วัน: 21 กรกฎาคม 2026

อดีตโฆษกเกษตรฯ ซัดเจ้ากระทรวงมัวโฟกัสโยกย้าย ขรก.สนองการเมือง

ในสถานการณ์ที่พี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศกำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งปัญหาต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้น ราคาพืชผลที่ไม่แน่นอน รวมถึงปัญหาน้ำและหนี้สินที่รุมเร้า แต่ดูเหมือนว่าประเด็นร้อนแรงในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กลับกลายเป็นเรื่องของการปรับเปลี่ยนตำแหน่งแทน นี่คือจุดที่ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า อดีตโฆษกเกษตรฯ ซัดเจ้ากระทรวงมัวโฟกัสโยกย้าย ขรก.สนองการเมือง มากกว่าจะหันมาโฟกัสที่ปัญหาปากท้องของประชาชน

อดีตโฆษกเกษตรฯ ซัดเจ้ากระทรวงมัวโฟกัสโยกย้าย ขรก.สนองการเมือง

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกพรรคกล้าธรรม และอดีตโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ออกมาสะท้อนมุมมองที่น่าสนใจว่า สิ่งที่สังคมต้องการเห็นจากผู้บริหารกระทรวงไม่ใช่เกมการเมือง แต่คือผลงานที่เป็นชิ้นเป็นอัน การโยกย้ายข้าราชการระดับสูงควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของธรรมาภิบาลและความรู้ความสามารถ ไม่ใช่การสลับขาเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง

ทำไมการโยกย้ายจึงกลายเป็นประเด็นสำคัญในวันนี้?

ปัญหาของการที่ อดีตโฆษกเกษตรฯ ซัดเจ้ากระทรวงมัวโฟกัสโยกย้าย ขรก.สนองการเมือง คือการที่ข้าราชการน้ำดีต้องอยู่อย่างหวาดระแวง ซึ่งผลกระทบที่ตามมานั้นร้ายแรงต่อภาพรวมของรัฐราชการ ได้แก่:

  • บั่นทอนขวัญและกำลังใจของข้าราชการที่ทุ่มเททำงาน
  • เกิดการชะงักงันในด้านนโยบายและการขับเคลื่อนงานเกษตรเชิงลึก
  • ลดทอนประสิทธิภาพการแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้พี่น้องเกษตรกร
  • ความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อหน่วยงานรัฐถดถอยลง

เกษตรกรไทยไม่ได้คาดหวังว่าใครจะเป็นอธิบดี แต่พวกเขาคาดหวังว่ารัฐมนตรีจะแก้ปัญหาชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาให้ดีขึ้นอย่างไร หากกระทรวงมัวแต่เสียเวลากับการจัดสรรบุคลากรเพื่อสนองต่ออำนาจแทนที่จะเร่งมือจัดการเรื่องน้ำและราคาพืชผล ย่อมเป็นเครื่องหมายคำถามชิ้นใหญ่จากสังคมว่าการจัดลำดับความสำคัญของกระทรวงแห่งนี้ถูกต้องแล้วหรือไม่

ในท้ายที่สุดแล้ว ประสิทธิภาพของกระทรวงเกษตรฯ ไม่ได้พิสูจน์ที่ว่าใครนั่งอยู่ตรงไหน แต่พิสูจน์ที่ว่าเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นหรือยัง เราจึงอยากเรียกร้องให้ผู้บริหารกระทรวงหันกลับมาโฟกัสเรื่องงานเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้อาชีพเกษตรกรอย่างจริงจังมากกว่าการเมืองภายในองค์กร

ที่มา – อดีตโฆษกเกษตรฯ ซัดเจ้ากระทรวงมัวโฟกัสโยกย้าย ขรก.สนองการเมือง เมินแก้ปัญหาเกษตรกร

10 อาการเตือน โรคหัวใจ อย่ามองข้ามสัญญาณเตือนเล็กๆ

เชื่อไหมคะว่า โรคหัวใจ มักเข้ามาแบบเงียบเชียบโดยที่เราไม่ทันตั้งตัว หลายครั้งที่คนรอบข้างเราบอกว่า ‘แค่เหนื่อยธรรมดา’ หรือ ‘เดี๋ยวพักก็หาย’ แต่หารู้ไม่ว่านั่นอาจเป็น 10 อาการเตือน โรคหัวใจ อย่ามองข้ามสัญญาณเตือนเล็กๆ ที่ร่างกายกำลังส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ เรามาเช็กไปพร้อมกันดีกว่าค่ะว่ามีอะไรบ้าง

