พระวัดดอกเอื้อง วอนตามตัวต่างชาติ พ่นสีบนกำแพงวัด กระทบภาพลักษณ์เมืองเชียงใหม่ กลายเป็นประเด็นร้อนที่ชาวเชียงใหม่ให้ความสนใจอย่างมาก หลังจากกล้องวงจรปิดจับภาพชาวต่างชาติคู่ชายหญิงแอบมาพ่นสีสเปรย์ลงบนกำแพงวัดดอกเอื้อง ต.ศรีภูมิ อ.เมืองเชียงใหม่ เมื่อช่วงดึกของวันที่ 30 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 01.00 น.
พระวัดดอกเอื้อง วอนตามตัวต่างชาติ พ่นสีบนกำแพงวัด กระทบภาพลักษณ์เมืองเชียงใหม่
พระครูปลัดปรีดา ใจบุญ เจ้าอาวาสวัดดอกเอื้อง ได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดไปแจ้งความกับตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีให้เด็ดขาด พระอภิภู บุญทาหลู่ พระลูกวัดเล่าว่า กำแพงวัดแห่งนี้ถูกพ่นสีวาดลวดลายและข้อความภาษาต่างชาติมาหลายครั้งแล้ว ทางวัดต้องใช้เงินหลายหมื่นบาททาสีทับใหม่ แต่ผู้ไม่หวังดีก็ยังกลับมาทำซ้ำ สร้างความเดือดร้อนอย่างหนัก
ไม่ใช่แค่วัดดอกเอื้องเท่านั้น แต่ทั่วเมืองเชียงใหม่พบปัญหานี้ระบาดหนัก ทั้งรั้วบ้าน ประตูร้านค้า และสถานที่ราชการหลายแห่ง ตัวเมืองเชียงใหม่มีวัดเก่าแก่ถึง 38 แห่ง ซึ่งควรได้รับการอนุรักษ์ แต่กลับถูกทำลายด้วยกราฟฟิตี้ ทำให้ภาพลักษณ์สกปรก ส่งผลต่อจิตใจชาวพุทธและโอกาสที่เชียงใหม่จะได้รับการยกย่องเป็นเมืองมรดกโลก
ผลกระทบจากการพ่นสีบนกำแพงวัดเชียงใหม่
การกระทำดังกล่าวไม่เพียงทำให้สถานที่ศักดิ์สิทธิ์สกปรก แต่ยังกระทบเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของเชียงใหม่ที่ขึ้นชื่อเรื่องวัฒนธรรมล้านนา นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเห็นกำแพงวัดเต็มไปด้วยรอยพ่นสี อาจทำให้รู้สึกไม่ประทับใจและแพร่กระจายภาพลบในโซเชียลมีเดีย ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงในระยะยาว
- กำแพงวัด: ถูกพ่นลายกราฟฟิตี้และข้อความภาษาต่างชาติซ้ำซาก
- รั้วบ้านและร้านค้า: ชาวบ้านต้องเสียค่าใช้จ่ายทาสีใหม่บ่อยครั้ง
- สถานที่ราชการ: พบรอยพ่นสีตามกำแพงสำนักงานหลายแห่ง
- ภาพลักษณ์เมือง: กระทบการเสนอชื่อเชียงใหม่เป็นเมืองมรดกโลก UNESCO
พระวัดดอกเอื้อง วอนตามตัวต่างชาติ พ่นสีบนกำแพงวัด กระทบภาพลักษณ์เมืองเชียงใหม่ โดยหวังให้เป็นตัวอย่างไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย ล่าสุด พล.ต.ต. ยุทธนา แก่นจันทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ สั่งการให้สายตรวจทุกพื้นที่เพิ่มความเข้มงวด กวดขันพฤติกรรมดังกล่าว และติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันการเลียนแบบ
ปัญหากราฟฟิตี้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ใช่เรื่องใหม่ในเมืองท่องเที่ยวทั่วโลก แต่ในเชียงใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยมรดกทางวัฒนธรรม การแก้ไขต้องเด็ดขาด เช่น ติดตั้งกล้องเพิ่ม ประชาสัมพันธ์กฎหมายห้ามพ่นสีสาธารณะ และลงโทษหนักเพื่อเป็นเย้ยร้าย ชาวเชียงใหม่และเจ้าอาวาสวัดต่างๆ เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง
นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้กระทำผิดมักเป็นกลุ่มวัยรุ่นต่างชาติที่คิดว่าเป็นศิลปะข้างทาง แต่ในบริบทวัดไทยซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ถือเป็นการไม่เคารพวัฒนธรรมท้องถิ่น ทางวัดบางแห่งเริ่มติดป้ายเตือนและเพิ่มไฟส่องสว่างเพื่อป้องกัน
ในมุมมองของเรา ปัญหานี้สะท้อนถึงความท้าทายของการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน เมืองเชียงใหม่ควรมีมาตรการที่ชัดเจนเพื่อปกป้องมรดกวัฒนธรรม หากปล่อยไว้จะกระทบรายได้จากการท่องเที่ยวมหาศาล คุณล่ะคิดอย่างไรกับเหตุการณ์พระวัดดอกเอื้อง วอนตามตัวต่างชาติ พ่นสีบนกำแพงวัด กระทบภาพลักษณ์เมืองเชียงใหม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อสร้างความตระหนักรู้กันนะครับ
ที่มา – พระวัดดอกเอื้อง วอนตามตัวต่างชาติ พ่นสีบนกำแพงวัด กระทบภาพลักษณ์เมืองเชียงใหม่
















