็งแกร่งขึ้นในอนาคต

ข้ามมาที่ Celtic ซึ่งปฏิเสธข้อเสนอจาก Nottingham Forest สำหรับ Arne Engels กองกลางชาวเบลเยียม Martin O’Neill ผู้จัดการชั่วคราวเผยว่า Engels และเอเย่นต์ไม่แสดงความไม่พอใจกับการตัดสินใจนี้ แสดงถึงความภักดีต่อทีม Hoops

นอกจากนี้ Celtic ยังเตรียมรับเงินก้อนโตจาก sell-on clause ของ Hyeon-Gyu Oh ที่ Genk ขายให้ Besiktas ทำให้ทีมกลาสโกว์ได้ส่วนแบ่งจากการย้ายครั้งนี้ สร้างรายได้เพิ่มให้บอร์ดบริหารนำไปเสริมทีม

  • Hibernian: Felix Passlack นักเตะใหม่จาก Borussia Dortmund พร้อมเดบิวต์พบ Dundee United โดยยกประสบการณ์จาก Dortmund มาช่วยให้ปรับตัวได้เร็ว
  • David Gray หัวหน้าโค้ช Hibs ยืนยัน Thibault Klidje ยังมีอนาคตระยะยาว แม้ยืมตัวออกในวันเดดไลน์
  • ปัญหา “snobbishness” ของ Celtic และ Rangers ในการตัดสินผู้เล่นสกอตติช อาจทำให้เสียเปรียบในตลาดซื้อขายและลุ้นแชมป์
  • Dundee: Steven Pressley เตือนว่าการจากไปของ Luke Graham อาจทำลายฤดูกาลทั้งหมด
  • Aberdeen: Willie Miller ยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงทั้งโค้ชและนักเตะจำเป็นหลังฤดูกาลที่ไม่แน่นอน
  • Steven Fletcher อดีตดาวยิง Scotland เตรียมลงแข่ง TST 7v7 กับ Wrexham เพื่อชิงรางวัล 1 ล้านดอลลาร์

ข่าวลือเหล่านี้สะท้อนถึงความคึกคักของตลาดซื้อขายในสกอตติชลีก ที่ทีมต่างๆ พยายามปรับทัพเพื่อลุ้นความสำเร็จ ข้อเสนอซื้อ Maswanhise ช่วงท้ายถูกปฏิเสธ ถือเป็นตัวอย่างของการบริหารทีมที่ฉลาดหลักแหลม แฟนบอลสกอตติชต่างจับตาดูว่าการตัดสินใจเหล่านี้จะส่งผลต่อตารางคะแนนอย่างไรในสัปดาห์หน้า

จากมุมมองของผม การปฏิเสธข้อเสนอช่วงท้ายแบบนี้ช่วยสร้างเอกลักษณ์ให้ทีมขนาดกลางอย่าง Motherwell สู้กับยักษ์ใหญ่อย่าง Celtic ได้อย่างสูสี คุณคิดอย่างไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวฟุตบอลสกอตติชอัพเดททุกวันได้ที่นี่!

ที่มา – Late Maswanhise bids rejected – Wednesday’s gossip

หัวหน้าพรรคประชาชาติ ลั่นกวาดล้างยาเสพติด กระท่อม-กัญชา

หัวหน้าพรรคประชาชาติ ลั่นเอาจริงกวาดล้างยาเสพติด “กระท่อม-กัญชา” ต้องกลับไปเป็นยาเสพติด พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค เดินหน้าปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง โดยเฉพาะปัญหาที่รุนแรงในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดปัญหาสังคมมาอย่างยาวนาน

หัวหน้าพรรคประชาชาติ ลั่นเอาจริงกวาดล้างยาเสพติด “กระท่อม-กัญชา” ต้องกลับไปเป็นยาเสพติด

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ได้เปิดเผยนโยบายสำคัญของพรรคประชาชาติ ที่ให้ความสำคัญสูงสุดกับการปราบปรามยาเสพติด เพราะถือเป็นภัยร้ายที่ทำลายสังคม เศรษฐกิจ และครอบครัวคนไทย โดยเฉพาะในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เช่น อ.สุไหงโก-ลก และ อ.ตากใบ ที่ถูกมองจากเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียว่าเป็น "เมืองหลวงยาไอซ์" ซึ่งน่าอับอายอย่างยิ่ง จากการสนทนากับหัวหน้าสันติบาลรัฐกลันตันของมาเลเซีย พบว่าปัญหานี้รุนแรงจนมาเลเซียต้องสร้างรั้วกั้นชายแดนเพื่อป้องกัน

ที่มาของยาเสพติดในภาคใต้

ยาเสพติดเหล่านี้ส่วนใหญ่ลักลอบมาจากสามเหลี่ยมทองคำ เพื่อกบดานในพื้นที่ชายแดน โดยมีผู้มีอิทธิพลและนักการเมืองบางส่วนอยู่เบื้องหลัง ใช้เงินสกปรกจากการค้าของผิดกฎหมายมาหลอกลวงประชาชนในการเมืองอีก หากพรรคประชาชาติได้อำนาจ จะใช้กลไกการฟอกเงินจัดการเด็ดขาด สร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศเพื่อนบ้าน และฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นที่เสียหายจากปัญหานี้

หัวหน้าพรรคประชาชาติ ลั่นเอาจริงกวาดล้างยาเสพติด “กระท่อม-กัญชา” ต้องกลับไปเป็นยาเสพติด โดยย้ำว่าพื้นที่ที่มียาเสพติดระบาด จะไม่มีสันติภาพหรือความสุขได้แน่นอน จากประสบการณ์สมัยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เคยผลักดันห้ามเร่ขายกระท่อมใกล้สถานศึกษา เพราะมอมเมาเยาวชน และประชาชนในพื้นที่ให้ความร่วมมือดี หากกลับมาเป็นรัฐบาล จะยึดทรัพย์ผู้ค้า บำบัดผู้เสพอย่างเหมาะสม