10 อาการเตือน โรคหัวใจ อย่ามองข้ามสัญญาณเตือนเล็กๆ

หลายคนมักคิดว่าโรคหัวใจต้องมีแค่อาการเจ็บหน้าอกรุนแรงเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว 10 อาการเตือน โรคหัวใจ อย่ามองข้ามสัญญาณเตือนเล็กๆ เหล่านี้คือสิ่งสำคัญที่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของภาวะหัวใจล้มเหลวหรือหัวใจขาดเลือดได้ หากคุณพบอาการเหล่านี้ อย่าชะล่าใจเด็ดขาดค่ะ:

  • อาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือรู้สึกอาหารไม่ย่อยบ่อยๆ โดยไม่มีสาเหตุทางระบบทางเดินอาหาร
  • มีอาการปวดร้าวไปที่กราม คอ หู หรือไหล่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฝั่งซ้ายของร่างกาย
  • ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศในผู้ชาย ซึ่งอาจเป็นตัวบ่งชี้ถึงปัญหาของหลอดเลือดหัวใจได้
  • ความรู้สึกเหนื่อยง่าย ผิดปกติ แม้ทำกิจกรรมเพียงเล็กน้อยก็รู้สึกหมดแรง
  • อาการเวียนศีรษะ หน้ามืด หรือรู้สึกหายใจลำบากแม้ในขณะที่นอนราบ
  • ขาหรือเท้ามีอาการบวมผิดปกติ เนื่องจากการไหลเวียนเลือดของหัวใจมีปัญหา
  • มีอาการคล้ายไข้หวัดเรื้อรัง เช่น ไอ หรือมีเหงื่อออกมากแม้ไม่ได้ทำกิจกรรมหนัก
  • อาการนอนไม่หลับหรือกระวนกระวายใจโดยหาสาเหตุไม่ได้
  • ใจสั่น หัวใจเต้นเร็วผิดจังหวะ หรือรู้สึกแน่นหน้าอกอย่างกะทันหัน
  • ในผู้สูงอายุ มักมีอาการสับสน ลืมง่าย หรือเหนื่อยล้าผิดปกติในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

เทคนิคดูแลหัวใจให้แข็งแรงในระยะยาว

หลังจากทราบถึง 10 อาการเตือน โรคหัวใจ อย่ามองข้ามสัญญาณเตือนเล็กๆ กันแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการปรับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตค่ะ เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดหวาน มัน เค็ม จัดสรรเวลาออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ งดการสูบบุหรี่และลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพหัวใจของคุณ นอกจากนี้ อย่าลืมหมั่นตรวจสุขภาพกับแพทย์เป็นประจำ โดยเฉพาะถ้าคนในครอบครัวมีประวัติเสี่ยง

จำไว้ว่าหัวใจมีเพียงดวงเดียว การสังเกตตัวเองให้ไวและไม่มองข้ามสิ่งผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ คือการรักษาสิทธิที่คุ้มค่าที่สุดของชีวิตคุณค่ะ หากรู้สึกว่ามีอาการผิดปกติ อย่ารอจนถึงวินาทีสุดท้าย รีบปรึกษาแพทย์โดยเร็วที่สุดเพราะทุกนาทีมีความหมายมากต่อชีวิตของคุณค่ะ

ที่มา – 10 อาการเตือน “โรคหัวใจ” อย่ามองข้ามสัญญาณเตือนเล็กๆ เพราะทุกนาทีมีความสำคัญ

นายกฯ ขำกลิ้ง ไอลอว์เปิดชื่อ 9 นักการ ภท. เอี่ยวคดีฮั้ว สว. ลั่นเชื่อถือไม่ได้

นายกฯ ขำกลิ้ง ไอลอว์เปิดชื่อ 9 นักการ ภท. เอี่ยวคดีฮั้ว สว. ลั่นเชื่อถือไม่ได้

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกพูดถึงกันอย่างกว้างขวางในแวดวงการเมือง เมื่อมีการเปิดเผยข้อมูลจากกลุ่มไอลอว์ (iLaw) เกี่ยวกับรายชื่อนักการเมืองที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฮั้วเลือก สว. ซึ่งงานนี้ทำเอา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถึงกับหัวเราะร่าเมื่อทราบข่าวว่าชื่อตนเองปรากฏเป็นอันดับแรกในเอกสารดังกล่าว

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อนายอนุทินให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่ทำการพรรคภูมิใจไทย โดยกล่าวถึงกรณี นายกฯ ขำกลิ้ง ไอลอว์เปิดชื่อ 9 นักการ ภท. เอี่ยวคดีฮั้ว สว. ลั่นเชื่อถือไม่ได้ ว่าตนยังไม่เห็นรายละเอียดของเอกสารดังกล่าว แต่เมื่อถูกถามย้ำถึงการที่มีชื่อคนในพรรคภูมิใจไทยเข้าไปพัวพันกว่า 9 คน นายกฯ ก็ได้โต้ตอบกลับด้วยท่าทีสบายๆ ว่าเรื่องนี้ต้องว่ากันไปตามกระบวนการพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามกฎหมาย

มาดูกันว่าประเด็นเรื่อง นายกฯ ขำกลิ้ง ไอลอว์เปิดชื่อ 9 นักการ ภท. เอี่ยวคดีฮั้ว สว. ลั่นเชื่อถือไม่ได้ มีอะไรน่าสนใจบ้าง

สำหรับท่าทีของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ ถือว่าเป็นการแสดงออกที่ชัดเจนว่าเจ้าตัวไม่ได้มีความกังวลต่อกระแสข่าวโจมตี โดยมีการตั้งข้อสังเกตถึงความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูล ดังนี้:

  • การตั้งคำถามถึงที่มาของเอกสารว่ามีความน่าเชื่อถือเพียงใด
  • การย้ำเตือนว่าทุกอย่างต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่การตัดสินผ่านโซเชียล
  • ยืนยันว่าตนเองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องคดีฮั้วเลือก สว. เป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก เพราะส่งผลกระทบโดยตรงต่อธรรมาภิบาลและการเลือกตั้งในประเทศไทย ความโปร่งใสจึงเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการเห็นเป็นอันดับหนึ่ง การที่ไอลอว์ออกมาเปิดเผยชื่อถือเป็นการเคลื่อนไหวที่สร้างแรงกระเพื่อมได้ไม่น้อย แต่ในขณะเดียวกัน ฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาก็มีสิทธิ์เต็มที่ในการชี้แจงและดำเนินคดีตามสิทธิ์ของตนเอง เพื่อปกป้องชื่อเสียงภายใต้กรอบของกฎหมาย

บทเรียนในครั้งนี้สอนให้เราเห็นว่า โลกการเมืองในยุคปัจจุบันข้อมูลข่าวสารไหลเวียนรวดเร็วมาก การเสพข่าวสารจึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ และควรติดตามผลสรุปจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนและเป็นธรรมกับทุกฝ่ายมากที่สุด

ที่มา – นายกฯ ขำกลิ้ง ไอลอว์เปิดชื่อ 9 นักการ ภท. เอี่ยวคดีฮั้ว สว. ลั่นเชื่อถือไม่ได้

อนุทิน กำชับใน ครม. ให้ความเป็นธรรมทบทวนสิทธิบัตรคนจน

เชื่อว่าหลายคนกำลังจับตามองประเด็นเรื่องสวัสดิการของภาครัฐกันอย่างใกล้ชิด โดยล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว โดยมีประเด็นสำคัญคือ อนุทิน กำชับใน ครม. ให้ความเป็นธรรมทบทวนสิทธิบัตรคนจน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าความช่วยเหลือจากรัฐจะไปถึงมือผู้ที่สมควรได้รับจริงๆ อย่างยุติธรรมและทั่วถึงตามเกณฑ์ที่เหมาะสมในยุคปัจจุบัน

อนุทิน กำชับใน ครม. ให้ความเป็นธรรมทบทวนสิทธิบัตรคนจน

การทบทวนหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก นายอนุทินได้ย้ำชัดในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีว่า หัวใจสำคัญของการทำงานในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การตัดสิทธิ์หรือเพิ่มสิทธิ์ แต่คือการสร้าง ความเป็นธรรม ให้เกิดขึ้นกับประชาชนทุกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นกลไกหลักที่รัฐบาลมุ่งหวังจะขับเคลื่อนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ความคืบหน้าเรื่องการทบทวนสิทธิบัตรคนจน