นโยบายปราบยาเสพติดของพรรคประชาชาติ

พรรคประชาชาติมีแผนชัดเจนในการบริหารจัดการปัญหายาเสพติด ดังนี้

  • กวาดล้างผู้ค้ารายใหญ่: ใช้กฎหมายฟอกเงินยึดทรัพย์สินที่ได้มาจากยาเสพติดทั้งหมด ไม่ว่าจะซ่อนไว้ที่ไหน
  • ควบคุมกระท่อมและกัญชา: เปลี่ยนสถานะกลับเป็นยาเสพติดประเภท 5 ห้ามค้าหรือใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างเด็ดขาด
  • บำบัดผู้เสพ: สร้างศูนย์บำบัดมาตรฐานทั่วประเทศ โดยไม่ลงโทษผู้เสพที่อยากเลิก แต่เน้นการรักษาและป้องกัน
  • ความร่วมมือระหว่างประเทศ: ประสานงานกับมาเลเซียและประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อตัดเส้นทางการลักลอบ
  • ป้องกันเยาวชน: ห้ามขายใกล้โรงเรียน สถานบันเทิง และชุมชน โดยมีบทลงโทษหนัก

ปัญหายาเสพติดไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่กระทบทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นอาชญากรรมที่เพิ่มขึ้น ครอบครัวแตกแยก เยาวชนหลงผิด และเศรษฐกิจเสียหาย โดยเฉพาะในภาคใต้ที่ถูก stigma จากต่างชาติ หัวหน้าพรรคประชาชาติ ลั่นเอาจริงกวาดล้างยาเสพติด เพื่อสร้างสังคมที่สงบสุขและเจริญรุ่งเรือง

นอกจากนี้ ยังมีแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนควบคู่ไปด้วย เช่น ส่งเสริมการท่องเที่ยว การค้าชายแดนที่ถูกกฎหมาย เพื่อลดช่องว่างให้ยาเสพติดแทรกซึม ประสบการณ์ของทวี สอดส่อง ที่เคยเป็นตำรวจและรัฐมนตรี ทำให้มั่นใจว่านโยบายนี้จะได้ผลจริง ไม่ใช่แค่สัญญาเลือกตั้ง

ในมุมมองของผู้เขียน นโยบายนี้เป็นก้าวสำคัญที่ไทยต้องการมานาน หากทำได้จริง จะช่วยลดปัญหาสังคมได้อย่างมหาศาล คุณคิดอย่างไรกับแนวทางของหัวหน้าพรรคประชาชาติ ลั่นเอาจจริงกวาดล้างยาเสพติดนี้? เชิญแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และกดแชร์เพื่อสร้างกระแสปราบยาเสพติดให้ดังทั่วประเทศ!

ที่มา – หัวหน้าพรรคประชาชาติ ลั่นเอาจริงกวาดล้างยาเสพติด “กระท่อม-กัญชา” ต้องกลับไปเป็นยาเสพติด

พระวัดดอกเอื้อง วอนตามต่างชาติพ่นสีกำแพงวัด เชียงใหม่

พระวัดดอกเอื้อง วอนตามตัวต่างชาติ พ่นสีบนกำแพงวัด กระทบภาพลักษณ์เมืองเชียงใหม่ กลายเป็นประเด็นร้อนที่ชาวเชียงใหม่ให้ความสนใจอย่างมาก หลังจากกล้องวงจรปิดจับภาพชาวต่างชาติคู่ชายหญิงแอบมาพ่นสีสเปรย์ลงบนกำแพงวัดดอกเอื้อง ต.ศรีภูมิ อ.เมืองเชียงใหม่ เมื่อช่วงดึกของวันที่ 30 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 01.00 น.

พระวัดดอกเอื้อง วอนตามตัวต่างชาติ พ่นสีบนกำแพงวัด กระทบภาพลักษณ์เมืองเชียงใหม่

พระครูปลัดปรีดา ใจบุญ เจ้าอาวาสวัดดอกเอื้อง ได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดไปแจ้งความกับตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีให้เด็ดขาด พระอภิภู บุญทาหลู่ พระลูกวัดเล่าว่า กำแพงวัดแห่งนี้ถูกพ่นสีวาดลวดลายและข้อความภาษาต่างชาติมาหลายครั้งแล้ว ทางวัดต้องใช้เงินหลายหมื่นบาททาสีทับใหม่ แต่ผู้ไม่หวังดีก็ยังกลับมาทำซ้ำ สร้างความเดือดร้อนอย่างหนัก

ไม่ใช่แค่วัดดอกเอื้องเท่านั้น แต่ทั่วเมืองเชียงใหม่พบปัญหานี้ระบาดหนัก ทั้งรั้วบ้าน ประตูร้านค้า และสถานที่ราชการหลายแห่ง ตัวเมืองเชียงใหม่มีวัดเก่าแก่ถึง 38 แห่ง ซึ่งควรได้รับการอนุรักษ์ แต่กลับถูกทำลายด้วยกราฟฟิตี้ ทำให้ภาพลักษณ์สกปรก ส่งผลต่อจิตใจชาวพุทธและโอกาสที่เชียงใหม่จะได้รับการยกย่องเป็นเมืองมรดกโลก

ผลกระทบจากการพ่นสีบนกำแพงวัดเชียงใหม่

การกระทำดังกล่าวไม่เพียงทำให้สถานที่ศักดิ์สิทธิ์สกปรก แต่ยังกระทบเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของเชียงใหม่ที่ขึ้นชื่อเรื่องวัฒนธรรมล้านนา นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเห็นกำแพงวัดเต็มไปด้วยรอยพ่นสี อาจทำให้รู้สึกไม่ประทับใจและแพร่กระจายภาพลบในโซเชียลมีเดีย ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงในระยะยาว

  • กำแพงวัด: ถูกพ่นลายกราฟฟิตี้และข้อความภาษาต่างชาติซ้ำซาก
  • รั้วบ้านและร้านค้า: ชาวบ้านต้องเสียค่าใช้จ่ายทาสีใหม่บ่อยครั้ง
  • สถานที่ราชการ: พบรอยพ่นสีตามกำแพงสำนักงานหลายแห่ง
  • ภาพลักษณ์เมือง: กระทบการเสนอชื่อเชียงใหม่เป็นเมืองมรดกโลก UNESCO

พระวัดดอกเอื้อง วอนตามตัวต่างชาติ พ่นสีบนกำแพงวัด กระทบภาพลักษณ์เมืองเชียงใหม่ โดยหวังให้เป็นตัวอย่างไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย ล่าสุด พล.ต.ต. ยุทธนา แก่นจันทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ สั่งการให้สายตรวจทุกพื้นที่เพิ่มความเข้มงวด กวดขันพฤติกรรมดังกล่าว และติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันการเลียนแบบ

ปัญหากราฟฟิตี้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ใช่เรื่องใหม่ในเมืองท่องเที่ยวทั่วโลก แต่ในเชียงใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยมรดกทางวัฒนธรรม การแก้ไขต้องเด็ดขาด เช่น ติดตั้งกล้องเพิ่ม ประชาสัมพันธ์กฎหมายห้ามพ่นสีสาธารณะ และลงโทษหนักเพื่อเป็นเย้ยร้าย ชาวเชียงใหม่และเจ้าอาวาสวัดต่างๆ เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง

นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้กระทำผิดมักเป็นกลุ่มวัยรุ่นต่างชาติที่คิดว่าเป็นศิลปะข้างทาง แต่ในบริบทวัดไทยซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ถือเป็นการไม่เคารพวัฒนธรรมท้องถิ่น ทางวัดบางแห่งเริ่มติดป้ายเตือนและเพิ่มไฟส่องสว่างเพื่อป้องกัน

ในมุมมองของเรา ปัญหานี้สะท้อนถึงความท้าทายของการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน เมืองเชียงใหม่ควรมีมาตรการที่ชัดเจนเพื่อปกป้องมรดกวัฒนธรรม หากปล่อยไว้จะกระทบรายได้จากการท่องเที่ยวมหาศาล คุณล่ะคิดอย่างไรกับเหตุการณ์พระวัดดอกเอื้อง วอนตามตัวต่างชาติ พ่นสีบนกำแพงวัด กระทบภาพลักษณ์เมืองเชียงใหม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อสร้างความตระหนักรู้กันนะครับ

ที่มา – พระวัดดอกเอื้อง วอนตามตัวต่างชาติ พ่นสีบนกำแพงวัด กระทบภาพลักษณ์เมืองเชียงใหม่

กรมการค้าฯ ผลักดันข้าวอินทรีย์ไทยสู่ตลาดพรีเมียมโลก

ในยุคที่ผู้บริโภคทั่วโลกหันมาใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น กรมการค้าต่างประเทศ ผลักดัน “ข้าวอินทรีย์ไทย” สู่ตลาดข้าวระดับพรีเมียมโลก กลายเป็นข่าวดีสำหรับเกษตรกรและผู้ประกอบการไทย ข้าวอินทรีย์ไทยที่ปลูกแบบไม่ใช้สารเคมี ได้มาตรฐานสากล กำลังจะก้าวสู่เวทีโลกด้วยกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดจากกรมการค้าต่างประเทศ

กรมการค้าต่างประเทศ ผลักดัน “ข้าวอินทรีย์ไทย” สู่ตลาดข้าวระดับพรีเมียมโลก

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2569 กรมมีแผนส่งเสริมตลาดและประชาสัมพันธ์ข้าวอินทรีย์ไทยอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อยกระดับข้าวไทยให้เป็นข้าวพรีเมียมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สุขภาพของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเริ่มต้นด้วยการจัดคณะผู้แทนการค้าเดินทางไปสมาพันธรัฐสวิสและสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ เพื่อพบปะหารือกับหน่วยงานด้านข้าวอินทรีย์ องค์กรสำคัญ และผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ เจรจาขยายตลาดและกระชับความสัมพันธ์ทางการค้า

กรมการค้าต่างประเทศ ผลักดันข้าวอินทรีย์ไทย

กิจกรรมไฮไลท์: แคมเปญรณรงค์บริโภคข้าวอินทรีย์ไทยในยุโรป

ไฮไลท์สำคัญคือแคมเปญรณรงค์บริโภคข้าวอินทรีย์ไทย ร่วมมือกับร้านอาหารไทยที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ในเมืองซูริค (สวิส) และนครแฟรงก์เฟิร์ต (เยอรมนี) รวม 10 ร้าน จัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขายนาน 1 สัปดาห์ ถ่ายทอดเรื่องราวข้าวอินทรีย์ไทยผ่านเมนูอาหารไทยสุดพิถีพิถัน โดยเน้นมิติสุขภาพ รสชาติแท้ และกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน ลูกค้าที่สั่งเมนูพิเศษจากข้าวอินทรีย์ไทย สามารถลงทะเบียนสะสมแต้มลุ้นรางวัลสุดพิเศษ เช่น ตั๋วเครื่องบินไป-กลับประเทศไทย คอร์สเรียนทำอาหารไทย และ Gift Voucher ทานอาหารไทยที่ร้าน Thai SELECT

นอกจากนี้ ยังเชิญผู้นำเข้ารายสำคัญ อินฟลูเอนเซอร์ท้องถิ่น และสื่อมวลชนเข้าร่วมพิธีเปิด เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้าง ต่อยอดด้วยการร่วมมืออินฟลูเอนเซอร์ท็อปในตลาดสำคัญอย่างสหรัฐฯ จีน และสหภาพยุโรป ประชาสัมพันธ์ผ่านโซเชียลมีเดียในไตรมาส 3-4 ของปีงบ 2569

แคมเปญข้าวอินทรีย์ไทยในร้านอาหารยุโรป

พาผู้ประกอบการไทยลุยงานแสดงสินค้าอินทรีย์ชั้นนำ

กรมยังนำผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนและ SMEs ข้าวอินทรีย์ไทย 12 ราย เข้าร่วมงานแสดงสินค้าเกษตรอินทรีย์นานาชาติชั้นนำ เช่น งาน BIOFACH 2026 ที่นูเรมเบิร์ก เยอรมนี (10-13 ก.พ.) และ Natural Products Expo West 2026 ที่สหรัฐฯ (3-6 มี.ค.) เพื่อสร้างภาพลักษณ์ข้าวไทย เชื่อมโยงเครือข่ายคู่ค้าทั่วโลก ผลักดันส่งออก สร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ และรายได้มั่นคงให้เกษตรกรไทย