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงรายละเอียดเพิ่มเติมและแนวทางการดำเนินงาน นายอนุทินกลับโยนคำถามไปที่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งถือเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบโดยตรงในเรื่องนี้ เพื่อให้ข้อมูลที่เป็นทางการและครบถ้วนที่สุดสำหรับประชาชนที่รอคอยความชัดเจน

  • รัฐบาลเน้นย้ำเรื่องความโปร่งใสในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
  • การทบทวนสิทธิ์ต้องตั้งอยู่บนฐานข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน
  • ประชาชนสามารถติดตามรายละเอียดได้จากกระทรวงการคลัง

หลายฝ่ายมองว่าการที่ อนุทิน กำชับใน ครม. ให้ความเป็นธรรมทบทวนสิทธิบัตรคนจน ในครั้งนี้ เป็นสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่ของรัฐบาลต่อสวัสดิการพื้นฐานของประชาชน แม้ว่าจะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดปลีกย่อยในตอนนี้ แต่เชื่อว่านโยบายนี้จะส่งผลในทางที่ดีต่อผู้มีรายได้น้อยอย่างแน่นอน หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสถานะสิทธิ์ของตนเอง ขอแนะนำให้ตรวจสอบผ่านช่องทางหลักของกระทรวงการคลังเพื่อความถูกต้องและรวดเร็วครับ

ที่มา – “อนุทิน” กำชับใน ครม. ให้ความเป็นธรรมทบทวนสิทธิบัตรคนจน โยนถาม “เอกนิติ”

แอสตัน วิลล่า คว้าตัว อากาเนะ โอคุมะ ผู้รักษาประตูทีมชาติญี่ปุ่น

แอสตัน วิลล่า คว้าตัว อากาเนะ โอคุมะ ผู้รักษาประตูทีมชาติญี่ปุ่น

แฟนบอลสาวกสิงห์ผงาดต้องตื่นเต้นกันแน่นอน เมื่อล่าสุด แอสตัน วิลล่า คว้าตัว อากาเนะ โอคุมะ ผู้รักษาประตูทีมชาติญี่ปุ่น ดาวรุ่งพุ่งแรงวัย 21 ปีมาร่วมทีมเป็นที่เรียบร้อย เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในแดนหลังสำหรับการลุยศึก Women’s Super League (WSL) ในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึงนี้ แม้ว่าจะยังคงเหลือขั้นตอนของการรออนุมัติวีซ่า แต่นี่ถือเป็นการตอกย้ำนโยบายการขยายฐานนักเตะระดับโลกของสโมสร

ก่อนที่จะตัดสินใจย้ายมาเปิดประสบการณ์ใหม่ที่อังกฤษ โอคุมะเคยโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นกับสโมสร INAC Kobe Leonessa ในบ้านเกิดตั้งแต่ปี 2024 และสร้างชื่อเสียงมาตั้งแต่สมัยเล่นให้กับ JEF United Chiba เธอถือเป็นผู้รักษาประตูที่มีพัฒนาการน่าจับตามองและเคยทำผลงานระดับมาสเตอร์พีซมาแล้วในนามทีมชาติชุดเยาวชน รวมถึงการเป็นส่วนสำคัญในขุมกำลังทัพชบาแก้วญี่ปุ่นที่คว้าแชมป์ AFC Women’s Asian Cup 2026 มาครองได้สำเร็จเคียงข้างกับเพื่อนร่วมทีมใหม่อย่าง มายะ ฮิจิคาตะ

เหตุผลที่ แอสตัน วิลล่า คว้าตัว อากาเนะ โอคุมะ ผู้รักษาประตูทีมชาติญี่ปุ่น

มาริสา อีเวอร์ส ผู้อำนวยการฟุตบอลหญิงของแอสตัน วิลล่า ได้กล่าวถึงการเซ็นสัญญาครั้งนี้ว่า “อากาเนะคือดาวรุ่งที่น่าตื่นเต้นและมีศักยภาพสูงมาก เราดีใจที่ได้ต้อนรับเธอเข้าสู่ครอบครัวของเรา ในฐานะสโมสรเรามองหาโอกาสที่จะดึงดูดพรสวรรค์จากตลาดต่างๆ ทั่วโลกอยู่เสมอ และเรามั่นใจว่าโปรไฟล์ของอากาเนะจะเข้ามาช่วยยกระดับทีมของเราได้แน่นอน”

ก้าวต่อไปของ อากาเนะ โอคุมะ ในดินแดนผู้ดี

ทางด้านเจ้าตัว อากาเนะ โอคุมะ เองก็เผยความรู้สึกว่า “ฉันดีใจมากจริงๆ ที่ได้มาอยู่ตรงนี้ ฉันรู้สึกโชคดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสโมสรที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ และอดใจรอไม่ไหวที่จะได้ลงสนามซ้อมและเรียนรู้ร่วมกับเพื่อนร่วมทีมใหม่ทุกคน”

สำหรับสถานการณ์ของแอสตัน วิลล่า ในลีก WSL ฤดูกาลที่ผ่านมา พวกเขาจบอันดับที่ 9 จากทั้งหมด 12 ทีม ซึ่งในช่วงซัมเมอร์นี้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างลีกให้ขยายเป็น 14 ทีม การที่ แอสตัน วิลล่า คว้าตัว อากาเนะ โอคุมะ ผู้รักษาประตูทีมชาติญี่ปุ่น เข้ามาจึงเป็นจังหวะที่ลงตัวมากเพื่อสร้างความสดใหม่ในแผงหลัง

เราคงต้องมาลุ้นระทึกกันว่า ยอดนายด่านรายนี้จะสามารถปรับตัวเข้ากับสไตล์ฟุตบอลที่รวดเร็วและหนักหน่วงของอังกฤษได้เร็วแค่ไหน แต่ด้วยดีกรีแชมป์เอเชีย เชื่อว่าแฟนบอลจะได้เห็นผลงานที่น่าประทับใจของเธออย่างแน่นอน เตรียมปักหมุดรอเชียร์นัดเปิดสนามที่จะมีการแจ้งโปรแกรมอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 กรกฎาคมนี้กันได้เลย!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

คุก 2 ปี นักท่องเที่ยวอินเดียสับเปลี่ยนเพชรแท้ 5 ล้านในสิงคโปร์ แอบอมไว้ในปาก

เชื่อว่าใครหลายคนคงไม่อยากเชื่อว่าเหตุการณ์โจรกรรมสุดอุกอาจจะเกิดขึ้นได้ในประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องความปลอดภัยสูงอย่างสิงคโปร์ เมื่อข่าวล่าสุดรายงานกรณี คุก 2 ปี นักท่องเที่ยวอินเดียสับเปลี่ยนเพชรแท้ 5 ล้านในสิงคโปร์ แอบอมไว้ในปาก ซึ่งถือเป็นอุทาหรณ์ครั้งใหญ่ให้กับร้านอัญมณีทั่วโลก โดยผู้กระทำความผิดวางแผนมาเป็นอย่างดีเพื่อหวังตบตาพนักงาน แต่สุดท้ายก็ไม่รอดพ้นสายตากล้องวงจรปิดและเจ้าหน้าที่ตำรวจไปได้

คุก 2 ปี นักท่องเที่ยวอินเดียสับเปลี่ยนเพชรแท้ 5 ล้านในสิงคโปร์ แอบอมไว้ในปาก

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อสองนักท่องเที่ยวชาวอินเดียเดินทางเข้าสิงคโปร์ด้วยจุดประสงค์เดียวคือการปล้นเพชร โดยพวกเขาได้เตรียมความพร้อมมาอย่างดีด้วยการสั่งทำเพชรปลอมจากเมืองสุรัต ประเทศอินเดีย ให้มีรายละเอียดเหมือนเพชรแท้เม็ดเป้าหมายทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นขนาดหรือเลขประจำอัญมณี เพื่อนำมาสลับเปลี่ยนภายในร้านเครื่องประดับย่านไชน่าทาวน์

พฤติการณ์สุดแสบที่นำไปสู่ คุก 2 ปี นักท่องเที่ยวอินเดียสับเปลี่ยนเพชรแท้ 5 ล้านในสิงคโปร์ แอบอมไว้ในปาก