งานแสดงสินค้าอินทรีย์ BIOFACH

ตัวเลขยืนยันศักยภาพ ในปี 2568 ไทยส่งออกข้าวอินทรีย์ 26,110 ตัน มูลค่า 1,210 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.12% ในปริมาณและ 11.21% ในมูลค่าจากปี 2567 (22,293 ตัน 1,088 ล้านบาท) ตลาดหลักคือกลุ่มประเทศรายได้สูงที่ใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เช่น สหรัฐฯ จีน อิตาลี เบลเยียม สวิตเซอร์แลนด์

  • ประโยชน์ข้าวอินทรีย์ไทย: ปราศจากสารเคมี ดีต่อสุขภาพ รสชาติดี ราคาพรีเมียม
  • ตลาดเป้าหมาย: ยุโรป อเมริกา เอเชีย รายได้สูง
  • กลยุทธ์กรมฯ: เจรจา แคมเปญ โซเชียล งานแสดงสินค้า

การผลักดันครั้งนี้ไม่เพียงเพิ่มมูลค่าส่งออก แต่ยังยกระดับมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ไทยให้เทียบชั้นสากล สร้างความยั่งยืนให้ชุมชนเกษตรกร ลองนึกภาพข้าวไทยอินทรีย์วางขายในซูเปอร์มาร์เก็ตพรีเมียมทั่วโลก นี่คือโอกาสทองสำหรับผู้ประกอบการไทย หากคุณเป็นเกษตรกรหรือ SME สนใจเข้าร่วม ติดต่อกรมการค้าต่างประเทศเพื่อข้อมูลเพิ่มเติมได้เลย!

ที่มา – กรมการค้าต่างประเทศ ผลักดัน “ข้าวอินทรีย์ไทย” สู่ตลาดข้าวระดับพรีเมียมโลก

ไวรัลรับตรุษจีน เดรโก มัลฟอย กลายเป็นมาสคอตมงคล

เทศกาลตรุษจีนกำลังมาเยือนพร้อมกระแสไวรัลรับตรุษจีน เดรโก มัลฟอย ที่กำลังฮือฮาไปทั่วโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะในจีน! พ่อมดหนุ่มสุดแสบจากแฮร์รี พอตเตอร์ กลายเป็นมาสคอตนำโชคประจำปีนี้ ชาวเน็ตจีนปิ๊งไอเดียเจ๋งๆ นำชื่อของเขาไปผสมกับความเชื่อเรื่องโชคลาภ จนกลายเป็นเทรนด์ที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว แม้แต่ทอม เฟลตัน ผู้รับบทเดรโก มัลฟอย ยังต้องออกมาแชร์เอง มาดูกันว่ากระแสนี้เกิดจากอะไรและทำไมถึงดังขนาดนี้

ไวรัลรับตรุษจีน เดรโก มัลฟอย กลายเป็นสัญลักษณ์มงคลปีม้า

จุดเริ่มต้นของกระแสนี้มาจากชื่อภาษาจีนของเดรโก มัลฟอย ที่เขียนว่า “หม่า-เอ๋อร์-ฝู” (马尔福 หรือ mǎ ěr fú) คำว่า “马” (mǎ) แปลว่าม้า ซึ่งตรงกับปีนักษัตรจีนปีนี้ที่เป็น “ปีม้า” ส่วน “福” (fú) หมายถึงโชคลาภหรือความสุข พ้องเสียงกับวลี “马来福” (mǎ lái fú) ที่แปลว่า “ม้านำโชคลาภมาให้” เมื่อรวมกัน ชื่อเดรโก มัลฟอยจึงกลายเป็นคำอวยพรสุดมงคลสำหรับตรุษจีน ทำให้ใบหน้าของเขาพร้อมรอยยิ้มเยาะสุดเอกลักษณ์ ถูกนำไปพิมพ์บนของตกแต่งบ้านนับไม่ถ้วน

ในเทศกาลตรุษจีน ชาวจีนนิยมติดกระดาษสีแดงอวยพรคำว่า “ฝู” (Fu) โดยเฉพาะแบบกลับหัวเพื่อสื่อ “โชคลาภมาถึง” (เพราะพ้องเสียงกับ “มาถึง”) แต่ปีนี้ กระแสใหม่คือของตกแต่งรูปเดรโก มัลฟอย ที่ขายดีสุดๆ บนแพลตฟอร์มเถาเป่า (Taobao) ตั้งแต่สติกเกอร์ แม่เหล็กติดตู้เย็น ไปจนถึงโปสเตอร์และตุ๊กตา

ที่มาของกระแสไวรัลรับตรุษจีน เดรโก มัลฟอย บนโซเชียลจีน

บน Weibo ชาวเน็ตพากันโพสต์รูปเดรโก มัลฟอย พร้อมแคปชั่น “แชร์มัลฟอยแล้วจะโชคดี” บางคนยังล้อเล่นโดยอ้างถึง “เฟลิกซ์ เฟลิซิส” น้ำยานำโชคในเรื่องแฮร์รี พอตเตอร์ เพื่อเพิ่มความเฮง! กระแสนี้แพร่กระจายจนเกิดแฮชแท็กฮิตๆ เช่น #MalfoyBringsLuck #马尔福来福 ที่แปลคร่าวๆ ว่า “มัลฟอยนำโชคมา”

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น นี่คือสินค้าฮิตที่ขายดีจากกระแสนี้:

  • สติกเกอร์ติดประตูและหน้าต่างรูปเดรโก ยิ้มมงคล
  • แม่เหล็กติดตู้เย็น พิมพ์คำอวยพร “马尔福” พร้อมภาพ
  • กระดาษสีแดงรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดแทนคำ “ฝู” ธรรมดา
  • โปสเตอร์ขนาดใหญ่สำหรับติดผนังห้องรับแขก
  • ตุ๊กตาและของที่ระลึกขนาดเล็กแจกตรุษจีน

กระแสไวรัลนี้ดังไปถึงทอม เฟลตัน นักแสดงหนุ่มชาวอังกฤษที่รับบทเดรโก เขาโพสต์สตอรี่บนอินสตาแกรมด้วยความฮาเต็มๆ ว่า “ตัวละครของผมกลายเป็นสัญลักษณ์ตรุษจีนในจีนแล้ว!” ทำให้แฟนๆ ชาวจีนตื่นเต้นหนัก จนแฮชแท็ก #TomFeltonFunny100% พุ่งทะยาน

ความนิยมแฮร์รี พอตเตอร์ ในจีนที่ไม่เคยจางหาย

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เดรโก มัลฟอยจะกลายเป็นไวรัล เพราะแฮร์รี พอตเตอร์ยังคงครองใจชาวจีนมาตลอด ภาพยนตร์ภาคแรกที่นำกลับมาฉายใหม่ ทำเงินกว่า 90 ล้านหยวน (ราว 409 ล้านบาท) ใน 3 วันเท่านั้น! Warner Bros. Discovery ยังประกาศเปิดสตูดิโอทัวร์ “The Making of Harry Potter” ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่เซี่ยงไฮ้ ปี 2027 เพื่อตอกย้ำความนิยม

กระแสไวรัลรับตรุษจีน เดรโก มัลฟอย แสดงให้เห็นถึงพลังของโซเชียลมีเดียที่ผสานวัฒนธรรมป๊อปตะวันตกเข้ากับประเพณีเอเชียโบราณได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นการเล่นคำหรือมีมสุดครีเอทีฟ มันทำให้เทศกาลตรุษจีนปีนี้สนุกและทันสมัยยิ่งขึ้น

คุณลองแชร์รูปเดรโก มัลฟอย ในโซเชียลดูบ้างไหม? อาจจะนำโชคดีมาจริงก็ได้นะ! มาบอกเล่าประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้เพื่อกระจายโชคต่อกันเถอะ

ที่มา – ไวรัลรับตรุษจีน “เดรโก มัลฟอย” กลายเป็นมาสคอตมงคลในจีน ชี้ “แชร์มัลฟอยแล้วจะโชคดี”

มหกรรมว่าวประเพณีและนานาชาติ สตูล 2569

ฤดูแล้งมาถึงแล้ว ท้องฟ้าสตูลกำลังจะเต็มไปด้วยสีสันสุดตระการตา! จังหวัดสตูลเตรียมจัด มหกรรมว่าวประเพณีและนานาชาติ สตูล 2569 ครั้งที่ 45 อย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 12-15 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สนามบินกองทัพอากาศ ต.คลองขุด อ.เมืองสตูล งานนี้ไม่ใช่แค่งานเล่นว่าวธรรมดา แต่เป็นการรวมพลคนรักว่าวจากทั่วโลก เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้กับจังหวัดสตูล

มหกรรมว่าวประเพณีและนานาชาติ สตูล 2569 คืออะไร?

มหกรรมนี้เป็นประเพณีเก่าแก่ที่สืบทอดกันมานานกว่า 45 ปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งหรือที่เรียกว่า ‘ฤดูลมว่าว’ เด็กๆ และครอบครัวชาวสตูลจะพากันนำว่าวมาปล่อยเต็มท้องฟ้า สร้างภาพอันงดงามที่ใครเห็นก็ต้องตื่นตา สำหรับปี 2569 งานจะยิ่งใหญ่กว่าเดิม มีนักแสดงว่าวจากกว่า 44 ประเทศมาร่วมโชว์ว่าวแฟนซีสุดอลังการ แชมป์ว่าวบังคับและว่าวต่อสู้ระดับโลก รวมถึงการแสดงว่าวไทย 4 ภาคที่โดดเด่นด้วย ว่าวควาย อันเป็นเอกลักษณ์ของสตูล สะท้อนภูมิปัญญาและวิถีชีวิตชุมชนท้องถิ่น

นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันว่าวชิงถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเป็นเกียรติยศสูงสุดสำหรับผู้เข้าแข่งขัน งานนี้ยังผสมผสานความสนุกหลากหลาย เช่น มหกรรมยานยนต์ (Motor Show) จุดเช็คอิน ‘ลานไฟ เล่นลม’ สวนไฟประดับสุดโรแมนติก มหกรรมอาหารสยามอันดามันและอาหารนานาชาติ รวมถึงการประกวด MISS SATUN 2026 ที่สาวๆ สตูลจะมาร่วมชิงมงกุฎ

กิจกรรมเด่นที่ห้ามพลาดในมหกรรมว่าวประเพณีและนานาชาติ สตูล 2569

  • การแสดงว่าวนานาชาติ: ว่าวยักษ์จาก 44 ประเทศ บินโชว์ท้าทายแรงลม
  • แข่งขันว่าวไทย: ชิงถ้วยพระราชทาน ว่าวบังคับ ว่าวต่อสู้จากแชมป์โลก
  • ว่าวประเพณีสตูล: ไฮไลต์ว่าวควายและว่าวพื้นบ้าน เรียนรู้วัฒนธรรมใต้แท้ๆ
  • โซนอาหารและช้อปปิ้ง: กินเพลิน ชิมอาหารทะเลสดๆ จากอันดามัน
  • กิจกรรมยามค่ำ: สวนไฟ ลานไฟ เล่นลม สนุกทั้งวันทั้งคืน

ก่อนหน้างานจริง เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สนามบินชั่วคราว มีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ โดยนายคณิต คงช่วย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล นายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายก อบจ.สตูล น.ส.ภัชชกุล ตรีพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล นายวริช วิชิต รองผอ.ททท.สตูล และนายรอน สปูนดิ้ง หัวหน้าทีม Kiteper ร่วมแถลง สร้างกระแส buzz ไปทั่ว พร้อมโชว์ว่าวบังคับจากนักเรียนโรงเรียนนิคมพัฒนาผัง 6 สังกัด อบจ.สตูล