  • พวกเขาทำทีเข้าไปเลือกซื้อเครื่องประดับและขอดูเพชรเม็ดงามมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท
  • ใช้วิธีเบี่ยงเบนความสนใจพนักงานเพื่อให้ได้จังหวะสับเปลี่ยนเพชร
  • คนร้ายใช้วิธีอมเพชรปลอมไว้ในปากก่อนคายออกมาสลับกับเพชรแท้อย่างแนบเนียน
  • แม้จะพยายามหลบหนีกลับประเทศ แต่ก็ถูกจับกุมได้ที่สนามบินชางงีในที่สุด

ความพยายามของพวกเขาที่จะก่อเหตุ คุก 2 ปี นักท่องเที่ยวอินเดียสับเปลี่ยนเพชรแท้ 5 ล้านในสิงคโปร์ แอบอมไว้ในปาก จบลงด้วยความล้มเหลว เพราะระบบรักษาความปลอดภัยของร้านและไหวพริบของพนักงานที่ตรวจสอบได้ทันท่วงที กลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ทำให้ศาลตัดสินจำคุกนายมังโกรลิยา มาโนจกุมาร์ คูร์จิไภ เป็นเวลาถึง 2 ปี 2 เดือนกับอีก 2 สัปดาห์ ในขณะที่คดีของเพื่อนร่วมขบวนการกำลังดำเนินต่อไป

บทเรียนจากเหตุการณ์นี้ย้ำเตือนให้ผู้ประกอบการต้องเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้รัดกุมยิ่งขึ้น แม้จะเป็นร้านค้าในพื้นที่ที่ดูเหมือนปลอดภัยที่สุดก็ตาม เพราะมิจฉาชีพในปัจจุบันมีการเตรียมตัวที่ซับซ้อนและมีการวางแผนล่วงหน้าเป็นระบบ การใช้เทคโนโลยีตรวจสอบอัญมณีและการเฝ้าระวังผ่านกล้องวงจรปิดจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้เลยในธุรกิจซื้อขายของมีค่า

ที่มา – คุก 2 ปี นักท่องเที่ยวอินเดียสับเปลี่ยนเพชรแท้ 5 ล้านในสิงคโปร์ แอบอมไว้ในปาก

เอกนิติ เร่งทบทวน 2 ปัญหา บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ย้ำเน้นช่วยคนจนจริง

เชื่อว่าหลายคนกำลังติดตามข่าวคราวเกี่ยวกับสวัสดิการจากภาครัฐกันอยู่ โดยเฉพาะโครงการที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนในวงกว้างอย่างโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ล่าสุด นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าในการดำเนินงาน ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าสนใจมากครับ

เอกนิติ เร่งทบทวน 2 ปัญหา บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ย้ำเน้นช่วยคนจนจริง

อย่างที่เราทราบกันดีว่า เป้าหมายหลักของ เอกนิติ เร่งทบทวน 2 ปัญหา บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ย้ำเน้นช่วยคนจนจริง คือการคัดกรองผู้มีสิทธิให้เหลือเพียงกลุ่มผู้ที่เดือดร้อนและขัดสนอย่างแท้จริง ผ่านมาหลายปีที่โครงการนี้ดำเนินมา การตรวจสอบข้อมูลจึงเป็นเรื่องจำเป็นเพื่อป้องกันไม่ให้มีการสวมสิทธิหรือใช้ช่องว่างทางกฎหมายในทางที่ผิดครับ

ปัญหาการสวมสิทธิและการโดนหลอกลวง

ปัจจุบันทางกระทรวงการคลังได้พบปัญหาใหญ่ 2 ประการที่ต้องรีบจัดการอย่างเร่งด่วน ประการแรกคือมีกลุ่มมิจฉาชีพนำข้อมูลส่วนตัวของชาวบ้านไปแอบอ้างจดทะเบียนบริษัทหรือเปิดบัญชีหุ้นโดยที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่อง ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าร้ายแรงมาก เพราะส่งผลกระทบต่อสิทธิการได้รับความช่วยเหลือของพวกเขาโดยตรง

หากถามว่าทำไม เอกนิติ เร่งทบทวน 2 ปัญหา บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ย้ำเน้นช่วยคนจนจริง ถึงมีความสำคัญในขณะนี้ ก็เพราะว่าเราพบคนจนรายใหม่ที่ผ่านเกณฑ์กว่า 2.3 ล้านคน ซึ่งไม่เคยอยู่ในฐานข้อมูลเดิมมาก่อน ดังนั้น การรื้อระบบจึงเป็นการคืนความยุติธรรมให้กับผู้ที่ลำบากจริงครับ