เพื่อความราบรื่น นายก อบจ.สตูลยังทำพิธีบนบานศาลกล่าว ไหว้เจ้าที่เจ้าทาง โดยนำข้าวเหนียวเหลืองแกงแพะและธูป 9 ดอก ไปจุดที่ลานสนามบิน บอกกล่าวเจ้าที่ให้งานสำเร็จลุล่วง ซึ่งทุกปีที่ผ่านมา งานจึงราบรื่นไร้อุปสรรค หลังแถลงยังเลี้ยงข้าวเหนียวแกงแพะให้ผู้มาร่วมด้วย ถือเป็นเสน่ห์แบบไทยแท้

มหกรรมว่าวประเพณีและนานาชาติ สตูล 2569 ไม่เพียงอนุรักษ์วัฒนธรรม แต่ยังยกระดับสตูลสู่เวทีโลก ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ มาสัมผัสลมทะเลใต้และสีสันว่าวที่บินฉวัดเฉวียน หากคุณกำลังมองหาที่เที่ยวฤดูแล้งสุดมันส์ อย่าพลาดงานนี้เลย! เตรียมกล้องและใจรักการผจญภัย มาสตูลกันเถอะ รับรองติดใจจนอยากกลับมาทุกปี

ที่มา – สีสันฤดูแล้ง สตูลเตรียมจัดใหญ่ “มหกรรมว่าวประเพณีและนานาชาติ” ประจำปี 2569

คันเต้ ย้ายร่วมเฟนเนอร์บาฮ์เช่ หลังดีลฟื้นคืน

คันเต้ ย้ายร่วมเฟนเนอร์บาฮ์เช่ หลังดีลฟื้นคืน สร้างความฮือฮาในวงการฟุตบอลโลก! เฟนเนอร์บาฮ์เช่ สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งลีกตุรกี ยืนยันการเซ็นสัญญากับ เอ็นโกล คันเต้ มิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศสชื่อดัง จากทีมอัล-อิติฮัด ในลีกซาอุฯ เรียบร้อยแล้ว หลังจากดีลนี้เกือบล้มเหลวไปแล้ว

คันเต้ ย้ายร่วมเฟนเนอร์บาฮ์เช่ หลังดีลฟื้นคืน

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา แฟนบอลเฟนเนอร์บาฮ์เช่ ถึงกับใจหายใจคว่ำ เมื่อสโมสรออกแถลงการณ์ตำหนิอัล-อิติฮัด ที่ไม่ยื่นเอกสารโอนย้ายให้ทันเวลา ทำให้ดีลนี้ดูเหมือนจะพังทลาย แต่สุดท้ายทุกอย่างคลี่คลายในวันพุธ เมื่อเฟนฯ ยืนยันว่าปัญหาได้รับการแก้ไขแล้ว คันเต้ วัย 34 ปี ได้เดินทางมาร่วมทีมอย่างเป็นทางการ หลังจากอยู่กับอัล-อิติฮัดมา 2 ปีครึ่ง

ดีลนี้เป็นการแลกเปลี่ยนนักเตะ โดยเฟนเนอร์บาฮ์เช่ ส่ง ยูเซฟ เอ็น-เนซิรี่ กองหน้าทีมชาติโมร็อกโก วัย 28 ปี ไปแทน คันเต้ ซึ่งเคยเป็นกำลังหลักของเชลซี จะมารับบทบาทมิดฟิลด์ตัวรับที่แข็งแกร่งให้ทีมของโชเซ่ มูรินโญ่

เส้นทางลูกหนังของเอ็นโกล คันเต้

คันเต้ คือหนึ่งในมิดฟิลด์ที่ดีที่สุดในโลกช่วงหลายปีที่ผ่านมา เขาเริ่มดังจากเลสเตอร์ ซิตี้ ที่สร้างปาฏิหาริย์คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2015-16 ก่อนย้ายไปเชลซีในปี 2016 และประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม

  • แชมป์พรีเมียร์ลีก กับเชลซี
  • แชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก
  • แชมป์ยูโรป้า ลีก
  • แชมป์เอฟเอ คัพ
  • แชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ

นอกจากนี้ คันเต้ยังเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติฝรั่งเศส คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 และยูโร 2020 รองแชมป์ คันเต้ย้ายไปซาอุฯ ในปี 2023 เพื่อหาความท้าทายใหม่ แต่ตอนนี้เขากลับมาทวีปยุโรปอีกครั้งกับเฟนเนอร์บาฮ์เช่

เอ็น-เนซิรี่ เข้ามาแทนเบนเซม่า

สำหรับเอ็น-เนซิรี่ เขาจะมาเติมเต็มตำแหน่งกองหน้าหลังจาก คาริม เบนเซม่า อดีตดาวยิงเรอัล มาดริด ย้ายไปอัล-ฮิลาล เมื่อต้นสัปดาห์นี้ เอ็น-เนซิรี่ มีประสบการณ์ในลาลีกาสเปนกับเซบีย่า และทีมชาติโมร็อกโกที่ทำผลงานดีในเวิลด์คัพ 2022

การย้ายครั้งนี้ของคันเต้ ถือเป็นข่าวใหญ่สำหรับลีกตุรกี เพราะเฟนเนอร์บาฮ์เช่ กำลังลุ้นแย่งแชมป์กับกาลาตาซาไร และคันเต้ด้วยความดุดันในการแย่งบอล การวิ่งไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย จะช่วยเสริมทีมให้แข็งแกร่งขึ้นมาก โดยเฉพาะในยูโรป้า ลีกที่เฟนฯ ยังคงลุ้นเข้ารอบลึก

แฟนบอลทั่วโลกต่างชื่นชมสไตล์การเล่นของคันเต้ ที่ไม่เคยหยุดวิ่งเพื่อทีม แม้จะอายุมากแต่ฟอร์มยังคงแจ่ม ฤดูกาลนี้เราคงได้เห็นคันเต้ไล่ต้อนคู่แข่งในลีกตุรกีแบบไม่ยั้ง

ในมุมมองของผม คันเต้ ย้ายร่วมเฟนเนอร์บาฮ์เช่ หลังดีลฟื้นคืน ถือเป็นดีลที่คุ้มค่ามากสำหรับเฟนฯ เพราะได้ทั้งตัวรับชั้นนำและกองหน้าที่กำลังมาแรง มูรินโญ่ น่าจะยิ้มแก้มปริ ลุ้นแชมป์ลีกตุรกีได้เลย! ถ้าคุณเป็นแฟนฟุตบอล ติดตามข่าวสารการย้ายทีมและผลการแข่งขันเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา สมัครรับข่าวสารฟรีวันนี้เพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด

ที่มา – Kante joins Fenerbahce after deal revival

เลือกตั้ง 2569: แสวง รับความผิดพลาด ไม่โกรธ “อย่ามาแหวง”

ในช่วงที่บ้านเมืองกำลังร้อนระอุกับการเลือกตั้งครั้งใหญ่ปี 2569 ชื่อของ นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. กลายเป็นประเด็นร้อน เมื่อเขาได้ออกมา แสวง รับความผิดพลาด ที่เกิดขึ้นในวันเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งส่งผลกระทบทำให้ทั้งประชาชนและ กกต. เสียหายไปไม่น้อย แต่สิ่งที่น่าประทับใจคือทัศนคติที่ไม่โกรธเคืองต่อคำพูด “อย่ามาแหวง” ที่ถูกวิจารณ์อย่างหนัก

แสวง รับความผิดพลาด

จากรายการ “กรรมกรข่าว คุยนอกจอ” ที่นายสรยุทธ สุทัศนะจินดาเป็นผู้ดำเนินรายการ นายแสวงได้เปิดใจอย่างตรงไปตรงมาถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในวันเลือกตั้งล่วงหน้า เขายอมรับว่ามีความบกพร่องหลายประการ เช่น กระดาษผู้สมัครซ้อนกัน หรือปัญหาการจัดการหน่วยเลือกตั้งที่ทำให้ประชาชนบางส่วนไม่พอใจ สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงทำให้ภาพลักษณ์ของ กกต. เสียหาย แต่ยังกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย นายแสวงย้ำว่า “แสวง รับความผิดพลาดของเรามันจะทำให้คนอื่นเสียหาย กับเรานี่เสียหาย” โดยชี้ว่าทีมงานได้ซักซ้อมมาอย่างดีแล้ว แต่สุดท้ายปัญหาก็ยังเกิดขึ้น

แม้จะมีข้อครหามากมาย แต่เลขาฯ กกต. ยืนยันว่าจะยึดหลักกฎหมายและข้อเท็จจริงเป็นหลัก ไม่เต้นตามคำกล่าวหา เขาให้ความมั่นใจว่าทุกเจตจำนงของประชาชนจะไม่ถูกทิ้งขว้าง โดยเฉพาะวันเลือกตั้งหลักวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่คาดว่าจะราบรื่นกว่า เนื่องจากหน่วยเลือกตั้งน้อยลงและกระดาษไม่ซ้อนทับกัน นอกจากนี้ ทุกเหตุการณ์ในหน่วยเลือกตั้งจะถูกบันทึกไว้เพื่อตรวจสอบย้อนหลังได้

ไม่โกรธคนพูด “อย่ามาแหวง” และขอโทษสังคม

หนึ่งในประเด็นที่ถูกหยิบยกคือคำพูด “อย่ามาแหวง” ที่กลายเป็นไวรัล นายแสวงตอบแบบชิลๆ ว่า “ไม่โกรธครับ ไม่โกรธ ผมกำลังมีความสุขกับฟุตบอลช่วงนี้” โดยเชียร์แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่กำลังฟอร์มดีติดท็อป 4 พรีเมียร์ลีก เขายังแถลงขอโทษไปแล้วตั้งแต่วันนั้น และย้ำอีกครั้งว่าสำนักงาน กกต. ตั้งใจให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด แม้ซักซ้อมซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ปัญหาก็ยังหลุดรอดมาได้ สำหรับการแสดงความรับผิดชอบ เขาขอให้เป็นไปตามข้อเท็จจริง ไม่ใช่แค่คำขอโทษอย่างเดียว

นอกจากนี้ นายแสวงยังถูกถามถึงข้อกล่าวหาอื่นๆ เช่น คดีฮั้ว สว. ที่ล่าช้า หรือที่เขามาจากบุรีรัมย์แล้วลำเอียง ซึ่งเขาแก้ต่างด้วยรอยยิ้ม “ใช่ครับ แล้วยังไงครับคนบุรีรัมย์” โดยยืนยันว่า กกต. ทำงานเป็นกลางเพื่อประชาชน ไม่ใช่เพื่อพรรคการเมืองใดๆ ลูกน้องก็ไม่ฟังคำสั่งลำเอียงแน่นอน หากทำผิดก็พร้อมรับผลจากศาล

บริบทการเลือกตั้ง 2569 และบทบาท กกต.

การเลือกตั้ง 2569 ถือเป็นครั้งสำคัญที่กำหนดอนาคตประเทศ โดยเฉพาะหลังจากสถานการณ์การเมืองที่วุ่นวายมาหลายปี กกต. มีหน้าที่หลักในการรับประกันความโปร่งใสและยุติธรรม แต่ปัญหาในวันเลือกตั้งล่วงหน้าทำให้เกิดคำถามถึงความพร้อม นายแสวงชี้ว่าความเชื่อมั่นคือหัวใจ หากประชาชนไม่เชื่อใจกรรมการ ก็ยากที่จะจัดการเลือกตั้งได้ราบรื่น เขาย้ำว่าเพื่อนของ กกต. ตอนนี้คือ “กฎหมายกับความจริง” เท่านั้น

  • ปัญหาหลัก: กระดาษซ้อน การจัดการหน่วยเลือกตั้ง
  • แนวทางแก้ไข: บันทึกทุกเหตุการณ์ ตรวจสอบย้อนหลัง
  • วันหลัก 8 ก.พ.: คาดไม่มีปัญหาเพราะหน่วยน้อย
  • ขอโทษประชาชน: ยอมรับผิดพลาดและซักซ้อมไม่พอ

นายแสวงยังฝากถึงประชาชนว่า “อีก 2-3 วันก็ถึงวันเลือกตั้ง อยากให้ออกมาใช้สิทธิเยอะๆ ท่านอยากให้ประเทศเป็นอย่างไรก็เลือกตามนั้น” หลังชี้แจง เขาก็บอกว่าสบายใจขึ้นมาก

จากมุมมองของเรา การที่นายแสวงกล้าออกมา แสวง รับความผิดพลาด แบบนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการฟื้นความเชื่อมั่น แม้จะมีปัญหา แต่ทัศนคติบวกและคำขอโทษชัดเจนจะช่วยให้การเลือกตั้งครั้งนี้ผ่านพ้นไปได้ คุณล่ะคิดอย่างไร? ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งกันเยอะๆ นะครับ เพื่ออนาคตของชาติ!