  • ปกป้องสิทธิผู้เดือดร้อนจริง
  • กำจัดการสวมสิทธิจากคนจนเทียม
  • ประสานงานกระทรวงมหาดไทยเพื่ออำนวยความสะดวก
  • สร้างระบบฐานข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นธรรม

รัฐบาลยืนยันว่า สำหรับท่านที่เดือดร้อนจริงไม่ต้องกังวลใจไป เพราะวัตถุประสงค์คือการดูแลผู้ที่ไม่มีรายได้และไม่มีทรัพย์สินให้น้อยที่สุด โดยสิทธิประโยชน์ในส่วนอื่น เช่น เบี้ยผู้สูงอายุหรือเบี้ยผู้พิการจะยังคงได้รับตามปกติครับ การปรับปรุงครั้งนี้เพื่อยกระดับความแม่นยำและสร้างความโปร่งใสให้เกิดกับโครงการนี้ในระยะยาว

ท้ายที่สุด การปรับเกณฑ์ต่างๆ ไม่ใช่การสร้างความยุ่งยาก แต่เป็นการปิดช่องโหว่เพื่อให้เงินภาษีของประชาชนถูกส่งไปถึงมือผู้ที่ขาดแคลนจริงๆ เท่านั้น หากคุณรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือมีข้อสงสัย สามารถติดตามการประกาศของกระทรวงการคลังอย่างใกล้ชิดและเตรียมเอกสารยืนยันตัวตนไว้ให้พร้อมนะครับ

ที่มา – “เอกนิติ” เร่งทบทวน 2 ปัญหา “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ย้ำเน้นช่วยคนจนจริง

ครม.ไฟเขียวเพิ่มวงเงินโครงการคลองระบายน้ำคลองตง จ.สงขลา

เชื่อว่าพี่น้องชาวหาดใหญ่หลายท่านคงกำลังได้รับข่าวดีกันถ้วนหน้า เมื่อล่าสุดทางรัฐบาลได้มีมติสำคัญในการผลักดันให้โครงการระบายน้ำในพื้นที่ก้าวหน้าไปอีกขั้น นั่นคือการที่ ครม.ไฟเขียวเพิ่มวงเงินโครงการคลองระบายน้ำคลองตง จ.สงขลา เพื่อเร่งแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากที่มักเกิดขึ้นในช่วงฤดูฝนในอำเภอหาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียง

ครม.ไฟเขียวเพิ่มวงเงินโครงการคลองระบายน้ำคลองตง จ.สงขลา เพื่อคนหาดใหญ่

การปรับเพิ่มงบประมาณในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการเติมเงินเข้าไปเฉยๆ แต่เป็นการจัดสรรงบประมาณที่คุ้มค่าและจำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากระหว่างการก่อสร้างพบข้อจำกัดทางสภาพพื้นที่จริง ทำให้ทีมวิศวกรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องปรับแบบก่อสร้างให้มีความมั่นคงและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยงบประมาณที่เพิ่มขึ้นจาก 315 ล้าน เป็น 359.52 ล้านบาท จะถูกนำไปใช้ในส่วนของการปรับแนวคลอง การย้ายประตูระบายน้ำ และการปรับปรุงระบบระบายน้ำให้รองรับปริมาณน้ำได้ดียิ่งขึ้น

ทำไมต้องเร่งเดินหน้า ครม.ไฟเขียวเพิ่มวงเงินโครงการคลองระบายน้ำคลองตง จ.สงขลา

ปัญหาเรื่องน้ำท่วมขังในตำบลพะตงและพื้นที่อำเภอหาดใหญ่เป็นโจทย์ใหญ่ที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนมานาน การที่โครงการนี้ได้รับความเห็นชอบให้ดำเนินต่อจนถึงปี 2570 จะถือเป็นกุญแจสำคัญในการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ การปรับแผนงานแม้จะใช้เงินมากขึ้น แต่หากแลกมาด้วยความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ก็ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง นอกจากประโยชน์ด้านการระบายน้ำแล้ว ในอนาคตพื้นที่บริเวณนี้ยังมีโอกาสพัฒนาให้กลายเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจและแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำให้กับชุมชนในพื้นที่รอบคลองตงอีกด้วย

  • เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในตำบลพะตง
  • ป้องกันปัญหาอุทกภัยในช่วงฤดูฝนอย่างยั่งยืน
  • ลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับบ้านเรือนประชาชน
  • พัฒนาเป็นพื้นที่สีเขียวแห่งใหม่ของชุมชน

ถือเป็นแนวทางที่น่าชื่นชมเมื่อภาครัฐให้ความสำคัญกับการปรับแผนงานให้เข้ากับสภาพพื้นที่จริงมากกว่าการเร่งงานจนละเลยความปลอดภัย เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะดำเนินการได้รวดเร็วตามกำหนดการ เพื่อให้ชาวหาดใหญ่ได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่สุขสบายไร้กังวลเรื่องน้ำท่วมอีกต่อไป คุณมีความคิดเห็นอย่างไรกับการปรับงบประมาณในครั้งนี้ มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกันได้เลยครับ

ที่มา – ครม.ไฟเขียวเพิ่มวงเงินโครงการคลองระบายน้ำคลองตง จ.สงขลา เร่งแก้น้ำท่วมหาดใหญ่

เยียวยาครอบครัว ยายวัย 69 หลังเป็นลมเสียชีวิตตอนทำ บัตรคนจน

เยียวยาครอบครัว ยายวัย 69 หลังเป็นลมเสียชีวิตตอนทำ บัตรคนจน

เหตุการณ์สะเทือนใจที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ณ ธ.ก.ส. สาขาปัว จังหวัดน่าน กลายเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจ เมื่อเกิดกรณี เยียวยาครอบครัว ยายวัย 69 หลังเป็นลมเสียชีวิตตอนทำ บัตรคนจน ซึ่งถือเป็นความสูญเสียที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ในวันนี้เราจะมาสรุปสถานการณ์และแนวทางการช่วยเหลือของหน่วยงานรัฐให้ทราบกันครับ

รายละเอียดเหตุการณ์และมาตรการ เยียวยาครอบครัว ยายวัย 69 หลังเป็นลมเสียชีวิตตอนทำ บัตรคนจน

หลังจากที่คุณยายวัย 69 ปี เกิดอาการหมดสติขณะเดินทางมาติดต่อเรื่องสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เจ้าหน้าที่ได้เร่งนำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัวอย่างเร่งด่วน แม้จะมีการปั๊มหัวใจจนมีสัญญาณชีพกลับมาได้ แต่คุณยายได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ทางจังหวัดน่านจึงได้ดำเนินการดังนี้:

  • มอบเงินช่วยเหลือฉุกเฉินให้แก่บุตรชายผู้เสียชีวิต
  • กิ่งกาชาดอำเภอปัวเข้าดูแลด้านการดำรงชีพเพิ่มเติม
  • อบต. สกาด สนับสนุนเรื่องการจัดงานศพ
  • หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเมินสิทธิการเยียวยาตามระเบียบราชการ

เหตุการณ์การเสียชีวิตขณะมาทำ เยียวยาครอบครัว ยายวัย 69 หลังเป็นลมเสียชีวิตตอนทำ บัตรคนจน ครั้งนี้ ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน สั่งการให้หน่วยงานทุกแห่งเร่งทบทวนระเบียบการให้บริการประชาชน โดยเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยของผู้สูงอายุและผู้ป่วยเป็นอันดับแรก ไม่ว่าจะเป็นการจัดจุดพักคอย ระบบคิวที่เป็นระเบียบ หรือการเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์ฉุกเฉินเพื่อให้เหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่เกิดขึ้นอีก

ในมุมมองของแอดมิน แม้ว่าเงินเยียวยาจะไม่สามารถทดแทนชีวิตของคุณยายได้ แต่การที่หน่วยงานรัฐแสดงความรับผิดชอบอย่างรวดเร็วถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม สิ่งที่อยากฝากไว้คือทุกภาคส่วนควรปรับปรุงการให้บริการโดยยึดหลักความเห็นอกเห็นใจเป็นที่ตั้ง เพื่อสร้างสังคมที่มีความสุขและปลอดภัยมากยิ่งขึ้นครับ

ที่มา – มอบเงินเยียวยาครอบครัว “ยายวัย 69” หลังเป็นลมเสียชีวิตระหว่างมาทำ “บัตรคนจน”