ที่มา – เลือกตั้ง 2569 : “แสวง” รับความผิดพลาดทำคนอื่น-กกต.เสียหาย ไม่โกรธคนพูด “อย่ามาแหวง”

รวบผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ทะเบียนเทศบาล ขับรถส่งยาบ้า

วันนี้เรามีข่าวร้อนจากจังหวัดขอนแก่นที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียล นั่นคือ รวบผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ทะเบียนเทศบาล ขับรถส่ง “ยาบ้า” สารภาพมีคนลาวจ้าง 40,000 บาท เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 ทำให้หลายคนช็อกเพราะผู้ต้องหาเป็นเจ้าหน้าที่เทศบาลนครขอนแก่นเอง สะท้อนปัญหายาเสพติดที่แพร่ระบาดหนักในพื้นที่ภาคอีสาน

รวบผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ทะเบียนเทศบาล ขับรถส่งยาบ้า

การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากการสืบสวนของกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น ร่วมกับตำรวจชายแดนที่ 2 (ตชด.) โดยมีพลเมืองดีแจ้งเบาะแสสำคัญว่า ขบวนการค้ายาเสพติดจากฝั่งลาว ลักลอบขนยาบ้าข้ามแม่น้ำโขงที่มุกดาหาร แล้วนำมาพักในพื้นที่โคกสี อ.เมืองขอนแก่น ก่อนกระจายไปยังเครือข่าย โดยใช้รถกระบะสีขาวทะเบียนขอนแก่นเป็นยานพาหนะ

เจ้าหน้าที่จึงวางแผนเฝ้าติดตาม จนพบรถต้องสงสัยจอดอยู่บ้านใน ต.พระลับ อ.เมืองขอนแก่น เช้าวันเกิดเหตุ รถคันนั้นขับออกมา เจ้าหน้าที่ตามไปจนถึงบ้านเลิงเปือย ต.พระลับ ผู้ต้องหา นายนเรศศักดิ์ อายุ 40 ปี ซึ่งเป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ทะเบียนเทศบาลนครขอนแก่น ได้จอดรถแล้วทิ้งกระสอบสีเขียว 2 ใบไว้ในพุ่มไม้ข้างทาง ก่อนขับหนีไป

สารภาพมีคนลาวจ้าง 40,000 บาท ขนยาบ้า 398,000 เม็ด

ชุดจับกุมแบ่งกำลัง เฝ้ากระสอบและไล่ล่ารถ จับกุมนายนเรศได้ที่ ต.บ้านขาม อ.น้ำพอง ค้นรถพบบัตรพนักงานจ้างเทศบาลและโทรศัพท์ กระสอบที่ทิ้งไว้ซุกยาบ้า 398,000 เม็ดมูลค่ามหาศาล! จากการสอบสวน ผู้ต้องหาสารภาพว่า ชาวลาวชื่อเสี่ยจ้อยติดต่อผ่านเพื่อน จ้างไปรับกระสอบจากโคกสี มาพักรอส่งเครือข่ายใน อ.เมืองขอนแก่น ค่าจ้าง 40,000 บาท เคยทำมาก่อนเดือนตุลา 2568 ส่งที่ อ.บ้านไผ่ รับเงินเต็ม แต่ครั้งนี้ยังไม่ทันได้เงินเพราะถูกจับ

ผู้ต้องหายังบอกว่ามีหนี้แค่ผ่อนรถเดือนละ 6,000 กว่าบาทเท่านั้น เจ้าหน้าที่ตรวจบ้านพระลับไม่พบของผิดกฎหมาย แต่ยึดรถกระบะของผู้ต้องหาและรถฮอนด้าสีขาวที่ใช้ขนยาบ้า รวม 2 คัน มูลค่า 1.6 ล้านบาท ส่งฟ้องข้อหาครอบครองยาบ้าเพื่อจำหน่าย

  • จุดสำคัญการจับกุม:
  • พลเมืองดีแจ้งเบาะง
  • เฝ้าติดตามรถสีขาวทะเบียนขอนแก่น
  • พบกระสอบยาบ้า 398,000 เม็ดในพุ่มไม้
  • จับผู้ต้องหาที่น้ำพอง พบบัตรเจ้าหน้าที่เทศบาล
  • ยึดรถ 2 คันมูลค่า 1.6 ล้าน

ข่าวนี้ชี้ให้เห็นว่าปัญหายาเสพติดไม่เลือกอาชีพ แม้แต่ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ทะเบียนที่ควรเป็นแบบอย่างของสังคม ยังตกเป็นเครื่องมือขบวนการข้ามชาติจากลาวได้ง่ายๆ เพราะเงินเพียง 4 หมื่นบาท สะท้อนช่องโหว่ในระบบที่ต้องแก้ไขด่วน

ในมุมมองของเรา การมีพลเมืองดีแจ้งเบาะแสคือกุญแจสำคัญในการปราบปรามยาเสพติด หากคุณเห็นรถต้องสงสัยหรือกิจกรรมแปลกๆ ในพื้นที่ อย่าลังเล รีบแจ้งตำรวจทันที จะช่วยลดอาชญากรรมได้เยอะ คุณช่วยแชร์ข่าวนี้เพื่อเตือนภัยได้ไหม? เพื่อให้สังคมขอนแก่นและทั่วไทยปลอดภัยจากยาบ้า

ที่มา – รวบผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ทะเบียนเทศบาล ขับรถส่ง “ยาบ้า” สารภาพมีคนลาวจ้าง 40,000 บาท